
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
จากกรณีทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่าน Facebook เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินกู้ของ กยศ. ล่าสุด หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองและนักศึกษาจำนวนมาก เกี่ยวกับการใช้ระบบจัดสรรเงินกู้แบบ “จัดลำดับชั้น” สำหรับผู้กู้รายใหม่ โดยเน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศมากกว่าการพิจารณาจากนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ก่อให้เกิดความกังวลว่า หลักเกณฑ์นี้อาจกำลังบีบให้เด็กไทยหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นจำนวนมาก ส่องหลักเกณฑ์ใหม่ “กยศ.”หลักเกณฑ์ใหม่ของ กยศ. แบ่งผู้กู้ออกเป็น 3 ลักษณะ และจัดสรรโควตาจำนวนรายและวงเงินกู้ยืมในลักษณะการจัดลำดับชั้นลักษณะที่ 1 นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ (ครอบครัวมีรายได้ไม่เกินตามเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด) ได้แก่กลุ่มสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมกลุ่มสาธารณสุขกลุ่มเกษตรกลุ่มสังคมศาสตร์ เช่น ครุศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์ บริหารธุรกิจ เป็นต้นหลักสูตรนอกเหนือจากลักษณะ 2 และ 3ลักษณะที่ 2 สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ได้แก่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)เซมิคอนดักเตอร์ และ ควอนตัมเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming)แพทยศาสตร์ สัตวแพทย์ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ทันตแพทย์พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ กายภาพบำบัดกลุ่มพลังงานสีเขียว (Green Energy) และพลังงานทดแทน (Alternative Energy)ลักษณะที่ 3 สาขาฯ ที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ กลุ่มที่คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชาติ เช่น นาฏศิลป์ไทย จิตรกรรมไทย ดนตรีไทย เป็นต้น การจัดสรรโควตาจัดลำดับความสำคัญของเกณฑ์อนุมัติดังนี้ ลำดับ 1 คือ ผู้กู้ยืมลักษณะ 2 และ 3 เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เคยเป็นผู้ได้รับทุนจาก กสศ. หรือมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท/ปีลำดับที่ 2 ผู้กู้ยืมลักษณะ 2 และ 3ลำดับที่ 3 ผู้กู้ยืมลักษณะ 1 แต่ต้องเคยเป็นผู้ได้รับทุน กสศ.หรือมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลำดับที่ 4 ผู้กู้ยืมลักษณะ 1 ซึ่งเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท/ปีพูดง่าย ๆ คือ หากผู้กู้รายใหม่ไม่ได้เลือกเรียนสาขาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศ ก็จะถูกจัดไปอยู่อันดับสุดท้ายของคิวพิจารณา ทำให้ผู้กู้กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะหลุดโควตา หากงบประมาณของกองทุนถูกอนุมัติจนหมดไปกับผู้ก
อ่านต่อ >42

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหมอ เหยียดสิทธิการรักษาบัตรทอง วันนี้ (4 กันยายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีประเด็นแพทย์ในคลินิกเอกชนซึ่งเป็นคู่สัญญากับระบบหลักประกันสุขภาพฯ หรือ บัตรทอง และออกมาด่าคนไข้ว่า ใช้สิทธิ 30 บาท เป็นคนชั้นล่าง ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อออนไลน์ สร้างความกังวลใจต่อประชาชนจำนวนมาก กระทบต่อความรู้สึกของผู้ป่วนและครอบครัวผู้ป่วยโดยตรง นั้นนางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว สั่งการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เพื่อชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ พร้อมกันนี้ทางด้านเลขาธิการแพทยสภาได้ดำเนินการตรวจสอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมตามข้อเท็จจริง ตามพยานหลักฐาน และกระบวนการที่กฎหมายกำหนด หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับหรือจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 กำหนดหลักสำคัญไว้ว่า ข้อ 7 ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมไม่ประพฤติหรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นเหตุให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ และ ข้อ 23 กำหนดไว้ชัดเจนว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยสุภาพและปราศจากการบังคับขู่เข็ญ” “รัฐบาลยืนยันว่า ผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าจะใช้สิทธิการรักษาใด มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน การใช้สิทธิของรัฐ ไม่ควรเป็นเหตุให้ผู้ป่วยถูกดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือได้รับการปฏิบัติที่ลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ สำหรับแ หรือบัตรทอง 30 บาท รักษาทุกที่ ดำเนินการมากว่า 20 ปี เป็นระบบที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างครอบคลุม มีความมั่นคงด้านสุขภาพ ไม่ใช่สิทธิขั้นต่ำ สำหรับคนไข้อนาถา รัฐบาลขอให้ความมั่นใจว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ฯ ไม่ล้มละลาย มีแต่ยกระดับการให้บริการเพิ่มสิทธิการรักษาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
อ่านต่อ >11

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เปิดฉากอย่างเป็นทางการ GCNT Expo 2026 เวทีรวมพลังเครือข่ายความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย กับพิธีเปิดงานที่สะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายจากนานาประเทศ ที่มาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืนโดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทยและ Ms. Michaela Friberg-Storey ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทยเพราะการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนเพียงคนเดียว หรือองค์กรเพียงแห่งเดียวแต่ต้องอาศัย พลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันเปลี่ยน “SHOCK” ที่โลกกำลังเผชิญ ให้กลายเป็น “SHIFT” สู่อนาคตที่ดีกว่า และนี่คือจุดเริ่มต้นของการรวมพลัง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน โดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) และรองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวปาฐกถาเปิดงาน GCNT Expo 2026 ภายใต้แนวคิด “From SHOCK to SHIFT: Thailand's Sustainable Transition in a Fractured World – จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของโลก จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “คน” ในฐานะหัวใจของการพัฒนา โดยระบุว่าปัจจุบัน โลกเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน กระทบเศรษฐกิจและประชาชน พร้อมเร่งขับเคลื่อน SDGs จาก “Action to Impact” รับมือกติกาความยั่งยืนใหม่ ย้ำการเปลี่ยนผ่านต้องสร้างโอกาสให้ SMEs เกษตรกร แรงงาน คู่ค้า และชุมชนเติบโตไปพร้อมกัน เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืน ด้าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ทางรอดประเทศไทย ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “From Shock to Shift: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World – จากวิกฤติโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับแนวทางการพัฒนาประเทศให้สอดรับกับความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่
อ่านต่อ >15

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เวลา 14.30 น. ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต และวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569นายกรัฐมนตรีรับฟังการบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมและรับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จากนั้น ตรวจติดตามการซักซ้อมลำดับขั้นตอนการรับเสด็จบริเวณท่าวาสุกรี เพื่อรับทราบความพร้อมและการปฏิบัติงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จากนั้น นายกรัฐมนตรีลงเรือรับรองของกองทัพเรือ เดินทางไปยังวัดอรุณราชวราราม โดยระหว่างการเดินทางได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ก่อนที่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจะเริ่มการซักซ้อมการเคลื่อนขบวนตามลำดับขั้นตอนเมื่อเดินทางถึงท่าเรือวัดอรุณราชวราราม นายกรัฐมนตรีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จากนั้นเข้าสู่พระอุโบสถเพื่อสักการะพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถ และสักการะพระพุทธนฤมิตรบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ ก่อนเดินทางไปยังบริเวณท่าเรือวัดอรุณราชวราราม เพื่อรับชมการซักซ้อมการรับเสด็จและส่งเสด็จทางรถยนต์พระที่นั่งภายหลังการตรวจติดตาม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขบวนเรือ เส้นทาง และรูปแบบพิธีการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 มีความเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ โดยการฝึกขบวนเรือจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสวยงามและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ การซักซ้อมในครั้งนี้เป็นการฝึกครั้งที่ 4 และจะมีการฝึกซ้อมต่อเนื่องจนถึงวันพระราชพิธี เพื่อให้เกิดความพร้อมสูงสุด “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคไม่เพียงสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันงดงามของไทย แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจในสถาบันหลักของชาติ พร้อมย้ำว่าการรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางจะดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมขบวนเรือ โดยสามารถรับชมได้ตามจุดต่าง ๆ ริมแม่น้ำ รวมถึงบริเวณวัดและโรงเรียน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวง
อ่านต่อ >15

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
จากกรณีทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่าน Facebook เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินกู้ของ กยศ. ล่าสุด หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองและนักศึกษาจำนวนมาก เกี่ยวกับการใช้ระบบจัดสรรเงินกู้แบบ “จัดลำดับชั้น” สำหรับผู้กู้รายใหม่ โดยเน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศมากกว่าการพิจารณาจากนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ก่อให้เกิดความกังวลว่า หลักเกณฑ์นี้อาจกำลังบีบให้เด็กไทยหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นจำนวนมาก ส่องหลักเกณฑ์ใหม่ “กยศ.”หลักเกณฑ์ใหม่ของ กยศ. แบ่งผู้กู้ออกเป็น 3 ลักษณะ และจัดสรรโควตาจำนวนรายและวงเงินกู้ยืมในลักษณะการจัดลำดับชั้นลักษณะที่ 1 นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ (ครอบครัวมีรายได้ไม่เกินตามเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด) ได้แก่กลุ่มสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมกลุ่มสาธารณสุขกลุ่มเกษตรกลุ่มสังคมศาสตร์ เช่น ครุศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์ บริหารธุรกิจ เป็นต้นหลักสูตรนอกเหนือจากลักษณะ 2 และ 3ลักษณะที่ 2 สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ได้แก่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)เซมิคอนดักเตอร์ และ ควอนตัมเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming)แพทยศาสตร์ สัตวแพทย์ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ทันตแพทย์พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ กายภาพบำบัดกลุ่มพลังงานสีเขียว (Green Energy) และพลังงานทดแทน (Alternative Energy)ลักษณะที่ 3 สาขาฯ ที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ กลุ่มที่คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชาติ เช่น นาฏศิลป์ไทย จิตรกรรมไทย ดนตรีไทย เป็นต้น การจัดสรรโควตาจัดลำดับความสำคัญของเกณฑ์อนุมัติดังนี้ ลำดับ 1 คือ ผู้กู้ยืมลักษณะ 2 และ 3 เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เคยเป็นผู้ได้รับทุนจาก กสศ. หรือมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท/ปีลำดับที่ 2 ผู้กู้ยืมลักษณะ 2 และ 3ลำดับที่ 3 ผู้กู้ยืมลักษณะ 1 แต่ต้องเคยเป็นผู้ได้รับทุน กสศ.หรือมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลำดับที่ 4 ผู้กู้ยืมลักษณะ 1 ซึ่งเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท/ปีพูดง่าย ๆ คือ หากผู้กู้รายใหม่ไม่ได้เลือกเรียนสาขาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศ ก็จะถูกจัดไปอยู่อันดับสุดท้ายของคิวพิจารณา ทำให้ผู้กู้กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะหลุดโควตา หากงบประมาณของกองทุนถูกอนุมัติจนหมดไปกับผู้ก
อ่านต่อ >42

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหมอ เหยียดสิทธิการรักษาบัตรทอง วันนี้ (4 กันยายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีประเด็นแพทย์ในคลินิกเอกชนซึ่งเป็นคู่สัญญากับระบบหลักประกันสุขภาพฯ หรือ บัตรทอง และออกมาด่าคนไข้ว่า ใช้สิทธิ 30 บาท เป็นคนชั้นล่าง ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อออนไลน์ สร้างความกังวลใจต่อประชาชนจำนวนมาก กระทบต่อความรู้สึกของผู้ป่วนและครอบครัวผู้ป่วยโดยตรง นั้นนางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจต่อกรณีดังกล่าว สั่งการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที เพื่อชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ พร้อมกันนี้ทางด้านเลขาธิการแพทยสภาได้ดำเนินการตรวจสอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมตามข้อเท็จจริง ตามพยานหลักฐาน และกระบวนการที่กฎหมายกำหนด หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับหรือจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ก็จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 กำหนดหลักสำคัญไว้ว่า ข้อ 7 ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมย่อมไม่ประพฤติหรือกระทำการใด ๆ อันอาจเป็นเหตุให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ และ ข้อ 23 กำหนดไว้ชัดเจนว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมต้องประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยสุภาพและปราศจากการบังคับขู่เข็ญ” “รัฐบาลยืนยันว่า ผู้ป่วยทุกคน ไม่ว่าจะใช้สิทธิการรักษาใด มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน การใช้สิทธิของรัฐ ไม่ควรเป็นเหตุให้ผู้ป่วยถูกดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือได้รับการปฏิบัติที่ลดทอนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ สำหรับแ หรือบัตรทอง 30 บาท รักษาทุกที่ ดำเนินการมากว่า 20 ปี เป็นระบบที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างครอบคลุม มีความมั่นคงด้านสุขภาพ ไม่ใช่สิทธิขั้นต่ำ สำหรับคนไข้อนาถา รัฐบาลขอให้ความมั่นใจว่า ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ฯ ไม่ล้มละลาย มีแต่ยกระดับการให้บริการเพิ่มสิทธิการรักษาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
อ่านต่อ >11

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เปิดฉากอย่างเป็นทางการ GCNT Expo 2026 เวทีรวมพลังเครือข่ายความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย กับพิธีเปิดงานที่สะท้อนพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายจากนานาประเทศ ที่มาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืนโดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทยและ Ms. Michaela Friberg-Storey ผู้ประสานงานสหประชาชาติประจำประเทศไทยเพราะการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนเพียงคนเดียว หรือองค์กรเพียงแห่งเดียวแต่ต้องอาศัย พลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ร่วมกันเปลี่ยน “SHOCK” ที่โลกกำลังเผชิญ ให้กลายเป็น “SHIFT” สู่อนาคตที่ดีกว่า และนี่คือจุดเริ่มต้นของการรวมพลัง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน โดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) และรองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวปาฐกถาเปิดงาน GCNT Expo 2026 ภายใต้แนวคิด “From SHOCK to SHIFT: Thailand's Sustainable Transition in a Fractured World – จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของโลก จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “คน” ในฐานะหัวใจของการพัฒนา โดยระบุว่าปัจจุบัน โลกเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน กระทบเศรษฐกิจและประชาชน พร้อมเร่งขับเคลื่อน SDGs จาก “Action to Impact” รับมือกติกาความยั่งยืนใหม่ ย้ำการเปลี่ยนผ่านต้องสร้างโอกาสให้ SMEs เกษตรกร แรงงาน คู่ค้า และชุมชนเติบโตไปพร้อมกัน เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืน ด้าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ทางรอดประเทศไทย ฝ่าวิกฤตสู่ความยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “From Shock to Shift: Thailand’s Sustainable Transition in a Fractured World – จากวิกฤติโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับแนวทางการพัฒนาประเทศให้สอดรับกับความท้าทายที่เกิดขึ้นอย่
อ่านต่อ >15

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เวลา 14.30 น. ณ ท่าวาสุกรี เขตดุสิต และวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569นายกรัฐมนตรีรับฟังการบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมและรับชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค จากนั้น ตรวจติดตามการซักซ้อมลำดับขั้นตอนการรับเสด็จบริเวณท่าวาสุกรี เพื่อรับทราบความพร้อมและการปฏิบัติงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จากนั้น นายกรัฐมนตรีลงเรือรับรองของกองทัพเรือ เดินทางไปยังวัดอรุณราชวราราม โดยระหว่างการเดินทางได้รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ก่อนที่ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคจะเริ่มการซักซ้อมการเคลื่อนขบวนตามลำดับขั้นตอนเมื่อเดินทางถึงท่าเรือวัดอรุณราชวราราม นายกรัฐมนตรีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จากนั้นเข้าสู่พระอุโบสถเพื่อสักการะพระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถ และสักการะพระพุทธนฤมิตรบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ ก่อนเดินทางไปยังบริเวณท่าเรือวัดอรุณราชวราราม เพื่อรับชมการซักซ้อมการรับเสด็จและส่งเสด็จทางรถยนต์พระที่นั่งภายหลังการตรวจติดตาม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขบวนเรือ เส้นทาง และรูปแบบพิธีการในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 มีความเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ โดยการฝึกขบวนเรือจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสวยงามและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ การซักซ้อมในครั้งนี้เป็นการฝึกครั้งที่ 4 และจะมีการฝึกซ้อมต่อเนื่องจนถึงวันพระราชพิธี เพื่อให้เกิดความพร้อมสูงสุด “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคไม่เพียงสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันงดงามของไทย แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจในสถาบันหลักของชาติ พร้อมย้ำว่าการรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางจะดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมชมขบวนเรือ โดยสามารถรับชมได้ตามจุดต่าง ๆ ริมแม่น้ำ รวมถึงบริเวณวัดและโรงเรียน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวง
อ่านต่อ >15

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
จากกรณีทนายแจม ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่าน Facebook เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินกู้ของ กยศ. ล่าสุด หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองและนักศึกษาจำนวนมาก เกี่ยวกับการใช้ระบบจัดสรรเงินกู้แบบ “จัดลำดับชั้น” สำหรับผู้กู้รายใหม่ โดยเน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศมากกว่าการพิจารณาจากนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ก่อให้เกิดความกังวลว่า หลักเกณฑ์นี้อาจกำลังบีบให้เด็กไทยหลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นจำนวนมาก ส่องหลักเกณฑ์ใหม่ “กยศ.”หลักเกณฑ์ใหม่ของ กยศ. แบ่งผู้กู้ออกเป็น 3 ลักษณะ และจัดสรรโควตาจำนวนรายและวงเงินกู้ยืมในลักษณะการจัดลำดับชั้นลักษณะที่ 1 นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ (ครอบครัวมีรายได้ไม่เกินตามเกณฑ์ที่กองทุนกำหนด) ได้แก่กลุ่มสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมกลุ่มสาธารณสุขกลุ่มเกษตรกลุ่มสังคมศาสตร์ เช่น ครุศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์ บริหารธุรกิจ เป็นต้นหลักสูตรนอกเหนือจากลักษณะ 2 และ 3ลักษณะที่ 2 สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ได้แก่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)เซมิคอนดักเตอร์ และ ควอนตัมเกษตรสมัยใหม่ (Smart Farming)แพทยศาสตร์ สัตวแพทย์ แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ทันตแพทย์พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ กายภาพบำบัดกลุ่มพลังงานสีเขียว (Green Energy) และพลังงานทดแทน (Alternative Energy)ลักษณะที่ 3 สาขาฯ ที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ กลุ่มที่คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชาติ เช่น นาฏศิลป์ไทย จิตรกรรมไทย ดนตรีไทย เป็นต้น การจัดสรรโควตาจัดลำดับความสำคัญของเกณฑ์อนุมัติดังนี้ ลำดับ 1 คือ ผู้กู้ยืมลักษณะ 2 และ 3 เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เคยเป็นผู้ได้รับทุนจาก กสศ. หรือมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท/ปีลำดับที่ 2 ผู้กู้ยืมลักษณะ 2 และ 3ลำดับที่ 3 ผู้กู้ยืมลักษณะ 1 แต่ต้องเคยเป็นผู้ได้รับทุน กสศ.หรือมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลำดับที่ 4 ผู้กู้ยืมลักษณะ 1 ซึ่งเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาท/ปีพูดง่าย ๆ คือ หากผู้กู้รายใหม่ไม่ได้เลือกเรียนสาขาที่เป็นความต้องการหลักของประเทศ ก็จะถูกจัดไปอยู่อันดับสุดท้ายของคิวพิจารณา ทำให้ผู้กู้กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะหลุดโควตา หากงบประมาณของกองทุนถูกอนุมัติจนหมดไปกับผู้ก
อ่านต่อ >42