
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สถานการณ์ฝนวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี สอดคล้องกับการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ของภาครัฐที่ระบุว่า ปทุมธานีเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนกระจายในหลายภูมิภาคนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในการแถลงของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า ช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนในลักษณะฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า กระจายตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เคลื่อนลงสู่ภาคกลางและภาคตะวันตก ก่อนที่ประเทศไทยจะมีฝนอีกระลอกในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคมปทุมธานีหนึ่งในพื้นที่ต้องเฝ้าระวังก่อนเกิดฝนตกหนักในปทุมธานี รัฐบาลได้ระบุพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษ ทั้งเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีการเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักในลักษณะ Rain Bomb ช่วงบ่าย รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและปทุมธานีสำหรับปทุมธานี นอกจากปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่แล้ว ยังเป็นจังหวัดท้ายน้ำในลุ่มเจ้าพระยา โดยกรมชลประทานยังคงการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่ระดับ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อนและเตรียมพื้นที่รองรับน้ำจากฝนระลอกใหม่อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานยืนยันว่า การระบายน้ำในระดับดังกล่าวจะไม่ทำให้น้ำล้นคันกั้นน้ำเข้าสู่พื้นที่เมืองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยยังคงเฝ้าระวังพื้นที่ริมตลิ่งนอกแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำในปทุมธานีและนนทบุรีอย่างต่อเนื่อง กทม. เตรียมรับฝนหนักต่อเนื่องพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่ในช่วงเฝ้าระวังเช่นกัน โดยสำนักการระบายน้ำ กทม. เตรียมรับฝนหนักช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม และอีกระลอกวันที่ 10-11 ตุลาคม ด้วยการเร่งระบายน้ำออกจากคลองสายหลัก เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนพร้อมกันนี้ มีการเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะเขตสายไหม ลาดกระบัง คลองสามวา และสะพานสูงสำหรับระดับแม่น้ำเจ้าพระยา มีการคาดการณ์ระดับสูงสุดวันที่ 5 ตุลาคม อยู่ที่ประมาณ 1.72 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานครประมาณ 1.28 เมตร จับตาฝนอีกระลอก 10-13 ต.ค.หลังฝนระลอกวันที่ 5-7 ตุลาคม หน่วยงานภาครัฐยังติดตามฝนอีกระลอกในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้กรมชลประทานเตรียมความพร้อมพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ชุมพร น
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
อัปเดต สถานการณ์น้ำท่วมถนนสายหลักในกรุงเทพฯกรุงเทพมหานคร อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 06.30 น.ถนนแห้ง สัญจรได้ตามปกติ• ถนนสายไหม ตลอดสาย ยกเว้นหน้าซอย 27 ยังมีน้ำขังเล็กน้อย• ถนนสุวินทวงศ์ ตลอดสาย ยกเว้นแยกหทัยราษฎร์ 5–10 ซม.• ถนนสีหบุรานุกิจ ตลอดสาย ยกเว้นหน้าซอย 10 ขังแอ่งเลนซ้าย• ถนนหลวงแพ่ง บางส่วน แยกวัดพลมานีย์–คลองพระยาเพชร น้ำท่วมเล็กน้อย 5–10 ซม. รถสัญจรได้• ถนนกรุงเทพกรีฑา หน้าซอย 13–15 ขังแอ่งจุดทำถนน และหน้าซอย 45–55 มีน้ำท่วม 5–10 ซม.• ถนนอ่อนนุช จากหน้าซอย 57–59 น้ำท่วม 5–10 ซม.• ถนนลาดกระบัง ช่วงคลองตาพุก–แยกกิ่งแก้ว น้ำท่วม 5–10 ซม.• ถนนเจ้าคุณทหาร ขาเข้าตลอดสาย 5–15 ซม. และขาออกตลอดสาย 5–10 ซม. น้ำท่วมปานกลาง 10–20 ซม. รถสัญจรได้ แต่ควรใช้ความระมัดระวัง• ถนนพหลโยธิน รอยต่อ กทม. หน้าสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ถึงพหลโยธิน ซ.64/1 ระดับน้ำสูง 15–20 ซม.• ถนนฉลองกรุง คลองลำมะขาม–คลองลำกอไผ่ 10–15 ซม., คลองลำกอไผ่–แยกเจ้าคุณทหาร 5–10 ซม. และแยกเจ้าคุณทหาร–ตัดมอเตอร์เวย์ 10–15 ซม.• ถนนหลวงแพ่ง แยกลาดกระบัง–แยกวัดพลมานีย์ และช่วงคลองพระยาเพชร–สุดเขต ระดับน้ำ 15–20 ซม.• ถนนลาดกระบัง แยกกิ่งแก้ว–แยกสนามบิน ถึงถนนหลวงแพ่ง ระดับน้ำ 15–20 ซม. น้ำท่วมมาก 20–30 ซม. แนะนำรถเล็กหลีกเลี่ยง ห้ามผ่านในบางช่วง• ถนนฉลองกรุง บริเวณสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ระดับน้ำประมาณ 15–25 ซม.ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะเส้นทางที่ยังมีน้ำท่วมปานกลางถึงมาก ผู้ใช้รถจักรยานยนต์และรถขนาดเล็กควรหลีกเลี่ยง เงินเยียวยาน้ำท่วมเช็กสถานะเงินช่วยเหลือน้ำท่วมออนไลน์ได้แล้ววันนี้ สำหรับประชาชนที่ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่าน https://claim.bangkok.go.th/ สามารถตรวจสอบผลการพิจารณาคำร้องได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง- เข้าเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th/-จากนั้นเลือกเมนู “เช็กสถานะคำร้อง” เพื่อตรวจสอบผลการพิจารณาคำร้องที่ยื่นไว้
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเปิดลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัด และ 50 เขตของกรุงเทพมหานคร พร้อมเร่งสำรวจและปรับปรุงข้อมูลความเสียหายให้ตรงกับสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิตามหลักเกณฑ์ และลดปัญหาประชาชนตกหล่นจากการช่วยเหลือนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานจังหวัดที่ประสบอุทกภัยและกรุงเทพมหานคร เร่งสำรวจข้อมูลผู้ประสบภัย รวมถึงปรับปรุงรายละเอียดความเสียหายให้เป็นปัจจุบัน พร้อมกำชับผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และสำนักงานเขต ทำความเข้าใจและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ประสบปัญหาในการลงทะเบียน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิการเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉิน ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายและจัดทำบัญชีเพื่อพิจารณาช่วยเหลือตามระเบียบ โดยมีรายการสำคัญ อาทิ ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำไม่เกิน 88,600 บาท ค่าเช่าที่พักชั่วคราวไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน สูงสุด 2 เดือน ค่าจัดหาเครื่องมือประกอบอาชีพไม่เกิน 13,500 บาท รวมถึงกรณีผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท ส่วนกรณีพิการจากเหตุภัยพิบัติ ได้รับความช่วยเหลือ 16,600 บาทส่วนที่สองคือ เงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีสำหรับผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน โดยกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท ขณะที่กรณีอาคารสูงถูกน้ำล้อม จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดปัจจุบันระบบเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์แล้วใน 65 จังหวัด และ 50 เขตของกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้วกว่า 851,000 ราย ขณะที่กรณีมีผู้ลงทะเบียนซ้ำในบ้านเลขที่เดียวกัน ระบบจะใช้รหัสประจำบ้านเป็นข้อมูลหลักในการตรวจสอบ หากพบว่ามีการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือไปแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการลงทะเบียนแล้ว เพื่อป้องกันการลงทะเบียนซ้ำซ้อน สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ กรุงเทพมหานครได้ประสาน
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สถานการณ์น้ำท่วมใน 26 จังหวัด และ กทม. วันนี้ (5 ต.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 26 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่ง ปภ. ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังพลเร่งเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่องนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ระยะนี้ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 26 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวม 140 อำเภอ 1,154 ตำบล 8,325 หมู่บ้าน รวมกรุงเทพมหานครประชาชนได้รับผลกระทบ 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน (ข้อมูล ศอ.ปภ. 5 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.) ได้แก่ ภาคเหนือ จ.ลำปาง เกิดน้ำท่วมใน อ.เถิน 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงจ.นครสวรรค์ เกิดน้ำท่วม 12 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.ตาคลี อ.ไพศาลี อ.ลาดยาว อ.บรรพตพิสัย อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก อ.โกรกพระ อ.ชุมตาบง อ.หนองบัว รวม 88 ตำบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,905 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง ภาคกลางจ.อุทัยธานี เกิดน้ำท่วม 8 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองฉาง อ.ห้วยคต อ.สว่างอารมณ์ อ.หนองขาหย่าง อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.เมืองฯ อ.ทัพทัน รวม 56 ตำบล 413 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,785 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงจ.ลพบุรี เกิดน้ำท่วม อ.บ้านหมี่ 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงจ.ชัยนาท เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ อ.สรรพยา รวม 26 ตำบล 135 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,872 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัวจ.สิงห์บุรี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ
อ่านต่อ >30

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สถานการณ์ฝนวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี สอดคล้องกับการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ของภาครัฐที่ระบุว่า ปทุมธานีเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนกระจายในหลายภูมิภาคนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในการแถลงของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า ช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนในลักษณะฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า กระจายตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เคลื่อนลงสู่ภาคกลางและภาคตะวันตก ก่อนที่ประเทศไทยจะมีฝนอีกระลอกในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคมปทุมธานีหนึ่งในพื้นที่ต้องเฝ้าระวังก่อนเกิดฝนตกหนักในปทุมธานี รัฐบาลได้ระบุพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษ ทั้งเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีการเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักในลักษณะ Rain Bomb ช่วงบ่าย รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและปทุมธานีสำหรับปทุมธานี นอกจากปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่แล้ว ยังเป็นจังหวัดท้ายน้ำในลุ่มเจ้าพระยา โดยกรมชลประทานยังคงการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่ระดับ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อนและเตรียมพื้นที่รองรับน้ำจากฝนระลอกใหม่อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานยืนยันว่า การระบายน้ำในระดับดังกล่าวจะไม่ทำให้น้ำล้นคันกั้นน้ำเข้าสู่พื้นที่เมืองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยยังคงเฝ้าระวังพื้นที่ริมตลิ่งนอกแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำในปทุมธานีและนนทบุรีอย่างต่อเนื่อง กทม. เตรียมรับฝนหนักต่อเนื่องพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่ในช่วงเฝ้าระวังเช่นกัน โดยสำนักการระบายน้ำ กทม. เตรียมรับฝนหนักช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม และอีกระลอกวันที่ 10-11 ตุลาคม ด้วยการเร่งระบายน้ำออกจากคลองสายหลัก เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนพร้อมกันนี้ มีการเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะเขตสายไหม ลาดกระบัง คลองสามวา และสะพานสูงสำหรับระดับแม่น้ำเจ้าพระยา มีการคาดการณ์ระดับสูงสุดวันที่ 5 ตุลาคม อยู่ที่ประมาณ 1.72 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานครประมาณ 1.28 เมตร จับตาฝนอีกระลอก 10-13 ต.ค.หลังฝนระลอกวันที่ 5-7 ตุลาคม หน่วยงานภาครัฐยังติดตามฝนอีกระลอกในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้กรมชลประทานเตรียมความพร้อมพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ชุมพร น
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
อัปเดต สถานการณ์น้ำท่วมถนนสายหลักในกรุงเทพฯกรุงเทพมหานคร อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 06.30 น.ถนนแห้ง สัญจรได้ตามปกติ• ถนนสายไหม ตลอดสาย ยกเว้นหน้าซอย 27 ยังมีน้ำขังเล็กน้อย• ถนนสุวินทวงศ์ ตลอดสาย ยกเว้นแยกหทัยราษฎร์ 5–10 ซม.• ถนนสีหบุรานุกิจ ตลอดสาย ยกเว้นหน้าซอย 10 ขังแอ่งเลนซ้าย• ถนนหลวงแพ่ง บางส่วน แยกวัดพลมานีย์–คลองพระยาเพชร น้ำท่วมเล็กน้อย 5–10 ซม. รถสัญจรได้• ถนนกรุงเทพกรีฑา หน้าซอย 13–15 ขังแอ่งจุดทำถนน และหน้าซอย 45–55 มีน้ำท่วม 5–10 ซม.• ถนนอ่อนนุช จากหน้าซอย 57–59 น้ำท่วม 5–10 ซม.• ถนนลาดกระบัง ช่วงคลองตาพุก–แยกกิ่งแก้ว น้ำท่วม 5–10 ซม.• ถนนเจ้าคุณทหาร ขาเข้าตลอดสาย 5–15 ซม. และขาออกตลอดสาย 5–10 ซม. น้ำท่วมปานกลาง 10–20 ซม. รถสัญจรได้ แต่ควรใช้ความระมัดระวัง• ถนนพหลโยธิน รอยต่อ กทม. หน้าสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ถึงพหลโยธิน ซ.64/1 ระดับน้ำสูง 15–20 ซม.• ถนนฉลองกรุง คลองลำมะขาม–คลองลำกอไผ่ 10–15 ซม., คลองลำกอไผ่–แยกเจ้าคุณทหาร 5–10 ซม. และแยกเจ้าคุณทหาร–ตัดมอเตอร์เวย์ 10–15 ซม.• ถนนหลวงแพ่ง แยกลาดกระบัง–แยกวัดพลมานีย์ และช่วงคลองพระยาเพชร–สุดเขต ระดับน้ำ 15–20 ซม.• ถนนลาดกระบัง แยกกิ่งแก้ว–แยกสนามบิน ถึงถนนหลวงแพ่ง ระดับน้ำ 15–20 ซม. น้ำท่วมมาก 20–30 ซม. แนะนำรถเล็กหลีกเลี่ยง ห้ามผ่านในบางช่วง• ถนนฉลองกรุง บริเวณสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ระดับน้ำประมาณ 15–25 ซม.ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะเส้นทางที่ยังมีน้ำท่วมปานกลางถึงมาก ผู้ใช้รถจักรยานยนต์และรถขนาดเล็กควรหลีกเลี่ยง เงินเยียวยาน้ำท่วมเช็กสถานะเงินช่วยเหลือน้ำท่วมออนไลน์ได้แล้ววันนี้ สำหรับประชาชนที่ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ผ่าน https://claim.bangkok.go.th/ สามารถตรวจสอบผลการพิจารณาคำร้องได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง- เข้าเว็บไซต์ https://claim.bangkok.go.th/-จากนั้นเลือกเมนู “เช็กสถานะคำร้อง” เพื่อตรวจสอบผลการพิจารณาคำร้องที่ยื่นไว้
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเปิดลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือครอบคลุมพื้นที่ 65 จังหวัด และ 50 เขตของกรุงเทพมหานคร พร้อมเร่งสำรวจและปรับปรุงข้อมูลความเสียหายให้ตรงกับสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิตามหลักเกณฑ์ และลดปัญหาประชาชนตกหล่นจากการช่วยเหลือนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานจังหวัดที่ประสบอุทกภัยและกรุงเทพมหานคร เร่งสำรวจข้อมูลผู้ประสบภัย รวมถึงปรับปรุงรายละเอียดความเสียหายให้เป็นปัจจุบัน พร้อมกำชับผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และสำนักงานเขต ทำความเข้าใจและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ประสบปัญหาในการลงทะเบียน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิการเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินทดรองราชการกรณีฉุกเฉิน ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายและจัดทำบัญชีเพื่อพิจารณาช่วยเหลือตามระเบียบ โดยมีรายการสำคัญ อาทิ ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำไม่เกิน 88,600 บาท ค่าเช่าที่พักชั่วคราวไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน สูงสุด 2 เดือน ค่าจัดหาเครื่องมือประกอบอาชีพไม่เกิน 13,500 บาท รวมถึงกรณีผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท ส่วนกรณีพิการจากเหตุภัยพิบัติ ได้รับความช่วยเหลือ 16,600 บาทส่วนที่สองคือ เงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีสำหรับผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน โดยกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับเงินช่วยเหลือ 9,000 บาท ขณะที่กรณีอาคารสูงถูกน้ำล้อม จะได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดปัจจุบันระบบเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์แล้วใน 65 จังหวัด และ 50 เขตของกรุงเทพมหานคร โดยมีผู้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือแล้วกว่า 851,000 ราย ขณะที่กรณีมีผู้ลงทะเบียนซ้ำในบ้านเลขที่เดียวกัน ระบบจะใช้รหัสประจำบ้านเป็นข้อมูลหลักในการตรวจสอบ หากพบว่ามีการลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือไปแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการลงทะเบียนแล้ว เพื่อป้องกันการลงทะเบียนซ้ำซ้อน สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานระบบออนไลน์ กรุงเทพมหานครได้ประสาน
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สถานการณ์น้ำท่วมใน 26 จังหวัด และ กทม. วันนี้ (5 ต.ค. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 26 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่ง ปภ. ได้ระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยและกำลังพลเร่งเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่องนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ระยะนี้ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 26 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง สระบุรี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และสุรินทร์ รวม 140 อำเภอ 1,154 ตำบล 8,325 หมู่บ้าน รวมกรุงเทพมหานครประชาชนได้รับผลกระทบ 1,270,151 ครัวเรือน 3,519,416 คน (ข้อมูล ศอ.ปภ. 5 ต.ค. 69 เวลา 06.00 น.) ได้แก่ ภาคเหนือ จ.ลำปาง เกิดน้ำท่วมใน อ.เถิน 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 15 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงจ.นครสวรรค์ เกิดน้ำท่วม 12 อำเภอ ได้แก่ อ.พยุหะคีรี อ.ตาคลี อ.ไพศาลี อ.ลาดยาว อ.บรรพตพิสัย อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองฯ อ.ชุมแสง อ.ท่าตะโก อ.โกรกพระ อ.ชุมตาบง อ.หนองบัว รวม 88 ตำบล 482 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 10,905 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง ภาคกลางจ.อุทัยธานี เกิดน้ำท่วม 8 อำเภอ ได้แก่ อ.หนองฉาง อ.ห้วยคต อ.สว่างอารมณ์ อ.หนองขาหย่าง อ.บ้านไร่ อ.ลานสัก อ.เมืองฯ อ.ทัพทัน รวม 56 ตำบล 413 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4,785 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงจ.ลพบุรี เกิดน้ำท่วม อ.บ้านหมี่ 8 ตำบล 33 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,177 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงจ.ชัยนาท เกิดน้ำท่วมใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ อ.สรรพยา รวม 26 ตำบล 135 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,872 ครัวเรือน ระดับน้ำทรงตัวจ.สิงห์บุรี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ
อ่านต่อ >30

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สถานการณ์ฝนวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี สอดคล้องกับการแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ของภาครัฐที่ระบุว่า ปทุมธานีเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนกระจายในหลายภูมิภาคนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในการแถลงของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า ช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนในลักษณะฝนฟ้าคะนองและฟ้าผ่า กระจายตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เคลื่อนลงสู่ภาคกลางและภาคตะวันตก ก่อนที่ประเทศไทยจะมีฝนอีกระลอกในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคมปทุมธานีหนึ่งในพื้นที่ต้องเฝ้าระวังก่อนเกิดฝนตกหนักในปทุมธานี รัฐบาลได้ระบุพื้นที่ที่ต้องติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษ ทั้งเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งมีการเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักในลักษณะ Rain Bomb ช่วงบ่าย รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทราและปทุมธานีสำหรับปทุมธานี นอกจากปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่แล้ว ยังเป็นจังหวัดท้ายน้ำในลุ่มเจ้าพระยา โดยกรมชลประทานยังคงการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่ระดับ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อนและเตรียมพื้นที่รองรับน้ำจากฝนระลอกใหม่อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานยืนยันว่า การระบายน้ำในระดับดังกล่าวจะไม่ทำให้น้ำล้นคันกั้นน้ำเข้าสู่พื้นที่เมืองของกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยยังคงเฝ้าระวังพื้นที่ริมตลิ่งนอกแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำในปทุมธานีและนนทบุรีอย่างต่อเนื่อง กทม. เตรียมรับฝนหนักต่อเนื่องพื้นที่กรุงเทพมหานครอยู่ในช่วงเฝ้าระวังเช่นกัน โดยสำนักการระบายน้ำ กทม. เตรียมรับฝนหนักช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม และอีกระลอกวันที่ 10-11 ตุลาคม ด้วยการเร่งระบายน้ำออกจากคลองสายหลัก เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนพร้อมกันนี้ มีการเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะเขตสายไหม ลาดกระบัง คลองสามวา และสะพานสูงสำหรับระดับแม่น้ำเจ้าพระยา มีการคาดการณ์ระดับสูงสุดวันที่ 5 ตุลาคม อยู่ที่ประมาณ 1.72 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานครประมาณ 1.28 เมตร จับตาฝนอีกระลอก 10-13 ต.ค.หลังฝนระลอกวันที่ 5-7 ตุลาคม หน่วยงานภาครัฐยังติดตามฝนอีกระลอกในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้กรมชลประทานเตรียมความพร้อมพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ชุมพร น
อ่านต่อ >19