
#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
วันนี้ (21 พ.ค. 2569) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดตัวนายภาสพงศ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงานบริหาร ภายใต้แนวคิดพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ มุ่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ทั้งด้านการจราจร น้ำท่วม ความปลอดภัย และการนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการเมืองนายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า ก่อนตัดสินใจเลือกนายภาสพงศ์ เป็นตัวแทนลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีอดีตนักการเมืองและผู้ที่สนใจหลายรายเข้ามาพูดคุย ทั้งอดีต สส. รวมถึงอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2565 แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ เนื่องจากหลายฝ่ายยังไม่เห็นพ้องกับแนวทางนโยบายบางประเด็นที่ถือเป็นแนวคิดใหม่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเปิดตัวนายภาสพงศ์ ก็มีหลายฝ่ายแสดงความเสียดายที่ไม่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนลงสมัครในครั้งนี้ด้านนายภาสพงศ์ กล่าวว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะเร่งผลักดันนโยบายพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการจราจร เพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นสำหรับนายภาสพงศ์ เป็นบุตรของนักการทูต เกิดที่โรงพยาบาลศิริราช และเติบโตในกรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร ก่อนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยทำงานด้านการส่งออก และปัจจุบันเป็นนักลงทุนอิสระในตลาดหลักทรัพย์บรรยากาศการเปิดตัวเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนับสนุนและประชาชนเข้าร่วมรับฟังนโยบายจำนวนมาก ท่ามกลางการจับตาว่าการเปิดตัวครั้งนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันสำคัญของสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นในช่วงต่อจากนี้
อ่านต่อ >24

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความพร้อมในการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 25 พ.ค.นี้ว่า มั่นใจระบบจะสามารถรองรับการใช้งานได้เป็นอย่างดีและไม่น่าจะมีปัญหาแอปพลิเคชันล่ม นายภราดร ระบุว่า การลงทะเบียนในครั้งนี้ดำเนินการผ่านธนาคารกรุงไทย และที่ผ่านมาการลงทะเบียนก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี จึงเชื่อมั่นว่าการเปิดลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค.นี้ จะมีความราบรื่นและครอบคลุมความต้องการของประชาชนที่ต้องการรับสิทธิ์ได้อย่างแน่นอน โดยเงื่อนไขโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคนในการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตเศรษฐกิจ ด้วยวงเงินช่วยเหลือสูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 4 เดือน ระยะเวลาโครงการ: ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 691. กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13.18 ล้านคน) รับวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/คน/เดือน (รัฐสนับสนุน 100%) เพิ่มจากเดิมที่ได้รับ 700 บาท/คน/เดือน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ได้สิทธิโดยอัตโนมัติเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าฯ (กรณีมีวงเงินคงเหลือในเดือนใด จะไม่มีการสะสมไปในเดือนถัดไป)2. กลุ่มคนทั่วไป หรือ “สิทธิ 60/40 (30 ล้านคน) รัฐสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 40% วงเงินจากรัฐ 1,000 บาท/คน/เดือน รวม 4,000 บาทตลอดโครงการ เปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 25-29 พ.ค. 69คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน (สำหรับกลุ่ม 60/40) สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ณ วันที่ 18 พ.ค. 69) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการรัฐที่ผ่านมา (คนละครึ่ง เฟส 1-5 และคนละครึ่งพลัส)
อ่านต่อ >13

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ลุ้นค่าไฟใหม่!ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสํานักงาน กกพ. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกํากับ กิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ภายหลังมติ กพช. สํานักงาน กกพ. ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจําหน่าย ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดทําข้อเสนอการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ภายใต้กรอบนโยบายของภาครัฐ และตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550การพิจารณาข้อเสนอในครั้งนี้ดําเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 65-70 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งกําหนดให้การกํากับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าต้องคํานึงถึงต้นทุนที่เหมาะสม ความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้รับใบอนุญาต ความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล และการไม่เลือกปฏิบัติ โดยผู้รับใบอนุญาตจําหน่ายไฟฟ้าจะเป็นผู้เสนออัตราค่าไฟฟ้าเพื่อให้ กกพ. พิจารณา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย สําหรับข้อเสนอที่นํามารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายจําหน่ายได้จัดทํากรณีศึกษา จํานวน 4 กรณี โดยทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสําหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติ กพช. ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า (Progressiverate) ในส่วนของ ค่าพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กําหนด และส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพโดยผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงขึ้น จะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ ไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่มทั้ง 4 กรณีศึกษา กําหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า (Block) โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะกําหนดอัตราค่าไฟฟ้าสําหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะ กําหนดอัตราค่าไฟฟ้าสําหรับ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ดร.พูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดยยังคงหลักการสะท้อนต้นทุนที่เหมาะสม และคํานึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาวความคิดเห็
อ่านต่อ >15

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า 5,200 แห่ง ที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์ กยศ. เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ. ขอแจ้งว่าขณะนี้ กยศ. ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง ให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืน กยศ. ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือน ขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย กยศ. ขอเชิญองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการใช้งานระบบ e-PaySLF ได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไลน์บัญชีทางการ “กยศ.องค์กรนายจ้าง” กยศ. ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
อ่านต่อ >15

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
วันนี้ (21 พ.ค. 2569) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดตัวนายภาสพงศ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงานบริหาร ภายใต้แนวคิดพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ มุ่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ทั้งด้านการจราจร น้ำท่วม ความปลอดภัย และการนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการเมืองนายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า ก่อนตัดสินใจเลือกนายภาสพงศ์ เป็นตัวแทนลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีอดีตนักการเมืองและผู้ที่สนใจหลายรายเข้ามาพูดคุย ทั้งอดีต สส. รวมถึงอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2565 แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ เนื่องจากหลายฝ่ายยังไม่เห็นพ้องกับแนวทางนโยบายบางประเด็นที่ถือเป็นแนวคิดใหม่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเปิดตัวนายภาสพงศ์ ก็มีหลายฝ่ายแสดงความเสียดายที่ไม่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนลงสมัครในครั้งนี้ด้านนายภาสพงศ์ กล่าวว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะเร่งผลักดันนโยบายพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการจราจร เพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นสำหรับนายภาสพงศ์ เป็นบุตรของนักการทูต เกิดที่โรงพยาบาลศิริราช และเติบโตในกรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร ก่อนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยทำงานด้านการส่งออก และปัจจุบันเป็นนักลงทุนอิสระในตลาดหลักทรัพย์บรรยากาศการเปิดตัวเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนับสนุนและประชาชนเข้าร่วมรับฟังนโยบายจำนวนมาก ท่ามกลางการจับตาว่าการเปิดตัวครั้งนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันสำคัญของสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นในช่วงต่อจากนี้
อ่านต่อ >24

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความพร้อมในการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 25 พ.ค.นี้ว่า มั่นใจระบบจะสามารถรองรับการใช้งานได้เป็นอย่างดีและไม่น่าจะมีปัญหาแอปพลิเคชันล่ม นายภราดร ระบุว่า การลงทะเบียนในครั้งนี้ดำเนินการผ่านธนาคารกรุงไทย และที่ผ่านมาการลงทะเบียนก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี จึงเชื่อมั่นว่าการเปิดลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25-29 พ.ค.นี้ จะมีความราบรื่นและครอบคลุมความต้องการของประชาชนที่ต้องการรับสิทธิ์ได้อย่างแน่นอน โดยเงื่อนไขโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคนในการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตเศรษฐกิจ ด้วยวงเงินช่วยเหลือสูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ 4 เดือน ระยะเวลาโครงการ: ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. 691. กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13.18 ล้านคน) รับวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/คน/เดือน (รัฐสนับสนุน 100%) เพิ่มจากเดิมที่ได้รับ 700 บาท/คน/เดือน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ได้สิทธิโดยอัตโนมัติเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าฯ (กรณีมีวงเงินคงเหลือในเดือนใด จะไม่มีการสะสมไปในเดือนถัดไป)2. กลุ่มคนทั่วไป หรือ “สิทธิ 60/40 (30 ล้านคน) รัฐสนับสนุน 60% ประชาชนจ่าย 40% วงเงินจากรัฐ 1,000 บาท/คน/เดือน รวม 4,000 บาทตลอดโครงการ เปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 25-29 พ.ค. 69คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน (สำหรับกลุ่ม 60/40) สัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ณ วันที่ 18 พ.ค. 69) ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการรัฐที่ผ่านมา (คนละครึ่ง เฟส 1-5 และคนละครึ่งพลัส)
อ่านต่อ >13

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ลุ้นค่าไฟใหม่!ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสํานักงาน กกพ. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกํากับ กิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ภายหลังมติ กพช. สํานักงาน กกพ. ได้ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจําหน่าย ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดทําข้อเสนอการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า ภายใต้กรอบนโยบายของภาครัฐ และตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550การพิจารณาข้อเสนอในครั้งนี้ดําเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ตามมาตรา 65-70 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งกําหนดให้การกํากับดูแลอัตราค่าไฟฟ้าต้องคํานึงถึงต้นทุนที่เหมาะสม ความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้รับใบอนุญาต ความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล และการไม่เลือกปฏิบัติ โดยผู้รับใบอนุญาตจําหน่ายไฟฟ้าจะเป็นผู้เสนออัตราค่าไฟฟ้าเพื่อให้ กกพ. พิจารณา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียก่อนดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย สําหรับข้อเสนอที่นํามารับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ การไฟฟ้าฝ่ายจําหน่ายได้จัดทํากรณีศึกษา จํานวน 4 กรณี โดยทุกกรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้าสําหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติ กพช. ผ่านการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า (Progressiverate) ในส่วนของ ค่าพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวนโยบายที่กําหนด และส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพโดยผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงขึ้น จะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ ไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่มทั้ง 4 กรณีศึกษา กําหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า (Block) โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 จะกําหนดอัตราค่าไฟฟ้าสําหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 400 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะ กําหนดอัตราค่าไฟฟ้าสําหรับ ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้า ตั้งแต่ 200 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ดร.พูลพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดยยังคงหลักการสะท้อนต้นทุนที่เหมาะสม และคํานึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาวความคิดเห็
อ่านต่อ >15

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขอความร่วมมือองค์กรนายจ้างกว่า 5,200 แห่ง ที่จะเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินคืนกองทุนผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาได้ที่เว็บไซต์ กยศ. เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายกยศ. ขอแจ้งว่าขณะนี้ กยศ. ได้จัดส่งหนังสือแจ้งองค์กรนายจ้างที่มีพนักงานหรือลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพิ่มเติมกว่า 5,200 แห่ง ให้เริ่มหักเงินเดือนเพื่อชำระเงินคืน กยศ. ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) ซึ่งเริ่มดำเนินการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยขอให้ดำเนินการนำส่งเงินภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 และนำส่งเงินครั้งถัดไปภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่มีภาระหนี้ค้างชำระก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหักเงินเดือน ขอให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย กยศ. ขอเชิญองค์กรนายจ้างลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อศึกษารายละเอียด ขั้นตอน และวิธีการใช้งานระบบ e-PaySLF ได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางไลน์บัญชีทางการ “กยศ.องค์กรนายจ้าง” กยศ. ขอขอบคุณองค์กรนายจ้างทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการหักเงินเดือนและนำส่งเงินกู้ยืมคืนกองทุน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ผู้กู้ยืมสามารถชำระหนี้ได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งต่อทุนหมุนเวียนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษารุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
อ่านต่อ >15

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
วันนี้ (21 พ.ค. 2569) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดตัวนายภาสพงศ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมทีมงานบริหาร ภายใต้แนวคิดพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ มุ่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ ทั้งด้านการจราจร น้ำท่วม ความปลอดภัย และการนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการเมืองนายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า ก่อนตัดสินใจเลือกนายภาสพงศ์ เป็นตัวแทนลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีอดีตนักการเมืองและผู้ที่สนใจหลายรายเข้ามาพูดคุย ทั้งอดีต สส. รวมถึงอดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2565 แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ เนื่องจากหลายฝ่ายยังไม่เห็นพ้องกับแนวทางนโยบายบางประเด็นที่ถือเป็นแนวคิดใหม่ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเปิดตัวนายภาสพงศ์ ก็มีหลายฝ่ายแสดงความเสียดายที่ไม่ได้รับเลือกเป็นตัวแทนลงสมัครในครั้งนี้ด้านนายภาสพงศ์ กล่าวว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จะเร่งผลักดันนโยบายพัฒนาเมืองอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการจราจร เพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นสำหรับนายภาสพงศ์ เป็นบุตรของนักการทูต เกิดที่โรงพยาบาลศิริราช และเติบโตในกรุงเทพมหานคร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดเบญจมบพิตร ก่อนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยทำงานด้านการส่งออก และปัจจุบันเป็นนักลงทุนอิสระในตลาดหลักทรัพย์บรรยากาศการเปิดตัวเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนับสนุนและประชาชนเข้าร่วมรับฟังนโยบายจำนวนมาก ท่ามกลางการจับตาว่าการเปิดตัวครั้งนี้อาจกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันสำคัญของสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นในช่วงต่อจากนี้
อ่านต่อ >24