
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 เริ่มคึกคักมากขึ้น หลังเข้าสู่ช่วงเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ก่อนที่ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตา คือ “นโยบาย” ของผู้สมัครแต่ละคน ว่าจะนำกรุงเทพมหานครไปในทิศทางใด ทั้งด้านการเดินทาง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และการบริหารเมืองขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน มีกำหนดขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อแถลงนโยบายการบริหารกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการครั้งแรก เวลา 17.00 – 19.30 น. โดยทีมงานระบุว่า กำหนดการอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในพื้นที่ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชู “9 ด้าน 9 ดี” เดินหน้ากรุงเทพฯ ต่อเนื่องชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงสนามในนามอิสระ พร้อมสโลแกน “กรุงเทพฯ น่าอยู่สำหรับทุกคน” โดยยังใช้กรอบนโยบาย “9 ด้าน 9 ดี” ที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม สวัสดิการ และความโปร่งใสจุดเด่นสำคัญ คือ การต่อยอดระบบ Traffy Fondue การเปิดข้อมูลเมืองผ่าน Open Data Bangkok และแนวคิด “เมือง 15 นาที” ที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการพื้นฐานได้ใกล้บ้านมากขึ้นนอกจากนี้ ยังเน้นการแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 การจัดการขยะ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวควบคู่กับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อหลายรูปแบบชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ชู “กรุงเทพง่าย ๆ”ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ใช้แนวคิด “กรุงเทพง่าย ๆ” หรือ Bangkok made easy โดยแบ่งนโยบายหลักออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ เลี้ยงครอบครัวง่าย ค้าขายง่าย เดินทางง่าย และใช้ชีวิตง่ายด้านเศรษฐกิจ เน้นลดต้นทุนผู้ค้ารายย่อย จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และลดปัญหาส่วย ขณะที่ด้านการเดินทาง เสนอระบบขนส่งที่เชื่อมต่อสะดวกมากขึ้น ทั้งทางเดิน ทางจักรยาน และข้อมูลขนส่งแบบเรียลไทม์อีกประเด็นที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญ คือ การลดขั้นตอนราชการ และผลักดันบริการดิจิทัลของ กทม. ให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น อนุชา บูรพชัยศรี ชู “เมืองฟ้าอมร and more”อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ใช้แนวคิด “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more” พร้อมวางนโยบาย 5 ด้านหลัก คือ เดินทางสะดวก เมืองสะอาด ใช้ชีวิตสบาย รายได้เพิ่ม และตรวจสอบได้ด้านการเดินทาง เสนอแนวคิดใช้ AI บริหารเส้นทางรถเมล์ และพัฒนาระบบ
อ่านต่อ >27

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายน 2569 โดยรวมชะลอตัวจากเดือนก่อน โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยรายรับภาคท่องเที่ยวปรับลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวปรับลดลง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนลดลงตามหมวดบริการ รวมถึงหมวดสินค้าไม่คงทนทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและน้ำมันเชื้อเพลิงจากต้นทุนพลังงานที่ทำให้ค่าครองชีพปรับรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นจากกล่มสินค้าเทคโนโลยีและหมวดยานยนต์ ตามอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า ในขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัว โดยผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตยังจำกัด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับมาเป็นบวก โดยปรับเพิ่มขึ้นมากจากหมวดพลังงานเป็นหลัก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเงินเพิ่มขึ้น ตามการส่งผ่านต้นทุนพลังงานไปยังหมวดอาหารสำเร็จรูปสำหรับแนวโน้มระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่อการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดีแนวโน้มการส่งออกและลงทุนในสินค้าเทคโนโลยียังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมาตรการภาครัฐที่จะทยอยมีผลในระยะข้างหน้า คาดว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม ในระยะต่อไปยังต้องติดตาม พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง, ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน, มาตรการภาครัฐ, การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และพัฒนาการของภาวะเอลนีโญ
อ่านต่อ >11

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนมิถุนายน 2569 นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดี กรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2569 จะได้รับสิทธิ ดังนี้วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ได้รับวงเงินสิทธิเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และค่าเดินทาง (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป) ประกอบด้วย-วงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 4 เดือน (มิ.ย. - ก.ย. 69)-วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 69)-วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน (ได้แก่ บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ) วันที่ 19 มิถุนายน 2569-ได้รับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือนสำหรับผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน (โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้มีสิทธิ หรือบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท) หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 0 2109 2345 หรือ Call Center กรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการช่องทางตรวจสอบสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐผู้ถือบัตร หรือผู้ที่ต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่า ได้รับสิทธิหรือไม่ ตรวจสอบออนไลน์ได้โดย เข้าไปที่เว็บไซต์ ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม https://govwelfare.cgd.go.th/welfare แล้วเลือกเมนู "ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการสังคม" จากนั้นกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักแล้วกดตรวจสอบ หรือ เว็บไซต์โครงการ https://welfare.mof.go.th/ ตรวจสอบข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
คลังเร่งสรุปเงื่อนไข “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ ใครจนไม่จริง หลุดจากระบบแน่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อสรุปเงื่อนไขการลงทะเบียน “โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ใหม่ทั้งหมด โดยเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบโดยเร็วที่สุด ก่อนจะให้มีการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ต่อไปปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในเบื้องต้นจะเพิ่มหลักเกณฑ์การพิจารณาใหม่ที่มีความเข้มข้นขึ้นอีก 2-3 เกณฑ์ เพื่อให้การคัดกรองผู้ที่จะถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่หลังจากนี้ เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าจะทำให้จำนวนผู้ได้รับสิทธิเหลือไม่ถึง 13.2 ล้านคนแน่นอน“เกณฑ์ใหม่นี้ ผู้ได้สิทธิจะน้อยกว่า 13.2 ล้านคนแน่นอน เพราะที่ผ่านมา สังคมพูดกันว่าคนจนไม่จริง แต่ได้ถือบัตรสวัสดิการ ครั้งนี้จึงจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยคัดกรองอย่างเข้มข้น เพื่อให้เป็นกลุ่มเป้าหมายของรัฐบาลอย่างแท้จริง”พร้อมคาดว่า ประชาชนที่หลุดจากการได้รับสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบใหม่นี้ อาจจะไปได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาว่าจะได้รับสิทธิผ่านวิธีการใดแทน ส่วนการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” 60/40 ซึ่งวันนี้ได้เปิดให้ลงทะเบียนในวันสุดท้ายจนถึงเวลา 22.00 น.นั้น เชื่อว่าจำนวน 30 ล้านสิทธิเพียงพอสำหรับทุกคน โดยล่าสุด เมื่อเวลา 11.20 น. ข้อมูลจากเว็บไซต์ “ไทยช่วยไทยพลัส” แจ้งว่า ยังมีจำนวนสิทธิคงเหลืออยู่อีก 4.18 ล้านสิทธิ โดยยังเปิดให้ลงทะเบียนได้จนถึงเวลา 22.00 น. หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิของโครงการกรณีของร้านค้าเดิมในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จำนวน 1 ล้านร้านค้า ได้เข้ามากดยืนยันสิทธิแล้วกว่า 6 แสนร้านค้า โดยเหลืออีก 3 แสนร้านค้า ที่ต้องเข้ามากดยืนยัน ขณะที่ร้านค้าลงทะเบียนใหม่ มีประมาณ 4 หมื่นร้านค้า ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยว่ามีร้านค้าอยู่จริงตามที่แจ้ง
อ่านต่อ >13

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 เริ่มคึกคักมากขึ้น หลังเข้าสู่ช่วงเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ก่อนที่ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตา คือ “นโยบาย” ของผู้สมัครแต่ละคน ว่าจะนำกรุงเทพมหานครไปในทิศทางใด ทั้งด้านการเดินทาง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และการบริหารเมืองขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน มีกำหนดขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อแถลงนโยบายการบริหารกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการครั้งแรก เวลา 17.00 – 19.30 น. โดยทีมงานระบุว่า กำหนดการอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในพื้นที่ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชู “9 ด้าน 9 ดี” เดินหน้ากรุงเทพฯ ต่อเนื่องชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงสนามในนามอิสระ พร้อมสโลแกน “กรุงเทพฯ น่าอยู่สำหรับทุกคน” โดยยังใช้กรอบนโยบาย “9 ด้าน 9 ดี” ที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม สวัสดิการ และความโปร่งใสจุดเด่นสำคัญ คือ การต่อยอดระบบ Traffy Fondue การเปิดข้อมูลเมืองผ่าน Open Data Bangkok และแนวคิด “เมือง 15 นาที” ที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการพื้นฐานได้ใกล้บ้านมากขึ้นนอกจากนี้ ยังเน้นการแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 การจัดการขยะ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวควบคู่กับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อหลายรูปแบบชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ชู “กรุงเทพง่าย ๆ”ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ใช้แนวคิด “กรุงเทพง่าย ๆ” หรือ Bangkok made easy โดยแบ่งนโยบายหลักออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ เลี้ยงครอบครัวง่าย ค้าขายง่าย เดินทางง่าย และใช้ชีวิตง่ายด้านเศรษฐกิจ เน้นลดต้นทุนผู้ค้ารายย่อย จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และลดปัญหาส่วย ขณะที่ด้านการเดินทาง เสนอระบบขนส่งที่เชื่อมต่อสะดวกมากขึ้น ทั้งทางเดิน ทางจักรยาน และข้อมูลขนส่งแบบเรียลไทม์อีกประเด็นที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญ คือ การลดขั้นตอนราชการ และผลักดันบริการดิจิทัลของ กทม. ให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น อนุชา บูรพชัยศรี ชู “เมืองฟ้าอมร and more”อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ใช้แนวคิด “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more” พร้อมวางนโยบาย 5 ด้านหลัก คือ เดินทางสะดวก เมืองสะอาด ใช้ชีวิตสบาย รายได้เพิ่ม และตรวจสอบได้ด้านการเดินทาง เสนอแนวคิดใช้ AI บริหารเส้นทางรถเมล์ และพัฒนาระบบ
อ่านต่อ >27

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนเมษายน 2569 โดยรวมชะลอตัวจากเดือนก่อน โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยรายรับภาคท่องเที่ยวปรับลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวปรับลดลง ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนลดลงตามหมวดบริการ รวมถึงหมวดสินค้าไม่คงทนทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและน้ำมันเชื้อเพลิงจากต้นทุนพลังงานที่ทำให้ค่าครองชีพปรับรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าเพิ่มขึ้นจากกล่มสินค้าเทคโนโลยีและหมวดยานยนต์ ตามอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า ในขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัว โดยผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตยังจำกัด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับมาเป็นบวก โดยปรับเพิ่มขึ้นมากจากหมวดพลังงานเป็นหลัก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเงินเพิ่มขึ้น ตามการส่งผ่านต้นทุนพลังงานไปยังหมวดอาหารสำเร็จรูปสำหรับแนวโน้มระยะต่อไป เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางต่อการบริโภคภาคเอกชนและภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ดีแนวโน้มการส่งออกและลงทุนในสินค้าเทคโนโลยียังขยายตัวต่อเนื่อง โดยมาตรการภาครัฐที่จะทยอยมีผลในระยะข้างหน้า คาดว่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม ในระยะต่อไปยังต้องติดตาม พัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง, ความสามารถในการปรับตัวของภาคธุรกิจและประชาชน, มาตรการภาครัฐ, การเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และพัฒนาการของภาวะเอลนีโญ
อ่านต่อ >11

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนมิถุนายน 2569 นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดี กรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2569 จะได้รับสิทธิ ดังนี้วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ได้รับวงเงินสิทธิเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และค่าเดินทาง (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป) ประกอบด้วย-วงเงินซื้อสินค้า 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 4 เดือน (มิ.ย. - ก.ย. 69)-วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 69)-วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน (ได้แก่ บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ) วันที่ 19 มิถุนายน 2569-ได้รับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือนสำหรับผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน (โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้มีสิทธิ หรือบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท) หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 0 2109 2345 หรือ Call Center กรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการช่องทางตรวจสอบสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐผู้ถือบัตร หรือผู้ที่ต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่า ได้รับสิทธิหรือไม่ ตรวจสอบออนไลน์ได้โดย เข้าไปที่เว็บไซต์ ระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม https://govwelfare.cgd.go.th/welfare แล้วเลือกเมนู "ตรวจสอบสิทธิสวัสดิการสังคม" จากนั้นกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักแล้วกดตรวจสอบ หรือ เว็บไซต์โครงการ https://welfare.mof.go.th/ ตรวจสอบข้อมูลได้ที่ เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
คลังเร่งสรุปเงื่อนไข “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ ใครจนไม่จริง หลุดจากระบบแน่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายวันนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อสรุปเงื่อนไขการลงทะเบียน “โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ใหม่ทั้งหมด โดยเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบโดยเร็วที่สุด ก่อนจะให้มีการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ต่อไปปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในเบื้องต้นจะเพิ่มหลักเกณฑ์การพิจารณาใหม่ที่มีความเข้มข้นขึ้นอีก 2-3 เกณฑ์ เพื่อให้การคัดกรองผู้ที่จะถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่หลังจากนี้ เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ซึ่งคาดว่าจะทำให้จำนวนผู้ได้รับสิทธิเหลือไม่ถึง 13.2 ล้านคนแน่นอน“เกณฑ์ใหม่นี้ ผู้ได้สิทธิจะน้อยกว่า 13.2 ล้านคนแน่นอน เพราะที่ผ่านมา สังคมพูดกันว่าคนจนไม่จริง แต่ได้ถือบัตรสวัสดิการ ครั้งนี้จึงจะใช้เทคโนโลยีมาช่วยคัดกรองอย่างเข้มข้น เพื่อให้เป็นกลุ่มเป้าหมายของรัฐบาลอย่างแท้จริง”พร้อมคาดว่า ประชาชนที่หลุดจากการได้รับสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบใหม่นี้ อาจจะไปได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาว่าจะได้รับสิทธิผ่านวิธีการใดแทน ส่วนการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” 60/40 ซึ่งวันนี้ได้เปิดให้ลงทะเบียนในวันสุดท้ายจนถึงเวลา 22.00 น.นั้น เชื่อว่าจำนวน 30 ล้านสิทธิเพียงพอสำหรับทุกคน โดยล่าสุด เมื่อเวลา 11.20 น. ข้อมูลจากเว็บไซต์ “ไทยช่วยไทยพลัส” แจ้งว่า ยังมีจำนวนสิทธิคงเหลืออยู่อีก 4.18 ล้านสิทธิ โดยยังเปิดให้ลงทะเบียนได้จนถึงเวลา 22.00 น. หรือจนกว่าจะครบจำนวนสิทธิของโครงการกรณีของร้านค้าเดิมในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” จำนวน 1 ล้านร้านค้า ได้เข้ามากดยืนยันสิทธิแล้วกว่า 6 แสนร้านค้า โดยเหลืออีก 3 แสนร้านค้า ที่ต้องเข้ามากดยืนยัน ขณะที่ร้านค้าลงทะเบียนใหม่ มีประมาณ 4 หมื่นร้านค้า ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยว่ามีร้านค้าอยู่จริงตามที่แจ้ง
อ่านต่อ >13

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2569 เริ่มคึกคักมากขึ้น หลังเข้าสู่ช่วงเปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ก่อนที่ประชาชนชาวกรุงเทพมหานครจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตา คือ “นโยบาย” ของผู้สมัครแต่ละคน ว่าจะนำกรุงเทพมหานครไปในทิศทางใด ทั้งด้านการเดินทาง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และการบริหารเมืองขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน มีกำหนดขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อแถลงนโยบายการบริหารกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการครั้งแรก เวลา 17.00 – 19.30 น. โดยทีมงานระบุว่า กำหนดการอาจปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในพื้นที่ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชู “9 ด้าน 9 ดี” เดินหน้ากรุงเทพฯ ต่อเนื่องชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ลงสนามในนามอิสระ พร้อมสโลแกน “กรุงเทพฯ น่าอยู่สำหรับทุกคน” โดยยังใช้กรอบนโยบาย “9 ด้าน 9 ดี” ที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม สวัสดิการ และความโปร่งใสจุดเด่นสำคัญ คือ การต่อยอดระบบ Traffy Fondue การเปิดข้อมูลเมืองผ่าน Open Data Bangkok และแนวคิด “เมือง 15 นาที” ที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงบริการพื้นฐานได้ใกล้บ้านมากขึ้นนอกจากนี้ ยังเน้นการแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 การจัดการขยะ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวควบคู่กับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อหลายรูปแบบชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ชู “กรุงเทพง่าย ๆ”ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ใช้แนวคิด “กรุงเทพง่าย ๆ” หรือ Bangkok made easy โดยแบ่งนโยบายหลักออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ เลี้ยงครอบครัวง่าย ค้าขายง่าย เดินทางง่าย และใช้ชีวิตง่ายด้านเศรษฐกิจ เน้นลดต้นทุนผู้ค้ารายย่อย จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย และลดปัญหาส่วย ขณะที่ด้านการเดินทาง เสนอระบบขนส่งที่เชื่อมต่อสะดวกมากขึ้น ทั้งทางเดิน ทางจักรยาน และข้อมูลขนส่งแบบเรียลไทม์อีกประเด็นที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญ คือ การลดขั้นตอนราชการ และผลักดันบริการดิจิทัลของ กทม. ให้ประชาชนเข้าถึงง่ายขึ้น อนุชา บูรพชัยศรี ชู “เมืองฟ้าอมร and more”อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ใช้แนวคิด “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more” พร้อมวางนโยบาย 5 ด้านหลัก คือ เดินทางสะดวก เมืองสะอาด ใช้ชีวิตสบาย รายได้เพิ่ม และตรวจสอบได้ด้านการเดินทาง เสนอแนวคิดใช้ AI บริหารเส้นทางรถเมล์ และพัฒนาระบบ
อ่านต่อ >27