
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล คืนร่างผู้เสียชีวิตเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 28 รายวันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติ จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่บริเวณโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 30 ราย โดยมี พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ รายงานความคืบหน้าทั้งนี้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวรวม 30 ร่าง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ บุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 28 ร่าง และได้ทำการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติแล้ว 23 ร่าง ผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นร่างผู้เสียชีวิตเพศหญิงที่ยังไม่มีญาติมาติดต่อแสดงตน ทำให้กระบวนการตรวจเปรียบเทียบยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ติดต่อด่วน หากสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหายพล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน หากท่านใดมีสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหาย และสงสัยว่าอาจเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อเพื่อขอรับการตรวจเปรียบเทียบบุคคลได้ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเร่งดำเนินการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และรับมอบร่างนำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป
อ่านต่อ >30

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือมีความเหมาะสมและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ปรับ 2 เกณฑ์หลัก คัดกรองผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐการปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้มีสาระสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ยกเลิกเกณฑ์กรณีบุตรนำชื่อบิดา-มารดามาประกอบการพิจารณา ในการขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนำหนี้เกษตรกรมารวมคำนวณกับเกณฑ์หนี้สินไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อใช้เป็นเกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิเพิ่มกลุ่มเปราะบาง 5.4 ล้านคน รวมผู้มีสิทธิกว่า 18.8 ล้านรายครม.ยังเห็นชอบให้นำ กลุ่มเปราะบางจำนวน 5.4 ล้านคน เข้าร่วมพิจารณารับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เมื่อรวมกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม 13.2 ล้านคน จะทำให้มีผู้ได้รับการพิจารณาสิทธิรวมประมาณ 18.8 ล้านคนประกาศผล 17 ก.ค. ผู้ถือบัตรเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะประชุมรอบสุดท้ายในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ก่อนประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569สำหรับผู้ผ่านการพิจารณา แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ รวมถึงกรณีมอบอำนาจใช้สิทธิ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ ต้องยืนยันตัวตนการยืนยันตัวตนสามารถดำเนินการได้ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตังหรือที่สาขาธนาคารของรัฐ 5 แห่ง เช่นเดียวกับการยืนยันสิทธิในรอบที่ผ่านมา ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์อุทธรณ์ได้ 17-31 ก.ค.สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณา กระทรวงการคลังจะเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569จากนั้นจะประกาศผลอุทธรณ์ในวันที่ 14 กันยายน 2569 และผู้ที่ผ่านการอุทธรณ์จะต้องยืนยันตัวตนเช่นเดียวกับผู้ผ่านรอบแรกทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิรายใหม่ รวมถึงผู้ผ่านการอุทธรณ์ จะเริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569ผู้ถือบัตรเดิมใช้สิทธิได้ 1 ส.ค. 69ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ซึ่งไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ จะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไปเช็กผลบัตรสวัสดิการแห่ง
อ่านต่อ >40

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณ บำนาญชราภาพประกันสังคม ด้วย สูตร CARE โดยมีเป้าหมายยกระดับความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้ประกันตน สะท้อนระยะเวลาการส่งเงินสมทบและรายได้ตลอดอายุการทำงาน พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมในระยะยาวนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การปรับสูตรครั้งนี้จะทำให้การคำนวณสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำจากการเปลี่ยนแปลงรายได้ในช่วงท้ายของการทำงาน ประกันสังคมสูตร CARE เปลี่ยนอะไรบ้าง?สำนักงานประกันสังคมระบุว่า การปรับปรุงครั้งนี้มีสาระสำคัญหลายด้าน ดังนี้ผู้ส่งเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือน ได้รับเงินบำเหน็จมากขึ้นเดิมผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของตนเองแต่ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ จะได้รับเงินบำเหน็จจากเงินสมทบของผู้ประกันตนเงินสมทบจากนายจ้างผลประโยชน์ตอบแทนจากกองทุนโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปคำนวณสิทธิผู้ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือนละเอียดขึ้นเดิมผู้ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับอัตราเพิ่ม 1.5% ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือน และไม่นำเศษเดือนมาคิดสูตรใหม่จะเปลี่ยนเป็นคิดเพิ่ม 0.125% ต่อเดือน ตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริง ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาการส่งเงินสมทบมากขึ้นใช้รายได้เฉลี่ยตลอดอายุงานคำนวณเงินบำนาญถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของสูตร CAREจากเดิมใช้ ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณเปลี่ยนเป็นใช้ ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยนำค่าจ้างในอดีตมาปรับเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันก่อนนำมาคำนวณแนวทางดังกล่าวช่วยลดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบของผู้ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงในช่วงท้ายของการทำงาน และสะท้อนรายได้ตลอดอาชีพได้มากขึ้น มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อไม่ให้ผู้ที่กำลังจะเกษียณได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนสูตรคำนวณ ประกันสังคมกำหนดมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีหากคำนวณตามสูตร CARE แล้วได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าสูตรเดิม จะได้รับเงินชดเชย ดังนี้ปีที่ 1 ชดเชย 100%ปีที่ 2 ชดเชย 80%ปีที่ 3 ชดเชย 60%ปีที่ 4 ชดเชย 40%ปีที่ 5 ชดเชย 20%หลังจากนั้นจะใช้สูตรใหม่เต็มรูปแบบผู้รับบำนาญเดิม หากได้เพิ่มจะปรับให้ทันทีสำห
อ่านต่อ >16

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนยิมวิทยา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 13.48 น. ตามเวลาในไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 5.2 มีศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 361 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์นี้ กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานว่า เบื้องต้นเหตุแผ่นดินไหวไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเหตุแผ่นระบบ Cell Broadcast ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล คืนร่างผู้เสียชีวิตเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 28 รายวันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติ จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่บริเวณโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 30 ราย โดยมี พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ รายงานความคืบหน้าทั้งนี้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวรวม 30 ร่าง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ บุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 28 ร่าง และได้ทำการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติแล้ว 23 ร่าง ผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นร่างผู้เสียชีวิตเพศหญิงที่ยังไม่มีญาติมาติดต่อแสดงตน ทำให้กระบวนการตรวจเปรียบเทียบยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ติดต่อด่วน หากสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหายพล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน หากท่านใดมีสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหาย และสงสัยว่าอาจเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อเพื่อขอรับการตรวจเปรียบเทียบบุคคลได้ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเร่งดำเนินการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และรับมอบร่างนำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป
อ่านต่อ >30

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือมีความเหมาะสมและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ปรับ 2 เกณฑ์หลัก คัดกรองผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐการปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้มีสาระสำคัญ 2 ประเด็น ได้แก่ยกเลิกเกณฑ์กรณีบุตรนำชื่อบิดา-มารดามาประกอบการพิจารณา ในการขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนำหนี้เกษตรกรมารวมคำนวณกับเกณฑ์หนี้สินไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อใช้เป็นเกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิเพิ่มกลุ่มเปราะบาง 5.4 ล้านคน รวมผู้มีสิทธิกว่า 18.8 ล้านรายครม.ยังเห็นชอบให้นำ กลุ่มเปราะบางจำนวน 5.4 ล้านคน เข้าร่วมพิจารณารับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เมื่อรวมกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม 13.2 ล้านคน จะทำให้มีผู้ได้รับการพิจารณาสิทธิรวมประมาณ 18.8 ล้านคนประกาศผล 17 ก.ค. ผู้ถือบัตรเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตนที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม จะประชุมรอบสุดท้ายในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ก่อนประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569สำหรับผู้ผ่านการพิจารณา แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ รวมถึงกรณีมอบอำนาจใช้สิทธิ ทั้งรายเดิมและรายใหม่ ต้องยืนยันตัวตนการยืนยันตัวตนสามารถดำเนินการได้ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตังหรือที่สาขาธนาคารของรัฐ 5 แห่ง เช่นเดียวกับการยืนยันสิทธิในรอบที่ผ่านมา ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์อุทธรณ์ได้ 17-31 ก.ค.สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณา กระทรวงการคลังจะเปิดให้ยื่นอุทธรณ์ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569จากนั้นจะประกาศผลอุทธรณ์ในวันที่ 14 กันยายน 2569 และผู้ที่ผ่านการอุทธรณ์จะต้องยืนยันตัวตนเช่นเดียวกับผู้ผ่านรอบแรกทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิรายใหม่ รวมถึงผู้ผ่านการอุทธรณ์ จะเริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569ผู้ถือบัตรเดิมใช้สิทธิได้ 1 ส.ค. 69ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม ซึ่งไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ จะสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไปเช็กผลบัตรสวัสดิการแห่ง
อ่านต่อ >40

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณ บำนาญชราภาพประกันสังคม ด้วย สูตร CARE โดยมีเป้าหมายยกระดับความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้ประกันตน สะท้อนระยะเวลาการส่งเงินสมทบและรายได้ตลอดอายุการทำงาน พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมในระยะยาวนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การปรับสูตรครั้งนี้จะทำให้การคำนวณสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำจากการเปลี่ยนแปลงรายได้ในช่วงท้ายของการทำงาน ประกันสังคมสูตร CARE เปลี่ยนอะไรบ้าง?สำนักงานประกันสังคมระบุว่า การปรับปรุงครั้งนี้มีสาระสำคัญหลายด้าน ดังนี้ผู้ส่งเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือน ได้รับเงินบำเหน็จมากขึ้นเดิมผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของตนเองแต่ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ จะได้รับเงินบำเหน็จจากเงินสมทบของผู้ประกันตนเงินสมทบจากนายจ้างผลประโยชน์ตอบแทนจากกองทุนโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปคำนวณสิทธิผู้ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือนละเอียดขึ้นเดิมผู้ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับอัตราเพิ่ม 1.5% ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือน และไม่นำเศษเดือนมาคิดสูตรใหม่จะเปลี่ยนเป็นคิดเพิ่ม 0.125% ต่อเดือน ตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริง ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาการส่งเงินสมทบมากขึ้นใช้รายได้เฉลี่ยตลอดอายุงานคำนวณเงินบำนาญถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของสูตร CAREจากเดิมใช้ ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณเปลี่ยนเป็นใช้ ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยนำค่าจ้างในอดีตมาปรับเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันก่อนนำมาคำนวณแนวทางดังกล่าวช่วยลดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบของผู้ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงในช่วงท้ายของการทำงาน และสะท้อนรายได้ตลอดอาชีพได้มากขึ้น มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อไม่ให้ผู้ที่กำลังจะเกษียณได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนสูตรคำนวณ ประกันสังคมกำหนดมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีหากคำนวณตามสูตร CARE แล้วได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าสูตรเดิม จะได้รับเงินชดเชย ดังนี้ปีที่ 1 ชดเชย 100%ปีที่ 2 ชดเชย 80%ปีที่ 3 ชดเชย 60%ปีที่ 4 ชดเชย 40%ปีที่ 5 ชดเชย 20%หลังจากนั้นจะใช้สูตรใหม่เต็มรูปแบบผู้รับบำนาญเดิม หากได้เพิ่มจะปรับให้ทันทีสำห
อ่านต่อ >16

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนยิมวิทยา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 13.48 น. ตามเวลาในไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 5.2 มีศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 361 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์นี้ กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานว่า เบื้องต้นเหตุแผ่นดินไหวไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเหตุแผ่นระบบ Cell Broadcast ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล คืนร่างผู้เสียชีวิตเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 28 รายวันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติ จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่บริเวณโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 30 ราย โดยมี พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ รายงานความคืบหน้าทั้งนี้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวรวม 30 ร่าง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ บุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 28 ร่าง และได้ทำการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติแล้ว 23 ร่าง ผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นร่างผู้เสียชีวิตเพศหญิงที่ยังไม่มีญาติมาติดต่อแสดงตน ทำให้กระบวนการตรวจเปรียบเทียบยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ติดต่อด่วน หากสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหายพล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน หากท่านใดมีสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหาย และสงสัยว่าอาจเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อเพื่อขอรับการตรวจเปรียบเทียบบุคคลได้ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเร่งดำเนินการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และรับมอบร่างนำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป
อ่านต่อ >30