
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการรับมือยาเสพติดและอาชญากรรมที่เชื่อมโยงข้ามพรมแดน ล่าสุดส่งคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าหารือกับตำรวจมาเลเซีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างสองประเทศเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อพบกับ ตัน สรี โมฮัด คาลิด บิน อิสเมล ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย รวมถึง ดาโต๊ะ สรี อิบราฮิม บิน ดารุส ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมาเลเซีย และคณะผู้บริหารตำรวจมาเลเซีย ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย โดยข้อมูลการเดินทางและรายชื่อผู้เข้าหารือตรงกับรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 คณะผู้แทนตำรวจไทยประกอบด้วย พล.ต.ท.ยสวินท์ หรรษมนตร์ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ต.อ.ทรงเอก พัชรวิชญ์ รองผู้บังคับการกองการต่างประเทศ และ พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประเด็นสำคัญของการหารือมุ่งไปที่การประสานความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจมาเลเซียใน 2 ด้าน ได้แก่ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการประสานงานเกี่ยวกับการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศ ภารกิจดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของ พล.ต.อ.สำราญ ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่รอง ผบ.ตร. และรับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีแนวทางขยายผลเครือข่ายยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการการพบปะครั้งนี้เป็นอีกขั้นของการรักษาช่องทางประสานงานโดยตรงระหว่างหน่วยงานตำรวจไทยและมาเลเซีย ซึ่งมีพรมแดนเชื่อมต่อกัน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ของไทย การเพิ่มความร่วมมือด้านข้อมูลและกระบวนการบังคับใช้กฎหมายจะสนับสนุนการรับมือเครือข่ายยาเสพติดและผู้กระทำผิดที่เคลื่อนย้ายข้ามประเทศได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
อ่านต่อ >10

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เดินหน้าลดภาระค่าครองชีพประชาชน เตรียมเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทุกสาย นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลมุ่งลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนโดยระบบขนส่งสาธารณะ และเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างระบบ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นนางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เห็นชอบมาตรการกำหนดอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิม มีอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสาย ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมพิจารณาเตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบและอุปกรณ์ รวมถึงเงื่อนไขทางธุรกิจ โดยกำหนดให้ EMV Contactless เป็นระบบหลักในการเดินทาง ครอบคลุมบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม เร่งติดตั้งและปรับปรุงอุปกรณ์ในระบบรถไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้มาตรการอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเริ่มให้บริการในวันที่ 1 มกราคม 2570 นอกจากนี้ ยังได้กำหนดแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาระบบและอุปกรณ์ จัดทำหลักเกณฑ์การคำนวณค่าโดยสารและการคืนเงินส่วนต่าง รวมถึงกำหนดแนวทางคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร การรับเรื่องร้องเรียน และการทดสอบระบบร่วมกันก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อให้การดำเนินมาตรการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน “สำหรับการคิดค่าโดยสาร เบื้องต้นจะเรียกเก็บตามมูลค่าการเดินทางจริง และหากค่าโดยสารเกินอัตราสูงสุด 45 บาท ภาครัฐจะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างให้แก่ผู้โดยสาร ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือบัญชีบัตรที่ใช้ในการเดินทาง ภายใน 3 วันทำการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
อ่านต่อ >10

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รับรายงานเกิดเหตุดินและหินสไลด์ทับผิวทาง ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งได้เกิดเหตุบริเวณเส้นทางหลวงหมายเลข 12 ตอนน้ำดุก-ห้วยซำมะคาว ที่ กม.373+400 ทำให้ดินสไลด์ลงมาปิดเส้นทางจราจร 1 ช่องทาง จังหวัดเพชรบูรณ์ แขวงทางหลวงที่ 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเครื่องจักรฯ เข้าเคลียร์พื้นที่ และอำนวยการจราจรแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอแนะให้ประชาชน ที่จำเป็นต้องเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวให้ใช้ความระมัดระวัง ลดความเร็ว และปฏิบัติตามป้ายแจ้งเตือน และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ฝนที่ตกหนักยังทำให้เกิดน้ำท่วมในอำเภอหล่มเก่า ตำบลหล่มเก่า ตำบลบ้านเนิน ตำบลวังบาล และตำบลตาดกลอย จำนวน 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20 ครัวเรือน ส่วนที่อำเภอหล่มสัก แม่น้ำป่าสักได้ล้นตลิ่ง ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 36 เซนติเมตร และเอ่อเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ที่ชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนบ้านไร่ ตำบลตาลเดี่ยว และตำบลหนองไขว่ นอกจากนี้ ยังเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน สะพาน และถนน ในตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก รวม 12 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 300 หลังคาเรือน จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก ปภ. อาสาสมัครมูลนิธิ อส. อปพร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือ ปัจจุบันระดับน้ำเริ่มลดลง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง สถานการณ์จะคลี่คลาย
อ่านต่อ >10

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
พยากรณ์อากาศ 7 วัน 19 – 25 ก.ย. 2569กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วัน 19 – 25 ก.ย. 2569 โดยในช่วงวันที่ 19 - 20 ก.ย. 69 ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณกลางและภาคใต้ ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวมะตะบันขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 21 - 25 ก.ย. 69 ประเทศไทยฝนลดลงแต่มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 25 ก.ย. 69 ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณอ่าวมะตะบันมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและเคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวมะตะบันตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรข้อควรระวังในช่วงวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2569 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออากจากฝั่งในช่วงวันที่ 19 - 20 ก.ย. 69 คาดหมายอากาศรายภาค 19 - 25 ก.ย. 2569ภาคเหนือในช่วงวันที่ 19 - 20 ก.ย. 69 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 21 - 22 ก.ย. 69 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ส่วนในช่ว
อ่านต่อ >10

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการรับมือยาเสพติดและอาชญากรรมที่เชื่อมโยงข้ามพรมแดน ล่าสุดส่งคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าหารือกับตำรวจมาเลเซีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างสองประเทศเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อพบกับ ตัน สรี โมฮัด คาลิด บิน อิสเมล ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย รวมถึง ดาโต๊ะ สรี อิบราฮิม บิน ดารุส ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมาเลเซีย และคณะผู้บริหารตำรวจมาเลเซีย ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย โดยข้อมูลการเดินทางและรายชื่อผู้เข้าหารือตรงกับรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 คณะผู้แทนตำรวจไทยประกอบด้วย พล.ต.ท.ยสวินท์ หรรษมนตร์ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ต.อ.ทรงเอก พัชรวิชญ์ รองผู้บังคับการกองการต่างประเทศ และ พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประเด็นสำคัญของการหารือมุ่งไปที่การประสานความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจมาเลเซียใน 2 ด้าน ได้แก่ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการประสานงานเกี่ยวกับการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศ ภารกิจดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของ พล.ต.อ.สำราญ ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่รอง ผบ.ตร. และรับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีแนวทางขยายผลเครือข่ายยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการการพบปะครั้งนี้เป็นอีกขั้นของการรักษาช่องทางประสานงานโดยตรงระหว่างหน่วยงานตำรวจไทยและมาเลเซีย ซึ่งมีพรมแดนเชื่อมต่อกัน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ของไทย การเพิ่มความร่วมมือด้านข้อมูลและกระบวนการบังคับใช้กฎหมายจะสนับสนุนการรับมือเครือข่ายยาเสพติดและผู้กระทำผิดที่เคลื่อนย้ายข้ามประเทศได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
อ่านต่อ >10

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เดินหน้าลดภาระค่าครองชีพประชาชน เตรียมเชื่อมต่อรถไฟฟ้าทุกสาย นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลมุ่งลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนโดยระบบขนส่งสาธารณะ และเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างระบบ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้นนางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เห็นชอบมาตรการกำหนดอัตราค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิม มีอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าแต่ละสาย ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมพิจารณาเตรียมความพร้อมทั้งด้านระบบและอุปกรณ์ รวมถึงเงื่อนไขทางธุรกิจ โดยกำหนดให้ EMV Contactless เป็นระบบหลักในการเดินทาง ครอบคลุมบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรแมงมุม เร่งติดตั้งและปรับปรุงอุปกรณ์ในระบบรถไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้มาตรการอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเริ่มให้บริการในวันที่ 1 มกราคม 2570 นอกจากนี้ ยังได้กำหนดแนวทางให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพัฒนาระบบและอุปกรณ์ จัดทำหลักเกณฑ์การคำนวณค่าโดยสารและการคืนเงินส่วนต่าง รวมถึงกำหนดแนวทางคุ้มครองสิทธิผู้โดยสาร การรับเรื่องร้องเรียน และการทดสอบระบบร่วมกันก่อนเปิดให้บริการจริง เพื่อให้การดำเนินมาตรการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน “สำหรับการคิดค่าโดยสาร เบื้องต้นจะเรียกเก็บตามมูลค่าการเดินทางจริง และหากค่าโดยสารเกินอัตราสูงสุด 45 บาท ภาครัฐจะดำเนินการคืนเงินส่วนต่างให้แก่ผู้โดยสาร ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือบัญชีบัตรที่ใช้ในการเดินทาง ภายใน 3 วันทำการ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” นางสาวพลอยทะเล ระบุ
อ่านต่อ >10

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันที่ 19 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รับรายงานเกิดเหตุดินและหินสไลด์ทับผิวทาง ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งได้เกิดเหตุบริเวณเส้นทางหลวงหมายเลข 12 ตอนน้ำดุก-ห้วยซำมะคาว ที่ กม.373+400 ทำให้ดินสไลด์ลงมาปิดเส้นทางจราจร 1 ช่องทาง จังหวัดเพชรบูรณ์ แขวงทางหลวงที่ 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเครื่องจักรฯ เข้าเคลียร์พื้นที่ และอำนวยการจราจรแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอแนะให้ประชาชน ที่จำเป็นต้องเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวให้ใช้ความระมัดระวัง ลดความเร็ว และปฏิบัติตามป้ายแจ้งเตือน และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ ฝนที่ตกหนักยังทำให้เกิดน้ำท่วมในอำเภอหล่มเก่า ตำบลหล่มเก่า ตำบลบ้านเนิน ตำบลวังบาล และตำบลตาดกลอย จำนวน 7 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 20 ครัวเรือน ส่วนที่อำเภอหล่มสัก แม่น้ำป่าสักได้ล้นตลิ่ง ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 36 เซนติเมตร และเอ่อเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ที่ชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนบ้านไร่ ตำบลตาลเดี่ยว และตำบลหนองไขว่ นอกจากนี้ ยังเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน สะพาน และถนน ในตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก รวม 12 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 300 หลังคาเรือน จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอหล่มเก่า อำเภอหล่มสัก ปภ. อาสาสมัครมูลนิธิ อส. อปพร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือ ปัจจุบันระดับน้ำเริ่มลดลง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง สถานการณ์จะคลี่คลาย
อ่านต่อ >10

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
พยากรณ์อากาศ 7 วัน 19 – 25 ก.ย. 2569กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วัน 19 – 25 ก.ย. 2569 โดยในช่วงวันที่ 19 - 20 ก.ย. 69 ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณกลางและภาคใต้ ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวมะตะบันขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 21 - 25 ก.ย. 69 ประเทศไทยฝนลดลงแต่มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 25 ก.ย. 69 ประเทศไทยมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณอ่าวมะตะบันมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงและเคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวมะตะบันตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรข้อควรระวังในช่วงวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2569 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออากจากฝั่งในช่วงวันที่ 19 - 20 ก.ย. 69 คาดหมายอากาศรายภาค 19 - 25 ก.ย. 2569ภาคเหนือในช่วงวันที่ 19 - 20 ก.ย. 69 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 - 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 21 - 22 ก.ย. 69 มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 - 60 ของพื้นที่ส่วนในช่ว
อ่านต่อ >10

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการรับมือยาเสพติดและอาชญากรรมที่เชื่อมโยงข้ามพรมแดน ล่าสุดส่งคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าหารือกับตำรวจมาเลเซีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างสองประเทศเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อพบกับ ตัน สรี โมฮัด คาลิด บิน อิสเมล ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย รวมถึง ดาโต๊ะ สรี อิบราฮิม บิน ดารุส ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมาเลเซีย และคณะผู้บริหารตำรวจมาเลเซีย ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย โดยข้อมูลการเดินทางและรายชื่อผู้เข้าหารือตรงกับรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2569 คณะผู้แทนตำรวจไทยประกอบด้วย พล.ต.ท.ยสวินท์ หรรษมนตร์ ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ต.อ.ทรงเอก พัชรวิชญ์ รองผู้บังคับการกองการต่างประเทศ และ พ.ต.อ.กรกฎ โปชยะวณิช รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประเด็นสำคัญของการหารือมุ่งไปที่การประสานความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจมาเลเซียใน 2 ด้าน ได้แก่ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และการประสานงานเกี่ยวกับการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศ ภารกิจดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของ พล.ต.อ.สำราญ ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่รอง ผบ.ตร. และรับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีแนวทางขยายผลเครือข่ายยาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการการพบปะครั้งนี้เป็นอีกขั้นของการรักษาช่องทางประสานงานโดยตรงระหว่างหน่วยงานตำรวจไทยและมาเลเซีย ซึ่งมีพรมแดนเชื่อมต่อกัน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ของไทย การเพิ่มความร่วมมือด้านข้อมูลและกระบวนการบังคับใช้กฎหมายจะสนับสนุนการรับมือเครือข่ายยาเสพติดและผู้กระทำผิดที่เคลื่อนย้ายข้ามประเทศได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
อ่านต่อ >10