
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ระบุว่า “ฟ้าผ่า” เกิดจากการสะสมของประจุ ไฟฟ้าภายในเมฆฝนฟ้าคะนอง จนเกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าขนาดมหาศาลระหว่างเมฆกับพื้นดิน ประจุลบที่ฐานเมฆจะดึงดูดประจุบวกบนพื้นโลก เมื่อประจุมีปริมาณมากพอจะเอาชนะฉนวนของอากาศจะเกิดการปล่อยประจุพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่ออยู่กลางแจ้งในพื้นที่เปิดโล่ง ฟ้าผ่ามักจะวิ่งเข้าหาคนเพราะคนกลายเป็นวัตถุที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ซึ่งช่วยลดระยะทางที่กระแสไฟฟ้าต้องเดินทางผ่านอากาศที่เป็นฉนวน กระบวนการนี้เกิดขึ้นมาจากหลักการทางฟิสิกส์และพฤติกรรมของกระแสไฟฟ้า สาเหตุที่มนุษย์กลางแจ้งจึงตกเป็นเป้าหมายของฟ้าผ่า เนื่องจากเส้นทางที่มีความต้านทานต่ำสุด (Path of Least Resistance) อากาศปกติทำหน้าที่เป็นฉนวนต้านทานไฟฟ้าที่หนาแน่นมาก เมื่อประจุไฟฟ้าในก้อนเมฆและบนพื้นดินมีปริมาณสูงมากพอ กระแสไฟฟ้าจะมองหาเส้นทางที่ผ่านอากาศสั้นที่สุดเพื่อถ่ายเทประจุลงดิน ตัวมนุษย์ที่ยืนสูงเด่นขึ้นมาจึงช่วยร่นระยะทางของอากาศลง และเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักยังนำไฟฟ้าได้ดีกว่าอากาศโดยรอบ การส่งประจุขึ้นไปปะทะกัน (Upward Streamers) โดยก้อนเมฆส่งประจุลบ (Step Leader)แตกแขนงลงมาใกล้พื้นดิน ประจุบวกบนพื้นดินจะเคลื่อนที่ขึ้นไปสะสมอยู่บนวัตถุที่สูงและโดดเดี่ยว เช่น ต้นไม้ เสาไฟ หรือแม้แต่ตัวมนุษย์ ประจุบวกนี้จะพุ่งยื่นขึ้นไปในอากาศเรียกว่า "ลำประจุขึ้น" (Upward Streamer) เมื่อลำประจุจากร่างกายของเราพุ่งไปเชื่อมต่อกับประจุลบที่ลงมาจากเมฆได้สำเร็จวงจรไฟฟ้าจะสมบูรณ์และเกิดเป็นสายฟ้าผ่าลงมาทันที อย่างไรก็ตามยังคงมความเข้าใจผิดเรื่องโลหะอยู่ ซึ่งความจริงแล้วโลหะบนร่างกายไม่ได้เพิ่มแรงดึงดูดให้ฟ้าผ่าลงที่คุณมากกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้นโลหะยังคงเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม ดังนั้นหากถูกผ่ามันจะนำกระแสไฟฟ้าและสร้างความร้อนจนทำให้เกิดแผลไหม้บนร่างกายรุนแรงได้ สำหรับวิธีการเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่กลางแจ้งท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองและเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องหรือเห็นพายุตั้งเค้าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของ NWS หรือNational Weather Service ให้รีบหาที่หลบภัยที่ปลอดภัย โดยเข้าไปในอาคารปิดที่มั่นคงหรือเข้าไปนั่งในรถยนต์ที่เป็นโครงโลหะปิดมิดชิด ไฟฟ้าจะวิ่งอ
อ่านต่อ >16

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยและตำรวจญี่ปุ่นสามารถจับกุมชายชาวญี่ปุ่นวัย 39 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายสำคัญของญี่ปุ่นได้ในพื้นที่ย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร หลังพบมีหมายจับจากศาลเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ในคดีฉ้อโกงประชาชนสร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านเยนการจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อติดตามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติจากการสืบสวนของทางการญี่ปุ่น พบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นหัวหน้าขบวนการที่ควบคุมการดำเนินงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และมีเครือข่ายเชื่อมโยงหลายประเทศในภูมิภาค โดยใช้วิธีหลอกลวงเหยื่อชาวญี่ปุ่นผ่านระบบโทรศัพท์และช่องทางออนไลน์ ต่อมา ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการสืบสวนติดตาม กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถระบุตำแหน่งและเข้าจับกุมตัวได้ในพื้นที่ย่านทองหล่อ หลังพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทยพร้อมครอบครัวข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นยังระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการ และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการนำพาและบังคับบุคคลให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเข้าข่ายความผิดด้านการค้ามนุษย์ข้ามชาติที่หลายประเทศกำลังร่วมกันปราบปราม พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศพันธมิตรมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการและหัวหน้าเครือข่ายสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพผู้ต้องหาจะถูกดำเนินกระบวนการตามกฎหมายและเตรียมส่งตัวกลับประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
อ่านต่อ >12

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
กระทรวงการคลังยืนยันเดินหน้าคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมชี้แจงว่าไม่มีนโยบายตรวจสอบภาษีย้อนหลังตามที่สังคมกังวล ขณะเดียวกันรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยอาจนำโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” มาใช้รองรับในอนาคตนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังไม่ได้มีแนวคิดหรือคำสั่งให้ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง กรณีผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา โดยยืนยันว่าหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่มีความชัดเจนอยู่แล้ว และจะดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดต่อไปสำหรับการคัดกรองรอบใหม่นี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนที่มีความจำเป็นมากที่สุด โดยยึดหลักว่าผู้ได้รับสิทธิควรเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ขาดผู้ดูแลอย่างแท้จริง ขณะที่ประชาชนกลุ่มอื่นซึ่งยังมีความจำเป็นแต่ไม่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว รัฐบาลจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นเพิ่มเติมในส่วนข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดา กระทรวงการคลังได้ขอให้กรมสรรพากรรวบรวมข้อมูลผู้ใช้สิทธิลดหย่อนจากผู้ยื่นแบบภาษีทั้งหมดประมาณ 11 ล้านราย เพื่อนำมาตรวจสอบความสอดคล้องกับฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น ไม่ใช่การตรวจสอบภาษีย้อนหลังแต่อย่างใด โดยคาดว่าผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าวมีจำนวนไม่มาก นายลวรณ ระบุว่า เกณฑ์ที่คาดว่าจะส่งผลต่อผู้ลงทะเบียนมากที่สุดคือเรื่องภาระหนี้สิน เนื่องจากมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับเครดิตบูโร ซึ่งผู้ที่มีหนี้ในระบบเกิน 100,000 บาท อาจถูกพิจารณาว่ามีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบการเงินอยู่แล้วนอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังให้ความสำคัญกับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง โดยหากมีการใช้สิทธิอุปการะบิดามารดา ผู้ใช้สิทธิควรมีการดูแลตามข้อเท็จจริง เพราะการยื่นภาษีเป็นการรับรองข้อมูลด้วยตนเอง หากข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงอาจส่งผลต่อการใช้สิทธิในปีภาษีถัดไปปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า เมื่อมีการประกาศผลคัดกรอง ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะสามารถทราบเหตุผลได้ทันทีว่าไม่ผ่านในเงื่อนไขใด เพื่อเปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมสำหรับกรณีผู้สูงอายุหรือกลุ่มเปราะบางที่อาจตกหล่นจากระบบ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานในพื้นที่จะร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำเข้
อ่านต่อ >19

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ดาวา เชอร์ปา ไกด้ท้องถิ่นปีนเชาเอเวอเรสต์วัย 52 ปี ที่รอดชีวิตจากการติดอยู่บนเขาเอเวอเรสต์นานถึง 6 วัน ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว BBC ว่าเขารอดชีวิตมาได้ด้วยการคลานลงจากเขา กินน้ำแข็ง และช็อกโกแลตที่เหลืออยู่ในกระเป๋าเพื่อประทังชีวิตดาวา เชอร์ปา เล่าระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจากการอาการบาดเจ็บ จากน้ำแข็งกัด ร่างกายขาดน้ำ และกระดูกหัก ว่าในช่วงเดินลงจากยอดเขาเอเวอเรสต์ ถังออกซิเจนของเขาอากาศเริ่มมีปัญหา ทำให้ร่างกายเขาอ่อนแรง จนเขาเดินตามกลุ่มไม่ทัน และเดินต่อไม่ไหว ทำให้เขาติดอยู่บนยอดเขาที่ความสูง 7,600 เมตร ระหว่างทางแคมป์ 3 กับ แคมป์ 4เขาบอกว่าในช่วงสองวันแรก เขาไม่ได้กินอะไรเลย จนต้องกินน้ำแข็ง เพื่อให้ร่างกายมีน้ำไหลเวียนอยู่บ้าง เขาต้องต่อสู้กับทั้งความหนาว ความง่วง และความหิว ต่อมาเขาเจอช็อกโกแลตที่เหลืออยู่ในกระเป๋า จึงเก็บไว้ค่อย ๆ กินอย่างประหยัดเพื่อประทังชีวิต หลังจากนั้น เขาค่อย ๆ หาทางเดินทางลงมา แต่ก็โชคร้ายตกลงไปในรอยแยกของน้ำแข็ง ซึ่งเขาติดอยู่ในนั้นนานถึงสองวันครึ่ง เพราะหาทางออกมาไม่ได้หลังจากนั้นเกิดหิมะถล่มซึ่งทำให้มีหิมะตกลงมาทับถมในรอยแยก ที่ช่วยให้เขาเดินขึ้นมาจากรอยแยกได้ เมื่ออกมาจากรอยแยกได้แล้ว เขาเจอเชือกอยู่ใกล้ ๆ ที่ช่วยให้เขาเดินลงจากเขาได้ต่อ หลังจากนั้น เกิดหิมะถล่มอีก แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เดินลงเขาต่อเรื่อย ๆ แม้จะเป็นตอนกลางคืน จนกระทั่งเขาใกล้จะเดินถึงเบสแคมป์ที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งในช่วงนี้ เขาแทบจะหมดแรงจนถึงขนาดต้องคลานลงเขา หรือปล่อยตัวให้ไหลลื่นลงมา จนในที่สุด เขาก็ได้รับการช่วยเหลือเชอร์ปากลุ่มหนึ่งที่กำลังขึ้นเขาไปเก็บขยะ ที่ได้เจอเขาในสภาพที่กำลังคลานลงเขาอย่างช้า ๆ และช่วยให้เขาลงมาได้ถึงเบสแคมป์การรอดชีวิตของ ดาวา เชอร์ปา กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เพราะเหมือนปาฏิหาริย์ที่มีผู้รอดชีวิต จากการติดอยู่บนเขาเอเวอเรสต์ด้วยตัวคนเดียวนานถึง 6 วัน แม้แต่ครอบครัวของเขาก็นึกว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว ถึงขนาดเริ่มเตรียมตัวประกอบพิธีทางศาสนาให้เขาไปสู่สุขติ โดยในฤดูกาลปีนเขาเอเวอเรสต์ปีนี้ มีนักปีนเขามาเป็นประวัติการณ์ มีผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ในปีนี้ได้แล้วมากกว่า 1,000 คน และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 5 คน
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ระบุว่า “ฟ้าผ่า” เกิดจากการสะสมของประจุ ไฟฟ้าภายในเมฆฝนฟ้าคะนอง จนเกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าขนาดมหาศาลระหว่างเมฆกับพื้นดิน ประจุลบที่ฐานเมฆจะดึงดูดประจุบวกบนพื้นโลก เมื่อประจุมีปริมาณมากพอจะเอาชนะฉนวนของอากาศจะเกิดการปล่อยประจุพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่ออยู่กลางแจ้งในพื้นที่เปิดโล่ง ฟ้าผ่ามักจะวิ่งเข้าหาคนเพราะคนกลายเป็นวัตถุที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ซึ่งช่วยลดระยะทางที่กระแสไฟฟ้าต้องเดินทางผ่านอากาศที่เป็นฉนวน กระบวนการนี้เกิดขึ้นมาจากหลักการทางฟิสิกส์และพฤติกรรมของกระแสไฟฟ้า สาเหตุที่มนุษย์กลางแจ้งจึงตกเป็นเป้าหมายของฟ้าผ่า เนื่องจากเส้นทางที่มีความต้านทานต่ำสุด (Path of Least Resistance) อากาศปกติทำหน้าที่เป็นฉนวนต้านทานไฟฟ้าที่หนาแน่นมาก เมื่อประจุไฟฟ้าในก้อนเมฆและบนพื้นดินมีปริมาณสูงมากพอ กระแสไฟฟ้าจะมองหาเส้นทางที่ผ่านอากาศสั้นที่สุดเพื่อถ่ายเทประจุลงดิน ตัวมนุษย์ที่ยืนสูงเด่นขึ้นมาจึงช่วยร่นระยะทางของอากาศลง และเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักยังนำไฟฟ้าได้ดีกว่าอากาศโดยรอบ การส่งประจุขึ้นไปปะทะกัน (Upward Streamers) โดยก้อนเมฆส่งประจุลบ (Step Leader)แตกแขนงลงมาใกล้พื้นดิน ประจุบวกบนพื้นดินจะเคลื่อนที่ขึ้นไปสะสมอยู่บนวัตถุที่สูงและโดดเดี่ยว เช่น ต้นไม้ เสาไฟ หรือแม้แต่ตัวมนุษย์ ประจุบวกนี้จะพุ่งยื่นขึ้นไปในอากาศเรียกว่า "ลำประจุขึ้น" (Upward Streamer) เมื่อลำประจุจากร่างกายของเราพุ่งไปเชื่อมต่อกับประจุลบที่ลงมาจากเมฆได้สำเร็จวงจรไฟฟ้าจะสมบูรณ์และเกิดเป็นสายฟ้าผ่าลงมาทันที อย่างไรก็ตามยังคงมความเข้าใจผิดเรื่องโลหะอยู่ ซึ่งความจริงแล้วโลหะบนร่างกายไม่ได้เพิ่มแรงดึงดูดให้ฟ้าผ่าลงที่คุณมากกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้นโลหะยังคงเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม ดังนั้นหากถูกผ่ามันจะนำกระแสไฟฟ้าและสร้างความร้อนจนทำให้เกิดแผลไหม้บนร่างกายรุนแรงได้ สำหรับวิธีการเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่กลางแจ้งท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองและเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องหรือเห็นพายุตั้งเค้าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของ NWS หรือNational Weather Service ให้รีบหาที่หลบภัยที่ปลอดภัย โดยเข้าไปในอาคารปิดที่มั่นคงหรือเข้าไปนั่งในรถยนต์ที่เป็นโครงโลหะปิดมิดชิด ไฟฟ้าจะวิ่งอ
อ่านต่อ >16

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือระหว่างตำรวจไทยและตำรวจญี่ปุ่นสามารถจับกุมชายชาวญี่ปุ่นวัย 39 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายสำคัญของญี่ปุ่นได้ในพื้นที่ย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานคร หลังพบมีหมายจับจากศาลเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ในคดีฉ้อโกงประชาชนสร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านเยนการจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อติดตามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติจากการสืบสวนของทางการญี่ปุ่น พบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นหัวหน้าขบวนการที่ควบคุมการดำเนินงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา และมีเครือข่ายเชื่อมโยงหลายประเทศในภูมิภาค โดยใช้วิธีหลอกลวงเหยื่อชาวญี่ปุ่นผ่านระบบโทรศัพท์และช่องทางออนไลน์ ต่อมา ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการสืบสวนติดตาม กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถระบุตำแหน่งและเข้าจับกุมตัวได้ในพื้นที่ย่านทองหล่อ หลังพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามาพำนักอยู่ในประเทศไทยพร้อมครอบครัวข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นยังระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการ และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการนำพาและบังคับบุคคลให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเข้าข่ายความผิดด้านการค้ามนุษย์ข้ามชาติที่หลายประเทศกำลังร่วมกันปราบปราม พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและประเทศพันธมิตรมีบทบาทสำคัญในการสกัดกั้นไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการและหัวหน้าเครือข่ายสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำลายโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพผู้ต้องหาจะถูกดำเนินกระบวนการตามกฎหมายและเตรียมส่งตัวกลับประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
อ่านต่อ >12

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
กระทรวงการคลังยืนยันเดินหน้าคัดกรองผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมชี้แจงว่าไม่มีนโยบายตรวจสอบภาษีย้อนหลังตามที่สังคมกังวล ขณะเดียวกันรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยอาจนำโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” มาใช้รองรับในอนาคตนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังไม่ได้มีแนวคิดหรือคำสั่งให้ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง กรณีผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา โดยยืนยันว่าหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่มีความชัดเจนอยู่แล้ว และจะดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดต่อไปสำหรับการคัดกรองรอบใหม่นี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนที่มีความจำเป็นมากที่สุด โดยยึดหลักว่าผู้ได้รับสิทธิควรเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ขาดผู้ดูแลอย่างแท้จริง ขณะที่ประชาชนกลุ่มอื่นซึ่งยังมีความจำเป็นแต่ไม่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว รัฐบาลจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นเพิ่มเติมในส่วนข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดามารดา กระทรวงการคลังได้ขอให้กรมสรรพากรรวบรวมข้อมูลผู้ใช้สิทธิลดหย่อนจากผู้ยื่นแบบภาษีทั้งหมดประมาณ 11 ล้านราย เพื่อนำมาตรวจสอบความสอดคล้องกับฐานข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น ไม่ใช่การตรวจสอบภาษีย้อนหลังแต่อย่างใด โดยคาดว่าผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ดังกล่าวมีจำนวนไม่มาก นายลวรณ ระบุว่า เกณฑ์ที่คาดว่าจะส่งผลต่อผู้ลงทะเบียนมากที่สุดคือเรื่องภาระหนี้สิน เนื่องจากมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับเครดิตบูโร ซึ่งผู้ที่มีหนี้ในระบบเกิน 100,000 บาท อาจถูกพิจารณาว่ามีศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบการเงินอยู่แล้วนอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังให้ความสำคัญกับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง โดยหากมีการใช้สิทธิอุปการะบิดามารดา ผู้ใช้สิทธิควรมีการดูแลตามข้อเท็จจริง เพราะการยื่นภาษีเป็นการรับรองข้อมูลด้วยตนเอง หากข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงอาจส่งผลต่อการใช้สิทธิในปีภาษีถัดไปปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า เมื่อมีการประกาศผลคัดกรอง ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะสามารถทราบเหตุผลได้ทันทีว่าไม่ผ่านในเงื่อนไขใด เพื่อเปิดโอกาสให้ยื่นอุทธรณ์ได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมสำหรับกรณีผู้สูงอายุหรือกลุ่มเปราะบางที่อาจตกหล่นจากระบบ กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานในพื้นที่จะร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำเข้
อ่านต่อ >19

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ดาวา เชอร์ปา ไกด้ท้องถิ่นปีนเชาเอเวอเรสต์วัย 52 ปี ที่รอดชีวิตจากการติดอยู่บนเขาเอเวอเรสต์นานถึง 6 วัน ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว BBC ว่าเขารอดชีวิตมาได้ด้วยการคลานลงจากเขา กินน้ำแข็ง และช็อกโกแลตที่เหลืออยู่ในกระเป๋าเพื่อประทังชีวิตดาวา เชอร์ปา เล่าระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจากการอาการบาดเจ็บ จากน้ำแข็งกัด ร่างกายขาดน้ำ และกระดูกหัก ว่าในช่วงเดินลงจากยอดเขาเอเวอเรสต์ ถังออกซิเจนของเขาอากาศเริ่มมีปัญหา ทำให้ร่างกายเขาอ่อนแรง จนเขาเดินตามกลุ่มไม่ทัน และเดินต่อไม่ไหว ทำให้เขาติดอยู่บนยอดเขาที่ความสูง 7,600 เมตร ระหว่างทางแคมป์ 3 กับ แคมป์ 4เขาบอกว่าในช่วงสองวันแรก เขาไม่ได้กินอะไรเลย จนต้องกินน้ำแข็ง เพื่อให้ร่างกายมีน้ำไหลเวียนอยู่บ้าง เขาต้องต่อสู้กับทั้งความหนาว ความง่วง และความหิว ต่อมาเขาเจอช็อกโกแลตที่เหลืออยู่ในกระเป๋า จึงเก็บไว้ค่อย ๆ กินอย่างประหยัดเพื่อประทังชีวิต หลังจากนั้น เขาค่อย ๆ หาทางเดินทางลงมา แต่ก็โชคร้ายตกลงไปในรอยแยกของน้ำแข็ง ซึ่งเขาติดอยู่ในนั้นนานถึงสองวันครึ่ง เพราะหาทางออกมาไม่ได้หลังจากนั้นเกิดหิมะถล่มซึ่งทำให้มีหิมะตกลงมาทับถมในรอยแยก ที่ช่วยให้เขาเดินขึ้นมาจากรอยแยกได้ เมื่ออกมาจากรอยแยกได้แล้ว เขาเจอเชือกอยู่ใกล้ ๆ ที่ช่วยให้เขาเดินลงจากเขาได้ต่อ หลังจากนั้น เกิดหิมะถล่มอีก แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เดินลงเขาต่อเรื่อย ๆ แม้จะเป็นตอนกลางคืน จนกระทั่งเขาใกล้จะเดินถึงเบสแคมป์ที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งในช่วงนี้ เขาแทบจะหมดแรงจนถึงขนาดต้องคลานลงเขา หรือปล่อยตัวให้ไหลลื่นลงมา จนในที่สุด เขาก็ได้รับการช่วยเหลือเชอร์ปากลุ่มหนึ่งที่กำลังขึ้นเขาไปเก็บขยะ ที่ได้เจอเขาในสภาพที่กำลังคลานลงเขาอย่างช้า ๆ และช่วยให้เขาลงมาได้ถึงเบสแคมป์การรอดชีวิตของ ดาวา เชอร์ปา กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เพราะเหมือนปาฏิหาริย์ที่มีผู้รอดชีวิต จากการติดอยู่บนเขาเอเวอเรสต์ด้วยตัวคนเดียวนานถึง 6 วัน แม้แต่ครอบครัวของเขาก็นึกว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว ถึงขนาดเริ่มเตรียมตัวประกอบพิธีทางศาสนาให้เขาไปสู่สุขติ โดยในฤดูกาลปีนเขาเอเวอเรสต์ปีนี้ มีนักปีนเขามาเป็นประวัติการณ์ มีผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ในปีนี้ได้แล้วมากกว่า 1,000 คน และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 5 คน
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ระบุว่า “ฟ้าผ่า” เกิดจากการสะสมของประจุ ไฟฟ้าภายในเมฆฝนฟ้าคะนอง จนเกิดความต่างศักย์ไฟฟ้าขนาดมหาศาลระหว่างเมฆกับพื้นดิน ประจุลบที่ฐานเมฆจะดึงดูดประจุบวกบนพื้นโลก เมื่อประจุมีปริมาณมากพอจะเอาชนะฉนวนของอากาศจะเกิดการปล่อยประจุพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่ออยู่กลางแจ้งในพื้นที่เปิดโล่ง ฟ้าผ่ามักจะวิ่งเข้าหาคนเพราะคนกลายเป็นวัตถุที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ซึ่งช่วยลดระยะทางที่กระแสไฟฟ้าต้องเดินทางผ่านอากาศที่เป็นฉนวน กระบวนการนี้เกิดขึ้นมาจากหลักการทางฟิสิกส์และพฤติกรรมของกระแสไฟฟ้า สาเหตุที่มนุษย์กลางแจ้งจึงตกเป็นเป้าหมายของฟ้าผ่า เนื่องจากเส้นทางที่มีความต้านทานต่ำสุด (Path of Least Resistance) อากาศปกติทำหน้าที่เป็นฉนวนต้านทานไฟฟ้าที่หนาแน่นมาก เมื่อประจุไฟฟ้าในก้อนเมฆและบนพื้นดินมีปริมาณสูงมากพอ กระแสไฟฟ้าจะมองหาเส้นทางที่ผ่านอากาศสั้นที่สุดเพื่อถ่ายเทประจุลงดิน ตัวมนุษย์ที่ยืนสูงเด่นขึ้นมาจึงช่วยร่นระยะทางของอากาศลง และเนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักยังนำไฟฟ้าได้ดีกว่าอากาศโดยรอบ การส่งประจุขึ้นไปปะทะกัน (Upward Streamers) โดยก้อนเมฆส่งประจุลบ (Step Leader)แตกแขนงลงมาใกล้พื้นดิน ประจุบวกบนพื้นดินจะเคลื่อนที่ขึ้นไปสะสมอยู่บนวัตถุที่สูงและโดดเดี่ยว เช่น ต้นไม้ เสาไฟ หรือแม้แต่ตัวมนุษย์ ประจุบวกนี้จะพุ่งยื่นขึ้นไปในอากาศเรียกว่า "ลำประจุขึ้น" (Upward Streamer) เมื่อลำประจุจากร่างกายของเราพุ่งไปเชื่อมต่อกับประจุลบที่ลงมาจากเมฆได้สำเร็จวงจรไฟฟ้าจะสมบูรณ์และเกิดเป็นสายฟ้าผ่าลงมาทันที อย่างไรก็ตามยังคงมความเข้าใจผิดเรื่องโลหะอยู่ ซึ่งความจริงแล้วโลหะบนร่างกายไม่ได้เพิ่มแรงดึงดูดให้ฟ้าผ่าลงที่คุณมากกว่าปกติ แต่ถึงอย่างนั้นโลหะยังคงเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม ดังนั้นหากถูกผ่ามันจะนำกระแสไฟฟ้าและสร้างความร้อนจนทำให้เกิดแผลไหม้บนร่างกายรุนแรงได้ สำหรับวิธีการเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่กลางแจ้งท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองและเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้องหรือเห็นพายุตั้งเค้าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของ NWS หรือNational Weather Service ให้รีบหาที่หลบภัยที่ปลอดภัย โดยเข้าไปในอาคารปิดที่มั่นคงหรือเข้าไปนั่งในรถยนต์ที่เป็นโครงโลหะปิดมิดชิด ไฟฟ้าจะวิ่งอ
อ่านต่อ >16