
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน 41 จังหวัดนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยและกำชับให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด รวมถึงบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลและลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน จากการติดตามคุณภาพอากาศเมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ พบค่าฝุ่น PM 2.5 (เฉลี่ย 24 ชั่วโมง) เกินมาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) หรืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) จำนวน 41 จังหวัด และเกินมาตรฐาน 3 วันขึ้นไป 32 จังหวัด ค่าฝุ่นอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) คือเกิน 75 มคก./ลบ.ม. จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ 1.เชียงใหม่ 314.30 มคก./ลบ.ม. 2.เชียงราย 225.40 มคก./ลบ.ม. 3.ลำพูน 183.00 มคก./ลบ.ม. 4.แม่ฮ่องสอน 175.20 มคก./ลบ.ม. 5.น่าน 161.70 มคก./ลบ.ม. 6.พะเยา 149.50 มคก./ลบ.ม. 7.บึงกาฬ 147.50 มคก./ลบ.ม. 8.ลำปาง 124.60 มคก./ลบ.ม. 9.แพร่ 119.20 มคก./ลบ.ม. 10.พิษณุโลก 93.40 มคก./ลบ.ม. 11.หนองคาย 92.00 มคก./ลบ.ม. 12.นครพนม 83.60 มคก./ลบ.ม. และ 13.เลย 75.60 มคก./ลบ.ม. โดยบางจังหวัดค่าฝุ่นอยู่ระดับสีแดงต่อเนื่อง เช่น น่าน เชียงราย ลำพูน (12 วัน) พะเยา ลำปาง (11 วัน) เชียงใหม่ แพร่ (10 วัน) คาดการณ์ว่าช่วง 1-2 วันข้างหน้า ปริมาณฝุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน จากความหนาแน่นของจุดความร้อนมีน้ำหนักมากกว่าความสามารถของการระบายอากาศออก 9 ข้อสั่งการรับมือนพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีฝุ่น PM 2.5 แล้วใน 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน ลำพูน นครพนม พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน บึงกาฬ ตาก และพิษณุโลก ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่า สถานการณ์ค่อนข้างมีความรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา จึงประชุมกับ PHEOC เขตสุขภาพที่ 1 เพื่อติดตามการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ และได้ออกข้อสั่งการถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและทีมปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 รวม 9 ข้อ ได้แก่ 1.ให้หน่วยบริการทุกแห่งตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยจากฝุ่น PM 2.5 โดยใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) เป็นหลัก เพื่อนำไปประเมินสถาน
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
พิกัดอุณหภูมิสูงสุดในไทยกรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน อุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทย เมื่อวานนี้ (5 เม.ย. 69) วัดได้ 41.5 องศาเซลเซียส ที่ ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และอ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรีอุณหภูมิสูงสุดบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวานนี้(5 เม.ย. 69) วัดได้ 40.2 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รายงานฝนสะสม 24 ชม.ที่ผ่านมา(5 เม.ย. 69) ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ของวันที่ 5 เม.ย. 69 ถึง เวลา 07.00 น. ของวันที่ 6 เม.ย. 69 ของสถานีอุตุนิยมวิทยา ไม่มีรายงานฝนตกปริมาณฝนสะสม 24 ชม.ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รายงานจากสำนักการระบายน้ำ (ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ของวันที่ 5 เม.ย. 69 ถึง เวลา 07.00 น. ของวันที่ 6 เม.ย. 69) ไม่มีรายงานฝนตกในพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุดบริเวณประเทศไทย เมื่อเช้าวันนี้ (56เม.ย. 69) วัดได้ 18.6 องศาเซลเซียส ที่ อ.อุ้มผาง จ.ตากอุณหภูมิต่ำสุดสุดบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อเช้าวันนี้ (6 เม.ย. 69) วัดได้ 26.7 องศาเซลเซียส อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี คาดหมายอากาศรายภาค 6 - 12 เมษายน พ.ศ. 2569-ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่ง ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36 – 42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 5 - 15 กม./ชม.-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางด้านตะวันตกและตอนล่างของภาค ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 21 - 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 - 41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.-ภาคกลาง อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38 – 42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.-ภาคตะวันออก อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่งตลอดช่วง ลมใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 40 องศาเซลเซียส-ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 20 ของพื
อ่านต่อ >269

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "สงกรานต์ 2569 กับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,272 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 สรุปผลได้ ดังนี้ 1. ประชาชนรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ "ของแพง" ในปัจจุบัน-อันดับ 1 มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก สินค้าจำเป็นแพงขึ้นจนเริ่มรับไม่ไหว 61.32%-อันดับ 2 เริ่มกังวลว่าสินค้าอาจขาดแคลนหรือส่งของล่าช้า 43.87%-อันดับ 3 ยังพอรับมือได้ แต่ต้องเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อมากขึ้น 41.27%2. ประชาชนคิดว่าวิกฤตราคาน้ำมันในขณะนี้ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างไร-อันดับ 1 เดือดร้อนมาก 46.70%-อันดับ 2 เดือดร้อนพอสมควร 37.74%-อันดับ 3 เดือดร้อนเล็กน้อย 11.08%-อันดับ 4 ไม่เดือดร้อน 4.48%3. ปัจจัยใดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจว่าจะออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์หรือไม่-อันดับ 1 ราคาน้ำมัน ค่าน้ำมันแพง 55.66%-อันดับ 2 ค่าใช้จ่ายโดยรวมในช่วงสงกรานต์ที่เพิ่มสูงขึ้น 49.53%-อันดับ 3 สภาพอากาศ (ร้อนจัด/พายุ/ฝุ่นPM2.5) 42.22%4. ประชาชนมีการปรับแผนการใช้ชีวิตในช่วงสงกรานต์อย่างไร-อันดับ 1 งดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย 51.42%-อันดับ 2 งดเดินทางไกล/ไม่กลับภูมิลำเนา อยู่บ้านแทน 39.62%-อันดับ 3 เที่ยวใกล้บ้านหรือในจังหวัด เพื่อลดค่าเดินทาง 37.50%5. ประชาชนเตรียมนำเงินจากแหล่งใดมาใช้จ่ายในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้-อันดับ 1 นำเงินออมออกมาใช้ 47.41%-อันดับ 2 ยังไม่แน่ใจว่าจะนำเงินมาจากแหล่งใด 22.17%-อันดับ 3 ไม่มีงบสำหรับช่วงนี้ 21.93%-อันดับ 4 รูดบัตรเครดิต 13.92%-อันดับ 5 ยืมญาติ คนรู้จัก พี่น้อง 9.67% 6. สำหรับผู้ที่เตรียมใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ คาดว่าจะใช้จ่ายเฉลี่ย ประมาณ 8,935.74 บาท7. ประชาชนอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการใดมากที่สุดเพื่อช่วยลดภาระในช่วงสงกรานต์-อันดับ 1 ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างจริงจัง 75.94%-อันดับ 2 ช่วยค่าน้ำมันให้ประชาชน (เช่น น้ำมันคนละครึ่ง) 69.34%-อันดับ 3 กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม 58.49%-อันดับ 4 ลดภาษี/อุดหนุนราคาน้ำมัน 42.92%-อันดับ 5ช่วยลดค่าการเดินทาง (ตั๋ว/ทางด่วน) 37.26%
อ่านต่อ >31

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ของไทยนี้ ประชาชนส่วนใหญ่มักเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จึงได้คัดสรรสายทางเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนใช้เป็นเส้นทางลัด เส้นทางเลี่ยง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เนื่องจากในช่วงดังกล่าวเป็นวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 11 - 15 เมษายน 2569 ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณการจราจรหนาแน่นบนถนนสายหลัก 4 เส้นทางเลี่ยงขาออกต่างจังหวัดทช. จึงขอแนะนำเส้นทางลัด เส้นทางเลี่ยง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางให้ถึงจุดหมายได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดการเดินทาง พร้อมช่วยแบ่งเบาปริมาณจราจรบนถนนสายหลักได้อีกด้วยโดยมีเส้นทางแนะนำ จำนวน 4 สายทาง ดังนี้เส้นทางเลี่ยงการจราจรจังหวัดอ่างทอง - จังหวัดสิงห์บุรี- เส้นทางเลี่ยง ทล.32 เริ่มจาก ทล.32 กม.ที่ 52+550 (ทางเข้าวัดตาลเจ็ดช่อ) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงชนบทสาย อท.2034 เดินทางต่อเป็นระยะทาง 14 กิโลเมตร ถึงทางแยกวัดวัดไชโยวรวิหารบรรจบกับทางหลวงชนบทสาย สห.4014 เดินทางต่อเป็นระยะทาง 17 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.32 กม.ที่ 81+100 (ตลาดปากบาง)เพื่อเดินทางเข้าสู่จังหวัดสิงห์บุรีเส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนพระรามที่ 2- เส้นทางเลี่ยง ทล.35 (ถนนพระรามที่ 2) โดยเริ่มจาก ทล.4 (ถนนเพชรเกษม) ต่างระดับบางแค เดินทางต่อไประยะทาง 8 กิโลเมตร จนถึงแยกพุทธมณฑลสาย 4 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.3651 (ถนนพุทธสาคร) เดินทางต่อเป็นระยะทาง 7.2 กิโลเมตร จนถึง ทางแยกต่างระดับพุทธสาคร-กระทุ่มแบน เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.3091ผ่าน อ.กระทุ่มแบน จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จะบรรจบกับทางหลวงชนบทสาย สค.3011 เดินทางต่ออีกเป็นระยะทาง 8.6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้าย กม.ที่ 6+700 เข้าสู่ทางหลวงชนบทสาย สค.3042 (ก่อนถึงสะพานคลองตาขำ) เดินทางต่อเป็นระยะทาง 8.3 กิโลเมตร จะบรรจบกับ ทล.375 เพื่อเดินทางเข้าสู่ถนนพระรามที่ 2 ต่อไป เส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนพหลโยธิน ช่วงรังสิต - หินกอง- เริ่มจากรังสิต ทล.1 (ถนนพหลโยธิน) ต่างระดับรังสิต เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.305 (รังสิต-นครนายก) เดินทางต่อเป็นระยะทาง 10.5 กิโลเมตร ผ่านด่านมอเตอร์เวย์คลอง 5 มา 600 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงชนบท สาย ปท.3010 (ถนนเลียบคลอง 5) เดินทางต่อเป
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน 41 จังหวัดนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยและกำชับให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด รวมถึงบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลและลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน จากการติดตามคุณภาพอากาศเมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ พบค่าฝุ่น PM 2.5 (เฉลี่ย 24 ชั่วโมง) เกินมาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) หรืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) จำนวน 41 จังหวัด และเกินมาตรฐาน 3 วันขึ้นไป 32 จังหวัด ค่าฝุ่นอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) คือเกิน 75 มคก./ลบ.ม. จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ 1.เชียงใหม่ 314.30 มคก./ลบ.ม. 2.เชียงราย 225.40 มคก./ลบ.ม. 3.ลำพูน 183.00 มคก./ลบ.ม. 4.แม่ฮ่องสอน 175.20 มคก./ลบ.ม. 5.น่าน 161.70 มคก./ลบ.ม. 6.พะเยา 149.50 มคก./ลบ.ม. 7.บึงกาฬ 147.50 มคก./ลบ.ม. 8.ลำปาง 124.60 มคก./ลบ.ม. 9.แพร่ 119.20 มคก./ลบ.ม. 10.พิษณุโลก 93.40 มคก./ลบ.ม. 11.หนองคาย 92.00 มคก./ลบ.ม. 12.นครพนม 83.60 มคก./ลบ.ม. และ 13.เลย 75.60 มคก./ลบ.ม. โดยบางจังหวัดค่าฝุ่นอยู่ระดับสีแดงต่อเนื่อง เช่น น่าน เชียงราย ลำพูน (12 วัน) พะเยา ลำปาง (11 วัน) เชียงใหม่ แพร่ (10 วัน) คาดการณ์ว่าช่วง 1-2 วันข้างหน้า ปริมาณฝุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน จากความหนาแน่นของจุดความร้อนมีน้ำหนักมากกว่าความสามารถของการระบายอากาศออก 9 ข้อสั่งการรับมือนพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีฝุ่น PM 2.5 แล้วใน 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน ลำพูน นครพนม พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน บึงกาฬ ตาก และพิษณุโลก ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่า สถานการณ์ค่อนข้างมีความรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา จึงประชุมกับ PHEOC เขตสุขภาพที่ 1 เพื่อติดตามการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ และได้ออกข้อสั่งการถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและทีมปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 รวม 9 ข้อ ได้แก่ 1.ให้หน่วยบริการทุกแห่งตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยจากฝุ่น PM 2.5 โดยใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) เป็นหลัก เพื่อนำไปประเมินสถาน
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
พิกัดอุณหภูมิสูงสุดในไทยกรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน อุณหภูมิสูงสุดบริเวณประเทศไทย เมื่อวานนี้ (5 เม.ย. 69) วัดได้ 41.5 องศาเซลเซียส ที่ ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี และอ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรีอุณหภูมิสูงสุดบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อวานนี้(5 เม.ย. 69) วัดได้ 40.2 องศาเซลเซียส ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รายงานฝนสะสม 24 ชม.ที่ผ่านมา(5 เม.ย. 69) ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ของวันที่ 5 เม.ย. 69 ถึง เวลา 07.00 น. ของวันที่ 6 เม.ย. 69 ของสถานีอุตุนิยมวิทยา ไม่มีรายงานฝนตกปริมาณฝนสะสม 24 ชม.ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รายงานจากสำนักการระบายน้ำ (ตั้งแต่เวลา 07.00 น.ของวันที่ 5 เม.ย. 69 ถึง เวลา 07.00 น. ของวันที่ 6 เม.ย. 69) ไม่มีรายงานฝนตกในพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุดบริเวณประเทศไทย เมื่อเช้าวันนี้ (56เม.ย. 69) วัดได้ 18.6 องศาเซลเซียส ที่ อ.อุ้มผาง จ.ตากอุณหภูมิต่ำสุดสุดบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อเช้าวันนี้ (6 เม.ย. 69) วัดได้ 26.7 องศาเซลเซียส อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี คาดหมายอากาศรายภาค 6 - 12 เมษายน พ.ศ. 2569-ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่ง ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36 – 42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 5 - 15 กม./ชม.-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางด้านตะวันตกและตอนล่างของภาค ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 21 - 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 - 41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.-ภาคกลาง อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค ตลอดช่วง อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38 – 42 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10 - 15 กม./ชม.-ภาคตะวันออก อากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยบางแห่งตลอดช่วง ลมใต้ ความเร็ว 15 - 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34 – 40 องศาเซลเซียส-ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 - 20 ของพื
อ่านต่อ >269

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
"สวนดุสิตโพล" มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "สงกรานต์ 2569 กับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ" กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,272 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 สรุปผลได้ ดังนี้ 1. ประชาชนรู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์ "ของแพง" ในปัจจุบัน-อันดับ 1 มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก สินค้าจำเป็นแพงขึ้นจนเริ่มรับไม่ไหว 61.32%-อันดับ 2 เริ่มกังวลว่าสินค้าอาจขาดแคลนหรือส่งของล่าช้า 43.87%-อันดับ 3 ยังพอรับมือได้ แต่ต้องเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อมากขึ้น 41.27%2. ประชาชนคิดว่าวิกฤตราคาน้ำมันในขณะนี้ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างไร-อันดับ 1 เดือดร้อนมาก 46.70%-อันดับ 2 เดือดร้อนพอสมควร 37.74%-อันดับ 3 เดือดร้อนเล็กน้อย 11.08%-อันดับ 4 ไม่เดือดร้อน 4.48%3. ปัจจัยใดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจว่าจะออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์หรือไม่-อันดับ 1 ราคาน้ำมัน ค่าน้ำมันแพง 55.66%-อันดับ 2 ค่าใช้จ่ายโดยรวมในช่วงสงกรานต์ที่เพิ่มสูงขึ้น 49.53%-อันดับ 3 สภาพอากาศ (ร้อนจัด/พายุ/ฝุ่นPM2.5) 42.22%4. ประชาชนมีการปรับแผนการใช้ชีวิตในช่วงสงกรานต์อย่างไร-อันดับ 1 งดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย 51.42%-อันดับ 2 งดเดินทางไกล/ไม่กลับภูมิลำเนา อยู่บ้านแทน 39.62%-อันดับ 3 เที่ยวใกล้บ้านหรือในจังหวัด เพื่อลดค่าเดินทาง 37.50%5. ประชาชนเตรียมนำเงินจากแหล่งใดมาใช้จ่ายในช่วงวันหยุดสงกรานต์นี้-อันดับ 1 นำเงินออมออกมาใช้ 47.41%-อันดับ 2 ยังไม่แน่ใจว่าจะนำเงินมาจากแหล่งใด 22.17%-อันดับ 3 ไม่มีงบสำหรับช่วงนี้ 21.93%-อันดับ 4 รูดบัตรเครดิต 13.92%-อันดับ 5 ยืมญาติ คนรู้จัก พี่น้อง 9.67% 6. สำหรับผู้ที่เตรียมใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ คาดว่าจะใช้จ่ายเฉลี่ย ประมาณ 8,935.74 บาท7. ประชาชนอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการใดมากที่สุดเพื่อช่วยลดภาระในช่วงสงกรานต์-อันดับ 1 ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างจริงจัง 75.94%-อันดับ 2 ช่วยค่าน้ำมันให้ประชาชน (เช่น น้ำมันคนละครึ่ง) 69.34%-อันดับ 3 กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม 58.49%-อันดับ 4 ลดภาษี/อุดหนุนราคาน้ำมัน 42.92%-อันดับ 5ช่วยลดค่าการเดินทาง (ตั๋ว/ทางด่วน) 37.26%
อ่านต่อ >31

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ของไทยนี้ ประชาชนส่วนใหญ่มักเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จึงได้คัดสรรสายทางเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนใช้เป็นเส้นทางลัด เส้นทางเลี่ยง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เนื่องจากในช่วงดังกล่าวเป็นวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 11 - 15 เมษายน 2569 ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณการจราจรหนาแน่นบนถนนสายหลัก 4 เส้นทางเลี่ยงขาออกต่างจังหวัดทช. จึงขอแนะนำเส้นทางลัด เส้นทางเลี่ยง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางให้ถึงจุดหมายได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตลอดการเดินทาง พร้อมช่วยแบ่งเบาปริมาณจราจรบนถนนสายหลักได้อีกด้วยโดยมีเส้นทางแนะนำ จำนวน 4 สายทาง ดังนี้เส้นทางเลี่ยงการจราจรจังหวัดอ่างทอง - จังหวัดสิงห์บุรี- เส้นทางเลี่ยง ทล.32 เริ่มจาก ทล.32 กม.ที่ 52+550 (ทางเข้าวัดตาลเจ็ดช่อ) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงชนบทสาย อท.2034 เดินทางต่อเป็นระยะทาง 14 กิโลเมตร ถึงทางแยกวัดวัดไชโยวรวิหารบรรจบกับทางหลวงชนบทสาย สห.4014 เดินทางต่อเป็นระยะทาง 17 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.32 กม.ที่ 81+100 (ตลาดปากบาง)เพื่อเดินทางเข้าสู่จังหวัดสิงห์บุรีเส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนพระรามที่ 2- เส้นทางเลี่ยง ทล.35 (ถนนพระรามที่ 2) โดยเริ่มจาก ทล.4 (ถนนเพชรเกษม) ต่างระดับบางแค เดินทางต่อไประยะทาง 8 กิโลเมตร จนถึงแยกพุทธมณฑลสาย 4 เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.3651 (ถนนพุทธสาคร) เดินทางต่อเป็นระยะทาง 7.2 กิโลเมตร จนถึง ทางแยกต่างระดับพุทธสาคร-กระทุ่มแบน เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.3091ผ่าน อ.กระทุ่มแบน จนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จะบรรจบกับทางหลวงชนบทสาย สค.3011 เดินทางต่ออีกเป็นระยะทาง 8.6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้าย กม.ที่ 6+700 เข้าสู่ทางหลวงชนบทสาย สค.3042 (ก่อนถึงสะพานคลองตาขำ) เดินทางต่อเป็นระยะทาง 8.3 กิโลเมตร จะบรรจบกับ ทล.375 เพื่อเดินทางเข้าสู่ถนนพระรามที่ 2 ต่อไป เส้นทางเลี่ยงการจราจรถนนพหลโยธิน ช่วงรังสิต - หินกอง- เริ่มจากรังสิต ทล.1 (ถนนพหลโยธิน) ต่างระดับรังสิต เลี้ยวขวาเข้าสู่ ทล.305 (รังสิต-นครนายก) เดินทางต่อเป็นระยะทาง 10.5 กิโลเมตร ผ่านด่านมอเตอร์เวย์คลอง 5 มา 600 เมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงชนบท สาย ปท.3010 (ถนนเลียบคลอง 5) เดินทางต่อเป
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน 41 จังหวัดนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยและกำชับให้ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด รวมถึงบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน เพื่อดูแลและลดผลกระทบทางสุขภาพของประชาชน จากการติดตามคุณภาพอากาศเมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ พบค่าฝุ่น PM 2.5 (เฉลี่ย 24 ชั่วโมง) เกินมาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) หรืออยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) จำนวน 41 จังหวัด และเกินมาตรฐาน 3 วันขึ้นไป 32 จังหวัด ค่าฝุ่นอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) คือเกิน 75 มคก./ลบ.ม. จำนวน 13 จังหวัด ได้แก่ 1.เชียงใหม่ 314.30 มคก./ลบ.ม. 2.เชียงราย 225.40 มคก./ลบ.ม. 3.ลำพูน 183.00 มคก./ลบ.ม. 4.แม่ฮ่องสอน 175.20 มคก./ลบ.ม. 5.น่าน 161.70 มคก./ลบ.ม. 6.พะเยา 149.50 มคก./ลบ.ม. 7.บึงกาฬ 147.50 มคก./ลบ.ม. 8.ลำปาง 124.60 มคก./ลบ.ม. 9.แพร่ 119.20 มคก./ลบ.ม. 10.พิษณุโลก 93.40 มคก./ลบ.ม. 11.หนองคาย 92.00 มคก./ลบ.ม. 12.นครพนม 83.60 มคก./ลบ.ม. และ 13.เลย 75.60 มคก./ลบ.ม. โดยบางจังหวัดค่าฝุ่นอยู่ระดับสีแดงต่อเนื่อง เช่น น่าน เชียงราย ลำพูน (12 วัน) พะเยา ลำปาง (11 วัน) เชียงใหม่ แพร่ (10 วัน) คาดการณ์ว่าช่วง 1-2 วันข้างหน้า ปริมาณฝุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน จากความหนาแน่นของจุดความร้อนมีน้ำหนักมากกว่าความสามารถของการระบายอากาศออก 9 ข้อสั่งการรับมือนพ.สมฤกษ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) กรณีฝุ่น PM 2.5 แล้วใน 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง น่าน ลำพูน นครพนม พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน บึงกาฬ ตาก และพิษณุโลก ซึ่งจากข้อมูลจะเห็นว่า สถานการณ์ค่อนข้างมีความรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา จึงประชุมกับ PHEOC เขตสุขภาพที่ 1 เพื่อติดตามการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ และได้ออกข้อสั่งการถึงสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและทีมปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทุกจังหวัดในเขตสุขภาพที่ 1 รวม 9 ข้อ ได้แก่ 1.ให้หน่วยบริการทุกแห่งตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วยจากฝุ่น PM 2.5 โดยใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) เป็นหลัก เพื่อนำไปประเมินสถาน
อ่านต่อ >14