
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศมาตรการภาษีใหม่ โดยระบุว่าสินค้านำเข้าจากประเทศที่ส่งอาวุธให้อิหร่านจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 50 ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้เพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์มาตรการดังกล่าวถือเป็นการยกระดับสงครามเศรษฐกิจควบคู่กับความขัดแย้งทางทหาร แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐจะใช้อำนาจทางกฎหมายใดรองรับ หลังศาลสูงสหรัฐเคยตัดสินให้การใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act เพื่อเก็บภาษีในลักษณะกว้างเกินขอบเขตอำนาจในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศอย่าง จีนและรัสเซียถูกจับตามองว่าเป็นผู้สนับสนุนด้านเทคโนโลยีและระบบอาวุธให้กับอิหร่าน แม้ทั้งสองประเทศจะปฏิเสธการส่งมอบอาวุธในช่วงที่ผ่านมารายงานก่อนหน้านี้ยังระบุว่าอิหร่านพิจารณาจัดซื้อขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงจากจีน รวมถึงมีการส่งอุปกรณ์ผลิตชิปจากบริษัท SMIC ให้กับภาคการทหาร ซึ่งสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีในเกมอำนาจยุคใหม่ ในเชิงนโยบายการค้า ทรัมป์อาจเลือกใช้มาตรการอื่น เช่น Section 301 หรือ Section 232 ซึ่งเปิดทางให้เก็บภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาสอบสวนและเปิดรับความคิดเห็นสาธารณะนักวิเคราะห์มองว่า หากมาตรการภาษีมีผลจริง จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัมป์เตรียมเดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อหารือกับผู้นำจีน เพื่อประคองข้อตกลงการค้าระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ของโลกขณะเดียวกัน สหรัฐยังต้องรักษาสมดุลด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการเข้าถึงแร่หายากจากจีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานด้านรัสเซีย แม้การนำเข้าสินค้าสู่สหรัฐจะลดลงหลังสงครามยูเครน แต่ยังมีสินค้าสำคัญ เช่น พัลลาเดียม ปุ๋ย และยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ที่ยังคงมีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมภาพรวมมาตรการครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของเศรษฐกิจโลก ที่นโยบายการค้ากลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เพียงเพื่อปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ยังใช้กดดันและต่อรองในเวทีการเมืองระหว่างประเทศอย่างเข้มข้น
อ่านต่อ >26

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพของประชาชน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายจังหวัด ล่าสุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ร่วมกับ มูลนิธิพุทธรักษา เดินหน้าสนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่า เพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมความร่วมมือครั้งนี้มี สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานรับมอบอุปกรณ์และการสนับสนุน โดยมี รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เข้าร่วม ที่สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จังหวัด เชียงใหม่ด้านผู้แทนภาคเอกชน นำโดย ณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส และ จอมกิตติ ศิริกุล ผู้บริหารด้านความยั่งยืนของซีพี ระบุว่า การสนับสนุนครั้งนี้มุ่งเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่ให้สามารถควบคุมไฟป่าได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น สำหรับมาตรการสำคัญ ประกอบด้วย • สนับสนุน “เครื่องเป่าลม” เพื่อใช้ควบคุมแนวไฟ ลดการลุกลามของไฟป่า • จัดตั้งกองทุนประกันภัยสำหรับอาสาสมัครดับไฟป่า เพื่อเพิ่มความคุ้มครองในการปฏิบัติงาน • ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่เสี่ยง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มีสภาพอากาศเอื้อต่อการเกิดไฟป่า ส่งผลให้หลายจังหวัดเผชิญค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องภาครัฐและเอกชนจึงเร่งบูรณาการทรัพยากร เพื่อจำกัดความเสียหายทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ โดยหวังลดความรุนแรงของวิกฤตหมอกควันในระยะสั้น พร้อมวางแนวทางจัดการปัญหาไฟป่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
บรรยากาศสถานีขนส่งหมอชิต 2 เริ่มเนืองแน่นหลังประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง ด้านกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ตรวจความพร้อม เผยมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเพื่อตรึงค่าโดยสารถึง 19 เมษายนนี้ พร้อมบูรณาการ ป.ป.ส. สุ่มตรวจสารเสพติดคนขับสร้างความเชื่อมั่นสถิติการเดินทางและมาตรการรองรับนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ตรวจความพร้อมว่า บขส. ได้เตรียมแผนรับมือผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเต็มพิกัด:ยอดผู้เดินทาง: เมื่อวันที่ 8 เมษายน มีผู้โดยสารเดินทางออกแล้วกว่า 1.1 แสนคน (6,000 เที่ยวรถ)ช่วงพีค (9-12 เม.ย.): คาดการณ์ผู้เดินทางพุ่งสูงถึง 1.4 - 1.8 แสนคนต่อวันการเสริมรถ: จัดเที่ยวรถรวมกว่า 7,000-8,000 เที่ยว และเตรียมรถเสริมอีก 1,200 คัน เพื่อป้องกันผู้โดยสารตกค้าง มาตรการตรึงค่าโดยสารและช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเทศกาล รัฐบาลได้บรรลุข้อตกลงกับผู้ประกอบการรถร่วมฯ โดยตรึงราคาเดิม ตั้งแต่วันที่ 6 – 19 เมษายน 2569 โดยจะใช้เงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) มาชดเชยส่วนต่างต้นทุนน้ำมันให้แก่ผู้ประกอบการ และ ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป จะเริ่มปรับขึ้นค่าโดยสารตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงยกระดับความปลอดภัย "สงกรานต์ปลอดภัย ใส่ใจครอบครัว"กระทรวงคมนาคมบูรณาการร่วมกับ ป.ป.ส., กรมการขนส่งทางบก และตำรวจนครบาล ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นใจตลอดเส้นทาง ด้วยมาตรการดังต่อไปนี้ตรวจเข้มพนักงานขับรถ: สุ่มตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งสกัดกั้นยาเสพติด: เฝ้าระวังการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งสาธารณะอย่างเข้มงวดสภาพรถและน้ำมัน: กำชับตรวจสภาพรถโดยสารให้พร้อมใช้งาน 100% และสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงในเส้นทางหลักให้เพียงพอภาพรวมในปีนี้ รัฐบาลมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกควบคู่ไปกับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างมีความสุขและถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ
อ่านต่อ >26

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ในการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 9 เมษายน เพื่อรับฟังคำแถลงนโยบายของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายประเด็นพลังงาน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในระบบน้ำมันของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาที่ปรับขึ้นต่อเนื่องและเกิดภาวะขาดแคลนในหลายพื้นที่นายแพทย์วรงค์ระบุว่า แม้รัฐบาลจะประกาศมาตรการดูแลด้านพลังงาน แต่สถานการณ์จริงในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าปัญหายังไม่คลี่คลาย ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และปริมาณน้ำมันในระบบที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้งานข้อมูลที่นำมาอภิปรายชี้ว่า ปริมาณการใช้น้ำมันในบางช่วงเพิ่มขึ้นผิดปกติจากระดับเฉลี่ยเดิม ขณะที่ภาคเศรษฐกิจไม่ได้มีการขยายตัวในระดับเดียวกัน ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยถึงแหล่งที่มาของตัวเลขส่วนเกินดังกล่าว พร้อมกันนี้ ยังพบความไม่สอดคล้องระหว่างปริมาณน้ำมันที่ควรถูกกระจายสู่สถานีบริการ กับปริมาณที่ผู้ประกอบการได้รับจริง โดยหลายพื้นที่รายงานว่าปริมาณน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงปกติจากการประมวลข้อมูลหลายด้าน นายแพทย์วรงค์ประเมินว่า น้ำมันที่ “หายไปจากระบบ” อาจมีปริมาณรวมสูงถึงประมาณ 727 ล้านลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการกักตุนหรือความผิดปกติในกระบวนการจัดการน้ำมันนอกจากนี้ ยังเสนอให้ตรวจสอบเส้นทางการกระจายน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นไปจนถึงผู้ค้ารายใหญ่ เพื่อให้สามารถระบุจุดที่เกิดปัญหาได้อย่างชัดเจน และลดข้อคลางแคลงในสังคม ในด้านนโยบาย นายแพทย์วรงค์เห็นว่ามาตรการที่ออกมา เช่น การเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งน้ำมัน หรือการผ่อนคลายเงื่อนไขบางประการ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด หากไม่จัดการกับต้นตอของปัญหาในระบบพร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง รวมถึงทบทวนค่าใช้จ่ายทางการเมืองบางส่วน เพื่อนำงบประมาณไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนช่วงท้ายของการอภิปราย ระบุว่า หากรัฐบาลเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างจริงจัง อาจช่วยรักษาความเชื่อมั่นได้ แต่หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะยาว
อ่านต่อ >29

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศมาตรการภาษีใหม่ โดยระบุว่าสินค้านำเข้าจากประเทศที่ส่งอาวุธให้อิหร่านจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 50 ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้เพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์มาตรการดังกล่าวถือเป็นการยกระดับสงครามเศรษฐกิจควบคู่กับความขัดแย้งทางทหาร แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐจะใช้อำนาจทางกฎหมายใดรองรับ หลังศาลสูงสหรัฐเคยตัดสินให้การใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act เพื่อเก็บภาษีในลักษณะกว้างเกินขอบเขตอำนาจในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศอย่าง จีนและรัสเซียถูกจับตามองว่าเป็นผู้สนับสนุนด้านเทคโนโลยีและระบบอาวุธให้กับอิหร่าน แม้ทั้งสองประเทศจะปฏิเสธการส่งมอบอาวุธในช่วงที่ผ่านมารายงานก่อนหน้านี้ยังระบุว่าอิหร่านพิจารณาจัดซื้อขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงจากจีน รวมถึงมีการส่งอุปกรณ์ผลิตชิปจากบริษัท SMIC ให้กับภาคการทหาร ซึ่งสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีในเกมอำนาจยุคใหม่ ในเชิงนโยบายการค้า ทรัมป์อาจเลือกใช้มาตรการอื่น เช่น Section 301 หรือ Section 232 ซึ่งเปิดทางให้เก็บภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาสอบสวนและเปิดรับความคิดเห็นสาธารณะนักวิเคราะห์มองว่า หากมาตรการภาษีมีผลจริง จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัมป์เตรียมเดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อหารือกับผู้นำจีน เพื่อประคองข้อตกลงการค้าระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ของโลกขณะเดียวกัน สหรัฐยังต้องรักษาสมดุลด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการเข้าถึงแร่หายากจากจีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานด้านรัสเซีย แม้การนำเข้าสินค้าสู่สหรัฐจะลดลงหลังสงครามยูเครน แต่ยังมีสินค้าสำคัญ เช่น พัลลาเดียม ปุ๋ย และยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ที่ยังคงมีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมภาพรวมมาตรการครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของเศรษฐกิจโลก ที่นโยบายการค้ากลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เพียงเพื่อปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ยังใช้กดดันและต่อรองในเวทีการเมืองระหว่างประเทศอย่างเข้มข้น
อ่านต่อ >26

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพของประชาชน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายจังหวัด ล่าสุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ร่วมกับ มูลนิธิพุทธรักษา เดินหน้าสนับสนุนภารกิจควบคุมไฟป่า เพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมความร่วมมือครั้งนี้มี สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานรับมอบอุปกรณ์และการสนับสนุน โดยมี รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่เข้าร่วม ที่สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 จังหวัด เชียงใหม่ด้านผู้แทนภาคเอกชน นำโดย ณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส และ จอมกิตติ ศิริกุล ผู้บริหารด้านความยั่งยืนของซีพี ระบุว่า การสนับสนุนครั้งนี้มุ่งเสริมศักยภาพเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่ให้สามารถควบคุมไฟป่าได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น สำหรับมาตรการสำคัญ ประกอบด้วย • สนับสนุน “เครื่องเป่าลม” เพื่อใช้ควบคุมแนวไฟ ลดการลุกลามของไฟป่า • จัดตั้งกองทุนประกันภัยสำหรับอาสาสมัครดับไฟป่า เพื่อเพิ่มความคุ้มครองในการปฏิบัติงาน • ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่เสี่ยง ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มีสภาพอากาศเอื้อต่อการเกิดไฟป่า ส่งผลให้หลายจังหวัดเผชิญค่าฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่องภาครัฐและเอกชนจึงเร่งบูรณาการทรัพยากร เพื่อจำกัดความเสียหายทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ โดยหวังลดความรุนแรงของวิกฤตหมอกควันในระยะสั้น พร้อมวางแนวทางจัดการปัญหาไฟป่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
บรรยากาศสถานีขนส่งหมอชิต 2 เริ่มเนืองแน่นหลังประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่อง ด้านกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่ตรวจความพร้อม เผยมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการเพื่อตรึงค่าโดยสารถึง 19 เมษายนนี้ พร้อมบูรณาการ ป.ป.ส. สุ่มตรวจสารเสพติดคนขับสร้างความเชื่อมั่นสถิติการเดินทางและมาตรการรองรับนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ตรวจความพร้อมว่า บขส. ได้เตรียมแผนรับมือผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเต็มพิกัด:ยอดผู้เดินทาง: เมื่อวันที่ 8 เมษายน มีผู้โดยสารเดินทางออกแล้วกว่า 1.1 แสนคน (6,000 เที่ยวรถ)ช่วงพีค (9-12 เม.ย.): คาดการณ์ผู้เดินทางพุ่งสูงถึง 1.4 - 1.8 แสนคนต่อวันการเสริมรถ: จัดเที่ยวรถรวมกว่า 7,000-8,000 เที่ยว และเตรียมรถเสริมอีก 1,200 คัน เพื่อป้องกันผู้โดยสารตกค้าง มาตรการตรึงค่าโดยสารและช่วยเหลือผู้ประกอบการเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเทศกาล รัฐบาลได้บรรลุข้อตกลงกับผู้ประกอบการรถร่วมฯ โดยตรึงราคาเดิม ตั้งแต่วันที่ 6 – 19 เมษายน 2569 โดยจะใช้เงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) มาชดเชยส่วนต่างต้นทุนน้ำมันให้แก่ผู้ประกอบการ และ ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2569 เป็นต้นไป จะเริ่มปรับขึ้นค่าโดยสารตามมติคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงยกระดับความปลอดภัย "สงกรานต์ปลอดภัย ใส่ใจครอบครัว"กระทรวงคมนาคมบูรณาการร่วมกับ ป.ป.ส., กรมการขนส่งทางบก และตำรวจนครบาล ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นใจตลอดเส้นทาง ด้วยมาตรการดังต่อไปนี้ตรวจเข้มพนักงานขับรถ: สุ่มตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งสกัดกั้นยาเสพติด: เฝ้าระวังการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งสาธารณะอย่างเข้มงวดสภาพรถและน้ำมัน: กำชับตรวจสภาพรถโดยสารให้พร้อมใช้งาน 100% และสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงในเส้นทางหลักให้เพียงพอภาพรวมในปีนี้ รัฐบาลมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกควบคู่ไปกับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับบ้านอย่างมีความสุขและถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ
อ่านต่อ >26

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ในการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 9 เมษายน เพื่อรับฟังคำแถลงนโยบายของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายประเด็นพลังงาน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในระบบน้ำมันของประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาที่ปรับขึ้นต่อเนื่องและเกิดภาวะขาดแคลนในหลายพื้นที่นายแพทย์วรงค์ระบุว่า แม้รัฐบาลจะประกาศมาตรการดูแลด้านพลังงาน แต่สถานการณ์จริงในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าปัญหายังไม่คลี่คลาย ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และปริมาณน้ำมันในระบบที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้งานข้อมูลที่นำมาอภิปรายชี้ว่า ปริมาณการใช้น้ำมันในบางช่วงเพิ่มขึ้นผิดปกติจากระดับเฉลี่ยเดิม ขณะที่ภาคเศรษฐกิจไม่ได้มีการขยายตัวในระดับเดียวกัน ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยถึงแหล่งที่มาของตัวเลขส่วนเกินดังกล่าว พร้อมกันนี้ ยังพบความไม่สอดคล้องระหว่างปริมาณน้ำมันที่ควรถูกกระจายสู่สถานีบริการ กับปริมาณที่ผู้ประกอบการได้รับจริง โดยหลายพื้นที่รายงานว่าปริมาณน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงปกติจากการประมวลข้อมูลหลายด้าน นายแพทย์วรงค์ประเมินว่า น้ำมันที่ “หายไปจากระบบ” อาจมีปริมาณรวมสูงถึงประมาณ 727 ล้านลิตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการกักตุนหรือความผิดปกติในกระบวนการจัดการน้ำมันนอกจากนี้ ยังเสนอให้ตรวจสอบเส้นทางการกระจายน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นไปจนถึงผู้ค้ารายใหญ่ เพื่อให้สามารถระบุจุดที่เกิดปัญหาได้อย่างชัดเจน และลดข้อคลางแคลงในสังคม ในด้านนโยบาย นายแพทย์วรงค์เห็นว่ามาตรการที่ออกมา เช่น การเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งน้ำมัน หรือการผ่อนคลายเงื่อนไขบางประการ ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด หากไม่จัดการกับต้นตอของปัญหาในระบบพร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง รวมถึงทบทวนค่าใช้จ่ายทางการเมืองบางส่วน เพื่อนำงบประมาณไปบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนช่วงท้ายของการอภิปราย ระบุว่า หากรัฐบาลเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างจริงจัง อาจช่วยรักษาความเชื่อมั่นได้ แต่หากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะยาว
อ่านต่อ >29

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศมาตรการภาษีใหม่ โดยระบุว่าสินค้านำเข้าจากประเทศที่ส่งอาวุธให้อิหร่านจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราร้อยละ 50 ทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้เพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์มาตรการดังกล่าวถือเป็นการยกระดับสงครามเศรษฐกิจควบคู่กับความขัดแย้งทางทหาร แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐจะใช้อำนาจทางกฎหมายใดรองรับ หลังศาลสูงสหรัฐเคยตัดสินให้การใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act เพื่อเก็บภาษีในลักษณะกว้างเกินขอบเขตอำนาจในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ประเทศอย่าง จีนและรัสเซียถูกจับตามองว่าเป็นผู้สนับสนุนด้านเทคโนโลยีและระบบอาวุธให้กับอิหร่าน แม้ทั้งสองประเทศจะปฏิเสธการส่งมอบอาวุธในช่วงที่ผ่านมารายงานก่อนหน้านี้ยังระบุว่าอิหร่านพิจารณาจัดซื้อขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงจากจีน รวมถึงมีการส่งอุปกรณ์ผลิตชิปจากบริษัท SMIC ให้กับภาคการทหาร ซึ่งสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีในเกมอำนาจยุคใหม่ ในเชิงนโยบายการค้า ทรัมป์อาจเลือกใช้มาตรการอื่น เช่น Section 301 หรือ Section 232 ซึ่งเปิดทางให้เก็บภาษีเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาสอบสวนและเปิดรับความคิดเห็นสาธารณะนักวิเคราะห์มองว่า หากมาตรการภาษีมีผลจริง จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน โดยเฉพาะในช่วงที่ทรัมป์เตรียมเดินทางเยือนปักกิ่งเพื่อหารือกับผู้นำจีน เพื่อประคองข้อตกลงการค้าระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ของโลกขณะเดียวกัน สหรัฐยังต้องรักษาสมดุลด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการเข้าถึงแร่หายากจากจีน ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานด้านรัสเซีย แม้การนำเข้าสินค้าสู่สหรัฐจะลดลงหลังสงครามยูเครน แต่ยังมีสินค้าสำคัญ เช่น พัลลาเดียม ปุ๋ย และยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ที่ยังคงมีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมภาพรวมมาตรการครั้งนี้สะท้อนแนวโน้มใหม่ของเศรษฐกิจโลก ที่นโยบายการค้ากลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เพียงเพื่อปกป้องเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่ยังใช้กดดันและต่อรองในเวทีการเมืองระหว่างประเทศอย่างเข้มข้น
อ่านต่อ >26