
#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดี ลุยส์ อิกนาซิโอ ลุลา ดา ซิลวา ของบราซิล ประกาศถึงการค้นพบแหล่ง “น้ำมัน” บริเวณปากแม่น้ำแอมะซอน โดยประธานาธิบดีบราซิลเรียกการค้นพบนี้ว่า “พาสปอร์ต” หรือใบเบิกทางไปสู่อนาคตของประเทศ ซึ่งการค้นพบดังกล่าวถูกประกาศครั้งแรกโดยบริษัทน้ำมัน “ปิโตรบรา” (Petrobras) ที่ดำเนินงานภายใต้การควบคุมของรัฐบาลบราซิลแหล่งน้ำมันนี้ถูกค้นพบใต้ทะเลห่างจากชายฝั่งแอมะซอนราว 175 กิโลเมตร ที่ความลึก 2,886 เมตร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าขนาดของแหล่งน้ำมันที่พบมีปริมาณเท่าใด โดยปิโตรบราเริ่มการขุดค้นแหล่งน้ำมันในบริเวณนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2025 แม็กดา แชมบริอาร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทของปิโตรบรา ระบุว่าการค้นพบครั้งนี้สามารถยืนยันถึงความเชื่อมั่นของปิโตรบรา ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศแม้ว่าเหล่านักอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมจะออกมาเตือนว่าพื้นที่ที่มีการขุดเจาะเพื่อสำรวจนั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงการรั่วไหลของน้ำมันที่อาจเกิดขึ้นจะทำลายระบบนิเวศของพื้นที่นั้นได้ ไม่เพียงเท่านี้ นักอนุรักษ์ยังกังวลว่ากระแสน้ำอาจพัดพาน้ำมันที่รั่วไหลไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งซึ่งอุดมไปด้วยสัตว์ป่าแต่ประธานาธิบดีบราซิล ได้ปฏิเสธคำวิจารณ์ดังกล่าวจากนักอนุรักษ์และเรียกคำวิจารณ์เหล่านั้นว่าเป็น “การแทรกแซง” จากต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรป พร้อมย้ำว่าเขาจะไม่ยอมรับการแทรกแซงใด ๆ เพราะประเทศใดก็ตามที่มีน้ำมันคุณภาพเช่นนี้จะไม่ยอมให้ใครมาแทรกแซง นอกจากนี้เขายังให้เหตุผลว่ารายได้จากน้ำมันมีความจำเป็นเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของบราซิลไปสู่การใช้พลังงานที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไปทั้งนี้ เหลือเวลาไม่ถึง 2 เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิล ลูลาจึงพยายามดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนที่หวังเห็นการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ห่างไกลของบราซิล ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ที่กังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อ >26

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี และต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนการเยือนนิวซีแลนด์ครั้งนี้นับเป็นภารกิจต่างประเทศประเทศที่ 2 ติดต่อกัน โดยในวันพฤหัสบดีที่ 20 ส.ค. โดยนายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร Fairbairn กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อมุ่งหน้าไปยังนครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ คณะของนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานโอ๊คแลนด์ เวลา 14.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง จากนั้นจะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจในช่วงบ่ายและการหารือสำคัญตลอดการเยือน สำหรับภารกิจวันแรก นายกรัฐมนตรีเน้นการเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ โดยเวลา 16.00 น. มีกำหนดพบหารือผู้บริหารบริษัท Skyline Enterprises และเวลา 16.30 น. หารือต่อเนื่องกับผู้บริหารบริษัท T&G Global ซึ่งเป็นเอกชนสำคัญของนิวซีแลนด์ที่เกี่ยวข้องกับโอกาสด้านการลงทุน การท่องเที่ยว เกษตร และการกระจายสินค้าทั้งนี้ จากข้อมูลด้านการลงทุน พบว่า ช่วงปี 2564 ถึงมิ.ย. 2569 มีโครงการลงทุนจากนิวซีแลนด์ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย 9 โครงการ มูลค่ารวม 1,085 ล้านบาท โดยสาขาท่องเที่ยวมีมูลค่าสูงสุด 871 ล้านบาท หรือ 80% ของการลงทุนทั้งหมด ขณะที่ Skyline Enterprises มีโครงการลงทุนกิจการสวนสนุกในปี 2569 มูลค่า 871 ล้านบาท ส่วนด้านการค้า ไทยและนิวซีแลนด์มีฐานความร่วมมือจาก FTA 3 ฉบับ ได้แก่ TNZCEP, AANZFTA และ RCEP โดยไทยยังเป็นตลาดส่งออกแอปเปิลอันดับ 2 ของนิวซีแลนด์ รองจากจีน และมีศักยภาพเป็นฐานกระจายสินค้านิวซีแลนด์สู่อาเซียนด้วยการพบภาคเอกชนของนายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองทางธุรกิจ เปิดโอกาสความร่วมมือใหม่ และผลักดันให้ภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศมีบทบาทมากขึ้นในการขยายมูลค่าการค้า การลงทุน และกิจกรรมเศรษฐกิจร่วมกัน จากนั้นในวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการฯ ก่อนหารือทวิภาคีเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เพื่อยกระดับความร่วม
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
น้ำท่วมน่านวิกฤต! ระดับน้ำเขตเมืองเพิ่มสูงต่อเนื่อง เสี่ยงล้นตลิ่ง ท่ามกลางการเร่งช่วยเหลือประชาชนกลางดึก “อ.เชน” ลงพื้นที่ ตั้ง War Room 24 ชั่วโมง ระดมกู้ภัยและจิตอาสารับมือสถานการณ์ นอกจากนี้ยังจับตา “มวลน้ำ” เคลื่อนสู่อำเภอเวียงสา คาดกระทบช่วง 08.00–09.00 น. เช้าวันนี้ (20 ส.ค.) เร่งเตรียมพร้อมรับมือเต็มกำลังสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านยังน่าเป็นห่วง หลังระดับน้ำในเขตเทศบาลเมืองน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการเฝ้าระวังมวลน้ำที่กำลังเคลื่อนตัวต่อเนื่อง โดย “อ.เชน” ลงพื้นที่กลางดึก ติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง พร้อมสั่งการทุกหน่วยเตรียมรับมือพื้นที่อำเภอเวียงสาในช่วงเช้า จากนั้นลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงสำคัญ ทั้งสถานีวัดน้ำ N.1 กาดศรีคำ และที่ว่าการเทศบาลอำเภอเมืองน่าน เพื่อประเมินระดับน้ำและติดตามการ ช่วยเหลือประชาชน โดยระหว่างการลงพื้นที่ ทีมกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุประชาชนติดอยู่ภายในบ้าน จึงเร่งส่งกำลังเข้าช่วยเหลือทันที การประเมินล่าสุดพบว่า ระดับน้ำในเขตเทศบาลเมืองน่านยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และอาจล้นตลิ่งประมาณ 25 เซนติเมตร โดยคาดว่าระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดช่วงประมาณ 02.00 น. หากไม่มีฝนตกเพิ่ม สถานการณ์ในเขตเมืองมีโอกาสคลี่คลายและเข้าสู่ระยะฟื้นฟู ขณะเดียวกัน จังหวัดน่านจัดตั้งศูนย์บัญชาการสถานการณ์ หรือ War Room ตลอด 24 ชั่วโมง ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เพื่อประสานกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย จิตอาสา รวมถึงทีมเจ็ตสกีและทีมอาสาสมัคร เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยให้ผู้เข้าช่วยเหลือลงทะเบียนที่ศูนย์กลางก่อนกระจายกำลังไปยังพื้นที่ประสบภัย สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือ “มวลน้ำ” ที่จะเคลื่อนตัวจากพื้นที่เมืองน่านไปยังอำเภอเวียงสา โดยคาดว่าจะได้รับผลกระทบช่วงประมาณ 08.00-09.00 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม จึงมีการสั่งเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งด้านกำลังคน อุปกรณ์ช่วยเหลือ และโรงพยาบาล เพื่อรองรับผู้ป่วยและผู้ได้รับบาดเจ็บ
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อัปเดตสถานการณ์ น้ำท่วมน่าน วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำใน อำเภอปัวลดลง แล้ว ขณะที่มวลน้ำกำลังเคลื่อนตัวลงพื้นที่ตอนล่างของจังหวัดน่าน จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิดปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการพยากรณ์และการบริหารจัดการน้ำ ได้ร่วมกันวางแผนรับมือสถานการณ์ โดยคาดว่า มวลน้ำจาก อ.ปัว จะไหลผ่าน อ.ท่าวังผา ก่อนเข้าสู่ อ.เมืองน่าน และ อ.เวียงสา จากนั้นจะไหลลงสู่ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เปิดเส้นทางมวลน้ำท่วมน่านอำเภอไหนต้องเฝ้าระวังสำหรับระยะเวลาการเคลื่อนตัวของมวลน้ำ ปภ. ระบุว่า น้ำจาก อำเภอปัวจะใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง ก่อนถึงอำเภอเวียงสา ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตามแนวเส้นทางน้ำต้องติดตามระดับน้ำและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างต่อเนื่องเส้นทางการไหลของมวลน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่อ.ปัว - อ.ท่าวังผา - อ.เมืองน่าน - อ.เวียงสา - เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ปภ.ส่ง Cell Broadcast เตือนประชาชนล่วงหน้าปภ. และหน่วยงานในพื้นที่ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้มีเวลาเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่กำลังเคลื่อนตัวลงพื้นที่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควร ยกสิ่งของและเครื่องใช้ขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์และยานพาหนะไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการอพยพโดยเฉพาะ กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน และผู้ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ควรเตรียมเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือจุดปลอดภัย หากได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ปภ. ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมน่าน ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ตามแนวเส้นทางมวลน้ำขณะที่นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าน้ำมาเร็วและไหลแรง จากฝนที่ตกหนักและตกสะสมในพื้นที่ต้นน้ำ จากการประเมินสถานการณ์ในขณะนี้หลายจุดน้ำได้ลดลง เนื่องจากเป็นน้ำป่าที่มาเร็วไปเร็ว แต่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่ก็ไม่ประมาทเนื่องจากยังคงมีฝนตกสะสมในพื้นที่ทางตอนเหนืออยู่ ตอนนี้ทุกหน่วยงาน
อ่านต่อ >20

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดี ลุยส์ อิกนาซิโอ ลุลา ดา ซิลวา ของบราซิล ประกาศถึงการค้นพบแหล่ง “น้ำมัน” บริเวณปากแม่น้ำแอมะซอน โดยประธานาธิบดีบราซิลเรียกการค้นพบนี้ว่า “พาสปอร์ต” หรือใบเบิกทางไปสู่อนาคตของประเทศ ซึ่งการค้นพบดังกล่าวถูกประกาศครั้งแรกโดยบริษัทน้ำมัน “ปิโตรบรา” (Petrobras) ที่ดำเนินงานภายใต้การควบคุมของรัฐบาลบราซิลแหล่งน้ำมันนี้ถูกค้นพบใต้ทะเลห่างจากชายฝั่งแอมะซอนราว 175 กิโลเมตร ที่ความลึก 2,886 เมตร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าขนาดของแหล่งน้ำมันที่พบมีปริมาณเท่าใด โดยปิโตรบราเริ่มการขุดค้นแหล่งน้ำมันในบริเวณนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2025 แม็กดา แชมบริอาร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทของปิโตรบรา ระบุว่าการค้นพบครั้งนี้สามารถยืนยันถึงความเชื่อมั่นของปิโตรบรา ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศแม้ว่าเหล่านักอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมจะออกมาเตือนว่าพื้นที่ที่มีการขุดเจาะเพื่อสำรวจนั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงการรั่วไหลของน้ำมันที่อาจเกิดขึ้นจะทำลายระบบนิเวศของพื้นที่นั้นได้ ไม่เพียงเท่านี้ นักอนุรักษ์ยังกังวลว่ากระแสน้ำอาจพัดพาน้ำมันที่รั่วไหลไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งซึ่งอุดมไปด้วยสัตว์ป่าแต่ประธานาธิบดีบราซิล ได้ปฏิเสธคำวิจารณ์ดังกล่าวจากนักอนุรักษ์และเรียกคำวิจารณ์เหล่านั้นว่าเป็น “การแทรกแซง” จากต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรป พร้อมย้ำว่าเขาจะไม่ยอมรับการแทรกแซงใด ๆ เพราะประเทศใดก็ตามที่มีน้ำมันคุณภาพเช่นนี้จะไม่ยอมให้ใครมาแทรกแซง นอกจากนี้เขายังให้เหตุผลว่ารายได้จากน้ำมันมีความจำเป็นเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของบราซิลไปสู่การใช้พลังงานที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไปทั้งนี้ เหลือเวลาไม่ถึง 2 เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิล ลูลาจึงพยายามดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนที่หวังเห็นการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ห่างไกลของบราซิล ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ที่กังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อ >26

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังประเทศนิวซีแลนด์ ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2569 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี และต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนการเยือนนิวซีแลนด์ครั้งนี้นับเป็นภารกิจต่างประเทศประเทศที่ 2 ติดต่อกัน โดยในวันพฤหัสบดีที่ 20 ส.ค. โดยนายกรัฐมนตรีและคณะมีกำหนดออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร Fairbairn กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย เวลา 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อมุ่งหน้าไปยังนครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ คณะของนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานโอ๊คแลนด์ เวลา 14.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง จากนั้นจะเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจในช่วงบ่ายและการหารือสำคัญตลอดการเยือน สำหรับภารกิจวันแรก นายกรัฐมนตรีเน้นการเชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ โดยเวลา 16.00 น. มีกำหนดพบหารือผู้บริหารบริษัท Skyline Enterprises และเวลา 16.30 น. หารือต่อเนื่องกับผู้บริหารบริษัท T&G Global ซึ่งเป็นเอกชนสำคัญของนิวซีแลนด์ที่เกี่ยวข้องกับโอกาสด้านการลงทุน การท่องเที่ยว เกษตร และการกระจายสินค้าทั้งนี้ จากข้อมูลด้านการลงทุน พบว่า ช่วงปี 2564 ถึงมิ.ย. 2569 มีโครงการลงทุนจากนิวซีแลนด์ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย 9 โครงการ มูลค่ารวม 1,085 ล้านบาท โดยสาขาท่องเที่ยวมีมูลค่าสูงสุด 871 ล้านบาท หรือ 80% ของการลงทุนทั้งหมด ขณะที่ Skyline Enterprises มีโครงการลงทุนกิจการสวนสนุกในปี 2569 มูลค่า 871 ล้านบาท ส่วนด้านการค้า ไทยและนิวซีแลนด์มีฐานความร่วมมือจาก FTA 3 ฉบับ ได้แก่ TNZCEP, AANZFTA และ RCEP โดยไทยยังเป็นตลาดส่งออกแอปเปิลอันดับ 2 ของนิวซีแลนด์ รองจากจีน และมีศักยภาพเป็นฐานกระจายสินค้านิวซีแลนด์สู่อาเซียนด้วยการพบภาคเอกชนของนายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองทางธุรกิจ เปิดโอกาสความร่วมมือใหม่ และผลักดันให้ภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศมีบทบาทมากขึ้นในการขยายมูลค่าการค้า การลงทุน และกิจกรรมเศรษฐกิจร่วมกัน จากนั้นในวันศุกร์ที่ 21 ส.ค. นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการฯ ก่อนหารือทวิภาคีเต็มคณะกับนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เพื่อยกระดับความร่วม
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
น้ำท่วมน่านวิกฤต! ระดับน้ำเขตเมืองเพิ่มสูงต่อเนื่อง เสี่ยงล้นตลิ่ง ท่ามกลางการเร่งช่วยเหลือประชาชนกลางดึก “อ.เชน” ลงพื้นที่ ตั้ง War Room 24 ชั่วโมง ระดมกู้ภัยและจิตอาสารับมือสถานการณ์ นอกจากนี้ยังจับตา “มวลน้ำ” เคลื่อนสู่อำเภอเวียงสา คาดกระทบช่วง 08.00–09.00 น. เช้าวันนี้ (20 ส.ค.) เร่งเตรียมพร้อมรับมือเต็มกำลังสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดน่านยังน่าเป็นห่วง หลังระดับน้ำในเขตเทศบาลเมืองน่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางการเฝ้าระวังมวลน้ำที่กำลังเคลื่อนตัวต่อเนื่อง โดย “อ.เชน” ลงพื้นที่กลางดึก ติดตามสถานการณ์ด้วยตัวเอง พร้อมสั่งการทุกหน่วยเตรียมรับมือพื้นที่อำเภอเวียงสาในช่วงเช้า จากนั้นลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเสี่ยงสำคัญ ทั้งสถานีวัดน้ำ N.1 กาดศรีคำ และที่ว่าการเทศบาลอำเภอเมืองน่าน เพื่อประเมินระดับน้ำและติดตามการ ช่วยเหลือประชาชน โดยระหว่างการลงพื้นที่ ทีมกู้ภัยได้รับแจ้งเหตุประชาชนติดอยู่ภายในบ้าน จึงเร่งส่งกำลังเข้าช่วยเหลือทันที การประเมินล่าสุดพบว่า ระดับน้ำในเขตเทศบาลเมืองน่านยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และอาจล้นตลิ่งประมาณ 25 เซนติเมตร โดยคาดว่าระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดช่วงประมาณ 02.00 น. หากไม่มีฝนตกเพิ่ม สถานการณ์ในเขตเมืองมีโอกาสคลี่คลายและเข้าสู่ระยะฟื้นฟู ขณะเดียวกัน จังหวัดน่านจัดตั้งศูนย์บัญชาการสถานการณ์ หรือ War Room ตลอด 24 ชั่วโมง ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เพื่อประสานกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัย จิตอาสา รวมถึงทีมเจ็ตสกีและทีมอาสาสมัคร เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ โดยให้ผู้เข้าช่วยเหลือลงทะเบียนที่ศูนย์กลางก่อนกระจายกำลังไปยังพื้นที่ประสบภัย สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือ “มวลน้ำ” ที่จะเคลื่อนตัวจากพื้นที่เมืองน่านไปยังอำเภอเวียงสา โดยคาดว่าจะได้รับผลกระทบช่วงประมาณ 08.00-09.00 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม จึงมีการสั่งเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งด้านกำลังคน อุปกรณ์ช่วยเหลือ และโรงพยาบาล เพื่อรองรับผู้ป่วยและผู้ได้รับบาดเจ็บ
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อัปเดตสถานการณ์ น้ำท่วมน่าน วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ขณะนี้ระดับน้ำใน อำเภอปัวลดลง แล้ว ขณะที่มวลน้ำกำลังเคลื่อนตัวลงพื้นที่ตอนล่างของจังหวัดน่าน จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างใกล้ชิดปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการพยากรณ์และการบริหารจัดการน้ำ ได้ร่วมกันวางแผนรับมือสถานการณ์ โดยคาดว่า มวลน้ำจาก อ.ปัว จะไหลผ่าน อ.ท่าวังผา ก่อนเข้าสู่ อ.เมืองน่าน และ อ.เวียงสา จากนั้นจะไหลลงสู่ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เปิดเส้นทางมวลน้ำท่วมน่านอำเภอไหนต้องเฝ้าระวังสำหรับระยะเวลาการเคลื่อนตัวของมวลน้ำ ปภ. ระบุว่า น้ำจาก อำเภอปัวจะใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง ก่อนถึงอำเภอเวียงสา ทำให้ประชาชนในพื้นที่ตามแนวเส้นทางน้ำต้องติดตามระดับน้ำและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างต่อเนื่องเส้นทางการไหลของมวลน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่อ.ปัว - อ.ท่าวังผา - อ.เมืองน่าน - อ.เวียงสา - เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ปภ.ส่ง Cell Broadcast เตือนประชาชนล่วงหน้าปภ. และหน่วยงานในพื้นที่ได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้มีเวลาเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่กำลังเคลื่อนตัวลงพื้นที่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควร ยกสิ่งของและเครื่องใช้ขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถยนต์และยานพาหนะไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการอพยพโดยเฉพาะ กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน และผู้ที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ควรเตรียมเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือจุดปลอดภัย หากได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ปภ. ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมน่าน ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ตามแนวเส้นทางมวลน้ำขณะที่นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าน้ำมาเร็วและไหลแรง จากฝนที่ตกหนักและตกสะสมในพื้นที่ต้นน้ำ จากการประเมินสถานการณ์ในขณะนี้หลายจุดน้ำได้ลดลง เนื่องจากเป็นน้ำป่าที่มาเร็วไปเร็ว แต่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง แต่ก็ไม่ประมาทเนื่องจากยังคงมีฝนตกสะสมในพื้นที่ทางตอนเหนืออยู่ ตอนนี้ทุกหน่วยงาน
อ่านต่อ >20

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดี ลุยส์ อิกนาซิโอ ลุลา ดา ซิลวา ของบราซิล ประกาศถึงการค้นพบแหล่ง “น้ำมัน” บริเวณปากแม่น้ำแอมะซอน โดยประธานาธิบดีบราซิลเรียกการค้นพบนี้ว่า “พาสปอร์ต” หรือใบเบิกทางไปสู่อนาคตของประเทศ ซึ่งการค้นพบดังกล่าวถูกประกาศครั้งแรกโดยบริษัทน้ำมัน “ปิโตรบรา” (Petrobras) ที่ดำเนินงานภายใต้การควบคุมของรัฐบาลบราซิลแหล่งน้ำมันนี้ถูกค้นพบใต้ทะเลห่างจากชายฝั่งแอมะซอนราว 175 กิโลเมตร ที่ความลึก 2,886 เมตร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าขนาดของแหล่งน้ำมันที่พบมีปริมาณเท่าใด โดยปิโตรบราเริ่มการขุดค้นแหล่งน้ำมันในบริเวณนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2025 แม็กดา แชมบริอาร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทของปิโตรบรา ระบุว่าการค้นพบครั้งนี้สามารถยืนยันถึงความเชื่อมั่นของปิโตรบรา ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศแม้ว่าเหล่านักอนุรักษ์ด้านสิ่งแวดล้อมจะออกมาเตือนว่าพื้นที่ที่มีการขุดเจาะเพื่อสำรวจนั้นมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมถึงการรั่วไหลของน้ำมันที่อาจเกิดขึ้นจะทำลายระบบนิเวศของพื้นที่นั้นได้ ไม่เพียงเท่านี้ นักอนุรักษ์ยังกังวลว่ากระแสน้ำอาจพัดพาน้ำมันที่รั่วไหลไปยังพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งซึ่งอุดมไปด้วยสัตว์ป่าแต่ประธานาธิบดีบราซิล ได้ปฏิเสธคำวิจารณ์ดังกล่าวจากนักอนุรักษ์และเรียกคำวิจารณ์เหล่านั้นว่าเป็น “การแทรกแซง” จากต่างชาติ โดยเฉพาะยุโรป พร้อมย้ำว่าเขาจะไม่ยอมรับการแทรกแซงใด ๆ เพราะประเทศใดก็ตามที่มีน้ำมันคุณภาพเช่นนี้จะไม่ยอมให้ใครมาแทรกแซง นอกจากนี้เขายังให้เหตุผลว่ารายได้จากน้ำมันมีความจำเป็นเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของบราซิลไปสู่การใช้พลังงานที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไปทั้งนี้ เหลือเวลาไม่ถึง 2 เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิล ลูลาจึงพยายามดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนที่หวังเห็นการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ห่างไกลของบราซิล ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังไม่ให้สร้างความไม่พอใจแก่ผู้ที่กังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อ >26