
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
“ชวลิต จันทรรัตน์” วิเคราะห์ฝนปลายฤดู จับตาน้ำท่วมภาคตะวันออก–เพชรบุรี ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม 2569 ยังคงเป็นประเด็นที่หลายพื้นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะจังหวัดที่มีน้ำท่วมขังอยู่ก่อนแล้ว แม้ปริมาณน้ำในแม่น้ำหลายสายเริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ฝนระลอกใหม่อาจทำให้บางพื้นที่ต้องใช้เวลาระบายน้ำนานขึ้น ขณะที่ภาคเหนือเริ่มได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศเย็น และภาคกลางกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลนายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีมกรุ๊ป ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการข่าวเที่ยง TNN ช่อง 16 ถึงแนวโน้มฝนและสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยประเมินว่าฝนระลอกนี้จะตกหนักเป็นช่วง ๆ มากกว่าตกต่อเนื่องยาวนาน แต่พื้นที่ลุ่มต่ำและจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขังจำเป็นต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษปราจีนบุรี–ฉะเชิงเทรา น้ำลดช้า บางพื้นที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์นายชวลิตระบุว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงในภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่อำเภอกบินทร์บุรี ประจันตคาม บ้านสร้าง เมืองปราจีนบุรี ศรีมหาโพธิ และศรีมโหสถ ต่อเนื่องถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะอำเภอบางคล้า เมืองฉะเชิงเทรา และบางน้ำเปรี้ยวแม้ระดับน้ำในหลายจุดเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง แต่เนื่องจากบางพื้นที่เป็นทุ่งรับน้ำขนาดใหญ่และมีลักษณะเป็นที่ลุ่มต่ำ ทำให้การระบายน้ำต้องใช้เวลา โดยเฉพาะอำเภอศรีมหาโพธิและบางน้ำเปรี้ยวสำหรับฝนระลอกใหม่ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณฝนในพื้นที่บางส่วนประมาณ 60 มิลลิเมตร ซึ่งนายชวลิตประเมินว่า หากฝนตกลงบนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง อาจทำให้ระดับน้ำหยุดลดลงชั่วคราวในช่วง 1-2 วันส่วนแนวโน้มการคลี่คลายสถานการณ์ นายชวลิตประเมินเป็นลำดับว่า พื้นที่กบินทร์บุรีอาจมีระดับน้ำกลับเข้าสู่ตลิ่งภายในประมาณ 1 สัปดาห์ ตามด้วยประจันตคามในสัปดาห์ถัดไป ขณะที่บ้านสร้างอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์สำหรับบางคล้า บางน้ำเปรี้ยว ศรีมหาโพธิ และอำเภอเมืองบางส่วน อาจต้องใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์กว่าระดับน้ำจะลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนที่ตกเพิ่มเติมน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลง อยุธยา–อ่างทองไม่เพิ่มสูงมากสำหรับพื้นที่ภาคเหนือ นายชวลิตประเมินว่า ฝนระลอกนี้อาจตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่างและด้านตะวันตก เช่น เชียงใหม่ตอนล่าง ลำปาง
อ่านต่อ >31

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการประกันสังคม ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 และหน่วยเลือกตั้งภายในกระทรวงแรงงาน เพื่อตรวจสอบสถานที่ อุปกรณ์ และความพร้อมของเจ้าหน้าที่ก่อนวันลงคะแนนจริง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค. เปิดลงคะแนน 08.00-16.00 น.นายจุลพันธ์เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานมีความพร้อมจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. พร้อมกันทั่วประเทศ โดยเตรียมหน่วยเลือกตั้งกว่า 5,233 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยและระบบสนับสนุน เพื่อให้การลงคะแนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมสำหรับความกังวลเรื่องฝนตกหนักและภัยพิบัติ กระทรวงแรงงานเตรียมแผนรองรับสถานการณ์เฉพาะหน้าไว้แล้ว หากมีประกาศทางราชการให้พื้นที่ใดเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติทั้งอำเภอหรือเขต จนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งจะพิจารณาย้ายสถานที่ลงคะแนนไปยังอำเภอหรือเขตใกล้เคียงที่ปลอดภัย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทางของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์สถานที่ใหม่ให้ทราบโดยเร็วเช็กสิทธิเลือกตั้งประกันสังคมผ่านเว็บไซต์และแอป SSO Plusสำนักงานประกันสังคมขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเตรียมความพร้อมก่อนออกไปใช้สิทธิ ดังนี้ตรวจสอบสิทธิและสถานที่เลือกตั้ง: ตรวจสอบล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือแอปพลิเคชัน SSO Plus เนื่องจากแต่ละคนอาจมีหน่วยเลือกตั้งแตกต่างกันเตรียมหลักฐานยืนยันตัวตน: เตรียมเอกสารตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด และเผื่อเวลาเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง เปิด Dashboard ติดตามผลคะแนนหลังปิดหีบเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานประกันสังคมเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งทั่วประเทศ พร้อมเปิดระบบ Dashboard แสดงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th และช่องทางสื่อสารที่กำหนด หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 16.00 น.ระบบดังกล่าวมีตัวกรองจำแนกตามจังหวัดและอำเภอ ช่วยให้ผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนทั่วไปติดตามความคืบหน้าของผลการนับคะแนนได้อย
อ่านต่อ >15

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
กทม. เตรียมรับฝนระลอกใหม่ ก่อนเปิดประชุมเศรษฐกิจโลกกรุงเทพมหานครเข้าสู่ช่วงเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนและระดับน้ำระหว่างวันที่ 10–13 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แม้สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มลดลงจากช่วงก่อนหน้า แต่กรุงเทพมหานครยังต้องเตรียมพร้อมรับฝนที่อาจตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออกซึ่งมีน้ำสะสมในระบบคลองและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเร่งบริหารจัดการน้ำและเตรียมระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงการประชุมระดับนานาชาติข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีข้อบ่งชี้อย่างเป็นทางการว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10–13 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังต้องติดตามประกาศเตือนฝนและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดกรมอุตุฯ เตือนฝน 10–13 ตุลาคม กรุงเทพฯ ต้องเฝ้าระวังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 10–13 ตุลาคม 2569 โดยระบุว่าประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำสำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 10–11 ตุลาคม เป็นช่วงที่ต้องติดตามสถานการณ์ฝนเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนระลอกดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีฝนตกหนักในระยะเวลาสั้น ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำรอการระบายตามถนนและชุมชนบางแห่งส่วนวันที่ 12–13 ตุลาคม ซึ่งตรงกับช่วงเริ่มต้นการประชุม IMF–World Bank ประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาให้น้ำหนักกับสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้มากขึ้น ขณะที่กรุงเทพฯ ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองเฉพาะพื้นที่ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจะเกิดฝนหนักครอบคลุมทั้งเมืองดังนั้น ความเสี่ยงสำคัญของกรุงเทพฯ ในช่วงนี้จึงอยู่ที่ปริมาณฝนเฉพาะจุด ระดับน้ำในคลอง และประสิทธิภาพการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่ ระดับน้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลง กทม. ยังติดตามใกล้ชิดสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำมีผลต่อการระบายน้ำจากคลองสายต่าง ๆ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาข้อม
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กทม. เปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 12 จุด ฟื้นฟูสุขภาพหลังน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมจัดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ 12 จุด ในพื้นที่ 6 เขต เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมให้บริการตรวจรักษาเบื้องต้น แจกยา และฉีดวัคซีนบาดทะยัก รวมถึงบริการดูแลสุขภาพสุนัขและแมวในพื้นที่ที่กำหนด โดยประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายการให้บริการกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. ครอบคลุมพื้นที่เขตลาดกระบัง บางกะปิ ประเวศ สะพานสูง คันนายาว หนองจอก และมีนบุรี รวม 7 เขต โดยมีจุดให้บริการทั้งหมด 12 แห่งเช็กพิกัด 12 จุดตรวจสุขภาพฟรี กทม. วันที่ 10 ตุลาคม 2569กรุงเทพมหานครกำหนดจุดให้บริการหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ ดังนี้1. เขตลาดกระบัง จำนวน 5 จุดโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชสวน 60 พรรษาโรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบังชุมชนหลังคาเขียวสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2. เขตบางกะปิ จำนวน 1 จุดแฟลตคลองจั่น (แฟลต 28)3. เขตประเวศ จำนวน 1 จุดชุมชนเปรมฤทัย 174. เขตสะพานสูง จำนวน 1 จุดโรงเรียนสมโภชกรุงอนุสรณ์5. เขตคันนายาว จำนวน 2 จุดหมู่บ้านเปรมฤทัย 3หมู่บ้านอมรพันธ์ สวนสยาม6. เขตหนองจอก จำนวน 1 จุดหมู่บ้านฟลอร่าวิลล์7. เขตมีนบุรี จำนวน 1 จุดหมู่บ้านบัวขาว เปิดบริการตรวจสุขภาพฟรี ฉีดวัคซีนบาดทะยัก แจกยาน้ำกัดเท้าสำหรับบริการด้านสาธารณสุข กรุงเทพมหานครจัดเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ให้บริการดูแลประชาชนหลังสถานการณ์น้ำท่วม โดยครอบคลุมการตรวจรักษาและฟื้นฟูสุขภาพเบื้องต้น ได้แก่ การตรวจสุขภาพทั่วไป การทำแผลและล้างแผล การแจกยาสามัญประจำบ้าน รวมถึงยาสำหรับรักษาโรคน้ำกัดเท้านอกจากนี้ ยังมีบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก และการลงพื้นที่เยี่ยมชุมชน เพื่อดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประชาชนสามารถเข้ารับบริการตามจุดที่กำหนดได้ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายกทม. ดูแลสุนัขและแมวหลังน้ำท่วม ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าฟรีนอกจากบริการทางการแพทย์สำหรับประชาชนแล้ว กรุงเทพมหานครยังจัดบริการด้านสัตวแพทย์ เพื่อดูแลสุนัขและแมวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมีบริการตรวจรักษาเบื้องต้น ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง รวมถึงแจกอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างไรก็ตาม บริการ
อ่านต่อ >26

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
“ชวลิต จันทรรัตน์” วิเคราะห์ฝนปลายฤดู จับตาน้ำท่วมภาคตะวันออก–เพชรบุรี ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม 2569 ยังคงเป็นประเด็นที่หลายพื้นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะจังหวัดที่มีน้ำท่วมขังอยู่ก่อนแล้ว แม้ปริมาณน้ำในแม่น้ำหลายสายเริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ฝนระลอกใหม่อาจทำให้บางพื้นที่ต้องใช้เวลาระบายน้ำนานขึ้น ขณะที่ภาคเหนือเริ่มได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศเย็น และภาคกลางกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลนายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีมกรุ๊ป ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการข่าวเที่ยง TNN ช่อง 16 ถึงแนวโน้มฝนและสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยประเมินว่าฝนระลอกนี้จะตกหนักเป็นช่วง ๆ มากกว่าตกต่อเนื่องยาวนาน แต่พื้นที่ลุ่มต่ำและจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขังจำเป็นต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษปราจีนบุรี–ฉะเชิงเทรา น้ำลดช้า บางพื้นที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์นายชวลิตระบุว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงในภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่อำเภอกบินทร์บุรี ประจันตคาม บ้านสร้าง เมืองปราจีนบุรี ศรีมหาโพธิ และศรีมโหสถ ต่อเนื่องถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะอำเภอบางคล้า เมืองฉะเชิงเทรา และบางน้ำเปรี้ยวแม้ระดับน้ำในหลายจุดเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง แต่เนื่องจากบางพื้นที่เป็นทุ่งรับน้ำขนาดใหญ่และมีลักษณะเป็นที่ลุ่มต่ำ ทำให้การระบายน้ำต้องใช้เวลา โดยเฉพาะอำเภอศรีมหาโพธิและบางน้ำเปรี้ยวสำหรับฝนระลอกใหม่ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณฝนในพื้นที่บางส่วนประมาณ 60 มิลลิเมตร ซึ่งนายชวลิตประเมินว่า หากฝนตกลงบนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง อาจทำให้ระดับน้ำหยุดลดลงชั่วคราวในช่วง 1-2 วันส่วนแนวโน้มการคลี่คลายสถานการณ์ นายชวลิตประเมินเป็นลำดับว่า พื้นที่กบินทร์บุรีอาจมีระดับน้ำกลับเข้าสู่ตลิ่งภายในประมาณ 1 สัปดาห์ ตามด้วยประจันตคามในสัปดาห์ถัดไป ขณะที่บ้านสร้างอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์สำหรับบางคล้า บางน้ำเปรี้ยว ศรีมหาโพธิ และอำเภอเมืองบางส่วน อาจต้องใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์กว่าระดับน้ำจะลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนที่ตกเพิ่มเติมน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลง อยุธยา–อ่างทองไม่เพิ่มสูงมากสำหรับพื้นที่ภาคเหนือ นายชวลิตประเมินว่า ฝนระลอกนี้อาจตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่างและด้านตะวันตก เช่น เชียงใหม่ตอนล่าง ลำปาง
อ่านต่อ >31

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการประกันสังคม ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 และหน่วยเลือกตั้งภายในกระทรวงแรงงาน เพื่อตรวจสอบสถานที่ อุปกรณ์ และความพร้อมของเจ้าหน้าที่ก่อนวันลงคะแนนจริง เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 ต.ค. เปิดลงคะแนน 08.00-16.00 น.นายจุลพันธ์เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานมีความพร้อมจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. พร้อมกันทั่วประเทศ โดยเตรียมหน่วยเลือกตั้งกว่า 5,233 จุด พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยและระบบสนับสนุน เพื่อให้การลงคะแนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมสำหรับความกังวลเรื่องฝนตกหนักและภัยพิบัติ กระทรวงแรงงานเตรียมแผนรองรับสถานการณ์เฉพาะหน้าไว้แล้ว หากมีประกาศทางราชการให้พื้นที่ใดเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติทั้งอำเภอหรือเขต จนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งจะพิจารณาย้ายสถานที่ลงคะแนนไปยังอำเภอหรือเขตใกล้เคียงที่ปลอดภัย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทางของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์สถานที่ใหม่ให้ทราบโดยเร็วเช็กสิทธิเลือกตั้งประกันสังคมผ่านเว็บไซต์และแอป SSO Plusสำนักงานประกันสังคมขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเตรียมความพร้อมก่อนออกไปใช้สิทธิ ดังนี้ตรวจสอบสิทธิและสถานที่เลือกตั้ง: ตรวจสอบล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือแอปพลิเคชัน SSO Plus เนื่องจากแต่ละคนอาจมีหน่วยเลือกตั้งแตกต่างกันเตรียมหลักฐานยืนยันตัวตน: เตรียมเอกสารตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด และเผื่อเวลาเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้ง เปิด Dashboard ติดตามผลคะแนนหลังปิดหีบเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน สำนักงานประกันสังคมเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งทั่วประเทศ พร้อมเปิดระบบ Dashboard แสดงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th และช่องทางสื่อสารที่กำหนด หลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 16.00 น.ระบบดังกล่าวมีตัวกรองจำแนกตามจังหวัดและอำเภอ ช่วยให้ผู้ประกันตน นายจ้าง และประชาชนทั่วไปติดตามความคืบหน้าของผลการนับคะแนนได้อย
อ่านต่อ >15

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
กทม. เตรียมรับฝนระลอกใหม่ ก่อนเปิดประชุมเศรษฐกิจโลกกรุงเทพมหานครเข้าสู่ช่วงเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนและระดับน้ำระหว่างวันที่ 10–13 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์แม้สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มลดลงจากช่วงก่อนหน้า แต่กรุงเทพมหานครยังต้องเตรียมพร้อมรับฝนที่อาจตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออกซึ่งมีน้ำสะสมในระบบคลองและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐเร่งบริหารจัดการน้ำและเตรียมระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงการประชุมระดับนานาชาติข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีข้อบ่งชี้อย่างเป็นทางการว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10–13 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังต้องติดตามประกาศเตือนฝนและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดกรมอุตุฯ เตือนฝน 10–13 ตุลาคม กรุงเทพฯ ต้องเฝ้าระวังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 10–13 ตุลาคม 2569 โดยระบุว่าประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำสำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 10–11 ตุลาคม เป็นช่วงที่ต้องติดตามสถานการณ์ฝนเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนระลอกดังกล่าว โดยเฉพาะกรณีฝนตกหนักในระยะเวลาสั้น ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำรอการระบายตามถนนและชุมชนบางแห่งส่วนวันที่ 12–13 ตุลาคม ซึ่งตรงกับช่วงเริ่มต้นการประชุม IMF–World Bank ประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาให้น้ำหนักกับสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้มากขึ้น ขณะที่กรุงเทพฯ ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองเฉพาะพื้นที่ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจะเกิดฝนหนักครอบคลุมทั้งเมืองดังนั้น ความเสี่ยงสำคัญของกรุงเทพฯ ในช่วงนี้จึงอยู่ที่ปริมาณฝนเฉพาะจุด ระดับน้ำในคลอง และประสิทธิภาพการระบายน้ำของแต่ละพื้นที่ ระดับน้ำเจ้าพระยาเริ่มลดลง กทม. ยังติดตามใกล้ชิดสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญต่อการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำมีผลต่อการระบายน้ำจากคลองสายต่าง ๆ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาข้อม
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กทม. เปิดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 12 จุด ฟื้นฟูสุขภาพหลังน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมจัดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ 12 จุด ในพื้นที่ 6 เขต เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมให้บริการตรวจรักษาเบื้องต้น แจกยา และฉีดวัคซีนบาดทะยัก รวมถึงบริการดูแลสุขภาพสุนัขและแมวในพื้นที่ที่กำหนด โดยประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายการให้บริการกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. ครอบคลุมพื้นที่เขตลาดกระบัง บางกะปิ ประเวศ สะพานสูง คันนายาว หนองจอก และมีนบุรี รวม 7 เขต โดยมีจุดให้บริการทั้งหมด 12 แห่งเช็กพิกัด 12 จุดตรวจสุขภาพฟรี กทม. วันที่ 10 ตุลาคม 2569กรุงเทพมหานครกำหนดจุดให้บริการหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ ดังนี้1. เขตลาดกระบัง จำนวน 5 จุดโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชสวน 60 พรรษาโรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบังชุมชนหลังคาเขียวสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 2. เขตบางกะปิ จำนวน 1 จุดแฟลตคลองจั่น (แฟลต 28)3. เขตประเวศ จำนวน 1 จุดชุมชนเปรมฤทัย 174. เขตสะพานสูง จำนวน 1 จุดโรงเรียนสมโภชกรุงอนุสรณ์5. เขตคันนายาว จำนวน 2 จุดหมู่บ้านเปรมฤทัย 3หมู่บ้านอมรพันธ์ สวนสยาม6. เขตหนองจอก จำนวน 1 จุดหมู่บ้านฟลอร่าวิลล์7. เขตมีนบุรี จำนวน 1 จุดหมู่บ้านบัวขาว เปิดบริการตรวจสุขภาพฟรี ฉีดวัคซีนบาดทะยัก แจกยาน้ำกัดเท้าสำหรับบริการด้านสาธารณสุข กรุงเทพมหานครจัดเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ให้บริการดูแลประชาชนหลังสถานการณ์น้ำท่วม โดยครอบคลุมการตรวจรักษาและฟื้นฟูสุขภาพเบื้องต้น ได้แก่ การตรวจสุขภาพทั่วไป การทำแผลและล้างแผล การแจกยาสามัญประจำบ้าน รวมถึงยาสำหรับรักษาโรคน้ำกัดเท้านอกจากนี้ ยังมีบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก และการลงพื้นที่เยี่ยมชุมชน เพื่อดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมประชาชนสามารถเข้ารับบริการตามจุดที่กำหนดได้ตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายกทม. ดูแลสุนัขและแมวหลังน้ำท่วม ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าฟรีนอกจากบริการทางการแพทย์สำหรับประชาชนแล้ว กรุงเทพมหานครยังจัดบริการด้านสัตวแพทย์ เพื่อดูแลสุนัขและแมวในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมีบริการตรวจรักษาเบื้องต้น ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ฝังไมโครชิปและจดทะเบียนสัตว์เลี้ยง รวมถึงแจกอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างไรก็ตาม บริการ
อ่านต่อ >26

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
“ชวลิต จันทรรัตน์” วิเคราะห์ฝนปลายฤดู จับตาน้ำท่วมภาคตะวันออก–เพชรบุรี ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม 2569 ยังคงเป็นประเด็นที่หลายพื้นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะจังหวัดที่มีน้ำท่วมขังอยู่ก่อนแล้ว แม้ปริมาณน้ำในแม่น้ำหลายสายเริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ฝนระลอกใหม่อาจทำให้บางพื้นที่ต้องใช้เวลาระบายน้ำนานขึ้น ขณะที่ภาคเหนือเริ่มได้รับอิทธิพลจากมวลอากาศเย็น และภาคกลางกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลนายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีมกรุ๊ป ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการข่าวเที่ยง TNN ช่อง 16 ถึงแนวโน้มฝนและสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ ภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยประเมินว่าฝนระลอกนี้จะตกหนักเป็นช่วง ๆ มากกว่าตกต่อเนื่องยาวนาน แต่พื้นที่ลุ่มต่ำและจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขังจำเป็นต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษปราจีนบุรี–ฉะเชิงเทรา น้ำลดช้า บางพื้นที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์นายชวลิตระบุว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงในภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่อำเภอกบินทร์บุรี ประจันตคาม บ้านสร้าง เมืองปราจีนบุรี ศรีมหาโพธิ และศรีมโหสถ ต่อเนื่องถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะอำเภอบางคล้า เมืองฉะเชิงเทรา และบางน้ำเปรี้ยวแม้ระดับน้ำในหลายจุดเริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง แต่เนื่องจากบางพื้นที่เป็นทุ่งรับน้ำขนาดใหญ่และมีลักษณะเป็นที่ลุ่มต่ำ ทำให้การระบายน้ำต้องใช้เวลา โดยเฉพาะอำเภอศรีมหาโพธิและบางน้ำเปรี้ยวสำหรับฝนระลอกใหม่ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ปริมาณฝนในพื้นที่บางส่วนประมาณ 60 มิลลิเมตร ซึ่งนายชวลิตประเมินว่า หากฝนตกลงบนพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง อาจทำให้ระดับน้ำหยุดลดลงชั่วคราวในช่วง 1-2 วันส่วนแนวโน้มการคลี่คลายสถานการณ์ นายชวลิตประเมินเป็นลำดับว่า พื้นที่กบินทร์บุรีอาจมีระดับน้ำกลับเข้าสู่ตลิ่งภายในประมาณ 1 สัปดาห์ ตามด้วยประจันตคามในสัปดาห์ถัดไป ขณะที่บ้านสร้างอาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์สำหรับบางคล้า บางน้ำเปรี้ยว ศรีมหาโพธิ และอำเภอเมืองบางส่วน อาจต้องใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์กว่าระดับน้ำจะลดลงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนที่ตกเพิ่มเติมน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลง อยุธยา–อ่างทองไม่เพิ่มสูงมากสำหรับพื้นที่ภาคเหนือ นายชวลิตประเมินว่า ฝนระลอกนี้อาจตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่างและด้านตะวันตก เช่น เชียงใหม่ตอนล่าง ลำปาง
อ่านต่อ >31