
#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
บริษัท อเมซอน (Amazon) ประกาศแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เดินหน้าลดตำแหน่งงาน ราว 16,000 ตำแหน่ง โดยเฉพาะฝ่ายบริหารเพื่อเร่งลดความซับซ้อนภายในองค์กร เพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ และตัดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน โดยนับเป็นการปลดพนักงานครั้งใหญ่เป็นระลอกที่ 2 นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ท่ามกลางยุทธศาสตร์ใหม่ที่บริษัทมุ่งทุ่มทรัพยากรไปยังการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าการลดจำนวนพนักงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องในการทำให้องค์กรแข็งแกร่งขึ้น ผ่านการลดลำดับชั้นการบริหาร เพิ่มความรับผิดชอบของแต่ละทีม และลดระบบราชการภายใน ซึ่งสอดรับกับทิศทางการลงทุนด้าน AI ที่กำลังเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน กระบวนการปรับโครงสร้างเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้น เมื่อพนักงานบางส่วนในหน่วยธุรกิจคลาวด์ของอเมซอนได้รับอีเมลภายในซึ่งถูกส่งออกมาโดยไม่ตั้งใจ เนื้อหาอ้างถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร และยืนยันว่าบริษัทได้แจ้งพนักงานที่ได้รับผลกระทบแล้ว ในช่วงสิ้นไตรมาสที่สามของปี 2025 บริษัทอเมซอนมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 1.58 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานในคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ หากนับรวมการปลดพนักงานตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา การลดตำแหน่งงานรวมราว 30,000 ตำแหน่ง คิดเป็นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานในกลุ่มบริหารและเทคโนโลยี ซึ่งมีจำนวนราว 350,000 คน สะท้อนว่าภาระหลักของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ตกอยู่กับสายงานสำนักงานและเทคโนโลยีมากกว่าสายปฏิบัติการภาคสนามตลอดหลายปีที่ผ่านมา อเมซอนอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง บริษัทเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 27,000 คนในช่วงปี 2022 ถึง 2023 และยังมีการลดจำนวนพนักงานเป็นระยะในปี 2024 เพื่อควบคุมต้นทุน หลังจากที่บริษัทขยายการจ้างงานอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการอีคอมเมิร์ซและบริการคลาวด์ที่พุ่งสูง ในด้านการเงิน อเมซอนยังคงรัดเข็มขัดในหลายธุรกิจ เพื่อเปิดทางให้การลงทุนขนาดใหญ่ด้าน AI และศูนย์ข้อมูลเดินหน้าได้เต็มที่ ล่าสุดบริษัทตัดสินใจปิดกิจการร้านขายของชำ Fresh and Go หลังจากทดลองดำเนินการมาหลายปี โดยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา อเมซอนคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนในปี 2026 จะสูงถึง 125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.5 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดั
อ่านต่อ >41

#ข่าวการเงิน การลงทุน #ทันหุ้น
#ทันหุ้น ธปท.ชี้”ภาคบริการ-ท่องเที่ยว”หนุนเศรษฐกิจไทย ระวังบาทแข็ง-สภาพคล่องธุรกิจตึง ขณะที่ มาตรการรัฐช่วยพยุงเศรษฐกิจปลายปี 68นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจในเดือนธันวาคมและไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคมขยายตัวจากเดือนก่อนตามการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ส่วนหนึ่งใด้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการขยายตัว ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากเดือนก่อน และอัตราเงินเพื่อพื้นฐานเป็นบวกลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนส่วนเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 นั้น ขยายตัวจากไตรมาสก่อน จากอุปสงค์ต่างประเทศตามการส่งออกสินค้าและรายรับภาคการท่องที่ยวเพิ่มขึ้น ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศประเทศปรับดีขึ้น ทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในกาคบริการขยายตัว สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับโรงงานที่ปิดปรับปรุงกระบวนการผลิตกลับมาดำเนินงานตามตามตามปกติ ส่วนอัตราเงินเพื่อทั่วไปติดลบจากหมวดพลังงานและหมวดอาหารสด ขณะที่อัดราเงินเพื่อพื้นฐานยังเป็นบวกสำหรับแนวโน้มระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งมาจากกิจกรรมในภาคบริการ โดยเฉพาะการค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวตามการส่งออก และภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยพื้นตัว ขณะที่ ภาคการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวต่ำจากปัญหาเชิงโครงสร้างด้านควานสามารถในการเข่งขัน กดดันการเติบโตของรายได้และกำลังซื้อให้มีแนวโน้มชะลอตัวลงทั้งนี้ ระยะต่อไปต้องติดตาม 1.ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท 2.สภาพคล่องของธุรกิจที่ดึงตัว 3.ความสามารถในการปรับตัวของภาคการผลิต และ 4.การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความกังวลต่อแนวทางการปรับกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนประกันสังคม แม้มีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงมากขึ้น แต่หากไม่ปรับโครงสร้างและกลไกการตัดสินใจลงทุนควบคู่กัน อาจไม่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญ และยังเสี่ยงเพิ่มความผันผวนในระยะยาว ซึ่งอาจกระทบต่อเงินบำนาญและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนรศ. ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการประกันสังคมมีมติเห็นชอบในหลักการปรับกรอบนโยบายการลงทุนเชิงกลยุทธ์ หรือ SAA โดยขยายสัดส่วนการลงทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำเป็น 50:50 จากเดิม 40:60 เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในอนาคตอย่างไรก็ตาม การปรับเพียงตัวเลขสัดส่วนการลงทุน โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร การกำกับดูแล และกระบวนการตัดสินใจลงทุน อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่แตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากผลตอบแทนของกองทุนขนาดใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรสัดส่วนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลักรศ. ดร.ทีปกร ระบุว่า รากของปัญหาการลงทุนของกองทุนประกันสังคมอยู่ที่ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและธรรมาภิบาล แม้กองทุนจะมีมูลค่าสูงมาก แต่ระบบตัดสินใจยังคงอยู่ในกรอบราชการแบบดั้งเดิม และถูกครอบงำโดยเครือข่ายอำนาจเดิมทางการเมือง จึงเกิดคำถามถึงความเหมาะสมของระเบียบที่ใช้กับการบริหารเงินระยะยาวในบริบทปัจจุบัน นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอว่า สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการคือการยกระดับธรรมาภิบาลกองทุน โดยเฉพาะในขั้นตอนการคัดเลือกสินทรัพย์ลงทุน ซึ่งต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอาศัยความเป็นมืออาชีพ พร้อมเสนอแนวทางหลัก 3 ประการ ได้แก่ การแยกบทบาทผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารการลงทุน และผู้กำกับตรวจสอบอย่างชัดเจน การเพิ่มความเป็นอิสระและความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการด้านการลงทุน และการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนให้สามารถตรวจสอบจากภายนอกได้มากขึ้นหากการลงทุนยังขาดประสิทธิภาพต่อเนื่อง แม้ในระยะสั้นอาจยังไม่เห็นผลชัด แต่ในระยะยาวจะกระทบต่อเงินบำนาญชราภาพและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน โดยเฉพาะในบริบทสังคมผู้สูงวัยที่จำนวนผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ส่งเงินสมทบลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่แรงกดดันในการลดสิทธิประโยชน์ เพิ่มอัตราเงินสมทบ หรือพึ่งพางบประมาณรัฐมากขึ้นนอกจากนี้ กรณีการลงทุ
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
29 มกราคม 2569 นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่พบการรายงานการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ดังกล่าวในประเทศไทย กรมการแพทย์เป็นกรมวิชาการของกระทรวงสาธารณสุขมีภารกิจในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านต่างๆ แก่บุคลากรทางการแพทย์ และเตรียมความพร้อมในทุกระดับตามมาตรฐานการดำเนินงานทางการแพทย์ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับในทุกสังกัด ให้สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างอย่างยืดหยุ่น รวมทั้งเป็นการ “สร้างความตระหนักรู้ ลดความตื่นตระหนก” โดยได้ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "Highlight Clinical management for Nipah virus" เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการเฝ้าระวังโรค การวินิจฉัย ดูแลรักษาผู้ป่วยให้สอดคล้องกับองค์ความรู้ที่เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ ได้มีการเผยแพร่คำแนะนำสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) / คำแนะนำการใช้อุปกรณ์ส่วนบุคคลป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Personal Protective Equipment (PPE) for healthcare personnel caring for Nipah virus patients) และแนวทางการจัดระบบบริการของโรงพยาบาล กรณีมีการระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขอให้ประชาชนมั่นใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยของระบบสาธารณสุขไทย และติดตามสถานการณ์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อลดความสับสนและสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง
อ่านต่อ >28

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
บริษัท อเมซอน (Amazon) ประกาศแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เดินหน้าลดตำแหน่งงาน ราว 16,000 ตำแหน่ง โดยเฉพาะฝ่ายบริหารเพื่อเร่งลดความซับซ้อนภายในองค์กร เพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ และตัดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน โดยนับเป็นการปลดพนักงานครั้งใหญ่เป็นระลอกที่ 2 นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ท่ามกลางยุทธศาสตร์ใหม่ที่บริษัทมุ่งทุ่มทรัพยากรไปยังการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าการลดจำนวนพนักงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องในการทำให้องค์กรแข็งแกร่งขึ้น ผ่านการลดลำดับชั้นการบริหาร เพิ่มความรับผิดชอบของแต่ละทีม และลดระบบราชการภายใน ซึ่งสอดรับกับทิศทางการลงทุนด้าน AI ที่กำลังเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน กระบวนการปรับโครงสร้างเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้น เมื่อพนักงานบางส่วนในหน่วยธุรกิจคลาวด์ของอเมซอนได้รับอีเมลภายในซึ่งถูกส่งออกมาโดยไม่ตั้งใจ เนื้อหาอ้างถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร และยืนยันว่าบริษัทได้แจ้งพนักงานที่ได้รับผลกระทบแล้ว ในช่วงสิ้นไตรมาสที่สามของปี 2025 บริษัทอเมซอนมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 1.58 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานในคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ หากนับรวมการปลดพนักงานตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา การลดตำแหน่งงานรวมราว 30,000 ตำแหน่ง คิดเป็นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานในกลุ่มบริหารและเทคโนโลยี ซึ่งมีจำนวนราว 350,000 คน สะท้อนว่าภาระหลักของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ตกอยู่กับสายงานสำนักงานและเทคโนโลยีมากกว่าสายปฏิบัติการภาคสนามตลอดหลายปีที่ผ่านมา อเมซอนอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง บริษัทเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 27,000 คนในช่วงปี 2022 ถึง 2023 และยังมีการลดจำนวนพนักงานเป็นระยะในปี 2024 เพื่อควบคุมต้นทุน หลังจากที่บริษัทขยายการจ้างงานอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการอีคอมเมิร์ซและบริการคลาวด์ที่พุ่งสูง ในด้านการเงิน อเมซอนยังคงรัดเข็มขัดในหลายธุรกิจ เพื่อเปิดทางให้การลงทุนขนาดใหญ่ด้าน AI และศูนย์ข้อมูลเดินหน้าได้เต็มที่ ล่าสุดบริษัทตัดสินใจปิดกิจการร้านขายของชำ Fresh and Go หลังจากทดลองดำเนินการมาหลายปี โดยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา อเมซอนคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนในปี 2026 จะสูงถึง 125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.5 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดั
อ่านต่อ >41

#ข่าวการเงิน การลงทุน #ทันหุ้น
#ทันหุ้น ธปท.ชี้”ภาคบริการ-ท่องเที่ยว”หนุนเศรษฐกิจไทย ระวังบาทแข็ง-สภาพคล่องธุรกิจตึง ขณะที่ มาตรการรัฐช่วยพยุงเศรษฐกิจปลายปี 68นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจในเดือนธันวาคมและไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคมขยายตัวจากเดือนก่อนตามการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ส่วนหนึ่งใด้รับผลดีจากมาตรการภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการขยายตัว ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงจากเดือนก่อน และอัตราเงินเพื่อพื้นฐานเป็นบวกลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนส่วนเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 นั้น ขยายตัวจากไตรมาสก่อน จากอุปสงค์ต่างประเทศตามการส่งออกสินค้าและรายรับภาคการท่องที่ยวเพิ่มขึ้น ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศประเทศปรับดีขึ้น ทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงการใช้จ่ายภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในกาคบริการขยายตัว สำหรับการผลิตภาคอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับโรงงานที่ปิดปรับปรุงกระบวนการผลิตกลับมาดำเนินงานตามตามตามปกติ ส่วนอัตราเงินเพื่อทั่วไปติดลบจากหมวดพลังงานและหมวดอาหารสด ขณะที่อัดราเงินเพื่อพื้นฐานยังเป็นบวกสำหรับแนวโน้มระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งมาจากกิจกรรมในภาคบริการ โดยเฉพาะการค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวตามการส่งออก และภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยพื้นตัว ขณะที่ ภาคการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวต่ำจากปัญหาเชิงโครงสร้างด้านควานสามารถในการเข่งขัน กดดันการเติบโตของรายได้และกำลังซื้อให้มีแนวโน้มชะลอตัวลงทั้งนี้ ระยะต่อไปต้องติดตาม 1.ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท 2.สภาพคล่องของธุรกิจที่ดึงตัว 3.ความสามารถในการปรับตัวของภาคการผลิต และ 4.การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แสดงความกังวลต่อแนวทางการปรับกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนประกันสังคม แม้มีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงมากขึ้น แต่หากไม่ปรับโครงสร้างและกลไกการตัดสินใจลงทุนควบคู่กัน อาจไม่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนอย่างมีนัยสำคัญ และยังเสี่ยงเพิ่มความผันผวนในระยะยาว ซึ่งอาจกระทบต่อเงินบำนาญและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนรศ. ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการประกันสังคมมีมติเห็นชอบในหลักการปรับกรอบนโยบายการลงทุนเชิงกลยุทธ์ หรือ SAA โดยขยายสัดส่วนการลงทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงสูงและเสี่ยงต่ำเป็น 50:50 จากเดิม 40:60 เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในอนาคตอย่างไรก็ตาม การปรับเพียงตัวเลขสัดส่วนการลงทุน โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างการบริหาร การกำกับดูแล และกระบวนการตัดสินใจลงทุน อาจทำให้ผลลัพธ์ไม่แตกต่างจากที่ผ่านมา เนื่องจากผลตอบแทนของกองทุนขนาดใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสูตรสัดส่วนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยงเป็นหลักรศ. ดร.ทีปกร ระบุว่า รากของปัญหาการลงทุนของกองทุนประกันสังคมอยู่ที่ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและธรรมาภิบาล แม้กองทุนจะมีมูลค่าสูงมาก แต่ระบบตัดสินใจยังคงอยู่ในกรอบราชการแบบดั้งเดิม และถูกครอบงำโดยเครือข่ายอำนาจเดิมทางการเมือง จึงเกิดคำถามถึงความเหมาะสมของระเบียบที่ใช้กับการบริหารเงินระยะยาวในบริบทปัจจุบัน นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอว่า สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการคือการยกระดับธรรมาภิบาลกองทุน โดยเฉพาะในขั้นตอนการคัดเลือกสินทรัพย์ลงทุน ซึ่งต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และอาศัยความเป็นมืออาชีพ พร้อมเสนอแนวทางหลัก 3 ประการ ได้แก่ การแยกบทบาทผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารการลงทุน และผู้กำกับตรวจสอบอย่างชัดเจน การเพิ่มความเป็นอิสระและความเชี่ยวชาญของคณะกรรมการด้านการลงทุน และการเปิดเผยข้อมูลการลงทุนให้สามารถตรวจสอบจากภายนอกได้มากขึ้นหากการลงทุนยังขาดประสิทธิภาพต่อเนื่อง แม้ในระยะสั้นอาจยังไม่เห็นผลชัด แต่ในระยะยาวจะกระทบต่อเงินบำนาญชราภาพและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน โดยเฉพาะในบริบทสังคมผู้สูงวัยที่จำนวนผู้รับบำนาญเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้ส่งเงินสมทบลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่แรงกดดันในการลดสิทธิประโยชน์ เพิ่มอัตราเงินสมทบ หรือพึ่งพางบประมาณรัฐมากขึ้นนอกจากนี้ กรณีการลงทุ
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
29 มกราคม 2569 นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่พบการรายงานการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ดังกล่าวในประเทศไทย กรมการแพทย์เป็นกรมวิชาการของกระทรวงสาธารณสุขมีภารกิจในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านต่างๆ แก่บุคลากรทางการแพทย์ และเตรียมความพร้อมในทุกระดับตามมาตรฐานการดำเนินงานทางการแพทย์ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับในทุกสังกัด ให้สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างอย่างยืดหยุ่น รวมทั้งเป็นการ “สร้างความตระหนักรู้ ลดความตื่นตระหนก” โดยได้ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ "Highlight Clinical management for Nipah virus" เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการเฝ้าระวังโรค การวินิจฉัย ดูแลรักษาผู้ป่วยให้สอดคล้องกับองค์ความรู้ที่เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้ ได้มีการเผยแพร่คำแนะนำสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) / คำแนะนำการใช้อุปกรณ์ส่วนบุคคลป้องกันการติดเชื้อสำหรับบุคลากรที่ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสนิปาห์ (Personal Protective Equipment (PPE) for healthcare personnel caring for Nipah virus patients) และแนวทางการจัดระบบบริการของโรงพยาบาล กรณีมีการระบาดของเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นการเสริมสร้างองค์ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขอให้ประชาชนมั่นใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยของระบบสาธารณสุขไทย และติดตามสถานการณ์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ เพื่อลดความสับสนและสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง
อ่านต่อ >28

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
บริษัท อเมซอน (Amazon) ประกาศแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เดินหน้าลดตำแหน่งงาน ราว 16,000 ตำแหน่ง โดยเฉพาะฝ่ายบริหารเพื่อเร่งลดความซับซ้อนภายในองค์กร เพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ และตัดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน โดยนับเป็นการปลดพนักงานครั้งใหญ่เป็นระลอกที่ 2 นับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ท่ามกลางยุทธศาสตร์ใหม่ที่บริษัทมุ่งทุ่มทรัพยากรไปยังการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เว็บไซต์ของบริษัทระบุว่าการลดจำนวนพนักงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อเนื่องในการทำให้องค์กรแข็งแกร่งขึ้น ผ่านการลดลำดับชั้นการบริหาร เพิ่มความรับผิดชอบของแต่ละทีม และลดระบบราชการภายใน ซึ่งสอดรับกับทิศทางการลงทุนด้าน AI ที่กำลังเข้มข้นขึ้นอย่างชัดเจน กระบวนการปรับโครงสร้างเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนขึ้น เมื่อพนักงานบางส่วนในหน่วยธุรกิจคลาวด์ของอเมซอนได้รับอีเมลภายในซึ่งถูกส่งออกมาโดยไม่ตั้งใจ เนื้อหาอ้างถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร และยืนยันว่าบริษัทได้แจ้งพนักงานที่ได้รับผลกระทบแล้ว ในช่วงสิ้นไตรมาสที่สามของปี 2025 บริษัทอเมซอนมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 1.58 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นพนักงานในคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์ หากนับรวมการปลดพนักงานตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา การลดตำแหน่งงานรวมราว 30,000 ตำแหน่ง คิดเป็นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของพนักงานในกลุ่มบริหารและเทคโนโลยี ซึ่งมีจำนวนราว 350,000 คน สะท้อนว่าภาระหลักของการปรับโครงสร้างครั้งนี้ตกอยู่กับสายงานสำนักงานและเทคโนโลยีมากกว่าสายปฏิบัติการภาคสนามตลอดหลายปีที่ผ่านมา อเมซอนอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างองค์กรอย่างต่อเนื่อง บริษัทเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 27,000 คนในช่วงปี 2022 ถึง 2023 และยังมีการลดจำนวนพนักงานเป็นระยะในปี 2024 เพื่อควบคุมต้นทุน หลังจากที่บริษัทขยายการจ้างงานอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโควิด-19 เพื่อตอบสนองต่อความต้องการอีคอมเมิร์ซและบริการคลาวด์ที่พุ่งสูง ในด้านการเงิน อเมซอนยังคงรัดเข็มขัดในหลายธุรกิจ เพื่อเปิดทางให้การลงทุนขนาดใหญ่ด้าน AI และศูนย์ข้อมูลเดินหน้าได้เต็มที่ ล่าสุดบริษัทตัดสินใจปิดกิจการร้านขายของชำ Fresh and Go หลังจากทดลองดำเนินการมาหลายปี โดยเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา อเมซอนคาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนในปี 2026 จะสูงถึง 125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.5 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดั
อ่านต่อ >41