
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดไฟเขียวให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สามารถขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) ได้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนยุคดิจิทัล และช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก ไทม์ไลน์การเปิดระบบและช่วงเวลาใช้สิทธินางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้วางกำหนดการสำหรับโหมดเดลิเวอรีไว้ดังนี้:สำหรับร้านค้า: เริ่มกดสมัครเข้าร่วมผ่านระบบเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปสำหรับประชาชน: เริ่มใช้สิทธิสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 * เวลาที่กำหนด: สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวันวิธีการสมัครเข้าร่วมสำหรับร้านค้า (ผ่านแอปฯ ถุงเงิน)ร้านค้าอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มช่องทางเดลิเวอรี สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้:อัปเดตแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดกดสมัคร: เลือกกดที่แบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนหน้าแอปพลิเคชันกดยอมรับเงื่อนไข: อ่านและกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของโครงการเลือกแพลตฟอร์ม: เลือกผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่ร้านค้าต้องการเข้าร่วม เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น ร้านค้าจะสามารถรับออเดอร์จากลูกค้าผ่านระบบเดลิเวอรีได้ทันที โดยจะมีไรเดอร์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ มารับสินค้าไปส่งให้ผู้บริโภคตามปกติ และร้านค้ายังคงตรวจสอบประวัติการรับเงินได้อย่างสะดวกผ่านแอปฯ ถุงเงินเช่นเดิมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ลดภาระค่าครองชีพการเชื่อมโยงโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เข้ากับแพลตฟอร์มส่งอาหารในครั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยที่อาจไม่มีหน้าร้านในทำเลทอง รวมถึงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารในราคาประหยัดได้โดยไม่ต้องเดินทาง“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และลดภาระค่าครองชีพประชาชนไปพร้อมกัน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกระจายลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง” รองโฆษกฯ กล่าวทิ้งท้าย
อ่านต่อ >24

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
26 พฤษภาคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานสถิติการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” บนเครือข่ายของลูกค้าทรูและดีแทคในการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรกในการเปิดลงทะเบียนพบว่าปริมาณผู้ใช้งานทั่วประเทศตลอดทั้งวันพุ่งสูงถึง 1,864% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาการใช้งานปกติ สะท้อนกระแสตอบรับอย่างสูงจากประชาชนทั่วประเทศที่พร้อมใจกันเข้าใช้งานตั้งแต่เปิดลงทะเบียน โดยเฉพาะตั้งแต่นาทีแรกมีปริมาณการใช้งานบนเครือข่ายมือถือทรูและดีแทคเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ทีมเน็ตเวิร์กและ IT ของทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดปฏิบัติการ War Room ที่ Business Network Intelligence Center (BNIC) พร้อมนำ AI ระบบ Autonomous Network เข้ามาดูแลและบริหารเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการใช้งานแบบเรียลไทม์ทั่วประเทศได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับข้อมูลช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานแอปเป๋าตังสูงสุดทั่วประเทศ พบว่า ช่วงเวลา 06.00–07.00 น. มีการเข้าใช้งานสูงที่สุด รองลงมาคือช่วง 07.00–08.00 น., 08.00–09.00 น., 05.00–06.00 น. และ 09.00–10.00 น. ตามลำดับ โดยข้อมูลดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นว่ามีประชาชนจำนวนมากเข้าแอปเป๋าตังเพื่อเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเปิดลงทะเบียนในเวลา 06.00 น. และยอดการใช้งานแอปพุ่งสูงสุดตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มเปิดลงทะเบียนทั่วประเทศ (อ้างอิงข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมงของวันที่ 25 พ.ค. 2569)ด้านข้อมูลการใช้งานตามพื้นที่พบว่า กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่มีปริมาณการใช้งานสูงสุด รองลงมาคือ ชลบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี ตามลำดับ ขณะที่เมื่อแบ่งตามกลุ่มภูมิภาค พบว่า ภาคกลาง (รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) มีการใช้งานสูงสุด ตามด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ตามลำดับ สะท้อนการเชื่อมต่อและการเข้าถึงบริการดิจิทัลของประชาชนอย่างกว้างขวางทั่วประเทศทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อดิจิทัลในทุกช่วงเวลาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะบริการภาครัฐที่มีประชาชนเข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก สำหรับการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” บริษัทได้เตรียมความพร้อมโครงข่ายล่วงหน้า ทั้งการเพิ่มความจุเครือข่าย 5G และ 4G การบริหารจัดการทราฟฟิกดาต้าแบบอัจฉริยะด้วย AI การปรับโหลดในพื้นที่ใช้งานหนาแน
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 1 ในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 29 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับแนวร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบนขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยเตรียมพร้อมและระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา มีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ
อ่านต่อ >15

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศล่าสุด นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยตัวเลขสรุปความคืบหน้าการลงทะเบียนของโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น.) ซึ่งสะท้อนถึงกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ดังนี้ 1. ฝั่งประชาชน: ยอดทะลุ 23.7 ล้านคนปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 23,755,197 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:กลุ่มผู้ใช้สิทธิ์เดิม (จากโครงการคนละครึ่ง พลัส): จำนวน 18,012,406 คนกลุ่มผู้ลงทะเบียนรายใหม่: จำนวน 5,742,791 คนผลการตรวจสอบคุณสมบัติกลุ่มสมัครใหม่:ผ่านเกณฑ์: 5,357,641 คน (ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ)ไม่ผ่านเกณฑ์: 385,150 คนสาเหตุหลัก: เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (384,975 คน) และเป็นผู้เคยทำผิดเงื่อนไขในโครงการเดิม (175 คน)2. ฝั่งร้านค้า: ทะยานสู่ 9.8 แสนรายในส่วนของผู้ประกอบการ มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลในระบบแล้วรวมทั้งสิ้น 982,541 ราย แบ่งเป็น:ร้านค้าเดิม (Whitelist จากคนละครึ่ง พลัส): มีทั้งหมด 977,296 ราย - ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 449,087 ราย- อยู่ระหว่างกดยอมรับเงื่อนไข (T&C) 528,209 รายร้านค้าสมัครใหม่: มีผู้สมัครเพิ่ม 12,117 ราย (ผ่านการตรวจสอบแล้ว 5,245 ราย)- ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 4,524 ราย- อยู่ระหว่างกดยอมรับเงื่อนไข 721 ราย สรุปสถานะร้านค้าภาพรวมทั้งหมดในปัจจุบัน: พร้อมใช้งานทันที 453,611 ราย และอยู่ระหว่างรอกดยอมรับเงื่อนไขอีก 528,930 รายเม็ดเงินหมุนเวียนตรงสู่ชุมชนรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตัวเลขการเติบโตที่รวดเร็วนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและร้านค้าที่มีต่อมาตรการของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งฝากเชิญชวนประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ให้รีบสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิประโยชน์และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปพร้อมกัน
อ่านต่อ >23

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดไฟเขียวให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สามารถขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) ได้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนยุคดิจิทัล และช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก ไทม์ไลน์การเปิดระบบและช่วงเวลาใช้สิทธินางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้วางกำหนดการสำหรับโหมดเดลิเวอรีไว้ดังนี้:สำหรับร้านค้า: เริ่มกดสมัครเข้าร่วมผ่านระบบเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปสำหรับประชาชน: เริ่มใช้สิทธิสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 * เวลาที่กำหนด: สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวันวิธีการสมัครเข้าร่วมสำหรับร้านค้า (ผ่านแอปฯ ถุงเงิน)ร้านค้าอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มช่องทางเดลิเวอรี สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้:อัปเดตแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดกดสมัคร: เลือกกดที่แบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนหน้าแอปพลิเคชันกดยอมรับเงื่อนไข: อ่านและกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของโครงการเลือกแพลตฟอร์ม: เลือกผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่ร้านค้าต้องการเข้าร่วม เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น ร้านค้าจะสามารถรับออเดอร์จากลูกค้าผ่านระบบเดลิเวอรีได้ทันที โดยจะมีไรเดอร์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ มารับสินค้าไปส่งให้ผู้บริโภคตามปกติ และร้านค้ายังคงตรวจสอบประวัติการรับเงินได้อย่างสะดวกผ่านแอปฯ ถุงเงินเช่นเดิมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ลดภาระค่าครองชีพการเชื่อมโยงโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เข้ากับแพลตฟอร์มส่งอาหารในครั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยที่อาจไม่มีหน้าร้านในทำเลทอง รวมถึงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารในราคาประหยัดได้โดยไม่ต้องเดินทาง“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และลดภาระค่าครองชีพประชาชนไปพร้อมกัน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกระจายลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง” รองโฆษกฯ กล่าวทิ้งท้าย
อ่านต่อ >24

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
26 พฤษภาคม 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานสถิติการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” บนเครือข่ายของลูกค้าทรูและดีแทคในการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรกในการเปิดลงทะเบียนพบว่าปริมาณผู้ใช้งานทั่วประเทศตลอดทั้งวันพุ่งสูงถึง 1,864% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาการใช้งานปกติ สะท้อนกระแสตอบรับอย่างสูงจากประชาชนทั่วประเทศที่พร้อมใจกันเข้าใช้งานตั้งแต่เปิดลงทะเบียน โดยเฉพาะตั้งแต่นาทีแรกมีปริมาณการใช้งานบนเครือข่ายมือถือทรูและดีแทคเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ทีมเน็ตเวิร์กและ IT ของทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดปฏิบัติการ War Room ที่ Business Network Intelligence Center (BNIC) พร้อมนำ AI ระบบ Autonomous Network เข้ามาดูแลและบริหารเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการใช้งานแบบเรียลไทม์ทั่วประเทศได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับข้อมูลช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานแอปเป๋าตังสูงสุดทั่วประเทศ พบว่า ช่วงเวลา 06.00–07.00 น. มีการเข้าใช้งานสูงที่สุด รองลงมาคือช่วง 07.00–08.00 น., 08.00–09.00 น., 05.00–06.00 น. และ 09.00–10.00 น. ตามลำดับ โดยข้อมูลดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นว่ามีประชาชนจำนวนมากเข้าแอปเป๋าตังเพื่อเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเปิดลงทะเบียนในเวลา 06.00 น. และยอดการใช้งานแอปพุ่งสูงสุดตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มเปิดลงทะเบียนทั่วประเทศ (อ้างอิงข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมงของวันที่ 25 พ.ค. 2569)ด้านข้อมูลการใช้งานตามพื้นที่พบว่า กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่มีปริมาณการใช้งานสูงสุด รองลงมาคือ ชลบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี ตามลำดับ ขณะที่เมื่อแบ่งตามกลุ่มภูมิภาค พบว่า ภาคกลาง (รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) มีการใช้งานสูงสุด ตามด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ตามลำดับ สะท้อนการเชื่อมต่อและการเข้าถึงบริการดิจิทัลของประชาชนอย่างกว้างขวางทั่วประเทศทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อดิจิทัลในทุกช่วงเวลาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะบริการภาครัฐที่มีประชาชนเข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก สำหรับการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” บริษัทได้เตรียมความพร้อมโครงข่ายล่วงหน้า ทั้งการเพิ่มความจุเครือข่าย 5G และ 4G การบริหารจัดการทราฟฟิกดาต้าแบบอัจฉริยะด้วย AI การปรับโหลดในพื้นที่ใช้งานหนาแน
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก ฉบับที่ 1 ในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 ภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง จะมีฝนตกหนักในช่วงวันที่ 29 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับแนวร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบนขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยเตรียมพร้อมและระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา มีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ
อ่านต่อ >15

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศล่าสุด นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยตัวเลขสรุปความคืบหน้าการลงทะเบียนของโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น.) ซึ่งสะท้อนถึงกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ดังนี้ 1. ฝั่งประชาชน: ยอดทะลุ 23.7 ล้านคนปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 23,755,197 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:กลุ่มผู้ใช้สิทธิ์เดิม (จากโครงการคนละครึ่ง พลัส): จำนวน 18,012,406 คนกลุ่มผู้ลงทะเบียนรายใหม่: จำนวน 5,742,791 คนผลการตรวจสอบคุณสมบัติกลุ่มสมัครใหม่:ผ่านเกณฑ์: 5,357,641 คน (ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ)ไม่ผ่านเกณฑ์: 385,150 คนสาเหตุหลัก: เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (384,975 คน) และเป็นผู้เคยทำผิดเงื่อนไขในโครงการเดิม (175 คน)2. ฝั่งร้านค้า: ทะยานสู่ 9.8 แสนรายในส่วนของผู้ประกอบการ มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลในระบบแล้วรวมทั้งสิ้น 982,541 ราย แบ่งเป็น:ร้านค้าเดิม (Whitelist จากคนละครึ่ง พลัส): มีทั้งหมด 977,296 ราย - ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 449,087 ราย- อยู่ระหว่างกดยอมรับเงื่อนไข (T&C) 528,209 รายร้านค้าสมัครใหม่: มีผู้สมัครเพิ่ม 12,117 ราย (ผ่านการตรวจสอบแล้ว 5,245 ราย)- ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 4,524 ราย- อยู่ระหว่างกดยอมรับเงื่อนไข 721 ราย สรุปสถานะร้านค้าภาพรวมทั้งหมดในปัจจุบัน: พร้อมใช้งานทันที 453,611 ราย และอยู่ระหว่างรอกดยอมรับเงื่อนไขอีก 528,930 รายเม็ดเงินหมุนเวียนตรงสู่ชุมชนรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตัวเลขการเติบโตที่รวดเร็วนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและร้านค้าที่มีต่อมาตรการของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งฝากเชิญชวนประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ให้รีบสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิประโยชน์และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปพร้อมกัน
อ่านต่อ >23

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดไฟเขียวให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สามารถขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) ได้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนยุคดิจิทัล และช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก ไทม์ไลน์การเปิดระบบและช่วงเวลาใช้สิทธินางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้วางกำหนดการสำหรับโหมดเดลิเวอรีไว้ดังนี้:สำหรับร้านค้า: เริ่มกดสมัครเข้าร่วมผ่านระบบเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปสำหรับประชาชน: เริ่มใช้สิทธิสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 * เวลาที่กำหนด: สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวันวิธีการสมัครเข้าร่วมสำหรับร้านค้า (ผ่านแอปฯ ถุงเงิน)ร้านค้าอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มช่องทางเดลิเวอรี สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้:อัปเดตแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดกดสมัคร: เลือกกดที่แบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนหน้าแอปพลิเคชันกดยอมรับเงื่อนไข: อ่านและกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของโครงการเลือกแพลตฟอร์ม: เลือกผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่ร้านค้าต้องการเข้าร่วม เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น ร้านค้าจะสามารถรับออเดอร์จากลูกค้าผ่านระบบเดลิเวอรีได้ทันที โดยจะมีไรเดอร์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ มารับสินค้าไปส่งให้ผู้บริโภคตามปกติ และร้านค้ายังคงตรวจสอบประวัติการรับเงินได้อย่างสะดวกผ่านแอปฯ ถุงเงินเช่นเดิมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ลดภาระค่าครองชีพการเชื่อมโยงโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เข้ากับแพลตฟอร์มส่งอาหารในครั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยที่อาจไม่มีหน้าร้านในทำเลทอง รวมถึงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารในราคาประหยัดได้โดยไม่ต้องเดินทาง“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และลดภาระค่าครองชีพประชาชนไปพร้อมกัน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกระจายลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง” รองโฆษกฯ กล่าวทิ้งท้าย
อ่านต่อ >24