
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคสถาบันการเงิน ได้ร่วมกันออกกลไกเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้โครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 พ.ย.68 เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถมาแก้ไขปัญหาหนี้เสีย ในการที่จะกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง โดยลูกหนี้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) เป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา และ (2) มีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans: NPLs) ทุกประเภทสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินทุกแห่ง รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 ก.ย.68 ธปท. ระบุว่า โครงการดังกล่าว ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ (5 ม.ค.69) เป็นต้นไป โดยลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ตามเงื่อนไขข้างต้น สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้(1) เว็บไซต์ของ ธปท. (www.bot.or.th/cleardebt)(2) ช่องทางของบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) (www.sam.or.th)(3) ช่องทางของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการโดยในระยะแรก โครงการฯ จะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ก่อน ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการดังกล่าว บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม (Social AMC) จะรับซื้อหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายข้างต้น และนำมาปรับโครงสร้างหนี้ในเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าปกติ อาทิ ลดยอดเงินต้นบางส่วน หรือยกเว้นดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมคงค้างทั้งหมด หากปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้จริง ปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น รวมถึงมีประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโรที่ดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อีกครั้งโดยลูกหนี้สามารถเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของตน ได้แก่ (1) จ่ายปิดจบหนี้ โดยจ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันที หรือ (2) ผ่อนชำระเป็นงวด สูงสุดไม่เกิน 3 ปี และไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างเข้าร่วมมาตรการภายหลังการลงทะเบียน ลูกหนี้จะได้รับการติดต่อจาก SAM หรือตัวแทนของ SAM โดยหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ช่องทาง ธปท. (BOT contact center 1213) SAM (call center 1443 กด 6) หรือ call center ของสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิม ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.69 เป็นต้นไป
อ่านต่อ >22

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร หลังเปิดให้ลงทะเบียนรวม 17 วัน คือระหว่างวันที่ 20 ธ.ค. 2568 - 5 ม.ค. 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,410,425 คน โดยเป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 8,247 คน ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งจำนวน 2,262,643 คน และผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจำนวน 139,535 คน สรุปยอดลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติขณะที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติและนอกราชอาณาจักร รวม 3 วันที่เปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค. 2569 รวมทั้งสิ้น 1,598,056 คน โดยเป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงจำนวน 1,502,390 คน และมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรจำนวน 95,666 คน
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร รวมไปถึงการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตนั้น ได้จบลงแล้ว เมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้น ก็ดูเหมือนว่าจะมีปัญหา และจำนวนคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตไว้ แต่ไม่ได้ลงทะเบียนเลือกตั้งประชามติหลายแสน ไปถึงปัญหาของการลงทะเบียน เว็บไซต์ล่ม ที่ทำให้ภาคประชาชน ตั้งคำถามถึงขั้นตอน และความรับผิดชอบจาก กกต. การลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร และการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตนั้น แบ่งออกเป็น 2 รอบ ทำให้ผู้ลงทะเบียนต้องลงทะเบียนซ้ำ 2 ครั้ง ซึ่งพบว่ามีประชาชนหลายคนที่ลงทะเบียนเพียงการเลือกตั้ง สส. แต่ไม่ได้ลงทะเบียนประชามติไว้ จนเกิดการตั้งข้อสังเกตุว่า จะมีหลายคนที่เสียสิทธิ และไม่ได้ลงประชามติรัฐธรรมนูญโดยสรุปยอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง (ล่วงหน้า) ในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง/นอกราชอาณาจักรณ วันที่ 5 มกราคม 2569 (รวมสิบเจ็ดวันของการลงทะเบียน) จำนวนทั้งสิ้น 2,410,425 คนขณะที่ยอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติ และนอกราชอาณาจักร ณ วันที่ 5 มกราคม 2569(รวมสองวันของการลงทะเบียน) มีจำนวนทั้งสิ้น 1,598,056 คนจากตัวเลขนี้พบว่า ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต แต่ไม่ได้ลงประชามตินอกเขตไว้นั้น อยู่ที่ประมาณ 812,369 คน ซึ่งหมายความว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะได้เลือกเพียง สส. แต่จะไม่ได้ออกเสียงประชามติโดยสำหรับผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หรือนอกประเทศนั้น จากสถิติจากกกต. ณ เวลา 20.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม หรือก่อนการปิดลงทะเบียน 4 ชั่วโมง พบว่ามีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชฯ แล้ว 105,816 คนแต่มีผู้ลงทะเบียนประชามตินอกราชฯ เพียง 45,757 คน ซึ่งหมายความว่า มีคนไทยในต่างแดนกว่า 60,000 คนที่จะไม่ได้ใช้สิทธิเรื่องประชามติเช่นกัน สำหรับประเด็นนี้ ภาคประชาชน นำโดยยิ่งชีพ อัชฌานนท์ iLaw พร้อมด้วย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด พบว่า เป็นตัวเลขที่น่าเสียดาย ที่ประชาชนจะเสียสิทธิ จากปัญหาทั้ง ระยะเวลาการลงทะเบียนที่ค่อนข้างสั้น และมีการประชาสัมพันธ์ที่อาจไม่ทั่วถึงนั้น ยังพบปัญหาของเว็บไซต์ที่ช้า ล่มในบางเวลา จนเป็นอุปสรรคต่อการลงทะเบียน ทำให้มีการถามถึงการขยายระยะเวลาลงทะเบียนเพิ่ม เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิแต่ทาง กกต.เองได้ชี้แจงว่
อ่านต่อ >27

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สรุปภาพรวมการเดินทางด้วยระบบรางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยข้อมูลสรุปภาพรวมการเดินทางด้วยระบบรางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ตลอด 11 วันที่ผ่านมาตามแผนอำนวยความสะดวกฯ ของกระทรวงคมนาคม (ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 - 5 มกราคม 2569) ว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีประชาชนใช้บริการระบบรางรวมทั้งสิ้น 13,494,464 คน-เที่ยว ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 8.25 แบ่งเป็น ระบบรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 12,460,312 คน-เที่ยว (คิดเป็นร้อยละ 92.34) และรถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) 1,034,152 คน-เที่ยว (คิดเป็นร้อยละ 7.66)นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเมื่อวานนี้ (5 ม.ค. 69) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของแผนอำนวยความสะดวกฯ และเป็นวันเริ่มทำงานวันแรกของปี 69 พบว่า ปริมาณการเดินทางในระบบรางดีดตัวกลับมาสูงที่สุดในรอบสัปดาห์ โดยมียอดผู้ใช้บริการรวม 1,605,413 คน-เที่ยว แบ่งเป็นดังนี้รถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) มีผู้ใช้บริการ 85,736 คน-เที่ยว เป็นการเดินทางระยะใกล้และรถไฟชานเมืองเป็นหลักระบบรถไฟฟ้า มียอดผู้ใช้บริการสูงถึง 1,519,677 คน-เที่ยว รองรับการเดินทางของคนทำงานและนักเรียนในเขตเมืองวิเคราะห์ข้อมูลสะสมตลอด 11 วันทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลสะสมตลอด 11 วัน มีรายละเอียดดังนี้สำหรับภาพรวมพฤติกรรมการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เริ่มต้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของแผนอำนวยความสะดวกฯ พบว่าประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เพื่อกลับภูมิลำเนาตั้งแต่ช่วงเย็นหลังเลิกงาน และมีการเดินทางออกต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 27-28 ธันวาคม แม้ว่าในวันจันทร์และอังคาร (29-30 ธันวาคม 2568) ประชาชนบางส่วนยังคงต้องทำงานตามปกติ โดยพบว่า ปริมาณการเดินทางด้วยรถไฟทางไกลได้กลับมาหนาแน่นอีกครั้งในช่วงเย็นของวันอังคารที่ 30 ธันวาคม เนื่องจากเป็นวันทำงานสุดท้ายของปี สำหรับในคืนวันที่ 31 ธันวาคม บรรยากาศการเดินทางเน้นหนักไปที่ระบบรถไฟฟ้าในเขตเมืองที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นเพื่อไปร่วมกิจกรรมเคานต์ดาวน์ ต่อมาในวันที่ 1 มกราคม 2569 พบการเดินทางแบบผสมผสาน โดยมีทั้งประชาชนที่เพิ่งเริ่มเดินทางกลับภูมิลำเนาและบางส่วนที่เริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ และตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 4 มกราคม ปริมาณการเดินทางขาเข้าก
อ่านต่อ >11

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคสถาบันการเงิน ได้ร่วมกันออกกลไกเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้โครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 พ.ย.68 เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถมาแก้ไขปัญหาหนี้เสีย ในการที่จะกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง โดยลูกหนี้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) เป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา และ (2) มีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans: NPLs) ทุกประเภทสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินทุกแห่ง รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 ก.ย.68 ธปท. ระบุว่า โครงการดังกล่าว ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ (5 ม.ค.69) เป็นต้นไป โดยลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ตามเงื่อนไขข้างต้น สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้(1) เว็บไซต์ของ ธปท. (www.bot.or.th/cleardebt)(2) ช่องทางของบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) (www.sam.or.th)(3) ช่องทางของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการโดยในระยะแรก โครงการฯ จะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ก่อน ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการดังกล่าว บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม (Social AMC) จะรับซื้อหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายข้างต้น และนำมาปรับโครงสร้างหนี้ในเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าปกติ อาทิ ลดยอดเงินต้นบางส่วน หรือยกเว้นดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมคงค้างทั้งหมด หากปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้จริง ปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น รวมถึงมีประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโรที่ดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อีกครั้งโดยลูกหนี้สามารถเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของตน ได้แก่ (1) จ่ายปิดจบหนี้ โดยจ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันที หรือ (2) ผ่อนชำระเป็นงวด สูงสุดไม่เกิน 3 ปี และไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างเข้าร่วมมาตรการภายหลังการลงทะเบียน ลูกหนี้จะได้รับการติดต่อจาก SAM หรือตัวแทนของ SAM โดยหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ช่องทาง ธปท. (BOT contact center 1213) SAM (call center 1443 กด 6) หรือ call center ของสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิม ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.69 เป็นต้นไป
อ่านต่อ >22

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปยอดผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ทั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร หลังเปิดให้ลงทะเบียนรวม 17 วัน คือระหว่างวันที่ 20 ธ.ค. 2568 - 5 ม.ค. 2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,410,425 คน โดยเป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 8,247 คน ผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งจำนวน 2,262,643 คน และผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจำนวน 139,535 คน สรุปยอดลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติขณะที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติและนอกราชอาณาจักร รวม 3 วันที่เปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค. 2569 รวมทั้งสิ้น 1,598,056 คน โดยเป็นผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงจำนวน 1,502,390 คน และมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรจำนวน 95,666 คน
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร รวมไปถึงการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตนั้น ได้จบลงแล้ว เมื่อเที่ยงคืนของวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้น ก็ดูเหมือนว่าจะมีปัญหา และจำนวนคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตไว้ แต่ไม่ได้ลงทะเบียนเลือกตั้งประชามติหลายแสน ไปถึงปัญหาของการลงทะเบียน เว็บไซต์ล่ม ที่ทำให้ภาคประชาชน ตั้งคำถามถึงขั้นตอน และความรับผิดชอบจาก กกต. การลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร และการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตนั้น แบ่งออกเป็น 2 รอบ ทำให้ผู้ลงทะเบียนต้องลงทะเบียนซ้ำ 2 ครั้ง ซึ่งพบว่ามีประชาชนหลายคนที่ลงทะเบียนเพียงการเลือกตั้ง สส. แต่ไม่ได้ลงทะเบียนประชามติไว้ จนเกิดการตั้งข้อสังเกตุว่า จะมีหลายคนที่เสียสิทธิ และไม่ได้ลงประชามติรัฐธรรมนูญโดยสรุปยอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง (ล่วงหน้า) ในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง/นอกราชอาณาจักรณ วันที่ 5 มกราคม 2569 (รวมสิบเจ็ดวันของการลงทะเบียน) จำนวนทั้งสิ้น 2,410,425 คนขณะที่ยอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติ และนอกราชอาณาจักร ณ วันที่ 5 มกราคม 2569(รวมสองวันของการลงทะเบียน) มีจำนวนทั้งสิ้น 1,598,056 คนจากตัวเลขนี้พบว่า ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต แต่ไม่ได้ลงประชามตินอกเขตไว้นั้น อยู่ที่ประมาณ 812,369 คน ซึ่งหมายความว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะได้เลือกเพียง สส. แต่จะไม่ได้ออกเสียงประชามติโดยสำหรับผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หรือนอกประเทศนั้น จากสถิติจากกกต. ณ เวลา 20.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม หรือก่อนการปิดลงทะเบียน 4 ชั่วโมง พบว่ามีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชฯ แล้ว 105,816 คนแต่มีผู้ลงทะเบียนประชามตินอกราชฯ เพียง 45,757 คน ซึ่งหมายความว่า มีคนไทยในต่างแดนกว่า 60,000 คนที่จะไม่ได้ใช้สิทธิเรื่องประชามติเช่นกัน สำหรับประเด็นนี้ ภาคประชาชน นำโดยยิ่งชีพ อัชฌานนท์ iLaw พร้อมด้วย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด พบว่า เป็นตัวเลขที่น่าเสียดาย ที่ประชาชนจะเสียสิทธิ จากปัญหาทั้ง ระยะเวลาการลงทะเบียนที่ค่อนข้างสั้น และมีการประชาสัมพันธ์ที่อาจไม่ทั่วถึงนั้น ยังพบปัญหาของเว็บไซต์ที่ช้า ล่มในบางเวลา จนเป็นอุปสรรคต่อการลงทะเบียน ทำให้มีการถามถึงการขยายระยะเวลาลงทะเบียนเพิ่ม เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิแต่ทาง กกต.เองได้ชี้แจงว่
อ่านต่อ >27

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สรุปภาพรวมการเดินทางด้วยระบบรางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยข้อมูลสรุปภาพรวมการเดินทางด้วยระบบรางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ตลอด 11 วันที่ผ่านมาตามแผนอำนวยความสะดวกฯ ของกระทรวงคมนาคม (ระหว่างวันที่ 26 ธันวาคม 2568 - 5 มกราคม 2569) ว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีประชาชนใช้บริการระบบรางรวมทั้งสิ้น 13,494,464 คน-เที่ยว ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 8.25 แบ่งเป็น ระบบรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 12,460,312 คน-เที่ยว (คิดเป็นร้อยละ 92.34) และรถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) 1,034,152 คน-เที่ยว (คิดเป็นร้อยละ 7.66)นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเมื่อวานนี้ (5 ม.ค. 69) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของแผนอำนวยความสะดวกฯ และเป็นวันเริ่มทำงานวันแรกของปี 69 พบว่า ปริมาณการเดินทางในระบบรางดีดตัวกลับมาสูงที่สุดในรอบสัปดาห์ โดยมียอดผู้ใช้บริการรวม 1,605,413 คน-เที่ยว แบ่งเป็นดังนี้รถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) มีผู้ใช้บริการ 85,736 คน-เที่ยว เป็นการเดินทางระยะใกล้และรถไฟชานเมืองเป็นหลักระบบรถไฟฟ้า มียอดผู้ใช้บริการสูงถึง 1,519,677 คน-เที่ยว รองรับการเดินทางของคนทำงานและนักเรียนในเขตเมืองวิเคราะห์ข้อมูลสะสมตลอด 11 วันทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลสะสมตลอด 11 วัน มีรายละเอียดดังนี้สำหรับภาพรวมพฤติกรรมการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เริ่มต้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของแผนอำนวยความสะดวกฯ พบว่าประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เพื่อกลับภูมิลำเนาตั้งแต่ช่วงเย็นหลังเลิกงาน และมีการเดินทางออกต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่องในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 27-28 ธันวาคม แม้ว่าในวันจันทร์และอังคาร (29-30 ธันวาคม 2568) ประชาชนบางส่วนยังคงต้องทำงานตามปกติ โดยพบว่า ปริมาณการเดินทางด้วยรถไฟทางไกลได้กลับมาหนาแน่นอีกครั้งในช่วงเย็นของวันอังคารที่ 30 ธันวาคม เนื่องจากเป็นวันทำงานสุดท้ายของปี สำหรับในคืนวันที่ 31 ธันวาคม บรรยากาศการเดินทางเน้นหนักไปที่ระบบรถไฟฟ้าในเขตเมืองที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นเพื่อไปร่วมกิจกรรมเคานต์ดาวน์ ต่อมาในวันที่ 1 มกราคม 2569 พบการเดินทางแบบผสมผสาน โดยมีทั้งประชาชนที่เพิ่งเริ่มเดินทางกลับภูมิลำเนาและบางส่วนที่เริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ และตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม ต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 4 มกราคม ปริมาณการเดินทางขาเข้าก
อ่านต่อ >11

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และภาคสถาบันการเงิน ได้ร่วมกันออกกลไกเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ภายใต้โครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 11 พ.ย.68 เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถมาแก้ไขปัญหาหนี้เสีย ในการที่จะกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง โดยลูกหนี้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (1) เป็นลูกหนี้บุคคลธรรมดา และ (2) มีภาระหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loans: NPLs) ทุกประเภทสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินทุกแห่ง รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 ก.ย.68 ธปท. ระบุว่า โครงการดังกล่าว ได้เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ (5 ม.ค.69) เป็นต้นไป โดยลูกหนี้ที่มีภาระหนี้ตามเงื่อนไขข้างต้น สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้(1) เว็บไซต์ของ ธปท. (www.bot.or.th/cleardebt)(2) ช่องทางของบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) (www.sam.or.th)(3) ช่องทางของสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการโดยในระยะแรก โครงการฯ จะครอบคลุมลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ก่อน ทั้งนี้ ในการดำเนินโครงการดังกล่าว บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม (Social AMC) จะรับซื้อหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้กลุ่มเป้าหมายข้างต้น และนำมาปรับโครงสร้างหนี้ในเงื่อนไขที่ผ่อนปรนกว่าปกติ อาทิ ลดยอดเงินต้นบางส่วน หรือยกเว้นดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมคงค้างทั้งหมด หากปฏิบัติได้ตามเงื่อนไข เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้จริง ปิดจบหนี้ได้เร็วขึ้น รวมถึงมีประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโรที่ดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้อีกครั้งโดยลูกหนี้สามารถเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของตน ได้แก่ (1) จ่ายปิดจบหนี้ โดยจ่ายชำระหนี้บางส่วนเพื่อปิดจบหนี้ในทันที หรือ (2) ผ่อนชำระเป็นงวด สูงสุดไม่เกิน 3 ปี และไม่คิดดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างเข้าร่วมมาตรการภายหลังการลงทะเบียน ลูกหนี้จะได้รับการติดต่อจาก SAM หรือตัวแทนของ SAM โดยหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ช่องทาง ธปท. (BOT contact center 1213) SAM (call center 1443 กด 6) หรือ call center ของสถาบันการเงินเจ้าหนี้เดิม ได้ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค.69 เป็นต้นไป
อ่านต่อ >22