
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
วันนี้ (31 ม.ค. 69) กรมอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยการคาดการณ์สภาพอากาศระยะยาวระบุว่า ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูร้อนปี 2569 อย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะลากยาวไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยเตือนว่าปีนี้สภาพอากาศจะร้อนจัดยิ่งกว่าปี 2568 และปริมาณฝนจะลดน้อยลงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญวิเคราะห์ภาพรวม: ร้อนขึ้นและแล้งลงในปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนจะอยู่ที่ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าปกติที่เคยบันทึกไว้ ขณะที่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยทั้งประเทศคาดว่าจะ ต่ำกว่าค่าปกติถึง 30-40% ส่งผลให้สภาพอากาศนอกจากจะร้อนจัดแล้ว ยังเสี่ยงต่อสภาวะภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น เปิดไทม์ไลน์ฤดูร้อน มีนาคม - พฤษภาคม 69กรมอุตุนิยมวิทยาได้แบ่งช่วงเวลาความรุนแรงของอากาศออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ต้นเดือน - กลางเดือน มี.ค.เริ่มร้อนในตอนกลางวันเกือบทั่วทุกภาค แต่ภาคเหนือและอีสานจะยังมีอากาศเย็นในช่วงเช้า สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ "พายุฤดูร้อน" ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เป็นระยะ ๆปลายเดือน มี.ค. - กลางเดือน เม.ย. (พีคสุด)จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดเกือบทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน ภาคเหนือ อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในจังหวัด แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตากปลายเดือน เม.ย. - กลางเดือน พ.ค.เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาล สภาพอากาศจะเริ่มแปรปรวน มีอากาศร้อนอบอ้าวสลับกับฝนฟ้าคะนองที่เริ่มมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นสถานการณ์ภาคใต้: ฝนเริ่มมาช่วงปลายฤดูสำหรับภาคใต้ ในช่วงมีนาคมถึงเมษายนจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20-30% ของพื้นที่ แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเป็น 60-80% โดยเฉพาะฝั่งตะวันตก (อันดามัน) ที่ต้องระวังฝนตกหนักและคลื่นลมแรงสูงถึง 2-3 เมตร 3 ข้อควรปฏิบัติเพื่อรับมือฤดูร้อนปี 69รักษาสุขภาพ: หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่แดดจัดเพื่อป้องกันโรคลมแดด (Heatstroke)ประหยัดน้ำ: เนื่องจากปริมาณฝนรวมจะต่ำกว่าปกติ 30-40% ควรวางแผนการใช้น้ำทั้งในภาคครัวเรือนและเกษตรกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆเฝ้าระวังพายุ: ตรวจสอบความแข็งแรงของที่พักอาศัยเพื่อเตรียมรับมือพายุฤดูร้อนที่อาจมาพร้อมลมกระโชกแรงในช่วงต้นฤดู
อ่านต่อ >33

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากเหตุเครน LG ถล่มของโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้จำเป็นต้องรื้อย้ายพื้นสะพานคอนกรีตอัดแรงใกล้จุดเกิดเหตุที่ถูกเครน LG พังถล่ม มากระแทกได้รับความเสียหาย จำนวน 2 ช่วง เนื่องจากตรวจพบว่าพื้นสะพานทะลุและลวดอัดแรง ได้รับความเสียหาย รวมถึงมีรอยร้าวปรากฎบริเวณชิ้นส่วนสะพานรูปกล่อง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง จึงจำเป็นต้องรื้อถอนลงมาก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยการเคลื่อนย้ายเครน LG เข้าไปติดตั้งและยกชิ้นส่วนสะพานคอนกรีตรูปกล่องอัดแรงที่จะถูกตัดแยกแต่ละก้อนลงมาอย่างเป็นระบบ ตามขั้นตอนทางวิศวกรรมและมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายใต้การกำกับดูแลขั้นตอนและแผนการดำเนินการของผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และมาตรการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจต่อสาธารณะ ทั้งนี้กรมทางหลวงดำเนินการ 5 มิติ คือ มิติที่ 1 พื้นที่ก่อสร้างต้องปลอดภัย มิติที่ 2 เครื่องจักรและอุปกรณ์ต้องปลอดภัย มิติที่ 3 ยุติการดำเนินงานของชุดปฏิบัติงาน LG รายเดิมของ อิลตันไทย (ITD) และจัดหาบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านงาน LG ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยได้รับการยอมรับเข้ามาดำเนินการแทน มิติที่ 4 ตรวจสอบและกำกับควบคุมความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ และ มิติที่ 5 ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะอย่างเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมทางหลวง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยขั้นสูงสุดก่อนเริ่มขั้นตอนการรื้อถอน พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่ประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง เพื่อสอบทานความถูกต้องของแผนการรื้อถอน และตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์และความแข็งแรงของโครงสร้าง โดยขณะนี้สามารถรื้อย้าย LG ที่สำคัญไปแล้ว 2 ส่วน ส่วนการเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานคานยื่น กรมทางหลวงได้เร่งเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานส่วนยื่น ให้บรรจบอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้สามารถรื้อถอนโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราวที่มีความเสี่ยงสูงออกจากพื้นที่ก่อสร้าง และเปิดช่องทางหลักช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนเพิ่มเติมได้ สำหรับความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของเหตุการณ์การเครน LG ถล่ม คณะกร
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย ทำให้ลักษณะอากาศโดยรวมมีความแปรปรวนในบางช่วง ทั้งในด้านปริมาณฝนและอุณหภูมิภาพรวมการคาดการณ์ปริมาณฝนในเดือนกุมภาพันธ์ พบว่าพื้นที่ประเทศไทยตอนบนยังมีฝนตกไม่มากนัก โดยส่วนใหญ่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศมีปริมาณฝนค่อนข้างต่ำ เมื่อพิจารณาจากแผนที่คาดการณ์จะเห็นว่าหลายพื้นที่มีปริมาณฝนที่ไม่สูงนักในภาพรวมทั้งประเทศอย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ยังคงมีฝนมากกว่าภูมิภาคอื่นในเดือนนี้ คือบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก โดยเฉพาะบางพื้นที่ของภาคใต้จะมีปริมาณฝนสะสมประมาณ 20–50 มิลลิเมตร ทั้งนี้ แนวโน้มฝนในภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับช่วง 1–2 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของลมฝ่ายใต้ที่เริ่มพัดเข้ามาแทนที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ความเสี่ยงจากฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้มีแนวโน้มลดลง ในส่วนของอุณหภูมิ ลมหนาวที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยจะเริ่มอ่อนกำลังลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นได้ในบางช่วง อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 17–21 องศาเซลเซียส ทำให้ช่วงเช้ายังมีอากาศเย็นขณะที่ภาคกลางมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 21–23 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยอยู่ที่ประมาณ 22–24 องศาเซลเซียส ภาคใต้ฝั่งอันดามันประมาณ 23–25 องศาเซลเซียส และกรุงเทพมหานครมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 24–26 องศาเซลเซียสโดยสรุป เดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงรอยต่อสำคัญจากฤดูหนาวสู่ฤดูร้อน ในช่วงครึ่งแรกของเดือนยังคงมีอากาศเย็นในหลายพื้นที่ แต่ตั้งแต่ครึ่งหลังของเดือนเป็นต้นไป อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะเริ่มรู้สึกถึงอากาศร้อนในช่วงกลางวันได้ชัดเจนมากขึ้น
อ่านต่อ >11

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
กกต. ร่วมกับ สำนักทะเบียนกลาง อำนวยความสะดวกทำบัตรประชาชน ในวันนี้ ( 1 กุมภาพันธ์ 2569)สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมกับ สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ในช่วงการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่น จะดำเนินการ ดังนี้ 1. เปิดให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 นาฬิกา ดังนี้* ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569* ระหว่างวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 25692. จัดให้มีเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ดังนี้* ระหว่างวันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ 2569* ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 25693. จัดให้มีเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุจากผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ดังนี้* ระหว่างวันที่ 14 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569* ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นทุกแห่ง รวมถึงสามารถแจ้งเหตุผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่- เว็บไซต์สำนักทะเบียนกลาง www.bora.dopa.go.th- แอปพลิเคชัน ทางรัฐ - แอปพลิเคชัน Smart Voteขอเน้นย้ำ ถ้าผู้มีสิทธิไม่ได้ไปเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ท่านต้องแจ้งเหตุ ฯ ในระบบ 2 ครั้ง ได้แก่ (1) การแจ้งเหตุ ฯ ของ สส. (2) การแจ้งเหตุ ฯ ของประชามติ เมื่อท่านแจ้งเหตุ ฯ ทั้ง 2 ประเภทแล้ว ท่านจะไม่ถูกจำกัดสิทธิ ฯ เป็นเวลา 2 ปีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตรวจสอบสิทธิ เตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง และหากมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ขอให้แจ้งเหตุภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444
อ่านต่อ >38

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
วันนี้ (31 ม.ค. 69) กรมอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยการคาดการณ์สภาพอากาศระยะยาวระบุว่า ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูร้อนปี 2569 อย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะลากยาวไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยเตือนว่าปีนี้สภาพอากาศจะร้อนจัดยิ่งกว่าปี 2568 และปริมาณฝนจะลดน้อยลงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญวิเคราะห์ภาพรวม: ร้อนขึ้นและแล้งลงในปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนจะอยู่ที่ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าปกติที่เคยบันทึกไว้ ขณะที่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยทั้งประเทศคาดว่าจะ ต่ำกว่าค่าปกติถึง 30-40% ส่งผลให้สภาพอากาศนอกจากจะร้อนจัดแล้ว ยังเสี่ยงต่อสภาวะภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น เปิดไทม์ไลน์ฤดูร้อน มีนาคม - พฤษภาคม 69กรมอุตุนิยมวิทยาได้แบ่งช่วงเวลาความรุนแรงของอากาศออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ต้นเดือน - กลางเดือน มี.ค.เริ่มร้อนในตอนกลางวันเกือบทั่วทุกภาค แต่ภาคเหนือและอีสานจะยังมีอากาศเย็นในช่วงเช้า สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ "พายุฤดูร้อน" ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เป็นระยะ ๆปลายเดือน มี.ค. - กลางเดือน เม.ย. (พีคสุด)จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดเกือบทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน ภาคเหนือ อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในจังหวัด แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตากปลายเดือน เม.ย. - กลางเดือน พ.ค.เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาล สภาพอากาศจะเริ่มแปรปรวน มีอากาศร้อนอบอ้าวสลับกับฝนฟ้าคะนองที่เริ่มมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นสถานการณ์ภาคใต้: ฝนเริ่มมาช่วงปลายฤดูสำหรับภาคใต้ ในช่วงมีนาคมถึงเมษายนจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20-30% ของพื้นที่ แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเป็น 60-80% โดยเฉพาะฝั่งตะวันตก (อันดามัน) ที่ต้องระวังฝนตกหนักและคลื่นลมแรงสูงถึง 2-3 เมตร 3 ข้อควรปฏิบัติเพื่อรับมือฤดูร้อนปี 69รักษาสุขภาพ: หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่แดดจัดเพื่อป้องกันโรคลมแดด (Heatstroke)ประหยัดน้ำ: เนื่องจากปริมาณฝนรวมจะต่ำกว่าปกติ 30-40% ควรวางแผนการใช้น้ำทั้งในภาคครัวเรือนและเกษตรกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆเฝ้าระวังพายุ: ตรวจสอบความแข็งแรงของที่พักอาศัยเพื่อเตรียมรับมือพายุฤดูร้อนที่อาจมาพร้อมลมกระโชกแรงในช่วงต้นฤดู
อ่านต่อ >33

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากเหตุเครน LG ถล่มของโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้จำเป็นต้องรื้อย้ายพื้นสะพานคอนกรีตอัดแรงใกล้จุดเกิดเหตุที่ถูกเครน LG พังถล่ม มากระแทกได้รับความเสียหาย จำนวน 2 ช่วง เนื่องจากตรวจพบว่าพื้นสะพานทะลุและลวดอัดแรง ได้รับความเสียหาย รวมถึงมีรอยร้าวปรากฎบริเวณชิ้นส่วนสะพานรูปกล่อง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง จึงจำเป็นต้องรื้อถอนลงมาก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยการเคลื่อนย้ายเครน LG เข้าไปติดตั้งและยกชิ้นส่วนสะพานคอนกรีตรูปกล่องอัดแรงที่จะถูกตัดแยกแต่ละก้อนลงมาอย่างเป็นระบบ ตามขั้นตอนทางวิศวกรรมและมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายใต้การกำกับดูแลขั้นตอนและแผนการดำเนินการของผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และมาตรการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจต่อสาธารณะ ทั้งนี้กรมทางหลวงดำเนินการ 5 มิติ คือ มิติที่ 1 พื้นที่ก่อสร้างต้องปลอดภัย มิติที่ 2 เครื่องจักรและอุปกรณ์ต้องปลอดภัย มิติที่ 3 ยุติการดำเนินงานของชุดปฏิบัติงาน LG รายเดิมของ อิลตันไทย (ITD) และจัดหาบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านงาน LG ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยได้รับการยอมรับเข้ามาดำเนินการแทน มิติที่ 4 ตรวจสอบและกำกับควบคุมความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ และ มิติที่ 5 ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะอย่างเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมทางหลวง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยขั้นสูงสุดก่อนเริ่มขั้นตอนการรื้อถอน พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่ประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง เพื่อสอบทานความถูกต้องของแผนการรื้อถอน และตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์และความแข็งแรงของโครงสร้าง โดยขณะนี้สามารถรื้อย้าย LG ที่สำคัญไปแล้ว 2 ส่วน ส่วนการเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานคานยื่น กรมทางหลวงได้เร่งเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานส่วนยื่น ให้บรรจบอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้สามารถรื้อถอนโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราวที่มีความเสี่ยงสูงออกจากพื้นที่ก่อสร้าง และเปิดช่องทางหลักช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนเพิ่มเติมได้ สำหรับความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของเหตุการณ์การเครน LG ถล่ม คณะกร
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย ทำให้ลักษณะอากาศโดยรวมมีความแปรปรวนในบางช่วง ทั้งในด้านปริมาณฝนและอุณหภูมิภาพรวมการคาดการณ์ปริมาณฝนในเดือนกุมภาพันธ์ พบว่าพื้นที่ประเทศไทยตอนบนยังมีฝนตกไม่มากนัก โดยส่วนใหญ่เป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศมีปริมาณฝนค่อนข้างต่ำ เมื่อพิจารณาจากแผนที่คาดการณ์จะเห็นว่าหลายพื้นที่มีปริมาณฝนที่ไม่สูงนักในภาพรวมทั้งประเทศอย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่ยังคงมีฝนมากกว่าภูมิภาคอื่นในเดือนนี้ คือบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก โดยเฉพาะบางพื้นที่ของภาคใต้จะมีปริมาณฝนสะสมประมาณ 20–50 มิลลิเมตร ทั้งนี้ แนวโน้มฝนในภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับช่วง 1–2 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของลมฝ่ายใต้ที่เริ่มพัดเข้ามาแทนที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ความเสี่ยงจากฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคใต้มีแนวโน้มลดลง ในส่วนของอุณหภูมิ ลมหนาวที่แผ่ปกคลุมประเทศไทยจะเริ่มอ่อนกำลังลงตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นได้ในบางช่วง อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 17–21 องศาเซลเซียส ทำให้ช่วงเช้ายังมีอากาศเย็นขณะที่ภาคกลางมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 21–23 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยอยู่ที่ประมาณ 22–24 องศาเซลเซียส ภาคใต้ฝั่งอันดามันประมาณ 23–25 องศาเซลเซียส และกรุงเทพมหานครมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 24–26 องศาเซลเซียสโดยสรุป เดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงรอยต่อสำคัญจากฤดูหนาวสู่ฤดูร้อน ในช่วงครึ่งแรกของเดือนยังคงมีอากาศเย็นในหลายพื้นที่ แต่ตั้งแต่ครึ่งหลังของเดือนเป็นต้นไป อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะเริ่มรู้สึกถึงอากาศร้อนในช่วงกลางวันได้ชัดเจนมากขึ้น
อ่านต่อ >11

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
กกต. ร่วมกับ สำนักทะเบียนกลาง อำนวยความสะดวกทำบัตรประชาชน ในวันนี้ ( 1 กุมภาพันธ์ 2569)สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมกับ สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ในช่วงการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 และวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่น จะดำเนินการ ดังนี้ 1. เปิดให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 นาฬิกา ดังนี้* ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569* ระหว่างวันที่ 7 – 8 กุมภาพันธ์ 25692. จัดให้มีเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ดังนี้* ระหว่างวันที่ 1 – 7 กุมภาพันธ์ 2569* ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 25693. จัดให้มีเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุจากผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ดังนี้* ระหว่างวันที่ 14 มกราคม – 7 กุมภาพันธ์ 2569* ระหว่างวันที่ 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการแจ้งเหตุไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นทุกแห่ง รวมถึงสามารถแจ้งเหตุผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่- เว็บไซต์สำนักทะเบียนกลาง www.bora.dopa.go.th- แอปพลิเคชัน ทางรัฐ - แอปพลิเคชัน Smart Voteขอเน้นย้ำ ถ้าผู้มีสิทธิไม่ได้ไปเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ท่านต้องแจ้งเหตุ ฯ ในระบบ 2 ครั้ง ได้แก่ (1) การแจ้งเหตุ ฯ ของ สส. (2) การแจ้งเหตุ ฯ ของประชามติ เมื่อท่านแจ้งเหตุ ฯ ทั้ง 2 ประเภทแล้ว ท่านจะไม่ถูกจำกัดสิทธิ ฯ เป็นเวลา 2 ปีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตรวจสอบสิทธิ เตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้ง และหากมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ขอให้แจ้งเหตุภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444
อ่านต่อ >38

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
วันนี้ (31 ม.ค. 69) กรมอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยการคาดการณ์สภาพอากาศระยะยาวระบุว่า ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ฤดูร้อนปี 2569 อย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะลากยาวไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยเตือนว่าปีนี้สภาพอากาศจะร้อนจัดยิ่งกว่าปี 2568 และปริมาณฝนจะลดน้อยลงกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญวิเคราะห์ภาพรวม: ร้อนขึ้นและแล้งลงในปีนี้อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนจะอยู่ที่ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าปกติที่เคยบันทึกไว้ ขณะที่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยทั้งประเทศคาดว่าจะ ต่ำกว่าค่าปกติถึง 30-40% ส่งผลให้สภาพอากาศนอกจากจะร้อนจัดแล้ว ยังเสี่ยงต่อสภาวะภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น เปิดไทม์ไลน์ฤดูร้อน มีนาคม - พฤษภาคม 69กรมอุตุนิยมวิทยาได้แบ่งช่วงเวลาความรุนแรงของอากาศออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ต้นเดือน - กลางเดือน มี.ค.เริ่มร้อนในตอนกลางวันเกือบทั่วทุกภาค แต่ภาคเหนือและอีสานจะยังมีอากาศเย็นในช่วงเช้า สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ "พายุฤดูร้อน" ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เป็นระยะ ๆปลายเดือน มี.ค. - กลางเดือน เม.ย. (พีคสุด)จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัดเกือบทั่วประเทศ โดยเฉพาะใน ภาคเหนือ อุณหภูมิอาจพุ่งสูงถึง 42-43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะในจังหวัด แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตากปลายเดือน เม.ย. - กลางเดือน พ.ค.เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูกาล สภาพอากาศจะเริ่มแปรปรวน มีอากาศร้อนอบอ้าวสลับกับฝนฟ้าคะนองที่เริ่มมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นสถานการณ์ภาคใต้: ฝนเริ่มมาช่วงปลายฤดูสำหรับภาคใต้ ในช่วงมีนาคมถึงเมษายนจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณ 20-30% ของพื้นที่ แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเป็น 60-80% โดยเฉพาะฝั่งตะวันตก (อันดามัน) ที่ต้องระวังฝนตกหนักและคลื่นลมแรงสูงถึง 2-3 เมตร 3 ข้อควรปฏิบัติเพื่อรับมือฤดูร้อนปี 69รักษาสุขภาพ: หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่แดดจัดเพื่อป้องกันโรคลมแดด (Heatstroke)ประหยัดน้ำ: เนื่องจากปริมาณฝนรวมจะต่ำกว่าปกติ 30-40% ควรวางแผนการใช้น้ำทั้งในภาคครัวเรือนและเกษตรกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆเฝ้าระวังพายุ: ตรวจสอบความแข็งแรงของที่พักอาศัยเพื่อเตรียมรับมือพายุฤดูร้อนที่อาจมาพร้อมลมกระโชกแรงในช่วงต้นฤดู
อ่านต่อ >33