
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ทำไมเชียงใหม่ ถึงถูกเรียกว่า เป็นแอ่งกระทะกักฝุ่นพิษ หนึ่งในปัจจัย คุณภาพอากาศยอดแย่ ครองแชมป์อันดับ 1 เมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดของโลกหลายวันติดต่อกัน เรียกได้ว่า เป็นปัญหาซ้ำซากที่แก้ไม่ตก ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี กับฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง และตอนนี้ เข้าขั้นวิกฤตในภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่ดัชนีคุณภาพอากาศแตะ 239 สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก สาเหตุที่ทำให้เชียงใหม่ กลายเป็นเมืองที่มีค่าฝุ่นพิษติดอันดับโลก นอกเหนือจากการเผาป่า และเผาพื้นที่การเกษตรทั้งในภาคเหนือ และเพื่อนบ้าน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะภูมิศาสตร์ที่ตั้งของจังหวัด มีลักษณะเป็น “แอ่งกระทะ” ทำให้ฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น และระบายออกได้ยากภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ มีภูเขาล้อมรอบ ทำหน้าที่เหมือนกำแพงธรรมชาติกั้นไม่ให้ลมพัดพาฝุ่นออกไปได้ และสะสมเพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผันที่อากาศเย็นจะกดทับอากาศร้อนไว้ด้านล่าง ทำให้ฝุ่นละอองและควันไฟจากการเผาป่าหรือการเกษตรถูกกักขังอยู่ระดับพื้นดินที่เราหายใจเข้าไปซ้ำร้าย ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ลมมรสุมกำลังเปลี่ยนทิศ ลมจากทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้เริ่มพัดขึ้นมา แต่ไม่มีกำลังแรงพอ ทำให้สภาพอากาศโดยรวมค่อนข้างนิ่ง การฟุ้งกระจายของฝุ่นทั้งในแนวดิ่งและแนวราบจึงเกิดขึ้นได้ยาก ส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 ถูกกักขังอยู่ในพื้นที่เมืองเป็นเวลานาน หรือเรียกว่า “ฝาชีครอบ”นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัด และมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย ก็ยิ่งก่อให้เกิดฝุ่นสะสมมากเพิ่มขึ้นไปอีก แม้รัฐบาลจะยกระดับปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัด ทั้งการควบคุมการเผาที่ยังไม่ทั่วถึงจากแรงจูงใจและงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯ ยังไม่มีอำนาจสั่งการแบบเบ็ดเสร็จ อีกทั้งการป้องกันไฟป่าบนพื้นที่เข้าถึงยากจำเป็นต้องพึ่งความร่วมมือจากชุมชน ส่งผลให้การแก้ปัญหายังต้องอาศัยทั้งมาตรการจูงใจ การกระจายอำนาจ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่กัน
อ่านต่อ >14

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ค่าไฟฟ้าเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักที่สะท้อนทั้งค่าครองชีพและศักยภาพการแข่งขันของประเทศ เมื่อเปรียบเทียบในระดับอาเซียนพบว่าแต่ละประเทศมีระดับราคาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยขึ้นอยู่กับโครงสร้างพลังงาน ทรัพยากร และนโยบายรัฐข้อมูลปี 2568 ระบุว่า ค่าไฟฟ้าในอาเซียนมีตั้งแต่ระดับต่ำสุดที่ประเทศบรูไนเพียง 0.27 บาทต่อหน่วย ไปจนถึงสูงสุดที่สิงคโปร์ 12.30 บาทต่อหน่วย ขณะที่ประเทศไทยมีค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย จัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของประเทศที่มีค่าไฟสูงในภูมิภาค เมื่อพิจารณารายประเทศ พบว่า กัมพูชาและฟิลิปปินส์มีค่าไฟสูงกว่าไทย โดยอยู่ที่ 5.53 และ 5.11 บาทต่อหน่วยตามลำดับ ส่วนประเทศที่มีค่าไฟต่ำกว่าไทย ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมา และ สปป.ลาว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างพลังงานและนโยบายอุดหนุนของรัฐ สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ค่าไฟไทยงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยมีโครงสร้างแบบขั้นบันไดตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า ขณะที่งวดถัดไปช่วงพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 มีการเสนออัตราค่าไฟในช่วง 3.95 ถึง 4.59 บาทต่อหน่วย ขึ้นอยู่กับการบริหารต้นทุนและภาระหนี้ในระบบไฟฟ้า ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าไฟไทยอยู่ในระดับค่อนข้างสูง มาจากโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนมากกว่า 50% ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนผันผวนตามตลาดโลก ต่างจากบางประเทศที่ใช้ถ่านหินหรือพลังน้ำซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า อีกปัจจัยสำคัญคือภาระหนี้สะสมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจากการตรึงค่าไฟในช่วงก่อนหน้า ซึ่งยังคงอยู่ในระบบและถูกนำมาคำนวณเป็นต้นทุนค่าไฟในปัจจุบัน โดยต้นปี 2569 มีหนี้คงค้างประมาณ 35,928 ล้านบาท ในขณะที่หลายประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน มีการอุดหนุนค่าไฟจากรายได้พลังงานของรัฐ ทำให้ราคาที่ประชาชนจ่ายต่ำกว่าต้นทุนจริง ส่งผลให้ค่าไฟในประเทศเหล่านี้ต่ำกว่าไทยอย่างชัดเจน ในมิติของภาคเศรษฐกิจ ค่าไฟที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย ซึ่งมีค่าไฟเฉลี่ยเพียง 2.5–2.7 บาทต่อหน่วย ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น เหล็ก เคมี และปูนซีเมนต์ รวมถึงการดึงดูดการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ภาครัฐมีแนวทางบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟในระยะต่อไป ทั้งการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวี
อ่านต่อ >16

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ปัญหาฝุ่น PM2.5 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือมีข้อมูลรองรับต่อเนื่องยาวนาน ทั้งจากฐานข้อมูลจุดความร้อนของกรมป่าไม้ ระบบติดตามของ GISTDA และงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมหลายชิ้น ทำให้มองเห็นภาพรวมของปัญหาได้ชัดในเชิงเวลาและเชิงพื้นที่ ว่าการเกิดไฟป่า การเผาในพื้นที่เกษตร และการสะสมของฝุ่น ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เกิดซ้ำต่อเนื่องมาหลายปีหนึ่งในตัวเลขอ้างอิงสำคัญคือช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2566 ซึ่ง GISTDA รายงานว่าพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีจุดความร้อนสะสมรวมประมาณ 109,035 จุด จังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดอยู่ในกลุ่มเชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก และเชียงราย โดยเชียงใหม่มี 13,094 จุด น่าน 11,632 จุด แม่ฮ่องสอน 11,522 จุด ตาก 10,337 จุด และเชียงราย 10,129 จุด ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้กระจุกอยู่เพียงบางจังหวัด แต่กระจายตัวในหลายพื้นที่ของภาคเหนือฐานข้อมูลย้อนหลังของหน่วยงานรัฐยังชี้ตรงกันว่า จุดความร้อนจำนวนมากเกิดในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่เกษตร กรมพัฒนาที่ดินเคยใช้ข้อมูลดาวเทียม MODIS ช่วงพฤศจิกายน 2557 ถึงเมษายน 2558 วิเคราะห์พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และพบว่าจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าและเขตเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลในระยะหลังจากหลายหน่วยงาน ในระดับพื้นที่ย่อย รายงานด้านทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดเชียงรายยังพบลักษณะ “พื้นที่เกิดไฟซ้ำซาก” จากการนำข้อมูลหลายปีมาซ้อนทับกัน ทำให้เห็นว่ามีบางจุดที่เกิดไฟเกือบทุกปี ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยอธิบายได้ว่าปัญหาไฟป่าและฝุ่นในภาคเหนือมีลักษณะวนซ้ำในพื้นที่เดิม ไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งไปอย่างไร้แบบแผนในด้านระบบติดตามข้อมูล GISTDA ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม VIIRS และ MODIS เพื่อตรวจจับจุดความร้อนต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี โดยเริ่มจากการติดตามใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ก่อนขยายมาครอบคลุม 17 จังหวัด ขณะที่ระบบของกรมป่าไม้สามารถดูข้อมูล hotspot รายวันย้อนหลัง และจำแนกประเภทพื้นที่ได้ เช่น ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และพื้นที่เกษตร ทำให้ข้อมูลสามารถนำไปจัดทำกราฟหรือแผนที่เปรียบเทียบรายปีได้เมื่อดูพัฒนาการของข้อมูลย้อนหลัง ภาพรวมที่เห็นชัดคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปีเป็นช่วงที่จุดความร้อนเพิ่มขึ้นมากที่สุด และเป็นช่วงเดียวกับที่ภาคเหนือเผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 รุนแรงที่สุด ฐานข้อมูลที่สะสมต่อเนื่องจึงมีประโยชน์อย่างมากในการแสดงให้เห็นว่า วิกฤตฝุ่นภาคเ
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สาเหตุที่ต้องประกาศแจ้งปรับราคาน้ำมันช่วงกลางดึกนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ชี้แจงถึงสาเหตุที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะต้องมีการประกาศแจ้งปรับราคาน้ำมันในช่วงกลางดึก และให้มีผลในวันรุ่งขึ้นว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนค่อนข้างมาก กลางวันเป็นราคาหนึ่ง และกลางคืนเป็นอีกราคาหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนกับในช่วงที่สถานการณ์ปกติที่ราคาน้ำมันในตอนกลางวันและกลางคืนแทบจะไม่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นทำให้ กบน. ต้องติดตามและใช้ราคาน้ำมันที่เป็นราคาปิดตลาด ในช่วง 1 ทุ่ม - 2 ทุ่ม เพื่อนำมาพิจารณาเรื่องการปรับราคาน้ำมันได้นายวีรพัฒน์ ย้ำว่า กบน.เอง ไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ว่าราคาน้ำมันในประเทศ จะต้องปรับขึ้นหรือไม่ เพราะต้องดูสถานการณ์ราคาเป็นรายวัน บางวัน ถ้าสามารถดูแลได้ ก็จะพยายามดูแลเต็มที่ (ไม่ขึ้นราคา) แต่ถ้าดูแลไม่ไหวแล้ว ก็ต้องปรับราคาเป็นไปตามกลไก ส่วนที่ตอนนี้ค่าการตลาดยังติดลบ อาจเป็นสัญญาณว่า ใน 1-2 วันนี้ น้ำมันอาจจะต้องมีการปรับขึ้นราคาอีกหรือไม่นั้น รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่ เพราะตอนนี้ราคาน้ำมันมีความผันผวน อาจจะเห็นราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นหรือลงก็เป็นได้ ซึ่งหากราคาลงแล้วทำให้ค่าการตลาดดีขึ้น ก็อาจจะพิจารณาไม่ปรับราคาน้ำมัน หรือหากกองทุนน้ำมันฯ สามารถดูแลได้ เมื่อพิจารณาค่าการตลาดแล้ว ราคามีแนวโน้มว่าจะนิ่ง ก็จะดูแลไปก่อน 1-2 วัน ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ที่ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้น-ปรับลงอย่างไร รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่ราว 42,000 ล้านบาท และมีเงินไหลออกวันละประมาณ 1,500 ล้านบาท การจะให้กองทุนน้ำมันฯ สามารถบริหารจัดการได้ ก็จำเป็นต้องมีเงินไหลเข้ามา ซึ่งที่ผ่านมา จะใช้กระบวนการกู้เงิน และจำเป็นต้องนำเรื่องเข้า ครม.ก่อน ดังนั้นในปัจจุบันนี้ ก็ต้องรอนำเรื่องเข้า ครม.ว่าจะสามารถกู้เงินได้หรือไม่ ถ้ากู้เงินได้ ก็จะมีกระแสเงินสดเข้ามาสำหรับการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งปัจจุบัน เงินในกองทุนน้ำมันฯ ก็เป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในบัญชีของผู้ค้าน้ำมันอยู่แล้ว
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ทำไมเชียงใหม่ ถึงถูกเรียกว่า เป็นแอ่งกระทะกักฝุ่นพิษ หนึ่งในปัจจัย คุณภาพอากาศยอดแย่ ครองแชมป์อันดับ 1 เมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดของโลกหลายวันติดต่อกัน เรียกได้ว่า เป็นปัญหาซ้ำซากที่แก้ไม่ตก ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี กับฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง และตอนนี้ เข้าขั้นวิกฤตในภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่ดัชนีคุณภาพอากาศแตะ 239 สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก สาเหตุที่ทำให้เชียงใหม่ กลายเป็นเมืองที่มีค่าฝุ่นพิษติดอันดับโลก นอกเหนือจากการเผาป่า และเผาพื้นที่การเกษตรทั้งในภาคเหนือ และเพื่อนบ้าน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะภูมิศาสตร์ที่ตั้งของจังหวัด มีลักษณะเป็น “แอ่งกระทะ” ทำให้ฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น และระบายออกได้ยากภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ มีภูเขาล้อมรอบ ทำหน้าที่เหมือนกำแพงธรรมชาติกั้นไม่ให้ลมพัดพาฝุ่นออกไปได้ และสะสมเพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผันที่อากาศเย็นจะกดทับอากาศร้อนไว้ด้านล่าง ทำให้ฝุ่นละอองและควันไฟจากการเผาป่าหรือการเกษตรถูกกักขังอยู่ระดับพื้นดินที่เราหายใจเข้าไปซ้ำร้าย ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ลมมรสุมกำลังเปลี่ยนทิศ ลมจากทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้เริ่มพัดขึ้นมา แต่ไม่มีกำลังแรงพอ ทำให้สภาพอากาศโดยรวมค่อนข้างนิ่ง การฟุ้งกระจายของฝุ่นทั้งในแนวดิ่งและแนวราบจึงเกิดขึ้นได้ยาก ส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 ถูกกักขังอยู่ในพื้นที่เมืองเป็นเวลานาน หรือเรียกว่า “ฝาชีครอบ”นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัด และมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย ก็ยิ่งก่อให้เกิดฝุ่นสะสมมากเพิ่มขึ้นไปอีก แม้รัฐบาลจะยกระดับปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัด ทั้งการควบคุมการเผาที่ยังไม่ทั่วถึงจากแรงจูงใจและงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯ ยังไม่มีอำนาจสั่งการแบบเบ็ดเสร็จ อีกทั้งการป้องกันไฟป่าบนพื้นที่เข้าถึงยากจำเป็นต้องพึ่งความร่วมมือจากชุมชน ส่งผลให้การแก้ปัญหายังต้องอาศัยทั้งมาตรการจูงใจ การกระจายอำนาจ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่กัน
อ่านต่อ >14

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ค่าไฟฟ้าเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักที่สะท้อนทั้งค่าครองชีพและศักยภาพการแข่งขันของประเทศ เมื่อเปรียบเทียบในระดับอาเซียนพบว่าแต่ละประเทศมีระดับราคาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยขึ้นอยู่กับโครงสร้างพลังงาน ทรัพยากร และนโยบายรัฐข้อมูลปี 2568 ระบุว่า ค่าไฟฟ้าในอาเซียนมีตั้งแต่ระดับต่ำสุดที่ประเทศบรูไนเพียง 0.27 บาทต่อหน่วย ไปจนถึงสูงสุดที่สิงคโปร์ 12.30 บาทต่อหน่วย ขณะที่ประเทศไทยมีค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย จัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของประเทศที่มีค่าไฟสูงในภูมิภาค เมื่อพิจารณารายประเทศ พบว่า กัมพูชาและฟิลิปปินส์มีค่าไฟสูงกว่าไทย โดยอยู่ที่ 5.53 และ 5.11 บาทต่อหน่วยตามลำดับ ส่วนประเทศที่มีค่าไฟต่ำกว่าไทย ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย เมียนมา และ สปป.ลาว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างพลังงานและนโยบายอุดหนุนของรัฐ สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ค่าไฟไทยงวดเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยมีโครงสร้างแบบขั้นบันไดตามปริมาณการใช้ไฟฟ้า ขณะที่งวดถัดไปช่วงพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 มีการเสนออัตราค่าไฟในช่วง 3.95 ถึง 4.59 บาทต่อหน่วย ขึ้นอยู่กับการบริหารต้นทุนและภาระหนี้ในระบบไฟฟ้า ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าไฟไทยอยู่ในระดับค่อนข้างสูง มาจากโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนมากกว่า 50% ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่มีต้นทุนผันผวนตามตลาดโลก ต่างจากบางประเทศที่ใช้ถ่านหินหรือพลังน้ำซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า อีกปัจจัยสำคัญคือภาระหนี้สะสมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยจากการตรึงค่าไฟในช่วงก่อนหน้า ซึ่งยังคงอยู่ในระบบและถูกนำมาคำนวณเป็นต้นทุนค่าไฟในปัจจุบัน โดยต้นปี 2569 มีหนี้คงค้างประมาณ 35,928 ล้านบาท ในขณะที่หลายประเทศในอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน มีการอุดหนุนค่าไฟจากรายได้พลังงานของรัฐ ทำให้ราคาที่ประชาชนจ่ายต่ำกว่าต้นทุนจริง ส่งผลให้ค่าไฟในประเทศเหล่านี้ต่ำกว่าไทยอย่างชัดเจน ในมิติของภาคเศรษฐกิจ ค่าไฟที่สูงกว่าประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามและอินโดนีเซีย ซึ่งมีค่าไฟเฉลี่ยเพียง 2.5–2.7 บาทต่อหน่วย ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น เหล็ก เคมี และปูนซีเมนต์ รวมถึงการดึงดูดการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ภาครัฐมีแนวทางบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟในระยะต่อไป ทั้งการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวี
อ่านต่อ >16

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ปัญหาฝุ่น PM2.5 ใน 17 จังหวัดภาคเหนือมีข้อมูลรองรับต่อเนื่องยาวนาน ทั้งจากฐานข้อมูลจุดความร้อนของกรมป่าไม้ ระบบติดตามของ GISTDA และงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมหลายชิ้น ทำให้มองเห็นภาพรวมของปัญหาได้ชัดในเชิงเวลาและเชิงพื้นที่ ว่าการเกิดไฟป่า การเผาในพื้นที่เกษตร และการสะสมของฝุ่น ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เกิดซ้ำต่อเนื่องมาหลายปีหนึ่งในตัวเลขอ้างอิงสำคัญคือช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2566 ซึ่ง GISTDA รายงานว่าพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือมีจุดความร้อนสะสมรวมประมาณ 109,035 จุด จังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุดอยู่ในกลุ่มเชียงใหม่ น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก และเชียงราย โดยเชียงใหม่มี 13,094 จุด น่าน 11,632 จุด แม่ฮ่องสอน 11,522 จุด ตาก 10,337 จุด และเชียงราย 10,129 จุด ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้กระจุกอยู่เพียงบางจังหวัด แต่กระจายตัวในหลายพื้นที่ของภาคเหนือฐานข้อมูลย้อนหลังของหน่วยงานรัฐยังชี้ตรงกันว่า จุดความร้อนจำนวนมากเกิดในพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่เกษตร กรมพัฒนาที่ดินเคยใช้ข้อมูลดาวเทียม MODIS ช่วงพฤศจิกายน 2557 ถึงเมษายน 2558 วิเคราะห์พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และพบว่าจุดความร้อนส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าและเขตเกษตร ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลในระยะหลังจากหลายหน่วยงาน ในระดับพื้นที่ย่อย รายงานด้านทรัพยากรธรรมชาติของจังหวัดเชียงรายยังพบลักษณะ “พื้นที่เกิดไฟซ้ำซาก” จากการนำข้อมูลหลายปีมาซ้อนทับกัน ทำให้เห็นว่ามีบางจุดที่เกิดไฟเกือบทุกปี ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยอธิบายได้ว่าปัญหาไฟป่าและฝุ่นในภาคเหนือมีลักษณะวนซ้ำในพื้นที่เดิม ไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งไปอย่างไร้แบบแผนในด้านระบบติดตามข้อมูล GISTDA ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม VIIRS และ MODIS เพื่อตรวจจับจุดความร้อนต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี โดยเริ่มจากการติดตามใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ก่อนขยายมาครอบคลุม 17 จังหวัด ขณะที่ระบบของกรมป่าไม้สามารถดูข้อมูล hotspot รายวันย้อนหลัง และจำแนกประเภทพื้นที่ได้ เช่น ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน และพื้นที่เกษตร ทำให้ข้อมูลสามารถนำไปจัดทำกราฟหรือแผนที่เปรียบเทียบรายปีได้เมื่อดูพัฒนาการของข้อมูลย้อนหลัง ภาพรวมที่เห็นชัดคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปีเป็นช่วงที่จุดความร้อนเพิ่มขึ้นมากที่สุด และเป็นช่วงเดียวกับที่ภาคเหนือเผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 รุนแรงที่สุด ฐานข้อมูลที่สะสมต่อเนื่องจึงมีประโยชน์อย่างมากในการแสดงให้เห็นว่า วิกฤตฝุ่นภาคเ
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สาเหตุที่ต้องประกาศแจ้งปรับราคาน้ำมันช่วงกลางดึกนายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ชี้แจงถึงสาเหตุที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะต้องมีการประกาศแจ้งปรับราคาน้ำมันในช่วงกลางดึก และให้มีผลในวันรุ่งขึ้นว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวนค่อนข้างมาก กลางวันเป็นราคาหนึ่ง และกลางคืนเป็นอีกราคาหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนกับในช่วงที่สถานการณ์ปกติที่ราคาน้ำมันในตอนกลางวันและกลางคืนแทบจะไม่มีความแตกต่างกัน ดังนั้นทำให้ กบน. ต้องติดตามและใช้ราคาน้ำมันที่เป็นราคาปิดตลาด ในช่วง 1 ทุ่ม - 2 ทุ่ม เพื่อนำมาพิจารณาเรื่องการปรับราคาน้ำมันได้นายวีรพัฒน์ ย้ำว่า กบน.เอง ไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ว่าราคาน้ำมันในประเทศ จะต้องปรับขึ้นหรือไม่ เพราะต้องดูสถานการณ์ราคาเป็นรายวัน บางวัน ถ้าสามารถดูแลได้ ก็จะพยายามดูแลเต็มที่ (ไม่ขึ้นราคา) แต่ถ้าดูแลไม่ไหวแล้ว ก็ต้องปรับราคาเป็นไปตามกลไก ส่วนที่ตอนนี้ค่าการตลาดยังติดลบ อาจเป็นสัญญาณว่า ใน 1-2 วันนี้ น้ำมันอาจจะต้องมีการปรับขึ้นราคาอีกหรือไม่นั้น รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กำลังพิจารณาอยู่ เพราะตอนนี้ราคาน้ำมันมีความผันผวน อาจจะเห็นราคาน้ำมันโลกปรับขึ้นหรือลงก็เป็นได้ ซึ่งหากราคาลงแล้วทำให้ค่าการตลาดดีขึ้น ก็อาจจะพิจารณาไม่ปรับราคาน้ำมัน หรือหากกองทุนน้ำมันฯ สามารถดูแลได้ เมื่อพิจารณาค่าการตลาดแล้ว ราคามีแนวโน้มว่าจะนิ่ง ก็จะดูแลไปก่อน 1-2 วัน ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ที่ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้น-ปรับลงอย่างไร รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบัน สถานะกองทุนน้ำมันฯ ติดลบอยู่ราว 42,000 ล้านบาท และมีเงินไหลออกวันละประมาณ 1,500 ล้านบาท การจะให้กองทุนน้ำมันฯ สามารถบริหารจัดการได้ ก็จำเป็นต้องมีเงินไหลเข้ามา ซึ่งที่ผ่านมา จะใช้กระบวนการกู้เงิน และจำเป็นต้องนำเรื่องเข้า ครม.ก่อน ดังนั้นในปัจจุบันนี้ ก็ต้องรอนำเรื่องเข้า ครม.ว่าจะสามารถกู้เงินได้หรือไม่ ถ้ากู้เงินได้ ก็จะมีกระแสเงินสดเข้ามาสำหรับการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งปัจจุบัน เงินในกองทุนน้ำมันฯ ก็เป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในบัญชีของผู้ค้าน้ำมันอยู่แล้ว
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ทำไมเชียงใหม่ ถึงถูกเรียกว่า เป็นแอ่งกระทะกักฝุ่นพิษ หนึ่งในปัจจัย คุณภาพอากาศยอดแย่ ครองแชมป์อันดับ 1 เมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดของโลกหลายวันติดต่อกัน เรียกได้ว่า เป็นปัญหาซ้ำซากที่แก้ไม่ตก ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี กับฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูงต่อเนื่อง และตอนนี้ เข้าขั้นวิกฤตในภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่ดัชนีคุณภาพอากาศแตะ 239 สูงเป็นอันดับ 1 ของโลก สาเหตุที่ทำให้เชียงใหม่ กลายเป็นเมืองที่มีค่าฝุ่นพิษติดอันดับโลก นอกเหนือจากการเผาป่า และเผาพื้นที่การเกษตรทั้งในภาคเหนือ และเพื่อนบ้าน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะภูมิศาสตร์ที่ตั้งของจังหวัด มีลักษณะเป็น “แอ่งกระทะ” ทำให้ฝุ่น PM 2.5 หนาแน่น และระบายออกได้ยากภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ มีภูเขาล้อมรอบ ทำหน้าที่เหมือนกำแพงธรรมชาติกั้นไม่ให้ลมพัดพาฝุ่นออกไปได้ และสะสมเพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง เมื่อรวมกับปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผันที่อากาศเย็นจะกดทับอากาศร้อนไว้ด้านล่าง ทำให้ฝุ่นละอองและควันไฟจากการเผาป่าหรือการเกษตรถูกกักขังอยู่ระดับพื้นดินที่เราหายใจเข้าไปซ้ำร้าย ช่วงนี้ เป็นช่วงที่ลมมรสุมกำลังเปลี่ยนทิศ ลมจากทิศใต้และตะวันตกเฉียงใต้เริ่มพัดขึ้นมา แต่ไม่มีกำลังแรงพอ ทำให้สภาพอากาศโดยรวมค่อนข้างนิ่ง การฟุ้งกระจายของฝุ่นทั้งในแนวดิ่งและแนวราบจึงเกิดขึ้นได้ยาก ส่งผลให้ฝุ่น PM2.5 ถูกกักขังอยู่ในพื้นที่เมืองเป็นเวลานาน หรือเรียกว่า “ฝาชีครอบ”นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงที่อากาศร้อนจัด และมีความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย ก็ยิ่งก่อให้เกิดฝุ่นสะสมมากเพิ่มขึ้นไปอีก แม้รัฐบาลจะยกระดับปัญหาฝุ่นเป็นวาระแห่งชาติ แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัด ทั้งการควบคุมการเผาที่ยังไม่ทั่วถึงจากแรงจูงใจและงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯ ยังไม่มีอำนาจสั่งการแบบเบ็ดเสร็จ อีกทั้งการป้องกันไฟป่าบนพื้นที่เข้าถึงยากจำเป็นต้องพึ่งความร่วมมือจากชุมชน ส่งผลให้การแก้ปัญหายังต้องอาศัยทั้งมาตรการจูงใจ การกระจายอำนาจ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังควบคู่กัน
อ่านต่อ >14