
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) ว่า ที่ประชุมได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยข้อง ร่วมมือกันยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมต่าง ๆ โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อให้สามารถช่วยในเรื่องการติดตามธุรกรรมทางการเงินได้อย่างไรก็ดี ในส่วนของทองคำนั้น พบว่ายังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูลการทำธุรกรรม จึงได้สั่งการใน 3 ข้อ ดังนี้1. ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์ และวางมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของผู้ค้าทองคำ และพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินของร้านค้าทองคำที่ต้องมารายงานต่อ ปปง.หรือกรมสรรพากร ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยขอให้พิจารณาว่าจะสามารถปรับลดลงมาได้เป็นจำนวนเท่าไร และทำเป็นแบบขั้นบันได2. กรณีทองคำที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น ขอให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง ที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่กำหนดการซื้อขายทองคำโดยที่ไม่มีการส่งทองคำจริง จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เพื่อให้กรมสรรพากรพิจารณากำหนดจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์ นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้กรมสรรพากร และกรมสรรพากรไปศึกษาแนวทางการกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป 3. กรณีสินทรัพย์ดิจิทัล ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณากำหนดการใช้หลักการ "Travel Rule" เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย รวบรวมธุรกรรมข้อมูลซื้อขายระหว่างกระเป๋าของบุคคลที่สร้างขึ้น กับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลวอลเล็ตต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้รับโอนได้เป้าหมายสุดท้าย ของข้อมูลธุรกรรมการเงินเหล่านี้ เราจะทำให้มีการจัดเก็บได้อย่างครบถ้วนและมีคุณภาพ และเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรม และเส้นทางการดำเนินธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที รวมทั้งเป็นหลักเกณฑ์การจัดส่ง และกำหนดวงเงินการทำธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของไฟล์ลิ่งด้วย "ขอให้ทุกส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อ >20

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งพลังงานจังหวัด ผู้ค้าน้ำมัน ประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันและจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยของพนักงานประจำสถานีและประชาชนที่เข้าใช้บริการเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังได้ขอให้มีการรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ส่วนกลางสามารถสนับสนุนความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ในส่วนของการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ได้มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ตรวจสอบสต็อกน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่เกิดการขาดแคลนหากมีการปิดเส้นทางหรือมีข้อจำกัดในการขนส่ง พร้อมทั้งจัดเตรียมแผนสำรองในการเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงผ่านเส้นทางเลือกเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ให้ต่อเนื่องที่สุด “ผมขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ได้กำชับให้พลังงานจังหวัด ผู้ค้าน้ำมัน เจ้าของสถานีบริการ ประสานกับฝ่ายความมั่นคง เฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันอย่างใกล้ชิดและดูแลความปลอดภัยของพนักงานทุกคน และขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าเราได้เตรียมแผนสำรองปริมาณน้ำมันไว้เพียงพอต่อการใช้งานในทุกสถานการณ์” นายวีรพัฒน์ กล่าว
อ่านต่อ >33

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์สภาพอากาศเลวร้ายสุดขั้ว ยุโรปหนาวจัด ขณะที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ร้อนจัด โดยระบุว่า ในภาวะโลกเดือดและโลกรวนส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแบบสุดขั้วทั้งขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ซึ่งอนาคตจะหนักยิ่งขึ้น โดยหลังปีใหม่ 2026 ผ่านมาเพียงไม่กี่วัน หลายพื้นที่ของยุโรปกำลังเผชิญกับ คลื่นความหนาวเย็นอย่างรุนแรงในรอบ 20 ปี จากความกดอากาศสูงจากขั้วโลกแถบอาร์กติกส่งผลให้อุณหภูมิลดลงอย่างมาก บริเวณแถบสแกนดิเนเวีย ยุโรปตะวันออก และรัสเซียอุณหภูมิลดต่ำลงถึง -60 องศาเซลเซียส ขณะที่อังกฤษมีอุณหภูมิเฉลี่ยลดลงถึง -33 องศาเซลเซียส ในบางส่วนของพื้นที่ทางเหนือ ที่อิตาลี ฝรั่งเศสและเยอรมนีอุณหภูมิลดลงถึง -20 ถึง -22 องศาเซลเซียส เป็นต้น และยังเกิดหิมะตกหนักจนส่งผลต่อระบบคมนาคมรวมถึงพลังงานขัดข้องเป็นวงกว้าง ส่วนที่เยอรมนีคาดการณ์ว่าจะเกิดหิมะตกหนักถึง 20 เซนติเมตร หลังจากลมแรงเป็นประวัติการณ์กว่า 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้บ้านเรือนเกือบ 400,000 หลังในฝรั่งเศสไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากพายุโกเร็ตติฤดูหนาวพัดถล่มทางตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป แต่ขณะเดียวกัน ในขั้วโลกใต้กลับมีคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่งผลให้อุณหภูมิในเมลเบิร์นสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส ขณะที่ทางการรัฐวิกตอเรียเรียกร้องให้ชาวเมืองอยู่แต่ในบ้าน และยังคาดการณ์ว่าความร้อนจัดจะแผ่ปกคลุมเมืองซิดนีย์ด้วย คลื่นความร้อนที่ปกคลุมทางตอนใต้ของออสเตรเลียในสัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้หลายพื้นที่ของออสเตรเลียในรอบ 6 ปี โดยอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสใน5รัฐ และส่งผลให้อุณหภูมิในเมลเบิร์นสูงเกิน 42 องศาเซลเซียสขณะที่ทางการรัฐวิกตอเรียให้ชาวเมืองอยู่แต่ในบ้านและคาดการณ์ว่าความร้อนจัดจะแผ่ปกคลุมเมืองซิดนีย์ในกลางเดือนมกราคม 2026 นี้ จนถึงขณะนี้ อุณหภูมิสูงสุดที่บันทึกไว้คือที่เมืองออนสโลว์ บนชายฝั่งพิลบาราของรัฐเวสเทิร์นสูงถึง 49 องศาเซลเซียส ขณะที่ไฟป่าขนาดใหญ่สองจุดกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรงใกล้กับเมืองลองวูด และเมืองวาลวา
อ่านต่อ >40

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ ( 10 ม.ค. 69 ) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยระบุว่าแม้ภาพรวมในปีนี้จะดีขึ้น แต่ในช่วงวันที่ 10–17 มกราคม 2569 สภาพอากาศจะปิดและการระบายอากาศต่ำมากเปรียบเสมือนมีฝาชีครอบพื้นที่ไว้ ส่งผลให้ฝุ่นสะสมตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กทม. จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติงานที่บ้าน (WFH) ในวันจันทร์ที่ 12 และวันอังคารที่ 13 มกราคมนี้ เพื่อลดปริมาณการจราจรและการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะในช่วงจุดวิกฤตดังกล่าว นอกจากการขอความร่วมมือ WFH แล้ว กรุงเทพมหานครยังได้ยกระดับมาตรการป้องกันเข้มข้นใน 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย:1.ประกาศเขตควบคุมเหตุรำคาญ: ห้ามเผาขยะและหญ้าในที่โล่งทุกประเภทอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที2.คุมเข้มมลพิษจากยานพาหนะ: เพิ่มความเข้มงวดตรวจวัดควันดำ โดยปรับลดค่าความทึบแสงที่ยอมรับได้จากร้อยละ 30 เหลือเพียงร้อยละ 203.ตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่น: ลงพื้นที่ตรวจไซต์ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม และแพลนท์ปูนอย่างใกล้ชิด4.ประสานจังหวัดปริมณฑล: ขอความร่วมมือจังหวัดต้นลม 6 จังหวัด (ปทุมธานี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา และชลบุรี) ให้งดการเผา 100% ในช่วงสัปดาห์หน้า5.ดึงประชาชนร่วมเฝ้าระวัง: ขอความร่วมมือแจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เมื่อพบการเผาหรือรถควันดำ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์รุนแรงจนค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินระดับสีแดงมากกว่า 5 เขต กทม. เตรียมพิจารณาประกาศใช้มาตรการ เขตพื้นที่ปล่อยมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ห้ามรถบรรทุกเข้าเมือง ยกเว้นรถที่ขึ้นทะเบียน "บัญชีสีเขียว (Green List)" โดยจะใช้เทคโนโลยีกล้อง CCTV AI ตรวจจับทะเบียนรถที่ฝ่าฝืนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด"สัปดาห์หน้าเป็นช่วงวิกฤตที่ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการลดใช้รถยนต์ส่วนตัว การงดเผา และการ Work From Home หากเราร่วมมือกันได้สถานการณ์จะดีขึ้นมาก และจะเป็นต้นแบบในการรับมือในปีต่อ ๆ ไป" นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย
อ่านต่อ >32

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) ว่า ที่ประชุมได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยข้อง ร่วมมือกันยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมต่าง ๆ โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อให้สามารถช่วยในเรื่องการติดตามธุรกรรมทางการเงินได้อย่างไรก็ดี ในส่วนของทองคำนั้น พบว่ายังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูลการทำธุรกรรม จึงได้สั่งการใน 3 ข้อ ดังนี้1. ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์ และวางมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของผู้ค้าทองคำ และพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินของร้านค้าทองคำที่ต้องมารายงานต่อ ปปง.หรือกรมสรรพากร ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยขอให้พิจารณาว่าจะสามารถปรับลดลงมาได้เป็นจำนวนเท่าไร และทำเป็นแบบขั้นบันได2. กรณีทองคำที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น ขอให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง ที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่กำหนดการซื้อขายทองคำโดยที่ไม่มีการส่งทองคำจริง จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เพื่อให้กรมสรรพากรพิจารณากำหนดจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์ นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้กรมสรรพากร และกรมสรรพากรไปศึกษาแนวทางการกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป 3. กรณีสินทรัพย์ดิจิทัล ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณากำหนดการใช้หลักการ "Travel Rule" เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย รวบรวมธุรกรรมข้อมูลซื้อขายระหว่างกระเป๋าของบุคคลที่สร้างขึ้น กับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลวอลเล็ตต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้รับโอนได้เป้าหมายสุดท้าย ของข้อมูลธุรกรรมการเงินเหล่านี้ เราจะทำให้มีการจัดเก็บได้อย่างครบถ้วนและมีคุณภาพ และเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรม และเส้นทางการดำเนินธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที รวมทั้งเป็นหลักเกณฑ์การจัดส่ง และกำหนดวงเงินการทำธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของไฟล์ลิ่งด้วย "ขอให้ทุกส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อ >20

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทั้งพลังงานจังหวัด ผู้ค้าน้ำมัน ประสานงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันและจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานทุกแห่งอย่างเข้มงวด โดยมุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยของพนักงานประจำสถานีและประชาชนที่เข้าใช้บริการเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังได้ขอให้มีการรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ส่วนกลางสามารถสนับสนุนความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ในส่วนของการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ได้มอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานและผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ตรวจสอบสต็อกน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ ไม่เกิดการขาดแคลนหากมีการปิดเส้นทางหรือมีข้อจำกัดในการขนส่ง พร้อมทั้งจัดเตรียมแผนสำรองในการเคลื่อนย้ายเชื้อเพลิงผ่านเส้นทางเลือกเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ให้ต่อเนื่องที่สุด “ผมขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ได้กำชับให้พลังงานจังหวัด ผู้ค้าน้ำมัน เจ้าของสถานีบริการ ประสานกับฝ่ายความมั่นคง เฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันอย่างใกล้ชิดและดูแลความปลอดภัยของพนักงานทุกคน และขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าเราได้เตรียมแผนสำรองปริมาณน้ำมันไว้เพียงพอต่อการใช้งานในทุกสถานการณ์” นายวีรพัฒน์ กล่าว
อ่านต่อ >33

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์สภาพอากาศเลวร้ายสุดขั้ว ยุโรปหนาวจัด ขณะที่ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ร้อนจัด โดยระบุว่า ในภาวะโลกเดือดและโลกรวนส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศแบบสุดขั้วทั้งขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ ซึ่งอนาคตจะหนักยิ่งขึ้น โดยหลังปีใหม่ 2026 ผ่านมาเพียงไม่กี่วัน หลายพื้นที่ของยุโรปกำลังเผชิญกับ คลื่นความหนาวเย็นอย่างรุนแรงในรอบ 20 ปี จากความกดอากาศสูงจากขั้วโลกแถบอาร์กติกส่งผลให้อุณหภูมิลดลงอย่างมาก บริเวณแถบสแกนดิเนเวีย ยุโรปตะวันออก และรัสเซียอุณหภูมิลดต่ำลงถึง -60 องศาเซลเซียส ขณะที่อังกฤษมีอุณหภูมิเฉลี่ยลดลงถึง -33 องศาเซลเซียส ในบางส่วนของพื้นที่ทางเหนือ ที่อิตาลี ฝรั่งเศสและเยอรมนีอุณหภูมิลดลงถึง -20 ถึง -22 องศาเซลเซียส เป็นต้น และยังเกิดหิมะตกหนักจนส่งผลต่อระบบคมนาคมรวมถึงพลังงานขัดข้องเป็นวงกว้าง ส่วนที่เยอรมนีคาดการณ์ว่าจะเกิดหิมะตกหนักถึง 20 เซนติเมตร หลังจากลมแรงเป็นประวัติการณ์กว่า 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้บ้านเรือนเกือบ 400,000 หลังในฝรั่งเศสไม่มีไฟฟ้าใช้ เนื่องจากพายุโกเร็ตติฤดูหนาวพัดถล่มทางตะวันตกเฉียงเหนือของยุโรป แต่ขณะเดียวกัน ในขั้วโลกใต้กลับมีคลื่นความร้อนแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่งผลให้อุณหภูมิในเมลเบิร์นสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส ขณะที่ทางการรัฐวิกตอเรียเรียกร้องให้ชาวเมืองอยู่แต่ในบ้าน และยังคาดการณ์ว่าความร้อนจัดจะแผ่ปกคลุมเมืองซิดนีย์ด้วย คลื่นความร้อนที่ปกคลุมทางตอนใต้ของออสเตรเลียในสัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้หลายพื้นที่ของออสเตรเลียในรอบ 6 ปี โดยอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียสใน5รัฐ และส่งผลให้อุณหภูมิในเมลเบิร์นสูงเกิน 42 องศาเซลเซียสขณะที่ทางการรัฐวิกตอเรียให้ชาวเมืองอยู่แต่ในบ้านและคาดการณ์ว่าความร้อนจัดจะแผ่ปกคลุมเมืองซิดนีย์ในกลางเดือนมกราคม 2026 นี้ จนถึงขณะนี้ อุณหภูมิสูงสุดที่บันทึกไว้คือที่เมืองออนสโลว์ บนชายฝั่งพิลบาราของรัฐเวสเทิร์นสูงถึง 49 องศาเซลเซียส ขณะที่ไฟป่าขนาดใหญ่สองจุดกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรงใกล้กับเมืองลองวูด และเมืองวาลวา
อ่านต่อ >40

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ ( 10 ม.ค. 69 ) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยระบุว่าแม้ภาพรวมในปีนี้จะดีขึ้น แต่ในช่วงวันที่ 10–17 มกราคม 2569 สภาพอากาศจะปิดและการระบายอากาศต่ำมากเปรียบเสมือนมีฝาชีครอบพื้นที่ไว้ ส่งผลให้ฝุ่นสะสมตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กทม. จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ปฏิบัติงานที่บ้าน (WFH) ในวันจันทร์ที่ 12 และวันอังคารที่ 13 มกราคมนี้ เพื่อลดปริมาณการจราจรและการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะในช่วงจุดวิกฤตดังกล่าว นอกจากการขอความร่วมมือ WFH แล้ว กรุงเทพมหานครยังได้ยกระดับมาตรการป้องกันเข้มข้นใน 5 ด้านหลัก ประกอบด้วย:1.ประกาศเขตควบคุมเหตุรำคาญ: ห้ามเผาขยะและหญ้าในที่โล่งทุกประเภทอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที2.คุมเข้มมลพิษจากยานพาหนะ: เพิ่มความเข้มงวดตรวจวัดควันดำ โดยปรับลดค่าความทึบแสงที่ยอมรับได้จากร้อยละ 30 เหลือเพียงร้อยละ 203.ตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่น: ลงพื้นที่ตรวจไซต์ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรม และแพลนท์ปูนอย่างใกล้ชิด4.ประสานจังหวัดปริมณฑล: ขอความร่วมมือจังหวัดต้นลม 6 จังหวัด (ปทุมธานี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา และชลบุรี) ให้งดการเผา 100% ในช่วงสัปดาห์หน้า5.ดึงประชาชนร่วมเฝ้าระวัง: ขอความร่วมมือแจ้งเหตุผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เมื่อพบการเผาหรือรถควันดำ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์รุนแรงจนค่าฝุ่นพุ่งสูงเกินระดับสีแดงมากกว่า 5 เขต กทม. เตรียมพิจารณาประกาศใช้มาตรการ เขตพื้นที่ปล่อยมลพิษต่ำ (Low Emission Zone) ห้ามรถบรรทุกเข้าเมือง ยกเว้นรถที่ขึ้นทะเบียน "บัญชีสีเขียว (Green List)" โดยจะใช้เทคโนโลยีกล้อง CCTV AI ตรวจจับทะเบียนรถที่ฝ่าฝืนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด"สัปดาห์หน้าเป็นช่วงวิกฤตที่ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการลดใช้รถยนต์ส่วนตัว การงดเผา และการ Work From Home หากเราร่วมมือกันได้สถานการณ์จะดีขึ้นมาก และจะเป็นต้นแบบในการรับมือในปีต่อ ๆ ไป" นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย
อ่านต่อ >32

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) ว่า ที่ประชุมได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยข้อง ร่วมมือกันยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมต่าง ๆ โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อให้สามารถช่วยในเรื่องการติดตามธุรกรรมทางการเงินได้อย่างไรก็ดี ในส่วนของทองคำนั้น พบว่ายังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูลการทำธุรกรรม จึงได้สั่งการใน 3 ข้อ ดังนี้1. ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์ และวางมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของผู้ค้าทองคำ และพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินของร้านค้าทองคำที่ต้องมารายงานต่อ ปปง.หรือกรมสรรพากร ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยขอให้พิจารณาว่าจะสามารถปรับลดลงมาได้เป็นจำนวนเท่าไร และทำเป็นแบบขั้นบันได2. กรณีทองคำที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น ขอให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง ที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่กำหนดการซื้อขายทองคำโดยที่ไม่มีการส่งทองคำจริง จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เพื่อให้กรมสรรพากรพิจารณากำหนดจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์ นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้กรมสรรพากร และกรมสรรพากรไปศึกษาแนวทางการกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป 3. กรณีสินทรัพย์ดิจิทัล ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณากำหนดการใช้หลักการ "Travel Rule" เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย รวบรวมธุรกรรมข้อมูลซื้อขายระหว่างกระเป๋าของบุคคลที่สร้างขึ้น กับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลวอลเล็ตต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้รับโอนได้เป้าหมายสุดท้าย ของข้อมูลธุรกรรมการเงินเหล่านี้ เราจะทำให้มีการจัดเก็บได้อย่างครบถ้วนและมีคุณภาพ และเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรม และเส้นทางการดำเนินธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที รวมทั้งเป็นหลักเกณฑ์การจัดส่ง และกำหนดวงเงินการทำธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของไฟล์ลิ่งด้วย "ขอให้ทุกส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อ >20