
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (7 พฤษภาคม 2569) เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนา หนูบ้าน เป็นพาหะหลัก ปัจจุบันประเทศไทยพบการติดเชื้อในระดับต่ำ และไม่มีการระบาดเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง นายแพทย์มณเฑียร กล่าวว่า ไวรัสฮันตาสามารถแพร่สู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของหนู ได้แก่ ปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลาย โดยการติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุด คือ การสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนอุจจาระ ปัสสาวะ และน้ำลายของหนูที่มีเชื้อ รองลงมา คือ การสัมผัสเชื้อแล้วนำมือไปสัมผัสบริเวณจมูก ปาก หรือดวงตา และบางกรณีอาจติดเชื้อจากการถูกหนูกัดแต่โอกาสเกิดมีน้อย ขณะที่การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก และจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์เท่านั้น เมื่อเชื้อไวรัสฮันตาเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 – 8 สัปดาห์ โดยอาการเริ่มแรกจะคล้ายไข้หวัด มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินอาหาร (ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน) ต่อมาผู้ป่วยอาจพัฒนาเป็นอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ ซึ่งอาการของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ (Hantavirus Cardiopulmonary Syndrome: HCPS) พบในแถบทวีปอเมริกา มีความรุนแรงสูง ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจลำบาก มีภาวะน้ำท่วมปอด และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว 2. กลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับภาวะไตวาย (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome: HFRS) พบในแถบทวีปยุโรปและเอเชีย ผู้ป่วยจะมีความดันโลหิตต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติทำให้เลือดออกง่าย และมีภาวะไตวายนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ความรุนแรงของโรคขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัส โดยเฉพาะกลุ่มอาการที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ อาจมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 – 40 ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจลำบาก น้ำท่วมปอด เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันโรคฮันตาไวรัส การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ออกซิเจน การใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือการฟอกไตในรายที่
อ่านต่อ >22

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
เวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ อาคารโอเชียนพาวิเลียน (Ocean Pavilion) โรงแรม Shangri-La Mactan นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบไม่เป็นทางการ (Retreat Session) ภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การหารือในวันนี้ตอกย้ำความรู้สึกร่วมกันว่า สถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางไม่ใช่เพียงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่มีความผันผวนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าระเบียบโลกและระบบพหุภาคีนิยมที่นานาชาติเคยยึดถือกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งเป็นความจริงที่ทุกประเทศต้องเผชิญร่วมกัน สำหรับอาเซียนเอง หลักการสำคัญที่ภูมิภาคยึดถือมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา การยับยั้งชั่งใจ และการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี ไม่สามารถถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง พร้อมเห็นว่าอาเซียนไม่สามารถดำเนินบทบาทตั้งรับได้อีกต่อไป แต่ต้องตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยความคล่องตัวและการมองการณ์ไกลมากยิ่งขึ้นโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับอาเซียน ประกอบด้วย1. การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม (Regionalism) จุดแข็งของอาเซียนอยู่ที่ความเป็นเอกภาพ แต่เอกภาพดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ประเทศสมาชิกจำเป็นต้องก้าวข้ามจุดยืนเฉพาะของแต่ละประเทศ หันมาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ร่วมของภูมิภาค และดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยในทางปฏิบัติ อาเซียนจำเป็นต้องพัฒนาการประสานงานและกลไกการตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในช่วงวิกฤต ความรวดเร็วและความเป็นเอกภาพในการดำเนินการถือเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งเมื่อความท้าทายต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ความเป็นภูมิภาคนิยมของอาเซียนจำเป็นต้องมีความบูรณาการและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเช่นกัน2. ความยืดหยุ่น (Resilience) หัวใจสำคัญคือการธำรงไว้ซึ่ง “ASEAN Centrality” หรือความเป็นแกนกลางของอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกต้องยึดให้อาเซียนเป็นแกนหลักของนโยบายต่างประเทศของแต่ละประเทศ ขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นยังหมายถ
อ่านต่อ >20

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สหรัฐและอิหร่าน กลับมาเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้งในช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมานานกว่า 1 เดือน แม้ทั้งสองฝ่ายยังส่งสัญญาณไม่ต้องการให้สถานการณ์ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบกองทัพอิหร่านระบุว่า สหรัฐโจมตีเรือ 2 ลำที่กำลังเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในดินแดนอิหร่าน โดยเฉพาะบริเวณเกาะเกชม์ รวมถึงพื้นที่ชายฝั่ง Bandar Khamir และ Sirik ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้กลับทันที ด้วยการโจมตีเรือรบสหรัฐทางตะวันออกของช่องแคบ และทางใต้ของท่าเรือชาบาฮาร์ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐ หรือ CENTCOM ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐยิงตอบโต้ หลังถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธ โดรน และเรือขนาดเล็ก โดยเป้าหมายคือเรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐ 3 ลำ แต่ยืนยันว่าไม่มีทรัพย์สินทางทหารถูกโจมตีเสียหาย พร้อมระบุว่าสหรัฐไม่ต้องการยกระดับความขัดแย้ง แต่พร้อมปกป้องกำลังพลทุกเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ พยายามลดระดับความตึงเครียด โดยยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลอยู่ และมองเหตุปะทะครั้งนี้เป็นเพียงการปะทะเล็กน้อย พร้อมเตือนอิหร่านให้เร่งยอมรับข้อตกลงสันติภาพ มิฉะนั้นสหรัฐอาจตอบโต้รุนแรงกว่าเดิมในอนาคตเหตุปะทะรอบล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐกำลังรอคำตอบจากอิหร่าน ต่อข้อเสนอใหม่ที่จะยุติสงครามอย่างเป็นทางการ แม้ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้แตะประเด็นสำคัญอย่างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน หรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบด้านตลาดพลังงานเริ่มตอบสนองทันที ราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นกว่าร้อยละ 3 ในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ในเอเชีย หลังความรุนแรงกลับมาอีกครั้ง ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่า ร้อยละ 40 ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือเพิ่มราว 1.20 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ทะลุระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนแล้วนักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังยืดเยื้อ จะยิ่งกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก และอาจกลายเป็นแรงกดดันใหม่ต่อเงินเฟ้อ เศรษฐกิจโลก และความเชื่อมั่นของตลาดการเงินในระยะต่อไป
อ่านต่อ >17

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชา หลังผู้นำทั้งสองประเทศได้เข้าร่วมหารือสามฝ่ายร่วมกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน เพื่อเปิดพื้นที่พูดคุยบนพื้นฐานของสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงเมืองเซบู โดยมีนางดีตา อังการา-มาทาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ และผู้ว่าราชการจังหวัดเซบู ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ ก่อนเข้าสู่ภารกิจสำคัญในการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ในช่วงค่ำวันเดียวกันการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากการประสานงานของฝ่ายฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ซึ่งต้องการเปิดพื้นที่ให้ทั้งไทยและกัมพูชาได้พูดคุยกันโดยตรง ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดจากประเด็นชายแดนทั้งทางบกและทางทะเลที่ยืดเยื้อมายาวนานนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า การหารือไม่ได้มีลักษณะของการแทรกแซงจากภายนอก แต่เป็นการอำนวยความสะดวกให้ทั้งสองประเทศสามารถพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับการสร้าง “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ระหว่างกันอีกครั้ง หนึ่งในข้อเสนอสำคัญของฝ่ายไทย คือ การหลีกเลี่ยง “สงครามวาจา” หรือการกล่าวหากันบนเวทีระหว่างประเทศ เพราะมองว่าจะไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการเจรจาในระยะต่อไปขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการฟื้นความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์และแก๊งหลอกลวงออนไลน์ ผ่านกลไกความร่วมมือของหน่วยงานตำรวจที่มีอยู่เดิม รวมถึงสนับสนุนการติดต่อระดับประชาชนผ่านสมาคมมิตรภาพไทย–กัมพูชา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระดับสังคมควบคู่ไปด้วยอีกประเด็นที่ถูกจับตา คือ การเตรียมเดินหน้าหารือระหว่างนายสีหศักดิ์ กับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพื่อกำหนดกรอบมาตรการสร้างความเชื่อมั่นร่วมกัน รวมถึงการพิจารณาส่งอุปทูตกลับไปประจำการในสถานทูตของแต่ละฝ่าย ซึ่งยังต้องผ่านกระบวนการตามขั้นตอนทางการทูตในประเด็นเขตแดนทางทะเล ฝ่ายไทยได้ชี้แจงเหตุผลของการยกเลิก MOU 2544 โดยระบุว่า ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา การดำเนินการภาย
อ่านต่อ >24

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (7 พฤษภาคม 2569) เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนา หนูบ้าน เป็นพาหะหลัก ปัจจุบันประเทศไทยพบการติดเชื้อในระดับต่ำ และไม่มีการระบาดเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง นายแพทย์มณเฑียร กล่าวว่า ไวรัสฮันตาสามารถแพร่สู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของหนู ได้แก่ ปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลาย โดยการติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุด คือ การสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนอุจจาระ ปัสสาวะ และน้ำลายของหนูที่มีเชื้อ รองลงมา คือ การสัมผัสเชื้อแล้วนำมือไปสัมผัสบริเวณจมูก ปาก หรือดวงตา และบางกรณีอาจติดเชื้อจากการถูกหนูกัดแต่โอกาสเกิดมีน้อย ขณะที่การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก และจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์เท่านั้น เมื่อเชื้อไวรัสฮันตาเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 – 8 สัปดาห์ โดยอาการเริ่มแรกจะคล้ายไข้หวัด มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินอาหาร (ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน) ต่อมาผู้ป่วยอาจพัฒนาเป็นอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ ซึ่งอาการของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ (Hantavirus Cardiopulmonary Syndrome: HCPS) พบในแถบทวีปอเมริกา มีความรุนแรงสูง ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจลำบาก มีภาวะน้ำท่วมปอด และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว 2. กลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับภาวะไตวาย (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome: HFRS) พบในแถบทวีปยุโรปและเอเชีย ผู้ป่วยจะมีความดันโลหิตต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติทำให้เลือดออกง่าย และมีภาวะไตวายนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ความรุนแรงของโรคขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัส โดยเฉพาะกลุ่มอาการที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ อาจมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 – 40 ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจลำบาก น้ำท่วมปอด เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันโรคฮันตาไวรัส การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ออกซิเจน การใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือการฟอกไตในรายที่
อ่านต่อ >22

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
เวลา 14.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นฟิลิปปินส์ ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ อาคารโอเชียนพาวิเลียน (Ocean Pavilion) โรงแรม Shangri-La Mactan นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 แบบไม่เป็นทางการ (Retreat Session) ภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การหารือในวันนี้ตอกย้ำความรู้สึกร่วมกันว่า สถานการณ์กำลังเปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางไม่ใช่เพียงวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่มีความผันผวนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าระเบียบโลกและระบบพหุภาคีนิยมที่นานาชาติเคยยึดถือกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และโลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งเป็นความจริงที่ทุกประเทศต้องเผชิญร่วมกัน สำหรับอาเซียนเอง หลักการสำคัญที่ภูมิภาคยึดถือมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจา การยับยั้งชั่งใจ และการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี ไม่สามารถถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง พร้อมเห็นว่าอาเซียนไม่สามารถดำเนินบทบาทตั้งรับได้อีกต่อไป แต่ต้องตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยความคล่องตัวและการมองการณ์ไกลมากยิ่งขึ้นโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอ 3 แนวทางเชิงยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับอาเซียน ประกอบด้วย1. การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม (Regionalism) จุดแข็งของอาเซียนอยู่ที่ความเป็นเอกภาพ แต่เอกภาพดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ประเทศสมาชิกจำเป็นต้องก้าวข้ามจุดยืนเฉพาะของแต่ละประเทศ หันมาให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ร่วมของภูมิภาค และดำเนินการร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยในทางปฏิบัติ อาเซียนจำเป็นต้องพัฒนาการประสานงานและกลไกการตัดสินใจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในช่วงวิกฤต ความรวดเร็วและความเป็นเอกภาพในการดำเนินการถือเป็นสิ่งสำคัญ อีกทั้งเมื่อความท้าทายต่าง ๆ มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น ความเป็นภูมิภาคนิยมของอาเซียนจำเป็นต้องมีความบูรณาการและครอบคลุมมากยิ่งขึ้นเช่นกัน2. ความยืดหยุ่น (Resilience) หัวใจสำคัญคือการธำรงไว้ซึ่ง “ASEAN Centrality” หรือความเป็นแกนกลางของอาเซียน ซึ่งประเทศสมาชิกต้องยึดให้อาเซียนเป็นแกนหลักของนโยบายต่างประเทศของแต่ละประเทศ ขณะเดียวกัน ความยืดหยุ่นยังหมายถ
อ่านต่อ >20

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สหรัฐและอิหร่าน กลับมาเผชิญหน้าทางทหารอีกครั้งในช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินมานานกว่า 1 เดือน แม้ทั้งสองฝ่ายยังส่งสัญญาณไม่ต้องการให้สถานการณ์ลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบกองทัพอิหร่านระบุว่า สหรัฐโจมตีเรือ 2 ลำที่กำลังเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในดินแดนอิหร่าน โดยเฉพาะบริเวณเกาะเกชม์ รวมถึงพื้นที่ชายฝั่ง Bandar Khamir และ Sirik ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้กลับทันที ด้วยการโจมตีเรือรบสหรัฐทางตะวันออกของช่องแคบ และทางใต้ของท่าเรือชาบาฮาร์ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐ หรือ CENTCOM ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐยิงตอบโต้ หลังถูกอิหร่านโจมตีด้วยขีปนาวุธ โดรน และเรือขนาดเล็ก โดยเป้าหมายคือเรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐ 3 ลำ แต่ยืนยันว่าไม่มีทรัพย์สินทางทหารถูกโจมตีเสียหาย พร้อมระบุว่าสหรัฐไม่ต้องการยกระดับความขัดแย้ง แต่พร้อมปกป้องกำลังพลทุกเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ พยายามลดระดับความตึงเครียด โดยยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลอยู่ และมองเหตุปะทะครั้งนี้เป็นเพียงการปะทะเล็กน้อย พร้อมเตือนอิหร่านให้เร่งยอมรับข้อตกลงสันติภาพ มิฉะนั้นสหรัฐอาจตอบโต้รุนแรงกว่าเดิมในอนาคตเหตุปะทะรอบล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐกำลังรอคำตอบจากอิหร่าน ต่อข้อเสนอใหม่ที่จะยุติสงครามอย่างเป็นทางการ แม้ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้แตะประเด็นสำคัญอย่างโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน หรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบด้านตลาดพลังงานเริ่มตอบสนองทันที ราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นกว่าร้อยละ 3 ในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ในเอเชีย หลังความรุนแรงกลับมาอีกครั้ง ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่า ร้อยละ 40 ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือเพิ่มราว 1.20 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ทะลุระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนแล้วนักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังยืดเยื้อ จะยิ่งกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก และอาจกลายเป็นแรงกดดันใหม่ต่อเงินเฟ้อ เศรษฐกิจโลก และความเชื่อมั่นของตลาดการเงินในระยะต่อไป
อ่านต่อ >17

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญของความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ระหว่างไทยและกัมพูชา หลังผู้นำทั้งสองประเทศได้เข้าร่วมหารือสามฝ่ายร่วมกับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน เพื่อเปิดพื้นที่พูดคุยบนพื้นฐานของสันติภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงเมืองเซบู โดยมีนางดีตา อังการา-มาทาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ และผู้ว่าราชการจังหวัดเซบู ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ ก่อนเข้าสู่ภารกิจสำคัญในการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ในช่วงค่ำวันเดียวกันการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากการประสานงานของฝ่ายฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ซึ่งต้องการเปิดพื้นที่ให้ทั้งไทยและกัมพูชาได้พูดคุยกันโดยตรง ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดจากประเด็นชายแดนทั้งทางบกและทางทะเลที่ยืดเยื้อมายาวนานนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า การหารือไม่ได้มีลักษณะของการแทรกแซงจากภายนอก แต่เป็นการอำนวยความสะดวกให้ทั้งสองประเทศสามารถพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา พร้อมย้ำว่าฝ่ายไทยให้ความสำคัญกับการสร้าง “ความไว้เนื้อเชื่อใจ” ระหว่างกันอีกครั้ง หนึ่งในข้อเสนอสำคัญของฝ่ายไทย คือ การหลีกเลี่ยง “สงครามวาจา” หรือการกล่าวหากันบนเวทีระหว่างประเทศ เพราะมองว่าจะไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการเจรจาในระยะต่อไปขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการฟื้นความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์และแก๊งหลอกลวงออนไลน์ ผ่านกลไกความร่วมมือของหน่วยงานตำรวจที่มีอยู่เดิม รวมถึงสนับสนุนการติดต่อระดับประชาชนผ่านสมาคมมิตรภาพไทย–กัมพูชา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในระดับสังคมควบคู่ไปด้วยอีกประเด็นที่ถูกจับตา คือ การเตรียมเดินหน้าหารือระหว่างนายสีหศักดิ์ กับนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพื่อกำหนดกรอบมาตรการสร้างความเชื่อมั่นร่วมกัน รวมถึงการพิจารณาส่งอุปทูตกลับไปประจำการในสถานทูตของแต่ละฝ่าย ซึ่งยังต้องผ่านกระบวนการตามขั้นตอนทางการทูตในประเด็นเขตแดนทางทะเล ฝ่ายไทยได้ชี้แจงเหตุผลของการยกเลิก MOU 2544 โดยระบุว่า ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา การดำเนินการภาย
อ่านต่อ >24

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (7 พฤษภาคม 2569) เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนา หนูบ้าน เป็นพาหะหลัก ปัจจุบันประเทศไทยพบการติดเชื้อในระดับต่ำ และไม่มีการระบาดเป็นวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการป้องกันตนเองอย่างถูกต้อง นายแพทย์มณเฑียร กล่าวว่า ไวรัสฮันตาสามารถแพร่สู่คนได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของหนู ได้แก่ ปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลาย โดยการติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุด คือ การสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนอุจจาระ ปัสสาวะ และน้ำลายของหนูที่มีเชื้อ รองลงมา คือ การสัมผัสเชื้อแล้วนำมือไปสัมผัสบริเวณจมูก ปาก หรือดวงตา และบางกรณีอาจติดเชื้อจากการถูกหนูกัดแต่โอกาสเกิดมีน้อย ขณะที่การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก และจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์เท่านั้น เมื่อเชื้อไวรัสฮันตาเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัวประมาณ 1 – 8 สัปดาห์ โดยอาการเริ่มแรกจะคล้ายไข้หวัด มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินอาหาร (ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน) ต่อมาผู้ป่วยอาจพัฒนาเป็นอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ ซึ่งอาการของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ (Hantavirus Cardiopulmonary Syndrome: HCPS) พบในแถบทวีปอเมริกา มีความรุนแรงสูง ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจลำบาก มีภาวะน้ำท่วมปอด และเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว 2. กลุ่มอาการไข้เลือดออกร่วมกับภาวะไตวาย (Hemorrhagic Fever with Renal Syndrome: HFRS) พบในแถบทวีปยุโรปและเอเชีย ผู้ป่วยจะมีความดันโลหิตต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติทำให้เลือดออกง่าย และมีภาวะไตวายนายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ความรุนแรงของโรคขึ้นกับสายพันธุ์ของไวรัส โดยเฉพาะกลุ่มอาการที่มีผลต่อระบบทางเดินหายใจ อาจมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 20 – 40 ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจลำบาก น้ำท่วมปอด เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ โดยผู้ป่วยจะมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันโรคฮันตาไวรัส การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองตามอาการ เช่น การให้ออกซิเจน การใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือการฟอกไตในรายที่
อ่านต่อ >22