
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สถานการณ์เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าเดินทางตกค้าง หรือไม่สามารถเดินทางได้ตามแผน นอกจากสร้างความไม่สะดวกแล้ว ยังอาจทำให้ผู้โดยสารเกิดความเครียดและส่งผลต่อการพักผ่อนได้ โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์มีความไม่แน่นอนและไม่รู้ว่าจะคลี่คลายเมื่อใดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า การเดินทางสามารถเป็นปัจจัยก่อความเครียดและส่งผลต่ออารมณ์และสุขภาพจิตได้ ขณะที่สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) อธิบายว่า เมื่อแผนชีวิตถูกรบกวนและไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ความเครียดและความกังวลสามารถเพิ่มขึ้นได้ทำไม “รอ” จึงทำให้เครียด?เมื่อแผนการเดินทางเปลี่ยนกะทันหัน สมองต้องรับมือกับข้อมูลใหม่และพยายามประเมินว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป หากผู้โดยสารไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เช่น ไม่รู้ว่าเที่ยวบินจะออกเมื่อไร หรือกระเป๋าจะได้รับคืนเมื่อใด ความไม่แน่นอนเหล่านี้สามารถเพิ่มความรู้สึกกังวลและหงุดหงิดได้นอกจากนี้ หากต้องรอเป็นเวลานาน ผู้โดยสารอาจต้องคอยติดตามประกาศ ติดต่อสายการบิน หรือเปลี่ยนแผนการเดินทางซ้ำหลายครั้ง ทำให้เกิดความตึงเครียดต่อเนื่องอาการที่พบได้เมื่อเกิดความเครียด เช่น หงุดหงิดง่าย ใจไม่สงบ เหนื่อยล้า กล้ามเนื้อตึง หรือมีปัญหาในการนอน ทั้งนี้ ความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละคน ความเครียดจากการเดินทางกระทบการนอนได้อย่างไรเมื่อมีความกังวล ร่างกายและสมองอาจผ่อนคลายได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมในสนามบิน เช่น คนจำนวนมาก เสียงประกาศ แสงสว่าง การนั่งรอเป็นเวลานาน รวมถึงตารางเที่ยวบินที่เปลี่ยนแปลง ล้วนสามารถรบกวนเวลาพักผ่อนหากต้องรอข้ามคืนหรือเดินทางต่อเนื่อง การนอนที่ไม่เพียงพออาจทำให้วันถัดไปง่วง อ่อนเพลีย สมาธิลดลง และอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ โดย CDC ระบุว่าการนอนอย่างเพียงพอมีความสำคัญต่ออารมณ์ สุขภาพ และความสามารถในการจดจ่อและตัดสินใจดังนั้น ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายาม “ไม่เครียด” แต่คือการลดปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ และช่วยให้ร่างกายได้พักมากที่สุด5 นาที รีเซ็ตความเครียดระหว่างรอเครื่องหากเริ่มรู้สึกหงุดหงิดหรือกังวลระหว่างรอ ลองใช้เวลา 5 นาทีเพื่อดึงความสนใจกลับมาอยู่กับสิ่งที่ควบคุมได้นาทีที่ 1 – หยุดเช็กข้อมูลวางโทรศัพท์ชั่วคราว ปิดหน้าจอ และหยุดติดตามสถานะเที่ยวบินหรือกระเป๋าสักครู่ เพราะการติดตามข่าวหรือข้อมูลซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ความเครียดเพิ่มขึ
อ่านต่อ >10

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำที่ยังท่วมขังในพื้นที่เคหะชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร หลังประชาชนและพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีการระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569การปฏิบัติงานครั้งนี้มีทั้งเครื่องสูบน้ำกำลังสูง และเครื่องสูบน้ำพญานาคที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน นำมาติดตั้งบริเวณริมถนนเสรีไทย ใกล้แยกนิด้า เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่แฟลตคลองจั่นและชุมชนโดยรอบ เจ้าหน้าที่วางแนวทางระบายน้ำจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ก่อนส่งน้ำเข้าสู่คลองแสนแสบ ซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำหลักในพื้นที่ เพื่อช่วยลดระดับน้ำและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงช่วยให้การสัญจรและการใช้ชีวิตในชุมชนทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การนำเครื่องสูบน้ำจากหลายภาคส่วนเข้ามาเสริมกำลัง เป็นส่วนหนึ่งของการเร่งเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในพื้นที่บางกะปิ โดยเฉพาะบริเวณเคหะชุมชนคลองจั่น ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังและจำเป็นต้องเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ (30 ก.ย. 69) เวลา 09.45 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ถึงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่า กทม. ยึดหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบของ ปภ. ซึ่งมีรายการให้ความช่วยเหลือประมาณ 7-8 รายการ โดยในจำนวนนี้มี 5 รายการหลักที่รัฐบาลสนับสนุนค่าซ่อมแซมบ้านตามความเสียหายจริง ส่วน กทม. จะช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 2 รายการ ได้แก่ ค่าเช่าบ้าน ซึ่งหากงบประมาณไม่เพียงพอ จะต้องเสนอขออนุมัติจากสภา กทม. เพื่อจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการ นายชัชชาติ กล่าวว่า การจ่ายเงินของ กทม. ไม่ใช่การจ่ายแบบเหมาจ่ายรายหัว แต่พิจารณาตามความเสียหายจริง โดยประชาชนต้องยื่นหลักฐานประกอบการขอรับเงิน ทั้งนี้ กทม. ได้พัฒนาระบบออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถส่งภาพถ่ายความเสียหายและหลักฐานต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มได้โดยตรงสำหรับวงเงินช่วยเหลือทั้งหมดในขณะนี้ ยังไม่สามารถสรุปยอดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและประเมินความเสียหายจริง โดยต้องมีภาพถ่ายประกอบการประเมินค่าซ่อมแซม ก่อนรวบรวมเอกสารเสนอให้ ปภ. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไปส่วนเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาทนั้น เป็นมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล ไม่ใช่งบประมาณของ กทม. โดยเป็นเงินเยียวยาผลกระทบที่แยกจากเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านตามระเบียบเดิม เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมความเสียหายและไม่เกิดการเบิกจ่ายซ้ำซ้อนนายชัชชาติ ยอมรับว่า ระยะเวลาการจ่ายเงินเยียวยาหลังน้ำลดอาจไม่รวดเร็ว เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบความเสียหายและเอกสารหลักฐานอย่างรอบคอบ เพราะเป็นการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การดำเนินการต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ทั้งนี้ การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินชดเชยความเสียหายตามระเบียบ ปภ. เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน และเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ใหม่ของรัฐบาล ซึ่งมีลักษณะคล้ายเงินค่าล้างบ้านที่เคยจ่ายให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดเชียงราย โดยเป็นคนละหมวดกับเงินช่วยเหลือเดิม เพื่อป้องกันการเบิกจ่ายซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินส่วนเพิ่มเติมยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาล ขณะที่ กทม. มีงบประมาณจำกัด จึงต้องรอความชัดเจนของหลักเกณฑ์ แต่พร
อ่านต่อ >11

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รัฐบาลขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มความระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล่วงหน้า หลังกรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และล่าสุดปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ กรมชลประทานได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 6 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กรมชลประทานคาดการณ์สถานการณ์น้ำในช่วง 1–5 วันข้างหน้า โดยวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ อาจมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังมีน้ำจากลำน้ำสาขาไหลสมทบอีกประมาณ 700–750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจอยู่ที่ประมาณ 3,600–3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่กรมชลประทานรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งประมาณ 550–580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากแนวโน้มดังกล่าว กรมชลประทานจึงปรับแผนบริหารจัดการน้ำ โดยเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาทจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทรจังหวัดอ่างทอง ได้แก่ อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก เมืองอ่างทอง และไชโยจังหวัดสิงห์บุรี ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรีจังหวัดชัยนาท ได้แก่ อำเภอสรรพยาอย่างไรก็ตาม กรมชลประทานระบุว่า การปรับเพิ่มการระบายน้ำครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ แต่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ และริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมล่วงหน้ารองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการเตรียมตัวก่อนระดับน้ำเพิ่มสู
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สถานการณ์เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าเดินทางตกค้าง หรือไม่สามารถเดินทางได้ตามแผน นอกจากสร้างความไม่สะดวกแล้ว ยังอาจทำให้ผู้โดยสารเกิดความเครียดและส่งผลต่อการพักผ่อนได้ โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์มีความไม่แน่นอนและไม่รู้ว่าจะคลี่คลายเมื่อใดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า การเดินทางสามารถเป็นปัจจัยก่อความเครียดและส่งผลต่ออารมณ์และสุขภาพจิตได้ ขณะที่สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) อธิบายว่า เมื่อแผนชีวิตถูกรบกวนและไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ความเครียดและความกังวลสามารถเพิ่มขึ้นได้ทำไม “รอ” จึงทำให้เครียด?เมื่อแผนการเดินทางเปลี่ยนกะทันหัน สมองต้องรับมือกับข้อมูลใหม่และพยายามประเมินว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป หากผู้โดยสารไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เช่น ไม่รู้ว่าเที่ยวบินจะออกเมื่อไร หรือกระเป๋าจะได้รับคืนเมื่อใด ความไม่แน่นอนเหล่านี้สามารถเพิ่มความรู้สึกกังวลและหงุดหงิดได้นอกจากนี้ หากต้องรอเป็นเวลานาน ผู้โดยสารอาจต้องคอยติดตามประกาศ ติดต่อสายการบิน หรือเปลี่ยนแผนการเดินทางซ้ำหลายครั้ง ทำให้เกิดความตึงเครียดต่อเนื่องอาการที่พบได้เมื่อเกิดความเครียด เช่น หงุดหงิดง่าย ใจไม่สงบ เหนื่อยล้า กล้ามเนื้อตึง หรือมีปัญหาในการนอน ทั้งนี้ ความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละคน ความเครียดจากการเดินทางกระทบการนอนได้อย่างไรเมื่อมีความกังวล ร่างกายและสมองอาจผ่อนคลายได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมในสนามบิน เช่น คนจำนวนมาก เสียงประกาศ แสงสว่าง การนั่งรอเป็นเวลานาน รวมถึงตารางเที่ยวบินที่เปลี่ยนแปลง ล้วนสามารถรบกวนเวลาพักผ่อนหากต้องรอข้ามคืนหรือเดินทางต่อเนื่อง การนอนที่ไม่เพียงพออาจทำให้วันถัดไปง่วง อ่อนเพลีย สมาธิลดลง และอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ โดย CDC ระบุว่าการนอนอย่างเพียงพอมีความสำคัญต่ออารมณ์ สุขภาพ และความสามารถในการจดจ่อและตัดสินใจดังนั้น ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายาม “ไม่เครียด” แต่คือการลดปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ และช่วยให้ร่างกายได้พักมากที่สุด5 นาที รีเซ็ตความเครียดระหว่างรอเครื่องหากเริ่มรู้สึกหงุดหงิดหรือกังวลระหว่างรอ ลองใช้เวลา 5 นาทีเพื่อดึงความสนใจกลับมาอยู่กับสิ่งที่ควบคุมได้นาทีที่ 1 – หยุดเช็กข้อมูลวางโทรศัพท์ชั่วคราว ปิดหน้าจอ และหยุดติดตามสถานะเที่ยวบินหรือกระเป๋าสักครู่ เพราะการติดตามข่าวหรือข้อมูลซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ความเครียดเพิ่มขึ
อ่านต่อ >10

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำที่ยังท่วมขังในพื้นที่เคหะชุมชนคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร หลังประชาชนและพื้นที่โดยรอบได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีการระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569การปฏิบัติงานครั้งนี้มีทั้งเครื่องสูบน้ำกำลังสูง และเครื่องสูบน้ำพญานาคที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน นำมาติดตั้งบริเวณริมถนนเสรีไทย ใกล้แยกนิด้า เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่แฟลตคลองจั่นและชุมชนโดยรอบ เจ้าหน้าที่วางแนวทางระบายน้ำจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ก่อนส่งน้ำเข้าสู่คลองแสนแสบ ซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำหลักในพื้นที่ เพื่อช่วยลดระดับน้ำและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงช่วยให้การสัญจรและการใช้ชีวิตในชุมชนทยอยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การนำเครื่องสูบน้ำจากหลายภาคส่วนเข้ามาเสริมกำลัง เป็นส่วนหนึ่งของการเร่งเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในพื้นที่บางกะปิ โดยเฉพาะบริเวณเคหะชุมชนคลองจั่น ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังและจำเป็นต้องเร่งผลักดันน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ (30 ก.ย. 69) เวลา 09.45 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ถึงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่า กทม. ยึดหลักเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบของ ปภ. ซึ่งมีรายการให้ความช่วยเหลือประมาณ 7-8 รายการ โดยในจำนวนนี้มี 5 รายการหลักที่รัฐบาลสนับสนุนค่าซ่อมแซมบ้านตามความเสียหายจริง ส่วน กทม. จะช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 2 รายการ ได้แก่ ค่าเช่าบ้าน ซึ่งหากงบประมาณไม่เพียงพอ จะต้องเสนอขออนุมัติจากสภา กทม. เพื่อจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการ นายชัชชาติ กล่าวว่า การจ่ายเงินของ กทม. ไม่ใช่การจ่ายแบบเหมาจ่ายรายหัว แต่พิจารณาตามความเสียหายจริง โดยประชาชนต้องยื่นหลักฐานประกอบการขอรับเงิน ทั้งนี้ กทม. ได้พัฒนาระบบออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถส่งภาพถ่ายความเสียหายและหลักฐานต่าง ๆ ผ่านแพลตฟอร์มได้โดยตรงสำหรับวงเงินช่วยเหลือทั้งหมดในขณะนี้ ยังไม่สามารถสรุปยอดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและประเมินความเสียหายจริง โดยต้องมีภาพถ่ายประกอบการประเมินค่าซ่อมแซม ก่อนรวบรวมเอกสารเสนอให้ ปภ. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไปส่วนเงินเยียวยาครัวเรือนละ 9,000 บาทนั้น เป็นมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล ไม่ใช่งบประมาณของ กทม. โดยเป็นเงินเยียวยาผลกระทบที่แยกจากเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านตามระเบียบเดิม เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมความเสียหายและไม่เกิดการเบิกจ่ายซ้ำซ้อนนายชัชชาติ ยอมรับว่า ระยะเวลาการจ่ายเงินเยียวยาหลังน้ำลดอาจไม่รวดเร็ว เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบความเสียหายและเอกสารหลักฐานอย่างรอบคอบ เพราะเป็นการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมา การดำเนินการต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ทั้งนี้ การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินชดเชยความเสียหายตามระเบียบ ปภ. เช่น ค่าซ่อมแซมบ้าน และเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์ใหม่ของรัฐบาล ซึ่งมีลักษณะคล้ายเงินค่าล้างบ้านที่เคยจ่ายให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดเชียงราย โดยเป็นคนละหมวดกับเงินช่วยเหลือเดิม เพื่อป้องกันการเบิกจ่ายซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินส่วนเพิ่มเติมยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของรัฐบาล ขณะที่ กทม. มีงบประมาณจำกัด จึงต้องรอความชัดเจนของหลักเกณฑ์ แต่พร
อ่านต่อ >11

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รัฐบาลขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพิ่มความระมัดระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำล่วงหน้า หลังกรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และล่าสุดปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ กรมชลประทานได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 6 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนเตรียมพร้อมรับมือปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กรมชลประทานคาดการณ์สถานการณ์น้ำในช่วง 1–5 วันข้างหน้า โดยวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ อาจมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และยังมีน้ำจากลำน้ำสาขาไหลสมทบอีกประมาณ 700–750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจอยู่ที่ประมาณ 3,600–3,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่กรมชลประทานรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งประมาณ 550–580 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากแนวโน้มดังกล่าว กรมชลประทานจึงปรับแผนบริหารจัดการน้ำ โดยเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาทจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ อำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทรจังหวัดอ่างทอง ได้แก่ อำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก เมืองอ่างทอง และไชโยจังหวัดสิงห์บุรี ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรีจังหวัดชัยนาท ได้แก่ อำเภอสรรพยาอย่างไรก็ตาม กรมชลประทานระบุว่า การปรับเพิ่มการระบายน้ำครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ แต่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ และริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมล่วงหน้ารองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการเตรียมตัวก่อนระดับน้ำเพิ่มสู
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สถานการณ์เที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าเดินทางตกค้าง หรือไม่สามารถเดินทางได้ตามแผน นอกจากสร้างความไม่สะดวกแล้ว ยังอาจทำให้ผู้โดยสารเกิดความเครียดและส่งผลต่อการพักผ่อนได้ โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์มีความไม่แน่นอนและไม่รู้ว่าจะคลี่คลายเมื่อใดศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า การเดินทางสามารถเป็นปัจจัยก่อความเครียดและส่งผลต่ออารมณ์และสุขภาพจิตได้ ขณะที่สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) อธิบายว่า เมื่อแผนชีวิตถูกรบกวนและไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ความเครียดและความกังวลสามารถเพิ่มขึ้นได้ทำไม “รอ” จึงทำให้เครียด?เมื่อแผนการเดินทางเปลี่ยนกะทันหัน สมองต้องรับมือกับข้อมูลใหม่และพยายามประเมินว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป หากผู้โดยสารไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เช่น ไม่รู้ว่าเที่ยวบินจะออกเมื่อไร หรือกระเป๋าจะได้รับคืนเมื่อใด ความไม่แน่นอนเหล่านี้สามารถเพิ่มความรู้สึกกังวลและหงุดหงิดได้นอกจากนี้ หากต้องรอเป็นเวลานาน ผู้โดยสารอาจต้องคอยติดตามประกาศ ติดต่อสายการบิน หรือเปลี่ยนแผนการเดินทางซ้ำหลายครั้ง ทำให้เกิดความตึงเครียดต่อเนื่องอาการที่พบได้เมื่อเกิดความเครียด เช่น หงุดหงิดง่าย ใจไม่สงบ เหนื่อยล้า กล้ามเนื้อตึง หรือมีปัญหาในการนอน ทั้งนี้ ความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละคน ความเครียดจากการเดินทางกระทบการนอนได้อย่างไรเมื่อมีความกังวล ร่างกายและสมองอาจผ่อนคลายได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมในสนามบิน เช่น คนจำนวนมาก เสียงประกาศ แสงสว่าง การนั่งรอเป็นเวลานาน รวมถึงตารางเที่ยวบินที่เปลี่ยนแปลง ล้วนสามารถรบกวนเวลาพักผ่อนหากต้องรอข้ามคืนหรือเดินทางต่อเนื่อง การนอนที่ไม่เพียงพออาจทำให้วันถัดไปง่วง อ่อนเพลีย สมาธิลดลง และอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ โดย CDC ระบุว่าการนอนอย่างเพียงพอมีความสำคัญต่ออารมณ์ สุขภาพ และความสามารถในการจดจ่อและตัดสินใจดังนั้น ในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายาม “ไม่เครียด” แต่คือการลดปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ และช่วยให้ร่างกายได้พักมากที่สุด5 นาที รีเซ็ตความเครียดระหว่างรอเครื่องหากเริ่มรู้สึกหงุดหงิดหรือกังวลระหว่างรอ ลองใช้เวลา 5 นาทีเพื่อดึงความสนใจกลับมาอยู่กับสิ่งที่ควบคุมได้นาทีที่ 1 – หยุดเช็กข้อมูลวางโทรศัพท์ชั่วคราว ปิดหน้าจอ และหยุดติดตามสถานะเที่ยวบินหรือกระเป๋าสักครู่ เพราะการติดตามข่าวหรือข้อมูลซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่องอาจทำให้ความเครียดเพิ่มขึ
อ่านต่อ >10