
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ (9 กันยายน 2569) ความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดจำนวนสิทธิรวมตลอดโครงการ 1,000,000 สิทธิ หรือ 1 สิทธิต่อคนโครงการดังกล่าวมุ่งกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 โดยมีทั้งมาตรการสนับสนุนค่าที่พักและคูปองท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทยพลัส ใช้สิทธิช่วงไหน?โครงการกำหนดระยะเวลาดำเนินการรวมประมาณ 3 เดือน แบ่งการใช้สิทธิออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ช่วงที่ 1: วันที่ 1 พฤศจิกายน–15 ธันวาคม 2569ช่วงที่ 2: วันที่ 16 มกราคม–28 กุมภาพันธ์ 2570ทั้งนี้ จะมีการ เว้นช่วงการใช้สิทธิระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2569–15 มกราคม 2570ดังนั้น ผู้ที่ลงทะเบียนในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะยังไม่สามารถใช้สิทธิได้ทันที โดยกำหนดเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ไทยเที่ยวไทยพลัส ได้สิทธิอะไรบ้าง?ผู้ได้รับสิทธิจะได้รับสิทธิประโยชน์หลักจากโครงการ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนลดค่าที่พัก และ คูปองท่องเที่ยว โดยกำหนดไว้ที่ 1 สิทธิต่อคนรัฐช่วยค่าที่พัก 1,500 บาทรัฐบาลสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อสิทธิ ในรูปแบบ Flat Rate หรือการสนับสนุนตามค่าใช้จ่ายจริง ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการคูปองท่องเที่ยวสูงสุด 2,000 บาทอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์คือคูปองท่องเที่ยวในรูปแบบ Co-Payment หรือรัฐช่วยจ่ายคนละครึ่ง โดยวงเงินจะแตกต่างกันตามประเภทพื้นที่ท่องเที่ยวหากเดินทางท่องเที่ยวใน เมืองหลัก จะได้รับคูปองมูลค่า 1,500 บาทต่อสิทธิส่วนการเดินทางท่องเที่ยวใน เมืองรอง จะได้รับคูปองมูลค่า 2,000 บาทต่อสิทธิการกำหนดวงเงินคูปองแตกต่างกันตามพื้นที่ เป็นหนึ่งในแนวทางที่ใช้สนับสนุนการเดินทางไปยังเมืองรองและกระจายการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ ไทยเที่ยวไทยพลัส เปิดลงทะเบียน 1 ตุลาคม 2569สำหรับจำนวนสิทธิของโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส กำหนดไว้ทั้งหมด 1 ล้านสิทธิ และเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569ส่วนการใช้สิทธิจริงจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยแบ่งช่วงการใช้สิทธิออกเป็น 2 ช่วง และเว้นระยะประมาณ 1 เดือนในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2569 ถึงกลางเดือนมกราคม 2570ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการยังต้องติดตามการพิจารณาอย่างเป็นทางการเตรียมเสน
อ่านต่อ >14

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ข้อพิพาทที่ดิน 20 ไร่ 3 งาน 29 ตารางวา บนถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกคำสั่งที่ 120/2569 ลงวันที่ 9 กันยายน 2569 กำหนดให้งดการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่อุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเป็นเวลา 90 วัน โดยมีผลบังคับทันที พร้อมกำหนดให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกจัดหาและเตรียมความพร้อมพื้นที่จัดการเรียนการสอนแห่งใหม่ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาเดียวกันคำสั่ง อว. ที่ 120/2569 กำหนดอะไรไว้บ้างคำสั่งกระทรวง อว. ที่ 120/2569 มีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 และวางมาตรการไว้ 5 ข้อ ข้อแรกคืองดการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่อุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเป็นเวลา 90 วัน ข้อที่สองให้ทั้งสองสถาบันปรับรูปแบบการเรียนการสอนรองรับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่กระทบคุณภาพการศึกษาและสิทธิประโยชน์ของนักศึกษา ข้อที่สามให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกจัดหาและเตรียมพื้นที่แห่งใหม่สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ข้อที่สี่ให้สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันจัดทำแผนเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่ระยะยาว และข้อที่ห้าให้ทั้งสองแห่งรายงานผลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ทุก 30 วันจุดที่ต้องจับตาคือเงื่อนไขต่อท้ายมาตรการข้อ 1 และข้อ 3 ซึ่งระบุตรงกันว่า หากการจัดหาและเตรียมความพร้อมสถานที่แห่งใหม่ไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ให้ขยายระยะเวลางดเว้นการเรียนการสอนในพื้นที่เดิมออกไปจนกว่าสถานที่ใหม่จะพร้อม เท่ากับกรอบ 90 วันเป็นกรอบขั้นต่ำ ไม่ใช่กำหนดสิ้นสุดเหตุที่สถานีบีทีเอสสยาม จุดที่ทำให้คำสั่งออกภายในสองวันคำสั่งฉบับนี้ระบุเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนไว้ชัดเจน คือเหตุการณ์กลุ่มนักศึกษาใช้อาวุธทำร้ายร่างกายกันบริเวณชานชาลาชั้น 3 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ในช่วงเช้าของวันที่ 7 กันยายน 2569 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และสร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า เหตุเกิดในช่วงเวลาเร่งด่วนของวันทำงาน บนสถานีที่เป็นจุดเปลี่ยนสายหลักของระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครวันถัดมา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมหารือว่าจะใช้ทั้งมาตรการเหลื่อมเวลาเรียน การส่งนักศึกษาออกฝึกปฏิบัติกับสถานปร
อ่านต่อ >8

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Apple เปิดตัว iPhone Duo สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรก ขนาดเท่าพาสปอร์ต จอใน 7.6 นิ้ว ชิป A20 Pro กล้อง 48MP แบตเตอรี่นาน 44 ชั่วโมง พรีออเดอร์ 16 ตุลาคมนี้ บริษัท Apple ประกาศเปิดตัว iPhone Duo สมาร์ตโฟนจอพับได้รุ่นแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการในงานอีเวนต์พิเศษเซอร์ไพรส์แอนด์ไชน์ สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วโลกหลังจากมีกระแสข่าวลือมานานหลายปี นับเป็นการนำพาไลน์อัปสมาร์ตโฟนก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่อย่างเต็มตัว ดีไซน์พาสปอร์ตและกลไกบานพับสุดล้ำiPhone Duo ถูกออกแบบให้มีขนาดใกล้เคียงกับพาสปอร์ตเมื่อพับปิด ทำให้สามารถพกพาได้อย่างสะดวก ตัวเรือนใช้วัสดุกรอบไทเทเนียมซึ่งให้ความแข็งแกร่งเป็นพิเศษและช่วยลดน้ำหนักของตัวเครื่องลงได้สำหรับกลไกบานพับประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนรวมกันมากกว่า 100 ชิ้น พร้อมระบบแรงบิดแบบพิเศษที่ทำให้การพับปิดมีความแน่นหนา และสามารถกางออกได้ราบแนบสนิทเมื่อเปิดใช้งานส่วนในด้านหน้าจอภายนอกมีขนาด 5.4 นิ้ว ขณะที่จอแสดงผลภายในมีขนาดใหญ่ถึง 7.6 นิ้ว นับเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone โดยระบบจะปรับการทำงานและปุ่มควบคุมระหว่างจอเล็กกับจอใหญ่อย่างเรียบลื่นต่อเนื่องขุมพลังชิป A20 Pro และระบบมัลติทาสกิงเต็มรูปแบบภายในตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่ A20 Pro และโมเด็ม C2 ที่แอปเปิลพัฒนาขึ้นเอง การใช้หน้าจอภายในขนาดใหญ่ช่วยให้รองรับการทำงานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน หรือ Split View ทั้งการเปิดหลายหน้าต่างพร้อมกันในแอปพลิเคชันเดียว เช่น Safari หรือการเปิดใช้งานสองแอปพลิเคชันเคียงข้างกันนอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Pencil บนหน้าจอทั้งสองฝั่ง เพิ่มความสะดวกในการจดบันทึกตัวเครื่องใช้แบตเตอรี่สองก้อนแยกติดตั้งสองฝั่ง รองรับการรับชมวิดีโอผ่านจอในได้นานถึง 31 ชั่วโมง และใช้งานได้ยาวนานถึง 44 ชั่วโมงเมื่อใช้เฉพาะจอนอกในด้านความปลอดภัยมาพร้อมระบบ Touch ID ที่ปุ่มข้างตัวเครื่องในตำแหน่งที่ตรงกับนิ้วหัวแม่มือพอดี รวมถึงสามารถปลดล็อกผ่าน Apple Watch ได้เช่นกัน ระบบกล้องอัจฉริยะและการถ่ายภาพระดับโปร กล้องถ่ายภาพติดตั้งกล้องหลัก 48-megapixel Fusion แบบอัลตราไวด์ และกล้องเทเลโฟโตซูมออปติคัล 2 เท่า ความละเอียด 12-megapixelรองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาที และวิดีโอไทม์แลปส์ 4K Dolby Vision HDRสำหรับกล้องหน้าภายในเป็นกล้อง FaceTime แบบซ่อนใต้หน้า
อ่านต่อ >11

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Apple เปิดตัวสมาร์ตโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุด iPhone 18 Pro ยกระดับขีดความสามารถด้านการประมวลผลและการถ่ายภาพสำหรับผู้ใช้งานสายสร้างสรรค์คอนเทนต์และมืออาชีพ เตรียมเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในประเทศไทยในวันที่ 12 กันยายนนี้ และเริ่มวางจำหน่ายจริงตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนนี้ ในราคาเริ่มต้น 48,900 บาท ขุมพลังชิปเซ็ต A20 ProiPhone 18 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล A20 Pro ที่ได้รับการออกแบบแพ็คเกจชิปใหม่โดยจัดวางแผ่นวงจรซิลิคอนและหน่วยความจำไว้ข้างกัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมชิปตระกูล M ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนตัวเครื่องทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อน Vapor Chamber เจเนอเรชั่นใหม่ที่มีพื้นที่ผิวระบายความร้อนใหญ่ขึ้น 3 เท่า ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องดีขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ติดตั้ง Neural Engine แบบคู่ 16-core และโมเด็ม C2 ที่ช่วยเพิ่มพลังการประมวลผลโมเดล AI บนอุปกรณ์ได้สูงขึ้นถึง 2 เท่ากล้อง Fusion 48MP พร้อมรูรับแสงปรับได้ระบบกล้องของ iPhone 18 Pro ได้รับการอัปเกรดเชิงวิศวกรรมครั้งสำคัญด้วยกล้องหลัก Fusion ความละเอียด 48 เมกะพิกเซล ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการปรับรูรับแสงเชิงกล สามารถเลือกปรับขนาดรูรับแสงได้ตั้งแต่ f/1.48, f/1.8, f/2.8 จนถึง f/4.0โดยค่า f/1.48 ช่วยเพิ่มการรับแสงในสภาวะแสงน้อยได้ดีขึ้นราว 50% ขณะที่ค่า f/4.0 ช่วยสร้างระยะชัดลึกที่ครอบคลุมและสร้างเอฟเฟกต์แฉกแสงไฟอย่างสมจริง ทำงานร่วมกับกล้องอัลตร้าไวเดอร์ 48 เมกะพิกเซล และกล้องเทเลโฟโต้ 48 เมกะพิกเซล รองรับการซูมแบบออปติคัลสูงสุด 8 เท่า พร้อมฟีเจอร์ภาพอ้างอิงของแอปเปิลเพื่อยืนยันความถูกต้องและพิสูจน์ความแท้จริงของไฟล์ภาพในระดับพิกเซล ปรับ Dynamic Island เล็กลง งานประกอบตัวเครื่องของ iPhone 18 Pro ขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมแบบชิ้นเดียว เสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจก Ceramic Shield รุ่นที่ 2 ที่ทนต่อการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า หน้าจอ Super Retina XDR ขนาด 6.3 นิ้ว รองรับอัตราการรีเฟรช ProMotion 120HzApple ปรับการออกแบบพื้นที่ Dynamic Island ให้มีขนาดเล็กลง และสามารถขยายการแสดงผลเพื่อติดตามกิจกรรมสดพร้อมกันได้สูงสุด 3 รายการตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ เบอร์กันดี ธารน้ำแข็ง เงิน และดำ พร้อมระบบชาร์จเร็วผ่านสายที่สามารถอัดประจุแบตเตอรี่ได้สูงสุด 50% ในเวลาประมาณ 15 นาที
อ่านต่อ >11

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ (9 กันยายน 2569) ความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดจำนวนสิทธิรวมตลอดโครงการ 1,000,000 สิทธิ หรือ 1 สิทธิต่อคนโครงการดังกล่าวมุ่งกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 โดยมีทั้งมาตรการสนับสนุนค่าที่พักและคูปองท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทยพลัส ใช้สิทธิช่วงไหน?โครงการกำหนดระยะเวลาดำเนินการรวมประมาณ 3 เดือน แบ่งการใช้สิทธิออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ช่วงที่ 1: วันที่ 1 พฤศจิกายน–15 ธันวาคม 2569ช่วงที่ 2: วันที่ 16 มกราคม–28 กุมภาพันธ์ 2570ทั้งนี้ จะมีการ เว้นช่วงการใช้สิทธิระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2569–15 มกราคม 2570ดังนั้น ผู้ที่ลงทะเบียนในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะยังไม่สามารถใช้สิทธิได้ทันที โดยกำหนดเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ไทยเที่ยวไทยพลัส ได้สิทธิอะไรบ้าง?ผู้ได้รับสิทธิจะได้รับสิทธิประโยชน์หลักจากโครงการ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนลดค่าที่พัก และ คูปองท่องเที่ยว โดยกำหนดไว้ที่ 1 สิทธิต่อคนรัฐช่วยค่าที่พัก 1,500 บาทรัฐบาลสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อสิทธิ ในรูปแบบ Flat Rate หรือการสนับสนุนตามค่าใช้จ่ายจริง ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการคูปองท่องเที่ยวสูงสุด 2,000 บาทอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์คือคูปองท่องเที่ยวในรูปแบบ Co-Payment หรือรัฐช่วยจ่ายคนละครึ่ง โดยวงเงินจะแตกต่างกันตามประเภทพื้นที่ท่องเที่ยวหากเดินทางท่องเที่ยวใน เมืองหลัก จะได้รับคูปองมูลค่า 1,500 บาทต่อสิทธิส่วนการเดินทางท่องเที่ยวใน เมืองรอง จะได้รับคูปองมูลค่า 2,000 บาทต่อสิทธิการกำหนดวงเงินคูปองแตกต่างกันตามพื้นที่ เป็นหนึ่งในแนวทางที่ใช้สนับสนุนการเดินทางไปยังเมืองรองและกระจายการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ ไทยเที่ยวไทยพลัส เปิดลงทะเบียน 1 ตุลาคม 2569สำหรับจำนวนสิทธิของโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส กำหนดไว้ทั้งหมด 1 ล้านสิทธิ และเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569ส่วนการใช้สิทธิจริงจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยแบ่งช่วงการใช้สิทธิออกเป็น 2 ช่วง และเว้นระยะประมาณ 1 เดือนในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2569 ถึงกลางเดือนมกราคม 2570ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการยังต้องติดตามการพิจารณาอย่างเป็นทางการเตรียมเสน
อ่านต่อ >14

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ข้อพิพาทที่ดิน 20 ไร่ 3 งาน 29 ตารางวา บนถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ออกคำสั่งที่ 120/2569 ลงวันที่ 9 กันยายน 2569 กำหนดให้งดการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่อุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเป็นเวลา 90 วัน โดยมีผลบังคับทันที พร้อมกำหนดให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกจัดหาและเตรียมความพร้อมพื้นที่จัดการเรียนการสอนแห่งใหม่ให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาเดียวกันคำสั่ง อว. ที่ 120/2569 กำหนดอะไรไว้บ้างคำสั่งกระทรวง อว. ที่ 120/2569 มีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 และวางมาตรการไว้ 5 ข้อ ข้อแรกคืองดการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่อุเทนถวายและสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเป็นเวลา 90 วัน ข้อที่สองให้ทั้งสองสถาบันปรับรูปแบบการเรียนการสอนรองรับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่กระทบคุณภาพการศึกษาและสิทธิประโยชน์ของนักศึกษา ข้อที่สามให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกจัดหาและเตรียมพื้นที่แห่งใหม่สำหรับคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ข้อที่สี่ให้สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันจัดทำแผนเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่ระยะยาว และข้อที่ห้าให้ทั้งสองแห่งรายงานผลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ทุก 30 วันจุดที่ต้องจับตาคือเงื่อนไขต่อท้ายมาตรการข้อ 1 และข้อ 3 ซึ่งระบุตรงกันว่า หากการจัดหาและเตรียมความพร้อมสถานที่แห่งใหม่ไม่แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ให้ขยายระยะเวลางดเว้นการเรียนการสอนในพื้นที่เดิมออกไปจนกว่าสถานที่ใหม่จะพร้อม เท่ากับกรอบ 90 วันเป็นกรอบขั้นต่ำ ไม่ใช่กำหนดสิ้นสุดเหตุที่สถานีบีทีเอสสยาม จุดที่ทำให้คำสั่งออกภายในสองวันคำสั่งฉบับนี้ระบุเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนไว้ชัดเจน คือเหตุการณ์กลุ่มนักศึกษาใช้อาวุธทำร้ายร่างกายกันบริเวณชานชาลาชั้น 3 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ในช่วงเช้าของวันที่ 7 กันยายน 2569 ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และสร้างความวิตกกังวลแก่ประชาชนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า เหตุเกิดในช่วงเวลาเร่งด่วนของวันทำงาน บนสถานีที่เป็นจุดเปลี่ยนสายหลักของระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครวันถัดมา ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมหารือว่าจะใช้ทั้งมาตรการเหลื่อมเวลาเรียน การส่งนักศึกษาออกฝึกปฏิบัติกับสถานปร
อ่านต่อ >8

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Apple เปิดตัว iPhone Duo สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรก ขนาดเท่าพาสปอร์ต จอใน 7.6 นิ้ว ชิป A20 Pro กล้อง 48MP แบตเตอรี่นาน 44 ชั่วโมง พรีออเดอร์ 16 ตุลาคมนี้ บริษัท Apple ประกาศเปิดตัว iPhone Duo สมาร์ตโฟนจอพับได้รุ่นแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการในงานอีเวนต์พิเศษเซอร์ไพรส์แอนด์ไชน์ สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วโลกหลังจากมีกระแสข่าวลือมานานหลายปี นับเป็นการนำพาไลน์อัปสมาร์ตโฟนก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่อย่างเต็มตัว ดีไซน์พาสปอร์ตและกลไกบานพับสุดล้ำiPhone Duo ถูกออกแบบให้มีขนาดใกล้เคียงกับพาสปอร์ตเมื่อพับปิด ทำให้สามารถพกพาได้อย่างสะดวก ตัวเรือนใช้วัสดุกรอบไทเทเนียมซึ่งให้ความแข็งแกร่งเป็นพิเศษและช่วยลดน้ำหนักของตัวเครื่องลงได้สำหรับกลไกบานพับประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนรวมกันมากกว่า 100 ชิ้น พร้อมระบบแรงบิดแบบพิเศษที่ทำให้การพับปิดมีความแน่นหนา และสามารถกางออกได้ราบแนบสนิทเมื่อเปิดใช้งานส่วนในด้านหน้าจอภายนอกมีขนาด 5.4 นิ้ว ขณะที่จอแสดงผลภายในมีขนาดใหญ่ถึง 7.6 นิ้ว นับเป็นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone โดยระบบจะปรับการทำงานและปุ่มควบคุมระหว่างจอเล็กกับจอใหญ่อย่างเรียบลื่นต่อเนื่องขุมพลังชิป A20 Pro และระบบมัลติทาสกิงเต็มรูปแบบภายในตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลรุ่นใหม่ A20 Pro และโมเด็ม C2 ที่แอปเปิลพัฒนาขึ้นเอง การใช้หน้าจอภายในขนาดใหญ่ช่วยให้รองรับการทำงานหลายแอปพลิเคชันพร้อมกัน หรือ Split View ทั้งการเปิดหลายหน้าต่างพร้อมกันในแอปพลิเคชันเดียว เช่น Safari หรือการเปิดใช้งานสองแอปพลิเคชันเคียงข้างกันนอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับ Apple Pencil บนหน้าจอทั้งสองฝั่ง เพิ่มความสะดวกในการจดบันทึกตัวเครื่องใช้แบตเตอรี่สองก้อนแยกติดตั้งสองฝั่ง รองรับการรับชมวิดีโอผ่านจอในได้นานถึง 31 ชั่วโมง และใช้งานได้ยาวนานถึง 44 ชั่วโมงเมื่อใช้เฉพาะจอนอกในด้านความปลอดภัยมาพร้อมระบบ Touch ID ที่ปุ่มข้างตัวเครื่องในตำแหน่งที่ตรงกับนิ้วหัวแม่มือพอดี รวมถึงสามารถปลดล็อกผ่าน Apple Watch ได้เช่นกัน ระบบกล้องอัจฉริยะและการถ่ายภาพระดับโปร กล้องถ่ายภาพติดตั้งกล้องหลัก 48-megapixel Fusion แบบอัลตราไวด์ และกล้องเทเลโฟโตซูมออปติคัล 2 เท่า ความละเอียด 12-megapixelรองรับการบันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาที และวิดีโอไทม์แลปส์ 4K Dolby Vision HDRสำหรับกล้องหน้าภายในเป็นกล้อง FaceTime แบบซ่อนใต้หน้า
อ่านต่อ >11

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Apple เปิดตัวสมาร์ตโฟนระดับเรือธงรุ่นล่าสุด iPhone 18 Pro ยกระดับขีดความสามารถด้านการประมวลผลและการถ่ายภาพสำหรับผู้ใช้งานสายสร้างสรรค์คอนเทนต์และมืออาชีพ เตรียมเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในประเทศไทยในวันที่ 12 กันยายนนี้ และเริ่มวางจำหน่ายจริงตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนนี้ ในราคาเริ่มต้น 48,900 บาท ขุมพลังชิปเซ็ต A20 ProiPhone 18 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล A20 Pro ที่ได้รับการออกแบบแพ็คเกจชิปใหม่โดยจัดวางแผ่นวงจรซิลิคอนและหน่วยความจำไว้ข้างกัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมชิปตระกูล M ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนตัวเครื่องทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อน Vapor Chamber เจเนอเรชั่นใหม่ที่มีพื้นที่ผิวระบายความร้อนใหญ่ขึ้น 3 เท่า ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องดีขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ติดตั้ง Neural Engine แบบคู่ 16-core และโมเด็ม C2 ที่ช่วยเพิ่มพลังการประมวลผลโมเดล AI บนอุปกรณ์ได้สูงขึ้นถึง 2 เท่ากล้อง Fusion 48MP พร้อมรูรับแสงปรับได้ระบบกล้องของ iPhone 18 Pro ได้รับการอัปเกรดเชิงวิศวกรรมครั้งสำคัญด้วยกล้องหลัก Fusion ความละเอียด 48 เมกะพิกเซล ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการปรับรูรับแสงเชิงกล สามารถเลือกปรับขนาดรูรับแสงได้ตั้งแต่ f/1.48, f/1.8, f/2.8 จนถึง f/4.0โดยค่า f/1.48 ช่วยเพิ่มการรับแสงในสภาวะแสงน้อยได้ดีขึ้นราว 50% ขณะที่ค่า f/4.0 ช่วยสร้างระยะชัดลึกที่ครอบคลุมและสร้างเอฟเฟกต์แฉกแสงไฟอย่างสมจริง ทำงานร่วมกับกล้องอัลตร้าไวเดอร์ 48 เมกะพิกเซล และกล้องเทเลโฟโต้ 48 เมกะพิกเซล รองรับการซูมแบบออปติคัลสูงสุด 8 เท่า พร้อมฟีเจอร์ภาพอ้างอิงของแอปเปิลเพื่อยืนยันความถูกต้องและพิสูจน์ความแท้จริงของไฟล์ภาพในระดับพิกเซล ปรับ Dynamic Island เล็กลง งานประกอบตัวเครื่องของ iPhone 18 Pro ขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมแบบชิ้นเดียว เสริมความแข็งแกร่งด้วยกระจก Ceramic Shield รุ่นที่ 2 ที่ทนต่อการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า หน้าจอ Super Retina XDR ขนาด 6.3 นิ้ว รองรับอัตราการรีเฟรช ProMotion 120HzApple ปรับการออกแบบพื้นที่ Dynamic Island ให้มีขนาดเล็กลง และสามารถขยายการแสดงผลเพื่อติดตามกิจกรรมสดพร้อมกันได้สูงสุด 3 รายการตัวเครื่องมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ เบอร์กันดี ธารน้ำแข็ง เงิน และดำ พร้อมระบบชาร์จเร็วผ่านสายที่สามารถอัดประจุแบตเตอรี่ได้สูงสุด 50% ในเวลาประมาณ 15 นาที
อ่านต่อ >11

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ (9 กันยายน 2569) ความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดจำนวนสิทธิรวมตลอดโครงการ 1,000,000 สิทธิ หรือ 1 สิทธิต่อคนโครงการดังกล่าวมุ่งกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวในประเทศช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 โดยมีทั้งมาตรการสนับสนุนค่าที่พักและคูปองท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทยพลัส ใช้สิทธิช่วงไหน?โครงการกำหนดระยะเวลาดำเนินการรวมประมาณ 3 เดือน แบ่งการใช้สิทธิออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ช่วงที่ 1: วันที่ 1 พฤศจิกายน–15 ธันวาคม 2569ช่วงที่ 2: วันที่ 16 มกราคม–28 กุมภาพันธ์ 2570ทั้งนี้ จะมีการ เว้นช่วงการใช้สิทธิระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2569–15 มกราคม 2570ดังนั้น ผู้ที่ลงทะเบียนในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะยังไม่สามารถใช้สิทธิได้ทันที โดยกำหนดเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ไทยเที่ยวไทยพลัส ได้สิทธิอะไรบ้าง?ผู้ได้รับสิทธิจะได้รับสิทธิประโยชน์หลักจากโครงการ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนลดค่าที่พัก และ คูปองท่องเที่ยว โดยกำหนดไว้ที่ 1 สิทธิต่อคนรัฐช่วยค่าที่พัก 1,500 บาทรัฐบาลสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อสิทธิ ในรูปแบบ Flat Rate หรือการสนับสนุนตามค่าใช้จ่ายจริง ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการคูปองท่องเที่ยวสูงสุด 2,000 บาทอีกหนึ่งสิทธิประโยชน์คือคูปองท่องเที่ยวในรูปแบบ Co-Payment หรือรัฐช่วยจ่ายคนละครึ่ง โดยวงเงินจะแตกต่างกันตามประเภทพื้นที่ท่องเที่ยวหากเดินทางท่องเที่ยวใน เมืองหลัก จะได้รับคูปองมูลค่า 1,500 บาทต่อสิทธิส่วนการเดินทางท่องเที่ยวใน เมืองรอง จะได้รับคูปองมูลค่า 2,000 บาทต่อสิทธิการกำหนดวงเงินคูปองแตกต่างกันตามพื้นที่ เป็นหนึ่งในแนวทางที่ใช้สนับสนุนการเดินทางไปยังเมืองรองและกระจายการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวออกไปในพื้นที่ต่าง ๆ ไทยเที่ยวไทยพลัส เปิดลงทะเบียน 1 ตุลาคม 2569สำหรับจำนวนสิทธิของโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส กำหนดไว้ทั้งหมด 1 ล้านสิทธิ และเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนวันที่ 1 ตุลาคม 2569ส่วนการใช้สิทธิจริงจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยแบ่งช่วงการใช้สิทธิออกเป็น 2 ช่วง และเว้นระยะประมาณ 1 เดือนในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2569 ถึงกลางเดือนมกราคม 2570ทั้งนี้ รายละเอียดและเงื่อนไขของโครงการยังต้องติดตามการพิจารณาอย่างเป็นทางการเตรียมเสน
อ่านต่อ >14