
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์กำลังกลายเป็นเรื่องปกติของคนทุกวัย รวมถึงเด็กและเยาวชน แต่ในหลายประเทศทั่วโลก บทสนทนาเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กกำลังเปลี่ยนจากการให้คำแนะนำ มาเป็นการออกกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลประเด็นดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจในประเทศไทยมากขึ้น หลังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยข้อมูลว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตคิดเป็น 93.10% ของประชากร และใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวัน ขณะที่เด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 72.6% ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย การเรียนรู้ และสุขภาพจิตนอกจากนี้ เด็กและเยาวชนยังเผชิญความเสี่ยงจากการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การคุกคามทางเพศ การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสม และการพนันออนไลน์ที่แพร่กระจายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ สสส. จึงเตรียมศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้ในการผลักดันมาตรการจำกัดการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชนไทย โดยนำตัวอย่างจากต่างประเทศมาประกอบการพิจารณา หนึ่งในนั้นคือออสเตรเลียที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดียตามเกณฑ์อายุ แต่มีมาตรการด้านกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ การเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการล่อลวงทางเพศ การคุกคาม การแบล็กเมลทางเพศ และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์แนวทางดังกล่าวทำให้เห็นว่า ไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมและลดความเสี่ยงจากการใช้งานสื่อดิจิทัล มากกว่าการกำหนดข้อห้ามในการเข้าถึงแพลตฟอร์มโดยตรง ในต่างประเทศ หลายรัฐบาลเริ่มใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้น ออสเตรเลียกำหนดอายุขั้นต่ำ 16 ปี สำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย ฝรั่งเศสกำหนดอายุขั้นต่ำ 15 ปี ส่วนอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เดินหน้ามาตรการลักษณะนี้ กำหนดห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีบัญชีบนแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ Xขณะที่โปรตุเกสเลือกใช้แนวทางที่เปิดช่องให้เด็กอายุ 13-16 ปี สามารถใช้งานได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองผ่านระบบยืนยันตัวตนของรัฐ ส่วนเด็กอาย
อ่านต่อ >29

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ป.ป.ช. ประสาน มศว ตรวจสอบปมทุจริตสอบท้องถิ่นนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เพื่อหารือกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย กรณีการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2569ก่อนหน้านี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ชี้แจงว่า คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นได้มอบหมายให้ มศว เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ จัดพิมพ์และเตรียมข้อสอบ การขนส่ง การจัดสถานที่สอบ การดำเนินการสอบ ตลอดจนการเก็บรักษาข้อสอบและกระดาษคำตอบ นายพัฒนพงศ์ เปิดเผยว่า การเข้าพบในครั้งนี้เป็นการประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมตามหนังสือที่แจ้งไปก่อนหน้านี้ โดยเน้นตรวจสอบกระบวนการจัดทำข้อสอบในส่วนที่ถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทุจริต ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นขอหมายค้นต่อศาล สำหรับเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่เกี่ยวข้องภายในมหาวิทยาลัย หากศาลอนุมัติหมายค้น เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการตรวจค้นและเก็บพยานหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมายทันที ส่วนการขยายผลไปยังสถานที่อื่นที่อาจเกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการพิจารณา มศว เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่มหาวิทยาลัยระบุว่า จะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมาย เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชนพร้อมยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดจะเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยึดมั่นในมาตรฐานทางวิชาการ ความรับผิดชอบต่อสังคม และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ พร้อมรายงานความคืบหน้าของการตรวจสอบต่อไป
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 24 - 30มิ.ย. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ในช่วงวันที่ 24 - 30 มิ.ย. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ประกันสังคม แนะผู้ประกันตนที่สถานะโสดทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยกรณีสิทธิประโยชน์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย โดยชี้แจงว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 73 (2) กำหนดให้ผู้ประกันตน ที่ส่งเงินสมทบกรณีตายตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป เมื่อถึงแก่ความตายสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีตายให้แก่บุคคลที่ผู้ประกันตนได้ทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าว ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิไว้ เงินสงเคราะห์จะถูกเฉลี่ยจ่ายให้แก่ สามีภรรยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีครอบครัว มีบุตร หรือมีบิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ และไม่ประสงค์จะมอบสิทธิให้แก่บุคคลใดเป็นการเฉพาะ จึงไม่ต้องทำหนังสือระบุผู้รับสิทธิก็ได้ เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ทายาทตามกฎหมายในสัดส่วนที่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว “สำหรับกรณีผู้ประกันตนที่ไม่ได้สมรส หรือ ไม่มีบิดามารดาและทายาทตามกฎหมาย หากประสงค์จะมอบสิทธิเงินสงเคราะห์กรณีตายให้แก่บุคคลอื่น สามารถจัดทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้าได้ โดยหากไม่มีบุคคลใดมีสิทธิรับเงินดังกล่าว กองทุนประกันสังคมก็จะไม่ได้จ่ายสิทธิประโยชน์แก่บุคคลใด สำนักงานประกันสังคมจึงขอแนะนำให้ผู้ประกันตนที่สถานะโสดจัดทำเอกสารระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีตายให้ชัดเจน พร้อมกรอกเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับสิทธิและพยานให้ครบถ้วน เพื่อให้เอกสารมีความถูกต้องสมบูรณ์และสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันสิทธิได้อย่างชัดเจน โดยผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิสามารถเก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้เองและนำมายื่นต่อสำนักงานประกันสังคมเมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิตแล้ว” สิทธิประโยชน์กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ผู้จัดการศพจะได้รับค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท ส่วนเงินสงเคราะห์กรณีตายจะจ่ายให้แก่บุคคลที่มีชื่อระบุไว้ในหนังสือ หากไม่มีหนังสือระบุ จะจ่ายให้แก่บิดามารดา สามี ภริยา หรือบุตร ในจำนวนที่เท่ากัน กรณีผู้ประกันตนส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน ทายาทหรือผู้มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 4 เดือน และหากส่งเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 12
อ่านต่อ >15

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์กำลังกลายเป็นเรื่องปกติของคนทุกวัย รวมถึงเด็กและเยาวชน แต่ในหลายประเทศทั่วโลก บทสนทนาเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กกำลังเปลี่ยนจากการให้คำแนะนำ มาเป็นการออกกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลประเด็นดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจในประเทศไทยมากขึ้น หลังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยข้อมูลว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตคิดเป็น 93.10% ของประชากร และใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวัน ขณะที่เด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 72.6% ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย การเรียนรู้ และสุขภาพจิตนอกจากนี้ เด็กและเยาวชนยังเผชิญความเสี่ยงจากการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การคุกคามทางเพศ การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสม และการพนันออนไลน์ที่แพร่กระจายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ สสส. จึงเตรียมศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้ในการผลักดันมาตรการจำกัดการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชนไทย โดยนำตัวอย่างจากต่างประเทศมาประกอบการพิจารณา หนึ่งในนั้นคือออสเตรเลียที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดียตามเกณฑ์อายุ แต่มีมาตรการด้านกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ การเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการล่อลวงทางเพศ การคุกคาม การแบล็กเมลทางเพศ และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์แนวทางดังกล่าวทำให้เห็นว่า ไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมและลดความเสี่ยงจากการใช้งานสื่อดิจิทัล มากกว่าการกำหนดข้อห้ามในการเข้าถึงแพลตฟอร์มโดยตรง ในต่างประเทศ หลายรัฐบาลเริ่มใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้น ออสเตรเลียกำหนดอายุขั้นต่ำ 16 ปี สำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย ฝรั่งเศสกำหนดอายุขั้นต่ำ 15 ปี ส่วนอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เดินหน้ามาตรการลักษณะนี้ กำหนดห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีบัญชีบนแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ Xขณะที่โปรตุเกสเลือกใช้แนวทางที่เปิดช่องให้เด็กอายุ 13-16 ปี สามารถใช้งานได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองผ่านระบบยืนยันตัวตนของรัฐ ส่วนเด็กอาย
อ่านต่อ >29

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ป.ป.ช. ประสาน มศว ตรวจสอบปมทุจริตสอบท้องถิ่นนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เพื่อหารือกับผู้บริหารมหาวิทยาลัย กรณีการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2569ก่อนหน้านี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ชี้แจงว่า คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นได้มอบหมายให้ มศว เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ จัดพิมพ์และเตรียมข้อสอบ การขนส่ง การจัดสถานที่สอบ การดำเนินการสอบ ตลอดจนการเก็บรักษาข้อสอบและกระดาษคำตอบ นายพัฒนพงศ์ เปิดเผยว่า การเข้าพบในครั้งนี้เป็นการประสานขอข้อมูลเพิ่มเติมตามหนังสือที่แจ้งไปก่อนหน้านี้ โดยเน้นตรวจสอบกระบวนการจัดทำข้อสอบในส่วนที่ถูกตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการทุจริต ขณะเดียวกัน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นขอหมายค้นต่อศาล สำหรับเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่เกี่ยวข้องภายในมหาวิทยาลัย หากศาลอนุมัติหมายค้น เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการตรวจค้นและเก็บพยานหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมายทันที ส่วนการขยายผลไปยังสถานที่อื่นที่อาจเกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการพิจารณา มศว เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้านมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาประเด็นที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่มหาวิทยาลัยระบุว่า จะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ตามกฎหมาย เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชนพร้อมยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดจะเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล หลักนิติธรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยึดมั่นในมาตรฐานทางวิชาการ ความรับผิดชอบต่อสังคม และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ พร้อมรายงานความคืบหน้าของการตรวจสอบต่อไป
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 24 - 30มิ.ย. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1 - 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ในช่วงวันที่ 24 - 30 มิ.ย. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ประกันสังคม แนะผู้ประกันตนที่สถานะโสดทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยกรณีสิทธิประโยชน์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย โดยชี้แจงว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 73 (2) กำหนดให้ผู้ประกันตน ที่ส่งเงินสมทบกรณีตายตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป เมื่อถึงแก่ความตายสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีตายให้แก่บุคคลที่ผู้ประกันตนได้ทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าว ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนไม่ได้ทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิไว้ เงินสงเคราะห์จะถูกเฉลี่ยจ่ายให้แก่ สามีภรรยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีครอบครัว มีบุตร หรือมีบิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ และไม่ประสงค์จะมอบสิทธิให้แก่บุคคลใดเป็นการเฉพาะ จึงไม่ต้องทำหนังสือระบุผู้รับสิทธิก็ได้ เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการจ่ายเงินให้แก่ทายาทตามกฎหมายในสัดส่วนที่เท่าเทียมกันอยู่แล้ว “สำหรับกรณีผู้ประกันตนที่ไม่ได้สมรส หรือ ไม่มีบิดามารดาและทายาทตามกฎหมาย หากประสงค์จะมอบสิทธิเงินสงเคราะห์กรณีตายให้แก่บุคคลอื่น สามารถจัดทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้าได้ โดยหากไม่มีบุคคลใดมีสิทธิรับเงินดังกล่าว กองทุนประกันสังคมก็จะไม่ได้จ่ายสิทธิประโยชน์แก่บุคคลใด สำนักงานประกันสังคมจึงขอแนะนำให้ผู้ประกันตนที่สถานะโสดจัดทำเอกสารระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีตายให้ชัดเจน พร้อมกรอกเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับสิทธิและพยานให้ครบถ้วน เพื่อให้เอกสารมีความถูกต้องสมบูรณ์และสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันสิทธิได้อย่างชัดเจน โดยผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิสามารถเก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้เองและนำมายื่นต่อสำนักงานประกันสังคมเมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิตแล้ว” สิทธิประโยชน์กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ผู้จัดการศพจะได้รับค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท ส่วนเงินสงเคราะห์กรณีตายจะจ่ายให้แก่บุคคลที่มีชื่อระบุไว้ในหนังสือ หากไม่มีหนังสือระบุ จะจ่ายให้แก่บิดามารดา สามี ภริยา หรือบุตร ในจำนวนที่เท่ากัน กรณีผู้ประกันตนส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน ทายาทหรือผู้มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 4 เดือน และหากส่งเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 12
อ่านต่อ >15

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์กำลังกลายเป็นเรื่องปกติของคนทุกวัย รวมถึงเด็กและเยาวชน แต่ในหลายประเทศทั่วโลก บทสนทนาเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กกำลังเปลี่ยนจากการให้คำแนะนำ มาเป็นการออกกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลประเด็นดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจในประเทศไทยมากขึ้น หลังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยข้อมูลว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตคิดเป็น 93.10% ของประชากร และใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวัน ขณะที่เด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 72.6% ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย การเรียนรู้ และสุขภาพจิตนอกจากนี้ เด็กและเยาวชนยังเผชิญความเสี่ยงจากการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การคุกคามทางเพศ การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสม และการพนันออนไลน์ที่แพร่กระจายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ สสส. จึงเตรียมศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้ในการผลักดันมาตรการจำกัดการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชนไทย โดยนำตัวอย่างจากต่างประเทศมาประกอบการพิจารณา หนึ่งในนั้นคือออสเตรเลียที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดียตามเกณฑ์อายุ แต่มีมาตรการด้านกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ การเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการล่อลวงทางเพศ การคุกคาม การแบล็กเมลทางเพศ และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์แนวทางดังกล่าวทำให้เห็นว่า ไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมและลดความเสี่ยงจากการใช้งานสื่อดิจิทัล มากกว่าการกำหนดข้อห้ามในการเข้าถึงแพลตฟอร์มโดยตรง ในต่างประเทศ หลายรัฐบาลเริ่มใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้น ออสเตรเลียกำหนดอายุขั้นต่ำ 16 ปี สำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย ฝรั่งเศสกำหนดอายุขั้นต่ำ 15 ปี ส่วนอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เดินหน้ามาตรการลักษณะนี้ กำหนดห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีบัญชีบนแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ Xขณะที่โปรตุเกสเลือกใช้แนวทางที่เปิดช่องให้เด็กอายุ 13-16 ปี สามารถใช้งานได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองผ่านระบบยืนยันตัวตนของรัฐ ส่วนเด็กอาย
อ่านต่อ >29