
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 17 เมษายน 2569 สะสม 8 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 07.30 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 20,106,651 คน ลดลงร้อยละ 0.65 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 – 18 เมษายน 2568) ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 369,322 คน ภาคใต้ (ทางราง) 245,334 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 267,270 คน ภาคเหนือ (ทางถนน) 147,302 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 148,894 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,862,174 คน สำหรับการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 7,772,199 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.04 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 9,793,313 คัน ลดลงร้อยละ 5.48สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 8 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 1,308 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,420 คน เสียชีวิต 175 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 852 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 65 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือรถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ 662 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 905 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 69 จังหวัดนครราชสีมามีผู้เสียชีวิตสูงสุด 8 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 65 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 16 ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 7 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง และโครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 4 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางน้ำและทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนหลังเทศกาลสงกรานต์ แม้ภาพรวมของการเดินทางเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังคงเข้มงวดเฝ้าระวังความปลอดภัย โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำชับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ให้เข้มงวดพนักงานขับรถปฏิบัติ
อ่านต่อ >14

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
สำนักข่าว Fars News ของอิหร่านรายงานโดยอ้าง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ว่าขณะนี้ กองทัพอิหร่านได้กลับมาเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และช่องแคบดังกล่าวจะกลับคืนสู่ “สถานะเดิม” ซึ่งหมายถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากอิหร่านเพิ่งประกาศเปิดฮอร์มุซยังไม่ถึง 1 วัน ในแถลงการณ์ของ IRGC ระบุว่า การสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งนั้นเป็นเพราะฝ่ายสหรัฐฯ ได้กระทำการเยี่ยง “โจรสลัด” หลังจากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน โดยอิหร่านได้เรียกการกระทำนี้ว่าไม่ต่างกับเป็นการปล้นทางทะเลแถลงการณ์ระบุด้วยว่า จนกว่าสหรัฐฯ จะฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรืออย่างสมบูรณ์ สำหรับเรือที่เดินทางจากอิหร่านไปยังจุดหมายปลายทางและเดินทางกลับ สถานะของช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และอยู่ในสภาพเดิมต่อไปก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เรือขนส่งสินค้าบางลำสามารถเดินเรือผ่านเส้นทางน้ำดังกล่าวได้แล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีปริมาณการเดินเรือมากน้อยเพียงใดผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ แต่การกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ต้องกลับมาติดตามอย่างใกล้ชิดว่าสุดท้ายแล้วความพยายามในการลดความตึวเครียดและความพยายามจะให้เกิดการเจรจาเพื่อนำไปสู้สันติภาพจะได้ผลหรือไม่
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปผลเชิงสถิติการดำเนินงานศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ภายหลังปิดศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 หลังดำเนินมาตรการควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 10–17 เมษายนการแถลงผลดำเนินงานนำโดย พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.อ. สมประสงค์ เย็นท้วม ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ โดยยืนยันว่าภาพรวมการปฏิบัติเป็นไปอย่างน่าพอใจจากความร่วมมือของเจ้าหน้าที่และประชาชนภาพรวมอุบัติเหตุลดลงชัดเจนข้อมูลช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น (10–16 เม.ย. 2569) พบว่าอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ลดลง 296 ครั้ง จากปีก่อน (1,538 ครั้ง) คิดเป็นลดลง 19.25%ผู้บาดเจ็บ 1,200 คน ลดลง 295 คน หรือ 19.73%ผู้เสียชีวิต 242 ราย ลดลง 11 ราย จากปีก่อนตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มอุบัติเหตุที่ลดลงในทุกมิติ ทั้งจำนวนเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 สถิติฝ่าฝืนกฎหมายยังอยู่ในระดับสูงในด้านการบังคับใช้กฎหมาย พบผู้กระทำผิดรวม 435,387 ราย โดยความผิดหลักที่พบมากที่สุด ได้แก่ไม่สวมหมวกนิรภัย 101,706 ราย (คิดเป็นประมาณ 23.4% ของทั้งหมด)ขับรถเร็วเกินกำหนด 89,540 รายไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 24,820 รายขับรถขณะเมาสุรา 14,730 ราย (มีการกระทำผิดซ้ำ 263 ราย)ขับรถย้อนศร 13,267 รายเมื่อวิเคราะห์เชิงสัดส่วน พบว่าพฤติกรรมเสี่ยงด้านความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัยและขับรถเร็ว ยังคงเป็นปัจจัยหลักของการฝ่าฝืนกฎหมาย10 จังหวัดไร้ผู้เสียชีวิตอีกหนึ่งตัวชี้วัดเชิงบวก คือมี 10 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี หนองบัวลำภู และแม่ฮ่องสอน เดินหน้าคุมเข้มต่อเนื่องช่วงวันไหลสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงสั่งการให้ทุกหน่วยดูแลการเดินทางช่วง “วันไหล” และการเดินทางกลับของประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน เช่น กล้อง CCTV และโดรน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรนอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายในความผิดสำคัญ โดยเฉพาะ “เมาแล้วขับ” ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000–20,000 บาท และหากกระทำผิดซ้ำมีโทษเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญบริการช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมงด้าน พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ร
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ น้ำหนักรวม 246 บาท เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมี พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการ สอท.1 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมชี้แจงรายละเอียดของคดี พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 ราย และสั่งไม่ฟ้อง 1 ราย หลังพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนคดีอย่างครบถ้วนสำหรับหลักฐานสำคัญในคดี มีการเปิดเผยคลิปบทสนทนาหลายช่วง ระหว่างอดีตนายตำรวจ กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทีมกฎหมาย ซึ่งเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามวิ่งเต้นคดี การพาดพิงบุคคลและองค์กร รวมถึงการเตรียมคำให้การที่อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า คลิปเสียงดังกล่าวได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย และถูกใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน โดยกระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมพร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลจากแหล่งที่ไม่ชัดเจน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นข่าวปลอม และส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 17 เมษายน 2569 สะสม 8 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 07.30 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 20,106,651 คน ลดลงร้อยละ 0.65 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 – 18 เมษายน 2568) ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 369,322 คน ภาคใต้ (ทางราง) 245,334 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 267,270 คน ภาคเหนือ (ทางถนน) 147,302 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 148,894 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,862,174 คน สำหรับการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 7,772,199 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.04 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 9,793,313 คัน ลดลงร้อยละ 5.48สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 8 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 1,308 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,420 คน เสียชีวิต 175 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 852 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 65 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือรถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ 662 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 905 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 69 จังหวัดนครราชสีมามีผู้เสียชีวิตสูงสุด 8 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 65 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 16 ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 7 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง และโครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 4 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางน้ำและทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนหลังเทศกาลสงกรานต์ แม้ภาพรวมของการเดินทางเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังคงเข้มงวดเฝ้าระวังความปลอดภัย โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำชับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ให้เข้มงวดพนักงานขับรถปฏิบัติ
อ่านต่อ >14

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
สำนักข่าว Fars News ของอิหร่านรายงานโดยอ้าง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ว่าขณะนี้ กองทัพอิหร่านได้กลับมาเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และช่องแคบดังกล่าวจะกลับคืนสู่ “สถานะเดิม” ซึ่งหมายถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากอิหร่านเพิ่งประกาศเปิดฮอร์มุซยังไม่ถึง 1 วัน ในแถลงการณ์ของ IRGC ระบุว่า การสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งนั้นเป็นเพราะฝ่ายสหรัฐฯ ได้กระทำการเยี่ยง “โจรสลัด” หลังจากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน โดยอิหร่านได้เรียกการกระทำนี้ว่าไม่ต่างกับเป็นการปล้นทางทะเลแถลงการณ์ระบุด้วยว่า จนกว่าสหรัฐฯ จะฟื้นฟูเสรีภาพในการเดินเรืออย่างสมบูรณ์ สำหรับเรือที่เดินทางจากอิหร่านไปยังจุดหมายปลายทางและเดินทางกลับ สถานะของช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกควบคุมอย่างเข้มงวด และอยู่ในสภาพเดิมต่อไปก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เรือขนส่งสินค้าบางลำสามารถเดินเรือผ่านเส้นทางน้ำดังกล่าวได้แล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีปริมาณการเดินเรือมากน้อยเพียงใดผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญนี้ แต่การกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้ต้องกลับมาติดตามอย่างใกล้ชิดว่าสุดท้ายแล้วความพยายามในการลดความตึวเครียดและความพยายามจะให้เกิดการเจรจาเพื่อนำไปสู้สันติภาพจะได้ผลหรือไม่
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปผลเชิงสถิติการดำเนินงานศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ภายหลังปิดศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 หลังดำเนินมาตรการควบคุมเข้มข้นระหว่างวันที่ 10–17 เมษายนการแถลงผลดำเนินงานนำโดย พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.อ. สมประสงค์ เย็นท้วม ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ โดยยืนยันว่าภาพรวมการปฏิบัติเป็นไปอย่างน่าพอใจจากความร่วมมือของเจ้าหน้าที่และประชาชนภาพรวมอุบัติเหตุลดลงชัดเจนข้อมูลช่วง 7 วันควบคุมเข้มข้น (10–16 เม.ย. 2569) พบว่าอุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ลดลง 296 ครั้ง จากปีก่อน (1,538 ครั้ง) คิดเป็นลดลง 19.25%ผู้บาดเจ็บ 1,200 คน ลดลง 295 คน หรือ 19.73%ผู้เสียชีวิต 242 ราย ลดลง 11 ราย จากปีก่อนตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวโน้มอุบัติเหตุที่ลดลงในทุกมิติ ทั้งจำนวนเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิต เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 สถิติฝ่าฝืนกฎหมายยังอยู่ในระดับสูงในด้านการบังคับใช้กฎหมาย พบผู้กระทำผิดรวม 435,387 ราย โดยความผิดหลักที่พบมากที่สุด ได้แก่ไม่สวมหมวกนิรภัย 101,706 ราย (คิดเป็นประมาณ 23.4% ของทั้งหมด)ขับรถเร็วเกินกำหนด 89,540 รายไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 24,820 รายขับรถขณะเมาสุรา 14,730 ราย (มีการกระทำผิดซ้ำ 263 ราย)ขับรถย้อนศร 13,267 รายเมื่อวิเคราะห์เชิงสัดส่วน พบว่าพฤติกรรมเสี่ยงด้านความปลอดภัยพื้นฐาน เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัยและขับรถเร็ว ยังคงเป็นปัจจัยหลักของการฝ่าฝืนกฎหมาย10 จังหวัดไร้ผู้เสียชีวิตอีกหนึ่งตัวชี้วัดเชิงบวก คือมี 10 จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ ปัตตานี พังงา ระยอง สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี หนองบัวลำภู และแม่ฮ่องสอน เดินหน้าคุมเข้มต่อเนื่องช่วงวันไหลสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงสั่งการให้ทุกหน่วยดูแลการเดินทางช่วง “วันไหล” และการเดินทางกลับของประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน เช่น กล้อง CCTV และโดรน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรนอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายในความผิดสำคัญ โดยเฉพาะ “เมาแล้วขับ” ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000–20,000 บาท และหากกระทำผิดซ้ำมีโทษเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญบริการช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมงด้าน พล.ต.ท. นิธิธร จินตกานนท์ ร
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงความคืบหน้าคดีสินบนทองคำ น้ำหนักรวม 246 บาท เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมี พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการ สอท.1 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมชี้แจงรายละเอียดของคดี พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 4 ราย และสั่งไม่ฟ้อง 1 ราย หลังพิจารณาพยานหลักฐานในสำนวนคดีอย่างครบถ้วนสำหรับหลักฐานสำคัญในคดี มีการเปิดเผยคลิปบทสนทนาหลายช่วง ระหว่างอดีตนายตำรวจ กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทีมกฎหมาย ซึ่งเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายามวิ่งเต้นคดี การพาดพิงบุคคลและองค์กร รวมถึงการเตรียมคำให้การที่อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า คลิปเสียงดังกล่าวได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย และถูกใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน โดยกระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมพร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลจากแหล่งที่ไม่ชัดเจน ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นข่าวปลอม และส่งผลกระทบต่อบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) ได้รายงานสรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 17 เมษายน 2569 สะสม 8 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 07.30 น.) พบว่า ระบบขนส่งสาธารณะสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเพียงพอ โดยมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 20,106,651 คน ลดลงร้อยละ 0.65 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (11 – 18 เมษายน 2568) ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็นร้อยละ 45 ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 369,322 คน ภาคใต้ (ทางราง) 245,334 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 267,270 คน ภาคเหนือ (ทางถนน) 147,302 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 148,894 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,862,174 คน สำหรับการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 7,772,199 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.04 และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 9,793,313 คัน ลดลงร้อยละ 5.48สำหรับสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคมสะสม 8 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 1,308 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 1,420 คน เสียชีวิต 175 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 852 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 65 ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือรถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ 662 คัน ลักษณะพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงไม่มีความลาดชัน 905 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 69 จังหวัดนครราชสีมามีผู้เสียชีวิตสูงสุด 8 คน ขณะที่กรุงเทพฯ เกิดอุบัติเหตุสูงสุด 65 ครั้ง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุลดลงร้อยละ 16 ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 7 ส่วนระบบขนส่งรถโดยสารสาธารณะเกิดอุบัติเหตุ 3 ครั้ง และโครงข่ายทางรางเกิดอุบัติเหตุ 4 ครั้ง ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต ขณะที่โครงข่ายทางน้ำและทางอากาศไม่มีรายงานอุบัติเหตุการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนหลังเทศกาลสงกรานต์ แม้ภาพรวมของการเดินทางเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ยังคงเข้มงวดเฝ้าระวังความปลอดภัย โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำชับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ให้เข้มงวดพนักงานขับรถปฏิบัติ
อ่านต่อ >14