
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ความคืบหน้าคดีแอร์โฮสเตสสาวไทยถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนที่ประเทศออสเตรเลีย ล่าสุด ตำรวจนครบาลร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยรายสำคัญ ซึ่งเป็นชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ขณะนำพัสดุไปส่งให้แอร์โฮสเตส ก่อนนำตัวเข้าตรวจค้นแหล่งกบดานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผล หลังสอบปากคำนายอติราช หรือ “เป้” ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งคันที่ใช้เป็นพาหนะไปส่งเฮโรอีนและถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ที่รับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี ให้เป็นผู้ขับรถและร่วมส่งพัสดุให้กับ น.ส.มีนา แอร์โฮสเตสสาวไทยต่อมา ชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล สืบทราบว่านายอุทัยหลบซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก จึงประสานตำรวจภูธรภาค 6 เข้าจับกุมได้บริเวณสถานีขนส่งเก่าเทศบาลนครพิษณุโลก เมื่อคืนวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายอุทัยรับสารภาพว่า เป็นชายที่สวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินในภาพวงจรปิด และเป็นผู้ว่าจ้างนายอติราชให้ขับรถ รวมทั้งเป็นผู้นำกล่องพัสดุไปส่งให้ น.ส.มีนา ที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นอกจากนี้ยังให้การว่า เคยนำส่งพัสดุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งเจ้าหน้าที่นำตัวนายอุทัยเข้าตรวจค้นแหล่งกบดานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อค้นหาพยานหลักฐานและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือเฮโรอีน โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า และร่วมกันส่งยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อ่านต่อ >26

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สิทธิผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ส่งผลให้ผู้ประกันตนมีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตรเพิ่มขึ้น รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและบรรเทาภาระทางการเงิน เพิ่มความมั่นคงในการเลี้ยงบุตรของผู้ประกันตนผ่านสิทธิประโยชน์กรณีฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ กรณีคลอดบุตร และสงเคราะห์บุตร เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ประกันตนนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กล่าวว่า ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีบุตร สามารถใช้สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมได้ 3 กรณี ประกอบด้วย กรณีที่ 1 คือ ค่าตรวจและฝากครรภ์ ผู้ประกันตนหญิง รวมถึงผู้ประกันตนชาย สามารถเบิกค่าตรวจและฝากครรภ์ โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,500 บาท โดยแบ่งตามหลักเกณฑ์และอัตรา ได้แก่ 1. อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริง 500 บาท 2. อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 300 บาท 3. อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 300 บาท 4. อายุครรภ์มากกว่า 28 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 32 สัปดาห์ จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 200 บาท 5. อายุครรภ์มากกว่า 32 สัปดาห์ ถึง 40 สัปดาห์ขึ้นไป จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 200 บาท ทั้งนี้ ผู้ประกันตนต้องแนบใบรับรองแพทย์ หรือสำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก พร้อมใบเสร็จรับเงินจากสถานพยาบาล รวมทั้งสำเนาทะเบียนสมรส หรือหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส เพื่อประกอบการยื่นขอรับสิทธิกรณีที่ 2 คือ กรณีคลอดบุตร ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่ใช้สิทธิ มีสิทธิได้รับเงินกรณีคลอดบุตร จำนวน 1.5 หมื่นบาท บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง และสามารถเบิกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง กรณีที่ 3 คือ กรณีสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีการนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิ โดยจะจ่ายให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ เดือนละ 1,000 บาทต่อบุตร 1 คน คราวละไม่เกิน 3 คน"รัฐบาลมุ่งมั่นดูแลผู้ประกันตนให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน ทั้งด้านการฝากครรภ์
อ่านต่อ >10

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
กทม.ติดอันดับเมืองเสี่ยงน้ำท่วมของโลก หากไม่เร่งรับมือภายในปี 2593ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วมสูงที่สุดของโลก หากไม่มีมาตรการป้องกันและปรับตัวอย่างจริงจัง ภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) พื้นที่ของกรุงเทพมหานครอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงถึงร้อยละ 96 และส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 10 ล้านคนปัจจัยสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนตกหนักและสภาพอากาศสุดขั้วบ่อยขึ้น ประกอบกับระดับน้ำทะเลที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงปัญหาแผ่นดินทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง นักวิชาการระบุว่า กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อนบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับความสูงจากน้ำทะเลเฉลี่ยไม่เกิน 1.5 เมตร ขณะที่แผ่นดินทรุดตัวเฉลี่ยปีละ 1-2 เซนติเมตร ซึ่งเป็นผลจากการใช้น้ำบาดาลในอดีตและน้ำหนักของสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากที่กดทับพื้นดินขณะเดียวกัน หลายหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของโลกประเมินว่า ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสี่ยงจากน้ำทะเลหนุนและน้ำท่วมชายฝั่งเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดฝนตกหนักพร้อมกับน้ำเหนือไหลหลากนอกจากนี้ การขยายตัวของเมืองทำให้พื้นที่รองรับน้ำตามธรรมชาติลดลง ระบบท่อระบายน้ำหลายพื้นที่ยังมีขีดความสามารถจำกัด จึงอาจไม่รองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเพียงพอ สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เช่น บางนา มีนบุรี สะพานสูง สามวา รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ริมแม่น้ำ เช่น บางขุนเทียน บางคอแหลม ตลอดจนจังหวัดปริมณฑลอย่างสมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงครามดร.สนธิ เสนอว่า ภาครัฐควรเร่งจัดทำแผนแม่บทระยะยาวเพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วม โดยระดมผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนร่วมกำหนดแนวทางดำเนินงาน พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำ อาทิ การขยายระบบท่อระบายน้ำ การเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำ การพัฒนาระบบเตือนภัยอัจฉริยะแบบเรียลไทม์ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างเขื่อนหรือแนวป้องกันคลื่นทะเลบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด เตรียมอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมภายในบ้าน ยกระดับพื้นที่
อ่านต่อ >22

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
วันนี้ (4 ก.ค.) ที่รร.รอยัลริเวอร์ ในงานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติครบรอบ 29 ปี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อแก้วิกฤตพลังงาน ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในส่วน 2 แสนล้านบาทหลังว่าขณะนี้ พ.ร.ก.ถือว่ามีผลบังคับใช้และรัฐบาลได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำทันทีเพราะหากประเทศไทยเปลี่ยนผ่านช้าเกินไป อาจเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงขึ้น ดังนั้นการใช้เงินตาม พ.ร.ก. จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีสัดส่วนกว่า 10% ของจีดีพีซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน โดยในช่วงที่เกิดวิกฤตในตะวันออกกลางในช่วง 2 เดือนล่าสุด ไทยเผชิญการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเกือบ 5 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้เห็นถึงความจำเป็นว่าประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เช่นนั้นจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ รวมทั้งวิกฤตค่าครองชีพในอนาคต นายเอกนิติ กล่าวว่าการรัฐบาลได้กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เม็ดเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานไว้ 3 ด้านหลักและพร้อมเดินหน้าต่อทันทีหากคำพิพากษาของศาลไม่ได้สั่งระงับการดำเนินการ ได้แก่1.การเปลี่ยนผ่านด้านการใช้พลังงาน ที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด เช่น แสงแดด โซลาร์เซลล์ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนลดรายจ่ายค่าไฟฟ้าและสามารถขายไฟฟ้าคืนได้ (Net Metering) ซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนปรับปรุงระบบสายส่ง (Grid) ให้รองรับการซื้อขายไฟฟ้า และการขายไฟฟ้าคืนในระบบได้ 2.การเปลี่ยนผ่านด้านการขนส่ง (Transportation) โดยลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลซึ่งมีมูลค่าสูงมาก โดยเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคขนส่ง หรือใช้พลังงานทดแทนที่ผลิตได้เองในประเทศ เช่น น้ำมันไบโอดีเซล B20 หรือเอทานอล (น้ำมันบนดิน)3.การเปลี่ยนผ่านด้านบุคลากรที่มุ่งเน้นการสร้างทักษะ และพัฒนาคนไทยให้เข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้แรงงานไทยเก่งขึ้นและมีรายได้สูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ นอกจากนี้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานนอกจากวงเงินกู้ตาม พ.ร.ก. รัฐบาลจะใช้การระดมทุนในรูปแบบต่างๆเช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) ม
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ความคืบหน้าคดีแอร์โฮสเตสสาวไทยถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนที่ประเทศออสเตรเลีย ล่าสุด ตำรวจนครบาลร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยรายสำคัญ ซึ่งเป็นชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ขณะนำพัสดุไปส่งให้แอร์โฮสเตส ก่อนนำตัวเข้าตรวจค้นแหล่งกบดานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผล หลังสอบปากคำนายอติราช หรือ “เป้” ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งคันที่ใช้เป็นพาหนะไปส่งเฮโรอีนและถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ที่รับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี ให้เป็นผู้ขับรถและร่วมส่งพัสดุให้กับ น.ส.มีนา แอร์โฮสเตสสาวไทยต่อมา ชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล สืบทราบว่านายอุทัยหลบซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก จึงประสานตำรวจภูธรภาค 6 เข้าจับกุมได้บริเวณสถานีขนส่งเก่าเทศบาลนครพิษณุโลก เมื่อคืนวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายอุทัยรับสารภาพว่า เป็นชายที่สวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินในภาพวงจรปิด และเป็นผู้ว่าจ้างนายอติราชให้ขับรถ รวมทั้งเป็นผู้นำกล่องพัสดุไปส่งให้ น.ส.มีนา ที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นอกจากนี้ยังให้การว่า เคยนำส่งพัสดุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งเจ้าหน้าที่นำตัวนายอุทัยเข้าตรวจค้นแหล่งกบดานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อค้นหาพยานหลักฐานและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือเฮโรอีน โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า และร่วมกันส่งยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อ่านต่อ >26

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สิทธิผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ส่งผลให้ผู้ประกันตนมีภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตรเพิ่มขึ้น รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและบรรเทาภาระทางการเงิน เพิ่มความมั่นคงในการเลี้ยงบุตรของผู้ประกันตนผ่านสิทธิประโยชน์กรณีฝากครรภ์ตามเกณฑ์คุณภาพ กรณีคลอดบุตร และสงเคราะห์บุตร เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้ประกันตนนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กล่าวว่า ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีบุตร สามารถใช้สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมได้ 3 กรณี ประกอบด้วย กรณีที่ 1 คือ ค่าตรวจและฝากครรภ์ ผู้ประกันตนหญิง รวมถึงผู้ประกันตนชาย สามารถเบิกค่าตรวจและฝากครรภ์ โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,500 บาท โดยแบ่งตามหลักเกณฑ์และอัตรา ได้แก่ 1. อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริง 500 บาท 2. อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 300 บาท 3. อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 300 บาท 4. อายุครรภ์มากกว่า 28 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 32 สัปดาห์ จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 200 บาท 5. อายุครรภ์มากกว่า 32 สัปดาห์ ถึง 40 สัปดาห์ขึ้นไป จ่ายอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 200 บาท ทั้งนี้ ผู้ประกันตนต้องแนบใบรับรองแพทย์ หรือสำเนาสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก พร้อมใบเสร็จรับเงินจากสถานพยาบาล รวมทั้งสำเนาทะเบียนสมรส หรือหนังสือรับรองของผู้ประกันตนกรณีไม่มีทะเบียนสมรส เพื่อประกอบการยื่นขอรับสิทธิกรณีที่ 2 คือ กรณีคลอดบุตร ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่ใช้สิทธิ มีสิทธิได้รับเงินกรณีคลอดบุตร จำนวน 1.5 หมื่นบาท บาทต่อการคลอด 1 ครั้ง และสามารถเบิกได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง กรณีที่ 3 คือ กรณีสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่มีการนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน ก่อนเดือนที่มีสิทธิ โดยจะจ่ายให้บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ เดือนละ 1,000 บาทต่อบุตร 1 คน คราวละไม่เกิน 3 คน"รัฐบาลมุ่งมั่นดูแลผู้ประกันตนให้ได้รับสิทธิประโยชน์อย่างครบถ้วน ทั้งด้านการฝากครรภ์
อ่านต่อ >10

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
กทม.ติดอันดับเมืองเสี่ยงน้ำท่วมของโลก หากไม่เร่งรับมือภายในปี 2593ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในเมืองที่มีความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วมสูงที่สุดของโลก หากไม่มีมาตรการป้องกันและปรับตัวอย่างจริงจัง ภายในปี 2593 (ค.ศ.2050) พื้นที่ของกรุงเทพมหานครอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงถึงร้อยละ 96 และส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 10 ล้านคนปัจจัยสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้เกิดฝนตกหนักและสภาพอากาศสุดขั้วบ่อยขึ้น ประกอบกับระดับน้ำทะเลที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงปัญหาแผ่นดินทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง นักวิชาการระบุว่า กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อนบริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีระดับความสูงจากน้ำทะเลเฉลี่ยไม่เกิน 1.5 เมตร ขณะที่แผ่นดินทรุดตัวเฉลี่ยปีละ 1-2 เซนติเมตร ซึ่งเป็นผลจากการใช้น้ำบาดาลในอดีตและน้ำหนักของสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากที่กดทับพื้นดินขณะเดียวกัน หลายหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของโลกประเมินว่า ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเสี่ยงจากน้ำทะเลหนุนและน้ำท่วมชายฝั่งเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดฝนตกหนักพร้อมกับน้ำเหนือไหลหลากนอกจากนี้ การขยายตัวของเมืองทำให้พื้นที่รองรับน้ำตามธรรมชาติลดลง ระบบท่อระบายน้ำหลายพื้นที่ยังมีขีดความสามารถจำกัด จึงอาจไม่รองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเพียงพอ สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร เช่น บางนา มีนบุรี สะพานสูง สามวา รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งและพื้นที่ริมแม่น้ำ เช่น บางขุนเทียน บางคอแหลม ตลอดจนจังหวัดปริมณฑลอย่างสมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงครามดร.สนธิ เสนอว่า ภาครัฐควรเร่งจัดทำแผนแม่บทระยะยาวเพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วม โดยระดมผู้เชี่ยวชาญจากทุกภาคส่วนร่วมกำหนดแนวทางดำเนินงาน พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำ อาทิ การขยายระบบท่อระบายน้ำ การเพิ่มพื้นที่หน่วงน้ำ การพัฒนาระบบเตือนภัยอัจฉริยะแบบเรียลไทม์ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ของการก่อสร้างเขื่อนหรือแนวป้องกันคลื่นทะเลบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาในส่วนของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรติดตามประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด เตรียมอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมภายในบ้าน ยกระดับพื้นที่
อ่านต่อ >22

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
วันนี้ (4 ก.ค.) ที่รร.รอยัลริเวอร์ ในงานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติครบรอบ 29 ปี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อแก้วิกฤตพลังงาน ตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินในส่วน 2 แสนล้านบาทหลังว่าขณะนี้ พ.ร.ก.ถือว่ามีผลบังคับใช้และรัฐบาลได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำทันทีเพราะหากประเทศไทยเปลี่ยนผ่านช้าเกินไป อาจเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงขึ้น ดังนั้นการใช้เงินตาม พ.ร.ก. จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ มีสัดส่วนกว่า 10% ของจีดีพีซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน โดยในช่วงที่เกิดวิกฤตในตะวันออกกลางในช่วง 2 เดือนล่าสุด ไทยเผชิญการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเกือบ 5 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้เห็นถึงความจำเป็นว่าประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่เช่นนั้นจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ รวมทั้งวิกฤตค่าครองชีพในอนาคต นายเอกนิติ กล่าวว่าการรัฐบาลได้กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เม็ดเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานไว้ 3 ด้านหลักและพร้อมเดินหน้าต่อทันทีหากคำพิพากษาของศาลไม่ได้สั่งระงับการดำเนินการ ได้แก่1.การเปลี่ยนผ่านด้านการใช้พลังงาน ที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานสะอาด เช่น แสงแดด โซลาร์เซลล์ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนลดรายจ่ายค่าไฟฟ้าและสามารถขายไฟฟ้าคืนได้ (Net Metering) ซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนปรับปรุงระบบสายส่ง (Grid) ให้รองรับการซื้อขายไฟฟ้า และการขายไฟฟ้าคืนในระบบได้ 2.การเปลี่ยนผ่านด้านการขนส่ง (Transportation) โดยลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลซึ่งมีมูลค่าสูงมาก โดยเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภาคขนส่ง หรือใช้พลังงานทดแทนที่ผลิตได้เองในประเทศ เช่น น้ำมันไบโอดีเซล B20 หรือเอทานอล (น้ำมันบนดิน)3.การเปลี่ยนผ่านด้านบุคลากรที่มุ่งเน้นการสร้างทักษะ และพัฒนาคนไทยให้เข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้แรงงานไทยเก่งขึ้นและมีรายได้สูงขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ นอกจากนี้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานนอกจากวงเงินกู้ตาม พ.ร.ก. รัฐบาลจะใช้การระดมทุนในรูปแบบต่างๆเช่น กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) ม
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ความคืบหน้าคดีแอร์โฮสเตสสาวไทยถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนที่ประเทศออสเตรเลีย ล่าสุด ตำรวจนครบาลร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ขยายผลจับกุมผู้ต้องสงสัยรายสำคัญ ซึ่งเป็นชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินที่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ขณะนำพัสดุไปส่งให้แอร์โฮสเตส ก่อนนำตัวเข้าตรวจค้นแหล่งกบดานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผล หลังสอบปากคำนายอติราช หรือ “เป้” ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งคันที่ใช้เป็นพาหนะไปส่งเฮโรอีนและถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ที่รับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากนายอุทัย คณาภิวัฒน์ อายุ 47 ปี ให้เป็นผู้ขับรถและร่วมส่งพัสดุให้กับ น.ส.มีนา แอร์โฮสเตสสาวไทยต่อมา ชุดสืบสวนกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล สืบทราบว่านายอุทัยหลบซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดพิษณุโลก จึงประสานตำรวจภูธรภาค 6 เข้าจับกุมได้บริเวณสถานีขนส่งเก่าเทศบาลนครพิษณุโลก เมื่อคืนวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายอุทัยรับสารภาพว่า เป็นชายที่สวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินในภาพวงจรปิด และเป็นผู้ว่าจ้างนายอติราชให้ขับรถ รวมทั้งเป็นผู้นำกล่องพัสดุไปส่งให้ น.ส.มีนา ที่คอนโดมิเนียมย่านบางนา เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นอกจากนี้ยังให้การว่า เคยนำส่งพัสดุในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งเจ้าหน้าที่นำตัวนายอุทัยเข้าตรวจค้นแหล่งกบดานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อค้นหาพยานหลักฐานและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือเฮโรอีน โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า และร่วมกันส่งยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อ่านต่อ >26