
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า สภาพอากาศช่วง 8-10 ม.ค. 69 มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรง ยังแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน (สังเกตุเส้นความกดอากาศเท่า สีฟ้า-สีน้ำเงิน เส้น 1020hPa แผ่ปกคลุมถึงภาคอีสาน) เช้าวันนี้ (8 ม.ค.69 น่าจะสูงสุดแล้ว) ทำให้อากาศหนาวเย็นลง และมีลมแรงบางเวลา ช่วง 8-9 ม.ค.69 น่าจะเป็นช่วงที่หนาวเย็นสุดของระลอกนี้ ต้องระวังอากาศที่หนาวเย็นลงหลายพื้นที่ อากาศแห้ง ลมแรง ระวังอัคคีภัย โดยเฉพาะยอดภู ยอดดอยมีอากาศหนาวจัด (อุณหภูมิพื้นราบอาจต่ำกว่า 10 องศาฯ) ส่วนภาคใต้เมื่อลมหนาวแรงขึ้น จะทำให้ภาคใต้โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง (ยังไม่น่ากังวลยังเป็นฝนตามมรสุม) คลื่นลมแรงขึ้นด้วย ต้องระวังอากาศที่หนาวเย็นลง และฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ ส่วนในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 ม.ค. มวลอากาศเย็นที่ปกคลุมจะเริ่มอ่อนกำลังลง (อากาศหนาวคลายลง) อากาศอุ่นขึ้น แต่ยังมีเสริมเป็นระยะๆ ส่วนช่วง 14 - 17 ม.ค. 69 อากาศร้อนขึ้น มวลอากาศเย็นที่แผ่ปกคลุมจะอ่อนกำลังลงอีก ลมอ่อน ต้องระวังฝุ่น ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นบ้างช่วง 12-15 ม.ค.69 แต่ยังเป็นฝนตามฤดูกาล ไม่น่ากังวล
อ่านต่อ >22

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 โดยยืนยันทุกกระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า การเลือกตั้งและประชามติปี 2569 มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้ากว่า 2 ล้าน 4 แสนคน แบ่งเป็นการใช้สิทธินอกเขต ในเขต และนอกราชอาณาจักร ขณะที่การออกเสียงประชามติมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ากว่า 1 ล้าน 5 แสนคย โดย กกต. ได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติอย่างรัดกุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในด้านการขนส่งบัตรเลือกตั้ง กกต. มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยรับผิดชอบการจัดส่งบัตรเลือกตั้งและเอกสารสำคัญทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการรวบรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วเข้าสู่กระบวนการนับคะแนน พร้อมประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทางการขนส่งด้านนายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล ระบุว่า กรมการกงสุลได้เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร โดยจะจัดเตรียมให้พร้อมภายในคืนนี้และในวันพรุ่งนี้จะเริ่มจัดส่งบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ไปยังสถานทูตและสถานกงสุลไทยใน 67 ประเทศ 95 เมือง เพื่อรองรับคนไทยในต่างแดน พร้อมกำชับให้เร่งประชาสัมพันธ์วัน เวลา และสถานที่ใช้สิทธิให้ชัดเจน และควบคุมการจัดส่งบัตรที่ลงคะแนนแล้วกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยและตรงเวลา ขณะที่พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยการเลือกตั้งทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การคุ้มกันขบวนขนส่งบัตรเลือกตั้ง การดูแลพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางและยึดหลักกฎหมายด้าน นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ระบุว่า ไปรษณีย์ไทยได้รับมอบหมายภารกิจหลัก 5 ด้าน ตั้งแต่การจัดส่งเอกสารแจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกระจายบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ การขนส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ไปจนถึงการรวบรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว โ
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
คนวัยทำงานไทยตายก่อนวัยอันควร เหตุจากโรค NCDs อันดับ 1 ผลตรวจสุขภาพ ปี 68 เผย คนไทย เสี่ยงป่วยโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 45% ความดันโลหิตสูง 29.5% เบาหวาน 10.8% ก.แรงงาน-กสร.-สสส. ผนึกกำลังปั้นกลุ่ม จป. เป็น “ผู้นำสร้างสุขภาวะองค์กร” หนุนใช้แนวคิด “Happy Workplace” ขับเคลื่อนแรงงานปลอดภัย-สุขภาวะดี ล่าสุด พร้อมเดินหน้าขยายผลทั่วไทย เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุม “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จป. ผู้นำการสร้างสุขภาวะองค์กร” ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ผ่านศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต มีผู้บริหารสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) และเครือข่ายความปลอดภัยในการทำงานทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 300 คนร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การมีสุขภาพดี ไม่ต้องเผชิญการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และหัวใจขาดเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารรสจัด ขาดการออกกำลังกาย และเครียดสะสม กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีภารกิจในการคุ้มครอง กำกับ ดูแลให้ลูกจ้างทำงานด้วยความปลอดภัย รวมทั้งการส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงสานพลัง สสส. พัฒนาโครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในสถานประกอบกิจการ สู่การเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะในองค์กร มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการ 424 แห่ง พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลไปสู่สถานประกอบกิจการทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกจ้างมีสุขภาพดี เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ นำพาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไป “ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ ได้มีการพัฒนาให้เกิดหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพ จป. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ” จุดมุ่งหมายสำคัญ คือ การพัฒนาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานให้มีทักษะในการเป็นผู้นำการสร้างเสร
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เกิดกระแสวิพากษ์หนัก ทรัมป์ถอนสหรัฐฯ ออกจากสนธิสัญญาสภาพภูมิอากาศหลักของยูเอ็น พร้อมองค์กรระหว่างประเทศอีกกว่า 60 แห่งสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างกระแสไม่พอใจไปทั่วโลก หลังประกาศถอนตัวออกจากกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งเป็นข้อตกลงนานาชาติหลักในการรับมือวิกฤตโลกร้อน พร้อมถอนออกจากองค์กร หน่วยงาน และคณะกรรมการระหว่างประเทศรวม 66 แห่ง โดยให้เหตุผลว่า “ขัดต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา”บันทึกคำสั่งประธานาธิบดีที่ออกเมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569 ระบุว่า UNFCCC เป็นหนึ่งในองค์กรที่สหรัฐฯ จะยุติการมีส่วนร่วม แม้สนธิสัญญาดังกล่าวจะเป็นรากฐานของความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก และมีประเทศเข้าร่วมครบทุกประเทศทั่วโลกนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ 34 ปีก่อน โดยวุฒิสภาสหรัฐฯ ให้สัตยาบันตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2535ตลอดที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงท่าทีไม่เชื่อถือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเคยเรียกภาวะโลกร้อนว่าเป็น “เรื่องหลอกลวง” และได้ชะลอหรือยกเลิกนโยบายพลังงานสะอาดหลายโครงการ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการยึดติดกับเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อน พายุรุนแรง ภัยแล้ง และความขัดแย้ง ซึ่งกระทบผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก“ไซมอน สตีล” เลขาธิการบริหาร UNFCCC ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็น “การทำร้ายตัวเองอย่างมหาศาล” พร้อมเตือนว่าจะกระทบเศรษฐกิจ การจ้างงาน และคุณภาพชีวิตของชาวอเมริกัน เนื่องจากไฟป่า น้ำท่วม และภัยพิบัติขนาดใหญ่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น ด้าน “จีน่า แมคคาร์ธี” อดีตที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศของทำเนียบขาว ระบุว่าการถอนตัวครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ “คิดสั้น น่าอับอาย และไร้เหตุผล” พร้อมชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังสูญเสียบทบาทผู้นำและอิทธิพลต่อการลงทุน นโยบาย และการตัดสินใจระดับโลก มูลค่าหลายสิบล้านล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดส่วน “มานิช บัปนา” ประธานสภาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ (NRDC) ระบุว่า การถอนตัวจาก UNFCCC เป็น “ความผิดพลาดที่ไม่จำเป็น” และจะยิ่งบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งกำลังครองความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดนอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุว่าสหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ซึ่งเป็
อ่านต่อ >9

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า สภาพอากาศช่วง 8-10 ม.ค. 69 มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรง ยังแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน (สังเกตุเส้นความกดอากาศเท่า สีฟ้า-สีน้ำเงิน เส้น 1020hPa แผ่ปกคลุมถึงภาคอีสาน) เช้าวันนี้ (8 ม.ค.69 น่าจะสูงสุดแล้ว) ทำให้อากาศหนาวเย็นลง และมีลมแรงบางเวลา ช่วง 8-9 ม.ค.69 น่าจะเป็นช่วงที่หนาวเย็นสุดของระลอกนี้ ต้องระวังอากาศที่หนาวเย็นลงหลายพื้นที่ อากาศแห้ง ลมแรง ระวังอัคคีภัย โดยเฉพาะยอดภู ยอดดอยมีอากาศหนาวจัด (อุณหภูมิพื้นราบอาจต่ำกว่า 10 องศาฯ) ส่วนภาคใต้เมื่อลมหนาวแรงขึ้น จะทำให้ภาคใต้โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง (ยังไม่น่ากังวลยังเป็นฝนตามมรสุม) คลื่นลมแรงขึ้นด้วย ต้องระวังอากาศที่หนาวเย็นลง และฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ ส่วนในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 ม.ค. มวลอากาศเย็นที่ปกคลุมจะเริ่มอ่อนกำลังลง (อากาศหนาวคลายลง) อากาศอุ่นขึ้น แต่ยังมีเสริมเป็นระยะๆ ส่วนช่วง 14 - 17 ม.ค. 69 อากาศร้อนขึ้น มวลอากาศเย็นที่แผ่ปกคลุมจะอ่อนกำลังลงอีก ลมอ่อน ต้องระวังฝุ่น ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นบ้างช่วง 12-15 ม.ค.69 แต่ยังเป็นฝนตามฤดูกาล ไม่น่ากังวล
อ่านต่อ >22

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 โดยยืนยันทุกกระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า การเลือกตั้งและประชามติปี 2569 มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้ากว่า 2 ล้าน 4 แสนคน แบ่งเป็นการใช้สิทธินอกเขต ในเขต และนอกราชอาณาจักร ขณะที่การออกเสียงประชามติมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ากว่า 1 ล้าน 5 แสนคย โดย กกต. ได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติอย่างรัดกุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในด้านการขนส่งบัตรเลือกตั้ง กกต. มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยรับผิดชอบการจัดส่งบัตรเลือกตั้งและเอกสารสำคัญทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการรวบรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วเข้าสู่กระบวนการนับคะแนน พร้อมประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทางการขนส่งด้านนายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล ระบุว่า กรมการกงสุลได้เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร โดยจะจัดเตรียมให้พร้อมภายในคืนนี้และในวันพรุ่งนี้จะเริ่มจัดส่งบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ไปยังสถานทูตและสถานกงสุลไทยใน 67 ประเทศ 95 เมือง เพื่อรองรับคนไทยในต่างแดน พร้อมกำชับให้เร่งประชาสัมพันธ์วัน เวลา และสถานที่ใช้สิทธิให้ชัดเจน และควบคุมการจัดส่งบัตรที่ลงคะแนนแล้วกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยและตรงเวลา ขณะที่พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยการเลือกตั้งทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การคุ้มกันขบวนขนส่งบัตรเลือกตั้ง การดูแลพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางและยึดหลักกฎหมายด้าน นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ระบุว่า ไปรษณีย์ไทยได้รับมอบหมายภารกิจหลัก 5 ด้าน ตั้งแต่การจัดส่งเอกสารแจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกระจายบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ การขนส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ไปจนถึงการรวบรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว โ
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
คนวัยทำงานไทยตายก่อนวัยอันควร เหตุจากโรค NCDs อันดับ 1 ผลตรวจสุขภาพ ปี 68 เผย คนไทย เสี่ยงป่วยโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 45% ความดันโลหิตสูง 29.5% เบาหวาน 10.8% ก.แรงงาน-กสร.-สสส. ผนึกกำลังปั้นกลุ่ม จป. เป็น “ผู้นำสร้างสุขภาวะองค์กร” หนุนใช้แนวคิด “Happy Workplace” ขับเคลื่อนแรงงานปลอดภัย-สุขภาวะดี ล่าสุด พร้อมเดินหน้าขยายผลทั่วไทย เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุม “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จป. ผู้นำการสร้างสุขภาวะองค์กร” ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ผ่านศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต มีผู้บริหารสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) และเครือข่ายความปลอดภัยในการทำงานทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 300 คนร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การมีสุขภาพดี ไม่ต้องเผชิญการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และหัวใจขาดเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารรสจัด ขาดการออกกำลังกาย และเครียดสะสม กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีภารกิจในการคุ้มครอง กำกับ ดูแลให้ลูกจ้างทำงานด้วยความปลอดภัย รวมทั้งการส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงสานพลัง สสส. พัฒนาโครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในสถานประกอบกิจการ สู่การเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะในองค์กร มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการ 424 แห่ง พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลไปสู่สถานประกอบกิจการทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกจ้างมีสุขภาพดี เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ นำพาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไป “ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ ได้มีการพัฒนาให้เกิดหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพ จป. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ” จุดมุ่งหมายสำคัญ คือ การพัฒนาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานให้มีทักษะในการเป็นผู้นำการสร้างเสร
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เกิดกระแสวิพากษ์หนัก ทรัมป์ถอนสหรัฐฯ ออกจากสนธิสัญญาสภาพภูมิอากาศหลักของยูเอ็น พร้อมองค์กรระหว่างประเทศอีกกว่า 60 แห่งสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างกระแสไม่พอใจไปทั่วโลก หลังประกาศถอนตัวออกจากกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ซึ่งเป็นข้อตกลงนานาชาติหลักในการรับมือวิกฤตโลกร้อน พร้อมถอนออกจากองค์กร หน่วยงาน และคณะกรรมการระหว่างประเทศรวม 66 แห่ง โดยให้เหตุผลว่า “ขัดต่อผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา”บันทึกคำสั่งประธานาธิบดีที่ออกเมื่อวันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569 ระบุว่า UNFCCC เป็นหนึ่งในองค์กรที่สหรัฐฯ จะยุติการมีส่วนร่วม แม้สนธิสัญญาดังกล่าวจะเป็นรากฐานของความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลก และมีประเทศเข้าร่วมครบทุกประเทศทั่วโลกนับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อ 34 ปีก่อน โดยวุฒิสภาสหรัฐฯ ให้สัตยาบันตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2535ตลอดที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงท่าทีไม่เชื่อถือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศ โดยเคยเรียกภาวะโลกร้อนว่าเป็น “เรื่องหลอกลวง” และได้ชะลอหรือยกเลิกนโยบายพลังงานสะอาดหลายโครงการ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการยึดติดกับเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดคลื่นความร้อน พายุรุนแรง ภัยแล้ง และความขัดแย้ง ซึ่งกระทบผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก“ไซมอน สตีล” เลขาธิการบริหาร UNFCCC ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็น “การทำร้ายตัวเองอย่างมหาศาล” พร้อมเตือนว่าจะกระทบเศรษฐกิจ การจ้างงาน และคุณภาพชีวิตของชาวอเมริกัน เนื่องจากไฟป่า น้ำท่วม และภัยพิบัติขนาดใหญ่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น ด้าน “จีน่า แมคคาร์ธี” อดีตที่ปรึกษาด้านสภาพภูมิอากาศของทำเนียบขาว ระบุว่าการถอนตัวครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ “คิดสั้น น่าอับอาย และไร้เหตุผล” พร้อมชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังสูญเสียบทบาทผู้นำและอิทธิพลต่อการลงทุน นโยบาย และการตัดสินใจระดับโลก มูลค่าหลายสิบล้านล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดส่วน “มานิช บัปนา” ประธานสภาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ (NRDC) ระบุว่า การถอนตัวจาก UNFCCC เป็น “ความผิดพลาดที่ไม่จำเป็น” และจะยิ่งบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งกำลังครองความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดนอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุว่าสหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ซึ่งเป็
อ่านต่อ >9

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า สภาพอากาศช่วง 8-10 ม.ค. 69 มวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรง ยังแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน (สังเกตุเส้นความกดอากาศเท่า สีฟ้า-สีน้ำเงิน เส้น 1020hPa แผ่ปกคลุมถึงภาคอีสาน) เช้าวันนี้ (8 ม.ค.69 น่าจะสูงสุดแล้ว) ทำให้อากาศหนาวเย็นลง และมีลมแรงบางเวลา ช่วง 8-9 ม.ค.69 น่าจะเป็นช่วงที่หนาวเย็นสุดของระลอกนี้ ต้องระวังอากาศที่หนาวเย็นลงหลายพื้นที่ อากาศแห้ง ลมแรง ระวังอัคคีภัย โดยเฉพาะยอดภู ยอดดอยมีอากาศหนาวจัด (อุณหภูมิพื้นราบอาจต่ำกว่า 10 องศาฯ) ส่วนภาคใต้เมื่อลมหนาวแรงขึ้น จะทำให้ภาคใต้โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง (ยังไม่น่ากังวลยังเป็นฝนตามมรสุม) คลื่นลมแรงขึ้นด้วย ต้องระวังอากาศที่หนาวเย็นลง และฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ ส่วนในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 ม.ค. มวลอากาศเย็นที่ปกคลุมจะเริ่มอ่อนกำลังลง (อากาศหนาวคลายลง) อากาศอุ่นขึ้น แต่ยังมีเสริมเป็นระยะๆ ส่วนช่วง 14 - 17 ม.ค. 69 อากาศร้อนขึ้น มวลอากาศเย็นที่แผ่ปกคลุมจะอ่อนกำลังลงอีก ลมอ่อน ต้องระวังฝุ่น ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นบ้างช่วง 12-15 ม.ค.69 แต่ยังเป็นฝนตามฤดูกาล ไม่น่ากังวล
อ่านต่อ >22