
#ข่าวการเงิน การลงทุน #ทันหุ้น
#ทันหุ้น #2026 #SET #PTT เดินเครื่องโรงกลั่นเกิน 100% เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศอย่างโปร่งใสบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. เร่งผลิตและกระจายน้ำมันเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น โดยโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วย Thai Oil Public Company Limited (TOP), PTT Global Chemical Public Company Limited (GC) และ IRPC Public Company Limited (IRPC) เดินเครื่องผลิตเฉลี่ย 105% ของกำลังการผลิต และเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องจากข้อมูลการบริหารจัดการโรงกลั่นของกลุ่ม ปตท. พบว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ 48 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 51.4 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นน้ำมันที่ผลิตได้ถูกจัดสรรเข้าสู่ตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการจำหน่ายดีเซลในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 42 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 49.3 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การส่งออกได้ปรับลดลงจาก 6.3 ล้านลิตรต่อวัน เหลือประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของน้ำมันในตลาด กลุ่ม ปตท. ได้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้เพิ่มเติม ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำรองในระบบการผลิตจากระดับปกติประมาณ 600 ล้านลิตร เหลือประมาณ 330 ล้านลิตร ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับปริมาณสำรองขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดในส่วนของสถานีบริการ ปัจจุบัน PTT Station เปิดให้บริการครบทั้ง 2,255 สถานีทั่วประเทศ และมีการเพิ่มรอบการขนส่งน้ำมันทั้งทางรถบรรทุก ท่อส่ง และเรืออย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการขนส่งทางรถบรรทุกซึ่งได้เพิ่มรอบการขนส่งสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของการขนส่งน้ำมันข้อมูลการจำหน่ายของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พบว่า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 41.37 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 47.1 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 14% โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นประมาณ 18% จากระดับปกติในบางช่วงเวลา อาจมีบางสถานีบริการต้องรอการเติมน้ำมัน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นผิดปกติในบางพื้นที่ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าพื้นที่ที่มีการรอการเติมน้ำมันเกิน 12 ชั่วโมง เกิดขึ้นเฉพาะบางพื้น
อ่านต่อ >25

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีคำสั่งให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. เดินหน้าปราบปรามปัญหาการกักตุนและลักลอบส่งออกน้ำมัน หลังพบความเสี่ยงกระทบต่อเสถียรภาพพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการหารือร่วมกับผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรอง ผอ.รมน. และเสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. เพื่อกำหนดแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการตรวจสอบตลอดห่วงโซ่น้ำมันตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง แนวทางปฏิบัติถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ครอบคลุมทุกขั้นตอนในระบบพลังงานระดับต้นทาง มุ่งตรวจสอบโรงกลั่นน้ำมัน โดยมอบหมายให้หน่วยงานด้านความมั่นคงพลังงานของ กอ.รมน. ติดตามกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันการนำผลิตภัณฑ์ออกนอกระบบอย่างผิดปกติระดับกลางทาง เน้นการควบคุมการขนส่งและกระจายน้ำมัน โดยให้ กอ.รมน.จังหวัดและหน่วยปฏิบัติการตามแนวชายแดนเฝ้าระวังเส้นทางเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดการลักลอบขนส่งออกนอกประเทศระดับปลายทาง เป็นการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน โดยชุดตรวจร่วมในแต่ละพื้นที่จะสุ่มตรวจปริมาณการจำหน่ายและพฤติกรรมที่เข้าข่ายกักตุนหรือฝ่าฝืนกฎหมายรัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเสถียรภาพพลังงานในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น และสถานการณ์ตลาดโลกผันผวน โดยเป้าหมายสำคัญคือป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค และทำให้ระบบค้าพลังงานมีความโปร่งใสมากขึ้น ทั้งนี้ กอ.รมน.จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าประเทศยังมีพลังงานเพียงพอและอยู่ภายใต้การควบคุม
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สินค้าควบคุมนางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงมาตรการดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้าประจำวันของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า จะมีการเพิ่มสินค้าและบริการควบคุมช่วงเวลาช่วงนี้ จากเดิม 59 รายการ เป็น 66 รายการ โดยมีการเสนอสินค้าควบคุมรายการใหม่ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว คือ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส ส่วนรายการเพิ่มเติมจากนี้ต้องรอการทำประชาพิจารณ์ 7-15 วัน จากนั้นก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ยังมีการเพิ่มกลุ่มสินค้าที่จะต้องขออนุญาตปรับราคาก่อนจำหน่าย 6 รายการสินค้า ได้แก่ กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผ้าอนามัย ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน สบู่ก้อน สบู่เหลวนางสาวกนิษฐา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังคงทำงานร่วมกับผู้ว่าฯและพาณิชย์จังหวัด เพื่อติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการทุกวัน เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการช่วยโอกาสขึ้นราคาเกินควร และการกักตุนสินค้า โดยได้ดำเนินการตรวจสอบต่อเนื่องทุกวันตั้งแต่วันที่ 1-26 มี.ค. ได้รับเรื่องร้องเรียน 410 คำร้อง ตรวจสอบไปแล้ว 187 คำร้อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบกว่า 200 คำร้อง ซึ่งในจำนวนนี้มีการร้องเรียนเรื่องจำหน่ายราคาเกินควร 44 คำร้อง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกให้นำเอกสารต้นทุนมาวิเคราะห์แล้ว หากพบว่า จำหน่ายราคาสูงเกินจริงจะดำเนินดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุดจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงทั่วโลกทำให้ราคาสินค้าต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างเร็วนั้น รมว.พาณิชย์ได้แถลงความช่วยเหลือลดค่าครองชีพประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบให้ครอบคลุมทุกกลุ่มทั้งเกษตรกร ผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงผู้บริโภคเพื่อให้อยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก สำหรับมาตรการแรก "ไทยช่วยไทย" ลดภาระค่าครองชีพผ่านผู้ค้าโมเดิร์นเทรด จะเริ่มในวันที่ 1 เมษายน 2569 นี้ โดยจะคัดเลือกสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในราคาพิเศษ แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก อาทิ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก กระดาษชำระ ลดราคาสูงสุดถึง 50% ส่วนสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำปลา อาหารกระป๋อง ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะลดสูงสุด 25% ซึ่งจะเป็นทางเลือกสำหรับสินค้าราคาประหยัดนอกจากนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประ
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
7 มาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง 26 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษวันนี้มีมติเห็นชอบมาตรการการรับมือวิกฤตสถานการณ์ในตะวันออกกลางและปัญหาราคาน้ำมัน 7 แนวทางด้วยกัน คือ 1. ให้กระทรวงคลังไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตว่าจะมีแนวทางอย่างไร อัตราเท่าไหร่2. การดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยการเติมเงินเพิ่มให้เบื้องต้น 100 บาท/คน/เดือน จากเดิมให้วงเงิน 300 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ3. อุดหนุนกลุ่มขนส่ง รถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกสินค้า รถขนส่งขนาดเล็ก และ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะเน้นตามการใช้จ่ายจริงด้วยการติดตามผ่านระบบ GPS4. ภาคเกษตร จะมีโครงการธงเขียวบัตรดินดี เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร สนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือก5. กลุ่มประมง สนับสนุนการใช้ B206. กลุ่มก่อสร้าง จะชดเชยค่า k รวมทั้งขยายเวลาตรวจรับงานเป็นรายกรณีให้สอดคล้องตามความเป็นจริง7. การช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ผ่านธนาคารออกมสินที่จะออกสินเชื่อ Soft Loan วงเงิน 10,000 ล้านบาท
อ่านต่อ >33

#ข่าวการเงิน การลงทุน #ทันหุ้น
#ทันหุ้น #2026 #SET #PTT เดินเครื่องโรงกลั่นเกิน 100% เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศอย่างโปร่งใสบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. เร่งผลิตและกระจายน้ำมันเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น โดยโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วย Thai Oil Public Company Limited (TOP), PTT Global Chemical Public Company Limited (GC) และ IRPC Public Company Limited (IRPC) เดินเครื่องผลิตเฉลี่ย 105% ของกำลังการผลิต และเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องจากข้อมูลการบริหารจัดการโรงกลั่นของกลุ่ม ปตท. พบว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ 48 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 51.4 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นน้ำมันที่ผลิตได้ถูกจัดสรรเข้าสู่ตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการจำหน่ายดีเซลในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 42 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 49.3 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การส่งออกได้ปรับลดลงจาก 6.3 ล้านลิตรต่อวัน เหลือประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของน้ำมันในตลาด กลุ่ม ปตท. ได้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้เพิ่มเติม ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำรองในระบบการผลิตจากระดับปกติประมาณ 600 ล้านลิตร เหลือประมาณ 330 ล้านลิตร ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับปริมาณสำรองขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดในส่วนของสถานีบริการ ปัจจุบัน PTT Station เปิดให้บริการครบทั้ง 2,255 สถานีทั่วประเทศ และมีการเพิ่มรอบการขนส่งน้ำมันทั้งทางรถบรรทุก ท่อส่ง และเรืออย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการขนส่งทางรถบรรทุกซึ่งได้เพิ่มรอบการขนส่งสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของการขนส่งน้ำมันข้อมูลการจำหน่ายของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พบว่า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 41.37 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 47.1 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 14% โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นประมาณ 18% จากระดับปกติในบางช่วงเวลา อาจมีบางสถานีบริการต้องรอการเติมน้ำมัน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นผิดปกติในบางพื้นที่ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าพื้นที่ที่มีการรอการเติมน้ำมันเกิน 12 ชั่วโมง เกิดขึ้นเฉพาะบางพื้น
อ่านต่อ >25

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีคำสั่งให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. เดินหน้าปราบปรามปัญหาการกักตุนและลักลอบส่งออกน้ำมัน หลังพบความเสี่ยงกระทบต่อเสถียรภาพพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการหารือร่วมกับผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรอง ผอ.รมน. และเสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ กอ.รมน. เพื่อกำหนดแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการตรวจสอบตลอดห่วงโซ่น้ำมันตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง แนวทางปฏิบัติถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ครอบคลุมทุกขั้นตอนในระบบพลังงานระดับต้นทาง มุ่งตรวจสอบโรงกลั่นน้ำมัน โดยมอบหมายให้หน่วยงานด้านความมั่นคงพลังงานของ กอ.รมน. ติดตามกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันการนำผลิตภัณฑ์ออกนอกระบบอย่างผิดปกติระดับกลางทาง เน้นการควบคุมการขนส่งและกระจายน้ำมัน โดยให้ กอ.รมน.จังหวัดและหน่วยปฏิบัติการตามแนวชายแดนเฝ้าระวังเส้นทางเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดการลักลอบขนส่งออกนอกประเทศระดับปลายทาง เป็นการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน โดยชุดตรวจร่วมในแต่ละพื้นที่จะสุ่มตรวจปริมาณการจำหน่ายและพฤติกรรมที่เข้าข่ายกักตุนหรือฝ่าฝืนกฎหมายรัฐบาลย้ำว่ามาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเสถียรภาพพลังงานในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น และสถานการณ์ตลาดโลกผันผวน โดยเป้าหมายสำคัญคือป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค และทำให้ระบบค้าพลังงานมีความโปร่งใสมากขึ้น ทั้งนี้ กอ.รมน.จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าประเทศยังมีพลังงานเพียงพอและอยู่ภายใต้การควบคุม
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สินค้าควบคุมนางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงมาตรการดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้าประจำวันของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า จะมีการเพิ่มสินค้าและบริการควบคุมช่วงเวลาช่วงนี้ จากเดิม 59 รายการ เป็น 66 รายการ โดยมีการเสนอสินค้าควบคุมรายการใหม่ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว คือ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส ส่วนรายการเพิ่มเติมจากนี้ต้องรอการทำประชาพิจารณ์ 7-15 วัน จากนั้นก็จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ยังมีการเพิ่มกลุ่มสินค้าที่จะต้องขออนุญาตปรับราคาก่อนจำหน่าย 6 รายการสินค้า ได้แก่ กระดาษชำระ กระดาษเช็ดหน้า แชมพู ผ้าอนามัย ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก ผลิตภัณฑ์ล้างจาน สบู่ก้อน สบู่เหลวนางสาวกนิษฐา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังคงทำงานร่วมกับผู้ว่าฯและพาณิชย์จังหวัด เพื่อติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการทุกวัน เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการช่วยโอกาสขึ้นราคาเกินควร และการกักตุนสินค้า โดยได้ดำเนินการตรวจสอบต่อเนื่องทุกวันตั้งแต่วันที่ 1-26 มี.ค. ได้รับเรื่องร้องเรียน 410 คำร้อง ตรวจสอบไปแล้ว 187 คำร้อง อยู่ระหว่างการตรวจสอบกว่า 200 คำร้อง ซึ่งในจำนวนนี้มีการร้องเรียนเรื่องจำหน่ายราคาเกินควร 44 คำร้อง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกให้นำเอกสารต้นทุนมาวิเคราะห์แล้ว หากพบว่า จำหน่ายราคาสูงเกินจริงจะดำเนินดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุดจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงทั่วโลกทำให้ราคาสินค้าต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างเร็วนั้น รมว.พาณิชย์ได้แถลงความช่วยเหลือลดค่าครองชีพประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ถูกออกแบบให้ครอบคลุมทุกกลุ่มทั้งเกษตรกร ผู้ผลิตรายใหญ่และรายย่อย รวมถึงผู้บริโภคเพื่อให้อยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก สำหรับมาตรการแรก "ไทยช่วยไทย" ลดภาระค่าครองชีพผ่านผู้ค้าโมเดิร์นเทรด จะเริ่มในวันที่ 1 เมษายน 2569 นี้ โดยจะคัดเลือกสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันมาจำหน่ายในราคาพิเศษ แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก อาทิ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก กระดาษชำระ ลดราคาสูงสุดถึง 50% ส่วนสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำปลา อาหารกระป๋อง ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป จะลดสูงสุด 25% ซึ่งจะเป็นทางเลือกสำหรับสินค้าราคาประหยัดนอกจากนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยผู้ประกอบการรายใหญ่และผู้ประ
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
7 มาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง 26 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษวันนี้มีมติเห็นชอบมาตรการการรับมือวิกฤตสถานการณ์ในตะวันออกกลางและปัญหาราคาน้ำมัน 7 แนวทางด้วยกัน คือ 1. ให้กระทรวงคลังไปพิจารณาการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตว่าจะมีแนวทางอย่างไร อัตราเท่าไหร่2. การดูแลกลุ่มเปราะบางผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยการเติมเงินเพิ่มให้เบื้องต้น 100 บาท/คน/เดือน จากเดิมให้วงเงิน 300 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ3. อุดหนุนกลุ่มขนส่ง รถโดยสารสาธารณะ รถบรรทุกสินค้า รถขนส่งขนาดเล็ก และ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะเน้นตามการใช้จ่ายจริงด้วยการติดตามผ่านระบบ GPS4. ภาคเกษตร จะมีโครงการธงเขียวบัตรดินดี เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร สนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เป็นทางเลือก5. กลุ่มประมง สนับสนุนการใช้ B206. กลุ่มก่อสร้าง จะชดเชยค่า k รวมทั้งขยายเวลาตรวจรับงานเป็นรายกรณีให้สอดคล้องตามความเป็นจริง7. การช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ผ่านธนาคารออกมสินที่จะออกสินเชื่อ Soft Loan วงเงิน 10,000 ล้านบาท
อ่านต่อ >33

#ข่าวการเงิน การลงทุน #ทันหุ้น
#ทันหุ้น #2026 #SET #PTT เดินเครื่องโรงกลั่นเกิน 100% เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศอย่างโปร่งใสบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. เร่งผลิตและกระจายน้ำมันเต็มกำลัง เพื่อให้ประชาชนมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอในช่วงที่ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงขึ้น โดยโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วย Thai Oil Public Company Limited (TOP), PTT Global Chemical Public Company Limited (GC) และ IRPC Public Company Limited (IRPC) เดินเครื่องผลิตเฉลี่ย 105% ของกำลังการผลิต และเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เพื่อกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการและผู้ค้าส่งทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องจากข้อมูลการบริหารจัดการโรงกลั่นของกลุ่ม ปตท. พบว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ 48 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 51.4 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นน้ำมันที่ผลิตได้ถูกจัดสรรเข้าสู่ตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการจำหน่ายดีเซลในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 42 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 49.3 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่การส่งออกได้ปรับลดลงจาก 6.3 ล้านลิตรต่อวัน เหลือประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศเพื่อเพิ่มสภาพคล่องของน้ำมันในตลาด กลุ่ม ปตท. ได้นำน้ำมันสำรองออกมาใช้เพิ่มเติม ส่งผลให้ระดับน้ำมันสำรองในระบบการผลิตจากระดับปกติประมาณ 600 ล้านลิตร เหลือประมาณ 330 ล้านลิตร ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับปริมาณสำรองขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนดในส่วนของสถานีบริการ ปัจจุบัน PTT Station เปิดให้บริการครบทั้ง 2,255 สถานีทั่วประเทศ และมีการเพิ่มรอบการขนส่งน้ำมันทั้งทางรถบรรทุก ท่อส่ง และเรืออย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะการขนส่งทางรถบรรทุกซึ่งได้เพิ่มรอบการขนส่งสูงสุดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของการขนส่งน้ำมันข้อมูลการจำหน่ายของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พบว่า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเพิ่มขึ้นจาก 41.37 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 47.1 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 14% โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นประมาณ 18% จากระดับปกติในบางช่วงเวลา อาจมีบางสถานีบริการต้องรอการเติมน้ำมัน เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นผิดปกติในบางพื้นที่ โดยข้อมูลล่าสุดพบว่าพื้นที่ที่มีการรอการเติมน้ำมันเกิน 12 ชั่วโมง เกิดขึ้นเฉพาะบางพื้น
อ่านต่อ >25