
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เมื่อการเลือกตั้ง 2569 คือคำตอบของอนาคตคนชราไทยการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังกลายเป็นจุดตัดสำคัญของสังคมไทย ไม่ใช่เพียงในมิติการเมือง แต่เป็นการตัดสินใจเชิงโครงสร้างว่า ประเทศจะดูแลประชาชนหลังวัยทำงานอย่างไร ในวันที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ และจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการสร้างรายได้ของรัฐนโยบายประกันสังคม บำนาญ และหวยเกษียณ จึงไม่ได้ถูกพูดถึงแยกส่วน หากแต่ถูกนำมาเชื่อมโยงกันในฐานะ “ระบบรายได้ยามชรา” ที่แต่ละพรรคการเมืองเลือกใช้ต่างวิธี ต่างจังหวะ และต่างความเชื่อทางนโยบายผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้น กับภาระที่ไม่อาจผลักให้ครอบครัวรับไว้ฝ่ายเดียวเมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ระดับปัจเจก แต่ลามไปถึงเศรษฐกิจภาพรวม หากผู้สูงอายุไม่มีรายได้มั่นคง ครอบครัวต้องรับภาระเพิ่ม กำลังซื้อหดตัว และรัฐต้องใช้งบฉุกเฉินมากขึ้นในระยะยาวจากเหตุผลนี้ พรรคการเมืองทุกพรรคจึงต้องเสนอคำตอบที่มากกว่า “เงินช่วยเหลือรายเดือน” แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่า ระบบที่เสนอจะพยุงประเทศได้จริงหรือไม่ ในอีก 10–30 ปีข้างหน้า 1) ประกันสังคม เสาหลักเดิมที่พรรคการเมืองเห็นตรงกันว่า “ยังไม่พอ”ประกันสังคมเป็นเครื่องมือหลักสำหรับแรงงานในระบบ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ คนไทยจำนวนมากไม่เคยอยู่ในระบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบซึ่งเป็นฐานใหญ่ของประเทศพรรค พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาชน มองตรงกันว่า หากไม่ปฏิรูปหรือเชื่อมประกันสังคมเข้ากับระบบสวัสดิการอื่น ผู้สูงอายุจำนวนมากจะหลุดจากการคุ้มครอง ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย เน้นการใช้กลไกการจ้างงานและแรงจูงใจทางภาษี เพื่อให้คนทำงานในระบบนานขึ้น ลดแรงกดดันต่อกองทุนในระยะยาวประเด็นนี้ทำให้ประกันสังคมถูกมองว่าเป็น “ฐาน” แต่ไม่ใช่ “คำตอบทั้งหมด” ของปัญหาคนชรา2) บำนาญและเบี้ยยังชีพถ้วนหน้า ทางเลือกที่ไปถึงคนเร็ว แต่ต้องชัดเรื่องความยั่งยืนการเพิ่มเบี้ยยังชีพหรือบำนาญถ้วนหน้า เป็นแนวทางที่หลายพรรคใช้เป็นแกนหลัก เพราะสามารถช่วยผู้สูงอายุที่ไม่มีเงินออมได้ทันทีพรรค พรรคประชาชน เสนอการยกระดับเบี้ยยังชีพแบบถ้วนหน้า ควบคู่กับระบบดูแลระยะยาว เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้ขั้นต่ำและการดูแลที่ต่อเนื่องพรรค พรรคประชาธิปัตย์ วางแนวคิดบำนาญถ้วนหน้า ผสมกับเครื่องมือทางการเงินและชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุพึ่งตนเองได้มากขึ้นขณะที่ พรรคเพื่อไทย
อ่านต่อ >20

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นสมรภูมิชี้ทิศทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ในจังหวะที่หลายสำนักประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 โตแบบระมัดระวัง และโจทย์เชิงโครงสร้างยังค้างยาวตั้งแต่หนี้ครัวเรือน รายได้ไม่ทันค่าครองชีพ ไปจนถึงความสามารถแข่งขันของประเทศ ขณะเดียวกัน “กระแสคะแนนนิยม” ที่ถูกอ้างอิงในสนามการเมืองเริ่มเห็นภาพการแข่งขันชัดขึ้น ผลสำรวจที่เผยแพร่ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ระบุว่า คะแนนนิยมแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนอยู่ราว 30.48% ตามด้วยภูมิใจไทย 22.32% เพื่อไทย 15.44% และประชาธิปัตย์ 12.56% การชิงพื้นที่กลางทางเศรษฐกิจจึงไม่ใช่แค่ใครแจกมากกว่า แต่คือใครตอบโจทย์ “โตอย่างไรให้ยั่งยืน” และ “ภาระรัฐไหวแค่ไหน” ได้มากกว่าพรรคประชาชน วางแผนปฏิรูปทั้งระบบ เน้นลงทุนและกติกาใหม่พรรคประชาชนวางภาพเศรษฐกิจผ่านการ “ยกเครื่องโครงสร้าง” ตั้งแต่งบลงทุนขนาดใหญ่ไปถึงกติกาภาษี โดยหนึ่งในหมุดหมายที่ถูกพูดถึงคือแนวคิดเมกะโปรเจกต์สีส้ม วงเงินระดับ 6.3 แสนล้านบาทในกรอบ 8 ปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แกนหลักของพรรคอยู่ที่การดันผลิตภาพของประเทศผ่านระบบขนส่งสาธารณะ ต้นทุนสาธารณูปโภค โครงสร้างดิจิทัล และการปรับกติกาเศรษฐกิจให้โปร่งใสขึ้น พร้อมวางบทบาทรัฐเป็นผู้ลงทุนเพื่อเปิดทางให้เอกชนแข่งขันได้จริง โดยผูกกับประเด็น SME แรงงาน และการใช้เทคโนโลยีในภาครัฐ พรรคภูมิใจไทย เศรษฐกิจ 10 Plus เติมกำลังฐานรากคู่ดึงลงทุนภูมิใจไทยชูภาพการ “เร่งเครื่องให้คนตัวเล็กเดินได้” ควบคู่การดึงเม็ดเงินลงทุนใหม่ผ่านมาตรการอำนวยความสะดวกและแพ็กเกจส่งเสริมอุตสาหกรรม เป้าหมายสำคัญคือทำให้กำลังซื้อไม่หาย และสร้างสภาพแวดล้อมให้ลงทุนเกิดเร็วขึ้นนโยบายในโทนนี้มักเดินคู่กับมาตรการลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน และแผนแก้หนี้ที่เน้นลดแรงกดดันรายเดือน เพื่อกันไม่ให้เศรษฐกิจชะงักในระดับครัวเรือนก่อนถึงระดับมหภาคพรรคเพื่อไทย เศรษฐกิจมูลค่าสูง แก้หนี้ควบ AI เป็นเครื่องมือรัฐเพื่อไทยวางกรอบเศรษฐกิจผ่าน “มูลค่าสูง” และ “เทคโนโลยี” โดยหยิบ AI และข้อมูลมาเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพรัฐและบริการสาธารณะ ตั้งแต่สุขภาพ เกษตร ไปจนถึงระบบยุติธรรม พร้อมเดินเกมใหญ่เรื่องการจัดการหนี้ที่พยายามปิดจุดเจ็บของฐานรากและกลุ่มเปราะบางให้เร็วโจทย์สำคัญของเพื่อไทยอยู่ที่การทำให้มาตรการขนาดใหญ่เดินพร้อมกันได้ ทั้งกา
อ่านต่อ >36

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
จุดเริ่มต้นประท้วงอิหร่านครั้งล่าสุด28 ธันวาคม 2025 การประท้วงในกรุงเตหะรานได้ปะทุขึ้น หลังจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนักดำเนินมาตลอดปีที่ผ่านมา และค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว โดยสูญเสียมูลค่าไปมากกว่า 40% นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง 12 วันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจอิหร่านล่มสลาย โดยค่าเงินเรียลลดลงเกือบ 90 % นับตั้งแต่สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้งในปี 2018การประท้วงลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศ เมื่อกลุ่มนักศึกษาเข้าร่วมการประท้วงด้วย ทำให้การประท้วงปัญหาด้านเศรษฐกิจ กลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาล และกลายเป็นความท้าทายที่ท้าทายที่สุดต่อรัฐบาลอิหร่าน นับตั้งแต่การเคลื่อนไหว “สตรี ชีวิต เสรีภาพ” ในปี 2022-2023 ยิ่งไปกว่านั้น การประท้วงเกิดขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงจากการแทรกแซงจากต่างประเทศ เมื่ออิสราเอลขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอีกครั้งส่วนสหรัฐฯ แสดงถึงความพร้อมที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดด้วยการจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 จึงมีความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจจะฉวยโอกาสนี้ ใช้กำลังทหารแทรกแซงการประท้วงในอิหร่านด้วยในช่วงต้นเดือนมกราคม การประท้วงได้ปะทุขึ้นทั่วทั้ง 31 จังหวัดในอิหร่าน บางพื้นที่กลายเป็นการปะทะรุนแรงกับกองกำลังความมั่นคง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน รัฐบาลตอบโต้การประท้วงอย่างไรมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้วางตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยการประท้วง ในขณะที่เขายอมรับข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงและเรียกร้องให้มีการเจรจา พร้อมยังเน้นย้ำถึงความสามัคคีเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากภายนอกสื่อของรัฐได้รายงานข่าวการประท้วงทางโทรทัศน์ โดยระบุว่า เป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ในขณะเดียวกัน การปะทะกันระหว่างกองกำลังความมั่นนคง และผู้ประท้วงก็ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกจากการประท้วงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมสองวันต่อมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเข้าแทรกแซงหากผู้ประท้วงยังคงถูกฆ่าตาย ในขณะที่อิสราเอลไม่พลาดใช้โอกาสนี้ ประณามรัฐบาลอิหร่านที่กดขี่สิทธิเสรีภาพของประชาชนมาอย่างยาวนาน จนทำให้เกิดการลุกฮือประท้วงในครั้งนี้ เพ
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ที่มาของข่าวที่สังคมสนใจนี้ มาจาก พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ที่อัพเดทความคืบหน้าโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เขาชี้ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีแรงจูงใจการลงทุน และพบว่า นักลงทุนไทยสนใจการลงทุนในสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีแลนด์ หากมันจะเกิดใน EEC และไม่เพียงแค่ดิสนีแลนด์เท่านั้น เขาได้สั่งให้เตรียมพื้นที่ใน 4 จังหวัดของ EEC เพื่อรองรับการสร้างสนามกีฬาระดับโลก 80,000 ที่นั่ง ด้วย สำหรับดิสนีแลนด์นั้น เบื้องต้น ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสม จะเป็นขนาดกลาง 1,800 – 2,000 ไร่ เพื่อจูงใจให้คนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในทุก ๆ วัน เดินทางสะดวกรวดเร็ว ด้วยรถไฟความเร็วสูงแล้วไม่ใช่แค่สวนสนุก แต่ยังมีศูนย์การค้า โรงแรม และบริการด้านท่องเที่ยวแบบครบวงจร ยกเว้นกาสิโนแล้วไทยจะนำดิสนีแลนด์เข้ามาได้อย่างไร ทางเลือกคือการซื้อลิขสิทธิ์ จากดิสนีย์ และหาผู้ลงทุนมาร่วมดำเนินการ ปัจจุบัน ดิสนีแลนด์และสวนสนุกในเครือมี 7 แห่ง ใน 5 ประเทศทั่วโลก คือ- วอลต์ดิสนีย์ เวิลด์ รีสอร์ท ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ - ดิสนีแลนด์ ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ - โตเกียวดิสนีแลนด์ ในญี่ปุ่น- โตเกียว ดิสนีย์ซี ในญี่ปุ่น- เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์ รีสอร์ท ในประเทศจีน - ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ - และดิสนีแลนด์ ปารีส ในฝรั่งเศสนั่นหมายความว่า หากไทยดึงดิสนีย์แลนด์เข้ามาได้จริง จะถือเป็นชาติแรกในอาเซียน ที่มีสวนสนุกระดับโลกนี้
อ่านต่อ >17

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เมื่อการเลือกตั้ง 2569 คือคำตอบของอนาคตคนชราไทยการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังกลายเป็นจุดตัดสำคัญของสังคมไทย ไม่ใช่เพียงในมิติการเมือง แต่เป็นการตัดสินใจเชิงโครงสร้างว่า ประเทศจะดูแลประชาชนหลังวัยทำงานอย่างไร ในวันที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ และจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการสร้างรายได้ของรัฐนโยบายประกันสังคม บำนาญ และหวยเกษียณ จึงไม่ได้ถูกพูดถึงแยกส่วน หากแต่ถูกนำมาเชื่อมโยงกันในฐานะ “ระบบรายได้ยามชรา” ที่แต่ละพรรคการเมืองเลือกใช้ต่างวิธี ต่างจังหวะ และต่างความเชื่อทางนโยบายผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้น กับภาระที่ไม่อาจผลักให้ครอบครัวรับไว้ฝ่ายเดียวเมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ระดับปัจเจก แต่ลามไปถึงเศรษฐกิจภาพรวม หากผู้สูงอายุไม่มีรายได้มั่นคง ครอบครัวต้องรับภาระเพิ่ม กำลังซื้อหดตัว และรัฐต้องใช้งบฉุกเฉินมากขึ้นในระยะยาวจากเหตุผลนี้ พรรคการเมืองทุกพรรคจึงต้องเสนอคำตอบที่มากกว่า “เงินช่วยเหลือรายเดือน” แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่า ระบบที่เสนอจะพยุงประเทศได้จริงหรือไม่ ในอีก 10–30 ปีข้างหน้า 1) ประกันสังคม เสาหลักเดิมที่พรรคการเมืองเห็นตรงกันว่า “ยังไม่พอ”ประกันสังคมเป็นเครื่องมือหลักสำหรับแรงงานในระบบ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ คนไทยจำนวนมากไม่เคยอยู่ในระบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบซึ่งเป็นฐานใหญ่ของประเทศพรรค พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาชน มองตรงกันว่า หากไม่ปฏิรูปหรือเชื่อมประกันสังคมเข้ากับระบบสวัสดิการอื่น ผู้สูงอายุจำนวนมากจะหลุดจากการคุ้มครอง ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย เน้นการใช้กลไกการจ้างงานและแรงจูงใจทางภาษี เพื่อให้คนทำงานในระบบนานขึ้น ลดแรงกดดันต่อกองทุนในระยะยาวประเด็นนี้ทำให้ประกันสังคมถูกมองว่าเป็น “ฐาน” แต่ไม่ใช่ “คำตอบทั้งหมด” ของปัญหาคนชรา2) บำนาญและเบี้ยยังชีพถ้วนหน้า ทางเลือกที่ไปถึงคนเร็ว แต่ต้องชัดเรื่องความยั่งยืนการเพิ่มเบี้ยยังชีพหรือบำนาญถ้วนหน้า เป็นแนวทางที่หลายพรรคใช้เป็นแกนหลัก เพราะสามารถช่วยผู้สูงอายุที่ไม่มีเงินออมได้ทันทีพรรค พรรคประชาชน เสนอการยกระดับเบี้ยยังชีพแบบถ้วนหน้า ควบคู่กับระบบดูแลระยะยาว เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้ขั้นต่ำและการดูแลที่ต่อเนื่องพรรค พรรคประชาธิปัตย์ วางแนวคิดบำนาญถ้วนหน้า ผสมกับเครื่องมือทางการเงินและชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุพึ่งตนเองได้มากขึ้นขณะที่ พรรคเพื่อไทย
อ่านต่อ >20

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นสมรภูมิชี้ทิศทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ในจังหวะที่หลายสำนักประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 โตแบบระมัดระวัง และโจทย์เชิงโครงสร้างยังค้างยาวตั้งแต่หนี้ครัวเรือน รายได้ไม่ทันค่าครองชีพ ไปจนถึงความสามารถแข่งขันของประเทศ ขณะเดียวกัน “กระแสคะแนนนิยม” ที่ถูกอ้างอิงในสนามการเมืองเริ่มเห็นภาพการแข่งขันชัดขึ้น ผลสำรวจที่เผยแพร่ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ระบุว่า คะแนนนิยมแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนอยู่ราว 30.48% ตามด้วยภูมิใจไทย 22.32% เพื่อไทย 15.44% และประชาธิปัตย์ 12.56% การชิงพื้นที่กลางทางเศรษฐกิจจึงไม่ใช่แค่ใครแจกมากกว่า แต่คือใครตอบโจทย์ “โตอย่างไรให้ยั่งยืน” และ “ภาระรัฐไหวแค่ไหน” ได้มากกว่าพรรคประชาชน วางแผนปฏิรูปทั้งระบบ เน้นลงทุนและกติกาใหม่พรรคประชาชนวางภาพเศรษฐกิจผ่านการ “ยกเครื่องโครงสร้าง” ตั้งแต่งบลงทุนขนาดใหญ่ไปถึงกติกาภาษี โดยหนึ่งในหมุดหมายที่ถูกพูดถึงคือแนวคิดเมกะโปรเจกต์สีส้ม วงเงินระดับ 6.3 แสนล้านบาทในกรอบ 8 ปี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แกนหลักของพรรคอยู่ที่การดันผลิตภาพของประเทศผ่านระบบขนส่งสาธารณะ ต้นทุนสาธารณูปโภค โครงสร้างดิจิทัล และการปรับกติกาเศรษฐกิจให้โปร่งใสขึ้น พร้อมวางบทบาทรัฐเป็นผู้ลงทุนเพื่อเปิดทางให้เอกชนแข่งขันได้จริง โดยผูกกับประเด็น SME แรงงาน และการใช้เทคโนโลยีในภาครัฐ พรรคภูมิใจไทย เศรษฐกิจ 10 Plus เติมกำลังฐานรากคู่ดึงลงทุนภูมิใจไทยชูภาพการ “เร่งเครื่องให้คนตัวเล็กเดินได้” ควบคู่การดึงเม็ดเงินลงทุนใหม่ผ่านมาตรการอำนวยความสะดวกและแพ็กเกจส่งเสริมอุตสาหกรรม เป้าหมายสำคัญคือทำให้กำลังซื้อไม่หาย และสร้างสภาพแวดล้อมให้ลงทุนเกิดเร็วขึ้นนโยบายในโทนนี้มักเดินคู่กับมาตรการลดภาระค่าครองชีพในชีวิตประจำวัน และแผนแก้หนี้ที่เน้นลดแรงกดดันรายเดือน เพื่อกันไม่ให้เศรษฐกิจชะงักในระดับครัวเรือนก่อนถึงระดับมหภาคพรรคเพื่อไทย เศรษฐกิจมูลค่าสูง แก้หนี้ควบ AI เป็นเครื่องมือรัฐเพื่อไทยวางกรอบเศรษฐกิจผ่าน “มูลค่าสูง” และ “เทคโนโลยี” โดยหยิบ AI และข้อมูลมาเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพรัฐและบริการสาธารณะ ตั้งแต่สุขภาพ เกษตร ไปจนถึงระบบยุติธรรม พร้อมเดินเกมใหญ่เรื่องการจัดการหนี้ที่พยายามปิดจุดเจ็บของฐานรากและกลุ่มเปราะบางให้เร็วโจทย์สำคัญของเพื่อไทยอยู่ที่การทำให้มาตรการขนาดใหญ่เดินพร้อมกันได้ ทั้งกา
อ่านต่อ >36

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
จุดเริ่มต้นประท้วงอิหร่านครั้งล่าสุด28 ธันวาคม 2025 การประท้วงในกรุงเตหะรานได้ปะทุขึ้น หลังจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนักดำเนินมาตลอดปีที่ผ่านมา และค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว โดยสูญเสียมูลค่าไปมากกว่า 40% นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง 12 วันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ความขัดแย้งดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจอิหร่านล่มสลาย โดยค่าเงินเรียลลดลงเกือบ 90 % นับตั้งแต่สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้งในปี 2018การประท้วงลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั่วประเทศ เมื่อกลุ่มนักศึกษาเข้าร่วมการประท้วงด้วย ทำให้การประท้วงปัญหาด้านเศรษฐกิจ กลายเป็นการประท้วงต่อต้านรัฐบาล และกลายเป็นความท้าทายที่ท้าทายที่สุดต่อรัฐบาลอิหร่าน นับตั้งแต่การเคลื่อนไหว “สตรี ชีวิต เสรีภาพ” ในปี 2022-2023 ยิ่งไปกว่านั้น การประท้วงเกิดขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงจากการแทรกแซงจากต่างประเทศ เมื่ออิสราเอลขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอีกครั้งส่วนสหรัฐฯ แสดงถึงความพร้อมที่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดด้วยการจับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโคลัส มาดูโร เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2026 จึงมีความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจจะฉวยโอกาสนี้ ใช้กำลังทหารแทรกแซงการประท้วงในอิหร่านด้วยในช่วงต้นเดือนมกราคม การประท้วงได้ปะทุขึ้นทั่วทั้ง 31 จังหวัดในอิหร่าน บางพื้นที่กลายเป็นการปะทะรุนแรงกับกองกำลังความมั่นคง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน รัฐบาลตอบโต้การประท้วงอย่างไรมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ได้วางตัวเป็นผู้ไกล่เกลี่ยการประท้วง ในขณะที่เขายอมรับข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงและเรียกร้องให้มีการเจรจา พร้อมยังเน้นย้ำถึงความสามัคคีเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากภายนอกสื่อของรัฐได้รายงานข่าวการประท้วงทางโทรทัศน์ โดยระบุว่า เป็นผลมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ในขณะเดียวกัน การปะทะกันระหว่างกองกำลังความมั่นนคง และผู้ประท้วงก็ทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตรายแรกจากการประท้วงเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมสองวันต่อมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเข้าแทรกแซงหากผู้ประท้วงยังคงถูกฆ่าตาย ในขณะที่อิสราเอลไม่พลาดใช้โอกาสนี้ ประณามรัฐบาลอิหร่านที่กดขี่สิทธิเสรีภาพของประชาชนมาอย่างยาวนาน จนทำให้เกิดการลุกฮือประท้วงในครั้งนี้ เพ
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ที่มาของข่าวที่สังคมสนใจนี้ มาจาก พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ที่อัพเดทความคืบหน้าโครงการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เขาชี้ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีแรงจูงใจการลงทุน และพบว่า นักลงทุนไทยสนใจการลงทุนในสวนสนุกระดับโลกอย่างดิสนีแลนด์ หากมันจะเกิดใน EEC และไม่เพียงแค่ดิสนีแลนด์เท่านั้น เขาได้สั่งให้เตรียมพื้นที่ใน 4 จังหวัดของ EEC เพื่อรองรับการสร้างสนามกีฬาระดับโลก 80,000 ที่นั่ง ด้วย สำหรับดิสนีแลนด์นั้น เบื้องต้น ขนาดพื้นที่ที่เหมาะสม จะเป็นขนาดกลาง 1,800 – 2,000 ไร่ เพื่อจูงใจให้คนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในทุก ๆ วัน เดินทางสะดวกรวดเร็ว ด้วยรถไฟความเร็วสูงแล้วไม่ใช่แค่สวนสนุก แต่ยังมีศูนย์การค้า โรงแรม และบริการด้านท่องเที่ยวแบบครบวงจร ยกเว้นกาสิโนแล้วไทยจะนำดิสนีแลนด์เข้ามาได้อย่างไร ทางเลือกคือการซื้อลิขสิทธิ์ จากดิสนีย์ และหาผู้ลงทุนมาร่วมดำเนินการ ปัจจุบัน ดิสนีแลนด์และสวนสนุกในเครือมี 7 แห่ง ใน 5 ประเทศทั่วโลก คือ- วอลต์ดิสนีย์ เวิลด์ รีสอร์ท ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ - ดิสนีแลนด์ ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ - โตเกียวดิสนีแลนด์ ในญี่ปุ่น- โตเกียว ดิสนีย์ซี ในญี่ปุ่น- เซี่ยงไฮ้ ดิสนีย์ รีสอร์ท ในประเทศจีน - ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ - และดิสนีแลนด์ ปารีส ในฝรั่งเศสนั่นหมายความว่า หากไทยดึงดิสนีย์แลนด์เข้ามาได้จริง จะถือเป็นชาติแรกในอาเซียน ที่มีสวนสนุกระดับโลกนี้
อ่านต่อ >17

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เมื่อการเลือกตั้ง 2569 คือคำตอบของอนาคตคนชราไทยการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังกลายเป็นจุดตัดสำคัญของสังคมไทย ไม่ใช่เพียงในมิติการเมือง แต่เป็นการตัดสินใจเชิงโครงสร้างว่า ประเทศจะดูแลประชาชนหลังวัยทำงานอย่างไร ในวันที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ และจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถในการสร้างรายได้ของรัฐนโยบายประกันสังคม บำนาญ และหวยเกษียณ จึงไม่ได้ถูกพูดถึงแยกส่วน หากแต่ถูกนำมาเชื่อมโยงกันในฐานะ “ระบบรายได้ยามชรา” ที่แต่ละพรรคการเมืองเลือกใช้ต่างวิธี ต่างจังหวะ และต่างความเชื่อทางนโยบายผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้น กับภาระที่ไม่อาจผลักให้ครอบครัวรับไว้ฝ่ายเดียวเมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงไม่ได้อยู่แค่ระดับปัจเจก แต่ลามไปถึงเศรษฐกิจภาพรวม หากผู้สูงอายุไม่มีรายได้มั่นคง ครอบครัวต้องรับภาระเพิ่ม กำลังซื้อหดตัว และรัฐต้องใช้งบฉุกเฉินมากขึ้นในระยะยาวจากเหตุผลนี้ พรรคการเมืองทุกพรรคจึงต้องเสนอคำตอบที่มากกว่า “เงินช่วยเหลือรายเดือน” แต่ต้องอธิบายให้ได้ว่า ระบบที่เสนอจะพยุงประเทศได้จริงหรือไม่ ในอีก 10–30 ปีข้างหน้า 1) ประกันสังคม เสาหลักเดิมที่พรรคการเมืองเห็นตรงกันว่า “ยังไม่พอ”ประกันสังคมเป็นเครื่องมือหลักสำหรับแรงงานในระบบ แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ คนไทยจำนวนมากไม่เคยอยู่ในระบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบซึ่งเป็นฐานใหญ่ของประเทศพรรค พรรคเพื่อไทย และ พรรคประชาชน มองตรงกันว่า หากไม่ปฏิรูปหรือเชื่อมประกันสังคมเข้ากับระบบสวัสดิการอื่น ผู้สูงอายุจำนวนมากจะหลุดจากการคุ้มครอง ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย เน้นการใช้กลไกการจ้างงานและแรงจูงใจทางภาษี เพื่อให้คนทำงานในระบบนานขึ้น ลดแรงกดดันต่อกองทุนในระยะยาวประเด็นนี้ทำให้ประกันสังคมถูกมองว่าเป็น “ฐาน” แต่ไม่ใช่ “คำตอบทั้งหมด” ของปัญหาคนชรา2) บำนาญและเบี้ยยังชีพถ้วนหน้า ทางเลือกที่ไปถึงคนเร็ว แต่ต้องชัดเรื่องความยั่งยืนการเพิ่มเบี้ยยังชีพหรือบำนาญถ้วนหน้า เป็นแนวทางที่หลายพรรคใช้เป็นแกนหลัก เพราะสามารถช่วยผู้สูงอายุที่ไม่มีเงินออมได้ทันทีพรรค พรรคประชาชน เสนอการยกระดับเบี้ยยังชีพแบบถ้วนหน้า ควบคู่กับระบบดูแลระยะยาว เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้ขั้นต่ำและการดูแลที่ต่อเนื่องพรรค พรรคประชาธิปัตย์ วางแนวคิดบำนาญถ้วนหน้า ผสมกับเครื่องมือทางการเงินและชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุพึ่งตนเองได้มากขึ้นขณะที่ พรรคเพื่อไทย
อ่านต่อ >20