
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้ภาคเหนือ: น่าน ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ภาคอีสาน: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี กทม. และปริมณฑลภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อ่านต่อ >13

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เตือน รถกระบะห้ามดัดแปลงนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีมีอู่รับซ่อมแซมแก้ไขดัดแปลงรถบรรทุกส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (รถกระบะ) อ้างว่ารับดำเนินการแก้ไขดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ หรือทำให้รถนั้นสามารถเพิ่มการบรรทุกน้ำหนักให้สูงขึ้นมากกว่าปกติ กรมการขนส่งทางบกขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวเสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายต่อการใช้รถใช้ถนนอย่างยิ่ง อีกทั้งยังอาจผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นการต่อเติมตัวถังและแก้ไขดัดแปลงเพื่อให้บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าสมรรถนะรถที่ผู้ผลิตรถได้ออกแบบไว้ตามมาตรฐานความปลอดภัย หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ขอเน้นย้ำว่าห้ามต่อเติมตัวถังและแก้ไขดัดแปลงรถในกรณี ดังนี้1. กรณีเว้าคัสซี ทำให้มีขนาดของโครงคัสซีเปลี่ยนแปลงไป หรือแตกต่างไปจากที่ผู้ผลิตกำหนดหรือที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ2. กรณีการนำวัสดุโปร่งแสง เช่น พลาสติก อะคลิลิค หรือวัสดุที่ไม่มีความมั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยในการใช้งาน หรืออาจเกิดความไม่ปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุมาเป็นส่วนประกอบหลักของตัวถังรถ3.กรณีการติดตั้งโคมไฟสัญญาณหรือโคมไฟส่องสว่างไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น สี ตำแหน่ง ความสว่าง ทิศทาง เป็นต้น4.การเปลี่ยนกงล้อและยางที่ติดตั้งแล้วทำให้ล้อหรือขอบยางด้านนอกสุดยื่นเกินตัวถังรถ (ซุ้มล้อ)อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีการเสริมแหนบ เปลี่ยนเพลาล้อเพื่อเพิ่มสมรรถนะรถ สามารถทำได้ แต่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดอย่างเคร่งครัด และรถที่ทำการแก้ไขดัดแปลง จะไม่สามารถเพิ่มน้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักรวมสูงสุด Gross Vehicle Weight (GVW.) ให้เกินกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดหรือที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบไว้ กรมการขนส่งทางบกมีความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชน จึงขอเตือนให้เจ้าของรถตระหนักถึงความเสี่ยงในการดัดแปลงรถและการใช้งานบรรทุกน้ำหนักที่เกินกว่าสมรรถนะและมาตรฐานที่ผู้ผลิตและกรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อป้องกันความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนต่อผู้ใช้ถนนทุกคน ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นรถที่ดัดแปลงผิดกฎหมาย สามารถแจ้งมาได้ที่ สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดูน้อยลง
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ ผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)เงื่อนไขและรายละเอียดโครงการกลุ่มเป้าหมาย: ผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.18 ล้านคนวงเงินช่วยเหลือ: 1,000 บาท ต่อคน/ต่อเดือน (รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 100%)ระยะเวลาโครงการ: นาน 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569การรับสิทธิ: ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ผู้มีสิทธิเดิมจะได้รับวงเงินเข้าบัตรโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากร้านธงฟ้าฯข้อจำกัด: วงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทนี้ หากใช้ไม่หมดในแต่ละเดือน จะไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้ สรุปวงเงินและสวัสดิการพื้นฐานที่ได้รับนอกเหนือจากวงเงินเยียวยาพิเศษในโครงการข้างต้นแล้ว ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงได้รับสิทธิประโยชน์และมาตรการช่วยเหลือพื้นฐานตามปกติ ดังนี้:ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท / คน / เดือนค่าเดินทางวงเงินรวมค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท / คน / เดือนมาตรการบรรเทาค่าสาธารณูปโภคช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 315 บาท / ครัวเรือน / เดือนช่วยเหลือค่าน้ำประปา 100 บาท / ครัวเรือน / เดือนเงินช่วยเหลือผู้พิการเพิ่มเติมเบี้ยความพิการเพิ่มเติมจำนวน 200 บาท / เดือน (สำหรับผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและเป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563)
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในช่วงวันที่ 20– 21 พ.ค. ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 22 – 25 พ.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 20 - 22 พ.ค.
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้ภาคเหนือ: น่าน ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ภาคอีสาน: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี กทม. และปริมณฑลภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อ่านต่อ >13

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เตือน รถกระบะห้ามดัดแปลงนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีมีอู่รับซ่อมแซมแก้ไขดัดแปลงรถบรรทุกส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (รถกระบะ) อ้างว่ารับดำเนินการแก้ไขดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบต่าง ๆ หรือทำให้รถนั้นสามารถเพิ่มการบรรทุกน้ำหนักให้สูงขึ้นมากกว่าปกติ กรมการขนส่งทางบกขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวเสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายต่อการใช้รถใช้ถนนอย่างยิ่ง อีกทั้งยังอาจผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นการต่อเติมตัวถังและแก้ไขดัดแปลงเพื่อให้บรรทุกน้ำหนักเกินกว่าสมรรถนะรถที่ผู้ผลิตรถได้ออกแบบไว้ตามมาตรฐานความปลอดภัย หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ขอเน้นย้ำว่าห้ามต่อเติมตัวถังและแก้ไขดัดแปลงรถในกรณี ดังนี้1. กรณีเว้าคัสซี ทำให้มีขนาดของโครงคัสซีเปลี่ยนแปลงไป หรือแตกต่างไปจากที่ผู้ผลิตกำหนดหรือที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบ2. กรณีการนำวัสดุโปร่งแสง เช่น พลาสติก อะคลิลิค หรือวัสดุที่ไม่มีความมั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยในการใช้งาน หรืออาจเกิดความไม่ปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุมาเป็นส่วนประกอบหลักของตัวถังรถ3.กรณีการติดตั้งโคมไฟสัญญาณหรือโคมไฟส่องสว่างไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น สี ตำแหน่ง ความสว่าง ทิศทาง เป็นต้น4.การเปลี่ยนกงล้อและยางที่ติดตั้งแล้วทำให้ล้อหรือขอบยางด้านนอกสุดยื่นเกินตัวถังรถ (ซุ้มล้อ)อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีการเสริมแหนบ เปลี่ยนเพลาล้อเพื่อเพิ่มสมรรถนะรถ สามารถทำได้ แต่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดอย่างเคร่งครัด และรถที่ทำการแก้ไขดัดแปลง จะไม่สามารถเพิ่มน้ำหนักบรรทุกและน้ำหนักรวมสูงสุด Gross Vehicle Weight (GVW.) ให้เกินกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดหรือที่กรมการขนส่งทางบกให้ความเห็นชอบไว้ กรมการขนส่งทางบกมีความห่วงใยในความปลอดภัยของประชาชน จึงขอเตือนให้เจ้าของรถตระหนักถึงความเสี่ยงในการดัดแปลงรถและการใช้งานบรรทุกน้ำหนักที่เกินกว่าสมรรถนะและมาตรฐานที่ผู้ผลิตและกรมการขนส่งทางบกกำหนด เพื่อป้องกันความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนต่อผู้ใช้ถนนทุกคน ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นรถที่ดัดแปลงผิดกฎหมาย สามารถแจ้งมาได้ที่ สายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดูน้อยลง
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติเห็นชอบอนุมัติโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ ผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)เงื่อนไขและรายละเอียดโครงการกลุ่มเป้าหมาย: ผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.18 ล้านคนวงเงินช่วยเหลือ: 1,000 บาท ต่อคน/ต่อเดือน (รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 100%)ระยะเวลาโครงการ: นาน 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569การรับสิทธิ: ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ผู้มีสิทธิเดิมจะได้รับวงเงินเข้าบัตรโดยอัตโนมัติ เพื่อนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากร้านธงฟ้าฯข้อจำกัด: วงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทนี้ หากใช้ไม่หมดในแต่ละเดือน จะไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้ สรุปวงเงินและสวัสดิการพื้นฐานที่ได้รับนอกเหนือจากวงเงินเยียวยาพิเศษในโครงการข้างต้นแล้ว ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงได้รับสิทธิประโยชน์และมาตรการช่วยเหลือพื้นฐานตามปกติ ดังนี้:ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนวงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท / คน / เดือนค่าเดินทางวงเงินรวมค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท / คน / เดือนมาตรการบรรเทาค่าสาธารณูปโภคช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 315 บาท / ครัวเรือน / เดือนช่วยเหลือค่าน้ำประปา 100 บาท / ครัวเรือน / เดือนเงินช่วยเหลือผู้พิการเพิ่มเติมเบี้ยความพิการเพิ่มเติมจำนวน 200 บาท / เดือน (สำหรับผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและเป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563)
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ในช่วงวันที่ 20– 21 พ.ค. ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณเวียดนามตอนบนและอ่าวตังเกี๋ย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 22 – 25 พ.ค. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 20 - 22 พ.ค.
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก มีดังนี้ภาคเหนือ: น่าน ตาก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ภาคอีสาน: เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี กทม. และปริมณฑลภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อ่านต่อ >13