
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
โรงพยาบาลไทยวิกฤต ค่าใช้จ่ายพุ่ง งบติดลบ ไปถึงงบบัตรทองที่ รพ.รัฐแบก หลายๆ ข่าว และตัวเลขที่แสดงให้เห็นในช่วงเดือนที่ผ่านมา จนเกิดคำถามว่า โรงพยาบาลไทยวิกฤตแล้วหรือไม่ ? ประเด็นที่ทำให้เกิดคำถามถึงวิกฤตงบโรงพยาบาล ก็มาจากข้อมูลสถานการณ์เงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ที่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ภาพรวมโรงพยาบาลสังกัด สธ. มีเงินบำรุงคงเหลือสุทธิ 18,978.36 ล้านบาท ซึ่งเงินนี้ถือว่าน้อยกว่าปีที่ผ่านมาหลายพันล้านบาท และผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เงินบำรุงจำเหลืออยู่ที่ประมาณเพียงหมื่นล้านบาท หากเราดูเพียงเงินบำรุงนี้คงอาจไม่ทราบว่า เป็นวิกฤตกับงบโรงพยาบาลอย่างไร แต่หากแยกไปดูรายโรงพยาบาล จะพบว่า จาก รพ.สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มี 903 แห่ง มี รพ.ที่มีเงินบำรุงติดลบถึง 400 แห่ง คิดเป็นถึง 44.3% มีรพ.ที่มีเงินบำรุงคงเหลือน้อยกว่า 5 ล้านบาทอีก 485 แห่ง และรพ.ที่วิกฤตสูงสุดระดับ 7 ซึ่งหมายถึงมีภาวะวิกฤตทางการเงินขั้นรุนแรงที่สุด ขาดสภาพคล่อง ติดลบ ที่มีมากถึง 30 แห่งจำนวนนี้ถือว่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี ถ้าย้อนกลับไป 3 ปีล่าสุดนั้น จะพบว่า ปี 2567 มี รพ. ในระดับ 7 เพียงแค่ 2 แห่ง และปี 2568 เพิ่มเป็น 5 แห่ง ก่อนจะพุ่งมาถึง 30 แห่งในปีนี้ ทั้งหาก จำแนกสถานการณ์เงินบำรุงคงเหลือ ปีงบฯ 2569 ตามประเภทโรงพยาบาล จะเห็นได้ว่า โรงพยาบาลชุมชน 430 แห่ง เงินบำรุงเป็นบวก แต่ 339 แห่ง ติดลบ โรงพยาบาลทั่วไป 48 แห่ง เงินบำรุงเป็นบวก แต่ 50 แห่ง วงเงินเป็นลบและโรงพยาบาลศูนย์ 25 แห่ง เงินบำรุงเป็นบวก แต่ 11 แห่ง ติดลบด้วย เมื่อมาดูที่รายรับ และรายจ่ายของโรงพยาบาลก็จะเห็นได้ว่าสวนทางกัน โดยข้อมูลของปี 2568 รายได้ของอยู่ที่ 382,125.8 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายนั้นอยู่ที่ 394,343.4 ล้านบาท เมื่อบวกลบกันแล้ว ติดลบ 12,217.6 ล้านบาทซึ่งเมื่อเทียบรายได้ของโรงพยาบาลใน 10 ปี นั้น รายได้โตขึ้น 73% แต่รายจ่ายก็โตไปมากกว่าที่ 85% ซึ่งรายจ่ายนี้ โตแซงรายได้ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 งบบัตรทอง โรงพยาบาลรัฐแบกไม่เพียงเงินบำรุงของโรงพยาบาลที่ติดลบตัวแดง แต่งบของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขยังเห็นได้ว่า งบจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ไม่ได้สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลรัฐแบก สะท้อนการจัดสรรงบที่ไม่สอดคล้องภาระงานและต้นทุน งบจากบัตรทองถือเป็นรายได้
อ่านต่อ >29

#ข่าวประชาสัมพันธ์
เชื่อมทุกความฝันให้ไปได้ไกลกว่าเดิม... ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมสนับสนุนศักยภาพของคนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก ประกาศเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการและเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาเคียงข้าง “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว–รัตติการ อัมลอย” เยาวชนไทยวัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต ตลอดเส้นทางการเดินทางไปแสดงความสามารถบนเวที AMERICA’S GOT TALENT ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เติมเต็มทุกช่วงเวลาสำคัญด้วยประสบการณ์ที่เร็ว แรง จาก True5G ให้ทุกการสื่อสารได้ใกล้กันยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “True to the World” พร้อมชวนคนไทยร่วมติดตามทุกโมเมนต์สำคัญผ่าน TrueVisions NOW และร่วมส่งพลังใจ เสียงเชียร์ข้ามทวีปจากประเทศไทยไปถึงลอสแอนเจลิส เพื่อให้เนเน่ก้าวตามความฝันบนเวทีระดับโลกได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลาสำคัญ
การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการค้นหาและผลักดันศักยภาพของคนไทย ด้วยความเชื่อว่า “โอกาส” ที่มาถึงในเวลาสำคัญ สามารถเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริง ทรูจึงพร้อมเข้ามาเติมพลังให้เนเน่ตั้งแต่ก้าวแรก ทั้งการสนับสนุนสมาร์ทโฟนและมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท เพื่อให้ทั้งเนเน่ และครอบครัวสามารถติดต่อสื่อสาร แชร์ประสบการณ์ และเชื่อมต่อทุกกำลังใจจากประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทางในนครลอสแอนเจลิส
คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรูมีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นว่า ศักยภาพของคนไทยพร้อมที่จะก้าวไกลบนเวทีระดับโลก หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ตรงจุดในห้วงเวลาอันสำคัญยิ่ง เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นแบรนด์แรกในการยืนหยัดเคียงข้าง ‘เนเน่ รอยัล’ บนเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งนี้ เพราะสำหรับเราแล้ว การเล็งเห็นถึงศักยภาพและพร้อมเป็นแรงผลักดันในเวลาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด แนวคิด ‘True to the World’ จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงพลังใจจากประเทศไทยให้เดินทางเคียงคู่ไปกับเนเน่ โดยมีเครือข่าย True5G คอยเชื่อมต่อทุกการสื่อสารและทุกช่วงเวลาสำคัญจากไทยส่งตรงถึงมหานครลอสแอนเจลิส โดยมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท ในขณะที่ TrueVisions NOW และ TrueVisions
อ่านต่อ >61

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เป็นเพราะว่าเดือนนี้บ้านเราจะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมหรือร่องฝนที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงเป็นระยะๆ นอกจากนี้อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ ประเทศไทยบริเวณตอนบนของภาคอีสานและภาคเหนือ จากหลายปัจจัยนี้จึงทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นสำหรับปริมาณฝนรวมทั่วประเทศ ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ยกเว้น ภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ พื้นที่ที่มีปริมาณฝนมากสุดคือด้านรับลมมรสุม คือ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีปริมาณฝนประมาณ 400-450 มิลลิเมตร รองลงมาคือ ภาคตะวันออกและภาคอีสานประมาณ 230 - 280 มม. ภาคเหนือประมาณ 190 - 230 มม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 170 - 210 มม. ภาคกลาง 140-180 ส่วนพื้นที่ที่ฝนน้อยสุดคือภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีปริมาณฝนรวมเพียง 100-140 มิลลิเมตรเท่านั้น อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 – 1.0 องศาเซลเซียส โดยจะมีอุณหภูมิ สูงสุดเฉลี่ยทั้งประเทศ 32 - 34 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24 - 26 องศาเซลเซียสสำหรับปริมาณฝนในเดือนนี้เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเยอะเลย บางพื้นที่ฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนสะสมเพราะอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากขึ้นได้
อ่านต่อ >26

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
จากกรณีเหตุรุนแรงเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. โดยมีรายงานว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) ขณะอยู่ภายในรถยนต์ส่วนตัว ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งนำตัว พ.ต.อ.ธงชัย ส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ล่าสุด เวลา 14.36 น. มีรายงานว่า พ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิตแล้ว หลังได้รับบาดเจ็บจากกระสุนบริเวณจุดสำคัญและเสียเลือดมากสำหรับรายละเอียดของเหตุการณ์ รวมถึงสาเหตุและลำดับเหตุที่เกิดขึ้น ยังต้องรอผลการสอบสวนและข้อมูลยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน ไทม์ไลน์เหตุการณ์ประมาณ 11.00 น. วันที่ 10 ส.ค. 2569 เกิดเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐพ.ต.อ.ธงชัย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเวลา 14.36 น. มีรายงานยืนยันว่า พ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิต
อ่านต่อ >28

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
โรงพยาบาลไทยวิกฤต ค่าใช้จ่ายพุ่ง งบติดลบ ไปถึงงบบัตรทองที่ รพ.รัฐแบก หลายๆ ข่าว และตัวเลขที่แสดงให้เห็นในช่วงเดือนที่ผ่านมา จนเกิดคำถามว่า โรงพยาบาลไทยวิกฤตแล้วหรือไม่ ? ประเด็นที่ทำให้เกิดคำถามถึงวิกฤตงบโรงพยาบาล ก็มาจากข้อมูลสถานการณ์เงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ที่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ภาพรวมโรงพยาบาลสังกัด สธ. มีเงินบำรุงคงเหลือสุทธิ 18,978.36 ล้านบาท ซึ่งเงินนี้ถือว่าน้อยกว่าปีที่ผ่านมาหลายพันล้านบาท และผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เงินบำรุงจำเหลืออยู่ที่ประมาณเพียงหมื่นล้านบาท หากเราดูเพียงเงินบำรุงนี้คงอาจไม่ทราบว่า เป็นวิกฤตกับงบโรงพยาบาลอย่างไร แต่หากแยกไปดูรายโรงพยาบาล จะพบว่า จาก รพ.สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มี 903 แห่ง มี รพ.ที่มีเงินบำรุงติดลบถึง 400 แห่ง คิดเป็นถึง 44.3% มีรพ.ที่มีเงินบำรุงคงเหลือน้อยกว่า 5 ล้านบาทอีก 485 แห่ง และรพ.ที่วิกฤตสูงสุดระดับ 7 ซึ่งหมายถึงมีภาวะวิกฤตทางการเงินขั้นรุนแรงที่สุด ขาดสภาพคล่อง ติดลบ ที่มีมากถึง 30 แห่งจำนวนนี้ถือว่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี ถ้าย้อนกลับไป 3 ปีล่าสุดนั้น จะพบว่า ปี 2567 มี รพ. ในระดับ 7 เพียงแค่ 2 แห่ง และปี 2568 เพิ่มเป็น 5 แห่ง ก่อนจะพุ่งมาถึง 30 แห่งในปีนี้ ทั้งหาก จำแนกสถานการณ์เงินบำรุงคงเหลือ ปีงบฯ 2569 ตามประเภทโรงพยาบาล จะเห็นได้ว่า โรงพยาบาลชุมชน 430 แห่ง เงินบำรุงเป็นบวก แต่ 339 แห่ง ติดลบ โรงพยาบาลทั่วไป 48 แห่ง เงินบำรุงเป็นบวก แต่ 50 แห่ง วงเงินเป็นลบและโรงพยาบาลศูนย์ 25 แห่ง เงินบำรุงเป็นบวก แต่ 11 แห่ง ติดลบด้วย เมื่อมาดูที่รายรับ และรายจ่ายของโรงพยาบาลก็จะเห็นได้ว่าสวนทางกัน โดยข้อมูลของปี 2568 รายได้ของอยู่ที่ 382,125.8 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายนั้นอยู่ที่ 394,343.4 ล้านบาท เมื่อบวกลบกันแล้ว ติดลบ 12,217.6 ล้านบาทซึ่งเมื่อเทียบรายได้ของโรงพยาบาลใน 10 ปี นั้น รายได้โตขึ้น 73% แต่รายจ่ายก็โตไปมากกว่าที่ 85% ซึ่งรายจ่ายนี้ โตแซงรายได้ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 งบบัตรทอง โรงพยาบาลรัฐแบกไม่เพียงเงินบำรุงของโรงพยาบาลที่ติดลบตัวแดง แต่งบของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขยังเห็นได้ว่า งบจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ไม่ได้สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลรัฐแบก สะท้อนการจัดสรรงบที่ไม่สอดคล้องภาระงานและต้นทุน งบจากบัตรทองถือเป็นรายได้
อ่านต่อ >29

#ข่าวประชาสัมพันธ์
เชื่อมทุกความฝันให้ไปได้ไกลกว่าเดิม... ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมสนับสนุนศักยภาพของคนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก ประกาศเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการและเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาเคียงข้าง “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว–รัตติการ อัมลอย” เยาวชนไทยวัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต ตลอดเส้นทางการเดินทางไปแสดงความสามารถบนเวที AMERICA’S GOT TALENT ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เติมเต็มทุกช่วงเวลาสำคัญด้วยประสบการณ์ที่เร็ว แรง จาก True5G ให้ทุกการสื่อสารได้ใกล้กันยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “True to the World” พร้อมชวนคนไทยร่วมติดตามทุกโมเมนต์สำคัญผ่าน TrueVisions NOW และร่วมส่งพลังใจ เสียงเชียร์ข้ามทวีปจากประเทศไทยไปถึงลอสแอนเจลิส เพื่อให้เนเน่ก้าวตามความฝันบนเวทีระดับโลกได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลาสำคัญ
การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการค้นหาและผลักดันศักยภาพของคนไทย ด้วยความเชื่อว่า “โอกาส” ที่มาถึงในเวลาสำคัญ สามารถเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริง ทรูจึงพร้อมเข้ามาเติมพลังให้เนเน่ตั้งแต่ก้าวแรก ทั้งการสนับสนุนสมาร์ทโฟนและมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท เพื่อให้ทั้งเนเน่ และครอบครัวสามารถติดต่อสื่อสาร แชร์ประสบการณ์ และเชื่อมต่อทุกกำลังใจจากประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทางในนครลอสแอนเจลิส
คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรูมีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นว่า ศักยภาพของคนไทยพร้อมที่จะก้าวไกลบนเวทีระดับโลก หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ตรงจุดในห้วงเวลาอันสำคัญยิ่ง เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นแบรนด์แรกในการยืนหยัดเคียงข้าง ‘เนเน่ รอยัล’ บนเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งนี้ เพราะสำหรับเราแล้ว การเล็งเห็นถึงศักยภาพและพร้อมเป็นแรงผลักดันในเวลาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด แนวคิด ‘True to the World’ จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงพลังใจจากประเทศไทยให้เดินทางเคียงคู่ไปกับเนเน่ โดยมีเครือข่าย True5G คอยเชื่อมต่อทุกการสื่อสารและทุกช่วงเวลาสำคัญจากไทยส่งตรงถึงมหานครลอสแอนเจลิส โดยมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท ในขณะที่ TrueVisions NOW และ TrueVisions
อ่านต่อ >61

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เป็นเพราะว่าเดือนนี้บ้านเราจะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมหรือร่องฝนที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงเป็นระยะๆ นอกจากนี้อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ ประเทศไทยบริเวณตอนบนของภาคอีสานและภาคเหนือ จากหลายปัจจัยนี้จึงทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นสำหรับปริมาณฝนรวมทั่วประเทศ ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ยกเว้น ภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ พื้นที่ที่มีปริมาณฝนมากสุดคือด้านรับลมมรสุม คือ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีปริมาณฝนประมาณ 400-450 มิลลิเมตร รองลงมาคือ ภาคตะวันออกและภาคอีสานประมาณ 230 - 280 มม. ภาคเหนือประมาณ 190 - 230 มม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 170 - 210 มม. ภาคกลาง 140-180 ส่วนพื้นที่ที่ฝนน้อยสุดคือภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีปริมาณฝนรวมเพียง 100-140 มิลลิเมตรเท่านั้น อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 – 1.0 องศาเซลเซียส โดยจะมีอุณหภูมิ สูงสุดเฉลี่ยทั้งประเทศ 32 - 34 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24 - 26 องศาเซลเซียสสำหรับปริมาณฝนในเดือนนี้เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเยอะเลย บางพื้นที่ฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนสะสมเพราะอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากขึ้นได้
อ่านต่อ >26

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
จากกรณีเหตุรุนแรงเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.00 น. โดยมีรายงานว่า นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) ขณะอยู่ภายในรถยนต์ส่วนตัว ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เร่งนำตัว พ.ต.อ.ธงชัย ส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเพื่อให้แพทย์ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ล่าสุด เวลา 14.36 น. มีรายงานว่า พ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิตแล้ว หลังได้รับบาดเจ็บจากกระสุนบริเวณจุดสำคัญและเสียเลือดมากสำหรับรายละเอียดของเหตุการณ์ รวมถึงสาเหตุและลำดับเหตุที่เกิดขึ้น ยังต้องรอผลการสอบสวนและข้อมูลยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน ไทม์ไลน์เหตุการณ์ประมาณ 11.00 น. วันที่ 10 ส.ค. 2569 เกิดเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐพ.ต.อ.ธงชัย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเวลา 14.36 น. มีรายงานยืนยันว่า พ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิต
อ่านต่อ >28

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
โรงพยาบาลไทยวิกฤต ค่าใช้จ่ายพุ่ง งบติดลบ ไปถึงงบบัตรทองที่ รพ.รัฐแบก หลายๆ ข่าว และตัวเลขที่แสดงให้เห็นในช่วงเดือนที่ผ่านมา จนเกิดคำถามว่า โรงพยาบาลไทยวิกฤตแล้วหรือไม่ ? ประเด็นที่ทำให้เกิดคำถามถึงวิกฤตงบโรงพยาบาล ก็มาจากข้อมูลสถานการณ์เงินบำรุงของหน่วยบริการในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ที่ในเดือนพฤษภาคม 2569 ภาพรวมโรงพยาบาลสังกัด สธ. มีเงินบำรุงคงเหลือสุทธิ 18,978.36 ล้านบาท ซึ่งเงินนี้ถือว่าน้อยกว่าปีที่ผ่านมาหลายพันล้านบาท และผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เงินบำรุงจำเหลืออยู่ที่ประมาณเพียงหมื่นล้านบาท หากเราดูเพียงเงินบำรุงนี้คงอาจไม่ทราบว่า เป็นวิกฤตกับงบโรงพยาบาลอย่างไร แต่หากแยกไปดูรายโรงพยาบาล จะพบว่า จาก รพ.สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มี 903 แห่ง มี รพ.ที่มีเงินบำรุงติดลบถึง 400 แห่ง คิดเป็นถึง 44.3% มีรพ.ที่มีเงินบำรุงคงเหลือน้อยกว่า 5 ล้านบาทอีก 485 แห่ง และรพ.ที่วิกฤตสูงสุดระดับ 7 ซึ่งหมายถึงมีภาวะวิกฤตทางการเงินขั้นรุนแรงที่สุด ขาดสภาพคล่อง ติดลบ ที่มีมากถึง 30 แห่งจำนวนนี้ถือว่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี ถ้าย้อนกลับไป 3 ปีล่าสุดนั้น จะพบว่า ปี 2567 มี รพ. ในระดับ 7 เพียงแค่ 2 แห่ง และปี 2568 เพิ่มเป็น 5 แห่ง ก่อนจะพุ่งมาถึง 30 แห่งในปีนี้ ทั้งหาก จำแนกสถานการณ์เงินบำรุงคงเหลือ ปีงบฯ 2569 ตามประเภทโรงพยาบาล จะเห็นได้ว่า โรงพยาบาลชุมชน 430 แห่ง เงินบำรุงเป็นบวก แต่ 339 แห่ง ติดลบ โรงพยาบาลทั่วไป 48 แห่ง เงินบำรุงเป็นบวก แต่ 50 แห่ง วงเงินเป็นลบและโรงพยาบาลศูนย์ 25 แห่ง เงินบำรุงเป็นบวก แต่ 11 แห่ง ติดลบด้วย เมื่อมาดูที่รายรับ และรายจ่ายของโรงพยาบาลก็จะเห็นได้ว่าสวนทางกัน โดยข้อมูลของปี 2568 รายได้ของอยู่ที่ 382,125.8 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายนั้นอยู่ที่ 394,343.4 ล้านบาท เมื่อบวกลบกันแล้ว ติดลบ 12,217.6 ล้านบาทซึ่งเมื่อเทียบรายได้ของโรงพยาบาลใน 10 ปี นั้น รายได้โตขึ้น 73% แต่รายจ่ายก็โตไปมากกว่าที่ 85% ซึ่งรายจ่ายนี้ โตแซงรายได้ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 งบบัตรทอง โรงพยาบาลรัฐแบกไม่เพียงเงินบำรุงของโรงพยาบาลที่ติดลบตัวแดง แต่งบของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขยังเห็นได้ว่า งบจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ไม่ได้สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลรัฐแบก สะท้อนการจัดสรรงบที่ไม่สอดคล้องภาระงานและต้นทุน งบจากบัตรทองถือเป็นรายได้
อ่านต่อ >29