
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ได้ปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิผู้เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 69 แล้ว โดยเบื้องต้นมียอดผู้ลงทะเบียนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 19 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้มีบัตรเดิมมากกว่า 12.6 ล้านคน กลุ่มคนตกหล่นที่มีรายชื่ออยู่ในกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกกว่า 1.04 ล้านคน และกลุ่มตกหล่นที่เพิ่งแจ้งชื่อรับสิทธิกับฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น อีกมากกว่า 5 ล้านคน ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากปิดรับลงทะเบียนแล้ว กระทรวงการคลังจะนำรายชื่อทั้งหมด มาเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามเกณฑ์คุณสมบัติที่ได้กำหนดไว้ และเมื่อทราบยอดการตรวจสอบเบื้องต้นจะเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา พร้อมกับพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขเกณฑ์คัดกรองที่เหมาะสมอีกครั้ง ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ได้สิทธิบัตรสวัสดิการรอบใหม่ได้วันที่ 17 ก.ค.นี้ ยืนยันว่าการเปิดลงทะเบียนทบทวนสิทธิ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯรอบใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อต้องการอัปเดทฐานข้อมูล ผู้ถือบัตรให้ทันสมัย หลังจากไม่ได้ทำมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งจะช่วยทำให้การส่งผ่านการช่วยเหลือภาครัฐไปถึงมือผู้มีรายได้น้อยตัวจริงอย่างตรงเป้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้แอบอ้างสวมรอยรับสิทธิอีก ดังนั้นหากใครมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับสิทธิแน่นอน และยืนยันว่าเกณฑ์การหักลดหย่อนภาษี เช่น พ่อ แม่นั้น จะยังไม่นำมาใช้รอบนี้
อ่านต่อ >16

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์กำลังกลายเป็นเรื่องปกติของคนทุกวัย รวมถึงเด็กและเยาวชน แต่ในหลายประเทศทั่วโลก บทสนทนาเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กกำลังเปลี่ยนจากการให้คำแนะนำ มาเป็นการออกกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลประเด็นดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจในประเทศไทยมากขึ้น หลังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยข้อมูลว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตคิดเป็น 93.10% ของประชากร และใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวัน ขณะที่เด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 72.6% ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย การเรียนรู้ และสุขภาพจิตนอกจากนี้ เด็กและเยาวชนยังเผชิญความเสี่ยงจากการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การคุกคามทางเพศ การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสม และการพนันออนไลน์ที่แพร่กระจายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ สสส. จึงเตรียมศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้ในการผลักดันมาตรการจำกัดการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชนไทย โดยนำตัวอย่างจากต่างประเทศมาประกอบการพิจารณา หนึ่งในนั้นคือออสเตรเลียที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดียตามเกณฑ์อายุ แต่มีมาตรการด้านกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ การเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการล่อลวงทางเพศ การคุกคาม การแบล็กเมลทางเพศ และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์แนวทางดังกล่าวทำให้เห็นว่า ไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมและลดความเสี่ยงจากการใช้งานสื่อดิจิทัล มากกว่าการกำหนดข้อห้ามในการเข้าถึงแพลตฟอร์มโดยตรง ในต่างประเทศ หลายรัฐบาลเริ่มใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้น ออสเตรเลียกำหนดอายุขั้นต่ำ 16 ปี สำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย ฝรั่งเศสกำหนดอายุขั้นต่ำ 15 ปี ส่วนอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เดินหน้ามาตรการลักษณะนี้ กำหนดห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีบัญชีบนแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ Xขณะที่โปรตุเกสเลือกใช้แนวทางที่เปิดช่องให้เด็กอายุ 13-16 ปี สามารถใช้งานได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองผ่านระบบยืนยันตัวตนของรัฐ ส่วนเด็กอาย
อ่านต่อ >25

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
“ลิซ่า” ดัน Soft Power ไทยเห็นผลจริง นักท่องเที่ยวแห่เข้า “ทะเลบัวแดง” ขึ้นแท่นจุดหมายระดับโลกกระแส “Lisa Effect” กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หลัง "ลิซ่า" ลลิษา มโนบาล ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ของแคมเปญ Amazing Thailand โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่งผลให้ความสนใจเดินทางเข้าไทยและการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ “ทะเลบัวแดง” จังหวัดอุดรธานี ที่กลายเป็นจุดหมายใหม่ระดับโลกรายงานจากแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว Traveloka ระบุว่า หลังเปิดตัวแคมเปญร่วมกับลิซ่าในภาพยนตร์โฆษณา “Feel All the Feelings” พบการเติบโตของความต้องการเดินทางในหลายมิติ ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติสะท้อนสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างชัดเจน"ทะเลบัวแดง" อุดรธานี จากเมืองรองสู่แลนด์มาร์กระดับโลกหนึ่งในปรากฏการณ์สำคัญคือการเติบโตของ “ทะเลบัวแดง” จังหวัดอุดรธานี ซึ่งถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้มีลักษณะโดดเด่นจากทุ่งบัวสีชมพูที่บานเต็มหนองน้ำในช่วงฤดูหนาว สร้างภาพจำใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทย และช่วยผลักดันจังหวัดอุดรธานีจากเมืองรองสู่การเป็น “หมุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก” อย่างรวดเร็วกระแสความนิยมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ Soft Power ที่สามารถเปลี่ยนพื้นที่ท้องถิ่นให้กลายเป็นจุดหมายเชิงเศรษฐกิจได้จริงTraveloka ชี้ยอดค้นหา "ท่องเที่ยวไทย" พุ่งทิภาพร ดวงมาก ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Traveloka เปิดเผยว่า แคมเปญร่วมกับลิซ่าสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าความต้องการเดินทางภายในประเทศของคนไทยเพิ่มขึ้น **25%** ขณะที่ความต้องการเดินทางมายังประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น **10%**นอกจากนี้ยังพบว่าความสนใจต่อ “เมืองรอง” และพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงการกระจายตัวของการท่องเที่ยวออกจากเมืองหลักไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้นพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยแรงบันดาลใจข้อมูลเชิงพฤติกรรมระบุว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้ตัดสินใจจากโฆษณาแบบเดิม แต่ใช้ “แรงบันดาลใจ” เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะจากโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลมีชื่อเสียงแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจร
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายลวรณ แสงสนิท กล่าวว่า หลังจากปิดระบบลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุดไปเมื่อเวลา 23:00 น. ของวันที่ 21 มิถุนายน 2569 มียอดผู้ลงทะเบียนถูกจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มเดิมที่ถือบัตรอยู่แล้ว จำนวน 13 ล้านกว่าราย ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมายืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว คงเหลือเพียงราว 470,000 รายที่ยังไม่ปรากฏตัว2.กลุ่มที่มีชื่อในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวน 1,040,000 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ "เคาะประตูบ้าน" ตรวจสอบจนพบตัวตนครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์3.กลุ่ม"ผู้ตกหล่น" จำนวนสูงถึง 5.4 ล้านราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนไทยที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่ไปพบตัวตนจริง แต่พวกเขากลับไร้ชื่อ ไร้ร่องรอย และไม่เคยอยู่ในระบบฐานข้อมูลใดๆ ของภาครัฐมาก่อน ทั้งนี้กระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะเริ่มกระบวนการคัดกรองอย่างละเอียดผ่านเกณฑ์ 3 ด้านของบัญชีเงินฝากและทรัพย์สิน กางไทม์ไลน์ 17 ก.ค. วันชี้ชะตา พร้อมเปิดหน้าต่าง "อุทธรณ์"สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากนี้ เนื่องด้วยฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่และต้องอาศัยความแม่นยำสูง ทางกระทรวงการคลังวางกำหนดการประกาศผลการคัดกรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคมนอกจากนี้ รัฐยังเปิดช่องโหว่เพื่ออุดความผิดพลาด โดยหลังจากวันประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ รวมถึงกลุ่มที่ยังไม่ได้มายืนยันตัวตนอีกกว่า 4.7 แสนราย สามารถยื่นเรื่อง "อุทธรณ์" เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองได้ซึ่งในระหว่างนี้ภาครัฐจะนำข้อเท็จจริงมาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประเทศจะถูกจัดสรรไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนที่สุดอย่างทั่วถึงและไม่ตกหล่นอีกต่อไป หลังจากสรุปตัวเลขได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ รวมถึงเรื่องการยกเลิกใช้การยืนภาษีลดหย่อนบิดามารดามาเป็นเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย
อ่านต่อ >28

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ได้ปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิผู้เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 69 แล้ว โดยเบื้องต้นมียอดผู้ลงทะเบียนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 19 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้มีบัตรเดิมมากกว่า 12.6 ล้านคน กลุ่มคนตกหล่นที่มีรายชื่ออยู่ในกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกกว่า 1.04 ล้านคน และกลุ่มตกหล่นที่เพิ่งแจ้งชื่อรับสิทธิกับฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น อีกมากกว่า 5 ล้านคน ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากปิดรับลงทะเบียนแล้ว กระทรวงการคลังจะนำรายชื่อทั้งหมด มาเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามเกณฑ์คุณสมบัติที่ได้กำหนดไว้ และเมื่อทราบยอดการตรวจสอบเบื้องต้นจะเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา พร้อมกับพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขเกณฑ์คัดกรองที่เหมาะสมอีกครั้ง ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ได้สิทธิบัตรสวัสดิการรอบใหม่ได้วันที่ 17 ก.ค.นี้ ยืนยันว่าการเปิดลงทะเบียนทบทวนสิทธิ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯรอบใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อต้องการอัปเดทฐานข้อมูล ผู้ถือบัตรให้ทันสมัย หลังจากไม่ได้ทำมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งจะช่วยทำให้การส่งผ่านการช่วยเหลือภาครัฐไปถึงมือผู้มีรายได้น้อยตัวจริงอย่างตรงเป้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้แอบอ้างสวมรอยรับสิทธิอีก ดังนั้นหากใครมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับสิทธิแน่นอน และยืนยันว่าเกณฑ์การหักลดหย่อนภาษี เช่น พ่อ แม่นั้น จะยังไม่นำมาใช้รอบนี้
อ่านต่อ >16

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์กำลังกลายเป็นเรื่องปกติของคนทุกวัย รวมถึงเด็กและเยาวชน แต่ในหลายประเทศทั่วโลก บทสนทนาเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กกำลังเปลี่ยนจากการให้คำแนะนำ มาเป็นการออกกฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำสำหรับการเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลประเด็นดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจในประเทศไทยมากขึ้น หลังสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยข้อมูลว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตคิดเป็น 93.10% ของประชากร และใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 7 ชั่วโมง 54 นาทีต่อวัน ขณะที่เด็กอายุ 0-2 ปี จำนวน 72.6% ใช้เวลาหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านร่างกาย การเรียนรู้ และสุขภาพจิตนอกจากนี้ เด็กและเยาวชนยังเผชิญความเสี่ยงจากการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ การคุกคามทางเพศ การเข้าถึงเนื้อหาไม่เหมาะสม และการพนันออนไลน์ที่แพร่กระจายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ สสส. จึงเตรียมศึกษาผลกระทบและความเป็นไปได้ในการผลักดันมาตรการจำกัดการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชนไทย โดยนำตัวอย่างจากต่างประเทศมาประกอบการพิจารณา หนึ่งในนั้นคือออสเตรเลียที่ออกกฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีระบบตรวจสอบอายุผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ห้ามเด็กใช้โซเชียลมีเดียตามเกณฑ์อายุ แต่มีมาตรการด้านกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองเด็กจากภัยออนไลน์ โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อเด็กผ่านสื่อออนไลน์ การเพิ่มฐานความผิดเกี่ยวกับการล่อลวงทางเพศ การคุกคาม การแบล็กเมลทางเพศ และการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์แนวทางดังกล่าวทำให้เห็นว่า ไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมและลดความเสี่ยงจากการใช้งานสื่อดิจิทัล มากกว่าการกำหนดข้อห้ามในการเข้าถึงแพลตฟอร์มโดยตรง ในต่างประเทศ หลายรัฐบาลเริ่มใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้น ออสเตรเลียกำหนดอายุขั้นต่ำ 16 ปี สำหรับการใช้โซเชียลมีเดีย ฝรั่งเศสกำหนดอายุขั้นต่ำ 15 ปี ส่วนอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่เดินหน้ามาตรการลักษณะนี้ กำหนดห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีบัญชีบนแพลตฟอร์มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น TikTok, Facebook, Instagram, Threads และ Xขณะที่โปรตุเกสเลือกใช้แนวทางที่เปิดช่องให้เด็กอายุ 13-16 ปี สามารถใช้งานได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองผ่านระบบยืนยันตัวตนของรัฐ ส่วนเด็กอาย
อ่านต่อ >25

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
“ลิซ่า” ดัน Soft Power ไทยเห็นผลจริง นักท่องเที่ยวแห่เข้า “ทะเลบัวแดง” ขึ้นแท่นจุดหมายระดับโลกกระแส “Lisa Effect” กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย หลัง "ลิซ่า" ลลิษา มโนบาล ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ของแคมเปญ Amazing Thailand โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ส่งผลให้ความสนใจเดินทางเข้าไทยและการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ “ทะเลบัวแดง” จังหวัดอุดรธานี ที่กลายเป็นจุดหมายใหม่ระดับโลกรายงานจากแพลตฟอร์มการท่องเที่ยว Traveloka ระบุว่า หลังเปิดตัวแคมเปญร่วมกับลิซ่าในภาพยนตร์โฆษณา “Feel All the Feelings” พบการเติบโตของความต้องการเดินทางในหลายมิติ ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติสะท้อนสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างชัดเจน"ทะเลบัวแดง" อุดรธานี จากเมืองรองสู่แลนด์มาร์กระดับโลกหนึ่งในปรากฏการณ์สำคัญคือการเติบโตของ “ทะเลบัวแดง” จังหวัดอุดรธานี ซึ่งถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ จนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้มีลักษณะโดดเด่นจากทุ่งบัวสีชมพูที่บานเต็มหนองน้ำในช่วงฤดูหนาว สร้างภาพจำใหม่ให้กับการท่องเที่ยวไทย และช่วยผลักดันจังหวัดอุดรธานีจากเมืองรองสู่การเป็น “หมุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก” อย่างรวดเร็วกระแสความนิยมดังกล่าวสะท้อนบทบาทของ Soft Power ที่สามารถเปลี่ยนพื้นที่ท้องถิ่นให้กลายเป็นจุดหมายเชิงเศรษฐกิจได้จริงTraveloka ชี้ยอดค้นหา "ท่องเที่ยวไทย" พุ่งทิภาพร ดวงมาก ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Traveloka เปิดเผยว่า แคมเปญร่วมกับลิซ่าสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าความต้องการเดินทางภายในประเทศของคนไทยเพิ่มขึ้น **25%** ขณะที่ความต้องการเดินทางมายังประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น **10%**นอกจากนี้ยังพบว่าความสนใจต่อ “เมืองรอง” และพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงการกระจายตัวของการท่องเที่ยวออกจากเมืองหลักไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้นพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยแรงบันดาลใจข้อมูลเชิงพฤติกรรมระบุว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้ตัดสินใจจากโฆษณาแบบเดิม แต่ใช้ “แรงบันดาลใจ” เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยเฉพาะจากโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลมีชื่อเสียงแนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจร
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายลวรณ แสงสนิท กล่าวว่า หลังจากปิดระบบลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุดไปเมื่อเวลา 23:00 น. ของวันที่ 21 มิถุนายน 2569 มียอดผู้ลงทะเบียนถูกจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มเดิมที่ถือบัตรอยู่แล้ว จำนวน 13 ล้านกว่าราย ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมายืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว คงเหลือเพียงราว 470,000 รายที่ยังไม่ปรากฏตัว2.กลุ่มที่มีชื่อในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวน 1,040,000 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ "เคาะประตูบ้าน" ตรวจสอบจนพบตัวตนครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์3.กลุ่ม"ผู้ตกหล่น" จำนวนสูงถึง 5.4 ล้านราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนไทยที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่ไปพบตัวตนจริง แต่พวกเขากลับไร้ชื่อ ไร้ร่องรอย และไม่เคยอยู่ในระบบฐานข้อมูลใดๆ ของภาครัฐมาก่อน ทั้งนี้กระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะเริ่มกระบวนการคัดกรองอย่างละเอียดผ่านเกณฑ์ 3 ด้านของบัญชีเงินฝากและทรัพย์สิน กางไทม์ไลน์ 17 ก.ค. วันชี้ชะตา พร้อมเปิดหน้าต่าง "อุทธรณ์"สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากนี้ เนื่องด้วยฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่และต้องอาศัยความแม่นยำสูง ทางกระทรวงการคลังวางกำหนดการประกาศผลการคัดกรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคมนอกจากนี้ รัฐยังเปิดช่องโหว่เพื่ออุดความผิดพลาด โดยหลังจากวันประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ รวมถึงกลุ่มที่ยังไม่ได้มายืนยันตัวตนอีกกว่า 4.7 แสนราย สามารถยื่นเรื่อง "อุทธรณ์" เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองได้ซึ่งในระหว่างนี้ภาครัฐจะนำข้อเท็จจริงมาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประเทศจะถูกจัดสรรไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนที่สุดอย่างทั่วถึงและไม่ตกหล่นอีกต่อไป หลังจากสรุปตัวเลขได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ รวมถึงเรื่องการยกเลิกใช้การยืนภาษีลดหย่อนบิดามารดามาเป็นเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย
อ่านต่อ >28

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ได้ปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิผู้เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 69 แล้ว โดยเบื้องต้นมียอดผู้ลงทะเบียนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 19 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้มีบัตรเดิมมากกว่า 12.6 ล้านคน กลุ่มคนตกหล่นที่มีรายชื่ออยู่ในกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกกว่า 1.04 ล้านคน และกลุ่มตกหล่นที่เพิ่งแจ้งชื่อรับสิทธิกับฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น อีกมากกว่า 5 ล้านคน ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากปิดรับลงทะเบียนแล้ว กระทรวงการคลังจะนำรายชื่อทั้งหมด มาเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามเกณฑ์คุณสมบัติที่ได้กำหนดไว้ และเมื่อทราบยอดการตรวจสอบเบื้องต้นจะเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา พร้อมกับพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขเกณฑ์คัดกรองที่เหมาะสมอีกครั้ง ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ได้สิทธิบัตรสวัสดิการรอบใหม่ได้วันที่ 17 ก.ค.นี้ ยืนยันว่าการเปิดลงทะเบียนทบทวนสิทธิ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯรอบใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อต้องการอัปเดทฐานข้อมูล ผู้ถือบัตรให้ทันสมัย หลังจากไม่ได้ทำมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งจะช่วยทำให้การส่งผ่านการช่วยเหลือภาครัฐไปถึงมือผู้มีรายได้น้อยตัวจริงอย่างตรงเป้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้แอบอ้างสวมรอยรับสิทธิอีก ดังนั้นหากใครมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับสิทธิแน่นอน และยืนยันว่าเกณฑ์การหักลดหย่อนภาษี เช่น พ่อ แม่นั้น จะยังไม่นำมาใช้รอบนี้
อ่านต่อ >16