
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 2529 กันยายน 2569 รวม 5 วัน ซึ่งครอบคลุมกรุงเทพมหานครและ 26 จังหวัดในภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในกรณีฐานอยู่ที่ประมาณ 12,283 ล้านบาท หรือราว 0.066% ของ GDP ทั้งปี โดยมีกรอบประมาณการอยู่ระหว่าง 5,89620,635 ล้านบาท (0.030.11% ของ GDP) ขึ้นอยู่กับขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมจริง และความสามารถในการชดเชยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักภายหลังตัวเลขดังกล่าว ยังไม่รวมความเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ และสินค้าคงคลัง รวมถึงผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งจะประเมินได้ชัดเจนภายหลังน้ำลด โดยศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าสถานการณ์อุทกภัย จะคลี่คลายภายใน 1 สัปดาห์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่าที่คาด ศูนย์พยากรณ์ฯ จะทบทวนผลการประเมินอีกครั้ง นายธนวรรธน์ ระบุ ขอบเขตของสถานการณ์สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างในหลายภูมิภาค ศูนย์พยากรณ์ฯ จึงกำหนดพื้นที่ประเมินรวม 27 พื้นที่ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร และ 26 จังหวัด ได้แก่ ปริมณฑล 4 จังหวัด ภาคกลาง 6 จังหวัด ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ภาคเหนือ 4 จังหวัด และภาคตะวันออก เฉียงเหนือ 4 จังหวัด (ที่มา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่มีรายงานสถานการณ์อุทกภัยจากหน่วยงานภาครัฐทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ประกาศเขตภัยพิบัติครอบคลุมทั้ง 50 เขต ส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยครบทั้ง 6 อำเภอ ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้วันที่ 2829 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดราชการพิเศษในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ศูนย์พยากรณ์ฯ ได้กำหนดกรอบเวลาเป็น 5 วัน เพื่อให้ครอบคลุมทั้งช่วงน้ำท่วม วันหยุดพิเศษ และช่วงการระบายน้ำ ผลประเมินรายพื้นที่ พบกรุงเทพฯ เสียหายหนักสุดกว่า 7 พันลบ.นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากผลการประเมิน ชี้ว่ากรุงเทพฯ ได้รับความเสียหายสูงสุดราว 7,014 ล้านบาท คิดเป็นราว 57% ของความเสียหายทั้งหมด หรือเทียบเท่าราว 0.11% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของกรุงเทพมหานครเอง สาเหตุสำคัญคือ กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และกิจกรรมเศรษฐกิจหลักเป็นภาคการค
อ่านต่อ >15

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
กรุงเทพฯ 28 กันยายน 2569 - เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส นำทีมผู้บริหารระดับสูงของเครือฯ อาทิ ดร. ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืน และการพัฒนากลยุทธ์ เครือฯ คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า นางสาวกรณิศ ธนสุนทรกิจ ผู้บริหารระดับสูงสายงานทรัพยากรบุคคล บมจ.ซีพี ออลล์ และ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือฯ เป็นต้น ร่วมกับพนักงานซีพีอาสาจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อแพ็ก “ถุงกำลังใจ ซีพีร้อยเรียงความดี” จำนวนรวม 2,000 ถุง ณ แม็คโคร สาขาสาทร ส่งต่อให้พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ที่ยังคงเผชิญผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมระดมสิ่งของจำเป็น อาทิ น้ำดื่ม 100,000 ขวด และไข่ไก่ 300,000 ฟอง เพื่อกระจายการช่วยเหลือให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากที่สุด อีกทั้งยังได้จัดส่ง “หน่วยเคลื่อนที่เร็ว” ลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือเร่งด่วนในจุดที่มีความวิกฤตนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือซีพีได้เริ่มภารกิจช่วยเหลือตั้งแต่วันแรกที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วม โดยทุกกลุ่มธุรกิจได้จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินผลกระทบและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่แบบวันต่อวัน ขณะเดียวกัน ธุรกิจต่าง ๆ ยังคงเดินหน้าการดำเนินงานและการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที“สำหรับภารกิจ ซีพีอาสา ร้อยเรียงความดี เราระดมพนักงานจิตอาสาจากทุกกลุ่มธุรกิจเข้ามาช่วยกันแพ็กถุงกำลังใจประมาณ 2,000 ถุงและจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์และความต้องการที่เกิดขึ้นจริง โดยประสานงานกับมูลนิธิ ชุมชน และเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมสั่งกรมปศุสัตว์เร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยทุกจังหวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยเร็วนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 10 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานี รวม 20 อำเภอ มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนกว่า 2,300 ราย สัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมกว่า 715,000 ตัว และแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์เสียหาย 267 ไร่ จากการสำรวจเบื้องต้นในจังหวัดระยองและแม่ฮ่องสอน พบสัตว์ตายและสูญหายรวมกว่า 20,000 ตัว ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ปีก ขณะที่กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยอพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วกว่า 381,000 ตัว แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 22,000 กิโลกรัม สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์กว่า 6,500 ชุด และจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เข้าดูแลรักษาสัตว์อย่างต่อเนื่องสำหรับการจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลัง พุทธศักราช 2569 กรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย โดยโคได้รับความช่วยเหลือตัวละ 13,000–35,000 บาท ตามช่วงอายุ กระบือ 15,000–39,000 บาท สุกร แพะ และแกะ 1,500–3,000 บาท ส่วนแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่เสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ ช่วยเหลือไร่ละ 3,180 บาท ไม่เกินรายละ 30 ไร่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสำรวจและพิจารณาการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กทม. เร่งเปิดทางน้ำ–เคลียร์รถค้างถนนนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนและการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ตามการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงเช้าจนถึงประมาณบ่ายโมงวันนี้ยังมีโอกาสเกิดฝน แต่ส่วนใหญ่เป็นฝนเบาบาง หลังจากนั้นช่วงบ่ายสถานการณ์ฝนจะลดลง ก่อนมีโอกาสกลับมาตกอีกครั้งในช่วงเย็น อย่างไรก็ตาม ยังถือเป็นสถานการณ์ตามปกติของฤดูฝน และหากไม่มีฝนหนักเข้ามาเติม จะช่วยให้การระบายน้ำทำได้เร็วขึ้นสำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ แนวทางหลักขณะนี้คือเร่งระบายน้ำออกจากคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเป็นคลองสายหลักในการรับน้ำจากคลองย่อย ก่อนระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยเมื่อระดับน้ำในคลองสายหลักลดลง จะสามารถทยอยสูบและดึงน้ำจากคลองย่อย ถนน และพื้นที่ชุมชนเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวว่า วันนี้ระดับน้ำคลองแสนแสบบางช่วง โดยเฉพาะบริเวณรามคำแหงช่วงต้น มีแนวโน้มดีขึ้น กรุงเทพมหานครจึงจะทยอยเร่งสูบน้ำจากคลองย่อยเข้าสู่คลองแสนแสบ เพื่อช่วยลดระดับน้ำบริเวณรามคำแหง เทพลีลา และไล่ต่อไปยังพื้นที่คลองจั่น ซึ่งอาจต้องใช้เวลามากกว่าเนื่องจากอยู่ลึกเข้าไปในระบบระบายน้ำส่วนพื้นที่ลาดกระบัง ถือเป็นจุดที่มีความท้าทายมากที่สุด เนื่องจากอยู่ทางตะวันออกสุดของกรุงเทพฯ น้ำต้องระบายผ่านคลองประเวศบุรีรมย์เป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ก่อนเข้าสู่สถานีสูบน้ำพระโขนงและออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จึงต้องทยอยลดระดับน้ำจากด้านปลายน้ำเข้ามา โดยขณะนี้พื้นที่อ่อนนุชบางส่วนเริ่มดีขึ้น และจะค่อย ๆ ไล่ระดับไปยังพัฒนาการ ประเวศ และลาดกระบังตามลำดับ“หลักการคือเราต้องเอาระดับน้ำในคลองสายหลักลงก่อน คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 3 วันจึงจะลดลงมาอยู่ในระดับที่ช่วยระบายน้ำจากคลองย่อยได้ดีขึ้น แต่กรณีน้ำที่ล้นออกจากคลองและท่อเข้าไปในบ้านเรือนหรือชุมชนแล้ว การดึงน้ำกลับเข้าสู่ระบบจะใช้เวลามากกว่า อาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในบางจุด” รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวสำหรับคลองแสนแสบ กรุงเทพมหานครใช้ทั้งการระบายตามระบบคลองและเครื่องมือช่วยเร่งระบายน้ำ โดยมีอุโมงค์ระบายน้ำช่วยรับน้ำในระบบ รวมทั้งการบริหารน้ำเชื่อมโยงกับคลองสามเสนและระบบระบายน้ำบริเวณบึงมักกะสัน เพื่อช่วยแบ่งน้ำออกจากคลองแสนแสบ ส่งผลให้หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย เช่น บริเวณเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งระดับน้ำลดลงและสามารถท
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 2529 กันยายน 2569 รวม 5 วัน ซึ่งครอบคลุมกรุงเทพมหานครและ 26 จังหวัดในภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในกรณีฐานอยู่ที่ประมาณ 12,283 ล้านบาท หรือราว 0.066% ของ GDP ทั้งปี โดยมีกรอบประมาณการอยู่ระหว่าง 5,89620,635 ล้านบาท (0.030.11% ของ GDP) ขึ้นอยู่กับขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมจริง และความสามารถในการชดเชยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักภายหลังตัวเลขดังกล่าว ยังไม่รวมความเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ และสินค้าคงคลัง รวมถึงผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งจะประเมินได้ชัดเจนภายหลังน้ำลด โดยศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าสถานการณ์อุทกภัย จะคลี่คลายภายใน 1 สัปดาห์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่าที่คาด ศูนย์พยากรณ์ฯ จะทบทวนผลการประเมินอีกครั้ง นายธนวรรธน์ ระบุ ขอบเขตของสถานการณ์สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างในหลายภูมิภาค ศูนย์พยากรณ์ฯ จึงกำหนดพื้นที่ประเมินรวม 27 พื้นที่ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร และ 26 จังหวัด ได้แก่ ปริมณฑล 4 จังหวัด ภาคกลาง 6 จังหวัด ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ภาคเหนือ 4 จังหวัด และภาคตะวันออก เฉียงเหนือ 4 จังหวัด (ที่มา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่มีรายงานสถานการณ์อุทกภัยจากหน่วยงานภาครัฐทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ประกาศเขตภัยพิบัติครอบคลุมทั้ง 50 เขต ส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยครบทั้ง 6 อำเภอ ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้วันที่ 2829 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดราชการพิเศษในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ศูนย์พยากรณ์ฯ ได้กำหนดกรอบเวลาเป็น 5 วัน เพื่อให้ครอบคลุมทั้งช่วงน้ำท่วม วันหยุดพิเศษ และช่วงการระบายน้ำ ผลประเมินรายพื้นที่ พบกรุงเทพฯ เสียหายหนักสุดกว่า 7 พันลบ.นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากผลการประเมิน ชี้ว่ากรุงเทพฯ ได้รับความเสียหายสูงสุดราว 7,014 ล้านบาท คิดเป็นราว 57% ของความเสียหายทั้งหมด หรือเทียบเท่าราว 0.11% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของกรุงเทพมหานครเอง สาเหตุสำคัญคือ กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และกิจกรรมเศรษฐกิจหลักเป็นภาคการค
อ่านต่อ >15

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
กรุงเทพฯ 28 กันยายน 2569 - เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส นำทีมผู้บริหารระดับสูงของเครือฯ อาทิ ดร. ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืน และการพัฒนากลยุทธ์ เครือฯ คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า นางสาวกรณิศ ธนสุนทรกิจ ผู้บริหารระดับสูงสายงานทรัพยากรบุคคล บมจ.ซีพี ออลล์ และ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือฯ เป็นต้น ร่วมกับพนักงานซีพีอาสาจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อแพ็ก “ถุงกำลังใจ ซีพีร้อยเรียงความดี” จำนวนรวม 2,000 ถุง ณ แม็คโคร สาขาสาทร ส่งต่อให้พี่น้องผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร ที่ยังคงเผชิญผลกระทบจากน้ำท่วม พร้อมระดมสิ่งของจำเป็น อาทิ น้ำดื่ม 100,000 ขวด และไข่ไก่ 300,000 ฟอง เพื่อกระจายการช่วยเหลือให้ครอบคลุมและทั่วถึงมากที่สุด อีกทั้งยังได้จัดส่ง “หน่วยเคลื่อนที่เร็ว” ลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือเร่งด่วนในจุดที่มีความวิกฤตนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือซีพีได้เริ่มภารกิจช่วยเหลือตั้งแต่วันแรกที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วม โดยทุกกลุ่มธุรกิจได้จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประเมินผลกระทบและความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่แบบวันต่อวัน ขณะเดียวกัน ธุรกิจต่าง ๆ ยังคงเดินหน้าการดำเนินงานและการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที“สำหรับภารกิจ ซีพีอาสา ร้อยเรียงความดี เราระดมพนักงานจิตอาสาจากทุกกลุ่มธุรกิจเข้ามาช่วยกันแพ็กถุงกำลังใจประมาณ 2,000 ถุงและจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์และความต้องการที่เกิดขึ้นจริง โดยประสานงานกับมูลนิธิ ชุมชน และเครือข่ายจิตอาสาในพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ความช่วยเหลือยังเข้าไปไม
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมสั่งกรมปศุสัตว์เร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและจ่ายเงินเยียวยาตามระเบียบกระทรวงการคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้กรมปศุสัตว์ติดตามสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยทุกจังหวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือโดยเร็วนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว 10 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานี รวม 20 อำเภอ มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนกว่า 2,300 ราย สัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมกว่า 715,000 ตัว และแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์เสียหาย 267 ไร่ จากการสำรวจเบื้องต้นในจังหวัดระยองและแม่ฮ่องสอน พบสัตว์ตายและสูญหายรวมกว่า 20,000 ตัว ส่วนใหญ่เป็นสัตว์ปีก ขณะที่กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน โดยอพยพสัตว์ออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วกว่า 381,000 ตัว แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 22,000 กิโลกรัม สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์กว่า 6,500 ชุด และจัดหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่เข้าดูแลรักษาสัตว์อย่างต่อเนื่องสำหรับการจ่ายเงินเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์จะดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลัง พุทธศักราช 2569 กรณีสัตว์ตายหรือสูญหาย โดยโคได้รับความช่วยเหลือตัวละ 13,000–35,000 บาท ตามช่วงอายุ กระบือ 15,000–39,000 บาท สุกร แพะ และแกะ 1,500–3,000 บาท ส่วนแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่เสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้ ช่วยเหลือไร่ละ 3,180 บาท ไม่เกินรายละ 30 ไร่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดในพื้นที่ หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสำรวจและพิจารณาการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กทม. เร่งเปิดทางน้ำ–เคลียร์รถค้างถนนนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนและการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า ตามการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงเช้าจนถึงประมาณบ่ายโมงวันนี้ยังมีโอกาสเกิดฝน แต่ส่วนใหญ่เป็นฝนเบาบาง หลังจากนั้นช่วงบ่ายสถานการณ์ฝนจะลดลง ก่อนมีโอกาสกลับมาตกอีกครั้งในช่วงเย็น อย่างไรก็ตาม ยังถือเป็นสถานการณ์ตามปกติของฤดูฝน และหากไม่มีฝนหนักเข้ามาเติม จะช่วยให้การระบายน้ำทำได้เร็วขึ้นสำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ แนวทางหลักขณะนี้คือเร่งระบายน้ำออกจากคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งเป็นคลองสายหลักในการรับน้ำจากคลองย่อย ก่อนระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยเมื่อระดับน้ำในคลองสายหลักลดลง จะสามารถทยอยสูบและดึงน้ำจากคลองย่อย ถนน และพื้นที่ชุมชนเข้าสู่ระบบได้มากขึ้น รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวว่า วันนี้ระดับน้ำคลองแสนแสบบางช่วง โดยเฉพาะบริเวณรามคำแหงช่วงต้น มีแนวโน้มดีขึ้น กรุงเทพมหานครจึงจะทยอยเร่งสูบน้ำจากคลองย่อยเข้าสู่คลองแสนแสบ เพื่อช่วยลดระดับน้ำบริเวณรามคำแหง เทพลีลา และไล่ต่อไปยังพื้นที่คลองจั่น ซึ่งอาจต้องใช้เวลามากกว่าเนื่องจากอยู่ลึกเข้าไปในระบบระบายน้ำส่วนพื้นที่ลาดกระบัง ถือเป็นจุดที่มีความท้าทายมากที่สุด เนื่องจากอยู่ทางตะวันออกสุดของกรุงเทพฯ น้ำต้องระบายผ่านคลองประเวศบุรีรมย์เป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตร ก่อนเข้าสู่สถานีสูบน้ำพระโขนงและออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จึงต้องทยอยลดระดับน้ำจากด้านปลายน้ำเข้ามา โดยขณะนี้พื้นที่อ่อนนุชบางส่วนเริ่มดีขึ้น และจะค่อย ๆ ไล่ระดับไปยังพัฒนาการ ประเวศ และลาดกระบังตามลำดับ“หลักการคือเราต้องเอาระดับน้ำในคลองสายหลักลงก่อน คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 3 วันจึงจะลดลงมาอยู่ในระดับที่ช่วยระบายน้ำจากคลองย่อยได้ดีขึ้น แต่กรณีน้ำที่ล้นออกจากคลองและท่อเข้าไปในบ้านเรือนหรือชุมชนแล้ว การดึงน้ำกลับเข้าสู่ระบบจะใช้เวลามากกว่า อาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ในบางจุด” รองผู้ว่าฯ วิศณุ กล่าวสำหรับคลองแสนแสบ กรุงเทพมหานครใช้ทั้งการระบายตามระบบคลองและเครื่องมือช่วยเร่งระบายน้ำ โดยมีอุโมงค์ระบายน้ำช่วยรับน้ำในระบบ รวมทั้งการบริหารน้ำเชื่อมโยงกับคลองสามเสนและระบบระบายน้ำบริเวณบึงมักกะสัน เพื่อช่วยแบ่งน้ำออกจากคลองแสนแสบ ส่งผลให้หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย เช่น บริเวณเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งระดับน้ำลดลงและสามารถท
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 2529 กันยายน 2569 รวม 5 วัน ซึ่งครอบคลุมกรุงเทพมหานครและ 26 จังหวัดในภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจในกรณีฐานอยู่ที่ประมาณ 12,283 ล้านบาท หรือราว 0.066% ของ GDP ทั้งปี โดยมีกรอบประมาณการอยู่ระหว่าง 5,89620,635 ล้านบาท (0.030.11% ของ GDP) ขึ้นอยู่กับขอบเขตพื้นที่น้ำท่วมจริง และความสามารถในการชดเชยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักภายหลังตัวเลขดังกล่าว ยังไม่รวมความเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ และสินค้าคงคลัง รวมถึงผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งจะประเมินได้ชัดเจนภายหลังน้ำลด โดยศูนย์พยากรณ์ฯ คาดว่าสถานการณ์อุทกภัย จะคลี่คลายภายใน 1 สัปดาห์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินกว่าที่คาด ศูนย์พยากรณ์ฯ จะทบทวนผลการประเมินอีกครั้ง นายธนวรรธน์ ระบุ ขอบเขตของสถานการณ์สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างในหลายภูมิภาค ศูนย์พยากรณ์ฯ จึงกำหนดพื้นที่ประเมินรวม 27 พื้นที่ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร และ 26 จังหวัด ได้แก่ ปริมณฑล 4 จังหวัด ภาคกลาง 6 จังหวัด ภาคตะวันออก 8 จังหวัด ภาคเหนือ 4 จังหวัด และภาคตะวันออก เฉียงเหนือ 4 จังหวัด (ที่มา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) โดยพิจารณาจากพื้นที่ที่มีรายงานสถานการณ์อุทกภัยจากหน่วยงานภาครัฐทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ประกาศเขตภัยพิบัติครอบคลุมทั้ง 50 เขต ส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยครบทั้ง 6 อำเภอ ขณะเดียวกัน คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้วันที่ 2829 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดราชการพิเศษในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ศูนย์พยากรณ์ฯ ได้กำหนดกรอบเวลาเป็น 5 วัน เพื่อให้ครอบคลุมทั้งช่วงน้ำท่วม วันหยุดพิเศษ และช่วงการระบายน้ำ ผลประเมินรายพื้นที่ พบกรุงเทพฯ เสียหายหนักสุดกว่า 7 พันลบ.นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากผลการประเมิน ชี้ว่ากรุงเทพฯ ได้รับความเสียหายสูงสุดราว 7,014 ล้านบาท คิดเป็นราว 57% ของความเสียหายทั้งหมด หรือเทียบเท่าราว 0.11% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของกรุงเทพมหานครเอง สาเหตุสำคัญคือ กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และกิจกรรมเศรษฐกิจหลักเป็นภาคการค
อ่านต่อ >15