
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า จีนเดินหน้าจัดระเบียบการแข่งขันในธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ ล่าสุดลงโทษครั้งใหญ่กับ Trip.com Group ยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ของจีน โดยสั่งปรับและยึดผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบ รวมเป็นเงินกว่า 5,200 ล้านหยวน หรือประมาณ 25,892 ล้านบาท หลังตรวจพบพฤติกรรมใช้อำนาจเหนือตลาดจองโรงแรมออนไลน์ในประเทศสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน หรือ SAMR ระบุว่า Trip.com ใช้กลไกจัดสรรจำนวนผู้เข้าชม กฎของแพลตฟอร์ม และมาตรการทางเทคนิค เพื่อทำข้อตกลงแบบผูกขาดกับผู้ประกอบการโรงแรมบางส่วน รวมถึงกำหนดให้โรงแรมต้องเสนอราคาห้องพักบน Trip.com ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นพฤติกรรมดังกล่าวทำให้โรงแรมมีข้อจำกัดในการนำห้องพักไปขายผ่านหลายแพลตฟอร์ม และสูญเสียอิสระในการกำหนดราคาของตนเอง ขณะที่แพลตฟอร์มคู่แข่งมีโอกาสเข้าถึงห้องพักและแข่งขันด้านราคาน้อยลง ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด และอาจทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกจำกัดในระยะยาวบทลงโทษครั้งนี้แบ่งเป็น การยึดรายได้ที่ได้มาโดยมิชอบประมาณ 1,660 ล้านหยวน และค่าปรับอีกประมาณ 3,520 ล้านหยวน นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลยังสั่งให้ Trip.com คืนเงินประกันการจองรวม 122 ล้านหยวน ซึ่งถูกระงับไว้จากผู้ประกอบการโรงแรมด้วยข้อมูลจากหน่วยงานจีนระบุว่า พฤติกรรมบางส่วนดำเนินมาตั้งแต่ปี 2563 ก่อนที่รัฐบาลจะเริ่มสอบสวนอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีนี้ หลังได้รับข้อร้องเรียนว่า Trip.com กำหนดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม กดดันโรงแรมให้เลือกขายผ่านแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง และแทรกแซงการกำหนดราคาTrip.com ถือเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นเจ้าของบริการจองการเดินทางหลายแบรนด์ ทั้ง Ctrip, Qunar และ Skyscanner บริษัทประกาศยอมรับคำตัดสิน พร้อมดำเนินมาตรการแก้ไขตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเป็นระบบบทลงโทษครั้งนี้สะท้อนว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังเพิ่มความเข้มงวดต่อการแข่งขันของแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการทำสัญญาผูกขาด การบังคับขายในราคาต่ำ และการแข่งขันตัดราคาที่รุนแรงเกินไป เพราะแม้ผู้บริโภคอาจได้ราคาถูกในช่วงแรก แต่ในระยะยาวอาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีรายได้ลดลง คู่แข่งออกจากตลาด และอำนาจต่อรองกลับไปกระจุกตัวอยู่กับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่กรณีของ Trip.com จึงไม่ใช่เพียงบทลงโทษบริษัทท่องเที่ยวรายหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงแพลตฟอ
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พ.ศ. 2568-2570 ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาประเทศด้านข้อมูลขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกของประเทศไทย มุ่งวางรากฐานเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นระบบ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ จัดทำโดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) เพื่อแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของประเทศไทย อาทิ การจัดเก็บข้อมูลที่กระจัดกระจายในหลายหน่วยงาน การขาดบุคลากรด้านข้อมูลและ AI การเชื่อมโยงข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนข้อจำกัดด้านกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง น.ส.ลลิดา กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์กำหนดวิสัยทัศน์ ใช้พลังของข้อมูลกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยข้อมูล และการส่งเสริมบริการและนวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI โดยตั้งเป้าให้ภายในปี 2570 มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่เติบโตไม่น้อยกว่า 35% จากปีก่อน และยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทยในด้านการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ให้อยู่ใน 25 อันดับแรกของโลก- รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แผนดังกล่าว ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ เช่น Government Cloud, Government Data Catalog และ National Big Data Platform- ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศในด้านสำคัญ อาทิ สุขภาพ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม การเกษตร และเศรษฐกิจการค้า- พัฒนาและประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับบริการภาครัฐ ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนการสร้างโมเดล AI ภาษาไทยและคลังข้อมูลสำหรับการพัฒนา AI- พัฒนากำลังคนและยกระดับทักษะด้าน Big Data และ AI โดยตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 160,000 คน ภายในปี 2570 รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้ข้
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
วันหยุดธนาคารเดือนกรกฎาคม 2569วันหยุดราชการ วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 วันอาสาฬหบูชา ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดวันหยุดตามประเพณีของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ประจำปี พ.ศ. 2569 อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินจะเปิดให้บริการตามปกติทุกสาขา ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากไม่ได้เป็นวันหยุดทำการตรวจสอบรายละเอียดได้ที่นี่ แต่ละธนาคารเปิด-ปิดทำการ วันและเวลาใดบ้างธนาคารออมสินวันหยุดทำการธนาคารออมสินแจ้งวันเปิด-ปิดให้บริการสาขาวันที่ 28 และ 29 กรกฎาคม 2569สาขาที่เปิดให้บริการ วันจันทร์–ศุกร์ ปิดทำการสาขาในห้าง และสาขาที่เปิดให้บริการ 7 วัน เปิดให้บริการตามปกติทั้งนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ของธนาคารได้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ปิดทำการทุกสาขา ยกเว้นสาขาในห้างสรรพสินค้า เปิดให้บริการตามปกติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 และ เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569เปิดให้บริการตามปกติทุกสาขา ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569ลูกค้าสามารถชำระเงินกู้ผ่านช่องทางอื่นๆ ได้ตามปกติ ดังนี้ตู้บริการอิเล็กทรอนิกส์Mobile Application : GHB ALL GENLine @GHBBUDDYWebsite https://www.ghbank.co.th/สร้าง QR code ชำระเงินกู้ออนไลน์ที่ https://bit.ly/4pE5Szqธนาคารกรุงเทพธนาคารกรุงเทพ แจ้งวันหยุดทำการเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 และวันอาสาฬหบูชา 29 กรกฎาคม 2569ทั้งนี้ท่านสามารถใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของธนาคาร รวมถึงบริการตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คอลเซนเตอร์ธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333 หรือ 0 2645 5555 ธนาคารกรุงศรีอยุธยาธนาคารกรุงศรีอยุธยาแจ้งวันหยุดธนาคาร ในช่วงวันที่ 28-29 กรกฎาคม 2569ทั้งนี้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ผ่านช่องทางKrungsri ATMKrungsri Biz Onlinekrungsri appโทร 1572ธนาคารกสิกรไทยธนาคารกสิกรไทย ขอแจ้งวันทำการสาขาในช่วงวันหยุดกรุณาวางแผนการทำธุรกรรมล่วงหน้า
อ่านต่อ >19

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ผลสำรวจจากหนังสือพิมพ์โยมิอุริของญี่ปุ่นเผย คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงจุดที่ “ต่ำที่สุด” เป็นครั้งแรก โยมิอุริ เผยว่าผลสำรวจนี้เป็นการสำรวจในช่วงวันที่ 24-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาคาอิจิสูญเสียคะแนนนิยมจนถึงระดับที่ 57 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมอยู่ที่ระดับ 69 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่คะแนนนิยมของเธอต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้วในขณะเดียวกันโยมิอุริ รายงานว่า สัดส่วนผู้ที่ ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลเธอ เพิ่มขึ้นเป็น 34 เปอร์เซ็นต์ จาก 21 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ยังพบว่าชาวญี่ปุ่นที่ไม่เห็นด้วยกับความพยายามของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นเพิ่มขึ้นเป็น 71 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 56 เปอร์เซ็นต์ด้วยความนิยมที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับ ทาคาอิจิ ซึ่งกำลังเผชิญมรสุมรอบด้าน ทั้งปัญหาจากนโยบายการคลังและการเงินแบบขยายตัวของเธอ ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตร (bond yields) พุ่งสูงขึ้น รวมถึงปัญหาค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ทศวรรษแรงกดดันนี้ รวมถึงเสียงคัดค้าน แม้แต่กระทั่งจากสมาชิกภายในพรรครัฐบาลของเธอเอง ทำให้รัฐบาลของทาคาอิจิยังล่าช้าในการตัดสินใจว่าจะลดภาษี 8% สำหรับการจำหน่ายอาหารหรือไม่ และจะเริ่มเมื่อใด ซึ่งเป็นคำมั่นที่ทาคาอิจิให้ไว้ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาก่อนที่ในเดือนสิงหาคมหรืออาจจะกันยายนนี้ รัฐบาลของทาคาอิจิจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ด้าน เคนจิ ยามาโมโตะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดของบริษัทไดวะ ซิเคียวริตีส์ (Daiwa Securities) กล่าวว่าแม้คะแนนนิยมของทาคาอิจิจะลดลง แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดก่อน ๆ ดังนั้นแล้ว จึงอาจยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้ว่าอนาคตทางการเมืองของทาคาอิจิกำลังสั่นคลอนแต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทาคาอิจิต้องยอมรับความจริงว่าต้นทุนซึ่งเธอได้รับจากชัยชนะในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏร ก็กำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วย ดังนั้นแล้วผู้เชี่ยวชาญมองว่าสิ่งที่ควรให้ความสำคัญตอนนี้คือ ทาคาอิจิจะส่งสัญญาณอย่างไรผ่านการปรับคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับทิศทางของนโยบายกระตุ้นเศร
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า จีนเดินหน้าจัดระเบียบการแข่งขันในธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ ล่าสุดลงโทษครั้งใหญ่กับ Trip.com Group ยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ของจีน โดยสั่งปรับและยึดผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบ รวมเป็นเงินกว่า 5,200 ล้านหยวน หรือประมาณ 25,892 ล้านบาท หลังตรวจพบพฤติกรรมใช้อำนาจเหนือตลาดจองโรงแรมออนไลน์ในประเทศสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน หรือ SAMR ระบุว่า Trip.com ใช้กลไกจัดสรรจำนวนผู้เข้าชม กฎของแพลตฟอร์ม และมาตรการทางเทคนิค เพื่อทำข้อตกลงแบบผูกขาดกับผู้ประกอบการโรงแรมบางส่วน รวมถึงกำหนดให้โรงแรมต้องเสนอราคาห้องพักบน Trip.com ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นพฤติกรรมดังกล่าวทำให้โรงแรมมีข้อจำกัดในการนำห้องพักไปขายผ่านหลายแพลตฟอร์ม และสูญเสียอิสระในการกำหนดราคาของตนเอง ขณะที่แพลตฟอร์มคู่แข่งมีโอกาสเข้าถึงห้องพักและแข่งขันด้านราคาน้อยลง ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด และอาจทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกจำกัดในระยะยาวบทลงโทษครั้งนี้แบ่งเป็น การยึดรายได้ที่ได้มาโดยมิชอบประมาณ 1,660 ล้านหยวน และค่าปรับอีกประมาณ 3,520 ล้านหยวน นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลยังสั่งให้ Trip.com คืนเงินประกันการจองรวม 122 ล้านหยวน ซึ่งถูกระงับไว้จากผู้ประกอบการโรงแรมด้วยข้อมูลจากหน่วยงานจีนระบุว่า พฤติกรรมบางส่วนดำเนินมาตั้งแต่ปี 2563 ก่อนที่รัฐบาลจะเริ่มสอบสวนอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีนี้ หลังได้รับข้อร้องเรียนว่า Trip.com กำหนดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม กดดันโรงแรมให้เลือกขายผ่านแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง และแทรกแซงการกำหนดราคาTrip.com ถือเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นเจ้าของบริการจองการเดินทางหลายแบรนด์ ทั้ง Ctrip, Qunar และ Skyscanner บริษัทประกาศยอมรับคำตัดสิน พร้อมดำเนินมาตรการแก้ไขตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเป็นระบบบทลงโทษครั้งนี้สะท้อนว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังเพิ่มความเข้มงวดต่อการแข่งขันของแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการทำสัญญาผูกขาด การบังคับขายในราคาต่ำ และการแข่งขันตัดราคาที่รุนแรงเกินไป เพราะแม้ผู้บริโภคอาจได้ราคาถูกในช่วงแรก แต่ในระยะยาวอาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีรายได้ลดลง คู่แข่งออกจากตลาด และอำนาจต่อรองกลับไปกระจุกตัวอยู่กับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่กรณีของ Trip.com จึงไม่ใช่เพียงบทลงโทษบริษัทท่องเที่ยวรายหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงแพลตฟอ
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบ (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) พ.ศ. 2568-2570 ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอ เพื่อใช้เป็นกรอบทิศทางการพัฒนาประเทศด้านข้อมูลขนาดใหญ่เป็นครั้งแรกของประเทศไทย มุ่งวางรากฐานเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ยกระดับการตัดสินใจเชิงนโยบาย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเป็นระบบ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ จัดทำโดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) เพื่อแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของประเทศไทย อาทิ การจัดเก็บข้อมูลที่กระจัดกระจายในหลายหน่วยงาน การขาดบุคลากรด้านข้อมูลและ AI การเชื่อมโยงข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนข้อจำกัดด้านกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง น.ส.ลลิดา กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์กำหนดวิสัยทัศน์ ใช้พลังของข้อมูลกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน พร้อมตั้งเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยข้อมูล และการส่งเสริมบริการและนวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้ข้อมูลและ AI โดยตั้งเป้าให้ภายในปี 2570 มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่เติบโตไม่น้อยกว่า 35% จากปีก่อน และยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทยในด้านการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ให้อยู่ใน 25 อันดับแรกของโลก- รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แผนดังกล่าว ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของประเทศ เช่น Government Cloud, Government Data Catalog และ National Big Data Platform- ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศในด้านสำคัญ อาทิ สุขภาพ การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม การเกษตร และเศรษฐกิจการค้า- พัฒนาและประยุกต์ใช้ AI เพื่อยกระดับบริการภาครัฐ ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม พร้อมสนับสนุนการสร้างโมเดล AI ภาษาไทยและคลังข้อมูลสำหรับการพัฒนา AI- พัฒนากำลังคนและยกระดับทักษะด้าน Big Data และ AI โดยตั้งเป้าฝึกอบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 160,000 คน ภายในปี 2570 รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้ข้
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
วันหยุดธนาคารเดือนกรกฎาคม 2569วันหยุดราชการ วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 วันอาสาฬหบูชา ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดวันหยุดตามประเพณีของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ประจำปี พ.ศ. 2569 อย่างไรก็ตาม สถาบันการเงินจะเปิดให้บริการตามปกติทุกสาขา ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เนื่องจากไม่ได้เป็นวันหยุดทำการตรวจสอบรายละเอียดได้ที่นี่ แต่ละธนาคารเปิด-ปิดทำการ วันและเวลาใดบ้างธนาคารออมสินวันหยุดทำการธนาคารออมสินแจ้งวันเปิด-ปิดให้บริการสาขาวันที่ 28 และ 29 กรกฎาคม 2569สาขาที่เปิดให้บริการ วันจันทร์–ศุกร์ ปิดทำการสาขาในห้าง และสาขาที่เปิดให้บริการ 7 วัน เปิดให้บริการตามปกติทั้งนี้ ลูกค้าสามารถใช้บริการช่องทางออนไลน์อื่น ๆ ของธนาคารได้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ปิดทำการทุกสาขา ยกเว้นสาขาในห้างสรรพสินค้า เปิดให้บริการตามปกติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 และ เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569เปิดให้บริการตามปกติทุกสาขา ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569ลูกค้าสามารถชำระเงินกู้ผ่านช่องทางอื่นๆ ได้ตามปกติ ดังนี้ตู้บริการอิเล็กทรอนิกส์Mobile Application : GHB ALL GENLine @GHBBUDDYWebsite https://www.ghbank.co.th/สร้าง QR code ชำระเงินกู้ออนไลน์ที่ https://bit.ly/4pE5Szqธนาคารกรุงเทพธนาคารกรุงเทพ แจ้งวันหยุดทำการเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 และวันอาสาฬหบูชา 29 กรกฎาคม 2569ทั้งนี้ท่านสามารถใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ของธนาคาร รวมถึงบริการตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คอลเซนเตอร์ธนาคารกรุงเทพ โทร. 1333 หรือ 0 2645 5555 ธนาคารกรุงศรีอยุธยาธนาคารกรุงศรีอยุธยาแจ้งวันหยุดธนาคาร ในช่วงวันที่ 28-29 กรกฎาคม 2569ทั้งนี้ลูกค้าสามารถใช้บริการได้ผ่านช่องทางKrungsri ATMKrungsri Biz Onlinekrungsri appโทร 1572ธนาคารกสิกรไทยธนาคารกสิกรไทย ขอแจ้งวันทำการสาขาในช่วงวันหยุดกรุณาวางแผนการทำธุรกรรมล่วงหน้า
อ่านต่อ >19

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ผลสำรวจจากหนังสือพิมพ์โยมิอุริของญี่ปุ่นเผย คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรี “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” ลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถึงจุดที่ “ต่ำที่สุด” เป็นครั้งแรก โยมิอุริ เผยว่าผลสำรวจนี้เป็นการสำรวจในช่วงวันที่ 24-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาคาอิจิสูญเสียคะแนนนิยมจนถึงระดับที่ 57 เปอร์เซ็นต์ จากเดิมอยู่ที่ระดับ 69 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่คะแนนนิยมของเธอต่ำกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้วในขณะเดียวกันโยมิอุริ รายงานว่า สัดส่วนผู้ที่ ไม่เห็นด้วยกับการบริหารงานของรัฐบาลเธอ เพิ่มขึ้นเป็น 34 เปอร์เซ็นต์ จาก 21 เปอร์เซ็นต์ ในเดือนมิถุนายน นอกจากนี้ยังพบว่าชาวญี่ปุ่นที่ไม่เห็นด้วยกับความพยายามของรัฐบาลในการรับมือกับปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นเพิ่มขึ้นเป็น 71 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 56 เปอร์เซ็นต์ด้วยความนิยมที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้กับ ทาคาอิจิ ซึ่งกำลังเผชิญมรสุมรอบด้าน ทั้งปัญหาจากนโยบายการคลังและการเงินแบบขยายตัวของเธอ ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตร (bond yields) พุ่งสูงขึ้น รวมถึงปัญหาค่าเงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 ทศวรรษแรงกดดันนี้ รวมถึงเสียงคัดค้าน แม้แต่กระทั่งจากสมาชิกภายในพรรครัฐบาลของเธอเอง ทำให้รัฐบาลของทาคาอิจิยังล่าช้าในการตัดสินใจว่าจะลดภาษี 8% สำหรับการจำหน่ายอาหารหรือไม่ และจะเริ่มเมื่อใด ซึ่งเป็นคำมั่นที่ทาคาอิจิให้ไว้ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาก่อนที่ในเดือนสิงหาคมหรืออาจจะกันยายนนี้ รัฐบาลของทาคาอิจิจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ด้าน เคนจิ ยามาโมโตะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดของบริษัทไดวะ ซิเคียวริตีส์ (Daiwa Securities) กล่าวว่าแม้คะแนนนิยมของทาคาอิจิจะลดลง แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดก่อน ๆ ดังนั้นแล้ว จึงอาจยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้ว่าอนาคตทางการเมืองของทาคาอิจิกำลังสั่นคลอนแต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทาคาอิจิต้องยอมรับความจริงว่าต้นทุนซึ่งเธอได้รับจากชัยชนะในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏร ก็กำลังลดน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วย ดังนั้นแล้วผู้เชี่ยวชาญมองว่าสิ่งที่ควรให้ความสำคัญตอนนี้คือ ทาคาอิจิจะส่งสัญญาณอย่างไรผ่านการปรับคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับทิศทางของนโยบายกระตุ้นเศร
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า จีนเดินหน้าจัดระเบียบการแข่งขันในธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ ล่าสุดลงโทษครั้งใหญ่กับ Trip.com Group ยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ของจีน โดยสั่งปรับและยึดผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบ รวมเป็นเงินกว่า 5,200 ล้านหยวน หรือประมาณ 25,892 ล้านบาท หลังตรวจพบพฤติกรรมใช้อำนาจเหนือตลาดจองโรงแรมออนไลน์ในประเทศสำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน หรือ SAMR ระบุว่า Trip.com ใช้กลไกจัดสรรจำนวนผู้เข้าชม กฎของแพลตฟอร์ม และมาตรการทางเทคนิค เพื่อทำข้อตกลงแบบผูกขาดกับผู้ประกอบการโรงแรมบางส่วน รวมถึงกำหนดให้โรงแรมต้องเสนอราคาห้องพักบน Trip.com ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นพฤติกรรมดังกล่าวทำให้โรงแรมมีข้อจำกัดในการนำห้องพักไปขายผ่านหลายแพลตฟอร์ม และสูญเสียอิสระในการกำหนดราคาของตนเอง ขณะที่แพลตฟอร์มคู่แข่งมีโอกาสเข้าถึงห้องพักและแข่งขันด้านราคาน้อยลง ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด และอาจทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกจำกัดในระยะยาวบทลงโทษครั้งนี้แบ่งเป็น การยึดรายได้ที่ได้มาโดยมิชอบประมาณ 1,660 ล้านหยวน และค่าปรับอีกประมาณ 3,520 ล้านหยวน นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลยังสั่งให้ Trip.com คืนเงินประกันการจองรวม 122 ล้านหยวน ซึ่งถูกระงับไว้จากผู้ประกอบการโรงแรมด้วยข้อมูลจากหน่วยงานจีนระบุว่า พฤติกรรมบางส่วนดำเนินมาตั้งแต่ปี 2563 ก่อนที่รัฐบาลจะเริ่มสอบสวนอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีนี้ หลังได้รับข้อร้องเรียนว่า Trip.com กำหนดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม กดดันโรงแรมให้เลือกขายผ่านแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง และแทรกแซงการกำหนดราคาTrip.com ถือเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นเจ้าของบริการจองการเดินทางหลายแบรนด์ ทั้ง Ctrip, Qunar และ Skyscanner บริษัทประกาศยอมรับคำตัดสิน พร้อมดำเนินมาตรการแก้ไขตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างเป็นระบบบทลงโทษครั้งนี้สะท้อนว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังเพิ่มความเข้มงวดต่อการแข่งขันของแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการทำสัญญาผูกขาด การบังคับขายในราคาต่ำ และการแข่งขันตัดราคาที่รุนแรงเกินไป เพราะแม้ผู้บริโภคอาจได้ราคาถูกในช่วงแรก แต่ในระยะยาวอาจทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีรายได้ลดลง คู่แข่งออกจากตลาด และอำนาจต่อรองกลับไปกระจุกตัวอยู่กับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่กรณีของ Trip.com จึงไม่ใช่เพียงบทลงโทษบริษัทท่องเที่ยวรายหนึ่ง แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงแพลตฟอ
อ่านต่อ >18