
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
8 มาตรการฟื้นฟูชีวิต–เศรษฐกิจ หลังน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้โดยเร็วหลังเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดภาคใต้ รัฐบาลออกชุดมาตรการฟื้นฟูเร่งด่วน เพื่อประคองประชาชนที่สูญเสียรายได้ บ้านเรือนเสียหาย และผู้ประกอบการที่ต้องหยุดกิจการแบบฉับพลัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่เริ่มเดินหน้าได้ทันทีหลังระดับน้ำลดร.อ.อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการทั้งหมดจัดทำขึ้นเพื่อช่วยผู้ประสบภัยในระยะสั้นและวางรากฐานไปสู่การฟื้นฟูระยะกลาง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลต้องการให้ประชาชนกลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด ทั้งด้านการเงิน การทำมาหากิน และการเข้าถึงสวัสดิการที่จำเป็น 8 มาตรการฟื้นฟูเร่งด่วนที่ประกาศใช้1. พักชำระหนี้–พักดอกเบี้ย 1 ปีสำหรับลูกหนี้ที่มีวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท รัฐบาลสั่งให้สถาบันการเงินทุกแห่งใช้มาตรการพักต้นพักดอก เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนตั้งหลักโดยไม่ถูกภาระทางการเงินไล่ทันทีหลังประสบภัย2. กู้ยังชีพหรือกู้เริ่มทำอาชีพใหม่ วงเงิน 100,000 บาทเป็นสินเชื่อฉุกเฉินดอกเบี้ย 0% 6 เดือน เพื่อให้ครัวเรือนที่ไม่มีรายได้สามารถกลับมาทำงานหรือทำธุรกิจขนาดเล็กได้โดยเร็ว3. สินเชื่อซ่อมบ้าน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 0% 1 ปีครอบครัวที่บ้านเรือนเสียหายสามารถเข้าถึงเงินทุนซ่อมแซมได้ทันที โดยไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยในปีแรก4. บริษัทประกันภัยต้องเร่งจ่ายเคลมมีคำสั่งให้ลดขั้นตอนและเร่งชำระค่าสินไหม เพื่อแก้ปัญหาการรอคอยยาวนานของประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ 5. ประกันสังคมจ่ายชดเชยสูงสุดทุกกรณีลูกจ้างและผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้เต็มที่ ทั้งด้านรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ ว่างงาน และการชดเชยรายได้6. ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือ 2 ล้านบาทเป็นมาตรการดูแลผู้สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อบรรเทาภาระของญาติและเปิดโอกาสให้ครอบครัวตั้งหลักในช่วงเวลาเศร้าโศก7. มาตรการช่วยผู้ประกอบการ SMEsรัฐสนับสนุนเงินทุนและมาตรการผ่อนปรน เพื่อให้ธุรกิจที่ได้รับความเสียหายสามารถฟื้นตัวต่อเนื่อง ลดการเลิกกิจการในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้8. มาตรการภาษีและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหาดใหญ่รัฐบาลเตรียมใช้ชุดมาตรการดึงนักเที่ยวกลับสู่พื้นที่ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และพยุงธุรกิจโรงแรม–ร้
อ่านต่อ >167

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อีกต่อไป ล่าสุดกรมโลกร้อน เปิดเผยข้อมูลรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อยู่ในอันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี 2022 หลังมีสัญญานเตือนจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม พายุ รวมถึงคลื่นความร้อน ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ล่าสุดดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผย ข้อมูลจากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 โดยองค์กร Germanwatch ที่ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลก โดยใช้ฐานข้อมูลระหว่างประเทศ ช่วงระยะเวลา 30 ปี (ค.ศ. 1995–2024) พบว่า ในปี 2024 ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อยู่ในอันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี 2022 สะท้อนถึงความเปราะบางต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วอย่างชัดเจน ส่วนความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี อยู่อันดับที่ 22 จากอันดับที่ 30 ในปี 2022 แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของไทยเพิ่มสูงขึ้น รายงานดังกล่าว ยังระบุว่า ในช่วงปี 30 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากกว่า 9,700 ครั้ง มีประชากรได้รับผลกระทบเกือบ 5.7 พันล้านคน มีผู้เสียชีวิตกว่า 832,000 คน เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสาเหตุการเสียชีวิตสูงที่สุดเกิดจากคลื่นความร้อนและพายุ รวม 66% ขณะที่น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อประชากรมากที่สุด 48% ส่วนพายุสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงที่สุด 58% หรือราว 2.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2024 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ เกรนาดา ชาด ปาปัวนิวกินี ไนเจอร์ เนปาล ฟิลิปปินส์ มาลาวี เมียนมา และเวียดนาม ขณะที่ความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี ประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ โดมินิกา เมียนมา และฮอนดูรัส ซึ่งกลุ่มประเทศดังกล่าว มีความสามารถในการปรับตัวต่ำกว่าประเทศอื่น ดร.พิรุณ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าไทยจะมีระดับการพัฒนาสูงกว่าประเทศรายได้ต่ำหลายประเทศ แต่ยังคงเผชิญกับความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพอากาศรุนแรง โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หนึ่งในจังหวัดที่มีความเสี่ยงในเรื่องภัยอันตรายจากฝนตกหนัก ที่มีปริมาณฝนตกหนักสูงสุดถึง 350 มิลลิเมตรต่อวัน ถือเป็นปริมาณที่มากผิดปกติในรอบ 300 ปี ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่ง
อ่านต่อ >36

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมภาคใต้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) รายงานยอดผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ว่า ยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 29 พ.ย. เวลา 8.00 น. ในพื้นที่ 8 จังหวัด รวม 162 ราย แบ่งเป็น จังหวัดสงขลา 126 ราย นครศรีธรรมราช 9 ราย ปัตตานี 7 ราย ยะลา 5 ราย สตูล 5 ราย นราธิวาส 4 ราย พัทลุง 4 ราย และตรัง 2 ราย รมว.สธ. ส่งทีมแพทย์เดินเท้า 145 คน ออกค้นหาช่วยดูแลผู้ป่วยตามบ้านน้ำท่วม "หาดใหญ่"นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 จัดการดูแลประชาชนเชิงรุก โดยส่งทีมแพทย์เดินเท้าออกเคาะประตูบ้านค้นหาผู้ป่วยในช่วงน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ป่วยที่ยังอยู่ตามบ้านเรือนให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจากจังหวัดต่างๆ ในเขตสุขภาพที่ 12 รวม 145 คน กระจายตัวลงพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ประกอบด้วย 1) จ.ยะลา 16 คน แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 8 คน คือ ทีมยะลา 1 มีแม่ข่ายเป็น Mini MERT รพ.กระบุรี วัดหาดใหญ่ใน จะเดินตามหมู่บ้านรอบวัดหาดใหญ่ในริมคลองอู่ตะเภา และทีมยะลา 2 มีแม่ข่ายเป็น Mini MERT รพ.สมุทรปราการ เดินตามโซนหน้าที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ 2) จ.สตูล 15 คน มีแม่ข่ายเป็น Mini MERT รพ.ชัยบุรี ที่เซเว่น-อีเลฟเว่น ถนนนวลแก้ว จะเดินตามหมู่บ้านโซนถนนนวลแก้ว นายพัฒนากล่าวต่อว่า 3) จ.นราธิวาส 33 คน มีแม่ข่ายเป็นทีม รพ.สนาม รพ.นราธิวาส หาดทิพย์ คลองหวะ จะเดินตามหมู่บ้านโซนศาลาประชาคมคลองหวะ รร.อัฟฟาฮัท วัดเทพชุมนุม ตลาดบ้านพรุ เทศบาลบ้านพรุ และปลักธง 4) จ.พัทลุง 22 คน แบ่งเป็น 11 ทีม มีแม่ข่ายเป็น รพ.นครพิงค์ รพ.รามาธิบดี จะเดินตามหมู่บ้านโซนศูนย์การค้าไดอาน่า จันทร์วิโรจน์ และขนส่งเก่า 5) จ.ปัตตานี 6 คน แบ่งเป็น 3 ทีม มีแม่ข่ายเป็น รพ.สะบ้าย้อย จะเดินบริเวณชุมชนมัสยิดควนลัง 6) จ.ตรัง 53 คน เป็น 26 ทีม มีแม่ข่ายเป็น รพ.สนาม รพ.ตรัง ที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จะเดินบริเวณหน้าหอนาฬิกา ตลาดกิมหยง ถนนรัถการ ตลาดสด โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และชุมชนใต้สะพานดำ
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เปิดภาพมุมสูงของทีมกู้ภัยฮุก 31 โคราช ที่ลงพื้นที่ช่วยประชาชนที่เดือดร้อนน้ำท่วมในเขตชุมชนสะพานดำ ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งพบว่าระดับน้ำได้ลดลงแล้ว แต่มีบางจุดที่น้ำท่วมขัง และพบร่องรอยความเสียหายเป็นวงกว้าง ประชาชนได้เข้าสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ถูกกระแสน้ำซัดและท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน โดยเฉพาะรถยนต์ที่จอดจมน้ำ หลายคันถูกกระแสน้ำซัดลอยไปตามถนนต่างๆ หลายคันลอยไปเกยอยู่ในบ้านเรือนและสถานที่ต่าง ๆ ทีมกู้ภัยและประชาชนต้องช่วยกันเคลื่อนย้ายรถออกจากตัวบ้าน พร้อมยกทรัพย์สินที่เสียหาย ก่อนจะทำความสะอาดครั้งใหญ่ ขณะที่ นายพิสิษฐ์ พงษ์ศิริศุภกุล ผู้อำนวยการศูนย์กู้ภัย มูลนิธิฯ ฮุก31 โคราช หารือเพื่อวางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือหลังน้ำลด เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย โดยจัดตั้งเป็นโรงทานเพื่อทำอาหารแจกจ่ายในชุมชนสะพานดำ ซึ่งมีประชากรประมาณ 5,000 คนอยู่ในพื้นที่ โดยเป็นเมนูที่ทำง่าย เช่น ข้าวเหนียวไก่ทอด ผัดหมี่โคราช ผัดคะน้าใส่ไข่ และข้าวผัด
อ่านต่อ >24

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
8 มาตรการฟื้นฟูชีวิต–เศรษฐกิจ หลังน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้โดยเร็วหลังเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดภาคใต้ รัฐบาลออกชุดมาตรการฟื้นฟูเร่งด่วน เพื่อประคองประชาชนที่สูญเสียรายได้ บ้านเรือนเสียหาย และผู้ประกอบการที่ต้องหยุดกิจการแบบฉับพลัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่เริ่มเดินหน้าได้ทันทีหลังระดับน้ำลดร.อ.อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการทั้งหมดจัดทำขึ้นเพื่อช่วยผู้ประสบภัยในระยะสั้นและวางรากฐานไปสู่การฟื้นฟูระยะกลาง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลต้องการให้ประชาชนกลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด ทั้งด้านการเงิน การทำมาหากิน และการเข้าถึงสวัสดิการที่จำเป็น 8 มาตรการฟื้นฟูเร่งด่วนที่ประกาศใช้1. พักชำระหนี้–พักดอกเบี้ย 1 ปีสำหรับลูกหนี้ที่มีวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท รัฐบาลสั่งให้สถาบันการเงินทุกแห่งใช้มาตรการพักต้นพักดอก เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนตั้งหลักโดยไม่ถูกภาระทางการเงินไล่ทันทีหลังประสบภัย2. กู้ยังชีพหรือกู้เริ่มทำอาชีพใหม่ วงเงิน 100,000 บาทเป็นสินเชื่อฉุกเฉินดอกเบี้ย 0% 6 เดือน เพื่อให้ครัวเรือนที่ไม่มีรายได้สามารถกลับมาทำงานหรือทำธุรกิจขนาดเล็กได้โดยเร็ว3. สินเชื่อซ่อมบ้าน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 0% 1 ปีครอบครัวที่บ้านเรือนเสียหายสามารถเข้าถึงเงินทุนซ่อมแซมได้ทันที โดยไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยในปีแรก4. บริษัทประกันภัยต้องเร่งจ่ายเคลมมีคำสั่งให้ลดขั้นตอนและเร่งชำระค่าสินไหม เพื่อแก้ปัญหาการรอคอยยาวนานของประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ 5. ประกันสังคมจ่ายชดเชยสูงสุดทุกกรณีลูกจ้างและผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้เต็มที่ ทั้งด้านรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ ว่างงาน และการชดเชยรายได้6. ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือ 2 ล้านบาทเป็นมาตรการดูแลผู้สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อบรรเทาภาระของญาติและเปิดโอกาสให้ครอบครัวตั้งหลักในช่วงเวลาเศร้าโศก7. มาตรการช่วยผู้ประกอบการ SMEsรัฐสนับสนุนเงินทุนและมาตรการผ่อนปรน เพื่อให้ธุรกิจที่ได้รับความเสียหายสามารถฟื้นตัวต่อเนื่อง ลดการเลิกกิจการในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้8. มาตรการภาษีและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหาดใหญ่รัฐบาลเตรียมใช้ชุดมาตรการดึงนักเที่ยวกลับสู่พื้นที่ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และพยุงธุรกิจโรงแรม–ร้
อ่านต่อ >167

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อีกต่อไป ล่าสุดกรมโลกร้อน เปิดเผยข้อมูลรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 ว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อยู่ในอันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี 2022 หลังมีสัญญานเตือนจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม พายุ รวมถึงคลื่นความร้อน ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ล่าสุดดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผย ข้อมูลจากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 โดยองค์กร Germanwatch ที่ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลก โดยใช้ฐานข้อมูลระหว่างประเทศ ช่วงระยะเวลา 30 ปี (ค.ศ. 1995–2024) พบว่า ในปี 2024 ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อยู่ในอันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี 2022 สะท้อนถึงความเปราะบางต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วอย่างชัดเจน ส่วนความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี อยู่อันดับที่ 22 จากอันดับที่ 30 ในปี 2022 แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของไทยเพิ่มสูงขึ้น รายงานดังกล่าว ยังระบุว่า ในช่วงปี 30 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากกว่า 9,700 ครั้ง มีประชากรได้รับผลกระทบเกือบ 5.7 พันล้านคน มีผู้เสียชีวิตกว่า 832,000 คน เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสาเหตุการเสียชีวิตสูงที่สุดเกิดจากคลื่นความร้อนและพายุ รวม 66% ขณะที่น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อประชากรมากที่สุด 48% ส่วนพายุสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงที่สุด 58% หรือราว 2.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2024 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ เกรนาดา ชาด ปาปัวนิวกินี ไนเจอร์ เนปาล ฟิลิปปินส์ มาลาวี เมียนมา และเวียดนาม ขณะที่ความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี ประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ โดมินิกา เมียนมา และฮอนดูรัส ซึ่งกลุ่มประเทศดังกล่าว มีความสามารถในการปรับตัวต่ำกว่าประเทศอื่น ดร.พิรุณ กล่าวว่า ถึงแม้ว่าไทยจะมีระดับการพัฒนาสูงกว่าประเทศรายได้ต่ำหลายประเทศ แต่ยังคงเผชิญกับความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพอากาศรุนแรง โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หนึ่งในจังหวัดที่มีความเสี่ยงในเรื่องภัยอันตรายจากฝนตกหนัก ที่มีปริมาณฝนตกหนักสูงสุดถึง 350 มิลลิเมตรต่อวัน ถือเป็นปริมาณที่มากผิดปกติในรอบ 300 ปี ส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่ง
อ่านต่อ >36

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมภาคใต้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) รายงานยอดผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ภาคใต้ว่า ยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 29 พ.ย. เวลา 8.00 น. ในพื้นที่ 8 จังหวัด รวม 162 ราย แบ่งเป็น จังหวัดสงขลา 126 ราย นครศรีธรรมราช 9 ราย ปัตตานี 7 ราย ยะลา 5 ราย สตูล 5 ราย นราธิวาส 4 ราย พัทลุง 4 ราย และตรัง 2 ราย รมว.สธ. ส่งทีมแพทย์เดินเท้า 145 คน ออกค้นหาช่วยดูแลผู้ป่วยตามบ้านน้ำท่วม "หาดใหญ่"นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 จัดการดูแลประชาชนเชิงรุก โดยส่งทีมแพทย์เดินเท้าออกเคาะประตูบ้านค้นหาผู้ป่วยในช่วงน้ำท่วมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ป่วยที่ยังอยู่ตามบ้านเรือนให้ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขจากจังหวัดต่างๆ ในเขตสุขภาพที่ 12 รวม 145 คน กระจายตัวลงพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ประกอบด้วย 1) จ.ยะลา 16 คน แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 8 คน คือ ทีมยะลา 1 มีแม่ข่ายเป็น Mini MERT รพ.กระบุรี วัดหาดใหญ่ใน จะเดินตามหมู่บ้านรอบวัดหาดใหญ่ในริมคลองอู่ตะเภา และทีมยะลา 2 มีแม่ข่ายเป็น Mini MERT รพ.สมุทรปราการ เดินตามโซนหน้าที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ 2) จ.สตูล 15 คน มีแม่ข่ายเป็น Mini MERT รพ.ชัยบุรี ที่เซเว่น-อีเลฟเว่น ถนนนวลแก้ว จะเดินตามหมู่บ้านโซนถนนนวลแก้ว นายพัฒนากล่าวต่อว่า 3) จ.นราธิวาส 33 คน มีแม่ข่ายเป็นทีม รพ.สนาม รพ.นราธิวาส หาดทิพย์ คลองหวะ จะเดินตามหมู่บ้านโซนศาลาประชาคมคลองหวะ รร.อัฟฟาฮัท วัดเทพชุมนุม ตลาดบ้านพรุ เทศบาลบ้านพรุ และปลักธง 4) จ.พัทลุง 22 คน แบ่งเป็น 11 ทีม มีแม่ข่ายเป็น รพ.นครพิงค์ รพ.รามาธิบดี จะเดินตามหมู่บ้านโซนศูนย์การค้าไดอาน่า จันทร์วิโรจน์ และขนส่งเก่า 5) จ.ปัตตานี 6 คน แบ่งเป็น 3 ทีม มีแม่ข่ายเป็น รพ.สะบ้าย้อย จะเดินบริเวณชุมชนมัสยิดควนลัง 6) จ.ตรัง 53 คน เป็น 26 ทีม มีแม่ข่ายเป็น รพ.สนาม รพ.ตรัง ที่เทศบาลนครหาดใหญ่ จะเดินบริเวณหน้าหอนาฬิกา ตลาดกิมหยง ถนนรัถการ ตลาดสด โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และชุมชนใต้สะพานดำ
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เปิดภาพมุมสูงของทีมกู้ภัยฮุก 31 โคราช ที่ลงพื้นที่ช่วยประชาชนที่เดือดร้อนน้ำท่วมในเขตชุมชนสะพานดำ ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งพบว่าระดับน้ำได้ลดลงแล้ว แต่มีบางจุดที่น้ำท่วมขัง และพบร่องรอยความเสียหายเป็นวงกว้าง ประชาชนได้เข้าสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ถูกกระแสน้ำซัดและท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน โดยเฉพาะรถยนต์ที่จอดจมน้ำ หลายคันถูกกระแสน้ำซัดลอยไปตามถนนต่างๆ หลายคันลอยไปเกยอยู่ในบ้านเรือนและสถานที่ต่าง ๆ ทีมกู้ภัยและประชาชนต้องช่วยกันเคลื่อนย้ายรถออกจากตัวบ้าน พร้อมยกทรัพย์สินที่เสียหาย ก่อนจะทำความสะอาดครั้งใหญ่ ขณะที่ นายพิสิษฐ์ พงษ์ศิริศุภกุล ผู้อำนวยการศูนย์กู้ภัย มูลนิธิฯ ฮุก31 โคราช หารือเพื่อวางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือหลังน้ำลด เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย โดยจัดตั้งเป็นโรงทานเพื่อทำอาหารแจกจ่ายในชุมชนสะพานดำ ซึ่งมีประชากรประมาณ 5,000 คนอยู่ในพื้นที่ โดยเป็นเมนูที่ทำง่าย เช่น ข้าวเหนียวไก่ทอด ผัดหมี่โคราช ผัดคะน้าใส่ไข่ และข้าวผัด
อ่านต่อ >24

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
8 มาตรการฟื้นฟูชีวิต–เศรษฐกิจ หลังน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้โดยเร็วหลังเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดภาคใต้ รัฐบาลออกชุดมาตรการฟื้นฟูเร่งด่วน เพื่อประคองประชาชนที่สูญเสียรายได้ บ้านเรือนเสียหาย และผู้ประกอบการที่ต้องหยุดกิจการแบบฉับพลัน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่เริ่มเดินหน้าได้ทันทีหลังระดับน้ำลดร.อ.อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการทั้งหมดจัดทำขึ้นเพื่อช่วยผู้ประสบภัยในระยะสั้นและวางรากฐานไปสู่การฟื้นฟูระยะกลาง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลต้องการให้ประชาชนกลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด ทั้งด้านการเงิน การทำมาหากิน และการเข้าถึงสวัสดิการที่จำเป็น 8 มาตรการฟื้นฟูเร่งด่วนที่ประกาศใช้1. พักชำระหนี้–พักดอกเบี้ย 1 ปีสำหรับลูกหนี้ที่มีวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท รัฐบาลสั่งให้สถาบันการเงินทุกแห่งใช้มาตรการพักต้นพักดอก เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนตั้งหลักโดยไม่ถูกภาระทางการเงินไล่ทันทีหลังประสบภัย2. กู้ยังชีพหรือกู้เริ่มทำอาชีพใหม่ วงเงิน 100,000 บาทเป็นสินเชื่อฉุกเฉินดอกเบี้ย 0% 6 เดือน เพื่อให้ครัวเรือนที่ไม่มีรายได้สามารถกลับมาทำงานหรือทำธุรกิจขนาดเล็กได้โดยเร็ว3. สินเชื่อซ่อมบ้าน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 0% 1 ปีครอบครัวที่บ้านเรือนเสียหายสามารถเข้าถึงเงินทุนซ่อมแซมได้ทันที โดยไม่ต้องรับภาระดอกเบี้ยในปีแรก4. บริษัทประกันภัยต้องเร่งจ่ายเคลมมีคำสั่งให้ลดขั้นตอนและเร่งชำระค่าสินไหม เพื่อแก้ปัญหาการรอคอยยาวนานของประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ 5. ประกันสังคมจ่ายชดเชยสูงสุดทุกกรณีลูกจ้างและผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้เต็มที่ ทั้งด้านรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ ว่างงาน และการชดเชยรายได้6. ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือ 2 ล้านบาทเป็นมาตรการดูแลผู้สูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อบรรเทาภาระของญาติและเปิดโอกาสให้ครอบครัวตั้งหลักในช่วงเวลาเศร้าโศก7. มาตรการช่วยผู้ประกอบการ SMEsรัฐสนับสนุนเงินทุนและมาตรการผ่อนปรน เพื่อให้ธุรกิจที่ได้รับความเสียหายสามารถฟื้นตัวต่อเนื่อง ลดการเลิกกิจการในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้8. มาตรการภาษีและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหาดใหญ่รัฐบาลเตรียมใช้ชุดมาตรการดึงนักเที่ยวกลับสู่พื้นที่ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และพยุงธุรกิจโรงแรม–ร้
อ่านต่อ >167