
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น ครม.อนุมัติหลักการขยายความคุ้มครอง ม 33 ไปยังลูกจ้าง 3 กลุ่มที่เดิมได้รับการยกเว้น ได้แก่ ภาคเกษตร/ป่าไม้/เลี้ยงสัตว์, ลูกจ้างนายจ้างบุคคล อาทิ แม่บ้าน, คนขับรถ, คนสวน และลูกจ้างแผงลอย โดยครอบคลุมทั้งคนไทยและต่างชาติที่มีเอกสารถูกต้องทั้งนี้การขยายฐานผู้ประกันตนเพิ่มเติม ตามมาตรา 33 คาดว่าจะมีจำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 5.5 แสนราย ในปี 69 และเพิ่มเป็น 1.05 ล้านคน ในปี 73 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการการรักษาในระบบประกันสังคม โดยมองระยะสั้นเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มโรงพยาบาลที่รักษาผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ขณะที่ระยะกลาง-ยาว มีโอกาสเป็น upside ต่อรายได้และกำไร หากผู้ประกันตนใหม่เข้าสู่โรงพยาบาลคู่สัญญาเพิ่มขึ้นสำหรับโรงพยาบาลที่ฝ่ายศึกษามีรายได้ประกันสังคมในครึ่งปีแรกของปี 69 เรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ BCH (38%), CHG (30%) ส่วน รพ อื่นๆ ที่มีรายได้ประกันสังคม ได้แก่ RJH (53%), SKR (36%), VIH (26%) และ PHG (40%) และโรงพยาบาลวิภาราม (40% บริษัทย่อย RAM) แนะนำ Bullish ต่อกลุ่ม โรงพยาบาล1.คาดกำไรกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69 แล้ว2. เข้าสู่ high season ในครึ่งหลังปี 69 และคาดปี 70 กำไรรวมเติบโต 5% จากปีก่อน3. การปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม จะเป็น upside ต่อกำไรรวมกลุ่ม หุ้นเด่น*BDMS (แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 25 บาท)*PR9 (แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 24 บาท) *ส่วนโรงพยาบาลประกันสังคมชอบ BCH (แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 12 บาท)
อ่านต่อ >21

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
อัตราค่าไฟฟ้าโครงสร้างใหม่ “ใช้น้อย จ่ายถูกลง” ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ประชาชนจะเริ่มได้รับประโยชน์จากโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นทุนและโครงสร้างค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อยที่จะจ่ายในอัตราที่ถูกลงบ้านอยู่อาศัย ค่าไฟคิดในอัตราก้าวหน้า นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับบ้านอยู่อาศัย ค่าไฟจะคิดในอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) โดย 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3.00 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 201–400 อัตรา 4.1584 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป อัตรา 4.3583 บาทต่อหน่วย เพื่อให้การคิดค่าไฟสะท้อนระดับการใช้จริงและช่วยครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่มากเป็นลำดับแรก ลดภาระ-ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 21 ล้านครัวเรือนพร้อมกันนี้ อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภท รวมค่า Ft จะลดจาก 3.95 บาท เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย หรือลดลง 9 สตางค์ต่อหน่วย และจะ แยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ช่วยลดภาระลงอีก 0.0634 บาทต่อหน่วย โดยคาดว่าประชาชนกว่า 21 ล้านครัวเรือนจะได้รับประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 18,000 ล้านบาทโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการขยายสิทธิให้ครอบคลุมประชาชนที่อยู่อาศัยจริง แม้ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร หากมีการใช้ไฟเพื่อการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและมีประวัติชำระค่าไฟไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก็สามารถได้รับสิทธิอัตราค่าไฟใหม่ได้เช่นกัน“หลักคิดชัดเจนคือ คนที่ใช้ไฟน้อยควรจ่ายน้อยลง และผู้ที่อยู่อาศัยจริงต้องเข้าถึงสิทธิได้ รัฐบาลต้องการให้การลดค่าไฟครั้งนี้เกิดผลกับบิลของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับทำให้โครงสร้างค่าไฟมีความเป็นธรรมและยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดจาก 3.95 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วยทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ภายหลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยให้มีผลตั้งแต่ บิลค่าไฟฟ้าเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไปค่าไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ย จาก 3.78 บาท
อ่านต่อ >11

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เพลิงไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์”จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เพลิงได้ลุกลามอาคารใกล้เคียงด้านฝั่งถนนเยาวราช ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเสียง และอุปกรณ์จำพวกบลูทูธ แบตเตอรี่ ตู้ลำโพง และสายไฟ ซึ่งกรุงเทพมหานคร ปภ. อาสาสมัคร มูลนิธิ ทหาร ตำรวจ ได้เข้าร่วมดับเพลิงและกู้ภัย พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการปฏิบัติงานในพื้นที่ ปัจจุบันสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุ ขั้นตอนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยล่าสุด สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย แจ้งขั้นตอนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีเหตุเพลิงไหม้ “คลองถม เซ็นเตอร์” เพื่อขอรับความช่วยเหลือ ดังนี้เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง- สำเนาบัตรประชาชน- สัญญาเช่า-บันทึกประจำวันสถานีตำรวจ โดยระบุความเสียหายเป็นรายกรณี พร้อมภาพถ่ายประกอบความเสียหายกำหนดยื่นคำร้อง วันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00–16.00 น.บริเวณศาลา วัดพระพิเรนทร์ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เวลา 08.00–16.00 น. ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายหลังยื่นคำร้อง สำนักงานเขตจะออก หนังสือรับรองผู้ประสบภัย และนัดรับจ่ายเงินที่สำนักงานเขตอีกครั้ง สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายปกครอง โทร. 0 2281 6117 ไทม์ไลน์ ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์เวลา 23.13 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เวลา 22.41 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เบื้องต้นในที่เกิดเหตุได้รับรายงานมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด จำนวน 3 ราย คือ อาสาสมัคร ,เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสวนมะลิ, เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามเสน ปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลกลางเวลา 22.16 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร ขณะนี้อาคารเริ่มมีการทรุดตัว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรัดสกัดกั้นการติดต่อลุกลามเวลา 22.01 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าพื้นที่เกิดเหตุ โดยมีนายสุริชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์และการปฏิบัติงานของทีมเจ้าหน้าที่เวลา 22.01 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร จากการระงับเหตุขณะนี้ เจ้าหน้าที่รายงานเพิ่มเติมเพลิงได้ลุกไหม้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ เนื่องจากภายในอาคารมี
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เหตุการณ์น้ำป่าและดินถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก สะท้อนอีกหนึ่งความเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม และรองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึงกลไกที่เชื่อมโยงตั้งแต่ภาวะโลกร้อน การละลายของธารน้ำแข็ง ไปจนถึงการพังทลายของแนวกั้นธรรมชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่กระแสน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลลงจากพื้นที่ภูเขาอย่างฉับพลัน โลกร้อนทำธารน้ำแข็งหิมาลัยละลายเร็วขึ้นผศ.ดร.ธรณ์ อธิบายว่า พื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ภูเขา และแหล่งน้ำส่วนสำคัญมาจากธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย ขณะที่อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น“ปัญหาสำคัญก็คือว่าโลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิสูงขึ้น Glacier หรือธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น”เขาระบุว่า ปรากฏการณ์ธารน้ำแข็งละลายและหดตัวเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ขณะที่ในเทือกเขาหิมาลัย อัตราการละลายเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต“ในเทือกเขาหิมาลัย Glacier ละลายเร็วมาก เมื่อเทียบกับในอดีตเมื่อประมาณสัก 20-30 ปีก่อน ธารน้ำแข็งที่หิมาลัยละลายเร็วขึ้น 2 เท่าเป็นอย่างน้อย”ผศ.ดร.ธรณ์กล่าวว่า หากสถานการณ์อุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงต่อธารน้ำแข็งในพื้นที่หิมาลัยก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยน้ำจากธารน้ำแข็ง ผนวกฝนมรสุม นำไปสู่การพังทลายอีกปัจจัยสำคัญคือ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่ เมื่อมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ดินและหินจึงมีน้ำสะสมอยู่มากอยู่แล้วเมื่อธารน้ำแข็งละลายเพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณฝนในพื้นที่ภูเขาสูงชัน จึงอาจนำไปสู่การพังทลายของมวลดิน หิน และธารน้ำแข็ง“การละลายของ Glacier ทำให้เกิดน้ำปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ต่าง ๆ ของหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงชัน ประกอบกับช่วงนี้มันเป็นช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่แถวนั้นด้วย ฝนตก ดินหินก็เต็มไปด้วยน้ำ”ผศ.ดร.ธรณ์ยังอธิบายถึงประเด็นแรงสั่นสะเทือนที่มีรายงานเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า การถล่มขนาดใหญ่ของธารน้ำแข็งและหินอาจเป็นต้นเหตุให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่มีลักษณะคล้ายแผ่นดินไหว“ไม่ใช่แผ่นดินไหวแล้วทำให้ Glacier ถล่ม กลายเป็นว่า Glacier กับหินถล่มลงมา มันทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนจนเหมือนกับแผ่นดินไหว” ดินและหินถล่มปิดทางน้ำ ก่อนน้ำสะสมจนแนวกั้นพังเมื่อเกิด
อ่านต่อ >28

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น ครม.อนุมัติหลักการขยายความคุ้มครอง ม 33 ไปยังลูกจ้าง 3 กลุ่มที่เดิมได้รับการยกเว้น ได้แก่ ภาคเกษตร/ป่าไม้/เลี้ยงสัตว์, ลูกจ้างนายจ้างบุคคล อาทิ แม่บ้าน, คนขับรถ, คนสวน และลูกจ้างแผงลอย โดยครอบคลุมทั้งคนไทยและต่างชาติที่มีเอกสารถูกต้องทั้งนี้การขยายฐานผู้ประกันตนเพิ่มเติม ตามมาตรา 33 คาดว่าจะมีจำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 5.5 แสนราย ในปี 69 และเพิ่มเป็น 1.05 ล้านคน ในปี 73 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการการรักษาในระบบประกันสังคม โดยมองระยะสั้นเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มโรงพยาบาลที่รักษาผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ขณะที่ระยะกลาง-ยาว มีโอกาสเป็น upside ต่อรายได้และกำไร หากผู้ประกันตนใหม่เข้าสู่โรงพยาบาลคู่สัญญาเพิ่มขึ้นสำหรับโรงพยาบาลที่ฝ่ายศึกษามีรายได้ประกันสังคมในครึ่งปีแรกของปี 69 เรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ BCH (38%), CHG (30%) ส่วน รพ อื่นๆ ที่มีรายได้ประกันสังคม ได้แก่ RJH (53%), SKR (36%), VIH (26%) และ PHG (40%) และโรงพยาบาลวิภาราม (40% บริษัทย่อย RAM) แนะนำ Bullish ต่อกลุ่ม โรงพยาบาล1.คาดกำไรกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69 แล้ว2. เข้าสู่ high season ในครึ่งหลังปี 69 และคาดปี 70 กำไรรวมเติบโต 5% จากปีก่อน3. การปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม จะเป็น upside ต่อกำไรรวมกลุ่ม หุ้นเด่น*BDMS (แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 25 บาท)*PR9 (แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 24 บาท) *ส่วนโรงพยาบาลประกันสังคมชอบ BCH (แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 12 บาท)
อ่านต่อ >21

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
อัตราค่าไฟฟ้าโครงสร้างใหม่ “ใช้น้อย จ่ายถูกลง” ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ประชาชนจะเริ่มได้รับประโยชน์จากโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นทุนและโครงสร้างค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อยที่จะจ่ายในอัตราที่ถูกลงบ้านอยู่อาศัย ค่าไฟคิดในอัตราก้าวหน้า นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับบ้านอยู่อาศัย ค่าไฟจะคิดในอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) โดย 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3.00 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 201–400 อัตรา 4.1584 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป อัตรา 4.3583 บาทต่อหน่วย เพื่อให้การคิดค่าไฟสะท้อนระดับการใช้จริงและช่วยครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่มากเป็นลำดับแรก ลดภาระ-ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 21 ล้านครัวเรือนพร้อมกันนี้ อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภท รวมค่า Ft จะลดจาก 3.95 บาท เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย หรือลดลง 9 สตางค์ต่อหน่วย และจะ แยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ช่วยลดภาระลงอีก 0.0634 บาทต่อหน่วย โดยคาดว่าประชาชนกว่า 21 ล้านครัวเรือนจะได้รับประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 18,000 ล้านบาทโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการขยายสิทธิให้ครอบคลุมประชาชนที่อยู่อาศัยจริง แม้ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร หากมีการใช้ไฟเพื่อการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและมีประวัติชำระค่าไฟไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก็สามารถได้รับสิทธิอัตราค่าไฟใหม่ได้เช่นกัน“หลักคิดชัดเจนคือ คนที่ใช้ไฟน้อยควรจ่ายน้อยลง และผู้ที่อยู่อาศัยจริงต้องเข้าถึงสิทธิได้ รัฐบาลต้องการให้การลดค่าไฟครั้งนี้เกิดผลกับบิลของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับทำให้โครงสร้างค่าไฟมีความเป็นธรรมและยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดจาก 3.95 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วยทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ภายหลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยให้มีผลตั้งแต่ บิลค่าไฟฟ้าเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไปค่าไฟฟ้าเฉลี่ยลดลงค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ย จาก 3.78 บาท
อ่านต่อ >11

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เพลิงไหม้ “คลองถมเซ็นเตอร์”จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เพลิงได้ลุกลามอาคารใกล้เคียงด้านฝั่งถนนเยาวราช ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเสียง และอุปกรณ์จำพวกบลูทูธ แบตเตอรี่ ตู้ลำโพง และสายไฟ ซึ่งกรุงเทพมหานคร ปภ. อาสาสมัคร มูลนิธิ ทหาร ตำรวจ ได้เข้าร่วมดับเพลิงและกู้ภัย พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและการปฏิบัติงานในพื้นที่ ปัจจุบันสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุ ขั้นตอนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัยล่าสุด สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย แจ้งขั้นตอนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีเหตุเพลิงไหม้ “คลองถม เซ็นเตอร์” เพื่อขอรับความช่วยเหลือ ดังนี้เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง- สำเนาบัตรประชาชน- สัญญาเช่า-บันทึกประจำวันสถานีตำรวจ โดยระบุความเสียหายเป็นรายกรณี พร้อมภาพถ่ายประกอบความเสียหายกำหนดยื่นคำร้อง วันที่ 29 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00–16.00 น.บริเวณศาลา วัดพระพิเรนทร์ ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เวลา 08.00–16.00 น. ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายหลังยื่นคำร้อง สำนักงานเขตจะออก หนังสือรับรองผู้ประสบภัย และนัดรับจ่ายเงินที่สำนักงานเขตอีกครั้ง สอบถามเพิ่มเติม ฝ่ายปกครอง โทร. 0 2281 6117 ไทม์ไลน์ ไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์เวลา 23.13 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เวลา 22.41 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร เบื้องต้นในที่เกิดเหตุได้รับรายงานมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด จำนวน 3 ราย คือ อาสาสมัคร ,เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสวนมะลิ, เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามเสน ปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลกลางเวลา 22.16 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร ขณะนี้อาคารเริ่มมีการทรุดตัว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรัดสกัดกั้นการติดต่อลุกลามเวลา 22.01 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าพื้นที่เกิดเหตุ โดยมีนายสุริชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์และการปฏิบัติงานของทีมเจ้าหน้าที่เวลา 22.01 น. เหตุเพลิงไหม้ภายในคลองถมเซ็นเตอร์ ถนนวรจักร จากการระงับเหตุขณะนี้ เจ้าหน้าที่รายงานเพิ่มเติมเพลิงได้ลุกไหม้อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ เนื่องจากภายในอาคารมี
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เหตุการณ์น้ำป่าและดินถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก สะท้อนอีกหนึ่งความเสี่ยงจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม และรองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึงกลไกที่เชื่อมโยงตั้งแต่ภาวะโลกร้อน การละลายของธารน้ำแข็ง ไปจนถึงการพังทลายของแนวกั้นธรรมชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่กระแสน้ำขนาดใหญ่ที่ไหลลงจากพื้นที่ภูเขาอย่างฉับพลัน โลกร้อนทำธารน้ำแข็งหิมาลัยละลายเร็วขึ้นผศ.ดร.ธรณ์ อธิบายว่า พื้นที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ภูเขา และแหล่งน้ำส่วนสำคัญมาจากธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย ขณะที่อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น“ปัญหาสำคัญก็คือว่าโลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิสูงขึ้น Glacier หรือธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น”เขาระบุว่า ปรากฏการณ์ธารน้ำแข็งละลายและหดตัวเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลก ขณะที่ในเทือกเขาหิมาลัย อัตราการละลายเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต“ในเทือกเขาหิมาลัย Glacier ละลายเร็วมาก เมื่อเทียบกับในอดีตเมื่อประมาณสัก 20-30 ปีก่อน ธารน้ำแข็งที่หิมาลัยละลายเร็วขึ้น 2 เท่าเป็นอย่างน้อย”ผศ.ดร.ธรณ์กล่าวว่า หากสถานการณ์อุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงต่อธารน้ำแข็งในพื้นที่หิมาลัยก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยน้ำจากธารน้ำแข็ง ผนวกฝนมรสุม นำไปสู่การพังทลายอีกปัจจัยสำคัญคือ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่ เมื่อมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ดินและหินจึงมีน้ำสะสมอยู่มากอยู่แล้วเมื่อธารน้ำแข็งละลายเพิ่มขึ้น ประกอบกับปริมาณฝนในพื้นที่ภูเขาสูงชัน จึงอาจนำไปสู่การพังทลายของมวลดิน หิน และธารน้ำแข็ง“การละลายของ Glacier ทำให้เกิดน้ำปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ต่าง ๆ ของหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงชัน ประกอบกับช่วงนี้มันเป็นช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่แถวนั้นด้วย ฝนตก ดินหินก็เต็มไปด้วยน้ำ”ผศ.ดร.ธรณ์ยังอธิบายถึงประเด็นแรงสั่นสะเทือนที่มีรายงานเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า การถล่มขนาดใหญ่ของธารน้ำแข็งและหินอาจเป็นต้นเหตุให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่มีลักษณะคล้ายแผ่นดินไหว“ไม่ใช่แผ่นดินไหวแล้วทำให้ Glacier ถล่ม กลายเป็นว่า Glacier กับหินถล่มลงมา มันทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนจนเหมือนกับแผ่นดินไหว” ดินและหินถล่มปิดทางน้ำ ก่อนน้ำสะสมจนแนวกั้นพังเมื่อเกิด
อ่านต่อ >28

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น ครม.อนุมัติหลักการขยายความคุ้มครอง ม 33 ไปยังลูกจ้าง 3 กลุ่มที่เดิมได้รับการยกเว้น ได้แก่ ภาคเกษตร/ป่าไม้/เลี้ยงสัตว์, ลูกจ้างนายจ้างบุคคล อาทิ แม่บ้าน, คนขับรถ, คนสวน และลูกจ้างแผงลอย โดยครอบคลุมทั้งคนไทยและต่างชาติที่มีเอกสารถูกต้องทั้งนี้การขยายฐานผู้ประกันตนเพิ่มเติม ตามมาตรา 33 คาดว่าจะมีจำนวนผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 5.5 แสนราย ในปี 69 และเพิ่มเป็น 1.05 ล้านคน ในปี 73 ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการการรักษาในระบบประกันสังคม โดยมองระยะสั้นเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มโรงพยาบาลที่รักษาผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ขณะที่ระยะกลาง-ยาว มีโอกาสเป็น upside ต่อรายได้และกำไร หากผู้ประกันตนใหม่เข้าสู่โรงพยาบาลคู่สัญญาเพิ่มขึ้นสำหรับโรงพยาบาลที่ฝ่ายศึกษามีรายได้ประกันสังคมในครึ่งปีแรกของปี 69 เรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ BCH (38%), CHG (30%) ส่วน รพ อื่นๆ ที่มีรายได้ประกันสังคม ได้แก่ RJH (53%), SKR (36%), VIH (26%) และ PHG (40%) และโรงพยาบาลวิภาราม (40% บริษัทย่อย RAM) แนะนำ Bullish ต่อกลุ่ม โรงพยาบาล1.คาดกำไรกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2/69 แล้ว2. เข้าสู่ high season ในครึ่งหลังปี 69 และคาดปี 70 กำไรรวมเติบโต 5% จากปีก่อน3. การปรับขึ้นค่ารักษาประกันสังคม จะเป็น upside ต่อกำไรรวมกลุ่ม หุ้นเด่น*BDMS (แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 25 บาท)*PR9 (แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 24 บาท) *ส่วนโรงพยาบาลประกันสังคมชอบ BCH (แนะนำ Buy ราคาเป้าหมาย 12 บาท)
อ่านต่อ >21