
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ชัชชาติ ตัดเกรดตัวเอง 5 ให้ทีมงาน 8นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนครบวาระในวันที่ 21 พ.ค. นี้ โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สรุปบทเรียนและสั่งการทิ้งท้ายในประเด็นสำคัญ ดังนี้1. การประเมินผลงานและหัวใจของการทำงานเพื่อประชาชนผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ขอบคุณบุคลากรทุกคนที่ทำงานร่วมกันมาตลอด 4 ปี กทม. มีคนเก่งจำนวนมาก และเสียงสะท้อนจากประชาชนชี้ให้เห็นว่าการทำงานดีขึ้น แม้จะยังไม่เต็ม 100% แต่มีผลงานที่ตอบโจทย์ประชาชน สำหรับคะแนนการทำงาน ตนให้คะแนนตัวเอง 5 คะแนน แต่ให้ทีมงาน 8 คะแนน ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงานมาอย่างดี และขอให้ทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน 2. การจัดการคนไร้บ้านและหาบเร่แผงลอยในช่วงเปลี่ยนผ่านเรื่องคนไร้บ้าน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดี จึงอาจทำให้คนไร้บ้านมากขึ้น ขอให้สำนักงานเขตเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ชวนคนไร้บ้านมาที่บ้านอิ่มใจ ซึ่งยังมีที่ว่างรองรับได้อีกกว่า 100 คน โดยเน้นการทำความเข้าใจและให้เหตุผลมากกว่าการบังคับส่วนเรื่องหาบเร่แผงลอย ให้ยึดแนวทางเดิมอย่างเข้มข้น อย่าให้เกิดช่องว่างในช่วงเปลี่ยนผ่านของผู้บริหาร ห้ามแอบอ้างว่าผู้บริหารชุดใหม่จะอนุญาตให้กลับมาขายได้ และสั่งให้ฝ่ายเทศกิจตรวจตราให้ถี่ขึ้นเพื่อรักษาความเป็นระเบียบของทางเท้า3. การรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและโครงการก่อสร้างผู้ว่าฯ ชัชชาติ กำชับให้เร่งทบทวนจุดน้ำท่วมซ้ำซากจากฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้าง พร้อมสั่งการให้เร่งลอกท่อ ลอกคลองและตรวจสอบโครงการที่ยังไม่เสร็จสิ้น เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังและลดผลกระทบต่อประชาชน4. การดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนจากผลกระทบโครงการขนาดใหญ่นอกจากนี้ ยังได้แสดงความเป็นห่วงโครงการบำบัดน้ำเสียฝั่งธนบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ทั้งเรื่องยุง น้ำเสีย และปัญหาบ้านร้าว โดยได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้สำนักการระบายน้ำเข้มงวดกับผู้รับเหมาให้มากที่สุด 5. ความรัดกุมในการจดทะเบียนและแจ้งเกิดต่างด้าวจากกรณีพบความผิดปกติในการแจ้งเกิดของบุคคลต่างด้าวในเขตที่เป็นข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงได้กำชับใ
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สิงคโปร์และไทยติดอันดับเศรษฐกิจที่มี ‘ความทุกข์ยากน้อยที่สุด’ (Least Miserable) ของโลก จากการจัดอันดับประจำปีโดยนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ พร้อมระบุว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือหนึ่งในภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีสุขภาพดีที่สุดของโลกสำหรับดัชนี Hanke’s Annual Misery Index (HAMI) ปี 2025 จัดทำโดย สตีฟ แฮงคี (Steve Hanke) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มีจุดประสงค์เพื่อวัด ‘อุณหภูมิเศรษฐกิจ’ ของแต่ละประเทศ และประเมินว่าประชาชนทั่วไปรับรู้สภาพเศรษฐกิจในชีวิตประจำวันอย่างไรรายงานปีนี้ระบุว่า เศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ, การจ้างงานมั่นคง, ต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับที่จัดการได้ และรายได้เติบโต ส่งผลให้ภาคครัวเรือนเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจน้อยลง สำหรับ ดัชนีนี้พิจารณา 4 องค์ประกอบ คือ การนำอัตราว่างงาน, อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร มารวมกัน แล้วลบด้วยอัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริง โดยหากคะแนน HAMI ยิ่งต่ำเท่าไหร่ เศรษฐกิจของประเทศนั้นยิ่ง ‘แข็งแรง’ มากเท่านั้น สะท้อนถึงตลาดงานสมบูรณ์, ราคาสินค้ามั่นคง, สินเชื่อจ่ายไหว และรายได้กำลังเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน “คะแนน HAMI ที่สูงหมายความว่าเศรษฐกิจกำลังเป็นไข้ และผู้คนกำลังทุกข์ทรมาน อย่างไรก็ตาม ดัชนีนี้ไม่ได้คำนึงถึงขนาดของประเทศ, น้ำหนักทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือรายได้ต่อหัว สำหรับในปีนี้มีเศรษฐกิจที่ถูกจัดอันดับทั้งหมด 178 ประเทศ โดยคะแนนของเวเนซุเอลาขึ้นนำที่อันดับ 1 ด้วยคะแนน 556.5 ซึ่งเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ หลัง นิโคลัส มาดูโร ได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2024 ส่งผลให้รายได้จากน้ำมันถูกจำกัด และค่าเงินดิ่งลง ประเทศจากอเมริกาใต้แห่งนี้มีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในโลกที่ 475% ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งแตะ 35% สะท้อนถึงเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ไม่มีความสุขที่สุดในโลกในทางกลับกันอันดับ 1 ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีความสุขที่สุดในโลก ตกเป็นของไต้หวัน ด้วยคะแนน 2.1 จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์ AI ทั่วโลก ที่ดัน GDP ที่แท้จริงต่อหัวให้เติบโตถึง 9.2% ควบคู่กับอัตราว่างงาน, เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำสิงคโปร์ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยคะแนน 2.6 จากตลาดแรงงานที่ตึงตัวด้วยอัตราว่างงานเพียง 2.0%, อัตราเงินเฟ้อที่ควบคุมได้ดีที่ 1.2% และ GDP
อ่านต่อ >18

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ พร้อมโครงการคนละครึ่งพลัส ภายใต้มหกรรม "ไทยช่วยไทยพลัส" เริ่มเปิดรับสิทธิ 25 พฤษภาคม 2569 นี้ แบ่งจ่าย 2 เฟส เน้นคัดกรองกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด พร้อมเติมเงินพิเศษช่วยค่าครองชีพนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุด โดยยืนยันกำหนดการเปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ และ โครงการคนละครึ่งพลัส พร้อมกันในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ และจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เจาะลึกสิทธิประโยชน์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ รัฐบาลแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ (2 + 2 เดือน) โดยมีรายละเอียดในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนี้:ระยะที่ 1 (มิถุนายน - กรกฎาคม): ผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคปกติ 300 บาทต่อเดือน และรัฐบาลจะเติมเงินส่วนเพิ่มให้อีก 700 บาทต่อเดือน รวมเป็นได้รับความช่วยเหลือรวม 1,000 บาทต่อเดือนระยะที่ 2 (สิงหาคม - กันยายน): จะมีการทบทวนสิทธิจากฐานข้อมูลการลงทะเบียนรอบใหม่ หากใครที่ผ่านเกณฑ์ความยากจนจะได้รับสิทธิต่อเนื่อง แต่หากใครที่รายได้พ้นเกณฑ์ความยากจนแล้ว จะถูกปรับสิทธิไปรับเงินผ่านโครงการ คนละครึ่งพลัส แทน ในวงเงิน 1,000 บาท นาน 2 เดือน เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปผนึกมหาดไทยคัดกรองเข้ม "เป้าหมายต้องชัดเจน"ในการลงทะเบียนรอบนี้ กระทรวงการคลังจะทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ โดยตั้งเป้าคัดกรองให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือนหลังเปิดลงทะเบียน เพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือจะไปถึงกลุ่มคนที่ลำบากจริงๆ และคัดกรองกลุ่มที่พ้นความยากจนแล้วออกไปสู่มาตรการอื่นอย่างเหมาะสม ยกระดับ "ไทยช่วยไทยพลัส" ดึง AI ช่วยร้านค้าตัวเล็กนอกจากการช่วยเหลือฝั่งผู้บริโภคแล้ว รัฐบาลยังเตรียมเปลี่ยนโฉมแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" สำหรับร้านค้ากว่า 1.5 ล้านราย สู่ระบบ ไทยช่วยไทยพลัส โดยการนำระบบ AI เข้ามาช่วยผู้ประกอบการรายย่อยในการ:1. วิเคราะห์ยอดขาย: ตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อเพื่อวางแผนการขาย2. บริหารต้นทุน: ช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นสร้าง Statement อัตโนมัติ: เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการขอสินเชื่อจากธนาคารรัฐ ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น และลดการพึ
อ่านต่อ >25

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เว็บไซต์ข่าวนิกเคอิเอเชีย รายงานว่าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว และนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยของไทย ได้ค้นพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในค้างคาว และอาจสามารถติดเชื้อในมนุษย์ได้ ผลการศึกษาร่วมชิ้นนี้ ตีพิมพ์ในวารสาร Cell ค้นพบไวรัสหลายชนิดที่มีข้อมูลทางพันธุกรรมคล้ายกับ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 ในค้างคาวป่า ที่อาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ไวรัสเหล่านี้ไม่สามารถเกาะกับโปรตีนบนพื้นผิวของเซลล์มนุษย์ได้ จึงมีโอกาสติดเชื้อในคนต่ำแต่ตัวอย่างไวรัสจากค้างคาวในประเทศ นักวิจัยได้ระบุไวรัสชนิดใหม่ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งสามารถจับกับโปรตีนในเซลล์ของมนุษย์ได้ ขณะเดียวกัน วัคซีนและการรักษาโรคโควิด-19 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังมีประสิทธิภาพต่อไวรัสชนิดใหม่นี้ร เนื่องจากไวรัสตัวนี้มีความสามารถในการเพิ่มจำนวนต่ำกว่า ทำให้ความเสี่ยงก่อโรคน้อยกว่าส่วนการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและภูมิศาสตร์ชี้ว่า ไวรัสที่สามารถติดเชื้อในมนุษย์ได้ โดยอาจเกิดการกลายพันธุ์ขณะกระจายตัวในคาบสมุทรอินโดจีน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นไวรัสหลากหลายสายพันธุ์ขึ้นมาซาโตะ เคย์ ผู้นำการวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้จัดตั้งทีมวิจัยร่วมกับนักวิจัยคนอื่น ๆ ในญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโควิด และพัฒนาระบบสำหรับการวิจัยไวรัสอย่างรวดเร็ว การค้นพบใหม่ๆ เหล่านี้เป็นผลจากความพยายามดังกล่าวที่กำลังขยายไปยังส่วนอื่นๆ ของเอเชีย โดยการค้นพบครั้งใหม่นี้ เหล่านักวิจัยหวังว่า อาจช่วยในการป้องกันการระบาดและเหตุการณ์ที่นำไปสู่การระบาดของโควิด-19 ในอนาคต
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ชัชชาติ ตัดเกรดตัวเอง 5 ให้ทีมงาน 8นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนครบวาระในวันที่ 21 พ.ค. นี้ โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สรุปบทเรียนและสั่งการทิ้งท้ายในประเด็นสำคัญ ดังนี้1. การประเมินผลงานและหัวใจของการทำงานเพื่อประชาชนผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ขอบคุณบุคลากรทุกคนที่ทำงานร่วมกันมาตลอด 4 ปี กทม. มีคนเก่งจำนวนมาก และเสียงสะท้อนจากประชาชนชี้ให้เห็นว่าการทำงานดีขึ้น แม้จะยังไม่เต็ม 100% แต่มีผลงานที่ตอบโจทย์ประชาชน สำหรับคะแนนการทำงาน ตนให้คะแนนตัวเอง 5 คะแนน แต่ให้ทีมงาน 8 คะแนน ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงานมาอย่างดี และขอให้ทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน 2. การจัดการคนไร้บ้านและหาบเร่แผงลอยในช่วงเปลี่ยนผ่านเรื่องคนไร้บ้าน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดี จึงอาจทำให้คนไร้บ้านมากขึ้น ขอให้สำนักงานเขตเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ชวนคนไร้บ้านมาที่บ้านอิ่มใจ ซึ่งยังมีที่ว่างรองรับได้อีกกว่า 100 คน โดยเน้นการทำความเข้าใจและให้เหตุผลมากกว่าการบังคับส่วนเรื่องหาบเร่แผงลอย ให้ยึดแนวทางเดิมอย่างเข้มข้น อย่าให้เกิดช่องว่างในช่วงเปลี่ยนผ่านของผู้บริหาร ห้ามแอบอ้างว่าผู้บริหารชุดใหม่จะอนุญาตให้กลับมาขายได้ และสั่งให้ฝ่ายเทศกิจตรวจตราให้ถี่ขึ้นเพื่อรักษาความเป็นระเบียบของทางเท้า3. การรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและโครงการก่อสร้างผู้ว่าฯ ชัชชาติ กำชับให้เร่งทบทวนจุดน้ำท่วมซ้ำซากจากฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้าง พร้อมสั่งการให้เร่งลอกท่อ ลอกคลองและตรวจสอบโครงการที่ยังไม่เสร็จสิ้น เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังและลดผลกระทบต่อประชาชน4. การดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนจากผลกระทบโครงการขนาดใหญ่นอกจากนี้ ยังได้แสดงความเป็นห่วงโครงการบำบัดน้ำเสียฝั่งธนบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ทั้งเรื่องยุง น้ำเสีย และปัญหาบ้านร้าว โดยได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้สำนักการระบายน้ำเข้มงวดกับผู้รับเหมาให้มากที่สุด 5. ความรัดกุมในการจดทะเบียนและแจ้งเกิดต่างด้าวจากกรณีพบความผิดปกติในการแจ้งเกิดของบุคคลต่างด้าวในเขตที่เป็นข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงได้กำชับใ
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สิงคโปร์และไทยติดอันดับเศรษฐกิจที่มี ‘ความทุกข์ยากน้อยที่สุด’ (Least Miserable) ของโลก จากการจัดอันดับประจำปีโดยนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ พร้อมระบุว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือหนึ่งในภูมิภาคที่เศรษฐกิจมีสุขภาพดีที่สุดของโลกสำหรับดัชนี Hanke’s Annual Misery Index (HAMI) ปี 2025 จัดทำโดย สตีฟ แฮงคี (Steve Hanke) ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มีจุดประสงค์เพื่อวัด ‘อุณหภูมิเศรษฐกิจ’ ของแต่ละประเทศ และประเมินว่าประชาชนทั่วไปรับรู้สภาพเศรษฐกิจในชีวิตประจำวันอย่างไรรายงานปีนี้ระบุว่า เศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศมีอัตราเงินเฟ้อต่ำ, การจ้างงานมั่นคง, ต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับที่จัดการได้ และรายได้เติบโต ส่งผลให้ภาคครัวเรือนเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจน้อยลง สำหรับ ดัชนีนี้พิจารณา 4 องค์ประกอบ คือ การนำอัตราว่างงาน, อัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร มารวมกัน แล้วลบด้วยอัตราการเติบโตของ GDP ที่แท้จริง โดยหากคะแนน HAMI ยิ่งต่ำเท่าไหร่ เศรษฐกิจของประเทศนั้นยิ่ง ‘แข็งแรง’ มากเท่านั้น สะท้อนถึงตลาดงานสมบูรณ์, ราคาสินค้ามั่นคง, สินเชื่อจ่ายไหว และรายได้กำลังเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน “คะแนน HAMI ที่สูงหมายความว่าเศรษฐกิจกำลังเป็นไข้ และผู้คนกำลังทุกข์ทรมาน อย่างไรก็ตาม ดัชนีนี้ไม่ได้คำนึงถึงขนาดของประเทศ, น้ำหนักทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือรายได้ต่อหัว สำหรับในปีนี้มีเศรษฐกิจที่ถูกจัดอันดับทั้งหมด 178 ประเทศ โดยคะแนนของเวเนซุเอลาขึ้นนำที่อันดับ 1 ด้วยคะแนน 556.5 ซึ่งเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ หลัง นิโคลัส มาดูโร ได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2024 ส่งผลให้รายได้จากน้ำมันถูกจำกัด และค่าเงินดิ่งลง ประเทศจากอเมริกาใต้แห่งนี้มีอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในโลกที่ 475% ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งแตะ 35% สะท้อนถึงเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ไม่มีความสุขที่สุดในโลกในทางกลับกันอันดับ 1 ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่มีความสุขที่สุดในโลก ตกเป็นของไต้หวัน ด้วยคะแนน 2.1 จากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์ AI ทั่วโลก ที่ดัน GDP ที่แท้จริงต่อหัวให้เติบโตถึง 9.2% ควบคู่กับอัตราว่างงาน, เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต่ำสิงคโปร์ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยคะแนน 2.6 จากตลาดแรงงานที่ตึงตัวด้วยอัตราว่างงานเพียง 2.0%, อัตราเงินเฟ้อที่ควบคุมได้ดีที่ 1.2% และ GDP
อ่านต่อ >18

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ พร้อมโครงการคนละครึ่งพลัส ภายใต้มหกรรม "ไทยช่วยไทยพลัส" เริ่มเปิดรับสิทธิ 25 พฤษภาคม 2569 นี้ แบ่งจ่าย 2 เฟส เน้นคัดกรองกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด พร้อมเติมเงินพิเศษช่วยค่าครองชีพนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุด โดยยืนยันกำหนดการเปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ และ โครงการคนละครึ่งพลัส พร้อมกันในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ และจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เจาะลึกสิทธิประโยชน์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่สำหรับการช่วยเหลือในครั้งนี้ รัฐบาลแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ (2 + 2 เดือน) โดยมีรายละเอียดในส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนี้:ระยะที่ 1 (มิถุนายน - กรกฎาคม): ผู้ถือบัตรจะได้รับวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคปกติ 300 บาทต่อเดือน และรัฐบาลจะเติมเงินส่วนเพิ่มให้อีก 700 บาทต่อเดือน รวมเป็นได้รับความช่วยเหลือรวม 1,000 บาทต่อเดือนระยะที่ 2 (สิงหาคม - กันยายน): จะมีการทบทวนสิทธิจากฐานข้อมูลการลงทะเบียนรอบใหม่ หากใครที่ผ่านเกณฑ์ความยากจนจะได้รับสิทธิต่อเนื่อง แต่หากใครที่รายได้พ้นเกณฑ์ความยากจนแล้ว จะถูกปรับสิทธิไปรับเงินผ่านโครงการ คนละครึ่งพลัส แทน ในวงเงิน 1,000 บาท นาน 2 เดือน เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปผนึกมหาดไทยคัดกรองเข้ม "เป้าหมายต้องชัดเจน"ในการลงทะเบียนรอบนี้ กระทรวงการคลังจะทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ โดยตั้งเป้าคัดกรองให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือนหลังเปิดลงทะเบียน เพื่อให้มั่นใจว่าความช่วยเหลือจะไปถึงกลุ่มคนที่ลำบากจริงๆ และคัดกรองกลุ่มที่พ้นความยากจนแล้วออกไปสู่มาตรการอื่นอย่างเหมาะสม ยกระดับ "ไทยช่วยไทยพลัส" ดึง AI ช่วยร้านค้าตัวเล็กนอกจากการช่วยเหลือฝั่งผู้บริโภคแล้ว รัฐบาลยังเตรียมเปลี่ยนโฉมแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" สำหรับร้านค้ากว่า 1.5 ล้านราย สู่ระบบ ไทยช่วยไทยพลัส โดยการนำระบบ AI เข้ามาช่วยผู้ประกอบการรายย่อยในการ:1. วิเคราะห์ยอดขาย: ตรวจสอบพฤติกรรมการซื้อเพื่อวางแผนการขาย2. บริหารต้นทุน: ช่วยลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นสร้าง Statement อัตโนมัติ: เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการขอสินเชื่อจากธนาคารรัฐ ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น และลดการพึ
อ่านต่อ >25

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เว็บไซต์ข่าวนิกเคอิเอเชีย รายงานว่าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว และนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยของไทย ได้ค้นพบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในค้างคาว และอาจสามารถติดเชื้อในมนุษย์ได้ ผลการศึกษาร่วมชิ้นนี้ ตีพิมพ์ในวารสาร Cell ค้นพบไวรัสหลายชนิดที่มีข้อมูลทางพันธุกรรมคล้ายกับ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 ในค้างคาวป่า ที่อาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม ไวรัสเหล่านี้ไม่สามารถเกาะกับโปรตีนบนพื้นผิวของเซลล์มนุษย์ได้ จึงมีโอกาสติดเชื้อในคนต่ำแต่ตัวอย่างไวรัสจากค้างคาวในประเทศ นักวิจัยได้ระบุไวรัสชนิดใหม่ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งสามารถจับกับโปรตีนในเซลล์ของมนุษย์ได้ ขณะเดียวกัน วัคซีนและการรักษาโรคโควิด-19 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังมีประสิทธิภาพต่อไวรัสชนิดใหม่นี้ร เนื่องจากไวรัสตัวนี้มีความสามารถในการเพิ่มจำนวนต่ำกว่า ทำให้ความเสี่ยงก่อโรคน้อยกว่าส่วนการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและภูมิศาสตร์ชี้ว่า ไวรัสที่สามารถติดเชื้อในมนุษย์ได้ โดยอาจเกิดการกลายพันธุ์ขณะกระจายตัวในคาบสมุทรอินโดจีน ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นไวรัสหลากหลายสายพันธุ์ขึ้นมาซาโตะ เคย์ ผู้นำการวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้จัดตั้งทีมวิจัยร่วมกับนักวิจัยคนอื่น ๆ ในญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของโควิด และพัฒนาระบบสำหรับการวิจัยไวรัสอย่างรวดเร็ว การค้นพบใหม่ๆ เหล่านี้เป็นผลจากความพยายามดังกล่าวที่กำลังขยายไปยังส่วนอื่นๆ ของเอเชีย โดยการค้นพบครั้งใหม่นี้ เหล่านักวิจัยหวังว่า อาจช่วยในการป้องกันการระบาดและเหตุการณ์ที่นำไปสู่การระบาดของโควิด-19 ในอนาคต
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ชัชชาติ ตัดเกรดตัวเอง 5 ให้ทีมงาน 8นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 5/2569 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายก่อนครบวาระในวันที่ 21 พ.ค. นี้ โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้สรุปบทเรียนและสั่งการทิ้งท้ายในประเด็นสำคัญ ดังนี้1. การประเมินผลงานและหัวใจของการทำงานเพื่อประชาชนผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า ขอบคุณบุคลากรทุกคนที่ทำงานร่วมกันมาตลอด 4 ปี กทม. มีคนเก่งจำนวนมาก และเสียงสะท้อนจากประชาชนชี้ให้เห็นว่าการทำงานดีขึ้น แม้จะยังไม่เต็ม 100% แต่มีผลงานที่ตอบโจทย์ประชาชน สำหรับคะแนนการทำงาน ตนให้คะแนนตัวเอง 5 คะแนน แต่ให้ทีมงาน 8 คะแนน ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงานมาอย่างดี และขอให้ทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน 2. การจัดการคนไร้บ้านและหาบเร่แผงลอยในช่วงเปลี่ยนผ่านเรื่องคนไร้บ้าน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจไม่ดี จึงอาจทำให้คนไร้บ้านมากขึ้น ขอให้สำนักงานเขตเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ชวนคนไร้บ้านมาที่บ้านอิ่มใจ ซึ่งยังมีที่ว่างรองรับได้อีกกว่า 100 คน โดยเน้นการทำความเข้าใจและให้เหตุผลมากกว่าการบังคับส่วนเรื่องหาบเร่แผงลอย ให้ยึดแนวทางเดิมอย่างเข้มข้น อย่าให้เกิดช่องว่างในช่วงเปลี่ยนผ่านของผู้บริหาร ห้ามแอบอ้างว่าผู้บริหารชุดใหม่จะอนุญาตให้กลับมาขายได้ และสั่งให้ฝ่ายเทศกิจตรวจตราให้ถี่ขึ้นเพื่อรักษาความเป็นระเบียบของทางเท้า3. การรับมือสถานการณ์น้ำท่วมและโครงการก่อสร้างผู้ว่าฯ ชัชชาติ กำชับให้เร่งทบทวนจุดน้ำท่วมซ้ำซากจากฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีโครงการก่อสร้าง พร้อมสั่งการให้เร่งลอกท่อ ลอกคลองและตรวจสอบโครงการที่ยังไม่เสร็จสิ้น เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังและลดผลกระทบต่อประชาชน4. การดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนจากผลกระทบโครงการขนาดใหญ่นอกจากนี้ ยังได้แสดงความเป็นห่วงโครงการบำบัดน้ำเสียฝั่งธนบุรี ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ ทั้งเรื่องยุง น้ำเสีย และปัญหาบ้านร้าว โดยได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้สำนักการระบายน้ำเข้มงวดกับผู้รับเหมาให้มากที่สุด 5. ความรัดกุมในการจดทะเบียนและแจ้งเกิดต่างด้าวจากกรณีพบความผิดปกติในการแจ้งเกิดของบุคคลต่างด้าวในเขตที่เป็นข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ จึงได้กำชับใ
อ่านต่อ >12