
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ใช้สิทธิสนับสนุนค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะวันนี้ (1 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” โดยเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิสนับสนุนค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมทั้งรถเมล์ รถโดยสารระหว่างจังหวัด รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน และเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างทั่วถึงโครงการดังกล่าวเปิดให้ใช้สิทธิได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยรัฐจะร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% ตามเงื่อนไขของแต่ละประเภทการเดินทาง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการช่วยลดภาระประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว สำหรับระบบขนส่งที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยรถเมล์ ขสมก. สามารถใช้สิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และชำระค่าโดยสารกับพนักงานเก็บค่าโดยสารได้ทันที ครอบคลุมรถโดยสาร ขสมก. ทุกคันรถโดยสาร บขส. ใช้สิทธิซื้อตั๋วโดยสารระหว่างจังหวัด โดยรัฐสนับสนุนวงเงินไม่เกิน 200 บาทต่อวัน สามารถซื้อได้ที่สถานีเดินรถ บขส. 139 แห่งทั่วประเทศรถไฟฟ้า MRT 4 สาย และ BTS ทุกสาย ใช้สิทธิซื้อตั๋วเที่ยวเดียวผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ครอบคลุม MRT สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง สีชมพู และรถไฟฟ้า BTS ทุกสายเรือด่วนเจ้าพระยา ใช้สิทธิได้เฉพาะจุดรับชำระที่กำหนด เช่น สาทร ไอคอนสยาม สะพานตากสิน ราชินี พระนคร และปากเกร็ด เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ขยายการรองรับสิทธิสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้สามารถใช้เดินทางกับ “รถเมล์ไฟฟ้าไทย สมายล์ บัส (TSB)” ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 23 เส้นทาง และจะขยายครบทั้ง 124 เส้นทางภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิเพียงแสดงบัตรประชาชนเพื่อชำระค่าโดยสารผ่านระบบ EDC บนรถโดยสารได้ทันที ช่วยเพิ่มความสะดวก ลดการใช้เงินสด และเชื่อมต่อการเดินทางสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง ซึ่งเป็นภาระสำคัญของประชาชนจำนวนมาก
อ่านต่อ >43

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยการดำเนินโครงการดังกล่าว ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยังเปิดเผยอีกว่า ขอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันเข้าลงทะเบียนยืนยันสิทธิ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ใหม่ โดยสรุปได้ดังนี้1.คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน 1) มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 2) ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้ ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวชผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษาข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปีผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน - ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้ - ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป - ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร 3) มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี 4) ไม่มีบัตรเครดิต 5) ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท 6) ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี 7) ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้ ห้องชุดรวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา กรณีเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่ กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เตรียมเปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมได้เห็นชอบให้กระทรวงการคลังเดินหน้าดำเนินโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นการกำหนดรายละเอียดและหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการรายได้ทั้งปีต้องไม่เกิน 100,000 บาท นักเรียน นักศึกษาไม่สามารถลงทะเบียนได้เบื้องต้นหลักเกณฑ์ยังคงยึดแนวทางใกล้เคียงกับการลงทะเบียนครั้งที่ผ่านมา เช่น รายได้ทั้งปีต้องไม่เกิน 100,000 บาท แต่รอบนี้นักเรียน นักศึกษาจะไม่สามารถลงทะเบียนได้ โดยจะพิจารณาจากรายได้และคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เป็นหลัก คาดว่ากระบวนการตรวจสอบข้อมูลจะมีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความจำเป็นมากขึ้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าเกณฑ์สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างทั่วถึง โดยจะมีกลไกจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกด้านการลงทะเบียน สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงาน คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนภายในประมาณ 1 เดือน หลังจากนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสิทธิ์ ส่วนรายละเอียดอย่างเป็นทางการยังต้องรอการชี้แจงจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง
อ่านต่อ >14

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 แม้โลกจะก้าวผ่านช่วงวิกฤตการระบาดใหญ่ของโควิด-19 มาแล้วหลายปี แต่ไวรัส SARS-CoV-2 ยังคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสายพันธุ์ย่อย “NB.1.8.1” กำลังได้รับความสนใจจากหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลก หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็น “สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าติดตาม” หรือ Variant Under Monitoring (VUM) เนื่องจากพบการแพร่กระจายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียไทยเฝ้าระวังต่อเนื่องนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ล่าสุดเจอสายพันธุ์ NB.1.8.1 เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์เดิมที่เคยพบเจอในประเทศไทย โดยเบื้องต้นจะมีอาการลักษณะคล้ายๆเดิม คือ ไอ เจ็บคอ และเป็นไข้ แต่จะมีอาการที่เด่นคือ อาการเจ็บคอ ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นขอประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะเราจะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และรัดกุม ปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่เราก็ไม่ประมาทซึ่งทางกรมควบคุมโรคได้มีการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว ส่วนเรื่องวัคซีน ยังไม่จำเป็นต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมส่วนจะมีโอกาสในการแพร่กระจายจะรวดเร็วเหมือนช่วงเชื้อโอไมครอนหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ทางแพทย์เป็นผู้ลงรายละเอียด สำหรับในการดูแลตัวเองหากเป็นไข้ ไอ เจ็บคอ ทางกระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเป็นปกติ เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปยังบุคคลที่อยู่ใกล้เคียง ฉะนั้นไม่ต้องตื่นตระหนก พร้อมมั่นใจว่า ทางสาธารณสุขไทยสามารถดูแลได้ย้ำยังไม่พบสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้นนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่องรองโฆษกฯ กล่าวว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ขณะนี้ประเทศไทยพบสายพันธุ์โควิด-19 ที่ระบาดหลัก คือสายพันธุ์ NB.1.8.1 ซึ่งแตกออกมาจากสายพันธุ์ JN.1 อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบหลักฐานว่าสายพันธุ์ดังกล่าวก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น หรือทำให้เกิดการแพร่ระบาดที่รวดเร็วผิดปกติท
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ใช้สิทธิสนับสนุนค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะวันนี้ (1 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” โดยเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิสนับสนุนค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมทั้งรถเมล์ รถโดยสารระหว่างจังหวัด รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน และเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างทั่วถึงโครงการดังกล่าวเปิดให้ใช้สิทธิได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยรัฐจะร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% ตามเงื่อนไขของแต่ละประเภทการเดินทาง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการช่วยลดภาระประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว สำหรับระบบขนส่งที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยรถเมล์ ขสมก. สามารถใช้สิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และชำระค่าโดยสารกับพนักงานเก็บค่าโดยสารได้ทันที ครอบคลุมรถโดยสาร ขสมก. ทุกคันรถโดยสาร บขส. ใช้สิทธิซื้อตั๋วโดยสารระหว่างจังหวัด โดยรัฐสนับสนุนวงเงินไม่เกิน 200 บาทต่อวัน สามารถซื้อได้ที่สถานีเดินรถ บขส. 139 แห่งทั่วประเทศรถไฟฟ้า MRT 4 สาย และ BTS ทุกสาย ใช้สิทธิซื้อตั๋วเที่ยวเดียวผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ครอบคลุม MRT สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง สีชมพู และรถไฟฟ้า BTS ทุกสายเรือด่วนเจ้าพระยา ใช้สิทธิได้เฉพาะจุดรับชำระที่กำหนด เช่น สาทร ไอคอนสยาม สะพานตากสิน ราชินี พระนคร และปากเกร็ด เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ขยายการรองรับสิทธิสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้สามารถใช้เดินทางกับ “รถเมล์ไฟฟ้าไทย สมายล์ บัส (TSB)” ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 23 เส้นทาง และจะขยายครบทั้ง 124 เส้นทางภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิเพียงแสดงบัตรประชาชนเพื่อชำระค่าโดยสารผ่านระบบ EDC บนรถโดยสารได้ทันที ช่วยเพิ่มความสะดวก ลดการใช้เงินสด และเชื่อมต่อการเดินทางสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง ซึ่งเป็นภาระสำคัญของประชาชนจำนวนมาก
อ่านต่อ >43

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยการดำเนินโครงการดังกล่าว ถือเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยังเปิดเผยอีกว่า ขอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันเข้าลงทะเบียนยืนยันสิทธิ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ใหม่ โดยสรุปได้ดังนี้1.คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน 1) มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 2) ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้ ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวชผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ นักเรียน นักศึกษาข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปีผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน - ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้ - ผู้มีกรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป - ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร 3) มีรายได้หรือมีการจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี 4) ไม่มีบัตรเครดิต 5) ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทเกิน 100,000 บาท 6) ไม่มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี 7) ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้ ห้องชุดรวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา กรณีเป็นเกษตรกร ที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่ กรณีไม่ได้เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เตรียมเปิดลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมได้เห็นชอบให้กระทรวงการคลังเดินหน้าดำเนินโครงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นการกำหนดรายละเอียดและหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการรายได้ทั้งปีต้องไม่เกิน 100,000 บาท นักเรียน นักศึกษาไม่สามารถลงทะเบียนได้เบื้องต้นหลักเกณฑ์ยังคงยึดแนวทางใกล้เคียงกับการลงทะเบียนครั้งที่ผ่านมา เช่น รายได้ทั้งปีต้องไม่เกิน 100,000 บาท แต่รอบนี้นักเรียน นักศึกษาจะไม่สามารถลงทะเบียนได้ โดยจะพิจารณาจากรายได้และคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์เป็นหลัก คาดว่ากระบวนการตรวจสอบข้อมูลจะมีความเข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความจำเป็นมากขึ้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างรอบคอบ และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าเกณฑ์สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างทั่วถึง โดยจะมีกลไกจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงกระทรวงมหาดไทย เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกด้านการลงทะเบียน สำหรับกรอบเวลาการดำเนินงาน คาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนภายในประมาณ 1 เดือน หลังจากนี้ ก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบสิทธิ์ ส่วนรายละเอียดอย่างเป็นทางการยังต้องรอการชี้แจงจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง
อ่านต่อ >14

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
โควิดสายพันธุ์ NB.1.8.1 แม้โลกจะก้าวผ่านช่วงวิกฤตการระบาดใหญ่ของโควิด-19 มาแล้วหลายปี แต่ไวรัส SARS-CoV-2 ยังคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสายพันธุ์ย่อย “NB.1.8.1” กำลังได้รับความสนใจจากหน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลก หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้เป็น “สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าติดตาม” หรือ Variant Under Monitoring (VUM) เนื่องจากพบการแพร่กระจายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียไทยเฝ้าระวังต่อเนื่องนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า ล่าสุดเจอสายพันธุ์ NB.1.8.1 เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งกลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์เดิมที่เคยพบเจอในประเทศไทย โดยเบื้องต้นจะมีอาการลักษณะคล้ายๆเดิม คือ ไอ เจ็บคอ และเป็นไข้ แต่จะมีอาการที่เด่นคือ อาการเจ็บคอ ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงได้มีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นขอประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะเราจะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และรัดกุม ปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แต่เราก็ไม่ประมาทซึ่งทางกรมควบคุมโรคได้มีการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว ส่วนเรื่องวัคซีน ยังไม่จำเป็นต้องดำเนินการอะไรเพิ่มเติมส่วนจะมีโอกาสในการแพร่กระจายจะรวดเร็วเหมือนช่วงเชื้อโอไมครอนหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ทางแพทย์เป็นผู้ลงรายละเอียด สำหรับในการดูแลตัวเองหากเป็นไข้ ไอ เจ็บคอ ทางกระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเป็นปกติ เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปยังบุคคลที่อยู่ใกล้เคียง ฉะนั้นไม่ต้องตื่นตระหนก พร้อมมั่นใจว่า ทางสาธารณสุขไทยสามารถดูแลได้ย้ำยังไม่พบสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้นนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่องรองโฆษกฯ กล่าวว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ขณะนี้ประเทศไทยพบสายพันธุ์โควิด-19 ที่ระบาดหลัก คือสายพันธุ์ NB.1.8.1 ซึ่งแตกออกมาจากสายพันธุ์ JN.1 อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบหลักฐานว่าสายพันธุ์ดังกล่าวก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น หรือทำให้เกิดการแพร่ระบาดที่รวดเร็วผิดปกติท
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ใช้สิทธิสนับสนุนค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะวันนี้ (1 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” โดยเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิสนับสนุนค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมทั้งรถเมล์ รถโดยสารระหว่างจังหวัด รถไฟฟ้า และเรือโดยสาร เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน และเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างทั่วถึงโครงการดังกล่าวเปิดให้ใช้สิทธิได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 06.00 – 23.00 น. ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยรัฐจะร่วมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60% ตามเงื่อนไขของแต่ละประเภทการเดินทาง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการช่วยลดภาระประชาชนในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว สำหรับระบบขนส่งที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยรถเมล์ ขสมก. สามารถใช้สิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และชำระค่าโดยสารกับพนักงานเก็บค่าโดยสารได้ทันที ครอบคลุมรถโดยสาร ขสมก. ทุกคันรถโดยสาร บขส. ใช้สิทธิซื้อตั๋วโดยสารระหว่างจังหวัด โดยรัฐสนับสนุนวงเงินไม่เกิน 200 บาทต่อวัน สามารถซื้อได้ที่สถานีเดินรถ บขส. 139 แห่งทั่วประเทศรถไฟฟ้า MRT 4 สาย และ BTS ทุกสาย ใช้สิทธิซื้อตั๋วเที่ยวเดียวผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ครอบคลุม MRT สายสีน้ำเงิน สีม่วง สีเหลือง สีชมพู และรถไฟฟ้า BTS ทุกสายเรือด่วนเจ้าพระยา ใช้สิทธิได้เฉพาะจุดรับชำระที่กำหนด เช่น สาทร ไอคอนสยาม สะพานตากสิน ราชินี พระนคร และปากเกร็ด เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ขยายการรองรับสิทธิสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้สามารถใช้เดินทางกับ “รถเมล์ไฟฟ้าไทย สมายล์ บัส (TSB)” ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว 23 เส้นทาง และจะขยายครบทั้ง 124 เส้นทางภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิเพียงแสดงบัตรประชาชนเพื่อชำระค่าโดยสารผ่านระบบ EDC บนรถโดยสารได้ทันที ช่วยเพิ่มความสะดวก ลดการใช้เงินสด และเชื่อมต่อการเดินทางสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการใช้ชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง ซึ่งเป็นภาระสำคัญของประชาชนจำนวนมาก
อ่านต่อ >43