
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" (60/40) แล้วระบบแจ้งสถานะว่า "อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิภายใน 3 วัน" และกำลังกังวลว่าสิทธิจะเต็มก่อน หรือต้องกดลงทะเบียนใหม่หรือไม่?ล่าสุด นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงชี้แจงไขข้อข้องใจในประเด็นนี้อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล สรุปชัด! สถานะรอตรวจสอบ 3 วัน ต้องลงทะเบียนใหม่ไหม?คำตอบคือ: ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และระบบได้ล็อกสิทธิไว้ให้คุณแล้ว!นายภราดร ระบุว่า กลุ่มผู้ที่ขึ้นสถานะรอตรวจสอบ 3 วัน คือ "กลุ่มผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน" ซึ่งระบบจำเป็นต้องส่งข้อมูลไปตรวจสอบความถูกต้องกับกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบออนไลน์ โดยจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน (หรืออาจเร็วกว่านั้น)ได้รับข้อความรอตรวจสอบ = ระบบกันสิทธิไว้ให้แล้วหากผ่านเกณฑ์การตรวจสอบตามขั้นตอน จะถือว่าเป็นผู้ได้รับสิทธิทันทีโดยไม่ต้องไปแย่งโควตากับใครอีกส่วนกลุ่มที่ เคยเป็นผู้ใช้สิทธิ์เดิมในโครงการคนละครึ่ง กลุ่มนี้จะสามารถลงทะเบียนและกดยืนยันรับสิทธิ์ในระบบได้ทันที เนื่องจากมีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้วอัปเดตยอดลงทะเบียน "ไทยช่วยไทย พลัส" ล่าสุดโครงการนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยหลังเปิดระบบให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:25 นาทีแรก: มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จทะลุถึง 10 ล้านคนยอดสิทธิคงเหลือ (ณ เวลา 12.50 น.): ยังคงเหลือสิทธิอีกประมาณ 7.34 ล้านสิทธิ จากโควตาทั้งหมดที่รัฐบาลกำหนดไว้ 30 ล้านสิทธิ เล็งทบทวนสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หลังเจอร้องเรียนคนจนไม่จริงนอกจากเรื่องการลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส แล้ว รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงเมกะโปรเจกต์เดิมอย่าง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ปัจจุบันได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหา "คนจนจริงไม่ได้สิทธิ แต่คนได้สิทธิกลับไม่จนจริง"รัฐบาลจึงเล็งเห็นว่าอาจถึงเวลาที่ต้อง ทบทวนสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.2 ล้านคนใหม่ทั้งหมด โดยจะมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการรีเช็คข้อมูลรายได้และคุณสมบัติอย่างละเอียด ก่อนจะส่งต่อให้กระทรวงการคลังพิจารณาคัดกรองในลำดับถัดไป เพื่อให้เงินช่วยเหลือไปถึงมือคนที่เดือดร้อนจริงๆ
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศล่าสุด นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยตัวเลขสรุปความคืบหน้าการลงทะเบียนของโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น.) ซึ่งสะท้อนถึงกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ดังนี้ 1. ฝั่งประชาชน: ยอดทะลุ 23.7 ล้านคนปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 23,755,197 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:กลุ่มผู้ใช้สิทธิ์เดิม (จากโครงการคนละครึ่ง พลัส): จำนวน 18,012,406 คนกลุ่มผู้ลงทะเบียนรายใหม่: จำนวน 5,742,791 คนผลการตรวจสอบคุณสมบัติกลุ่มสมัครใหม่:ผ่านเกณฑ์: 5,357,641 คน (ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ)ไม่ผ่านเกณฑ์: 385,150 คนสาเหตุหลัก: เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (384,975 คน) และเป็นผู้เคยทำผิดเงื่อนไขในโครงการเดิม (175 คน)2. ฝั่งร้านค้า: ทะยานสู่ 9.8 แสนรายในส่วนของผู้ประกอบการ มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลในระบบแล้วรวมทั้งสิ้น 982,541 ราย แบ่งเป็น:ร้านค้าเดิม (Whitelist จากคนละครึ่ง พลัส): มีทั้งหมด 977,296 ราย - ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 449,087 ราย- อยู่ระหว่างกดยอมรับเงื่อนไข (T&C) 528,209 รายร้านค้าสมัครใหม่: มีผู้สมัครเพิ่ม 12,117 ราย (ผ่านการตรวจสอบแล้ว 5,245 ราย)- ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 4,524 ราย- อยู่ระหว่างกดยอมรับเงื่อนไข 721 ราย สรุปสถานะร้านค้าภาพรวมทั้งหมดในปัจจุบัน: พร้อมใช้งานทันที 453,611 ราย และอยู่ระหว่างรอกดยอมรับเงื่อนไขอีก 528,930 รายเม็ดเงินหมุนเวียนตรงสู่ชุมชนรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตัวเลขการเติบโตที่รวดเร็วนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและร้านค้าที่มีต่อมาตรการของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งฝากเชิญชวนประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ให้รีบสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิประโยชน์และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปพร้อมกัน
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดไฟเขียวให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สามารถขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) ได้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนยุคดิจิทัล และช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก ไทม์ไลน์การเปิดระบบและช่วงเวลาใช้สิทธินางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้วางกำหนดการสำหรับโหมดเดลิเวอรีไว้ดังนี้:สำหรับร้านค้า: เริ่มกดสมัครเข้าร่วมผ่านระบบเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปสำหรับประชาชน: เริ่มใช้สิทธิสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 * เวลาที่กำหนด: สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวันวิธีการสมัครเข้าร่วมสำหรับร้านค้า (ผ่านแอปฯ ถุงเงิน)ร้านค้าอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มช่องทางเดลิเวอรี สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้:อัปเดตแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดกดสมัคร: เลือกกดที่แบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนหน้าแอปพลิเคชันกดยอมรับเงื่อนไข: อ่านและกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของโครงการเลือกแพลตฟอร์ม: เลือกผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่ร้านค้าต้องการเข้าร่วม เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น ร้านค้าจะสามารถรับออเดอร์จากลูกค้าผ่านระบบเดลิเวอรีได้ทันที โดยจะมีไรเดอร์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ มารับสินค้าไปส่งให้ผู้บริโภคตามปกติ และร้านค้ายังคงตรวจสอบประวัติการรับเงินได้อย่างสะดวกผ่านแอปฯ ถุงเงินเช่นเดิมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ลดภาระค่าครองชีพการเชื่อมโยงโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เข้ากับแพลตฟอร์มส่งอาหารในครั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยที่อาจไม่มีหน้าร้านในทำเลทอง รวมถึงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารในราคาประหยัดได้โดยไม่ต้องเดินทาง“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และลดภาระค่าครองชีพประชาชนไปพร้อมกัน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกระจายลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง” รองโฆษกฯ กล่าวทิ้งท้าย
อ่านต่อ >20

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลพอใจลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ไม่ล่ม พบระบบมีปัญหาเล็กน้อยวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพอใจระบบลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เรียบร้อยดี มีปัญหาเพียงเล็กน้อย ยังไม่ถึงกับล่ม ถือว่าระบบมีความไหลลื่นมีเสถียรภาพมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมา ทั้งนี้ พบว่าปัญหาเกิดขึ้นแค่ช่วงแรกที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. พบมีความล่าช้าเล็กน้อย ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยได้เร่งแก้ไขปัญหาระบบลงทะเบียน โดยการขยายระบบเพื่อรองรับการเข้าใช้งานให้ได้กว่า 7 แสนรายการต่อวินาที จากเดิมจำนวนมากกว่า 3 แสนรายการต่อวินาที นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ประชาชน “สแกนใบหน้าไม่ผ่าน” นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ประชาชนเปิดใช้งานแอปฯ เป๋าตังเป็นครั้งแรก หรือเคยลบแอปฯ ออก และดาวน์โหลดติดตั้งใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC ซึ่งสามารถดำเนินการได้ที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ สำหรับกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่ขึ้นหน้าจอ "กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน" เป็นกลุ่มที่ไม่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสมาก่อน แต่มาลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งกลุ่มนี้จะต้อง ใช้เวลาตรวจคุณสมบัติ และเงื่อนไข ตามที่ได้กำหนดไว้แล้วก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ วันที่ 1 มิ.ย.นี้ เริ่มใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รัฐให้ 60% เดือนละ 1,000 บาท หากต้องการใช้เต็มวงเงิน 100% ประชาชนต้องเติมเงิน 40% คือ เติมเดือนละ 667 บาท รัฐบาลขอย้ำต้องใช้เดือนต่อเดือนเท่านั้น หากใช้ไม่หมดยอดถูกตัด ไม่ทบเดือนถัดไป สรุป 4 เดือน ตลอดระยะเวลาโครงการ ประชาชนต้องเติม 2,667 บาท เพื่อใช้จ่ายเต็มวงเงิน 6,667 บาท
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" (60/40) แล้วระบบแจ้งสถานะว่า "อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิภายใน 3 วัน" และกำลังกังวลว่าสิทธิจะเต็มก่อน หรือต้องกดลงทะเบียนใหม่หรือไม่?ล่าสุด นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงชี้แจงไขข้อข้องใจในประเด็นนี้อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล สรุปชัด! สถานะรอตรวจสอบ 3 วัน ต้องลงทะเบียนใหม่ไหม?คำตอบคือ: ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และระบบได้ล็อกสิทธิไว้ให้คุณแล้ว!นายภราดร ระบุว่า กลุ่มผู้ที่ขึ้นสถานะรอตรวจสอบ 3 วัน คือ "กลุ่มผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน" ซึ่งระบบจำเป็นต้องส่งข้อมูลไปตรวจสอบความถูกต้องกับกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบออนไลน์ โดยจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน (หรืออาจเร็วกว่านั้น)ได้รับข้อความรอตรวจสอบ = ระบบกันสิทธิไว้ให้แล้วหากผ่านเกณฑ์การตรวจสอบตามขั้นตอน จะถือว่าเป็นผู้ได้รับสิทธิทันทีโดยไม่ต้องไปแย่งโควตากับใครอีกส่วนกลุ่มที่ เคยเป็นผู้ใช้สิทธิ์เดิมในโครงการคนละครึ่ง กลุ่มนี้จะสามารถลงทะเบียนและกดยืนยันรับสิทธิ์ในระบบได้ทันที เนื่องจากมีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้วอัปเดตยอดลงทะเบียน "ไทยช่วยไทย พลัส" ล่าสุดโครงการนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยหลังเปิดระบบให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:25 นาทีแรก: มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จทะลุถึง 10 ล้านคนยอดสิทธิคงเหลือ (ณ เวลา 12.50 น.): ยังคงเหลือสิทธิอีกประมาณ 7.34 ล้านสิทธิ จากโควตาทั้งหมดที่รัฐบาลกำหนดไว้ 30 ล้านสิทธิ เล็งทบทวนสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หลังเจอร้องเรียนคนจนไม่จริงนอกจากเรื่องการลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส แล้ว รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงเมกะโปรเจกต์เดิมอย่าง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ปัจจุบันได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหา "คนจนจริงไม่ได้สิทธิ แต่คนได้สิทธิกลับไม่จนจริง"รัฐบาลจึงเล็งเห็นว่าอาจถึงเวลาที่ต้อง ทบทวนสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.2 ล้านคนใหม่ทั้งหมด โดยจะมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการรีเช็คข้อมูลรายได้และคุณสมบัติอย่างละเอียด ก่อนจะส่งต่อให้กระทรวงการคลังพิจารณาคัดกรองในลำดับถัดไป เพื่อให้เงินช่วยเหลือไปถึงมือคนที่เดือดร้อนจริงๆ
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศล่าสุด นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยตัวเลขสรุปความคืบหน้าการลงทะเบียนของโครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 17.00 น.) ซึ่งสะท้อนถึงกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ดังนี้ 1. ฝั่งประชาชน: ยอดทะลุ 23.7 ล้านคนปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 23,755,197 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:กลุ่มผู้ใช้สิทธิ์เดิม (จากโครงการคนละครึ่ง พลัส): จำนวน 18,012,406 คนกลุ่มผู้ลงทะเบียนรายใหม่: จำนวน 5,742,791 คนผลการตรวจสอบคุณสมบัติกลุ่มสมัครใหม่:ผ่านเกณฑ์: 5,357,641 คน (ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ)ไม่ผ่านเกณฑ์: 385,150 คนสาเหตุหลัก: เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (384,975 คน) และเป็นผู้เคยทำผิดเงื่อนไขในโครงการเดิม (175 คน)2. ฝั่งร้านค้า: ทะยานสู่ 9.8 แสนรายในส่วนของผู้ประกอบการ มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลในระบบแล้วรวมทั้งสิ้น 982,541 ราย แบ่งเป็น:ร้านค้าเดิม (Whitelist จากคนละครึ่ง พลัส): มีทั้งหมด 977,296 ราย - ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 449,087 ราย- อยู่ระหว่างกดยอมรับเงื่อนไข (T&C) 528,209 รายร้านค้าสมัครใหม่: มีผู้สมัครเพิ่ม 12,117 ราย (ผ่านการตรวจสอบแล้ว 5,245 ราย)- ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้งานแล้ว 4,524 ราย- อยู่ระหว่างกดยอมรับเงื่อนไข 721 ราย สรุปสถานะร้านค้าภาพรวมทั้งหมดในปัจจุบัน: พร้อมใช้งานทันที 453,611 ราย และอยู่ระหว่างรอกดยอมรับเงื่อนไขอีก 528,930 รายเม็ดเงินหมุนเวียนตรงสู่ชุมชนรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตัวเลขการเติบโตที่รวดเร็วนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนและร้านค้าที่มีต่อมาตรการของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งฝากเชิญชวนประชาชนและผู้ประกอบการที่สนใจแต่ยังไม่ได้ลงทะเบียน ให้รีบสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อรับสิทธิประโยชน์และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปพร้อมกัน
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศเปิดไฟเขียวให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สามารถขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) ได้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนยุคดิจิทัล และช่วยกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานราก ไทม์ไลน์การเปิดระบบและช่วงเวลาใช้สิทธินางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้วางกำหนดการสำหรับโหมดเดลิเวอรีไว้ดังนี้:สำหรับร้านค้า: เริ่มกดสมัครเข้าร่วมผ่านระบบเดลิเวอรีได้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไปสำหรับประชาชน: เริ่มใช้สิทธิสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 * เวลาที่กำหนด: สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 21.00 น. ของทุกวันวิธีการสมัครเข้าร่วมสำหรับร้านค้า (ผ่านแอปฯ ถุงเงิน)ร้านค้าอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ในโครงการอยู่แล้ว และต้องการเพิ่มช่องทางเดลิเวอรี สามารถทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ได้ดังนี้:อัปเดตแอปพลิเคชัน: ดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปฯ “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดกดสมัคร: เลือกกดที่แบนเนอร์ “โครงการฟู้ดเดลิเวอรี” บนหน้าแอปพลิเคชันกดยอมรับเงื่อนไข: อ่านและกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขของโครงการเลือกแพลตฟอร์ม: เลือกผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่ร้านค้าต้องการเข้าร่วม เมื่อลงทะเบียนเสร็จสิ้น ร้านค้าจะสามารถรับออเดอร์จากลูกค้าผ่านระบบเดลิเวอรีได้ทันที โดยจะมีไรเดอร์จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ มารับสินค้าไปส่งให้ผู้บริโภคตามปกติ และร้านค้ายังคงตรวจสอบประวัติการรับเงินได้อย่างสะดวกผ่านแอปฯ ถุงเงินเช่นเดิมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ลดภาระค่าครองชีพการเชื่อมโยงโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เข้ากับแพลตฟอร์มส่งอาหารในครั้งนี้ รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดและเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้ารายย่อยที่อาจไม่มีหน้าร้านในทำเลทอง รวมถึงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารในราคาประหยัดได้โดยไม่ต้องเดินทาง“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และลดภาระค่าครองชีพประชาชนไปพร้อมกัน เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนกระจายลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง” รองโฆษกฯ กล่าวทิ้งท้าย
อ่านต่อ >20

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
รัฐบาลพอใจลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ไม่ล่ม พบระบบมีปัญหาเล็กน้อยวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพอใจระบบลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เรียบร้อยดี มีปัญหาเพียงเล็กน้อย ยังไม่ถึงกับล่ม ถือว่าระบบมีความไหลลื่นมีเสถียรภาพมากกว่าทุกรอบที่ผ่านมา ทั้งนี้ พบว่าปัญหาเกิดขึ้นแค่ช่วงแรกที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. พบมีความล่าช้าเล็กน้อย ซึ่งทางธนาคารกรุงไทยได้เร่งแก้ไขปัญหาระบบลงทะเบียน โดยการขยายระบบเพื่อรองรับการเข้าใช้งานให้ได้กว่า 7 แสนรายการต่อวินาที จากเดิมจำนวนมากกว่า 3 แสนรายการต่อวินาที นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ประชาชน “สแกนใบหน้าไม่ผ่าน” นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการกดรับสิทธิ แต่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ประชาชนเปิดใช้งานแอปฯ เป๋าตังเป็นครั้งแรก หรือเคยลบแอปฯ ออก และดาวน์โหลดติดตั้งใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้ใช้งานจำเป็นต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC ซึ่งสามารถดำเนินการได้ที่ตู้ ATM สีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือสาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ สำหรับกลุ่มผู้ลงทะเบียนที่ขึ้นหน้าจอ "กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน" เป็นกลุ่มที่ไม่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสมาก่อน แต่มาลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งกลุ่มนี้จะต้อง ใช้เวลาตรวจคุณสมบัติ และเงื่อนไข ตามที่ได้กำหนดไว้แล้วก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ วันที่ 1 มิ.ย.นี้ เริ่มใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 รัฐให้ 60% เดือนละ 1,000 บาท หากต้องการใช้เต็มวงเงิน 100% ประชาชนต้องเติมเงิน 40% คือ เติมเดือนละ 667 บาท รัฐบาลขอย้ำต้องใช้เดือนต่อเดือนเท่านั้น หากใช้ไม่หมดยอดถูกตัด ไม่ทบเดือนถัดไป สรุป 4 เดือน ตลอดระยะเวลาโครงการ ประชาชนต้องเติม 2,667 บาท เพื่อใช้จ่ายเต็มวงเงิน 6,667 บาท
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" (60/40) แล้วระบบแจ้งสถานะว่า "อยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิภายใน 3 วัน" และกำลังกังวลว่าสิทธิจะเต็มก่อน หรือต้องกดลงทะเบียนใหม่หรือไม่?ล่าสุด นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงชี้แจงไขข้อข้องใจในประเด็นนี้อย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล สรุปชัด! สถานะรอตรวจสอบ 3 วัน ต้องลงทะเบียนใหม่ไหม?คำตอบคือ: ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ และระบบได้ล็อกสิทธิไว้ให้คุณแล้ว!นายภราดร ระบุว่า กลุ่มผู้ที่ขึ้นสถานะรอตรวจสอบ 3 วัน คือ "กลุ่มผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน" ซึ่งระบบจำเป็นต้องส่งข้อมูลไปตรวจสอบความถูกต้องกับกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบออนไลน์ โดยจะใช้เวลาไม่เกิน 3 วัน (หรืออาจเร็วกว่านั้น)ได้รับข้อความรอตรวจสอบ = ระบบกันสิทธิไว้ให้แล้วหากผ่านเกณฑ์การตรวจสอบตามขั้นตอน จะถือว่าเป็นผู้ได้รับสิทธิทันทีโดยไม่ต้องไปแย่งโควตากับใครอีกส่วนกลุ่มที่ เคยเป็นผู้ใช้สิทธิ์เดิมในโครงการคนละครึ่ง กลุ่มนี้จะสามารถลงทะเบียนและกดยืนยันรับสิทธิ์ในระบบได้ทันที เนื่องจากมีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้วอัปเดตยอดลงทะเบียน "ไทยช่วยไทย พลัส" ล่าสุดโครงการนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยหลังเปิดระบบให้ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 06.00 น. มีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:25 นาทีแรก: มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จทะลุถึง 10 ล้านคนยอดสิทธิคงเหลือ (ณ เวลา 12.50 น.): ยังคงเหลือสิทธิอีกประมาณ 7.34 ล้านสิทธิ จากโควตาทั้งหมดที่รัฐบาลกำหนดไว้ 30 ล้านสิทธิ เล็งทบทวนสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หลังเจอร้องเรียนคนจนไม่จริงนอกจากเรื่องการลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส แล้ว รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงเมกะโปรเจกต์เดิมอย่าง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ปัจจุบันได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหา "คนจนจริงไม่ได้สิทธิ แต่คนได้สิทธิกลับไม่จนจริง"รัฐบาลจึงเล็งเห็นว่าอาจถึงเวลาที่ต้อง ทบทวนสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.2 ล้านคนใหม่ทั้งหมด โดยจะมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการรีเช็คข้อมูลรายได้และคุณสมบัติอย่างละเอียด ก่อนจะส่งต่อให้กระทรวงการคลังพิจารณาคัดกรองในลำดับถัดไป เพื่อให้เงินช่วยเหลือไปถึงมือคนที่เดือดร้อนจริงๆ
อ่านต่อ >12