
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
พันธบัตรออมพลัสนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ที่จะเปิดจำหน่ายในวันที่ 3-5 สิงหาคม ประชาชนบางส่วนกังวลว่าจะต้องแข่งขันกันกดจองอย่างรวดเร็วจึ งจะมีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร หรืออาจมีการแอบล๊อคให้ผู้ซื้อรายใหญ่หรือไม่“การจำหน่ายรอบวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ จะเป็นระบบ “Small Lot First” ซึ่งต่างจากรอบที่แล้วที่เป็นแบบใครมาก่อนได้ก่อน ในรอบนี้ ระบบออกแบบมาเพื่อการจัดสรรแก่ผู้ลงทุนรายย่อยทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ใครมือไวกว่าจะได้เปรียบ” นางสาวรัชดา กล่าว เปิดวิธีจองพันธบัตร ออมพลัส จัดสรรเท่าเทียมทุกรายโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อธิบายกลไกการทำงานของระบบ “Small Lot First” ว่า ระบบจะรวบรวมยอดจองซื้อของทุกคนตลอดทั้งช่วงเวลาที่เปิดขายไว้ก่อน จากนั้นจึงทยอยจัดสรรให้ทีละรอบ รอบละ 1,000 บาทต่อคน วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าวงเงินจะหมดหรือครบตามจำนวนทีแต่ละคนต้องการ“พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้กดจองเป็นคนแรกในวินาทีแรก หรือกดจองเป็นคนสุดท้ายก่อนปิดรอบ ทุกคนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรแบบเดียวกัน ระบบจะให้สิทธิรายย่อยก่อนรายใหญ่ และแบ่งเป็นรอบเล็ก ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคนจำนวนมากที่สุดจะได้รับส่วนแบ่ง แทนที่จะให้คนที่จองเงินก้อนใหญ่ได้ไปจนหมดตั้งแต่ช่วงต้น” นางสาวรัชดา กล่าวทั้งนี้ ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเงินทุนมักได้เปรียบนักลงทุนรายย่อยในการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ โดยหลักการ Small Lot First จะพลิกกลับมาให้ความสำคัญกับรายย่อยเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะกดจองเวลาใดในช่วงที่เปิดขายก็ตาม นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมถึงช่องทางจำหน่าย ประชาชนที่สนใจสามารถจองซื้อพันธบัตรัฐบาลออมพลัส ผ่าน Bond Connect Platformสำหรับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วม 24 ราย รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Streamingซึ่งในรอบนี้ วงเงิน 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสองรุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 1.80% ต่อปี และ รุ่นอายุ 10 ปี ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80% ต่อปี โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน
อ่านต่อ >61

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม คลื่นลมแรง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 3 - 7 ส.ค. 69 โดยสั่งการให้จังหวัดติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเผชิญเหตุช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีที่เกิดภัย จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับหากมีการอพยพประชาชน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้มีประกาศฉบับที่ 1 (47/2569) เรื่อง ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ประกาศ ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 3 -7 สิงหาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 3 - 7 สิงหาคม 2569 แยกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูลพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) พังงา (อำเภอเกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) ภูเก็ต (ทุกอำเภอ) ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ เตรียมความพร้อมรับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล และศูนย์ป้องกันและ
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
คืบหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนผู้ยากไร้ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอย่างทั่วถึง เป็นธรรม จึงได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งอำนวยความสะดวกทั้งการยืนยันตัวตน การยื่นทบทวนสิทธิ และการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้ประชาชนดำเนินการได้ทันตามกำหนดโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติทั้งสิ้น 9.5 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรรายเดิม 6.3 ล้านคน ซึ่งไม่ต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติม และผู้ถือบัตรรายใหม่ 3.1 ล้านคน ที่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569 มีผู้ถือบัตรรายใหม่ยืนยันตัวตนแล้วกว่า 2.1 ล้านคน (69%) คงเหลืออีกประมาณ 9.8 แสนคน (31%) ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งติดตาม ประชาสัมพันธ์ และอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิผู้ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รัฐบาลได้เปิดให้ยื่นขอทบทวนสิทธิ โดยขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องแล้วกว่า 4.1 ล้านคน (44%) ขณะที่ยังมีผู้มีสิทธิยื่นทบทวนได้อีกประมาณ 5.2 ล้านคน (56%) จึงขอเชิญชวนให้เร่งดำเนินการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569รัฐบาลได้เตรียมช่องทางให้บริการไว้อย่างครอบคลุม ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”เว็บไซต์โครงการ ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง และ ศูนย์ One Stop Service (OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกใช้บริการออนไลน์ ศูนย์ OSS โดยกรมการปกครอง จะรับคำร้องขอทบทวนสิทธิและนำส่งให้กับหน่วยงานตรวจสอบสิทธิที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหรือจังหวัดเช่น สำนักงานสรรพากรอำเภอ สำนักงานที่ดินอำเภอ สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เป็นต้นรวมทั้งให้ผู้ใหญ่บ้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมขับเคลื่อนการเชิงรุกในทุกหมู่บ้านและชุมชน“รัฐบาลตั้งใจไม่ให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการต้องเสียสิทธิเพียงเพราะไม่สะดวกหรือไม่ทราบขั้นตอน จึงได้เตรียมทั้งเจ้าหน้าที่ ระบบ และช่องทางบริการไว้อย่างเพียงพอ ขอให้ผู้ถือบัตรรายใหม่ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนกว่า 9.8 แสนคน และผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นทบทวนสิทธิอีกกว่า 5.2 ล้านคน เร่งดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด เพื่อให้ทุ
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากในช่วงวันที่ 3 – 5 ส.ค. 69 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 8 ส.ค. 69 ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและภาตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับในช่วงวันที่ 4 – 9 ส.ค. 69 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 3 – 9 ส.ค. 69 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนในช่วงวันที่ 7 – 8 ส.ค. 69 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางไว้ในช่วงวันที่ 5 – 9 ส.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามัน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 3 – 9 ส.ค. 69 ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7 – 9 ส.ค. 69
อ่านต่อ >86

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
พันธบัตรออมพลัสนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ที่จะเปิดจำหน่ายในวันที่ 3-5 สิงหาคม ประชาชนบางส่วนกังวลว่าจะต้องแข่งขันกันกดจองอย่างรวดเร็วจึ งจะมีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร หรืออาจมีการแอบล๊อคให้ผู้ซื้อรายใหญ่หรือไม่“การจำหน่ายรอบวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ จะเป็นระบบ “Small Lot First” ซึ่งต่างจากรอบที่แล้วที่เป็นแบบใครมาก่อนได้ก่อน ในรอบนี้ ระบบออกแบบมาเพื่อการจัดสรรแก่ผู้ลงทุนรายย่อยทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ใครมือไวกว่าจะได้เปรียบ” นางสาวรัชดา กล่าว เปิดวิธีจองพันธบัตร ออมพลัส จัดสรรเท่าเทียมทุกรายโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อธิบายกลไกการทำงานของระบบ “Small Lot First” ว่า ระบบจะรวบรวมยอดจองซื้อของทุกคนตลอดทั้งช่วงเวลาที่เปิดขายไว้ก่อน จากนั้นจึงทยอยจัดสรรให้ทีละรอบ รอบละ 1,000 บาทต่อคน วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าวงเงินจะหมดหรือครบตามจำนวนทีแต่ละคนต้องการ“พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้กดจองเป็นคนแรกในวินาทีแรก หรือกดจองเป็นคนสุดท้ายก่อนปิดรอบ ทุกคนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรแบบเดียวกัน ระบบจะให้สิทธิรายย่อยก่อนรายใหญ่ และแบ่งเป็นรอบเล็ก ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคนจำนวนมากที่สุดจะได้รับส่วนแบ่ง แทนที่จะให้คนที่จองเงินก้อนใหญ่ได้ไปจนหมดตั้งแต่ช่วงต้น” นางสาวรัชดา กล่าวทั้งนี้ ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเงินทุนมักได้เปรียบนักลงทุนรายย่อยในการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ โดยหลักการ Small Lot First จะพลิกกลับมาให้ความสำคัญกับรายย่อยเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะกดจองเวลาใดในช่วงที่เปิดขายก็ตาม นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมถึงช่องทางจำหน่าย ประชาชนที่สนใจสามารถจองซื้อพันธบัตรัฐบาลออมพลัส ผ่าน Bond Connect Platformสำหรับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วม 24 ราย รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Streamingซึ่งในรอบนี้ วงเงิน 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสองรุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 1.80% ต่อปี และ รุ่นอายุ 10 ปี ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80% ต่อปี โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน
อ่านต่อ >61

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม คลื่นลมแรง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 3 - 7 ส.ค. 69 โดยสั่งการให้จังหวัดติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงเพื่อเผชิญเหตุช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีที่เกิดภัย จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับหากมีการอพยพประชาชน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้มีประกาศฉบับที่ 1 (47/2569) เรื่อง ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ประกาศ ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 05.00 น. แจ้งว่า ในช่วงวันที่ 3 -7 สิงหาคม 2569 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร โดยมีพื้นที่คาดว่าจะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรง ระหว่างวันที่ 3 - 7 สิงหาคม 2569 แยกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูลพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง (อำเภอเมืองระนอง สุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์) พังงา (อำเภอเกาะยาว ตะกั่วทุ่ง ท้ายเหมือง ตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี) ภูเก็ต (ทุกอำเภอ) ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ เตรียมความพร้อมรับมือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และจังหวัดสตูล และศูนย์ป้องกันและ
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
คืบหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนผู้ยากไร้ให้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอย่างทั่วถึง เป็นธรรม จึงได้บูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งอำนวยความสะดวกทั้งการยืนยันตัวตน การยื่นทบทวนสิทธิ และการประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อให้ประชาชนดำเนินการได้ทันตามกำหนดโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติทั้งสิ้น 9.5 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ถือบัตรรายเดิม 6.3 ล้านคน ซึ่งไม่ต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติม และผู้ถือบัตรรายใหม่ 3.1 ล้านคน ที่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569 มีผู้ถือบัตรรายใหม่ยืนยันตัวตนแล้วกว่า 2.1 ล้านคน (69%) คงเหลืออีกประมาณ 9.8 แสนคน (31%) ที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งติดตาม ประชาสัมพันธ์ และอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิผู้ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติ รัฐบาลได้เปิดให้ยื่นขอทบทวนสิทธิ โดยขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องแล้วกว่า 4.1 ล้านคน (44%) ขณะที่ยังมีผู้มีสิทธิยื่นทบทวนได้อีกประมาณ 5.2 ล้านคน (56%) จึงขอเชิญชวนให้เร่งดำเนินการภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569รัฐบาลได้เตรียมช่องทางให้บริการไว้อย่างครอบคลุม ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”เว็บไซต์โครงการ ธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง และ ศูนย์ One Stop Service (OSS) ณ ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกใช้บริการออนไลน์ ศูนย์ OSS โดยกรมการปกครอง จะรับคำร้องขอทบทวนสิทธิและนำส่งให้กับหน่วยงานตรวจสอบสิทธิที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอหรือจังหวัดเช่น สำนักงานสรรพากรอำเภอ สำนักงานที่ดินอำเภอ สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด เป็นต้นรวมทั้งให้ผู้ใหญ่บ้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมขับเคลื่อนการเชิงรุกในทุกหมู่บ้านและชุมชน“รัฐบาลตั้งใจไม่ให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับสวัสดิการต้องเสียสิทธิเพียงเพราะไม่สะดวกหรือไม่ทราบขั้นตอน จึงได้เตรียมทั้งเจ้าหน้าที่ ระบบ และช่องทางบริการไว้อย่างเพียงพอ ขอให้ผู้ถือบัตรรายใหม่ที่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนกว่า 9.8 แสนคน และผู้ที่ยังไม่ได้ยื่นทบทวนสิทธิอีกกว่า 5.2 ล้านคน เร่งดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด เพื่อให้ทุ
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากในช่วงวันที่ 3 – 5 ส.ค. 69 ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ส่วนในช่วงวันที่ 6 – 8 ส.ค. 69 ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือและภาตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับในช่วงวันที่ 4 – 9 ส.ค. 69 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 3 – 9 ส.ค. 69 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “ดอลฟิน” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนในช่วงวันที่ 7 – 8 ส.ค. 69 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางไว้ในช่วงวันที่ 5 – 9 ส.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มชาวเรือบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามัน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 3 – 9 ส.ค. 69 ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7 – 9 ส.ค. 69
อ่านต่อ >86

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
พันธบัตรออมพลัสนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับพันธบัตรรัฐบาล “ออมพลัส” ที่จะเปิดจำหน่ายในวันที่ 3-5 สิงหาคม ประชาชนบางส่วนกังวลว่าจะต้องแข่งขันกันกดจองอย่างรวดเร็วจึ งจะมีสิทธิ์ได้รับการจัดสรร หรืออาจมีการแอบล๊อคให้ผู้ซื้อรายใหญ่หรือไม่“การจำหน่ายรอบวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ จะเป็นระบบ “Small Lot First” ซึ่งต่างจากรอบที่แล้วที่เป็นแบบใครมาก่อนได้ก่อน ในรอบนี้ ระบบออกแบบมาเพื่อการจัดสรรแก่ผู้ลงทุนรายย่อยทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ใครมือไวกว่าจะได้เปรียบ” นางสาวรัชดา กล่าว เปิดวิธีจองพันธบัตร ออมพลัส จัดสรรเท่าเทียมทุกรายโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อธิบายกลไกการทำงานของระบบ “Small Lot First” ว่า ระบบจะรวบรวมยอดจองซื้อของทุกคนตลอดทั้งช่วงเวลาที่เปิดขายไว้ก่อน จากนั้นจึงทยอยจัดสรรให้ทีละรอบ รอบละ 1,000 บาทต่อคน วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าวงเงินจะหมดหรือครบตามจำนวนทีแต่ละคนต้องการ“พูดง่าย ๆ คือ ต่อให้กดจองเป็นคนแรกในวินาทีแรก หรือกดจองเป็นคนสุดท้ายก่อนปิดรอบ ทุกคนจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการจัดสรรแบบเดียวกัน ระบบจะให้สิทธิรายย่อยก่อนรายใหญ่ และแบ่งเป็นรอบเล็ก ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าคนจำนวนมากที่สุดจะได้รับส่วนแบ่ง แทนที่จะให้คนที่จองเงินก้อนใหญ่ได้ไปจนหมดตั้งแต่ช่วงต้น” นางสาวรัชดา กล่าวทั้งนี้ ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งนักลงทุนรายใหญ่ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและเงินทุนมักได้เปรียบนักลงทุนรายย่อยในการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ โดยหลักการ Small Lot First จะพลิกกลับมาให้ความสำคัญกับรายย่อยเป็นลำดับแรก ไม่ว่าจะกดจองเวลาใดในช่วงที่เปิดขายก็ตาม นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมถึงช่องทางจำหน่าย ประชาชนที่สนใจสามารถจองซื้อพันธบัตรัฐบาลออมพลัส ผ่าน Bond Connect Platformสำหรับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วม 24 ราย รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Streamingซึ่งในรอบนี้ วงเงิน 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสองรุ่นอายุ ได้แก่ รุ่นอายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 1.80% ต่อปี และ รุ่นอายุ 10 ปี ดอกเบี้ยสูงสุด 2.80% ต่อปี โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน
อ่านต่อ >61