
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เชิญชวนประชาชนร่วมใช้สิทธิภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ กระตุ้นการใช้จ่ายและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางราง ซึ่งเป็นทางเลือกการเดินทางด้วยรถไฟที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถใช้สิทธิส่วนลดค่าโดยสารรถไฟได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569 ภายใต้โครงการดังกล่าว รัฐบาลสนับสนุนค่าโดยสารรถไฟร้อยละ 60 ขณะที่ประชาชนร่วมชำระเพียงร้อยละ 40 ของค่าโดยสาร โดยกำหนดวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่โครงการกำหนดผู้ได้รับสิทธิสามารถชำระเงินค่าตั๋วโดยสารได้ทุกขบวนและทุกชั้นที่นั่ง ยกเว้นตั๋วหมู่คณะ ตั๋วรายเดือน และตั๋วนำเที่ยว ผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง”ณ สถานีรถไฟที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 117 สถานีทั่วประเทศ ทั้งนี้ สามารถซื้อตั๋วได้เฉพาะในวันเดินทางเท่านั้น และสามารถใช้สิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายใต้วงเงินสนับสนุนที่กำหนด ตลอดจนสามารถใช้ร่วมกับสิทธิส่วนลดค่าโดยสารอื่นๆ ของการรถไฟฯได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ ตั๋วโดยสารที่ซื้อภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่สามารถขอคืนเงินได้ทุกกรณีหากผู้โดยสารไม่ประสงค์จะเดินทาง ดังนั้น จึงขอให้วางแผนการเดินทางล่วงหน้าและตรวจสอบรายละเอียดก่อนใช้สิทธิการรถไฟแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพิ่มโอกาสในการเดินทางและท่องเที่ยวภายในประเทศ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในทุกภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางรางให้เป็นทางเลือกหลักของการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ความคืบหน้าคดีแอร์โฮสเตสขนยาเสพติด พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณีลูกเรือสายการบินหญิงไทยถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังพบยาเสพติดประเภทเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าสัมภาระ โดยยืนยันความคืบหน้าการทำงานร่วมกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เพื่อทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติจากกรณีการติดตามตัวไรเดอร์ผู้ส่งกล่องพัสดุต้องสงสัย ล่าสุดได้มีไรเดอร์รายหนึ่งเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งจากการตรวจสอบพยานหลักฐานและเทียบเคียงภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไรเดอร์รายนี้ "ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย" ที่นำกล่องยาเสพติดมาส่ง(อ่านข่าว : "น.ส.มีนา แอร์โฮสเตส" คือใคร? เปิดข้อมูลผู้ถูกจับกุมคดีต้องสงสัยขนเฮโรอีนในออสเตรเลีย) โดยพบข้อเท็จจริงและหลักฐานความแตกต่าง ดังนี้- กล่องพัสดุต้องสงสัยที่ซุกซ่อนเฮโรอีนถูกนำมาส่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เวลาประมาณเที่ยงเศษ ขณะที่ไรเดอร์ซึ่งมาแสดงตัว นำพัสดุมาส่งในวันที่ 23 มิ.ย. เวลาประมาณ 17.00 น. - กล่องยาเสพติดเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ส่วนกล่องที่ไรเดอร์คนนี้มาส่งเป็นกล่องพลาสติกสีดำ- ไรเดอร์ที่มาแสดงตัวสวมเสื้อสีเหลืองและหมวกกันน็อกสีขาว ซึ่งไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยในกล้องวงจรปิดที่สวมหมวกกันน็อกสีดำทั้งนี้ ทาง ป.ป.ส. ได้รับฟังข้อมูล บันทึกถ้อยคำ และขอบคุณในความร่วมมือ พร้อมกับเดินหน้าเร่งแกะรอยตามหาไรเดอร์ผู้ส่งกล่องพัสดุตัวจริง และขยายผลล่าตัวการใหญ่ต่อไปเฮโรอีนซีลฝังไว้ภายในเนื้อผ้าของกระเป๋าเพียง 2 ใบสำหรับการประสานงานกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) พบว่าภายในพัสดุมีกระเป๋าบรรจุอยู่ 12 ใบ แต่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้วิธีซุกซ่อน โดยการนำเฮโรอีนซีลฝังไว้ภายในเนื้อผ้าของกระเป๋าเพียง 2 ใบเท่านั้น เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียได้ทำการกรีดกระเป๋าเพื่อชั่งน้ำหนัก 1 ใบ พบว่ามียาเสพติดประมาณ 900 กรัม จึงคาดการณ์เบื้องต้นว่ากระเป๋าทั้ง 2 ใบจะมีน้ำหนักยาเสพติดรวมกันไม่เกิน 2 กิโลกรัม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ เลขาธิการ ป.ป.ส. ยืนยันว่า ยาเสพติดประเภทไอซ์ เฮโรอีน และยาบ้า ไม่ได้มีแหล่งผลิตในประเทศไทย แต่ถูกนำเข้ามาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนกระบวนการบรรจุหีบ
อ่านต่อ >23

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ช่วงต้นและกลางเดือน ปริมาณและการกระจายของฝนยังคงมีน้อย โดยจะมีฝนร้อยละ 20 - 30 ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ และจะก่อให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน เนื่องจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยยังคงมีกำลังอ่อนจากนั้นในช่วงครึ่งหลังของเดือน ปริมาณและการกระจายของฝนจะเพิ่มมากขึ้นและต่อเนื่อง กับจะมีฝนหนักถึงหนักมากในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทย จะกลับมามีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับในบางช่วงจะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณตอนบนของทั้งภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะใกล้เคียงค่าปกติ ยกเว้น ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 20 ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะสูงกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 องศาเซลเซียสเดือนนี้ มักจะมีพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก และเคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาไว้ด้วยสภาพอากาศในเดือนนี้บางช่วงฝนน้อย บางช่วงก็จะมีฝนตกหนักทีเดียว ดังนั้นต้องติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
อ่านต่อ >24

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดค่าบริการและการให้บริการให้เป็นมาตรฐาน และปรับลดค่าธรรมเนียมหลายรายการลง เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ด้วยอัตราค่าบริการที่เหมาะสม เป็นธรรม และไม่เป็นภาระเกินสมควร โดยครอบคลุมรายการค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ ซึ่งจะทำให้การเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินพื้นฐานของสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเป็นมาตรฐานเดียวกัน ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการยิ่งขึ้นที่ผ่านมา ธปท. พบการเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางรายการที่ยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น บางรายการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังเก็บค่าบริการอยู่ นอกจากนี้ ยังพบว่าค่าบริการบางรายการที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งเรียกเก็บยังแตกต่างกันมาก หรือค่าบริการบางรายการยังมีหลักการคิดที่สะท้อนต้นทุนได้ไม่ชัดเจน ดังนั้น จึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งปรับลดหลายรายการลงให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น โดยสรุปรายการค่าธรรมเนียมที่ปรับได้ดังนี้ 1. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (Deposit-related) ได้แก่ ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement) ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน และค่ารักษาบัญชีเงินฝากกรณีบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวและมียอดเงินฝากคงเหลือน้อยกว่าที่กำหนด (dormant account)2. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Card-related) ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐานและบัตรเดบิตพื้นฐาน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต 3. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (Payment transaction-related) ได้แก่ ค่าบริการข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน เช่น การฝาก ถอน โอนเงินที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และที่สาขา การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต การฝากเช็ค และการรับชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการ ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (commission in lieu of exchange) และค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนตผ่านช่อง
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เชิญชวนประชาชนร่วมใช้สิทธิภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ กระตุ้นการใช้จ่ายและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางราง ซึ่งเป็นทางเลือกการเดินทางด้วยรถไฟที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถใช้สิทธิส่วนลดค่าโดยสารรถไฟได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569 ภายใต้โครงการดังกล่าว รัฐบาลสนับสนุนค่าโดยสารรถไฟร้อยละ 60 ขณะที่ประชาชนร่วมชำระเพียงร้อยละ 40 ของค่าโดยสาร โดยกำหนดวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่โครงการกำหนดผู้ได้รับสิทธิสามารถชำระเงินค่าตั๋วโดยสารได้ทุกขบวนและทุกชั้นที่นั่ง ยกเว้นตั๋วหมู่คณะ ตั๋วรายเดือน และตั๋วนำเที่ยว ผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง”ณ สถานีรถไฟที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 117 สถานีทั่วประเทศ ทั้งนี้ สามารถซื้อตั๋วได้เฉพาะในวันเดินทางเท่านั้น และสามารถใช้สิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายใต้วงเงินสนับสนุนที่กำหนด ตลอดจนสามารถใช้ร่วมกับสิทธิส่วนลดค่าโดยสารอื่นๆ ของการรถไฟฯได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ ตั๋วโดยสารที่ซื้อภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่สามารถขอคืนเงินได้ทุกกรณีหากผู้โดยสารไม่ประสงค์จะเดินทาง ดังนั้น จึงขอให้วางแผนการเดินทางล่วงหน้าและตรวจสอบรายละเอียดก่อนใช้สิทธิการรถไฟแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพิ่มโอกาสในการเดินทางและท่องเที่ยวภายในประเทศ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในทุกภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางรางให้เป็นทางเลือกหลักของการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ความคืบหน้าคดีแอร์โฮสเตสขนยาเสพติด พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณีลูกเรือสายการบินหญิงไทยถูกทางการออสเตรเลียจับกุม หลังพบยาเสพติดประเภทเฮโรอีนซุกซ่อนในกระเป๋าสัมภาระ โดยยืนยันความคืบหน้าการทำงานร่วมกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เพื่อทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติจากกรณีการติดตามตัวไรเดอร์ผู้ส่งกล่องพัสดุต้องสงสัย ล่าสุดได้มีไรเดอร์รายหนึ่งเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งจากการตรวจสอบพยานหลักฐานและเทียบเคียงภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไรเดอร์รายนี้ "ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย" ที่นำกล่องยาเสพติดมาส่ง(อ่านข่าว : "น.ส.มีนา แอร์โฮสเตส" คือใคร? เปิดข้อมูลผู้ถูกจับกุมคดีต้องสงสัยขนเฮโรอีนในออสเตรเลีย) โดยพบข้อเท็จจริงและหลักฐานความแตกต่าง ดังนี้- กล่องพัสดุต้องสงสัยที่ซุกซ่อนเฮโรอีนถูกนำมาส่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เวลาประมาณเที่ยงเศษ ขณะที่ไรเดอร์ซึ่งมาแสดงตัว นำพัสดุมาส่งในวันที่ 23 มิ.ย. เวลาประมาณ 17.00 น. - กล่องยาเสพติดเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดใหญ่ ส่วนกล่องที่ไรเดอร์คนนี้มาส่งเป็นกล่องพลาสติกสีดำ- ไรเดอร์ที่มาแสดงตัวสวมเสื้อสีเหลืองและหมวกกันน็อกสีขาว ซึ่งไม่ตรงกับผู้ต้องสงสัยในกล้องวงจรปิดที่สวมหมวกกันน็อกสีดำทั้งนี้ ทาง ป.ป.ส. ได้รับฟังข้อมูล บันทึกถ้อยคำ และขอบคุณในความร่วมมือ พร้อมกับเดินหน้าเร่งแกะรอยตามหาไรเดอร์ผู้ส่งกล่องพัสดุตัวจริง และขยายผลล่าตัวการใหญ่ต่อไปเฮโรอีนซีลฝังไว้ภายในเนื้อผ้าของกระเป๋าเพียง 2 ใบสำหรับการประสานงานกับตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) พบว่าภายในพัสดุมีกระเป๋าบรรจุอยู่ 12 ใบ แต่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้วิธีซุกซ่อน โดยการนำเฮโรอีนซีลฝังไว้ภายในเนื้อผ้าของกระเป๋าเพียง 2 ใบเท่านั้น เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียได้ทำการกรีดกระเป๋าเพื่อชั่งน้ำหนัก 1 ใบ พบว่ามียาเสพติดประมาณ 900 กรัม จึงคาดการณ์เบื้องต้นว่ากระเป๋าทั้ง 2 ใบจะมีน้ำหนักยาเสพติดรวมกันไม่เกิน 2 กิโลกรัม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจจากห้องปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ เลขาธิการ ป.ป.ส. ยืนยันว่า ยาเสพติดประเภทไอซ์ เฮโรอีน และยาบ้า ไม่ได้มีแหล่งผลิตในประเทศไทย แต่ถูกนำเข้ามาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนกระบวนการบรรจุหีบ
อ่านต่อ >23

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ช่วงต้นและกลางเดือน ปริมาณและการกระจายของฝนยังคงมีน้อย โดยจะมีฝนร้อยละ 20 - 30 ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ และจะก่อให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน เนื่องจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยยังคงมีกำลังอ่อนจากนั้นในช่วงครึ่งหลังของเดือน ปริมาณและการกระจายของฝนจะเพิ่มมากขึ้นและต่อเนื่อง กับจะมีฝนหนักถึงหนักมากในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทย จะกลับมามีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับในบางช่วงจะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณตอนบนของทั้งภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะใกล้เคียงค่าปกติ ยกเว้น ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 20 ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะสูงกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 องศาเซลเซียสเดือนนี้ มักจะมีพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก และเคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาไว้ด้วยสภาพอากาศในเดือนนี้บางช่วงฝนน้อย บางช่วงก็จะมีฝนตกหนักทีเดียว ดังนั้นต้องติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด
อ่านต่อ >24

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดค่าบริการและการให้บริการให้เป็นมาตรฐาน และปรับลดค่าธรรมเนียมหลายรายการลง เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้บริการทั่วไป รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้ด้วยอัตราค่าบริการที่เหมาะสม เป็นธรรม และไม่เป็นภาระเกินสมควร โดยครอบคลุมรายการค่าธรรมเนียม 4 ประเภท รวม 19 รายการ ซึ่งจะทำให้การเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินพื้นฐานของสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตเป็นมาตรฐานเดียวกัน ชัดเจน โปร่งใส และสอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการยิ่งขึ้นที่ผ่านมา ธปท. พบการเรียกเก็บค่าบริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางรายการที่ยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เช่น บางรายการมีต้นทุนลดลงหรือไม่มีต้นทุนแล้วจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ยังเก็บค่าบริการอยู่ นอกจากนี้ ยังพบว่าค่าบริการบางรายการที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งเรียกเก็บยังแตกต่างกันมาก หรือค่าบริการบางรายการยังมีหลักการคิดที่สะท้อนต้นทุนได้ไม่ชัดเจน ดังนั้น จึงเห็นควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งปรับลดหลายรายการลงให้สะท้อนต้นทุนมากขึ้น โดยสรุปรายการค่าธรรมเนียมที่ปรับได้ดังนี้ 1. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก (Deposit-related) ได้แก่ ค่าขอรายการเดินบัญชีเงินฝาก (statement) ค่าขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงิน และค่ารักษาบัญชีเงินฝากกรณีบัญชีเงินฝากที่ไม่เคลื่อนไหวและมียอดเงินฝากคงเหลือน้อยกว่าที่กำหนด (dormant account)2. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Card-related) ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับบัตรเอทีเอ็มพื้นฐานและบัตรเดบิตพื้นฐาน ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิต 3. ค่าบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมการชำระเงิน (Payment transaction-related) ได้แก่ ค่าบริการข้ามเขตและค่าคู่สายของบริการธุรกรรมการชำระเงิน เช่น การฝาก ถอน โอนเงินที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และที่สาขา การโอนเงินผ่านระบบบาทเนต การฝากเช็ค และการรับชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการ ค่าบริการโอนเงินผ่านระบบ Bulk Payment แบบภายในวัน ค่าชดเชยอัตราแลกเปลี่ยน (commission in lieu of exchange) และค่าบริการโอนเงินผ่านระบบบาทเนตผ่านช่อง
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เชิญชวนประชาชนร่วมใช้สิทธิภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ กระตุ้นการใช้จ่ายและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ตลอดจนสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางราง ซึ่งเป็นทางเลือกการเดินทางด้วยรถไฟที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสามารถใช้สิทธิส่วนลดค่าโดยสารรถไฟได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-30 กันยายน 2569 ภายใต้โครงการดังกล่าว รัฐบาลสนับสนุนค่าโดยสารรถไฟร้อยละ 60 ขณะที่ประชาชนร่วมชำระเพียงร้อยละ 40 ของค่าโดยสาร โดยกำหนดวงเงินสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่โครงการกำหนดผู้ได้รับสิทธิสามารถชำระเงินค่าตั๋วโดยสารได้ทุกขบวนและทุกชั้นที่นั่ง ยกเว้นตั๋วหมู่คณะ ตั๋วรายเดือน และตั๋วนำเที่ยว ผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง”ณ สถานีรถไฟที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 117 สถานีทั่วประเทศ ทั้งนี้ สามารถซื้อตั๋วได้เฉพาะในวันเดินทางเท่านั้น และสามารถใช้สิทธิได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายใต้วงเงินสนับสนุนที่กำหนด ตลอดจนสามารถใช้ร่วมกับสิทธิส่วนลดค่าโดยสารอื่นๆ ของการรถไฟฯได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ทั้งนี้ ตั๋วโดยสารที่ซื้อภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่สามารถขอคืนเงินได้ทุกกรณีหากผู้โดยสารไม่ประสงค์จะเดินทาง ดังนั้น จึงขอให้วางแผนการเดินทางล่วงหน้าและตรวจสอบรายละเอียดก่อนใช้สิทธิการรถไฟแห่งประเทศไทยเชื่อมั่นว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน เพิ่มโอกาสในการเดินทางและท่องเที่ยวภายในประเทศ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายในทุกภูมิภาค ตลอดจนส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางรางให้เป็นทางเลือกหลักของการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อ่านต่อ >17