
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ออกรายงาน ตลาดเต็นท์รถยนต์มือสองไทย ระบุว่า ในช่วงปี 2566-2568 มีธุรกิจเต็นท์รถมือสอง ปิดกิจการหรือล้มละลาย สูงถึง 1,009 ราย เพิ่มขึ้น 2.3 เท่า จากยอดสะสมในช่วงปี 2561-2565 แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดในปัจจุบันหนึ่งในแรงกดดันของธุรกิจ ที่ต้องเผชิญ คือ ยอดขายรถยนต์มือสองที่ลดลง โดยลดลงจาก 406,000 คันในปี ในปี 2566 มาเหลืออยู่ที่ 317,000 คันในปี 2568 หรือลดลงร้อยละ 22 ซึ่งข้อมูลจากสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ชี้ว่าสาเหตุที่ทำให้ยอดขายหดตัว เกิดขึ้นจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ เต็นท์รถมือสอง ยังเผชิญกับปัญหาราคารถยนต์ที่ลดลง สะท้อนจากดัชนีราคารถยนต์มือสองโดยเฉลี่ยรอบ 3 ปี ล่าสุด ลดลงถึงร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในปี 2562-2565 ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การเพิ่มขึ้นของรถที่ยึด ทำให้จำนวนรถยนต์มือสองในตลาดมีมากขึ้น และอีกปัจจัยคือ การแข่งขันด้านราคาของรถยนต์ใหม่ป้ายแดงที่รุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ประเภท BEV ที่ปรับราคาขายลดลงถึงร้อยละ 11-35 จาก ราคา ณ วันเปิดตัว ซึ่งราคารถยนต์มือสองที่ปรับตัวลดลง กดดันให้ธุรกิจเต็นท์รถมือสอง มีอัตรากำไรสุทธิบางลงอย่างชัดเจน จากปี 2562 ที่เคยอยู่ในระดับเกือบร้อยละ 1 ปรับลดลงมาอยู่ในระดับร้อยละ 0.5-0.6 ในปี 2567-2568อย่างไรก็ดี Krungthai COMPASS ระบุว่า ผู้ประกอบการบางราย ยังมีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีทั้งรายได้และกำไรเป็นบวกต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน และจากการวิเคราะห์ ประเมินว่า เกิดจากระยะเวลาการขายที่เร็ว และถือครองสต็อกในเวลาสั้น ทำให้สามารถกำหนดราคาขายและสามารถควบคุมต้นทุนการถือรถยนต์ในสต็อกได้ จนนำไปสู่ความสามารถในการทำกำไร และสุขภาพทางการเงินที่โดดเด่น สำหรับทิศทางตลาดเต็นท์รถมือสอง ปี 2569 Krungthai COMPASS คาดว่า มูลค่าตลาดจะอยู่ที่ราว ๆ 32,600 ล้านบาท เป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2564-2566 ประมาณร้อยละ 9 โดยธุรกิจยังต้องเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่อง ทั้งจาก ความต้องการซื้อ ที่ถูกดดันจากเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวอย่างจำกัด และหนี้ครัวเรือนสูง และปัจจัยด้านราคา ก็จะยังมีอยู่ แม้ว่ารถถูกยึดจะลดลง แต่ต้องจับตารถในบางกลุ่มที่จะไหลเข้าระบบมากขึ้น ด้าน คุณ นพดล นิลธรรมชาติ สมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว และ ผู้บริหาร อมรกรุ๊ป ให้มุมมองถึงสถานการณ์ข
อ่านต่อ >19

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
ความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้สมการ “อนุทิน 2” ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มีนาคม เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังมีรายงานจากพรรคภูมิใจไทย ภายหลังการสัมมนาพรรคที่จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าโผคณะรัฐมนตรีหลายตำแหน่งสำคัญเริ่มลงตัว โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองสายเลือดใหม่ในพรรคที่ถูกวางตัวให้รับผิดชอบกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรของประเทศ รายงานข่าวระบุว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ส่วน นายวราวุธ ศิลปอาชา เตรียมนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นการจัดสรรอำนาจระหว่างกลุ่มการเมืองสำคัญภายในพรรคภูมิใจไทยที่มีฐานเสียงในหลายพื้นที่ขณะเดียวกัน กลุ่มการเมืองที่เคยถูกเรียกว่า “ลูกเทพ” และปัจจุบันถูกเรียกในวงการเมืองว่า “แก๊งลูกบังเกิดเกล้า” ถูกวางตัวให้เข้ามามีบทบาทในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยหลายกระทรวง โดยมีรายชื่อที่ถูกจับตา อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล ที่คาดว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนอกจากนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขณะที่นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี มีแนวโน้มดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วนรายชื่อของนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา ยังอยู่ระหว่างการจัดสรรตำแหน่งให้เหมาะสม ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ มีรายงานว่า นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ หลายสมัย ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง มีชื่อของนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และมีประสบการณ์ในสภาหลายสมัย รวมถึงมีภาพลักษณ์เป็นนักการเมืองที่สามารถประสานงานข้ามพรรคได้ดีอย่างไรก็ตาม ในส่วนของโควตารัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย มีรายงานว่าชื่อของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ยังถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากมีคดีที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งกรณีโครงกา
อ่านต่อ >48

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
Drama-addict สรุปเคสแพ้ยาสลบ หลังศัลยกรรมจมูกกรณีผู้ป่วยรายหนึ่งเข้ารับการศัลยกรรมเสริมจมูกในคลินิกศัลยกรรมชื่อดังย่านกรุงเทพฯ ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ล่าสุดเพจ Drama-addict ได้เผยแพร่บทสรุปข้อมูลของเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงและลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นในสังคม เพจระบุว่า ภาวะที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยถือเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ ซึ่งในทางการแพทย์จัดว่าเป็นภาวะรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อย โดยสถิติการเกิดภาวะดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 250,000 รายข้อมูลยังระบุด้วยว่า ในการผ่าตัดครั้งนี้มี วิสัญญีแพทย์ ดูแลการให้ยาสลบตลอดกระบวนการผ่าตัด ทำให้สามารถประเมินความผิดปกติของอาการผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว และสามารถให้การรักษาเบื้องต้นได้ทันที ก่อนจะส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาต่อในโรงพยาบาลตามข้อมูลจากเพจ Drama-addict ภาวะแทรกซ้อนจากยาสลบลักษณะนี้ ไม่สามารถประเมินหรือคาดการณ์ล่วงหน้าได้ก่อนการผ่าตัด จึงถือเป็นเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้แม้มีการดูแลตามมาตรฐานทางการแพทย์ในช่วงแรกของเหตุการณ์มีรายงานว่าเกิดความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างครอบครัวของผู้ป่วยกับทางคลินิกเกี่ยวกับการรักษาและความรับผิดชอบ แต่ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยและทำความเข้าใจร่วมกันผ่านรายการโทรทัศน์ ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงบางส่วนเพจยังระบุเพิ่มเติมว่า คลินิกได้ให้การดูแลผู้ป่วยและรับผิดชอบตามขั้นตอนทางการแพทย์อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันยังแนะนำให้ประชาชนที่ติดตามข่าวไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกกับการผ่าตัดศัลยกรรม หากเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและมีทีมแพทย์เฉพาะทางดูแลนอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำว่าหากครอบครัวของผู้ป่วยหรือบุคคลทั่วไปมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะดังกล่าว สามารถเข้ารับคำปรึกษาหรือการตรวจประเมินสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสรุปชัด! 14 นามสกุลเสี่ยงภาวะ MH จริงไหม?อ่านพิ่มเติม https://www.tnnthailand.com/tnnexclusive/227831/ สรุปบทสรุป 7 ประเด็นจาก Drama-addictคลินิกที่เกิดเหตุมีมาตรฐานทางการแพทย์ และภาวะที่เกิดถือเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจถึงชีวิตมีวิสัญญีแพทย์ดูแลระหว่างผ่าตัด ทำให้ตรวจพบอาการผ
อ่านต่อ >17

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
วันนี้ ( 9 มี.ค. 69 )นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมด่วนที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงาน หลังจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว ในการประชุมดังกล่าว รัฐบาลจะร่วมกันพิจารณากลไกการบริหารจัดการน้ำมันในประเทศ เพื่อจำกัดผลกระทบต่อภาคประชาชนและเศรษฐกิจ โดยครอบคลุมทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว เพื่อให้การรับมือกับสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ออกรายงาน ตลาดเต็นท์รถยนต์มือสองไทย ระบุว่า ในช่วงปี 2566-2568 มีธุรกิจเต็นท์รถมือสอง ปิดกิจการหรือล้มละลาย สูงถึง 1,009 ราย เพิ่มขึ้น 2.3 เท่า จากยอดสะสมในช่วงปี 2561-2565 แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดในปัจจุบันหนึ่งในแรงกดดันของธุรกิจ ที่ต้องเผชิญ คือ ยอดขายรถยนต์มือสองที่ลดลง โดยลดลงจาก 406,000 คันในปี ในปี 2566 มาเหลืออยู่ที่ 317,000 คันในปี 2568 หรือลดลงร้อยละ 22 ซึ่งข้อมูลจากสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ชี้ว่าสาเหตุที่ทำให้ยอดขายหดตัว เกิดขึ้นจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ เต็นท์รถมือสอง ยังเผชิญกับปัญหาราคารถยนต์ที่ลดลง สะท้อนจากดัชนีราคารถยนต์มือสองโดยเฉลี่ยรอบ 3 ปี ล่าสุด ลดลงถึงร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในปี 2562-2565 ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การเพิ่มขึ้นของรถที่ยึด ทำให้จำนวนรถยนต์มือสองในตลาดมีมากขึ้น และอีกปัจจัยคือ การแข่งขันด้านราคาของรถยนต์ใหม่ป้ายแดงที่รุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ประเภท BEV ที่ปรับราคาขายลดลงถึงร้อยละ 11-35 จาก ราคา ณ วันเปิดตัว ซึ่งราคารถยนต์มือสองที่ปรับตัวลดลง กดดันให้ธุรกิจเต็นท์รถมือสอง มีอัตรากำไรสุทธิบางลงอย่างชัดเจน จากปี 2562 ที่เคยอยู่ในระดับเกือบร้อยละ 1 ปรับลดลงมาอยู่ในระดับร้อยละ 0.5-0.6 ในปี 2567-2568อย่างไรก็ดี Krungthai COMPASS ระบุว่า ผู้ประกอบการบางราย ยังมีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีทั้งรายได้และกำไรเป็นบวกต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน และจากการวิเคราะห์ ประเมินว่า เกิดจากระยะเวลาการขายที่เร็ว และถือครองสต็อกในเวลาสั้น ทำให้สามารถกำหนดราคาขายและสามารถควบคุมต้นทุนการถือรถยนต์ในสต็อกได้ จนนำไปสู่ความสามารถในการทำกำไร และสุขภาพทางการเงินที่โดดเด่น สำหรับทิศทางตลาดเต็นท์รถมือสอง ปี 2569 Krungthai COMPASS คาดว่า มูลค่าตลาดจะอยู่ที่ราว ๆ 32,600 ล้านบาท เป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2564-2566 ประมาณร้อยละ 9 โดยธุรกิจยังต้องเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่อง ทั้งจาก ความต้องการซื้อ ที่ถูกดดันจากเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวอย่างจำกัด และหนี้ครัวเรือนสูง และปัจจัยด้านราคา ก็จะยังมีอยู่ แม้ว่ารถถูกยึดจะลดลง แต่ต้องจับตารถในบางกลุ่มที่จะไหลเข้าระบบมากขึ้น ด้าน คุณ นพดล นิลธรรมชาติ สมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว และ ผู้บริหาร อมรกรุ๊ป ให้มุมมองถึงสถานการณ์ข
อ่านต่อ >19

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
ความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้สมการ “อนุทิน 2” ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มีนาคม เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หลังมีรายงานจากพรรคภูมิใจไทย ภายหลังการสัมมนาพรรคที่จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าโผคณะรัฐมนตรีหลายตำแหน่งสำคัญเริ่มลงตัว โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองสายเลือดใหม่ในพรรคที่ถูกวางตัวให้รับผิดชอบกระทรวงหลักด้านเศรษฐกิจและทรัพยากรของประเทศ รายงานข่าวระบุว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ส่วน นายวราวุธ ศิลปอาชา เตรียมนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นการจัดสรรอำนาจระหว่างกลุ่มการเมืองสำคัญภายในพรรคภูมิใจไทยที่มีฐานเสียงในหลายพื้นที่ขณะเดียวกัน กลุ่มการเมืองที่เคยถูกเรียกว่า “ลูกเทพ” และปัจจุบันถูกเรียกในวงการเมืองว่า “แก๊งลูกบังเกิดเกล้า” ถูกวางตัวให้เข้ามามีบทบาทในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยหลายกระทรวง โดยมีรายชื่อที่ถูกจับตา อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี และนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล ที่คาดว่าจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนอกจากนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ และนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร ถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขณะที่นางสาวแนน บุญย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี มีแนวโน้มดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส่วนรายชื่อของนางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา ยังอยู่ระหว่างการจัดสรรตำแหน่งให้เหมาะสม ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ มีรายงานว่า นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ หลายสมัย ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง มีชื่อของนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และมีประสบการณ์ในสภาหลายสมัย รวมถึงมีภาพลักษณ์เป็นนักการเมืองที่สามารถประสานงานข้ามพรรคได้ดีอย่างไรก็ตาม ในส่วนของโควตารัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย มีรายงานว่าชื่อของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ยังถูกตั้งคำถามเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากมีคดีที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งกรณีโครงกา
อ่านต่อ >48

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
Drama-addict สรุปเคสแพ้ยาสลบ หลังศัลยกรรมจมูกกรณีผู้ป่วยรายหนึ่งเข้ารับการศัลยกรรมเสริมจมูกในคลินิกศัลยกรรมชื่อดังย่านกรุงเทพฯ ก่อนเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ล่าสุดเพจ Drama-addict ได้เผยแพร่บทสรุปข้อมูลของเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงและลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นในสังคม เพจระบุว่า ภาวะที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยถือเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ ซึ่งในทางการแพทย์จัดว่าเป็นภาวะรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อย โดยสถิติการเกิดภาวะดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 250,000 รายข้อมูลยังระบุด้วยว่า ในการผ่าตัดครั้งนี้มี วิสัญญีแพทย์ ดูแลการให้ยาสลบตลอดกระบวนการผ่าตัด ทำให้สามารถประเมินความผิดปกติของอาการผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว และสามารถให้การรักษาเบื้องต้นได้ทันที ก่อนจะส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาต่อในโรงพยาบาลตามข้อมูลจากเพจ Drama-addict ภาวะแทรกซ้อนจากยาสลบลักษณะนี้ ไม่สามารถประเมินหรือคาดการณ์ล่วงหน้าได้ก่อนการผ่าตัด จึงถือเป็นเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้แม้มีการดูแลตามมาตรฐานทางการแพทย์ในช่วงแรกของเหตุการณ์มีรายงานว่าเกิดความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างครอบครัวของผู้ป่วยกับทางคลินิกเกี่ยวกับการรักษาและความรับผิดชอบ แต่ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยและทำความเข้าใจร่วมกันผ่านรายการโทรทัศน์ ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงบางส่วนเพจยังระบุเพิ่มเติมว่า คลินิกได้ให้การดูแลผู้ป่วยและรับผิดชอบตามขั้นตอนทางการแพทย์อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันยังแนะนำให้ประชาชนที่ติดตามข่าวไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกกับการผ่าตัดศัลยกรรม หากเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและมีทีมแพทย์เฉพาะทางดูแลนอกจากนี้ยังมีข้อแนะนำว่าหากครอบครัวของผู้ป่วยหรือบุคคลทั่วไปมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะดังกล่าว สามารถเข้ารับคำปรึกษาหรือการตรวจประเมินสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสรุปชัด! 14 นามสกุลเสี่ยงภาวะ MH จริงไหม?อ่านพิ่มเติม https://www.tnnthailand.com/tnnexclusive/227831/ สรุปบทสรุป 7 ประเด็นจาก Drama-addictคลินิกที่เกิดเหตุมีมาตรฐานทางการแพทย์ และภาวะที่เกิดถือเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจถึงชีวิตมีวิสัญญีแพทย์ดูแลระหว่างผ่าตัด ทำให้ตรวจพบอาการผ
อ่านต่อ >17

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
วันนี้ ( 9 มี.ค. 69 )นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมด่วนที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่ายวันนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงาน หลังจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว ในการประชุมดังกล่าว รัฐบาลจะร่วมกันพิจารณากลไกการบริหารจัดการน้ำมันในประเทศ เพื่อจำกัดผลกระทบต่อภาคประชาชนและเศรษฐกิจ โดยครอบคลุมทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว เพื่อให้การรับมือกับสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ออกรายงาน ตลาดเต็นท์รถยนต์มือสองไทย ระบุว่า ในช่วงปี 2566-2568 มีธุรกิจเต็นท์รถมือสอง ปิดกิจการหรือล้มละลาย สูงถึง 1,009 ราย เพิ่มขึ้น 2.3 เท่า จากยอดสะสมในช่วงปี 2561-2565 แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของตลาดในปัจจุบันหนึ่งในแรงกดดันของธุรกิจ ที่ต้องเผชิญ คือ ยอดขายรถยนต์มือสองที่ลดลง โดยลดลงจาก 406,000 คันในปี ในปี 2566 มาเหลืออยู่ที่ 317,000 คันในปี 2568 หรือลดลงร้อยละ 22 ซึ่งข้อมูลจากสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ชี้ว่าสาเหตุที่ทำให้ยอดขายหดตัว เกิดขึ้นจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว นอกจากนี้ เต็นท์รถมือสอง ยังเผชิญกับปัญหาราคารถยนต์ที่ลดลง สะท้อนจากดัชนีราคารถยนต์มือสองโดยเฉลี่ยรอบ 3 ปี ล่าสุด ลดลงถึงร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในปี 2562-2565 ซึ่งมีสาเหตุมาจาก การเพิ่มขึ้นของรถที่ยึด ทำให้จำนวนรถยนต์มือสองในตลาดมีมากขึ้น และอีกปัจจัยคือ การแข่งขันด้านราคาของรถยนต์ใหม่ป้ายแดงที่รุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ประเภท BEV ที่ปรับราคาขายลดลงถึงร้อยละ 11-35 จาก ราคา ณ วันเปิดตัว ซึ่งราคารถยนต์มือสองที่ปรับตัวลดลง กดดันให้ธุรกิจเต็นท์รถมือสอง มีอัตรากำไรสุทธิบางลงอย่างชัดเจน จากปี 2562 ที่เคยอยู่ในระดับเกือบร้อยละ 1 ปรับลดลงมาอยู่ในระดับร้อยละ 0.5-0.6 ในปี 2567-2568อย่างไรก็ดี Krungthai COMPASS ระบุว่า ผู้ประกอบการบางราย ยังมีผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีทั้งรายได้และกำไรเป็นบวกต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน และจากการวิเคราะห์ ประเมินว่า เกิดจากระยะเวลาการขายที่เร็ว และถือครองสต็อกในเวลาสั้น ทำให้สามารถกำหนดราคาขายและสามารถควบคุมต้นทุนการถือรถยนต์ในสต็อกได้ จนนำไปสู่ความสามารถในการทำกำไร และสุขภาพทางการเงินที่โดดเด่น สำหรับทิศทางตลาดเต็นท์รถมือสอง ปี 2569 Krungthai COMPASS คาดว่า มูลค่าตลาดจะอยู่ที่ราว ๆ 32,600 ล้านบาท เป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2564-2566 ประมาณร้อยละ 9 โดยธุรกิจยังต้องเผชิญกับความท้าทายต่อเนื่อง ทั้งจาก ความต้องการซื้อ ที่ถูกดดันจากเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวอย่างจำกัด และหนี้ครัวเรือนสูง และปัจจัยด้านราคา ก็จะยังมีอยู่ แม้ว่ารถถูกยึดจะลดลง แต่ต้องจับตารถในบางกลุ่มที่จะไหลเข้าระบบมากขึ้น ด้าน คุณ นพดล นิลธรรมชาติ สมาชิกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว และ ผู้บริหาร อมรกรุ๊ป ให้มุมมองถึงสถานการณ์ข
อ่านต่อ >19