
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
จากกรณีชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลคดีชาวจีน 2 รายขับรถพลิกคว่ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก่อนตรวจพบอาวุธปืนสั้นในรถ นำไปสู่การเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่บางละมุง นาจอมเทียน และห้วยใหญ่ จนพบอาวุธสงครามจำนวนมาก รวมถึงเสื้อเกราะติดวัตถุต้องสงสัยคล้ายเตรียมใช้ก่อเหตุรุนแรง สร้างความตื่นตัวด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันออกล่าสุด กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งการให้ สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำกับดูแลงานด้านความมั่นคง ลงติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และเร่งรัดให้ตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ผบ.ตร.ระบุว่า แนวทางการสืบสวนจะครอบคลุมทั้งประวัติผู้ต้องหา เส้นทางการเดินทางเข้าออกประเทศ อาชีพ บุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงที่มาของอาวุธสงครามว่าถูกนำเข้ามาด้วยวิธีใด และมีเป้าหมายการครอบครองเพื่ออะไรนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลการติดต่อสื่อสารในโทรศัพท์มือถือ บัญชีธนาคาร และเส้นทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ โดยกำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถดำเนินคดีได้ครบทั้งขบวนการ ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังประสานข้อมูลร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อคัดกรองชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมผิดสังเกต เช่น เดินทางเข้าออกประเทศไทยบ่อยครั้ง หรือพำนักระยะสั้นหลายรอบ โดยจะส่งข้อมูลให้ตำรวจในพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติมมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับงานด้านการข่าวและการตรวจสอบที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานเก็บอาวุธหรือก่อเหตุที่กระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ประเทศไทยยกระดับมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อระหว่างประเทศ หลังองค์การอนามัยโลก หรือ WHO แจ้งเตือนกรณีพบผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) บนเรือสำราญต่างชาติ โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สั่งการทุกด่านควบคุมโรคเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้เดินทางและเฝ้าระวังยานพาหนะจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการนำโรคเข้าสู่ประเทศไทยนพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา แต่ได้สั่งการให้ทุกด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง คัดกรอง และติดตามผู้เดินทางจากต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงเฝ้าระวังกลุ่มเรือสำราญและยานพาหนะระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด สำหรับมาตรการสำคัญที่ดำเนินการ ประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงของช่องทางเข้าออกประเทศ การตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรือก่อนอนุญาตเข้าเทียบท่า รวมถึงการติดตามรายงานผู้ป่วยสงสัยโรคติดเชื้อบนเรืออย่างเข้มงวด โดยเรือสำราญทุกลำจะต้องผ่านการตรวจประเมินอย่างละเอียดนอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังเน้นมาตรการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและกำจัดพาหะนำโรคบนเรือทุกครั้งที่เข้าเทียบท่า โดยเฉพาะเรือที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมคัดกรองอาการป่วยและซักประวัติเสี่ยงของผู้เดินทางจากประเทศที่พบเชื้อ เช่น ในทวีปอเมริกาใต้ รวมถึงเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE ให้เพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุเพิ่มเติมว่า โรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์ฟันแทะสู่คน ผ่านการสัมผัสปัสสาวะ มูล หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไปไม่ได้แพร่กระจายได้ง่ายเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล แต่ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดทั้งนี้ กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่พร้อมดำเนินการทันที หากพบความเสี่ยงต่อประเทศ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หากมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อย หรือหอบเหนื่อยผิดปกติ หลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะ หรือมีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางและประวัติสัมผัสสัตว์ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเต
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รู้ทัน “ฮันตาไวรัส” นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีรายงานข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัส ที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญในต่างประเทศนั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน กรมการแพทย์ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับฮันตาไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู คนสามารถติดเชื้อได้จากการสูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนปัสสาวะ มูล หรือสารคัดหลั่งของหนูมักพบในพื้นที่อับปิด เช่น ห้องเก็บของ โกดัง หรือบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือไอและหายใจเหนื่อย ซึ่งในบางรายอาจมีอาการรุนแรงได้ แต่โดยทั่วไปถือเป็นโรคที่พบไม่บ่อย ยังไม่ระบาดในประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามมีรายงานในต่างประเทศว่าฮันตาบางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Andes virus ที่พบในทวีปอเมริกาใต้ อาจสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี เช่น การอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย แต่ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าแพร่กระจายได้ง่ายในวงกว้างเหมือนโรคโควิด-19 ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากหนู แนวทางการรักษาการรักษาหลักยังเป็นการรักษาประคับประคอง เช่น ให้ออกซิเจน ดูแลระบบหายใจ ควบคุมภาวะช็อก เฝ้าระวังภาวะปอดอักเสบหรือน้ำท่วมปอด หรืออวัยวะล้มเหลว ปัจจุบันมีงานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองที่ศึกษาการใช้ยาต้านไวรัส Favipiravir ต่อ Hantavirus โดยพบว่าอาจช่วยลดการแบ่งตัวของไวรัสและลดความรุนแรงของโรคได้ แต่ข้อมูลในมนุษย์ยังมีจำกัด และยังไม่ถือเป็นการรักษามาตรฐานวิธีป้องกันหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนู มูลหนู หรือปัสสาวะหนู ไม่ควรกวาดฝุ่นแห้งในพื้นที่ที่อาจมีสิ่งปนเปื้อน เพราะอาจทำให้เชื้อฟุ้งกระจายในอากาศ ควรทำความสะอาดแบบเปียก ล้างมือบ่อย ๆ เก็บอาหารให้มิดชิด และดูแลบ้านหรือสถานที่เก็บของให้สะอาดเพื่อลดการสะสมของหนู ทั้งนี้ หากมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ไอ หรือหายใจเหนื่อย หลังสัมผัสพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีหนูจำนวนมาก ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสอย่างละเอียด เพื่อให้ได้รับการวินิจฉ
อ่านต่อ >23

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ผู้ประกันตน ม.33 ม.39 ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ในปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านอาหารการกิน มลภาวะ และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก สำนักงานประกันสังคมจึงมอบสิทธิประโยชน์การตรวจสุขภาพประจำปี ฟรี 14 รายการ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รู้เท่าทันสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกัน ดูแล และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยแนะนำให้ตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพที่สำคัญอย่างรอบด้าน โดยประกอบด้วย- การคัดกรองการได้ยิน (Finger Rub Test) เพื่อตรวจประเมินความสามารถในการรับเสียงเบื้องต้น - การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข พร้อมสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองเพื่อเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม- การตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์ - การตรวจด้วย Snellen Eye Chart และการวัดความดันลูกตา เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางสายตาและโรคต้อหิน - การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อประเมินภาวะโลหิตจางและความผิดปกติของเลือด - การตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis: UA) เพื่อคัดกรองโรคทางไตและระบบทางเดินปัสสาวะ - การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar: FBS) เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน - การตรวจการทำงานของไต (Creatinine และ eGFR) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของไต - การตรวจระดับไขมันในเลือด (Total Cholesterol และ HDL) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด - การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ (HBsAg) เพื่อคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี - การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Pap Smear วิธี VIA - การตรวจหาเชื้อ HPV (HPV DNA Test) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรค - การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง- การถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติของปอดและหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นการตรวจสุขภาพเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะภาวะโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ในระยะยาว ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือมีความเสี่ยง ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสมตั้งแต่
อ่านต่อ >13

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
จากกรณีชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลคดีชาวจีน 2 รายขับรถพลิกคว่ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก่อนตรวจพบอาวุธปืนสั้นในรถ นำไปสู่การเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่บางละมุง นาจอมเทียน และห้วยใหญ่ จนพบอาวุธสงครามจำนวนมาก รวมถึงเสื้อเกราะติดวัตถุต้องสงสัยคล้ายเตรียมใช้ก่อเหตุรุนแรง สร้างความตื่นตัวด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันออกล่าสุด กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งการให้ สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำกับดูแลงานด้านความมั่นคง ลงติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และเร่งรัดให้ตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ผบ.ตร.ระบุว่า แนวทางการสืบสวนจะครอบคลุมทั้งประวัติผู้ต้องหา เส้นทางการเดินทางเข้าออกประเทศ อาชีพ บุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงที่มาของอาวุธสงครามว่าถูกนำเข้ามาด้วยวิธีใด และมีเป้าหมายการครอบครองเพื่ออะไรนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลการติดต่อสื่อสารในโทรศัพท์มือถือ บัญชีธนาคาร และเส้นทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ โดยกำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถดำเนินคดีได้ครบทั้งขบวนการ ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังประสานข้อมูลร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อคัดกรองชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมผิดสังเกต เช่น เดินทางเข้าออกประเทศไทยบ่อยครั้ง หรือพำนักระยะสั้นหลายรอบ โดยจะส่งข้อมูลให้ตำรวจในพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติมมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับงานด้านการข่าวและการตรวจสอบที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานเก็บอาวุธหรือก่อเหตุที่กระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ประเทศไทยยกระดับมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อระหว่างประเทศ หลังองค์การอนามัยโลก หรือ WHO แจ้งเตือนกรณีพบผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) บนเรือสำราญต่างชาติ โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สั่งการทุกด่านควบคุมโรคเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้เดินทางและเฝ้าระวังยานพาหนะจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันการนำโรคเข้าสู่ประเทศไทยนพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า แม้ประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา แต่ได้สั่งการให้ทุกด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง คัดกรอง และติดตามผู้เดินทางจากต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงเฝ้าระวังกลุ่มเรือสำราญและยานพาหนะระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด สำหรับมาตรการสำคัญที่ดำเนินการ ประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงของช่องทางเข้าออกประเทศ การตรวจสอบข้อมูลสุขภาพของผู้โดยสารและลูกเรือก่อนอนุญาตเข้าเทียบท่า รวมถึงการติดตามรายงานผู้ป่วยสงสัยโรคติดเชื้อบนเรืออย่างเข้มงวด โดยเรือสำราญทุกลำจะต้องผ่านการตรวจประเมินอย่างละเอียดนอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังเน้นมาตรการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและกำจัดพาหะนำโรคบนเรือทุกครั้งที่เข้าเทียบท่า โดยเฉพาะเรือที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมคัดกรองอาการป่วยและซักประวัติเสี่ยงของผู้เดินทางจากประเทศที่พบเชื้อ เช่น ในทวีปอเมริกาใต้ รวมถึงเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล หรือ PPE ให้เพียงพอสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุเพิ่มเติมว่า โรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์ฟันแทะสู่คน ผ่านการสัมผัสปัสสาวะ มูล หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไปไม่ได้แพร่กระจายได้ง่ายเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล แต่ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดทั้งนี้ กรมควบคุมโรคยืนยันว่า ประเทศไทยมีระบบเฝ้าระวังและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่พร้อมดำเนินการทันที หากพบความเสี่ยงต่อประเทศ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หากมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อย หรือหอบเหนื่อยผิดปกติ หลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะ หรือมีประวัติเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางและประวัติสัมผัสสัตว์ เพื่อให้สามารถวินิจฉัยและรักษาได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเต
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รู้ทัน “ฮันตาไวรัส” นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีรายงานข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัส ที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญในต่างประเทศนั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีการเน้นย้ำให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์ พร้อมให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน กรมการแพทย์ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับฮันตาไวรัส ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้ในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู คนสามารถติดเชื้อได้จากการสูดดมฝุ่นที่ปนเปื้อนปัสสาวะ มูล หรือสารคัดหลั่งของหนูมักพบในพื้นที่อับปิด เช่น ห้องเก็บของ โกดัง หรือบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่ อาการเริ่มต้นอาจคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือไอและหายใจเหนื่อย ซึ่งในบางรายอาจมีอาการรุนแรงได้ แต่โดยทั่วไปถือเป็นโรคที่พบไม่บ่อย ยังไม่ระบาดในประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตามมีรายงานในต่างประเทศว่าฮันตาบางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Andes virus ที่พบในทวีปอเมริกาใต้ อาจสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี เช่น การอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย แต่ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานว่าแพร่กระจายได้ง่ายในวงกว้างเหมือนโรคโควิด-19 ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนจากหนู แนวทางการรักษาการรักษาหลักยังเป็นการรักษาประคับประคอง เช่น ให้ออกซิเจน ดูแลระบบหายใจ ควบคุมภาวะช็อก เฝ้าระวังภาวะปอดอักเสบหรือน้ำท่วมปอด หรืออวัยวะล้มเหลว ปัจจุบันมีงานวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองที่ศึกษาการใช้ยาต้านไวรัส Favipiravir ต่อ Hantavirus โดยพบว่าอาจช่วยลดการแบ่งตัวของไวรัสและลดความรุนแรงของโรคได้ แต่ข้อมูลในมนุษย์ยังมีจำกัด และยังไม่ถือเป็นการรักษามาตรฐานวิธีป้องกันหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนู มูลหนู หรือปัสสาวะหนู ไม่ควรกวาดฝุ่นแห้งในพื้นที่ที่อาจมีสิ่งปนเปื้อน เพราะอาจทำให้เชื้อฟุ้งกระจายในอากาศ ควรทำความสะอาดแบบเปียก ล้างมือบ่อย ๆ เก็บอาหารให้มิดชิด และดูแลบ้านหรือสถานที่เก็บของให้สะอาดเพื่อลดการสะสมของหนู ทั้งนี้ หากมีอาการไข้ อ่อนเพลีย ไอ หรือหายใจเหนื่อย หลังสัมผัสพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่มีหนูจำนวนมาก ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสอย่างละเอียด เพื่อให้ได้รับการวินิจฉ
อ่านต่อ >23

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ผู้ประกันตน ม.33 ม.39 ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ในปัจจุบันรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านอาหารการกิน มลภาวะ และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก สำนักงานประกันสังคมจึงมอบสิทธิประโยชน์การตรวจสุขภาพประจำปี ฟรี 14 รายการ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รู้เท่าทันสุขภาพของตนเอง สามารถป้องกัน ดูแล และเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยแนะนำให้ตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอสิทธิตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ครอบคลุมการคัดกรองสุขภาพที่สำคัญอย่างรอบด้าน โดยประกอบด้วย- การคัดกรองการได้ยิน (Finger Rub Test) เพื่อตรวจประเมินความสามารถในการรับเสียงเบื้องต้น - การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข พร้อมสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองเพื่อเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม- การตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์ - การตรวจด้วย Snellen Eye Chart และการวัดความดันลูกตา เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางสายตาและโรคต้อหิน - การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เพื่อประเมินภาวะโลหิตจางและความผิดปกติของเลือด - การตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis: UA) เพื่อคัดกรองโรคทางไตและระบบทางเดินปัสสาวะ - การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Fasting Blood Sugar: FBS) เพื่อคัดกรองโรคเบาหวาน - การตรวจการทำงานของไต (Creatinine และ eGFR) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของไต - การตรวจระดับไขมันในเลือด (Total Cholesterol และ HDL) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด - การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ (HBsAg) เพื่อคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี - การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Pap Smear วิธี VIA - การตรวจหาเชื้อ HPV (HPV DNA Test) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรค - การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง- การถ่ายภาพรังสีทรวงอก (Chest X-ray) เพื่อช่วยค้นหาความผิดปกติของปอดและหัวใจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นการตรวจสุขภาพเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเฉพาะภาวะโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจนำไปสู่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ รวมถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ในระยะยาว ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือมีความเสี่ยง ควรเข้ารับการประเมินสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสมตั้งแต่
อ่านต่อ >13

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
จากกรณีชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลคดีชาวจีน 2 รายขับรถพลิกคว่ำในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ก่อนตรวจพบอาวุธปืนสั้นในรถ นำไปสู่การเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่บางละมุง นาจอมเทียน และห้วยใหญ่ จนพบอาวุธสงครามจำนวนมาก รวมถึงเสื้อเกราะติดวัตถุต้องสงสัยคล้ายเตรียมใช้ก่อเหตุรุนแรง สร้างความตื่นตัวด้านความมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันออกล่าสุด กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งการให้ สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกำกับดูแลงานด้านความมั่นคง ลงติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และเร่งรัดให้ตำรวจภูธรภาค 2 ขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ผบ.ตร.ระบุว่า แนวทางการสืบสวนจะครอบคลุมทั้งประวัติผู้ต้องหา เส้นทางการเดินทางเข้าออกประเทศ อาชีพ บุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงที่มาของอาวุธสงครามว่าถูกนำเข้ามาด้วยวิธีใด และมีเป้าหมายการครอบครองเพื่ออะไรนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลการติดต่อสื่อสารในโทรศัพท์มือถือ บัญชีธนาคาร และเส้นทางการเงิน เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ โดยกำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถดำเนินคดีได้ครบทั้งขบวนการ ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังประสานข้อมูลร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อคัดกรองชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมผิดสังเกต เช่น เดินทางเข้าออกประเทศไทยบ่อยครั้ง หรือพำนักระยะสั้นหลายรอบ โดยจะส่งข้อมูลให้ตำรวจในพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติมมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับงานด้านการข่าวและการตรวจสอบที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานเก็บอาวุธหรือก่อเหตุที่กระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน
อ่านต่อ >12