
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทำให้สภาพอากาศเกิดความแปรปรวนอย่างหนัก โดยคาดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวล่าช้าไปจนถึงช่วงปลายเดือนตุลาคมต่อเนื่องต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ประกอบกับความร้อนที่ยังสะสมอยู่ทั้งบนผืนดินและผิวน้ำทะเล ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องสำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ คือ ภาคใต้ ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากรูปแบบการตกของฝนอาจไม่กระจายตัวตามฤดูกาลเหมือนที่ผ่านมา แต่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักเฉพาะจุด ทำให้การพยากรณ์อากาศล่วงหน้าหลายวันมีข้อจำกัดในการระบุพื้นที่และช่วงเวลาที่ฝนจะตกหนักได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพยากรณ์อากาศระยะสั้นมากขึ้น โดยเน้นการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าไม่เกิน 12 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลทุก 6 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการแจ้งเตือนภัยและช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีส่วนแนวโน้มสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ว่ายังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและเกิดความแห้งแล้งรุนแรง ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ภาคเกษตรกรรม รวมถึงความต้องการใช้พลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน หากอุณหภูมิยังคงสูงต่อเนื่องไปจนถึงฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนปีหน้า ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมืองที่มีการสะสมความร้อนสูง ซึ่งอาจทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จนสร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงาน รวมถึงระบบการผลิตและจัดส่งน้ำประปาจึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินความเสี่ยงและวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงานล่วงหน้า ควบคู่กับการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศระยะสั้นและระบบแจ้งเตือนภัยที่สามารถส่งข้อมูลถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ทั้งนี้ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ เนื่องจากอาจต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วหลาย
อ่านต่อ >35

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สถานการณ์น้ำท่วมภูเก็ตนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดภูเก็ตว่า พื้นที่ส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยังคงเหลือแต่บริเวณซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 ตำบลป่าตอง รวมถึงบางจุดในอำเภอกะทู้ ยังมีดินโคลน เศษไม้ ขยะ และก้อนหินกีดขวางเส้นทาง โดยทางจังหวัดบูรณาการความร่วมมือระดมสรรพกำลังเร่งฟื้นฟูและทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยการนำรถแบคโฮ JCB รถตักดิน รถบรรทุกน้ำขนาด 12,000 ลิตร และอุปกรณ์ฉีดน้ำแรงดันสูง เข้าขนย้ายดินโคลนและทำความสะอาดพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 2–3 ซอย เพื่อเปิดเส้นทางจราจรและไม่ให้สิ่งอุดตันกระทบต่อระบบระบายน้ำ ทั้งนี้ บางจุดยังมีน้ำท่วมขัง รถยนต์สามารถสัญจรได้ แต่รถขนาดเล็กควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ กระทบกว่า 100 ครัวเรือนนางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สำหรับความเสียหายเบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่บ้านเรือน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ โรงแรม และสถานประกอบการบางส่วนได้รับผลกระทบ โดยมีประชาชนและผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ กว่า 100 ครัวเรือน ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่บางส่วนยังติดค้างอยู่ในโรงแรมพื้นที่ป่าตอง จังหวัดได้ประสานสมาคมโรงแรมไทยภูเก็ตให้ช่วยดูแลและขอให้นักท่องเที่ยวพักอยู่ในโรงแรมจนกว่าจะสามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ส่วนรถยนต์ที่เสียหายนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการกู้ย้าย “รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยและข้อมูลสภาพอากาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมติดตามข้อความแจ้งเตือน SMS และช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีดินโคลนหรือเศษวัสดุกีดขวางหากไม่มีความจำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 26 – 30 ตุลาคม 2569 จะมีปริมาณฝนต่อเนื่องในพื้นที่” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ช่วงฤดูฝนและหลังฤดูฝน โดยเฉพาะเดือนตุลาคมถึงธันวาคม เป็นช่วงที่ควรระมัดระวัง “แมลงก้นกระดก” มากเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนและการออกหากินของแมลงชนิดนี้ โดยมักพบแมลงบินเข้าหาแสงไฟในช่วงหัวค่ำถึงกลางคืน โดยเฉพาะบริเวณบ้านหรือห้องพักที่อยู่ใกล้ทุ่งนา แหล่งน้ำ หรือพื้นที่ที่มีพืชพรรณหนาแน่นสารพิษที่อยู่ภายในตัวแมลงสามารถทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบได้ จึงควรทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดผื่น อาการที่ต้องสังเกต วิธีดูแลผิวหนังเมื่อสัมผัสสารพิษ และแนวทางป้องกันไม่ให้แมลงเข้ามาภายในบ้านผื่นผิวหนังอักเสบจากด้วงก้นกระดกเกิดจากการสัมผัสสารพิษชื่อ พีเดอริน (Pederin) ซึ่งอยู่ในของเหลวภายในตัวแมลง เมื่อแมลงถูกบื้ หรือ กด บนผิวหนัง สารพิษจะถูกปล่อยออกมาและทำลายเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบสารพีเดอรินมีฤทธิ์ทำลายเซลล์ชั้นหนังกำพร้าโดยตรง จึงทำให้ผิวหนังเกิดรอยแดง บวม แสบร้อน มีตุ่มน้ำ หรือผิวลอกคล้ายแผลไหม้ได้ บางรายอาจเกิดผิวหนังถลอกเป็นแนวยาวตามบริเวณที่บี้หรือถูแมลง โดยหากสัมผัสสารพิษมากและล้างออกล่าช้า อาการอาจรุนแรงขึ้นได้นอกจากบริเวณที่สัมผัสแมลงโดยตรงแล้ว ผื่นยังสามารถเกิดขึ้นบริเวณอื่นได้ หากสารพิษติดมือ เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน หรือสิ่งของ แล้วถูกถ่ายไปยังผิวหนังส่วนอื่น อย่างไรก็ตาม สารพิษไม่ได้แพร่กระจายผ่านกระแสเลือด และผื่นชนิดนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่คน การล้างมือและผิวหนังบริเวณที่สัมผัสสารพิษทันทีจึงช่วยลดการกระจายของสารพิษได้หลังสัมผัสสารพิษจากแมลงก้นกระดก ผื่นมักไม่ปรากฏให้เห็นในทันที แต่อาจเริ่มมีอาการแสบ คัน หรือแดงภายในประมาณ 12–36 ชั่วโมง และเห็นชัดขึ้นในช่วง 24–48 ชั่วโมง หลังสัมผัส จากนั้นอาจเกิดตุ่มน้ำหรือตุ่มหนองในอีก 2–4 วันผื่นบางลักษณะอาจเกิดเป็นคู่บนผิวหนังสองด้านที่สัมผัสกัน เรียกว่า Kissing lesion หรือแผลจูบกัน เช่น บริเวณข้อพับแขน ต้นขาด้านใน หรือเปลือกตาบนกับล่าง เนื่องจากสารพิษจากผิวหนังด้านหนึ่งถ่ายไปยังผิวหนังอีกด้านเมื่อประกบกันหากผื่นมีเพียงรอยแดงหรืออาการแสบร้อนเล็กน้อยในบริเวณจำกัด สามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการล้างผิวหนังด้วยสบู่อ่อนและน้ำสะอาดอย่างทั่วถึง โดยไม่ขัดหรือถูแรง จากนั้นประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการอย่างไรก็ตาม หากมีตุ่มน้ำหรือแผลถลอกเป็นบริเวณกว้าง ปวดมาก บวมมาก มีไข้ มีหนอง รอยแดงลุกลาม
อ่านต่อ >21

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายสันติ เต็มเอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบ VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1–17 และสำนักเครื่องจักรกล ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน สามเสน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ นายสันติ เต็มเอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณฝนทางตอนบนเริ่มลดลง ทำให้สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลาย จึงได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคต พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิดสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำสำหรับสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 64,239 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 12,443 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ด้านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 18,933 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯ ยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 5,849 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาพรวมปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาในส่วนของสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำทางตอนบนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง วันนี้(26 ต.ค.69) ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จะทยอยปรับลดการระบายน้ำจากอัตรา 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือในอัตรา 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและพื้นที่
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทำให้สภาพอากาศเกิดความแปรปรวนอย่างหนัก โดยคาดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวล่าช้าไปจนถึงช่วงปลายเดือนตุลาคมต่อเนื่องต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ประกอบกับความร้อนที่ยังสะสมอยู่ทั้งบนผืนดินและผิวน้ำทะเล ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องสำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ คือ ภาคใต้ ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากรูปแบบการตกของฝนอาจไม่กระจายตัวตามฤดูกาลเหมือนที่ผ่านมา แต่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักเฉพาะจุด ทำให้การพยากรณ์อากาศล่วงหน้าหลายวันมีข้อจำกัดในการระบุพื้นที่และช่วงเวลาที่ฝนจะตกหนักได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพยากรณ์อากาศระยะสั้นมากขึ้น โดยเน้นการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าไม่เกิน 12 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลทุก 6 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการแจ้งเตือนภัยและช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีส่วนแนวโน้มสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ว่ายังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและเกิดความแห้งแล้งรุนแรง ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ภาคเกษตรกรรม รวมถึงความต้องการใช้พลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน หากอุณหภูมิยังคงสูงต่อเนื่องไปจนถึงฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนปีหน้า ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมืองที่มีการสะสมความร้อนสูง ซึ่งอาจทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จนสร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงาน รวมถึงระบบการผลิตและจัดส่งน้ำประปาจึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินความเสี่ยงและวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงานล่วงหน้า ควบคู่กับการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศระยะสั้นและระบบแจ้งเตือนภัยที่สามารถส่งข้อมูลถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ทั้งนี้ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ เนื่องจากอาจต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วหลาย
อ่านต่อ >35

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สถานการณ์น้ำท่วมภูเก็ตนางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามสถานการณ์อุทกภัยของจังหวัดภูเก็ตว่า พื้นที่ส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยังคงเหลือแต่บริเวณซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 ตำบลป่าตอง รวมถึงบางจุดในอำเภอกะทู้ ยังมีดินโคลน เศษไม้ ขยะ และก้อนหินกีดขวางเส้นทาง โดยทางจังหวัดบูรณาการความร่วมมือระดมสรรพกำลังเร่งฟื้นฟูและทำความสะอาดอย่างต่อเนื่อง โดยการนำรถแบคโฮ JCB รถตักดิน รถบรรทุกน้ำขนาด 12,000 ลิตร และอุปกรณ์ฉีดน้ำแรงดันสูง เข้าขนย้ายดินโคลนและทำความสะอาดพื้นที่ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 2–3 ซอย เพื่อเปิดเส้นทางจราจรและไม่ให้สิ่งอุดตันกระทบต่อระบบระบายน้ำ ทั้งนี้ บางจุดยังมีน้ำท่วมขัง รถยนต์สามารถสัญจรได้ แต่รถขนาดเล็กควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ กระทบกว่า 100 ครัวเรือนนางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า สำหรับความเสียหายเบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่บ้านเรือน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ โรงแรม และสถานประกอบการบางส่วนได้รับผลกระทบ โดยมีประชาชนและผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ กว่า 100 ครัวเรือน ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่บางส่วนยังติดค้างอยู่ในโรงแรมพื้นที่ป่าตอง จังหวัดได้ประสานสมาคมโรงแรมไทยภูเก็ตให้ช่วยดูแลและขอให้นักท่องเที่ยวพักอยู่ในโรงแรมจนกว่าจะสามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ส่วนรถยนต์ที่เสียหายนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการกู้ย้าย “รัฐบาลขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนภัยและข้อมูลสภาพอากาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมติดตามข้อความแจ้งเตือน SMS และช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีดินโคลนหรือเศษวัสดุกีดขวางหากไม่มีความจำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 26 – 30 ตุลาคม 2569 จะมีปริมาณฝนต่อเนื่องในพื้นที่” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ช่วงฤดูฝนและหลังฤดูฝน โดยเฉพาะเดือนตุลาคมถึงธันวาคม เป็นช่วงที่ควรระมัดระวัง “แมลงก้นกระดก” มากเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนและการออกหากินของแมลงชนิดนี้ โดยมักพบแมลงบินเข้าหาแสงไฟในช่วงหัวค่ำถึงกลางคืน โดยเฉพาะบริเวณบ้านหรือห้องพักที่อยู่ใกล้ทุ่งนา แหล่งน้ำ หรือพื้นที่ที่มีพืชพรรณหนาแน่นสารพิษที่อยู่ภายในตัวแมลงสามารถทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบได้ จึงควรทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดผื่น อาการที่ต้องสังเกต วิธีดูแลผิวหนังเมื่อสัมผัสสารพิษ และแนวทางป้องกันไม่ให้แมลงเข้ามาภายในบ้านผื่นผิวหนังอักเสบจากด้วงก้นกระดกเกิดจากการสัมผัสสารพิษชื่อ พีเดอริน (Pederin) ซึ่งอยู่ในของเหลวภายในตัวแมลง เมื่อแมลงถูกบื้ หรือ กด บนผิวหนัง สารพิษจะถูกปล่อยออกมาและทำลายเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบสารพีเดอรินมีฤทธิ์ทำลายเซลล์ชั้นหนังกำพร้าโดยตรง จึงทำให้ผิวหนังเกิดรอยแดง บวม แสบร้อน มีตุ่มน้ำ หรือผิวลอกคล้ายแผลไหม้ได้ บางรายอาจเกิดผิวหนังถลอกเป็นแนวยาวตามบริเวณที่บี้หรือถูแมลง โดยหากสัมผัสสารพิษมากและล้างออกล่าช้า อาการอาจรุนแรงขึ้นได้นอกจากบริเวณที่สัมผัสแมลงโดยตรงแล้ว ผื่นยังสามารถเกิดขึ้นบริเวณอื่นได้ หากสารพิษติดมือ เสื้อผ้า ผ้าปูที่นอน หรือสิ่งของ แล้วถูกถ่ายไปยังผิวหนังส่วนอื่น อย่างไรก็ตาม สารพิษไม่ได้แพร่กระจายผ่านกระแสเลือด และผื่นชนิดนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่คน การล้างมือและผิวหนังบริเวณที่สัมผัสสารพิษทันทีจึงช่วยลดการกระจายของสารพิษได้หลังสัมผัสสารพิษจากแมลงก้นกระดก ผื่นมักไม่ปรากฏให้เห็นในทันที แต่อาจเริ่มมีอาการแสบ คัน หรือแดงภายในประมาณ 12–36 ชั่วโมง และเห็นชัดขึ้นในช่วง 24–48 ชั่วโมง หลังสัมผัส จากนั้นอาจเกิดตุ่มน้ำหรือตุ่มหนองในอีก 2–4 วันผื่นบางลักษณะอาจเกิดเป็นคู่บนผิวหนังสองด้านที่สัมผัสกัน เรียกว่า Kissing lesion หรือแผลจูบกัน เช่น บริเวณข้อพับแขน ต้นขาด้านใน หรือเปลือกตาบนกับล่าง เนื่องจากสารพิษจากผิวหนังด้านหนึ่งถ่ายไปยังผิวหนังอีกด้านเมื่อประกบกันหากผื่นมีเพียงรอยแดงหรืออาการแสบร้อนเล็กน้อยในบริเวณจำกัด สามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการล้างผิวหนังด้วยสบู่อ่อนและน้ำสะอาดอย่างทั่วถึง โดยไม่ขัดหรือถูแรง จากนั้นประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการอย่างไรก็ตาม หากมีตุ่มน้ำหรือแผลถลอกเป็นบริเวณกว้าง ปวดมาก บวมมาก มีไข้ มีหนอง รอยแดงลุกลาม
อ่านต่อ >21

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายสันติ เต็มเอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบ VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1–17 และสำนักเครื่องจักรกล ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน สามเสน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ นายสันติ เต็มเอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณฝนทางตอนบนเริ่มลดลง ทำให้สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลาย จึงได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคต พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิดสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำสำหรับสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 64,239 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 12,443 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ด้านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 18,933 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯ ยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 5,849 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาพรวมปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาในส่วนของสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำทางตอนบนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง วันนี้(26 ต.ค.69) ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จะทยอยปรับลดการระบายน้ำจากอัตรา 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือในอัตรา 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและพื้นที่
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทำให้สภาพอากาศเกิดความแปรปรวนอย่างหนัก โดยคาดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวล่าช้าไปจนถึงช่วงปลายเดือนตุลาคมต่อเนื่องต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ประกอบกับความร้อนที่ยังสะสมอยู่ทั้งบนผืนดินและผิวน้ำทะเล ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องสำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ คือ ภาคใต้ ซึ่งมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากรูปแบบการตกของฝนอาจไม่กระจายตัวตามฤดูกาลเหมือนที่ผ่านมา แต่มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักเฉพาะจุด ทำให้การพยากรณ์อากาศล่วงหน้าหลายวันมีข้อจำกัดในการระบุพื้นที่และช่วงเวลาที่ฝนจะตกหนักได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพยากรณ์อากาศระยะสั้นมากขึ้น โดยเน้นการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าไม่เกิน 12 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลทุก 6 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการแจ้งเตือนภัยและช่วยให้ประชาชนสามารถเตรียมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงทีส่วนแนวโน้มสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ว่ายังเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและเกิดความแห้งแล้งรุนแรง ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภค ภาคเกษตรกรรม รวมถึงความต้องการใช้พลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน หากอุณหภูมิยังคงสูงต่อเนื่องไปจนถึงฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนปีหน้า ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมืองที่มีการสะสมความร้อนสูง ซึ่งอาจทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จนสร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงาน รวมถึงระบบการผลิตและจัดส่งน้ำประปาจึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประเมินความเสี่ยงและวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงานล่วงหน้า ควบคู่กับการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศระยะสั้นและระบบแจ้งเตือนภัยที่สามารถส่งข้อมูลถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น ทั้งนี้ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ เนื่องจากอาจต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้วหลาย
อ่านต่อ >35