
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในปี พ.ศ. 2569 พายุฤดูร้อนจะเริ่มในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2569 โดยจะมีลักษณะอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ สลับกับจะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ในบางช่วง และจะมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบางวัน รวมไปถึงอาจเกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ของประชาชนและผลผลิตทางการเกษตร รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนในช่วงดังกล่าว จึงได้สั่งการไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูฝนปี 2569 โดยด้านการเตรียมความพร้อมให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวัง ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง ให้ตรวจตราความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า สิ่งก่อสร้าง รวมถึงไม้ยืนต้นตามถนนริมทางหลวง สถานที่สาธารณะต่าง ๆ หากพบมีสภาพไม่ปลอดภัย ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ ซ่อมแซม ปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรงโดยเร็ว ตลอดจนให้เตรียมความพร้อมบุคลากร อุปกรณ์ ทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมใช้งาน และสามารถออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ และใช้กลไกหน่วยงานฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร ได้แก่ หอกระจายข่าว เสียงตามสาย วิทยุชุมชน และสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย นอกจากนี้ ให้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่แจ้งเตือนเกษตรกรเตรียมรับมือพายุฤดูร้อนเพื่อป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง โดยตรวจสอบเสริมความแข็งแรงข
อ่านต่อ >27

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ในช่วงวันที่ 7 – 10 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดาอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้และลมใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว ส่วนในช่วงวันที่ 11 - 13 มี.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 7 และ 10 - 13 มี.ค. 69 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 9 มี.ค. 69 มีฝนน้อยเนื่องจากมีลมตะวันออกที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 11 – 12 มี.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดชัยนาทกลับมาน่าเป็นห่วงอีกครั้ง หลังพบหมอกควันปกคลุมทั่วเขตตัวเมือง ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงและท้องฟ้ามีลักษณะขมุกขมัว หลังจากก่อนหน้านี้คุณภาพอากาศเริ่มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเกือบหนึ่งสัปดาห์ จากการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พบว่าปริมาณฝุ่นกลับมาสูงขึ้นจนอยู่ในระดับเตือนภัยสีส้ม โดยข้อมูลจาก จิสด้า (GISTDA) ระบุว่า ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้สูงสุดอยู่ที่ 63 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สาเหตุที่ค่าฝุ่นกลับมาสูงขึ้น คาดว่าเกิดจากฝุ่นควันไฟป่า ที่ลอยข้ามพื้นที่จากจังหวัดใกล้เคียงและถูกกระแสลมพัดกลับเข้ามาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากการเผาในที่โล่ง ฝุ่นควันจากยานพาหนะ รวมถึงกิจกรรมการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ภายในพื้นที่ ด้าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ที่มีโรคประจำตัว และเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และพักอาศัยอยู่ภายในอาคารให้มากที่สุด หากมีเครื่องฟอกอากาศควรเปิดใช้งานเพื่อลดปริมาณฝุ่นภายในที่พัก สำหรับประชาชนทั่วไป หากจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นมาตรฐาน N95 ทุกครั้ง เพื่อช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และลดความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพจนกว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองจะคลี่คลาย ด้านศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ หรือ ศกพ. ออกประกาศเตือนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานครั้งใหญ่ ในช่วงวันที่ 7-10 มีนาคมนี้ โดยสภาพอากาศปิดและลมสงบจะเป็นปัจจัยหลักที่กักเก็บฝุ่นเอาไว้ สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดได้แก่ภาคเหนือ 17 จังหวัด โดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ที่คาดการณ์ว่าจะพบพื้นที่สีแดง กระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงตลอดสัปดาห์ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ค่าฝุ่นมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น จากการสะสมตัวของมลพิษการจราจรและอากาศนิ่ง ภาคกลางและตะวันตก โดยเฉพาะ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และราชบุรี ต้องเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นเพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาคอีสานและภาคใต้ สถานการณ์ยังอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีเยี่ยม ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรตรวจสอบค่าฝุ่นแบบ Real-time ผ่านทาง Air4Thai.com หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai อย่างใกล้ชิด
อ่านต่อ >25

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มีนาคม) เกริ่นว่าคณะทำงานของเขาจะหันไปหา "คิวบา" หลังจากที่ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านแล้วเสร็จลงทรัมป์กล่าวในทำเนียบขาวระหว่างการต้อนรับทีมฟุตบอล Inter Miami CF ซึ่งเป็นแชมป์รายการ 2025 Major League Soccer ว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นกับคิวบานั้นน่าทึ่งมาก ...เราคิดว่า เราต้องการจะเปลี่ยนอะไร แก้ไขอะไร ..ก่อนอื่น ขอให้เราเสร็จสิ้นภารกิจที่อิหร่านก่อน.. ส่วนคิวบาจะเป็นเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันอีกที"ทรัมป์บอกต่อว่า ภารกิจคิวบา จะทำให้คิวบาดีขึ้นแน่นอน แต่เขาจะไม่ทำให้ดีเกินไปจนคนอยากจะกลับไปอยู่ - และเขากล่าวกับเหล่านักฟุตบอลที่ส่วนใหญ่มีเชื้อสายคิวบาว่า หวังว่าจะไม่กลับไปอยู่ที่คิวบากันถาวร และขอให้กลับมาที่สหรัฐฯ เพราะเราไม่ต้องการจะสูญเสียพวกคุณไป - แต่ก็ไม่แน่ คนอาจอยู่ที่คิวบาเลย เพราะเขาอาจจะหลงรักคิวบาแบบใหม่ก็ได้ ทรัมป์กล่าวถึงเรื่องคิวบา เพียงแค่ไม่ถึง 1 สัปดาห์หลังจากที่สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างหนัก และกำลังพิจารณาจุดยืนด้านการต่างประเทศครั้งใหญ่อีกประเด็นแล้วผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวชื่นชมมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศปิดกั้นการขนส่งน้ำมันเข้าไปในคิวบาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เพียงไม่นานหลังจากที่นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาในเวลานั้น ซึ่งเป็นพันธมิตร และผู้ส่งน้ำมันรายใหญ่ให้คิวบา ถูกสหรัฐฯบุกจับกุม - การปิดกั้นน้ำมันนี้เองทำให้เศรษฐกิจคิวบา ซึ่งเลวร้ายอยู่แล้ว ต้องดำดิ่งลงไปอีก และนับเป็นครั้งที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต ขณะที่อิหร่าน ซึ่งก็เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ของคิวบา ก็ถูกสหรัฐฯโจมตีอย่างหนัก เช่นกัน ซึ่งก่อนที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน ทรัมป์ระบุว่า เขาต้องการ "เข้าไปยึดครองแบบเป็นมิตร" ต่อคิวบา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติม ขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ รัสเซียได้เตือนว่า สถานการณ์ในคิวบากำลังยกระดับขึ้น หลังจากที่กองทัพคิวบาสังหาร 4 ชีวิตนอกชายฝั่ง บนเรือสปีดโบ๊ทที่ขึ้นทะเบียนสหรัฐฯ ทรัมป์ยังกล่าวหาว่ารัฐบาลคิวบานั้น "เป็นภัยคุกคามที่ไม่ปกติ และเกินกว่าปกติ" และประกาศขู่ขึ้นภาษีต่อประเทศใดก็ตามที่จัดส่งน้ำมันให้กับคิวบา
อ่านต่อ >43

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในปี พ.ศ. 2569 พายุฤดูร้อนจะเริ่มในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2569 โดยจะมีลักษณะอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ สลับกับจะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ในบางช่วง และจะมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบางวัน รวมไปถึงอาจเกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ของประชาชนและผลผลิตทางการเกษตร รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนในช่วงดังกล่าว จึงได้สั่งการไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูฝนปี 2569 โดยด้านการเตรียมความพร้อมให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวัง ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง ให้ตรวจตราความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า สิ่งก่อสร้าง รวมถึงไม้ยืนต้นตามถนนริมทางหลวง สถานที่สาธารณะต่าง ๆ หากพบมีสภาพไม่ปลอดภัย ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ ซ่อมแซม ปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรงโดยเร็ว ตลอดจนให้เตรียมความพร้อมบุคลากร อุปกรณ์ ทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมใช้งาน และสามารถออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ และใช้กลไกหน่วยงานฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร ได้แก่ หอกระจายข่าว เสียงตามสาย วิทยุชุมชน และสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย นอกจากนี้ ให้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่แจ้งเตือนเกษตรกรเตรียมรับมือพายุฤดูร้อนเพื่อป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง โดยตรวจสอบเสริมความแข็งแรงข
อ่านต่อ >27

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ในช่วงวันที่ 7 – 10 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากหย่อมความกดาอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้และลมใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว ส่วนในช่วงวันที่ 11 - 13 มี.ค. 69 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 7 และ 10 - 13 มี.ค. 69 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งเกิดขึ้นได้ เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 9 มี.ค. 69 มีฝนน้อยเนื่องจากมีลมตะวันออกที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ข้อควรระวังในช่วงวันที่ 11 – 12 มี.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
คุณภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดชัยนาทกลับมาน่าเป็นห่วงอีกครั้ง หลังพบหมอกควันปกคลุมทั่วเขตตัวเมือง ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงและท้องฟ้ามีลักษณะขมุกขมัว หลังจากก่อนหน้านี้คุณภาพอากาศเริ่มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเกือบหนึ่งสัปดาห์ จากการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พบว่าปริมาณฝุ่นกลับมาสูงขึ้นจนอยู่ในระดับเตือนภัยสีส้ม โดยข้อมูลจาก จิสด้า (GISTDA) ระบุว่า ค่าฝุ่น PM2.5 วัดได้สูงสุดอยู่ที่ 63 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สาเหตุที่ค่าฝุ่นกลับมาสูงขึ้น คาดว่าเกิดจากฝุ่นควันไฟป่า ที่ลอยข้ามพื้นที่จากจังหวัดใกล้เคียงและถูกกระแสลมพัดกลับเข้ามาปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากการเผาในที่โล่ง ฝุ่นควันจากยานพาหนะ รวมถึงกิจกรรมการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ภายในพื้นที่ ด้าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยนาท ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ที่มีโรคประจำตัว และเด็กเล็ก ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และพักอาศัยอยู่ภายในอาคารให้มากที่สุด หากมีเครื่องฟอกอากาศควรเปิดใช้งานเพื่อลดปริมาณฝุ่นภายในที่พัก สำหรับประชาชนทั่วไป หากจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นมาตรฐาน N95 ทุกครั้ง เพื่อช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และลดความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพจนกว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองจะคลี่คลาย ด้านศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ หรือ ศกพ. ออกประกาศเตือนสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานครั้งใหญ่ ในช่วงวันที่ 7-10 มีนาคมนี้ โดยสภาพอากาศปิดและลมสงบจะเป็นปัจจัยหลักที่กักเก็บฝุ่นเอาไว้ สำหรับพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดได้แก่ภาคเหนือ 17 จังหวัด โดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ที่คาดการณ์ว่าจะพบพื้นที่สีแดง กระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงตลอดสัปดาห์ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ค่าฝุ่นมีแนวโน้มขยับสูงขึ้น จากการสะสมตัวของมลพิษการจราจรและอากาศนิ่ง ภาคกลางและตะวันตก โดยเฉพาะ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา และราชบุรี ต้องเฝ้าระวังการสะสมของฝุ่นเพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาคอีสานและภาคใต้ สถานการณ์ยังอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีเยี่ยม ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรตรวจสอบค่าฝุ่นแบบ Real-time ผ่านทาง Air4Thai.com หรือแอปพลิเคชัน Air4Thai อย่างใกล้ชิด
อ่านต่อ >25

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มีนาคม) เกริ่นว่าคณะทำงานของเขาจะหันไปหา "คิวบา" หลังจากที่ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านแล้วเสร็จลงทรัมป์กล่าวในทำเนียบขาวระหว่างการต้อนรับทีมฟุตบอล Inter Miami CF ซึ่งเป็นแชมป์รายการ 2025 Major League Soccer ว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นกับคิวบานั้นน่าทึ่งมาก ...เราคิดว่า เราต้องการจะเปลี่ยนอะไร แก้ไขอะไร ..ก่อนอื่น ขอให้เราเสร็จสิ้นภารกิจที่อิหร่านก่อน.. ส่วนคิวบาจะเป็นเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันอีกที"ทรัมป์บอกต่อว่า ภารกิจคิวบา จะทำให้คิวบาดีขึ้นแน่นอน แต่เขาจะไม่ทำให้ดีเกินไปจนคนอยากจะกลับไปอยู่ - และเขากล่าวกับเหล่านักฟุตบอลที่ส่วนใหญ่มีเชื้อสายคิวบาว่า หวังว่าจะไม่กลับไปอยู่ที่คิวบากันถาวร และขอให้กลับมาที่สหรัฐฯ เพราะเราไม่ต้องการจะสูญเสียพวกคุณไป - แต่ก็ไม่แน่ คนอาจอยู่ที่คิวบาเลย เพราะเขาอาจจะหลงรักคิวบาแบบใหม่ก็ได้ ทรัมป์กล่าวถึงเรื่องคิวบา เพียงแค่ไม่ถึง 1 สัปดาห์หลังจากที่สหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านอย่างหนัก และกำลังพิจารณาจุดยืนด้านการต่างประเทศครั้งใหญ่อีกประเด็นแล้วผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวชื่นชมมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ว่า ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศปิดกั้นการขนส่งน้ำมันเข้าไปในคิวบาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เพียงไม่นานหลังจากที่นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาในเวลานั้น ซึ่งเป็นพันธมิตร และผู้ส่งน้ำมันรายใหญ่ให้คิวบา ถูกสหรัฐฯบุกจับกุม - การปิดกั้นน้ำมันนี้เองทำให้เศรษฐกิจคิวบา ซึ่งเลวร้ายอยู่แล้ว ต้องดำดิ่งลงไปอีก และนับเป็นครั้งที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต ขณะที่อิหร่าน ซึ่งก็เป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ของคิวบา ก็ถูกสหรัฐฯโจมตีอย่างหนัก เช่นกัน ซึ่งก่อนที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่าน ทรัมป์ระบุว่า เขาต้องการ "เข้าไปยึดครองแบบเป็นมิตร" ต่อคิวบา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใด ๆ เพิ่มเติม ขณะที่เมื่อไม่นานมานี้ รัสเซียได้เตือนว่า สถานการณ์ในคิวบากำลังยกระดับขึ้น หลังจากที่กองทัพคิวบาสังหาร 4 ชีวิตนอกชายฝั่ง บนเรือสปีดโบ๊ทที่ขึ้นทะเบียนสหรัฐฯ ทรัมป์ยังกล่าวหาว่ารัฐบาลคิวบานั้น "เป็นภัยคุกคามที่ไม่ปกติ และเกินกว่าปกติ" และประกาศขู่ขึ้นภาษีต่อประเทศใดก็ตามที่จัดส่งน้ำมันให้กับคิวบา
อ่านต่อ >43

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในปี พ.ศ. 2569 พายุฤดูร้อนจะเริ่มในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2569 โดยจะมีลักษณะอากาศร้อนอบอ้าวเป็นระยะๆ สลับกับจะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ในบางช่วง และจะมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในบางวัน รวมไปถึงอาจเกิดพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกในบางพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ของประชาชนและผลผลิตทางการเกษตร รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนในช่วงดังกล่าว จึงได้สั่งการไปยังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุฤดูฝนปี 2569 โดยด้านการเตรียมความพร้อมให้ทุกพื้นที่เฝ้าระวัง ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้ง ให้ตรวจตราความแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า สิ่งก่อสร้าง รวมถึงไม้ยืนต้นตามถนนริมทางหลวง สถานที่สาธารณะต่าง ๆ หากพบมีสภาพไม่ปลอดภัย ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ ซ่อมแซม ปรับปรุงให้มีความมั่นคงแข็งแรงโดยเร็ว ตลอดจนให้เตรียมความพร้อมบุคลากร อุปกรณ์ ทรัพยากร เครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมใช้งาน และสามารถออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ และใช้กลไกหน่วยงานฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น ท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร ได้แก่ หอกระจายข่าว เสียงตามสาย วิทยุชุมชน และสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางการปฏิบัติตนให้เกิดความปลอดภัย นอกจากนี้ ให้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่แจ้งเตือนเกษตรกรเตรียมรับมือพายุฤดูร้อนเพื่อป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง โดยตรวจสอบเสริมความแข็งแรงข
อ่านต่อ >27