
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเปิดทางให้ลูกค้าน้ำมันระยะยาวสามารถเลือกรับมอบน้ำมันดิบสำหรับเดือนเมษายนผ่านท่าเรือยานบู (Yanbu) บนทะเลแดง ท่ามกลางความกังวลว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจยืดเยื้อและกระทบต่อการส่งออกน้ำมันในภูมิภาครายงาน ระบุว่า บริษัทซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ได้แจ้งลูกค้าว่าผู้ซื้อที่เลือกรับน้ำมันผ่านท่าเรือยานบูจะได้รับน้ำมันเพียง บางส่วนของโควตาประจำเดือน เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังขนส่งของท่อส่งน้ำมันที่เชื่อมจากฝั่งอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลแดง อีกทางเลือกหนึ่งคือรับน้ำมันผ่านท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียตามปกติ แต่ก็มีความเสี่ยงว่าอาจ ไม่ได้รับน้ำมันเลย หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด ก่อนเกิดวิกฤตครั้งนี้ อารัมโกส่งออกน้ำมันราว 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยส่วนใหญ่ส่งออกจากท่าเรือ ราสทานูรา (Ras Tanura) และจูไอมาห์ (Juaymah) ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ซาอุดีอาระเบียมีท่อส่งน้ำมันขนาด 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่เชื่อมไปยังท่าเรือยานบูบนทะเลแดง แม้ว่าศักยภาพการส่งออกของท่าเรือยานบูอาจต่ำกว่ากำลังท่อส่งดังกล่าวทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสะท้อนความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาของสงครามในตะวันออกกลาง และช่วงเวลาที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้งหากความขัดแย้งยืดเยื้อ น้ำมันที่ส่งออกจากท่าเรือยานบูไปยังเอเชียมีแนวโน้มจะถูกขายแบบ ส่งมอบถึงปลายทาง (delivered basis) ซึ่งหมายความว่าอารัมโกจะเป็นผู้จัดการด้านการขนส่ง แทนรูปแบบปกติที่ลูกค้าต้องจัดการขนส่งเอง น้ำมันที่เสนอผ่านท่าเรือยานบูในครั้งนี้เป็นเพียงเกรด Arab Light เท่านั้น รายงานยังระบุว่า อารัมโกได้เพิ่มการส่งออกผ่านท่าเรือยานบูตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสงคราม ซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 และยังได้เสนอขายน้ำมันผ่านตลาดสปอตจากท่าเรือดังกล่าวด้วย ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยขณะเดียวกันโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งในยุโรปรายงานว่าได้รับปริมาณน้ำมันจากสัญญาระยะยาวลดลง โดยโรงกลั่นรายใหญ่บางแห่งไม่ได้รับการจัดสรรน้ำมันสำหรับเดือนหน้าเลย ขณะที่บางรายได้รับต่ำกว่าปริมาณที่ร้องขอ
อ่านต่อ >57

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ดราม่าโปรตีนต่ำ จุดกระแสตรวจสอบทั้งตลาดประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เกิดขึ้น หลังมีการเผยแพร่ผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์โปรตีนชนิดผงที่ได้รับความนิยมสูง โดยระบุว่าปริมาณโปรตีนที่ตรวจพบอยู่ที่ 8.56 กรัมต่อ 100 กรัม ขณะที่คาร์โบไฮเดรตหรือแป้งมีสัดส่วนสูงถึง 79.5 กรัมข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยผู้ประกอบการในธุรกิจรับผลิตอาหารเสริม ซึ่งเคยให้ข้อมูลในลักษณะใกล้เคียงกันเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กลุ่ม “น้ำตาล 0%” มาก่อน ส่งผลให้กรณีล่าสุดได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นสุขภาพและออกกำลังกายอย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ยังเป็นเพียงผลตรวจจากตัวอย่างสินค้า และยังไม่มีการเปิดเผยชื่อแบรนด์หรือรายละเอียดเชิงพาณิชย์ที่สามารถยืนยันได้อย่างเป็นทางการ แบรนด์ในตลาดเร่งชี้แจง ลดความกังวลผู้บริโภคหลังประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างรวดเร็ว มีผู้บริโภคจำนวนมากตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับแบรนด์ใดบางผู้ประกอบการในตลาดได้ออกมาแสดงจุดยืน พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของตน เพื่อยืนยันมาตรฐานการผลิต และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคขณะเดียวกัน ยังมีชื่อสินค้าบางรายการถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์ แต่ยังไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงจากหน่วยงานรัฐหรือผู้ผลิตที่เกี่ยวข้อง จึงควรใช้ความระมัดระวังในการรับข้อมูลข่าวสาร และหลีกเลี่ยงการสรุปโดยไม่มีหลักฐานรองรับกรอบกฎหมาย อย. และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องภายใต้หลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) การแสดงข้อมูลโภชนาการบนฉลากต้องมีความถูกต้องและตรวจสอบได้ โดยค่าปริมาณสารอาหารที่ตรวจจริงต้องไม่ต่ำกว่า 80% ของค่าที่ระบุบนฉลาก หากต่ำกว่านี้จะเข้าข่าย “ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน” และถือว่าผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้ หากความแตกต่างระหว่างค่าที่แสดงกับค่าที่ตรวจพบเกิน 30% และมีลักษณะทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่ม อาหารปลอม ตามกฎหมายอาหาร ซึ่งมีโทษตั้งแต่ จำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในทางปฏิบัติ หน่วยงานรัฐสามารถสั่งตรวจสอบ เก็บตัวอย่างสินค้าเพื่อตรวจวิเคราะห์ และหากพบความผิดสามารถสั่งระงับการจำหน่ายหรือเรียกคืนสินค้าได้ทันที เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและรักษามาตรฐานของตลาดอาหารเสริมโดยรวมตลาดโปรตีนโตเร็ว ความท้าทายด้านการกำกับเพิ่มข
อ่านต่อ >382

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
คนไทยต้องปรับตัวแบบไหน? เพื่อรับมือกับภาวะน้ำมันจากวิกฤตพลังงานโลกท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวน และราคาน้ำมันในประเทศราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่อาจจะะขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นเช่นกันแม้ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวยืนยัน สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท พร้อมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่า ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงปริมาณน้ำมันในประเทศว่า ยังเพียงพอ และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนภาพจาก Getty Images เคล็ดลับขับประหยัดน้ำมัน รับมือวิกฤตพลังงานโลกจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายๆ คนอาจกำลังมองหาวิธีรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าเพราะการประหยัดน้ำมันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลจาก กรมการขนส่งทางบก ได้แนะเคล็ดลับขับการประหยัดน้ำมันไว้ดังนี้ขับรถโดยใช้ความเร็วคงที่ 80-90 กม./ชม. เนื่องจากช่วงความเร็วนี้ รถจะมีประสิทธิภาพการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ดีที่สุด จึงช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 20%ไม่เบิ้ล ไม่กระชาก ไม่ลากเครื่องยนต์ การเร่งเครื่อง เหยียบคันเร่งจนมิด น้ำมันจะถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้ตามน้ำหนักเท้าของเรา ยิ่งเหยียบหนัก ยิ่งสิ้นเปลืองน้ำมันมาก การค่อยๆ เหยียบคันเร่ง ขับรถให้นิ่มนวล ใช้ความเร็วสม่ำเสมอจะประหยัดน้ำมันทันทีโดยอัตโนมัติไม่เบรกกะทันหัน ทำให้รถต้องเปลี่ยนเกียร์เร็ว กระตุ้นให้เครื่องยนต์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น การเร่งความเร็วบ่อยครั้งและเบรกอย่างหนัก จะเพิ่มอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และลดประสิทธิภาพของเบรก หมั่นสังเกตสถานการณ์รอบข้างตลอดเวลา เมื่อมีสิ่งกีดขวางสามารถค่อยๆ
อ่านต่อ >21

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
คลิปวิดีโอและภาพปลอมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) กำลังแพร่กระจายอย่างหนักบนสื่อสังคมออนไลน์ ยิ่งในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของสงครามอิหร่าน เนื้อหาเหล่านี้มีทั้งการแสดงภาพระเบิดขนาดใหญ่ ถนนในเมืองที่ถูกทำลาย ภาพของเด็กนักเรียนหญิงกำลังวิ่งเล่นกันอยู่นอกอาคารเรียน ก่อนที่เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ จะยิงขีปนาวุธโจมตี ภาพทหารออกมาเดินประท้วงสงคราม หรือแม้แต่ทหารอเมริกันที่กำลังร้องไห้ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า พบภาพและคลิปวิดีโอที่ถูกสร้างด้วย AI มากกว่า 110 ชึ้นภายในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เกี่ยวข้องกับสงครามในตะวันออกกลาง โดยเนื้อหาปลอมเหล่านี้ครอบคลุมแทบทุกแง่มุมของการสู้รบ ไม่ว่าจะเป็นภาพชาวอิสราเอลร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวขณะเกิดแรงระเบิดในเทล อาวีฟ ภาพชาวอิหร่านกำลังไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต หรือภาพเรือรบสหรัฐฯ ถูกยิงถล่มด้วยขีปนาวุธและตอร์ปิโด โดยเนื้อหาเหล่านี้ถูกเปิดดูหลายล้านครั้งบนแพลตฟอร์มอย่าง X, TikTok และ Facebook รวมถึงยังถูกส่งต่ออีกเป็นจำนวนมากในแอปพลิเคชันส่งข้อความแบบส่วนตัวที่ได้รับความนิยมในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า ได้ตรวจสอบเนื้อหาที่ถูกสร้างด้วย AI อย่างการสังเกตสัญญาณที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตา ไม่ว่าจะเป็น ตัวอาคารที่ไม่มีอยู่จริง ตัวอักษรที่ผิดเพี้ยน รวมถึงพฤติกรรม หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่สมจริง ตลอดจนการตรวจสอบลายน้ำดิจิทัลที่ฝังอยู่ในไฟล์ นอกจากนี้ ก็ยังใช้เครื่องมือตรวจจับ AI หลากหลายประเภท และยังมีการเปรียบเทียบกับรายงานข่าวต่างๆ จากสำนักข่าวอื่นๆ ด้วย รองศาสตราจารย์ด้านการวิเคราะห์สื่อ มาร์ก โอเวน โจนส์ จากมหาวิทยาลัย นอร์ธ เวสเทิร์น ในกาตาร์ ระบุว่า คลื่นลูกใหม่ของเครื่องมือที่ชื่อว่า AI ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้แทบทุกคนบนโลกใบนี้สามารถเนรมิตภาพจำลองของสงครามที่ดูสมจริงจนหลอกตาได้ โดยพวกเขาแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือถ้าเสียก็เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่แสนจะบิดเบือน แม้เนื้อหาในลักษณะนี้จะเคยพบเห็นและแพร่กระจายในสงครามอื่น เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ในกรณีของสงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้ซึ่งมีหลายแนวรบ หลายตัวแสดง ทำให้ปริมาณเนื้อหาปลอมเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน โจนส์ ยั
อ่านต่อ >23

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเปิดทางให้ลูกค้าน้ำมันระยะยาวสามารถเลือกรับมอบน้ำมันดิบสำหรับเดือนเมษายนผ่านท่าเรือยานบู (Yanbu) บนทะเลแดง ท่ามกลางความกังวลว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจยืดเยื้อและกระทบต่อการส่งออกน้ำมันในภูมิภาครายงาน ระบุว่า บริษัทซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ได้แจ้งลูกค้าว่าผู้ซื้อที่เลือกรับน้ำมันผ่านท่าเรือยานบูจะได้รับน้ำมันเพียง บางส่วนของโควตาประจำเดือน เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังขนส่งของท่อส่งน้ำมันที่เชื่อมจากฝั่งอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลแดง อีกทางเลือกหนึ่งคือรับน้ำมันผ่านท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียตามปกติ แต่ก็มีความเสี่ยงว่าอาจ ไม่ได้รับน้ำมันเลย หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด ก่อนเกิดวิกฤตครั้งนี้ อารัมโกส่งออกน้ำมันราว 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยส่วนใหญ่ส่งออกจากท่าเรือ ราสทานูรา (Ras Tanura) และจูไอมาห์ (Juaymah) ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ซาอุดีอาระเบียมีท่อส่งน้ำมันขนาด 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่เชื่อมไปยังท่าเรือยานบูบนทะเลแดง แม้ว่าศักยภาพการส่งออกของท่าเรือยานบูอาจต่ำกว่ากำลังท่อส่งดังกล่าวทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสะท้อนความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาของสงครามในตะวันออกกลาง และช่วงเวลาที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้งหากความขัดแย้งยืดเยื้อ น้ำมันที่ส่งออกจากท่าเรือยานบูไปยังเอเชียมีแนวโน้มจะถูกขายแบบ ส่งมอบถึงปลายทาง (delivered basis) ซึ่งหมายความว่าอารัมโกจะเป็นผู้จัดการด้านการขนส่ง แทนรูปแบบปกติที่ลูกค้าต้องจัดการขนส่งเอง น้ำมันที่เสนอผ่านท่าเรือยานบูในครั้งนี้เป็นเพียงเกรด Arab Light เท่านั้น รายงานยังระบุว่า อารัมโกได้เพิ่มการส่งออกผ่านท่าเรือยานบูตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสงคราม ซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 และยังได้เสนอขายน้ำมันผ่านตลาดสปอตจากท่าเรือดังกล่าวด้วย ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยขณะเดียวกันโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งในยุโรปรายงานว่าได้รับปริมาณน้ำมันจากสัญญาระยะยาวลดลง โดยโรงกลั่นรายใหญ่บางแห่งไม่ได้รับการจัดสรรน้ำมันสำหรับเดือนหน้าเลย ขณะที่บางรายได้รับต่ำกว่าปริมาณที่ร้องขอ
อ่านต่อ >57

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ดราม่าโปรตีนต่ำ จุดกระแสตรวจสอบทั้งตลาดประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เกิดขึ้น หลังมีการเผยแพร่ผลการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์โปรตีนชนิดผงที่ได้รับความนิยมสูง โดยระบุว่าปริมาณโปรตีนที่ตรวจพบอยู่ที่ 8.56 กรัมต่อ 100 กรัม ขณะที่คาร์โบไฮเดรตหรือแป้งมีสัดส่วนสูงถึง 79.5 กรัมข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยผู้ประกอบการในธุรกิจรับผลิตอาหารเสริม ซึ่งเคยให้ข้อมูลในลักษณะใกล้เคียงกันเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กลุ่ม “น้ำตาล 0%” มาก่อน ส่งผลให้กรณีล่าสุดได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่เน้นสุขภาพและออกกำลังกายอย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ยังเป็นเพียงผลตรวจจากตัวอย่างสินค้า และยังไม่มีการเปิดเผยชื่อแบรนด์หรือรายละเอียดเชิงพาณิชย์ที่สามารถยืนยันได้อย่างเป็นทางการ แบรนด์ในตลาดเร่งชี้แจง ลดความกังวลผู้บริโภคหลังประเด็นดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างรวดเร็ว มีผู้บริโภคจำนวนมากตั้งข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับแบรนด์ใดบางผู้ประกอบการในตลาดได้ออกมาแสดงจุดยืน พร้อมเปิดเผยผลการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของตน เพื่อยืนยันมาตรฐานการผลิต และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคขณะเดียวกัน ยังมีชื่อสินค้าบางรายการถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์ แต่ยังไม่มีการยืนยันข้อเท็จจริงจากหน่วยงานรัฐหรือผู้ผลิตที่เกี่ยวข้อง จึงควรใช้ความระมัดระวังในการรับข้อมูลข่าวสาร และหลีกเลี่ยงการสรุปโดยไม่มีหลักฐานรองรับกรอบกฎหมาย อย. และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องภายใต้หลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) การแสดงข้อมูลโภชนาการบนฉลากต้องมีความถูกต้องและตรวจสอบได้ โดยค่าปริมาณสารอาหารที่ตรวจจริงต้องไม่ต่ำกว่า 80% ของค่าที่ระบุบนฉลาก หากต่ำกว่านี้จะเข้าข่าย “ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน” และถือว่าผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า นอกจากนี้ หากความแตกต่างระหว่างค่าที่แสดงกับค่าที่ตรวจพบเกิน 30% และมีลักษณะทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่ม อาหารปลอม ตามกฎหมายอาหาร ซึ่งมีโทษตั้งแต่ จำคุก 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในทางปฏิบัติ หน่วยงานรัฐสามารถสั่งตรวจสอบ เก็บตัวอย่างสินค้าเพื่อตรวจวิเคราะห์ และหากพบความผิดสามารถสั่งระงับการจำหน่ายหรือเรียกคืนสินค้าได้ทันที เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและรักษามาตรฐานของตลาดอาหารเสริมโดยรวมตลาดโปรตีนโตเร็ว ความท้าทายด้านการกำกับเพิ่มข
อ่านต่อ >382

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
คนไทยต้องปรับตัวแบบไหน? เพื่อรับมือกับภาวะน้ำมันจากวิกฤตพลังงานโลกท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความผันผวน และราคาน้ำมันในประเทศราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงภาระค่าครองชีพของประชาชน ที่อาจจะะขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นเช่นกันแม้ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวยืนยัน สถานการณ์พลังงานของประเทศไม่มีภาวะวิกฤต การเติมน้ำมันตามสถานีบริการยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกิดสถานการณ์ตะวันออกกลาง ไทยไม่เคยประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำมันความกังวลของประชาชนส่วนหนึ่งเกิดจากข่าวสารที่แพร่กระจายในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน ทั้งที่แท้จริงเป็นเพียงแนวทางการบริหารจัดการภายในของบริษัท พร้อมได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องต่อสาธารณชน เชื่อว่า ผู้ประกอบการน้ำมันรายใหญ่ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง จะช่วยสร้างความมั่นใจ ถึงปริมาณน้ำมันในประเทศว่า ยังเพียงพอ และไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนภาพจาก Getty Images เคล็ดลับขับประหยัดน้ำมัน รับมือวิกฤตพลังงานโลกจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้หลายๆ คนอาจกำลังมองหาวิธีรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าเพราะการประหยัดน้ำมันไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันทีในชีวิตประจำวัน โดยข้อมูลจาก กรมการขนส่งทางบก ได้แนะเคล็ดลับขับการประหยัดน้ำมันไว้ดังนี้ขับรถโดยใช้ความเร็วคงที่ 80-90 กม./ชม. เนื่องจากช่วงความเร็วนี้ รถจะมีประสิทธิภาพการเผาผลาญเชื้อเพลิงได้ดีที่สุด จึงช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 20%ไม่เบิ้ล ไม่กระชาก ไม่ลากเครื่องยนต์ การเร่งเครื่อง เหยียบคันเร่งจนมิด น้ำมันจะถูกฉีดเข้าห้องเผาไหม้ตามน้ำหนักเท้าของเรา ยิ่งเหยียบหนัก ยิ่งสิ้นเปลืองน้ำมันมาก การค่อยๆ เหยียบคันเร่ง ขับรถให้นิ่มนวล ใช้ความเร็วสม่ำเสมอจะประหยัดน้ำมันทันทีโดยอัตโนมัติไม่เบรกกะทันหัน ทำให้รถต้องเปลี่ยนเกียร์เร็ว กระตุ้นให้เครื่องยนต์ทำงานหนักโดยไม่จำเป็น การเร่งความเร็วบ่อยครั้งและเบรกอย่างหนัก จะเพิ่มอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และลดประสิทธิภาพของเบรก หมั่นสังเกตสถานการณ์รอบข้างตลอดเวลา เมื่อมีสิ่งกีดขวางสามารถค่อยๆ
อ่านต่อ >21

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
คลิปวิดีโอและภาพปลอมที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) กำลังแพร่กระจายอย่างหนักบนสื่อสังคมออนไลน์ ยิ่งในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของสงครามอิหร่าน เนื้อหาเหล่านี้มีทั้งการแสดงภาพระเบิดขนาดใหญ่ ถนนในเมืองที่ถูกทำลาย ภาพของเด็กนักเรียนหญิงกำลังวิ่งเล่นกันอยู่นอกอาคารเรียน ก่อนที่เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ จะยิงขีปนาวุธโจมตี ภาพทหารออกมาเดินประท้วงสงคราม หรือแม้แต่ทหารอเมริกันที่กำลังร้องไห้ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า พบภาพและคลิปวิดีโอที่ถูกสร้างด้วย AI มากกว่า 110 ชึ้นภายในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เกี่ยวข้องกับสงครามในตะวันออกกลาง โดยเนื้อหาปลอมเหล่านี้ครอบคลุมแทบทุกแง่มุมของการสู้รบ ไม่ว่าจะเป็นภาพชาวอิสราเอลร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวขณะเกิดแรงระเบิดในเทล อาวีฟ ภาพชาวอิหร่านกำลังไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิต หรือภาพเรือรบสหรัฐฯ ถูกยิงถล่มด้วยขีปนาวุธและตอร์ปิโด โดยเนื้อหาเหล่านี้ถูกเปิดดูหลายล้านครั้งบนแพลตฟอร์มอย่าง X, TikTok และ Facebook รวมถึงยังถูกส่งต่ออีกเป็นจำนวนมากในแอปพลิเคชันส่งข้อความแบบส่วนตัวที่ได้รับความนิยมในแต่ละภูมิภาคทั่วโลก เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ระบุว่า ได้ตรวจสอบเนื้อหาที่ถูกสร้างด้วย AI อย่างการสังเกตสัญญาณที่สามารถตรวจสอบได้ด้วยตา ไม่ว่าจะเป็น ตัวอาคารที่ไม่มีอยู่จริง ตัวอักษรที่ผิดเพี้ยน รวมถึงพฤติกรรม หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่สมจริง ตลอดจนการตรวจสอบลายน้ำดิจิทัลที่ฝังอยู่ในไฟล์ นอกจากนี้ ก็ยังใช้เครื่องมือตรวจจับ AI หลากหลายประเภท และยังมีการเปรียบเทียบกับรายงานข่าวต่างๆ จากสำนักข่าวอื่นๆ ด้วย รองศาสตราจารย์ด้านการวิเคราะห์สื่อ มาร์ก โอเวน โจนส์ จากมหาวิทยาลัย นอร์ธ เวสเทิร์น ในกาตาร์ ระบุว่า คลื่นลูกใหม่ของเครื่องมือที่ชื่อว่า AI ซับซ้อนมากขึ้น ทำให้แทบทุกคนบนโลกใบนี้สามารถเนรมิตภาพจำลองของสงครามที่ดูสมจริงจนหลอกตาได้ โดยพวกเขาแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หรือถ้าเสียก็เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่แสนจะบิดเบือน แม้เนื้อหาในลักษณะนี้จะเคยพบเห็นและแพร่กระจายในสงครามอื่น เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ในกรณีของสงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้ซึ่งมีหลายแนวรบ หลายตัวแสดง ทำให้ปริมาณเนื้อหาปลอมเพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่าน โจนส์ ยั
อ่านต่อ >23

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเปิดทางให้ลูกค้าน้ำมันระยะยาวสามารถเลือกรับมอบน้ำมันดิบสำหรับเดือนเมษายนผ่านท่าเรือยานบู (Yanbu) บนทะเลแดง ท่ามกลางความกังวลว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจยืดเยื้อและกระทบต่อการส่งออกน้ำมันในภูมิภาครายงาน ระบุว่า บริษัทซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ได้แจ้งลูกค้าว่าผู้ซื้อที่เลือกรับน้ำมันผ่านท่าเรือยานบูจะได้รับน้ำมันเพียง บางส่วนของโควตาประจำเดือน เนื่องจากข้อจำกัดด้านกำลังขนส่งของท่อส่งน้ำมันที่เชื่อมจากฝั่งอ่าวเปอร์เซียไปยังทะเลแดง อีกทางเลือกหนึ่งคือรับน้ำมันผ่านท่าเรือในอ่าวเปอร์เซียตามปกติ แต่ก็มีความเสี่ยงว่าอาจ ไม่ได้รับน้ำมันเลย หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด ก่อนเกิดวิกฤตครั้งนี้ อารัมโกส่งออกน้ำมันราว 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยส่วนใหญ่ส่งออกจากท่าเรือ ราสทานูรา (Ras Tanura) และจูไอมาห์ (Juaymah) ในอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ซาอุดีอาระเบียมีท่อส่งน้ำมันขนาด 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่เชื่อมไปยังท่าเรือยานบูบนทะเลแดง แม้ว่าศักยภาพการส่งออกของท่าเรือยานบูอาจต่ำกว่ากำลังท่อส่งดังกล่าวทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสะท้อนความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาของสงครามในตะวันออกกลาง และช่วงเวลาที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้งหากความขัดแย้งยืดเยื้อ น้ำมันที่ส่งออกจากท่าเรือยานบูไปยังเอเชียมีแนวโน้มจะถูกขายแบบ ส่งมอบถึงปลายทาง (delivered basis) ซึ่งหมายความว่าอารัมโกจะเป็นผู้จัดการด้านการขนส่ง แทนรูปแบบปกติที่ลูกค้าต้องจัดการขนส่งเอง น้ำมันที่เสนอผ่านท่าเรือยานบูในครั้งนี้เป็นเพียงเกรด Arab Light เท่านั้น รายงานยังระบุว่า อารัมโกได้เพิ่มการส่งออกผ่านท่าเรือยานบูตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสงคราม ซึ่งขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 และยังได้เสนอขายน้ำมันผ่านตลาดสปอตจากท่าเรือดังกล่าวด้วย ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยขณะเดียวกันโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งในยุโรปรายงานว่าได้รับปริมาณน้ำมันจากสัญญาระยะยาวลดลง โดยโรงกลั่นรายใหญ่บางแห่งไม่ได้รับการจัดสรรน้ำมันสำหรับเดือนหน้าเลย ขณะที่บางรายได้รับต่ำกว่าปริมาณที่ร้องขอ
อ่านต่อ >57