
#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
เดินหน้าผลักดันแก้ปมสอบท้องถิ่น เตรียมนำกรอบบรรจุรอบ 4 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าผลักดันการแก้ไขปัญหาการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้เดินหน้าต่อ หลังจากกระทรวงมหาดไทยเร่งตรวจสอบและดำเนินการกับกรณีการทุจริตสอบแข่งขัน โดยเตรียมนำประเด็น กรอบเวลาการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง ในวันที่ 17 กันยายน 2569สำหรับกรอบการทำงานของนายวรศิษฎ์ ต้องการให้การแก้ปัญหาเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งการจัดการผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน และการดูแลผู้ที่สอบแข่งขันโดยสุจริต ซึ่งมีสิทธิตามกระบวนการ ไม่ให้ต้องเสียโอกาสจากปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ นายวรศิษฎ์ วางเป้าหมายว่า การเรียกบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 ต้องการให้สามารถเดินหน้าได้ภายในเดือนตุลาคม 2569 โดยการประชุม ก.กลาง วันที่ 17 กันยายน จะเป็นขั้นตอนสำคัญในการหารือกรอบเวลาและรายละเอียดการดำเนินการ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป 4 ประเด็นสำคัญเตรียมนำเข้าสู่การหารือกับ ก.กลาง ประเด็นสำคัญที่ นายวรศิษฎ์ เตรียมนำเข้าสู่การหารือกับ ก.กลาง ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่1. กรอบเวลาการเรียกบรรจุรอบที่ 4หารือแนวทางและกรอบเวลา เพื่อให้สามารถเดินหน้าการเรียกบรรจุตามเป้าหมายภายในเดือนตุลาคม 25692. การดูแลผู้บรรจุในรอบ 1–3 ที่ได้รับผลกระทบหารือแนวทางดำเนินการสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกส่วน3. การจัดการบัญชีและตำแหน่งบริหารจัดการบัญชีและตำแหน่งควบคู่กับการตรวจสอบผู้ที่มีปัญหา เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีสิทธิโดยสุจริต4. ความชัดเจนหลังการประชุมเมื่อ ก.กลาง พิจารณาแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำมติและแนวทางไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริตไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังนายวรศิษฎ์ ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาการสอบท้องถิ่นต้องไม่หยุดอยู่เพียงการดำเนินการกับกรณีทุจริต แต่ต้องเดินหน้าต่อให้ถึงขั้นตอนการบริหารบัญชี ตำแหน่ง และการเรียกบรรจุ เพื่อให้ระบบสามารถเดินหน้าต่อได้ และผู้ที่สอบแข่งขันโดยสุจริตไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังการประชุม ก.กลาง วันที่ 17 กันยายน จึงเป็นอีกขั้นสำคัญในการเดินหน้าปัญหาสอบท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายให้เกิดความชัดเจนในเรื่องการบรรจุรอบ 4 และผลักดันกระบวนการให้สามารถเ
อ่านต่อ >9

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย.69 ประทเศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเริ่มีผลกระทบในภาคเหนือและภาคอีสานก่อนในวันที่ 17 ก.ย.69 หลังจากนั้นภาคกลาง ตะวันออก และใต้จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป (18 ก.ย.69) ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคอีสานตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ตะวันออก และใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย.69 วันที่ 17 ก.ย.69จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก ได้แก่ภาคเหนือ: อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ภาคอีสาน: เลยภาคใต้: ระนอง พังงา จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกรทะบจากฝนตกหนัก ได้แก่ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชรภาคอีสาน: หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานีภาคกลาง: นครสวรรค์ สระบุรีภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราดภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูลวันที่ 18 ก.ย.69จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก ได้แก่ภาคใต้: ระนอง พังงา ภูเก็ต ชุมพร สุราษฎร์ธานี จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ได้แก่ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตากภาคอีสาน: เลย
อ่านต่อ >24

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
27 ก.ย. 69 เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงความชัดเจนในการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอทุเลาการบังคับตามประกาศกำหนดเงื่อนไขการลงทะเบียนเลือกตั้งกรณีสืบเนื่องจากมีผู้สมัครรับเลือกตั้งยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทะเบียนล่วงหน้าในการใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้ชี้แจงต่อศาล ถึงหลักการและเหตุผลของการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว ทั้งในด้านการบริหารจัดการเลือกตั้ง การควบคุมค่าใช้จ่าย และการอำนวยความสะดวกในการกำหนดสถานที่ลงคะแนน โดยศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การกำหนดให้ผู้ประกันตนต้องลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งกับมิได้มีลักษณะเป็นการสร้างเงื่อนไขหรือจำกัดสิทธิของผู้ประกันตนในการใช้สิทธิเลือกผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนแต่อย่างใด ถือได้ว่าได้จัดให้มีการเลือกตั้งโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน เป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิเลือกตั้งและเพื่อรองรับการดำเนินการจัดการเลือกตั้งในส่วนของขั้นตอนการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ชัดเจน ถูกต้อง มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดข้อโต้แย้งหรือข้อร้องเรียนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้ง การให้มีการลงทะเบียนตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้อย่างทั่วถึง โดยกำหนดให้สามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เมื่อประเด็นตามคำฟ้องสิ้นสุดลง ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดี ส่งผลให้การจัดการเลือกตั้งสามารถดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องมีการลงทะเบียน สำนักงานประกันสังคมยืนยันความพร้อมในการดำเนินการเลือกตั้ง ทั้งด้านระบบสารสนเทศ การจัดสถานที่และคูหาเลือกตั้ง การบริหารจัดการงบประมาณ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยมุ่งให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้างและผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้แทนของตนทำหน้าที่ในคณะกรรมการประกั
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รายงานของ Bain & Company, DBS Bank และ Vriens & Partners ระบุว่า เศรษฐกิจของ 6 ประเทศขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม มีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 4.8% ต่อปี ในช่วงปี 2569-2578 รายงานที่เผยแพร่ในวันนี้ (16 ก.ย.) ระบุว่า การเติบโตจะได้รับแรงหนุนจากการลงทุนจากต่างประเทศและการสะสมทุนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงการเพิ่มผลิตภาพจากการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ การบริโภคภายในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง และโครงสร้างประชากรที่เอื้อต่อการเติบโตในหลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตด้วยเช่นกันอย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน โดยความแข็งแกร่งเชิงสถาบัน ความมั่นคงทางพลังงาน และความพร้อมด้านเทคโนโลยี เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดขีดความสามารถของแต่ละประเทศในการรับมือกับความผันผวนและคว้าโอกาสใหม่ ๆรายงานคาดการณ์ว่า เวียดนามจะยังคงเป็นผู้นำการเติบโตในภูมิภาค ขณะที่ไทยมีแนวโน้มเติบโตตามหลังประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากกว่าในกรณีที่สถานการณ์เศรษฐกิจเลวร้ายลง ขณะที่มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม มีโอกาสขยายตัวได้มากขึ้นหากปัจจัยแวดล้อมเอื้ออำนวยสิงคโปร์ยังคงเป็นเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับความผันผวนได้ดีที่สุดในภูมิภาค โดยได้รับปัจจัยบวกจากสถานะการเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ตลาดการเงินที่มีสภาพคล่องสูง ฐานะการคลังที่แข็งแกร่ง และความน่าเชื่อถือในฐานะศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค นอกจากนี้ การที่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางด้านเงินทุนของภูมิภาค ยังเอื้อให้เกิดการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
อ่านต่อ >15

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
เดินหน้าผลักดันแก้ปมสอบท้องถิ่น เตรียมนำกรอบบรรจุรอบ 4 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าผลักดันการแก้ไขปัญหาการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้เดินหน้าต่อ หลังจากกระทรวงมหาดไทยเร่งตรวจสอบและดำเนินการกับกรณีการทุจริตสอบแข่งขัน โดยเตรียมนำประเด็น กรอบเวลาการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง ในวันที่ 17 กันยายน 2569สำหรับกรอบการทำงานของนายวรศิษฎ์ ต้องการให้การแก้ปัญหาเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งการจัดการผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน และการดูแลผู้ที่สอบแข่งขันโดยสุจริต ซึ่งมีสิทธิตามกระบวนการ ไม่ให้ต้องเสียโอกาสจากปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ นายวรศิษฎ์ วางเป้าหมายว่า การเรียกบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 ต้องการให้สามารถเดินหน้าได้ภายในเดือนตุลาคม 2569 โดยการประชุม ก.กลาง วันที่ 17 กันยายน จะเป็นขั้นตอนสำคัญในการหารือกรอบเวลาและรายละเอียดการดำเนินการ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป 4 ประเด็นสำคัญเตรียมนำเข้าสู่การหารือกับ ก.กลาง ประเด็นสำคัญที่ นายวรศิษฎ์ เตรียมนำเข้าสู่การหารือกับ ก.กลาง ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่1. กรอบเวลาการเรียกบรรจุรอบที่ 4หารือแนวทางและกรอบเวลา เพื่อให้สามารถเดินหน้าการเรียกบรรจุตามเป้าหมายภายในเดือนตุลาคม 25692. การดูแลผู้บรรจุในรอบ 1–3 ที่ได้รับผลกระทบหารือแนวทางดำเนินการสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกส่วน3. การจัดการบัญชีและตำแหน่งบริหารจัดการบัญชีและตำแหน่งควบคู่กับการตรวจสอบผู้ที่มีปัญหา เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีสิทธิโดยสุจริต4. ความชัดเจนหลังการประชุมเมื่อ ก.กลาง พิจารณาแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำมติและแนวทางไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริตไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังนายวรศิษฎ์ ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาการสอบท้องถิ่นต้องไม่หยุดอยู่เพียงการดำเนินการกับกรณีทุจริต แต่ต้องเดินหน้าต่อให้ถึงขั้นตอนการบริหารบัญชี ตำแหน่ง และการเรียกบรรจุ เพื่อให้ระบบสามารถเดินหน้าต่อได้ และผู้ที่สอบแข่งขันโดยสุจริตไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังการประชุม ก.กลาง วันที่ 17 กันยายน จึงเป็นอีกขั้นสำคัญในการเดินหน้าปัญหาสอบท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายให้เกิดความชัดเจนในเรื่องการบรรจุรอบ 4 และผลักดันกระบวนการให้สามารถเ
อ่านต่อ >9

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย.69 ประทเศไทยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเริ่มีผลกระทบในภาคเหนือและภาคอีสานก่อนในวันที่ 17 ก.ย.69 หลังจากนั้นภาคกลาง ตะวันออก และใต้จะได้รับผลกระทบในวันถัดไป (18 ก.ย.69) ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบนและภาคอีสานตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ตะวันออก และใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-20 ก.ย.69 วันที่ 17 ก.ย.69จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก ได้แก่ภาคเหนือ: อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ภาคอีสาน: เลยภาคใต้: ระนอง พังงา จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกรทะบจากฝนตกหนัก ได้แก่ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชรภาคอีสาน: หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานีภาคกลาง: นครสวรรค์ สระบุรีภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราดภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูลวันที่ 18 ก.ย.69จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก ได้แก่ภาคใต้: ระนอง พังงา ภูเก็ต ชุมพร สุราษฎร์ธานี จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ได้แก่ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตากภาคอีสาน: เลย
อ่านต่อ >24

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
27 ก.ย. 69 เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงความชัดเจนในการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอทุเลาการบังคับตามประกาศกำหนดเงื่อนไขการลงทะเบียนเลือกตั้งกรณีสืบเนื่องจากมีผู้สมัครรับเลือกตั้งยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทะเบียนล่วงหน้าในการใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้ชี้แจงต่อศาล ถึงหลักการและเหตุผลของการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว ทั้งในด้านการบริหารจัดการเลือกตั้ง การควบคุมค่าใช้จ่าย และการอำนวยความสะดวกในการกำหนดสถานที่ลงคะแนน โดยศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การกำหนดให้ผู้ประกันตนต้องลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งกับมิได้มีลักษณะเป็นการสร้างเงื่อนไขหรือจำกัดสิทธิของผู้ประกันตนในการใช้สิทธิเลือกผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนแต่อย่างใด ถือได้ว่าได้จัดให้มีการเลือกตั้งโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน เป็นการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้สิทธิเลือกตั้งและเพื่อรองรับการดำเนินการจัดการเลือกตั้งในส่วนของขั้นตอนการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ชัดเจน ถูกต้อง มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดข้อโต้แย้งหรือข้อร้องเรียนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้ง การให้มีการลงทะเบียนตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรก็ตาม สำนักงานประกันสังคมได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้อย่างทั่วถึง โดยกำหนดให้สามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เมื่อประเด็นตามคำฟ้องสิ้นสุดลง ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดี ส่งผลให้การจัดการเลือกตั้งสามารถดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องมีการลงทะเบียน สำนักงานประกันสังคมยืนยันความพร้อมในการดำเนินการเลือกตั้ง ทั้งด้านระบบสารสนเทศ การจัดสถานที่และคูหาเลือกตั้ง การบริหารจัดการงบประมาณ และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยมุ่งให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้างและผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้แทนของตนทำหน้าที่ในคณะกรรมการประกั
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รายงานของ Bain & Company, DBS Bank และ Vriens & Partners ระบุว่า เศรษฐกิจของ 6 ประเทศขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม มีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 4.8% ต่อปี ในช่วงปี 2569-2578 รายงานที่เผยแพร่ในวันนี้ (16 ก.ย.) ระบุว่า การเติบโตจะได้รับแรงหนุนจากการลงทุนจากต่างประเทศและการสะสมทุนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงการเพิ่มผลิตภาพจากการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ การบริโภคภายในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง และโครงสร้างประชากรที่เอื้อต่อการเติบโตในหลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตด้วยเช่นกันอย่างไรก็ตาม แนวโน้มการเติบโตของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน โดยความแข็งแกร่งเชิงสถาบัน ความมั่นคงทางพลังงาน และความพร้อมด้านเทคโนโลยี เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดขีดความสามารถของแต่ละประเทศในการรับมือกับความผันผวนและคว้าโอกาสใหม่ ๆรายงานคาดการณ์ว่า เวียดนามจะยังคงเป็นผู้นำการเติบโตในภูมิภาค ขณะที่ไทยมีแนวโน้มเติบโตตามหลังประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบมากกว่าในกรณีที่สถานการณ์เศรษฐกิจเลวร้ายลง ขณะที่มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม มีโอกาสขยายตัวได้มากขึ้นหากปัจจัยแวดล้อมเอื้ออำนวยสิงคโปร์ยังคงเป็นเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับความผันผวนได้ดีที่สุดในภูมิภาค โดยได้รับปัจจัยบวกจากสถานะการเป็นแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย ตลาดการเงินที่มีสภาพคล่องสูง ฐานะการคลังที่แข็งแกร่ง และความน่าเชื่อถือในฐานะศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค นอกจากนี้ การที่สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางด้านเงินทุนของภูมิภาค ยังเอื้อให้เกิดการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
อ่านต่อ >15

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
เดินหน้าผลักดันแก้ปมสอบท้องถิ่น เตรียมนำกรอบบรรจุรอบ 4 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าผลักดันการแก้ไขปัญหาการสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้เดินหน้าต่อ หลังจากกระทรวงมหาดไทยเร่งตรวจสอบและดำเนินการกับกรณีการทุจริตสอบแข่งขัน โดยเตรียมนำประเด็น กรอบเวลาการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก.กลาง ในวันที่ 17 กันยายน 2569สำหรับกรอบการทำงานของนายวรศิษฎ์ ต้องการให้การแก้ปัญหาเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งการจัดการผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตตามข้อเท็จจริงและหลักฐาน และการดูแลผู้ที่สอบแข่งขันโดยสุจริต ซึ่งมีสิทธิตามกระบวนการ ไม่ให้ต้องเสียโอกาสจากปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ นายวรศิษฎ์ วางเป้าหมายว่า การเรียกบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 ต้องการให้สามารถเดินหน้าได้ภายในเดือนตุลาคม 2569 โดยการประชุม ก.กลาง วันที่ 17 กันยายน จะเป็นขั้นตอนสำคัญในการหารือกรอบเวลาและรายละเอียดการดำเนินการ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป 4 ประเด็นสำคัญเตรียมนำเข้าสู่การหารือกับ ก.กลาง ประเด็นสำคัญที่ นายวรศิษฎ์ เตรียมนำเข้าสู่การหารือกับ ก.กลาง ประกอบด้วย 4 เรื่อง ได้แก่1. กรอบเวลาการเรียกบรรจุรอบที่ 4หารือแนวทางและกรอบเวลา เพื่อให้สามารถเดินหน้าการเรียกบรรจุตามเป้าหมายภายในเดือนตุลาคม 25692. การดูแลผู้บรรจุในรอบ 1–3 ที่ได้รับผลกระทบหารือแนวทางดำเนินการสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมทุกส่วน3. การจัดการบัญชีและตำแหน่งบริหารจัดการบัญชีและตำแหน่งควบคู่กับการตรวจสอบผู้ที่มีปัญหา เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มีสิทธิโดยสุจริต4. ความชัดเจนหลังการประชุมเมื่อ ก.กลาง พิจารณาแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำมติและแนวทางไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริตไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังนายวรศิษฎ์ ย้ำว่า การแก้ไขปัญหาการสอบท้องถิ่นต้องไม่หยุดอยู่เพียงการดำเนินการกับกรณีทุจริต แต่ต้องเดินหน้าต่อให้ถึงขั้นตอนการบริหารบัญชี ตำแหน่ง และการเรียกบรรจุ เพื่อให้ระบบสามารถเดินหน้าต่อได้ และผู้ที่สอบแข่งขันโดยสุจริตไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังการประชุม ก.กลาง วันที่ 17 กันยายน จึงเป็นอีกขั้นสำคัญในการเดินหน้าปัญหาสอบท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายให้เกิดความชัดเจนในเรื่องการบรรจุรอบ 4 และผลักดันกระบวนการให้สามารถเ
อ่านต่อ >9