
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 14 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 192 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 202 คน และผู้เสียชีวิต 30 ราย โดยสาเหตุหลักยังคงมาจากพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะการใช้ความเร็วเกินกำหนดและการดื่มแล้วขับ สาเหตุหลัก “ขับรถเร็ว-ดื่มแล้วขับ” ยังครองสถิติสูงสุดข้อมูลจาก ศปถ. ระบุว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ การขับรถเร็ว คิดเป็นร้อยละ 38.54 รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.13 และ ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 11.46 ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็น รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 72.88 รองลงมาคือ รถกระบะ ร้อยละ 10.17 และ รถยนต์ส่วนบุคคล ร้อยละ 8.47ลักษณะถนนที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบน ถนนทางตรง คิดเป็นร้อยละ 77.08 และเกิดบนถนนในพื้นที่ อบต.และหมู่บ้าน ร้อยละ 30.73 ส่วนช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดอยู่ในช่วงเวลา 15.01 – 18.00 น. คิดเป็นร้อยละ 23.96 รองลงมาคือช่วงเวลา 18.01 – 21.00 น. ร้อยละ 19.79 และช่วงเวลา 00.01 – 03.00 น. ร้อยละ 17.19กลุ่มอายุที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วง 20 – 29 ปี คิดเป็นร้อยละ 23.71แพร่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ปทุมธานีเสียชีวิตมากที่สุดสำหรับพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดของวันที่ 14 เมษายน ได้แก่ จังหวัดแพร่ จำนวน 16 ครั้ง และยังเป็นจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด 18 คน ขณะที่จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ จังหวัดปทุมธานี จำนวน 3 ราย ยอดสะสม 5 วัน สงกรานต์ 2569 เสียชีวิตรวม 191 รายสถิติสะสม 5 วันของช่วงควบคุมเข้มข้นเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 14 เมษายน พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 911 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 191 รายจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดยังคงเป็น จังหวัดแพร่ 45 ครั้ง และมีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด 47 คน ขณะที่จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ กรุงเทพมหานคร 16 รายศปถ.เตือนประชาชนทยอยเดินทางกลับ เสี่ยงรถหนาแน่นหลายเส้นทางด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า วันที่ 14 เมษายนถือเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าสู่ กรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ในภูมิภาค
อ่านต่อ >39

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รัฐบาล เผย "สงกรานต์ไทย" ทรงพลัง ติดกระแสโลก ต่างชาติตีข่าวยกย่องวัฒนธรรม ดันท่องเที่ยวไทยคึกคัก นายกฯปลื้ม ทุกภาคส่วนร่วมใจนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่มาก สะท้อนพลังของ “สงกรานต์ไทย” ในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ที่ทุกชาติตระหนักรู้ สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ประเพณี และความสนุกสนานโดยปีนี้ มีสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 42 แห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ร่วมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์และร่วมสมัย รวมทั้ง สื่อมวลชนชั้นนำ เช่น สำนักข่าว AP Reuters Euronews และ Xinhua รายงานภาพบรรยากาศความหนาแน่นของผู้คนที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำจุดต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร ได้รายงานเทศกาลสงกรานต์อย่างกว้างขวาง ยกให้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สะท้อนทั้งภาพความสนุกสนาน การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัย ขณะที่สี่อ Newswire ในอเมริกาเหนือ กล่าวยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทย สู่การเป็น “World Water Festival” ในระดับสากล จนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยนอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอมาตรการดูแลความปลอดภัยของประเทศไทย ทั้งด้านการกำกับดูแลพฤติกรรมที่เหมาะสม การป้องกันอุบัติเหตุ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดย The Straits Times ได้หยิบยกกฎระเบียบของสังคม “10 กฎ” สำหรับการเล่นน้ำอย่างปลอดภัยในไทย เช่น การห้ามคุกคามทางเพศ ห้ามป้ายแป้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ห้ามใช้อาวุธปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นต้น สะท้อนถึงมาตรฐานการจัดงานในระดับสากล ขณะเดียวกันในแง่ของเศรษฐกิจ ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้คาดการณ์ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาโฆษกรัฐบาลกล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่ง
อ่านต่อ >30

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) รายงานภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10–14 เมษายน รวม 5 วัน พบว่าประชาชนใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะรวมทั้งสิ้น 12,640,505 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวข้อมูลระบุว่า ระบบรางยังคงเป็นรูปแบบการเดินทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 46% ของผู้โดยสารทั้งหมด ขณะที่การเดินทางในแต่ละภูมิภาคมีรูปแบบแตกต่างกัน โดยภาคกลางมีผู้ใช้บริการทางอากาศขาออกมากที่สุด 248,159 คน ส่วนภาคใต้มีการเดินทางด้วยระบบราง 124,769 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือยังพึ่งพาการเดินทางทางถนนเป็นหลัก เช่นเดียวกับภาคตะวันออก ในส่วนของการเดินทางระหว่างประเทศ พบว่ามีผู้โดยสารรวม 1,177,027 คน ขณะที่การจราจรบนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ มีปริมาณ 4,751,489 คัน ลดลง 3.23% และการจราจรบนทางพิเศษในเขตกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 6,240,564 คัน ลดลง 4.66%ด้านความปลอดภัย ศปภ.คค. รายงานว่า อุบัติเหตุบนโครงข่ายทางบกเกิดขึ้น 879 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 890 คน และเสียชีวิต 128 คน โดยสาเหตุหลักยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกำหนดถึง 64% ของเหตุทั้งหมด ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือรถปิกอัพ และพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่าแนวโน้มดีขึ้น โดยจำนวนอุบัติเหตุลดลง 29% ผู้บาดเจ็บลดลง 23% และผู้เสียชีวิตลดลง 4% ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะมีอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย และไม่มีผู้เสียชีวิตในระบบราง ทางน้ำ และทางอากาศกระทรวงคมนาคมย้ำว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานให้บริหารจัดการการเดินทางขากลับเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ในการปรับแผนบริการ พร้อมตรวจสอบความพร้อมของพาหนะและบุคลากร เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนให้เป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัยสูงสุด
อ่านต่อ >17

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาพลังงานและการนำเข้าน้ำมันดิบ แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก พร้อมขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือประหยัดพลังงานจนส่งผลให้ปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น เร่งมาตรการช่วยค่าครองชีพ-ตรึงราคาค่าไฟสำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงนโยบายลดภาระค่าครองชีพเป็นสำคัญ โดยรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการผลักดันโครงการช่วยเหลือใหม่ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้- รัฐบาลศึกษาเตรียมกำหนดนโยบายจัดทำอัตราค่าไฟฟ้าพิเศษสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรก ในราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือน- ผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย เตรียมกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดีในราคาถูกสู่ทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายวันให้แก่ประชาชน เดินหน้าภารกิจต่างประเทศและรักษาความมั่นคงด้านภารกิจต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำคณะลงพื้นที่หารือความร่วมมือกับประเทศในตะวันออกกลาง อาทิ โอมานและอิหร่าน ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การค้า และการดูแลความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งได้รับรายงานว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดีและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในส่วนของความมั่นคงภายในประเทศ นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งติดตามผู้กระทำผิดในเหตุความไม่สงบมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน พร้อมยืนยันนโยบายเด็ดขาดว่าห้ามนำอาวุธมาใช้ทำร้ายกันเองในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนว่า เป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อนำข้อมูลจริงไปกำหนดนโยบายให้เกิดผลรูปธรรม โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพและจะเร่งแสดงผลงานอย่างเต็มที่ หากพบหน่วยงานใด
อ่านต่อ >16

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 14 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 192 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 202 คน และผู้เสียชีวิต 30 ราย โดยสาเหตุหลักยังคงมาจากพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะการใช้ความเร็วเกินกำหนดและการดื่มแล้วขับ สาเหตุหลัก “ขับรถเร็ว-ดื่มแล้วขับ” ยังครองสถิติสูงสุดข้อมูลจาก ศปถ. ระบุว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ การขับรถเร็ว คิดเป็นร้อยละ 38.54 รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.13 และ ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 11.46 ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็น รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 72.88 รองลงมาคือ รถกระบะ ร้อยละ 10.17 และ รถยนต์ส่วนบุคคล ร้อยละ 8.47ลักษณะถนนที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบน ถนนทางตรง คิดเป็นร้อยละ 77.08 และเกิดบนถนนในพื้นที่ อบต.และหมู่บ้าน ร้อยละ 30.73 ส่วนช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดอยู่ในช่วงเวลา 15.01 – 18.00 น. คิดเป็นร้อยละ 23.96 รองลงมาคือช่วงเวลา 18.01 – 21.00 น. ร้อยละ 19.79 และช่วงเวลา 00.01 – 03.00 น. ร้อยละ 17.19กลุ่มอายุที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วง 20 – 29 ปี คิดเป็นร้อยละ 23.71แพร่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ปทุมธานีเสียชีวิตมากที่สุดสำหรับพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดของวันที่ 14 เมษายน ได้แก่ จังหวัดแพร่ จำนวน 16 ครั้ง และยังเป็นจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด 18 คน ขณะที่จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ จังหวัดปทุมธานี จำนวน 3 ราย ยอดสะสม 5 วัน สงกรานต์ 2569 เสียชีวิตรวม 191 รายสถิติสะสม 5 วันของช่วงควบคุมเข้มข้นเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 14 เมษายน พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 911 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 191 รายจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดยังคงเป็น จังหวัดแพร่ 45 ครั้ง และมีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด 47 คน ขณะที่จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ กรุงเทพมหานคร 16 รายศปถ.เตือนประชาชนทยอยเดินทางกลับ เสี่ยงรถหนาแน่นหลายเส้นทางด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า วันที่ 14 เมษายนถือเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าสู่ กรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ในภูมิภาค
อ่านต่อ >39

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รัฐบาล เผย "สงกรานต์ไทย" ทรงพลัง ติดกระแสโลก ต่างชาติตีข่าวยกย่องวัฒนธรรม ดันท่องเที่ยวไทยคึกคัก นายกฯปลื้ม ทุกภาคส่วนร่วมใจนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่มาก สะท้อนพลังของ “สงกรานต์ไทย” ในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ที่ทุกชาติตระหนักรู้ สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ประเพณี และความสนุกสนานโดยปีนี้ มีสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 42 แห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ร่วมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์และร่วมสมัย รวมทั้ง สื่อมวลชนชั้นนำ เช่น สำนักข่าว AP Reuters Euronews และ Xinhua รายงานภาพบรรยากาศความหนาแน่นของผู้คนที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำจุดต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร ได้รายงานเทศกาลสงกรานต์อย่างกว้างขวาง ยกให้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สะท้อนทั้งภาพความสนุกสนาน การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัย ขณะที่สี่อ Newswire ในอเมริกาเหนือ กล่าวยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทย สู่การเป็น “World Water Festival” ในระดับสากล จนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยนอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอมาตรการดูแลความปลอดภัยของประเทศไทย ทั้งด้านการกำกับดูแลพฤติกรรมที่เหมาะสม การป้องกันอุบัติเหตุ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดย The Straits Times ได้หยิบยกกฎระเบียบของสังคม “10 กฎ” สำหรับการเล่นน้ำอย่างปลอดภัยในไทย เช่น การห้ามคุกคามทางเพศ ห้ามป้ายแป้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ห้ามใช้อาวุธปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นต้น สะท้อนถึงมาตรฐานการจัดงานในระดับสากล ขณะเดียวกันในแง่ของเศรษฐกิจ ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้คาดการณ์ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาโฆษกรัฐบาลกล่าวด้วยว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่ง
อ่านต่อ >30

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กระทรวงคมนาคม โดยศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) รายงานภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10–14 เมษายน รวม 5 วัน พบว่าประชาชนใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะรวมทั้งสิ้น 12,640,505 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.37 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของการเดินทางในช่วงวันหยุดยาวข้อมูลระบุว่า ระบบรางยังคงเป็นรูปแบบการเดินทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 46% ของผู้โดยสารทั้งหมด ขณะที่การเดินทางในแต่ละภูมิภาคมีรูปแบบแตกต่างกัน โดยภาคกลางมีผู้ใช้บริการทางอากาศขาออกมากที่สุด 248,159 คน ส่วนภาคใต้มีการเดินทางด้วยระบบราง 124,769 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือยังพึ่งพาการเดินทางทางถนนเป็นหลัก เช่นเดียวกับภาคตะวันออก ในส่วนของการเดินทางระหว่างประเทศ พบว่ามีผู้โดยสารรวม 1,177,027 คน ขณะที่การจราจรบนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ มีปริมาณ 4,751,489 คัน ลดลง 3.23% และการจราจรบนทางพิเศษในเขตกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 6,240,564 คัน ลดลง 4.66%ด้านความปลอดภัย ศปภ.คค. รายงานว่า อุบัติเหตุบนโครงข่ายทางบกเกิดขึ้น 879 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 890 คน และเสียชีวิต 128 คน โดยสาเหตุหลักยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกำหนดถึง 64% ของเหตุทั้งหมด ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือรถปิกอัพ และพื้นที่เกิดเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่าแนวโน้มดีขึ้น โดยจำนวนอุบัติเหตุลดลง 29% ผู้บาดเจ็บลดลง 23% และผู้เสียชีวิตลดลง 4% ขณะที่ระบบขนส่งสาธารณะมีอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย และไม่มีผู้เสียชีวิตในระบบราง ทางน้ำ และทางอากาศกระทรวงคมนาคมย้ำว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานให้บริหารจัดการการเดินทางขากลับเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ในการปรับแผนบริการ พร้อมตรวจสอบความพร้อมของพาหนะและบุคลากร เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนให้เป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัยสูงสุด
อ่านต่อ >17

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือ Asia Zero Emission Community (AZEC) Plus Online Summit ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อราคาพลังงานและการนำเข้าน้ำมันดิบ แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานบริหารจัดการและเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก พร้อมขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือประหยัดพลังงานจนส่งผลให้ปริมาณสำรองน้ำมันของประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น เร่งมาตรการช่วยค่าครองชีพ-ตรึงราคาค่าไฟสำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงนโยบายลดภาระค่าครองชีพเป็นสำคัญ โดยรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการผลักดันโครงการช่วยเหลือใหม่ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้- รัฐบาลศึกษาเตรียมกำหนดนโยบายจัดทำอัตราค่าไฟฟ้าพิเศษสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยแรก ในราคาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกครัวเรือน- ผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย เตรียมกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดีในราคาถูกสู่ทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการซื้อสินค้าและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายรายวันให้แก่ประชาชน เดินหน้าภารกิจต่างประเทศและรักษาความมั่นคงด้านภารกิจต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำคณะลงพื้นที่หารือความร่วมมือกับประเทศในตะวันออกกลาง อาทิ โอมานและอิหร่าน ทั้งในด้านโลจิสติกส์ การค้า และการดูแลความปลอดภัยของคนไทยในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งได้รับรายงานว่าการเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดีและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในส่วนของความมั่นคงภายในประเทศ นายกรัฐมนตรีได้กำชับหน่วยงานความมั่นคงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งติดตามผู้กระทำผิดในเหตุความไม่สงบมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน พร้อมยืนยันนโยบายเด็ดขาดว่าห้ามนำอาวุธมาใช้ทำร้ายกันเองในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชนว่า เป็นการทำงานเชิงรุกเพื่อนำข้อมูลจริงไปกำหนดนโยบายให้เกิดผลรูปธรรม โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพและจะเร่งแสดงผลงานอย่างเต็มที่ หากพบหน่วยงานใด
อ่านต่อ >16

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เปิดเผยสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 14 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 5 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 192 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 202 คน และผู้เสียชีวิต 30 ราย โดยสาเหตุหลักยังคงมาจากพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะการใช้ความเร็วเกินกำหนดและการดื่มแล้วขับ สาเหตุหลัก “ขับรถเร็ว-ดื่มแล้วขับ” ยังครองสถิติสูงสุดข้อมูลจาก ศปถ. ระบุว่า สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ การขับรถเร็ว คิดเป็นร้อยละ 38.54 รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.13 และ ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 11.46 ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็น รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 72.88 รองลงมาคือ รถกระบะ ร้อยละ 10.17 และ รถยนต์ส่วนบุคคล ร้อยละ 8.47ลักษณะถนนที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบน ถนนทางตรง คิดเป็นร้อยละ 77.08 และเกิดบนถนนในพื้นที่ อบต.และหมู่บ้าน ร้อยละ 30.73 ส่วนช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดอยู่ในช่วงเวลา 15.01 – 18.00 น. คิดเป็นร้อยละ 23.96 รองลงมาคือช่วงเวลา 18.01 – 21.00 น. ร้อยละ 19.79 และช่วงเวลา 00.01 – 03.00 น. ร้อยละ 17.19กลุ่มอายุที่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วง 20 – 29 ปี คิดเป็นร้อยละ 23.71แพร่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ปทุมธานีเสียชีวิตมากที่สุดสำหรับพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดของวันที่ 14 เมษายน ได้แก่ จังหวัดแพร่ จำนวน 16 ครั้ง และยังเป็นจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด 18 คน ขณะที่จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ จังหวัดปทุมธานี จำนวน 3 ราย ยอดสะสม 5 วัน สงกรานต์ 2569 เสียชีวิตรวม 191 รายสถิติสะสม 5 วันของช่วงควบคุมเข้มข้นเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 – 14 เมษายน พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 911 คน และมีผู้เสียชีวิตรวม 191 รายจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดยังคงเป็น จังหวัดแพร่ 45 ครั้ง และมีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด 47 คน ขณะที่จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ กรุงเทพมหานคร 16 รายศปถ.เตือนประชาชนทยอยเดินทางกลับ เสี่ยงรถหนาแน่นหลายเส้นทางด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า วันที่ 14 เมษายนถือเป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าสู่ กรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ในภูมิภาค
อ่านต่อ >39