
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เตือน 48 จังหวัด เหนือ อีสาน กลาง และ กทม. เตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11 -13 มีนาคม 2569) ฉบับที่ 1 (15/2569) แจ้งว่า คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากสาธารณรัฐแห่งสพหภาพเมียนมาจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ อีกทั้งบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ระหว่างวันที่ 11 - 13 มีนาคม 2569 แยกเป็นภาคเหนือ ทุกจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และจังหวัดบุรีรัมย์ภาคกลาง ทุกจังหวัดกรุงเทพมหานคร กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 48 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยกำชับให้ติดตามสถานการณ์ สภาพอากาศ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที พื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โ
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
คืบหน้าไฟป่าลำปางภาพมุมสูงจากโดรนของเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าลำปาง กรมป่าไม้ ในพื้นที่ จ.ลำปาง ที่บินขึ้นไปตรวจสอบสภาพพื้นที่ และการเกิดไฟไหม้ป่าบนเขาสูงในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่จางฝั่งซ้าย เขตบ้านนาบง ต.วังเงิน อ. แม่ทะ จ. ลำปาง ซึ่งพบว่าไฟได้ไหม้ผืนป่าอย่างหนัก และลุกลามขยายวงกว้าง ส่งผลทำให้ควันไฟสีขาว ลอยโพยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้ชุดเหยี่ยวไฟลำปาง หลายหน่วยปฎิบัติการ ทั้งของลำปาง และในพื้นที่ อ.แม่ทะ ประกอบด้วย หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ลป.14 (แม่ทะ) , ชุดป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยตำบลวังเงิน และอาสาดับไฟป่าในพื้นที่ ได้ระดมกำลังเดินเท้าเข้าไป เพื่อหวังจะเร่งควบคุมสถานการณ์ด้วยการดับไฟให้ได้ เบื้องต้นพื้นที่ป่าเสียหายไปแล้วกว่า 58 ไร่ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเร่งดับ ในจุดที่เดินเข้าถึงได้ บางจุดที่เป็นเชิงเขาสูง ไม่สามารถขึ้นได้ แต่ก็ได้ทำแนวกันไฟไว้เพื่อกันไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างในแนวป่าพื้นราบด้านผืนป่าดอยม่วงคำ ใกล้กับวัดพระธาตุดอยม่วงคำ ซึ่งเป็นผืนป่าใหญ่ และเขาสูง ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองลำปาง อยู่ในเขตรอยต่อ ต.กล้วยแพะ อ.เมือง และ ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ขณะนี้ก็น่าเป็นห่วง เนื่องจากพบไฟไหม้ป่าขึ้นเมื่อกลางดึก ที่ผ่านมา ชุดเหยี่ยวไฟ ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า สนธิกำลังกับชุดเหยี่ยวไฟกำแพงเพชร ที่เข้ามาสนับสนุนในพื้นที่ จ.ลำปาง , ชุดเหยี่ยวไฟลำปาง และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต ระดมกำลังนับ 100 นาย กระจายกำลังเข้าดับไฟ ไฟบางจุดโหมไหม้ เข้าพื้นที่ลำบากแต่เนื่องจากในพื้นที่เกิดลมแรง และเปลี่ยนทิศตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความยากลำบาก เพลิงลุกไหม้ลามอย่างรวดเร็ว บางจุดโหมไหม้หนัก ยากแก่การที่เจ้าหน้าที่จะเข้าถึง ทำให้ไฟ ลามไหม้เป็นวงกว้าง ประกอบกับเชื้อเพลิงเป็นหญ้าแห้งสูง ไฟลุกลามง่าย และอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ จึงต้องเร่งช่วยกันตัดแนว ไม่ให้ลุกลามข้ามไปอีกสันเขา นับเป็นสถานการณ์การทำงานที่ยากอย่างมากสำหรับสถานการณ์ไฟป่าเมื่อวานนี้ (9 มี.ค.69) พื้นที่ จ.ลำปาง พบจุดความร้อน หรือจุดฮอตสปอต มากถึง 87 จุด กระจายใน 8 อำเภอ ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าเร่งควบคุมทั้งกลางวัน และกลางคืน บางจุดก็ดับได้ บางจุด ก็ยังมีสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยวันนี้ ตามรายงานของศูนย์ป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมวกควันของ จังหวัดลำปาง ยังพบจุดความร้อนไฟไหม้ป่า 31 จุด กระจ
อ่านต่อ >20

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 07:00 น.ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 35.1 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม.)ฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวม : คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 12 อันดับ ของค่าฝุ่นPM2.5 พื้นที่สูงสุดในกรุงเทพมหานคร1 เขตหลักสี่ 44.7 มคก./ลบ.ม.2 เขตบางรัก 43.3 มคก./ลบ.ม.3 เขตประเวศ 41.5 มคก./ลบ.ม.4 เขตราชเทวี 41.5 มคก./ลบ.ม.5 เขตลาดกระบัง 41.3 มคก./ลบ.ม.6 เขตหนองจอก 40.5 มคก./ลบ.ม.7 เขตบางขุนเทียน 40.5 มคก./ลบ.ม.8 เขตบางพลัด 40.3 มคก./ลบ.ม.9 เขตจตุจักร 39.5 มคก./ลบ.ม.10 เขตทวีวัฒนา 39.1 มคก./ลบ.ม.11 เขตปทุมวัน 38.7 มคก./ลบ.ม.12 เขตมีนบุรี 38.6 มคก./ลบ.ม. ข้อแนะนำสุขภาพ: คุณภาพอากาศระดับสีส้ม: เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ- ประชาชนทั่วไป : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคารจำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา - ประชาชนกลุ่มเสี่ยง : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคารเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ครม.สั่งราชการ WFH เต็มรูปแบบ ตั้งแอร์ 26 องศา งดดูงานต่างประเทศที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการประหยัดพลังงานของภาครัฐ โดยให้หน่วยงานราชการทั่วประเทศ ดำเนินการทำงานแบบ Work From Home เต็มรูปแบบ ยกเว้นหน่วยงานที่จำเป็นต้องให้บริการประชาชนหรือมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติงานหน้างานนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการลดการใช้พลังงานของภาครัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อตลาดพลังงานนอกจากการปรับรูปแบบการทำงานของภาครัฐแล้ว ที่ประชุม ครม. ยังมีมติ ให้ข้าราชการงดการเดินทางไปราชการต่างประเทศในช่วงเวลานี้ เว้นแต่กรณีที่มีการประชุมหรือภารกิจสำคัญที่จำเป็นต่อผลประโยชน์ของประเทศ สั่งหน่วยงานรัฐตั้งแอร์ 26-27 องศาขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานได้ประกาศมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานราชการ โดยขอความร่วมมือให้ ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมส่งเสริมการทำงานที่บ้านตามความเหมาะสมมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการพลังงานของภาครัฐ เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านพลังงานในช่วงนี้ เตรียมขยายมาตรการสู่ภาคเอกชนกระทรวงพลังงานยังเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา ขยายมาตรการประหยัดพลังงานไปยังภาคเอกชน โดยมีแนวทางหลายด้าน เช่นกำหนดเวลาเปิดและปิดห้างสรรพสินค้ากำหนดเวลาเปิดให้บริการสถานีบริการน้ำมันจำกัดช่วงเวลาเปิดไฟป้ายโฆษณาส่งเสริมมาตรการ Work From Home ในองค์กรเอกชนมาตรการทั้งหมดจะถูกจัดเป็น 3 ระดับความเข้มงวด เพื่อให้สามารถปรับใช้ตามสถานการณ์พลังงานและความผันผวนของตลาดโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในระยะสั้นและระยะกลาง
อ่านต่อ >98

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เตือน 48 จังหวัด เหนือ อีสาน กลาง และ กทม. เตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11 -13 มีนาคม 2569) ฉบับที่ 1 (15/2569) แจ้งว่า คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากสาธารณรัฐแห่งสพหภาพเมียนมาจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ อีกทั้งบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ระหว่างวันที่ 11 - 13 มีนาคม 2569 แยกเป็นภาคเหนือ ทุกจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และจังหวัดบุรีรัมย์ภาคกลาง ทุกจังหวัดกรุงเทพมหานคร กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 48 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยกำชับให้ติดตามสถานการณ์ สภาพอากาศ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที พื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โ
อ่านต่อ >12

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
คืบหน้าไฟป่าลำปางภาพมุมสูงจากโดรนของเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าลำปาง กรมป่าไม้ ในพื้นที่ จ.ลำปาง ที่บินขึ้นไปตรวจสอบสภาพพื้นที่ และการเกิดไฟไหม้ป่าบนเขาสูงในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่จางฝั่งซ้าย เขตบ้านนาบง ต.วังเงิน อ. แม่ทะ จ. ลำปาง ซึ่งพบว่าไฟได้ไหม้ผืนป่าอย่างหนัก และลุกลามขยายวงกว้าง ส่งผลทำให้ควันไฟสีขาว ลอยโพยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทำให้ชุดเหยี่ยวไฟลำปาง หลายหน่วยปฎิบัติการ ทั้งของลำปาง และในพื้นที่ อ.แม่ทะ ประกอบด้วย หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ลป.14 (แม่ทะ) , ชุดป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยตำบลวังเงิน และอาสาดับไฟป่าในพื้นที่ ได้ระดมกำลังเดินเท้าเข้าไป เพื่อหวังจะเร่งควบคุมสถานการณ์ด้วยการดับไฟให้ได้ เบื้องต้นพื้นที่ป่าเสียหายไปแล้วกว่า 58 ไร่ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเร่งดับ ในจุดที่เดินเข้าถึงได้ บางจุดที่เป็นเชิงเขาสูง ไม่สามารถขึ้นได้ แต่ก็ได้ทำแนวกันไฟไว้เพื่อกันไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างในแนวป่าพื้นราบด้านผืนป่าดอยม่วงคำ ใกล้กับวัดพระธาตุดอยม่วงคำ ซึ่งเป็นผืนป่าใหญ่ และเขาสูง ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองลำปาง อยู่ในเขตรอยต่อ ต.กล้วยแพะ อ.เมือง และ ต.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ขณะนี้ก็น่าเป็นห่วง เนื่องจากพบไฟไหม้ป่าขึ้นเมื่อกลางดึก ที่ผ่านมา ชุดเหยี่ยวไฟ ศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้า สนธิกำลังกับชุดเหยี่ยวไฟกำแพงเพชร ที่เข้ามาสนับสนุนในพื้นที่ จ.ลำปาง , ชุดเหยี่ยวไฟลำปาง และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต ระดมกำลังนับ 100 นาย กระจายกำลังเข้าดับไฟ ไฟบางจุดโหมไหม้ เข้าพื้นที่ลำบากแต่เนื่องจากในพื้นที่เกิดลมแรง และเปลี่ยนทิศตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความยากลำบาก เพลิงลุกไหม้ลามอย่างรวดเร็ว บางจุดโหมไหม้หนัก ยากแก่การที่เจ้าหน้าที่จะเข้าถึง ทำให้ไฟ ลามไหม้เป็นวงกว้าง ประกอบกับเชื้อเพลิงเป็นหญ้าแห้งสูง ไฟลุกลามง่าย และอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ จึงต้องเร่งช่วยกันตัดแนว ไม่ให้ลุกลามข้ามไปอีกสันเขา นับเป็นสถานการณ์การทำงานที่ยากอย่างมากสำหรับสถานการณ์ไฟป่าเมื่อวานนี้ (9 มี.ค.69) พื้นที่ จ.ลำปาง พบจุดความร้อน หรือจุดฮอตสปอต มากถึง 87 จุด กระจายใน 8 อำเภอ ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าเร่งควบคุมทั้งกลางวัน และกลางคืน บางจุดก็ดับได้ บางจุด ก็ยังมีสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยวันนี้ ตามรายงานของศูนย์ป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมวกควันของ จังหวัดลำปาง ยังพบจุดความร้อนไฟไหม้ป่า 31 จุด กระจ
อ่านต่อ >20

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 07:00 น.ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 35.1 มคก./ลบ.ม. (ค่ามาตรฐาน 37.5 มคก./ลบ.ม.)ฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ภาพรวม : คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 12 อันดับ ของค่าฝุ่นPM2.5 พื้นที่สูงสุดในกรุงเทพมหานคร1 เขตหลักสี่ 44.7 มคก./ลบ.ม.2 เขตบางรัก 43.3 มคก./ลบ.ม.3 เขตประเวศ 41.5 มคก./ลบ.ม.4 เขตราชเทวี 41.5 มคก./ลบ.ม.5 เขตลาดกระบัง 41.3 มคก./ลบ.ม.6 เขตหนองจอก 40.5 มคก./ลบ.ม.7 เขตบางขุนเทียน 40.5 มคก./ลบ.ม.8 เขตบางพลัด 40.3 มคก./ลบ.ม.9 เขตจตุจักร 39.5 มคก./ลบ.ม.10 เขตทวีวัฒนา 39.1 มคก./ลบ.ม.11 เขตปทุมวัน 38.7 มคก./ลบ.ม.12 เขตมีนบุรี 38.6 มคก./ลบ.ม. ข้อแนะนำสุขภาพ: คุณภาพอากาศระดับสีส้ม: เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ- ประชาชนทั่วไป : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคารจำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา - ประชาชนกลุ่มเสี่ยง : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคารเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ครม.สั่งราชการ WFH เต็มรูปแบบ ตั้งแอร์ 26 องศา งดดูงานต่างประเทศที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการประหยัดพลังงานของภาครัฐ โดยให้หน่วยงานราชการทั่วประเทศ ดำเนินการทำงานแบบ Work From Home เต็มรูปแบบ ยกเว้นหน่วยงานที่จำเป็นต้องให้บริการประชาชนหรือมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติงานหน้างานนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการลดการใช้พลังงานของภาครัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานโลก โดยเฉพาะจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อตลาดพลังงานนอกจากการปรับรูปแบบการทำงานของภาครัฐแล้ว ที่ประชุม ครม. ยังมีมติ ให้ข้าราชการงดการเดินทางไปราชการต่างประเทศในช่วงเวลานี้ เว้นแต่กรณีที่มีการประชุมหรือภารกิจสำคัญที่จำเป็นต่อผลประโยชน์ของประเทศ สั่งหน่วยงานรัฐตั้งแอร์ 26-27 องศาขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานได้ประกาศมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานราชการ โดยขอความร่วมมือให้ ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า พร้อมส่งเสริมการทำงานที่บ้านตามความเหมาะสมมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการพลังงานของภาครัฐ เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านพลังงานในช่วงนี้ เตรียมขยายมาตรการสู่ภาคเอกชนกระทรวงพลังงานยังเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา ขยายมาตรการประหยัดพลังงานไปยังภาคเอกชน โดยมีแนวทางหลายด้าน เช่นกำหนดเวลาเปิดและปิดห้างสรรพสินค้ากำหนดเวลาเปิดให้บริการสถานีบริการน้ำมันจำกัดช่วงเวลาเปิดไฟป้ายโฆษณาส่งเสริมมาตรการ Work From Home ในองค์กรเอกชนมาตรการทั้งหมดจะถูกจัดเป็น 3 ระดับความเข้มงวด เพื่อให้สามารถปรับใช้ตามสถานการณ์พลังงานและความผันผวนของตลาดโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศในระยะสั้นและระยะกลาง
อ่านต่อ >98

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เตือน 48 จังหวัด เหนือ อีสาน กลาง และ กทม. เตรียมรับมือพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศเรื่องพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11 -13 มีนาคม 2569) ฉบับที่ 1 (15/2569) แจ้งว่า คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกจากสาธารณรัฐแห่งสพหภาพเมียนมาจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ อีกทั้งบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยจะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง ระหว่างวันที่ 11 - 13 มีนาคม 2569 แยกเป็นภาคเหนือ ทุกจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และจังหวัดบุรีรัมย์ภาคกลาง ทุกจังหวัดกรุงเทพมหานคร กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 48 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยกำชับให้ติดตามสถานการณ์ สภาพอากาศ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที พื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามพยากรณ์อากาศและข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนตรวจสอบบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรงหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โ
อ่านต่อ >12