
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลัง “คุณหนูแอลลี่" ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคลิปสัมภาษณ์ที่ระบุว่า หากผู้ชายมีรายได้ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อเดือน ก็ไม่พร้อมเปิดโอกาสให้คบหา จนเกิดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางล่าสุด คุณหนูแอลลี่ ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการ โหนกระแส ที่มี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยยอมรับว่าในคลิปก่อนหน้านี้มีการสื่อสารที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้เปิดคลิปต้นฉบับ พร้อมทักท้วงว่า คุณหนูแอลลี่เคยระบุชัดเจนว่า "รายได้ที่เราหาได้ต่อเดือนมากกว่า 500,000 บาท" พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดจึงบอกว่าเป็นรายได้ต่อปี ด้านคุณหนูแอลลี่อธิบายว่า ตนประกอบอาชีพอิสระ มีรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งการเป็นติวเตอร์ รับงานไลฟ์สด และขายสินค้าออนไลน์ ทำให้รายได้ในแต่ละเดือนไม่แน่นอน บางเดือนมาก บางเดือนน้อย ขึ้นอยู่กับกระแส งาน และปัจจัยต่าง ๆเมื่อถูกถามย้ำว่า สรุปแล้วรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาทใช่หรือไม่ หนูแอลลี่ตอบว่า "ค่ะ" พร้อมระบุว่า หากเฉลี่ยตลอดทั้งปี รายได้ของตนอยู่ในระดับดังกล่าวและอาจมากกว่านั้นในบางช่วง อย่างไรก็ตาม หนุ่ม กรรชัย ชี้ให้เห็นว่า ประเด็นที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่เรื่องรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการที่เจ้าตัวเคยกล่าวว่า "ผู้ชายที่มีรายได้ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อเดือนไม่ต้องมาคุย" ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าเป็นการตั้งมาตรฐานในการเลือกคู่ครองจากรายได้หลังบทสัมภาษณ์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ยังคงแบ่งออกเป็นหลายมุมมอง บางส่วนเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการเลือกคู่ชีวิต ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยมองว่าการนำรายได้มาเป็นเงื่อนไขหลักในการตัดสินใจคบหานั้นอาจไม่เหมาะสม จนทำให้ประเด็นนี้ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องบนโซเชียลมีเดีย
อ่านต่อ >33

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ 3 รุ่น พร้อมปรับราคาของ 2 รุ่นเพิ่มขึ้น หลังต้นทุนชิปหน่วยความจำปรับตัวสูง ขณะเดียวกันยังต้องเตรียมรับการแข่งขันครั้งสำคัญจากแอปเปิล ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเปิดตัวไอโฟนจอพับภายในปีนี้ไฮไลต์อยู่ที่ Galaxy Z Fold8 สมาร์ตโฟนจอพับขนาดใกล้เคียงหนังสือเดินทาง ที่ได้รับการออกแบบให้มีหน้าจอกว้างขึ้น เจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่รับชมวิดีโอและคอนเทนต์บนหน้าจอขนาดใหญ่เป็นหลัก โดยซัมซุงตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 1,899 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 69,000 บาทส่วน Galaxy Z Fold8 Ultra รุ่นพรีเมียม ถูกปรับราคาเพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์ เป็น 2,099 ดอลลาร์ หรือประมาณ 76,000 บาท ขณะที่ Galaxy Z Flip8 สมาร์ตโฟนจอพับแบบฝาพับ ปรับขึ้นอีก 100 ดอลลาร์เช่นกัน มาอยู่ที่ 1,199 ดอลลาร์ หรือประมาณ 44,000 บาทสมาร์ตโฟนทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมระบบปัญญาประดิษฐ์ Gemini ของกูเกิล ขณะที่ Fold8 และ Fold8 Ultra ใช้หน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดจาก Qualcomm ส่วน Flip8 จะใช้ชิป Qualcomm หรือชิป Exynos ของซัมซุงแตกต่างกันไปในแต่ละตลาด การเปิดตัวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์มือถือจอพับที่สำคัญที่สุดของซัมซุง เนื่องจากบริษัทเป็นผู้บุกเบิกตลาดดังกล่าว แต่กำลังเผชิญแรงกดดันจากแอปเปิล ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะเปิดตัวมือถือจอพับที่มีหน้าจอขนาดใกล้เคียงกับ iPad mini และอาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งในตลาดระดับพรีเมียมโดยตรงIDC คาดว่า ยอดจำหน่ายสมาร์ตโฟนจอพับทั่วโลกในปี 2569 จะขยายตัวประมาณร้อยละ 20 สวนทางกับตลาดสมาร์ตโฟนโดยรวมที่อาจหดตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ร้อยละ 14 ส่วนหนึ่งจากปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำแรงกดดันจากราคาชิปที่เพิ่มขึ้นยังอาจทำให้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือของซัมซุงขาดทุนรายไตรมาสเป็นครั้งแรกในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน แม้ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของบริษัทจะได้ประโยชน์ และทำอัตรากำไรเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก็ตามข้อมูลจาก Omdia ระบุว่า ชิปหน่วยความจำและระบบจัดเก็บข้อมูลคิดเป็นต้นทุนวัสดุมากกว่าร้อยละ 60 ของสมาร์ตโฟนราคาประหยัด และมากกว่าร้อยละ 30 ในสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม ทำให้ผู้ผลิตมีพื้นที่รองรับต้นทุนที่สูงขึ้นในมือถือราคาแพงได้มากกว่าอย่างไรก็ตาม ความท้าทายของซัมซุงไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มขนาดหน้าจอ แต่คือการสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินในราคาที่สูงขึ้น ท่ามกลางการแข่งขั
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ได้ประกาศยืนยันการเริ่มต้นของปรากฏการณ์ El Niño อย่างเป็นทางการ โดยแบบจำลองภูมิอากาศคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 63% ที่จะทวีกำลังแรงขึ้นจนกลายเป็น “Super El Niño” หรือ Very Strong El Niño ในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 2 องศาเซลเซียส และเมื่อผสานกับภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงอยู่แล้ว อาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพภูมิอากาศ ระบบอาหาร และเศรษฐกิจโลกในวงกว้างนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า Super El Niño อาจทำให้ปี 2026 หรือ 2027 กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ แซงหน้าสถิติเดิมในปี 2024 และอาจผลักดันให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงเกินเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียสชั่วคราว อีกทั้งยังส่งผลต่อการปรับตัวของกระแสลมกรด (Jet Stream) ทำให้รูปแบบสภาพอากาศและแนวพายุทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ในด้านพายุหมุนเขตร้อน El Niño มีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงของพายุไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่ใกล้ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และประเทศไทย ขณะที่ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกอาจมีการก่อตัวของพายุเฮอร์ริเคนลดลงจากแรงลมชั้นบนที่รุนแรงขึ้นสำหรับผลกระทบรายภูมิภาค ในภูมิภาคเอเชียและออสเตรเลีย รวมถึงประเทศไทย คาดว่าจะเผชิญภาวะภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรง ปริมาณฝนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อากาศแห้งแล้งและอุณหภูมิสูงขึ้น หน่วยงานรัฐ เช่น GISTDA เริ่มใช้แผนที่ความเสี่ยงเพื่อเตรียมรับมือ โดยคาดว่าไทยอาจเผชิญฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนจัด ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไฟป่า และความเสี่ยงปะการังฟอกขาวจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในระดับโลก เนื่องจากอาจกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติโดยรวมแล้ว “Super El Niño” ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์สภาพอากาศชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโลกที่กำลังเผชิญความแปรปรวนรุนแรงมากขึ้น ทั้งด้านอุณหภูมิ ภัยพิบัติ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งทุกประเทศจำเป็นต้องเร่งเตรียมรับมืออย่างจริงจังและเป็นระบบก่อนผลกระทบจะขยายวงกว้างไปมากกว่านี้
อ่านต่อ >28

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ตลาด คอนโดมิเนียม ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว สะท้อนจากข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ที่ระบุว่า ในช่วง ไตรมาส 1 ปี 2569 ยังมีชาวต่างชาติเข้าซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จีน ยังคงครองอันดับ 1 ชาติที่ซื้อคอนโดในไทยมากที่สุด ด้วยจำนวน 906 หน่วย คิดเป็น 28% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมด และมีมูลค่าการโอน 3,493 ล้านบาท หรือ 25.9% ของมูลค่ารวม แม้ว่าจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อันดับ 2 ได้แก่ รัสเซีย จำนวน 383 หน่วย มูลค่า 1,665 ล้านบาท ตามมาด้วย เมียนมา จำนวน 279 หน่วย มูลค่า 968 ล้านบาท ส่วนอันดับ 4-10 ได้แก่ ไต้หวัน 136 หน่วย มูลค่า 688 ล้านบาทสหรัฐอเมริกา 138 หน่วย มูลค่า 685 ล้านบาทฝรั่งเศส 155 หน่วย มูลค่า 627 ล้านบาทคาซัคสถาน 148 หน่วย มูลค่า 570 ล้านบาทเยอรมนี 135 หน่วย มูลค่า 481 ล้านบาทออสเตรเลีย 83 หน่วย มูลค่า 381 ล้านบาทอินเดีย 63 หน่วย มูลค่า 353 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า รัสเซีย เป็นประเทศที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 33% และมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้น 68.7% ขณะที่ ออสเตรเลีย อินเดีย เยอรมนี และคาซัคสถาน มียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วน จีน เมียนมา ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา มียอดโอนชะลอตัวลงจากปีก่อน ข้อมูลยังสะท้อนว่า ความต้องการซื้อคอนโดในไทยไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่กระจายไปยังผู้ซื้อจากหลายภูมิภาค ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย อีกทั้งบางประเทศแม้มีจำนวนหน่วยไม่มาก แต่มีมูลค่าการซื้อขายสูง สะท้อนความนิยมในโครงการระดับกลางถึงระดับบนและทำเลที่มีศักยภาพ ปัจจัยที่ยังสนับสนุนความต้องการซื้อคอนโดของชาวต่างชาติ ได้แก่ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติ การเข้ามาพำนักระยะยาว (Long Stay) ของชาวต่างชาติ รวมถึงมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังเดินหน้าขยายโครงการไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย เพื่อรองรับกำลั
อ่านต่อ >15

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลัง “คุณหนูแอลลี่" ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคลิปสัมภาษณ์ที่ระบุว่า หากผู้ชายมีรายได้ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อเดือน ก็ไม่พร้อมเปิดโอกาสให้คบหา จนเกิดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางล่าสุด คุณหนูแอลลี่ ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการ โหนกระแส ที่มี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยยอมรับว่าในคลิปก่อนหน้านี้มีการสื่อสารที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้เปิดคลิปต้นฉบับ พร้อมทักท้วงว่า คุณหนูแอลลี่เคยระบุชัดเจนว่า "รายได้ที่เราหาได้ต่อเดือนมากกว่า 500,000 บาท" พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดจึงบอกว่าเป็นรายได้ต่อปี ด้านคุณหนูแอลลี่อธิบายว่า ตนประกอบอาชีพอิสระ มีรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งการเป็นติวเตอร์ รับงานไลฟ์สด และขายสินค้าออนไลน์ ทำให้รายได้ในแต่ละเดือนไม่แน่นอน บางเดือนมาก บางเดือนน้อย ขึ้นอยู่กับกระแส งาน และปัจจัยต่าง ๆเมื่อถูกถามย้ำว่า สรุปแล้วรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาทใช่หรือไม่ หนูแอลลี่ตอบว่า "ค่ะ" พร้อมระบุว่า หากเฉลี่ยตลอดทั้งปี รายได้ของตนอยู่ในระดับดังกล่าวและอาจมากกว่านั้นในบางช่วง อย่างไรก็ตาม หนุ่ม กรรชัย ชี้ให้เห็นว่า ประเด็นที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่เรื่องรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการที่เจ้าตัวเคยกล่าวว่า "ผู้ชายที่มีรายได้ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อเดือนไม่ต้องมาคุย" ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าเป็นการตั้งมาตรฐานในการเลือกคู่ครองจากรายได้หลังบทสัมภาษณ์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ยังคงแบ่งออกเป็นหลายมุมมอง บางส่วนเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการเลือกคู่ชีวิต ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยมองว่าการนำรายได้มาเป็นเงื่อนไขหลักในการตัดสินใจคบหานั้นอาจไม่เหมาะสม จนทำให้ประเด็นนี้ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องบนโซเชียลมีเดีย
อ่านต่อ >33

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ 3 รุ่น พร้อมปรับราคาของ 2 รุ่นเพิ่มขึ้น หลังต้นทุนชิปหน่วยความจำปรับตัวสูง ขณะเดียวกันยังต้องเตรียมรับการแข่งขันครั้งสำคัญจากแอปเปิล ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเปิดตัวไอโฟนจอพับภายในปีนี้ไฮไลต์อยู่ที่ Galaxy Z Fold8 สมาร์ตโฟนจอพับขนาดใกล้เคียงหนังสือเดินทาง ที่ได้รับการออกแบบให้มีหน้าจอกว้างขึ้น เจาะกลุ่มผู้ใช้งานที่รับชมวิดีโอและคอนเทนต์บนหน้าจอขนาดใหญ่เป็นหลัก โดยซัมซุงตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 1,899 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 69,000 บาทส่วน Galaxy Z Fold8 Ultra รุ่นพรีเมียม ถูกปรับราคาเพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์ เป็น 2,099 ดอลลาร์ หรือประมาณ 76,000 บาท ขณะที่ Galaxy Z Flip8 สมาร์ตโฟนจอพับแบบฝาพับ ปรับขึ้นอีก 100 ดอลลาร์เช่นกัน มาอยู่ที่ 1,199 ดอลลาร์ หรือประมาณ 44,000 บาทสมาร์ตโฟนทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมระบบปัญญาประดิษฐ์ Gemini ของกูเกิล ขณะที่ Fold8 และ Fold8 Ultra ใช้หน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุดจาก Qualcomm ส่วน Flip8 จะใช้ชิป Qualcomm หรือชิป Exynos ของซัมซุงแตกต่างกันไปในแต่ละตลาด การเปิดตัวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์มือถือจอพับที่สำคัญที่สุดของซัมซุง เนื่องจากบริษัทเป็นผู้บุกเบิกตลาดดังกล่าว แต่กำลังเผชิญแรงกดดันจากแอปเปิล ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะเปิดตัวมือถือจอพับที่มีหน้าจอขนาดใกล้เคียงกับ iPad mini และอาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งในตลาดระดับพรีเมียมโดยตรงIDC คาดว่า ยอดจำหน่ายสมาร์ตโฟนจอพับทั่วโลกในปี 2569 จะขยายตัวประมาณร้อยละ 20 สวนทางกับตลาดสมาร์ตโฟนโดยรวมที่อาจหดตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ร้อยละ 14 ส่วนหนึ่งจากปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำแรงกดดันจากราคาชิปที่เพิ่มขึ้นยังอาจทำให้ธุรกิจโทรศัพท์มือถือของซัมซุงขาดทุนรายไตรมาสเป็นครั้งแรกในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน แม้ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของบริษัทจะได้ประโยชน์ และทำอัตรากำไรเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก็ตามข้อมูลจาก Omdia ระบุว่า ชิปหน่วยความจำและระบบจัดเก็บข้อมูลคิดเป็นต้นทุนวัสดุมากกว่าร้อยละ 60 ของสมาร์ตโฟนราคาประหยัด และมากกว่าร้อยละ 30 ในสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียม ทำให้ผู้ผลิตมีพื้นที่รองรับต้นทุนที่สูงขึ้นในมือถือราคาแพงได้มากกว่าอย่างไรก็ตาม ความท้าทายของซัมซุงไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มขนาดหน้าจอ แต่คือการสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินในราคาที่สูงขึ้น ท่ามกลางการแข่งขั
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ได้ประกาศยืนยันการเริ่มต้นของปรากฏการณ์ El Niño อย่างเป็นทางการ โดยแบบจำลองภูมิอากาศคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 63% ที่จะทวีกำลังแรงขึ้นจนกลายเป็น “Super El Niño” หรือ Very Strong El Niño ในช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 2 องศาเซลเซียส และเมื่อผสานกับภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงอยู่แล้ว อาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพภูมิอากาศ ระบบอาหาร และเศรษฐกิจโลกในวงกว้างนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า Super El Niño อาจทำให้ปี 2026 หรือ 2027 กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ แซงหน้าสถิติเดิมในปี 2024 และอาจผลักดันให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงเกินเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียสชั่วคราว อีกทั้งยังส่งผลต่อการปรับตัวของกระแสลมกรด (Jet Stream) ทำให้รูปแบบสภาพอากาศและแนวพายุทั่วโลกเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ในด้านพายุหมุนเขตร้อน El Niño มีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงของพายุไต้ฝุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ครอบคลุมพื้นที่ใกล้ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และประเทศไทย ขณะที่ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกอาจมีการก่อตัวของพายุเฮอร์ริเคนลดลงจากแรงลมชั้นบนที่รุนแรงขึ้นสำหรับผลกระทบรายภูมิภาค ในภูมิภาคเอเชียและออสเตรเลีย รวมถึงประเทศไทย คาดว่าจะเผชิญภาวะภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรง ปริมาณฝนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อากาศแห้งแล้งและอุณหภูมิสูงขึ้น หน่วยงานรัฐ เช่น GISTDA เริ่มใช้แผนที่ความเสี่ยงเพื่อเตรียมรับมือ โดยคาดว่าไทยอาจเผชิญฝนทิ้งช่วง อากาศร้อนจัด ปัญหาฝุ่น PM2.5 ไฟป่า และความเสี่ยงปะการังฟอกขาวจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในระดับโลก เนื่องจากอาจกลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหารของมนุษยชาติโดยรวมแล้ว “Super El Niño” ไม่ได้เป็นเพียงปรากฏการณ์สภาพอากาศชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโลกที่กำลังเผชิญความแปรปรวนรุนแรงมากขึ้น ทั้งด้านอุณหภูมิ ภัยพิบัติ และความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งทุกประเทศจำเป็นต้องเร่งเตรียมรับมืออย่างจริงจังและเป็นระบบก่อนผลกระทบจะขยายวงกว้างไปมากกว่านี้
อ่านต่อ >28

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ตลาด คอนโดมิเนียม ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมืองเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยว สะท้อนจากข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ที่ระบุว่า ในช่วง ไตรมาส 1 ปี 2569 ยังมีชาวต่างชาติเข้าซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง จีน ยังคงครองอันดับ 1 ชาติที่ซื้อคอนโดในไทยมากที่สุด ด้วยจำนวน 906 หน่วย คิดเป็น 28% ของจำนวนห้องชุดทั้งหมด และมีมูลค่าการโอน 3,493 ล้านบาท หรือ 25.9% ของมูลค่ารวม แม้ว่าจำนวนหน่วยและมูลค่าการโอนจะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อันดับ 2 ได้แก่ รัสเซีย จำนวน 383 หน่วย มูลค่า 1,665 ล้านบาท ตามมาด้วย เมียนมา จำนวน 279 หน่วย มูลค่า 968 ล้านบาท ส่วนอันดับ 4-10 ได้แก่ ไต้หวัน 136 หน่วย มูลค่า 688 ล้านบาทสหรัฐอเมริกา 138 หน่วย มูลค่า 685 ล้านบาทฝรั่งเศส 155 หน่วย มูลค่า 627 ล้านบาทคาซัคสถาน 148 หน่วย มูลค่า 570 ล้านบาทเยอรมนี 135 หน่วย มูลค่า 481 ล้านบาทออสเตรเลีย 83 หน่วย มูลค่า 381 ล้านบาทอินเดีย 63 หน่วย มูลค่า 353 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พบว่า รัสเซีย เป็นประเทศที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 33% และมูลค่าการโอนเพิ่มขึ้น 68.7% ขณะที่ ออสเตรเลีย อินเดีย เยอรมนี และคาซัคสถาน มียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ส่วน จีน เมียนมา ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา มียอดโอนชะลอตัวลงจากปีก่อน ข้อมูลยังสะท้อนว่า ความต้องการซื้อคอนโดในไทยไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่กระจายไปยังผู้ซื้อจากหลายภูมิภาค ทั้งเอเชีย ยุโรป อเมริกา และโอเชียเนีย อีกทั้งบางประเทศแม้มีจำนวนหน่วยไม่มาก แต่มีมูลค่าการซื้อขายสูง สะท้อนความนิยมในโครงการระดับกลางถึงระดับบนและทำเลที่มีศักยภาพ ปัจจัยที่ยังสนับสนุนความต้องการซื้อคอนโดของชาวต่างชาติ ได้แก่ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การขยายตัวของโรงเรียนนานาชาติ การเข้ามาพำนักระยะยาว (Long Stay) ของชาวต่างชาติ รวมถึงมาตรการภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังเดินหน้าขยายโครงการไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย เพื่อรองรับกำลั
อ่านต่อ >15

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ หลัง “คุณหนูแอลลี่" ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคลิปสัมภาษณ์ที่ระบุว่า หากผู้ชายมีรายได้ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อเดือน ก็ไม่พร้อมเปิดโอกาสให้คบหา จนเกิดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางล่าสุด คุณหนูแอลลี่ ได้ออกมาชี้แจงผ่านรายการ โหนกระแส ที่มี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยยอมรับว่าในคลิปก่อนหน้านี้มีการสื่อสารที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดช่วงหนึ่งของรายการ หนุ่ม กรรชัย ได้เปิดคลิปต้นฉบับ พร้อมทักท้วงว่า คุณหนูแอลลี่เคยระบุชัดเจนว่า "รายได้ที่เราหาได้ต่อเดือนมากกว่า 500,000 บาท" พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดจึงบอกว่าเป็นรายได้ต่อปี ด้านคุณหนูแอลลี่อธิบายว่า ตนประกอบอาชีพอิสระ มีรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งการเป็นติวเตอร์ รับงานไลฟ์สด และขายสินค้าออนไลน์ ทำให้รายได้ในแต่ละเดือนไม่แน่นอน บางเดือนมาก บางเดือนน้อย ขึ้นอยู่กับกระแส งาน และปัจจัยต่าง ๆเมื่อถูกถามย้ำว่า สรุปแล้วรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาทใช่หรือไม่ หนูแอลลี่ตอบว่า "ค่ะ" พร้อมระบุว่า หากเฉลี่ยตลอดทั้งปี รายได้ของตนอยู่ในระดับดังกล่าวและอาจมากกว่านั้นในบางช่วง อย่างไรก็ตาม หนุ่ม กรรชัย ชี้ให้เห็นว่า ประเด็นที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่เรื่องรายได้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการที่เจ้าตัวเคยกล่าวว่า "ผู้ชายที่มีรายได้ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อเดือนไม่ต้องมาคุย" ซึ่งทำให้หลายคนมองว่าเป็นการตั้งมาตรฐานในการเลือกคู่ครองจากรายได้หลังบทสัมภาษณ์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป โลกออนไลน์ยังคงแบ่งออกเป็นหลายมุมมอง บางส่วนเห็นว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการเลือกคู่ชีวิต ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยมองว่าการนำรายได้มาเป็นเงื่อนไขหลักในการตัดสินใจคบหานั้นอาจไม่เหมาะสม จนทำให้ประเด็นนี้ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องบนโซเชียลมีเดีย
อ่านต่อ >33