
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สรุปการชี้แจงโครงการ TH-AI Passportกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเวทีชี้แจงรายละเอียดโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท หลังโครงการถูกตั้งคำถามทั้งเรื่องความจำเป็น ความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้งบประมาณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมชี้แจง โดยมีประเด็นสำคัญ 5 เรื่อง ดังนี้1. ยืนยันไม่ใช่โครงการแจก AI ฟรีดีอีระบุว่า TH-AI Passport เป็นโครงการยกระดับทักษะ AI ระดับประเทศ ไม่ใช่การแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ฟรีให้ประชาชนเป้าหมายคือพัฒนาทักษะด้าน AI ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 5 ล้านคน ผ่านการเรียนรู้ การอบรม และการใช้งานเครื่องมือ AI อย่างเป็นระบบกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยนักเรียนและนักศึกษาบุคลากรภาครัฐประชาชนทั่วไปผู้ประกอบการ SMEโดยต้องการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศด้าน AI และลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีระหว่างพื้นที่เมืองกับภูมิภาค 2. โครงการใช้เวลาพิจารณาเกือบ 5 เดือนหนึ่งในข้อวิจารณ์คือโครงการผ่านการอนุมัติรวดเร็วภายใน 34 วันกระทรวงดีอีชี้แจงว่า ในความเป็นจริงโครงการผ่านกระบวนการพิจารณา กลั่นกรอง และตรวจสอบรายละเอียดนานเกือบ 5 เดือน ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนราชการ3. แจงปมสืบราคาจากเอกชน 8 รายสำหรับข้อสงสัยเรื่องการกำหนดราคากลางจากเอกชน 8 ราย ว่าอาจเป็นการล็อกสเปกนั้น ดีอีระบุว่าเป็นแนวปฏิบัติปกติของหน่วยงานรัฐในการสำรวจราคาและเปรียบเทียบข้อมูลจากตลาดจึงไม่ใช่การกำหนดคุณสมบัติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง4. ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบ 1,621 ล้านบาทบริษัทคู่สัญญาชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการการส่งมอบงานงวดแรกจะต้องเป็นระบบที่พร้อมใช้งานและพร้อมทดสอบจริง ไม่ใช่เพียงการจัดส่งเอกสารหรือแผนงานเท่านั้นการจ่ายเงินจะดำเนินการตามเงื่อนไขการตรวจรับงานในแต่ละงวด 5. ชูแนวคิด "ใช้งานจริง จ่ายตามจริง"ดีอีระบุว่า แม้ปัจจุบันจะไม่สามารถแก้ไข TOR ได้ เนื่องจากเข้าสู่ขั้นตอนบริหารสัญญาแล้ว แต่ภาครัฐจะกำกับดูแลโครงการภายใต้แนวคิด "Pay-per-Use" หรือ "ใช้งานจริง จ่ายตามการใช้งานจริง"เพื่อให้การใช้งบประมาณสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้งานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงคุ้มค่าหรือไม่?ผู้ดำเนินโครงการระบุว่า หากดำเนินการได้ครบตามเป้าหมาย 5 ล้านคน จะมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 27 บาทต่อคนต่อเดือนขณะ
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
พระประวัติ พระกรณียกิจ และไทม์ไลน์ 7 แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ติดตามพระอาการประชวรของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ก่อนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หลังทรงพระประชวรและเข้ารับการถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 3 ปี ตามประกาศสำนักพระราชวังที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังดำเนินการพระพิธีพระศพ และถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี โดยประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังพระประวัติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง และทรงสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก่อนทรงศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี” และต่อมาทรงสถาปนาขึ้นเป็น “กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”พระกรณียกิจสำคัญตลอดพระชนมชีพ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในหลากหลายด้าน ทั้งด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การต่างประเทศ และงานสาธารณกุศลพระองค์ทรงรับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด ทรงดำรงตำแหน่งอัยการในหลายพื้นที่ ก่อนทรงได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และผู้แทนประเทศไทยในเวทีองค์การสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรม ความยุติธรรมทางอาญา และสิทธิมนุษยชนอีกหนึ่งพระกรณียกิจที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คือ “โครงการกำลังใจ ในพระดำริ” ซึ่งทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง และผู้พ้นโทษ รวมถึงทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันแ
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 07.27 น. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ความว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษา พระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามที่สำนักพระราชวัง ได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้นตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อ ในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัย เต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด จนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังสำนักพระราชวัง
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความว่าด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้ 1. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา 30 นาที ถึงเวลา 12 นาฬิกา2. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. - 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย3. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น. - 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช 25694. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วันจึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกันสำนักพระราชวัง12 มิถุนายน พุทธศักราช 2569
อ่านต่อ >50

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สรุปการชี้แจงโครงการ TH-AI Passportกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเวทีชี้แจงรายละเอียดโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท หลังโครงการถูกตั้งคำถามทั้งเรื่องความจำเป็น ความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้งบประมาณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมชี้แจง โดยมีประเด็นสำคัญ 5 เรื่อง ดังนี้1. ยืนยันไม่ใช่โครงการแจก AI ฟรีดีอีระบุว่า TH-AI Passport เป็นโครงการยกระดับทักษะ AI ระดับประเทศ ไม่ใช่การแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ฟรีให้ประชาชนเป้าหมายคือพัฒนาทักษะด้าน AI ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 5 ล้านคน ผ่านการเรียนรู้ การอบรม และการใช้งานเครื่องมือ AI อย่างเป็นระบบกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยนักเรียนและนักศึกษาบุคลากรภาครัฐประชาชนทั่วไปผู้ประกอบการ SMEโดยต้องการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศด้าน AI และลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีระหว่างพื้นที่เมืองกับภูมิภาค 2. โครงการใช้เวลาพิจารณาเกือบ 5 เดือนหนึ่งในข้อวิจารณ์คือโครงการผ่านการอนุมัติรวดเร็วภายใน 34 วันกระทรวงดีอีชี้แจงว่า ในความเป็นจริงโครงการผ่านกระบวนการพิจารณา กลั่นกรอง และตรวจสอบรายละเอียดนานเกือบ 5 เดือน ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนราชการ3. แจงปมสืบราคาจากเอกชน 8 รายสำหรับข้อสงสัยเรื่องการกำหนดราคากลางจากเอกชน 8 ราย ว่าอาจเป็นการล็อกสเปกนั้น ดีอีระบุว่าเป็นแนวปฏิบัติปกติของหน่วยงานรัฐในการสำรวจราคาและเปรียบเทียบข้อมูลจากตลาดจึงไม่ใช่การกำหนดคุณสมบัติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง4. ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบ 1,621 ล้านบาทบริษัทคู่สัญญาชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการการส่งมอบงานงวดแรกจะต้องเป็นระบบที่พร้อมใช้งานและพร้อมทดสอบจริง ไม่ใช่เพียงการจัดส่งเอกสารหรือแผนงานเท่านั้นการจ่ายเงินจะดำเนินการตามเงื่อนไขการตรวจรับงานในแต่ละงวด 5. ชูแนวคิด "ใช้งานจริง จ่ายตามจริง"ดีอีระบุว่า แม้ปัจจุบันจะไม่สามารถแก้ไข TOR ได้ เนื่องจากเข้าสู่ขั้นตอนบริหารสัญญาแล้ว แต่ภาครัฐจะกำกับดูแลโครงการภายใต้แนวคิด "Pay-per-Use" หรือ "ใช้งานจริง จ่ายตามการใช้งานจริง"เพื่อให้การใช้งบประมาณสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้งานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงคุ้มค่าหรือไม่?ผู้ดำเนินโครงการระบุว่า หากดำเนินการได้ครบตามเป้าหมาย 5 ล้านคน จะมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 27 บาทต่อคนต่อเดือนขณะ
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
พระประวัติ พระกรณียกิจ และไทม์ไลน์ 7 แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ติดตามพระอาการประชวรของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ก่อนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย หลังทรงพระประชวรและเข้ารับการถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 3 ปี ตามประกาศสำนักพระราชวังที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังดำเนินการพระพิธีพระศพ และถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี โดยประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังพระประวัติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง และทรงสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ก่อนทรงศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี” และต่อมาทรงสถาปนาขึ้นเป็น “กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”พระกรณียกิจสำคัญตลอดพระชนมชีพ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในหลากหลายด้าน ทั้งด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม การต่างประเทศ และงานสาธารณกุศลพระองค์ทรงรับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด ทรงดำรงตำแหน่งอัยการในหลายพื้นที่ ก่อนทรงได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย และผู้แทนประเทศไทยในเวทีองค์การสหประชาชาติด้านการป้องกันอาชญากรรม ความยุติธรรมทางอาญา และสิทธิมนุษยชนอีกหนึ่งพระกรณียกิจที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง คือ “โครงการกำลังใจ ในพระดำริ” ซึ่งทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง และผู้พ้นโทษ รวมถึงทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันแ
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 เวลา 07.27 น. สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ความว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษา พระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามที่สำนักพระราชวัง ได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้นตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อ ในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัย เต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด จนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวังสำนักพระราชวัง
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความว่าด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้ 1. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา 30 นาที ถึงเวลา 12 นาฬิกา2. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. - 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย3. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น. - 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช 25694. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วันจึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกันสำนักพระราชวัง12 มิถุนายน พุทธศักราช 2569
อ่านต่อ >50

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สรุปการชี้แจงโครงการ TH-AI Passportกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเวทีชี้แจงรายละเอียดโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท หลังโครงการถูกตั้งคำถามทั้งเรื่องความจำเป็น ความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้งบประมาณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนร่วมชี้แจง โดยมีประเด็นสำคัญ 5 เรื่อง ดังนี้1. ยืนยันไม่ใช่โครงการแจก AI ฟรีดีอีระบุว่า TH-AI Passport เป็นโครงการยกระดับทักษะ AI ระดับประเทศ ไม่ใช่การแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ฟรีให้ประชาชนเป้าหมายคือพัฒนาทักษะด้าน AI ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 5 ล้านคน ผ่านการเรียนรู้ การอบรม และการใช้งานเครื่องมือ AI อย่างเป็นระบบกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยนักเรียนและนักศึกษาบุคลากรภาครัฐประชาชนทั่วไปผู้ประกอบการ SMEโดยต้องการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศด้าน AI และลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีระหว่างพื้นที่เมืองกับภูมิภาค 2. โครงการใช้เวลาพิจารณาเกือบ 5 เดือนหนึ่งในข้อวิจารณ์คือโครงการผ่านการอนุมัติรวดเร็วภายใน 34 วันกระทรวงดีอีชี้แจงว่า ในความเป็นจริงโครงการผ่านกระบวนการพิจารณา กลั่นกรอง และตรวจสอบรายละเอียดนานเกือบ 5 เดือน ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนราชการ3. แจงปมสืบราคาจากเอกชน 8 รายสำหรับข้อสงสัยเรื่องการกำหนดราคากลางจากเอกชน 8 ราย ว่าอาจเป็นการล็อกสเปกนั้น ดีอีระบุว่าเป็นแนวปฏิบัติปกติของหน่วยงานรัฐในการสำรวจราคาและเปรียบเทียบข้อมูลจากตลาดจึงไม่ใช่การกำหนดคุณสมบัติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง4. ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบ 1,621 ล้านบาทบริษัทคู่สัญญาชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณตามโครงการการส่งมอบงานงวดแรกจะต้องเป็นระบบที่พร้อมใช้งานและพร้อมทดสอบจริง ไม่ใช่เพียงการจัดส่งเอกสารหรือแผนงานเท่านั้นการจ่ายเงินจะดำเนินการตามเงื่อนไขการตรวจรับงานในแต่ละงวด 5. ชูแนวคิด "ใช้งานจริง จ่ายตามจริง"ดีอีระบุว่า แม้ปัจจุบันจะไม่สามารถแก้ไข TOR ได้ เนื่องจากเข้าสู่ขั้นตอนบริหารสัญญาแล้ว แต่ภาครัฐจะกำกับดูแลโครงการภายใต้แนวคิด "Pay-per-Use" หรือ "ใช้งานจริง จ่ายตามการใช้งานจริง"เพื่อให้การใช้งบประมาณสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้งานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงคุ้มค่าหรือไม่?ผู้ดำเนินโครงการระบุว่า หากดำเนินการได้ครบตามเป้าหมาย 5 ล้านคน จะมีต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 27 บาทต่อคนต่อเดือนขณะ
อ่านต่อ >16