
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงถึงการติดตามราคาสินค้าและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพและลดต้นทุน โดยผลการลงพื้นที่ ร่วมกับพลังงานจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดทั่วประเทศ ใน 16 พื้นที่ ตั้งเเต่วันที่ 5 - 24 มีนาคม 2569 ใน 2,726 สถานที่ แบ่งเป็นสถานีน้ำมัน 1,650 ร้านจำหน่ายปุ๋ย 569 ที่ ตลาดห้างค้าปลีก 507 ที่พบการกระทำผิดตามกฏหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการปี 2542 ใน 9 จังหวัด มีผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 14 ราย พบการกระทำผิดไม่ปิดป้ายแสดงสินค้า โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเปรียบเทียบค่าปรับตามกฎหมายไปแล้ว ส่วนผลการติดตามเรื่องร้องเรียนที่ผ่านสายด่วนของกรมการค้าภายใน 1569 ว่าด้วยเรื่องราคาของสินค้า และปริมาณสินค้าทั้งสิ้น 372 คำร้อง พบว่าไม่ปิดป้ายราคา 14 คำร้อง ราคาไม่ตรงกับป้าย 3 ราย ติดป้ายราคาไม่ชัดเจนอีก 1 ราย ไม่พบการกระทำผิดอีก 119 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 235 คำร้อง และมีอีก 33 คำร้องที่จำหน่ายราคาเกินสมควร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่กระทรวงพาณิชย์วิเคราะห์ต้นทุน และหากพบว่าเกิดขึ้นจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบการกักตุนสินค้า ส่วนการติดป้ายที่ไม่ตรงกับราคาที่ขายจริง หากพบการกระทำผิด จำคุกไม่เกิน 10 ปีและปรับไม่เกิน 170,000 บาท ส่วนการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ในส่วนกลาง ผู้บริหารที่ติดตามสถานการณ์ ที่ได้ลงพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อปรับมาตรการให้สอดคล้องกับความช่วยเหลือด้านค่าของชีพและลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยลงพื้นที่ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีปทุมธานีและนครปฐม ตั้งแต่ตลาดมีนบุรี ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดนครหลวง ตลาดบางใหญ่ ตลาดดวงแก้ว ตลาดรังสิต ตลาดกิเลน โดยพบว่า ปริมาณสินค้ามีความเพียงพอ และระดับราคาสินค้ายังคงทรงตัว อาทิอาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยวข้าวแกงเป็นต้นแต่ในส่วนที่ปรับราคาเพิ่ม ตามโครงสร้างราคาสินค้า อาทิเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ที่มีการปรับขึ้นตามต้นทุนการขนส่ง และในส่วนของบรรจุภัณฑ์อย่างเช่นพลาสติก ขณะนี้ได้ปรับขึ้นตามห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจากการลงพื้นที่กระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการปรับมาตรการ ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและต้นทุนผ่านโครงการธงฟ้า มีการขยายพื้นที่ให้มากขึ้น และโครงการธงเขียวที่จะลดราคาปุ๋ยให้กับเ
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เสนอค่าไฟ 3 ทางเลือกงวดใหม่พ.ค. - ส.ค. 2569 นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการกกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ในการประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 69 มีมติให้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค. 69 เป็น 3 กรณี ประกอบด้วยกรณีที่ 1: จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งหมด ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น 4.59 บาทต่อหน่วยค่า Ft ขายปลีกเท่ากับ 80.60 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นการเรียกเก็บตามผลการคำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft ที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนพ.ค.-ส.ค. 69 จำนวน 29.66 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. จำนวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย)โดย กฟผ. จะได้รับเงินที่รับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงสภาวะวิกฤตของราคาพลังงานที่ผ่านมา คืนทั้งหมดภายในเดือนเม.ย. 69 เพื่อนำไปชำระหนี้เงินกู้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้มีสถานะทางการเงินคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกที่คำนวณได้กับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ จะเพิ่มขึ้น 18% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยในงวดปัจจุบันทั้งนี้ ในการประมาณการดังกล่าว ยังไม่รวมถึงประมาณการรายการปรับปรุงค่า AFGas สำหรับเดือนพ.ค. - ส.ค.69 (งวดที่ 3) เป็นเงินจำนวน 2,580 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 3.66 สตางค์ต่อหน่วย กรณีที่ 2: กรณีต้นทุนประจำงวดส่วนที่ต่างจากค่าไฟฐาน (ข้อเสนอ กฟผ.) ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น 4.08 บาทต่อหน่วยค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนพ.ค. - ส.ค. 69 จำนวน 29.66 สตางค์ต่อหน่วย โดยกรณีนี้ กฟผ. จะรับภาระต้นทุน AF คงค้างสะสมจำนวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย) ไว้แทนประชาชน ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ จะเพิ่มขึ้น 5% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยในงวดปัจจุบันกรณีที่ 3: กรณีต้นทุน FAC ประจำงวด ร่วมกับ กกพ. พิจารณานำเงิน Claw back มาช่วยบรร
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย หลายพื้นที่เผชิญสภาพอากาศร้อนอบอ้าว และมีบางวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควบคุมสภาพอากาศช่วงนี้ คือ “หย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อน” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “หย่อมความร้อน”หย่อมความร้อนเกิดจากการที่พื้นดินได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อากาศบริเวณนั้นลอยตัวขึ้น กลายเป็นบริเวณความกดอากาศต่ำ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์ตัวอักษร “L” บนแผนที่อากาศ เมื่อหย่อมความร้อนปกคลุมพื้นที่ใด พื้นที่นั้นมักมีอากาศร้อนจัด อบอ้าว และมีแนวโน้มฝนน้อยอย่างไรก็ตาม ในบางช่วงอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะกับหย่อมความร้อน จะก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หรือที่เรียกว่า “พายุฤดูร้อน” ได้เป็นระยะ ก่อนที่สภาพอากาศจะกลับเข้าสู่ภาวะร้อนจัดอีกครั้ง กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฤดูร้อนปีนี้จะมีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของประเทศไทยตอนบนอยู่ที่ประมาณ 36–37 องศาเซลเซียส ขณะที่บางพื้นที่ในภาคเหนือ เช่น แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก มีโอกาสที่อุณหภูมิจะพุ่งสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษาย ทั้งนี้ สถิติอุณหภูมิสูงสุดของประเทศไทยอยู่ที่ 44.6 องศาเซลเซียส เคยบันทึกได้ที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2566 และที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาแนะนำประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเกิดโรคลมแดดในช่วงที่อากาศร้อนจัด
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สภาพอากาศในพื้นที่ จ. นครพนม หลังเผชิญพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมแรงต่อเนื่อง 3 วันติด ส่งผลพระทบต่อบ้านเรือน ของประชาชน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร อ.ปลาปาก และ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ ลมพายุพัดหลังคาบ้านปลิวเสียหาย รวมเกือบ 500 หลังคาเรือน ล่าสุดทางด้าน ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.นครพนม ได้ระดมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ประสาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุพัดบ้านเรือนเสียหาย ในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย กว่า 380 ครอบครัว มีหลังคาบ้านพังเสียหายหนักมากกว่า 20 หลังคาเรือน ประกอบด้วย ต.หาดแพง ต.ท่าบ่อสงคราม และ ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปดภค บริโภค บรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ยังได้ประสาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณ สนับสนุนซ่อมแซมฟื้นฟู พร้อมทั้งประกาศเตือน ให้มีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเกิดพายุพัดถล่มซ้ำอีก เพราะอากาศแปรปรวน
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงถึงการติดตามราคาสินค้าและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพและลดต้นทุน โดยผลการลงพื้นที่ ร่วมกับพลังงานจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดทั่วประเทศ ใน 16 พื้นที่ ตั้งเเต่วันที่ 5 - 24 มีนาคม 2569 ใน 2,726 สถานที่ แบ่งเป็นสถานีน้ำมัน 1,650 ร้านจำหน่ายปุ๋ย 569 ที่ ตลาดห้างค้าปลีก 507 ที่พบการกระทำผิดตามกฏหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการปี 2542 ใน 9 จังหวัด มีผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 14 ราย พบการกระทำผิดไม่ปิดป้ายแสดงสินค้า โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเปรียบเทียบค่าปรับตามกฎหมายไปแล้ว ส่วนผลการติดตามเรื่องร้องเรียนที่ผ่านสายด่วนของกรมการค้าภายใน 1569 ว่าด้วยเรื่องราคาของสินค้า และปริมาณสินค้าทั้งสิ้น 372 คำร้อง พบว่าไม่ปิดป้ายราคา 14 คำร้อง ราคาไม่ตรงกับป้าย 3 ราย ติดป้ายราคาไม่ชัดเจนอีก 1 ราย ไม่พบการกระทำผิดอีก 119 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 235 คำร้อง และมีอีก 33 คำร้องที่จำหน่ายราคาเกินสมควร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่กระทรวงพาณิชย์วิเคราะห์ต้นทุน และหากพบว่าเกิดขึ้นจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบการกักตุนสินค้า ส่วนการติดป้ายที่ไม่ตรงกับราคาที่ขายจริง หากพบการกระทำผิด จำคุกไม่เกิน 10 ปีและปรับไม่เกิน 170,000 บาท ส่วนการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ในส่วนกลาง ผู้บริหารที่ติดตามสถานการณ์ ที่ได้ลงพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อปรับมาตรการให้สอดคล้องกับความช่วยเหลือด้านค่าของชีพและลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยลงพื้นที่ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีปทุมธานีและนครปฐม ตั้งแต่ตลาดมีนบุรี ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดนครหลวง ตลาดบางใหญ่ ตลาดดวงแก้ว ตลาดรังสิต ตลาดกิเลน โดยพบว่า ปริมาณสินค้ามีความเพียงพอ และระดับราคาสินค้ายังคงทรงตัว อาทิอาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยวข้าวแกงเป็นต้นแต่ในส่วนที่ปรับราคาเพิ่ม ตามโครงสร้างราคาสินค้า อาทิเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ที่มีการปรับขึ้นตามต้นทุนการขนส่ง และในส่วนของบรรจุภัณฑ์อย่างเช่นพลาสติก ขณะนี้ได้ปรับขึ้นตามห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจากการลงพื้นที่กระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการปรับมาตรการ ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและต้นทุนผ่านโครงการธงฟ้า มีการขยายพื้นที่ให้มากขึ้น และโครงการธงเขียวที่จะลดราคาปุ๋ยให้กับเ
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เสนอค่าไฟ 3 ทางเลือกงวดใหม่พ.ค. - ส.ค. 2569 นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการกกพ. ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า ในการประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 69 มีมติให้เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวด พ.ค.-ส.ค. 69 เป็น 3 กรณี ประกอบด้วยกรณีที่ 1: จ่ายคืนภาระต้นทุนคงค้างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งหมด ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น 4.59 บาทต่อหน่วยค่า Ft ขายปลีกเท่ากับ 80.60 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะเป็นการเรียกเก็บตามผลการคำนวณตามสูตรการปรับค่า Ft ที่สะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนพ.ค.-ส.ค. 69 จำนวน 29.66 สตางค์ต่อหน่วย และเงินเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนคงค้าง (AF) ที่เกิดขึ้นจริงของ กฟผ. จำนวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย)โดย กฟผ. จะได้รับเงินที่รับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิง และค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงสภาวะวิกฤตของราคาพลังงานที่ผ่านมา คืนทั้งหมดภายในเดือนเม.ย. 69 เพื่อนำไปชำระหนี้เงินกู้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้มีสถานะทางการเงินคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกที่คำนวณได้กับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.59 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ จะเพิ่มขึ้น 18% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยในงวดปัจจุบันทั้งนี้ ในการประมาณการดังกล่าว ยังไม่รวมถึงประมาณการรายการปรับปรุงค่า AFGas สำหรับเดือนพ.ค. - ส.ค.69 (งวดที่ 3) เป็นเงินจำนวน 2,580 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 3.66 สตางค์ต่อหน่วย กรณีที่ 2: กรณีต้นทุนประจำงวดส่วนที่ต่างจากค่าไฟฐาน (ข้อเสนอ กฟผ.) ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น 4.08 บาทต่อหน่วยค่า Ft ขายปลีก เท่ากับ 29.66 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนแนวโน้มต้นทุนเดือนพ.ค. - ส.ค. 69 จำนวน 29.66 สตางค์ต่อหน่วย โดยกรณีนี้ กฟผ. จะรับภาระต้นทุน AF คงค้างสะสมจำนวน 35,928 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 50.94 สตางค์ต่อหน่วย) ไว้แทนประชาชน ซึ่งเมื่อรวมค่า Ft ขายปลีกกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.08 บาทต่อหน่วย โดยค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศ จะเพิ่มขึ้น 5% จากระดับ 3.88 บาทต่อหน่วยในงวดปัจจุบันกรณีที่ 3: กรณีต้นทุน FAC ประจำงวด ร่วมกับ กกพ. พิจารณานำเงิน Claw back มาช่วยบรร
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย หลายพื้นที่เผชิญสภาพอากาศร้อนอบอ้าว และมีบางวันที่อุณหภูมิพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควบคุมสภาพอากาศช่วงนี้ คือ “หย่อมความกดอากาศต่ำจากความร้อน” หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “หย่อมความร้อน”หย่อมความร้อนเกิดจากการที่พื้นดินได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อากาศบริเวณนั้นลอยตัวขึ้น กลายเป็นบริเวณความกดอากาศต่ำ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์ตัวอักษร “L” บนแผนที่อากาศ เมื่อหย่อมความร้อนปกคลุมพื้นที่ใด พื้นที่นั้นมักมีอากาศร้อนจัด อบอ้าว และมีแนวโน้มฝนน้อยอย่างไรก็ตาม ในบางช่วงอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะกับหย่อมความร้อน จะก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หรือที่เรียกว่า “พายุฤดูร้อน” ได้เป็นระยะ ก่อนที่สภาพอากาศจะกลับเข้าสู่ภาวะร้อนจัดอีกครั้ง กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ฤดูร้อนปีนี้จะมีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยของประเทศไทยตอนบนอยู่ที่ประมาณ 36–37 องศาเซลเซียส ขณะที่บางพื้นที่ในภาคเหนือ เช่น แม่ฮ่องสอน ลำปาง และตาก มีโอกาสที่อุณหภูมิจะพุ่งสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษาย ทั้งนี้ สถิติอุณหภูมิสูงสุดของประเทศไทยอยู่ที่ 44.6 องศาเซลเซียส เคยบันทึกได้ที่จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2566 และที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2559หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาแนะนำประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเกิดโรคลมแดดในช่วงที่อากาศร้อนจัด
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สภาพอากาศในพื้นที่ จ. นครพนม หลังเผชิญพายุฤดูร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมแรงต่อเนื่อง 3 วันติด ส่งผลพระทบต่อบ้านเรือน ของประชาชน ในพื้นที่ อ.เรณูนคร อ.ปลาปาก และ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ ลมพายุพัดหลังคาบ้านปลิวเสียหาย รวมเกือบ 500 หลังคาเรือน ล่าสุดทางด้าน ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.นครพนม ได้ระดมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ประสาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ให้ความช่วยเหลือ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุพัดบ้านเรือนเสียหาย ในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม มีบ้านเรือนได้รับความเสียหาย กว่า 380 ครอบครัว มีหลังคาบ้านพังเสียหายหนักมากกว่า 20 หลังคาเรือน ประกอบด้วย ต.หาดแพง ต.ท่าบ่อสงคราม และ ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม พร้อมมอบสิ่งของเครื่องอุปดภค บริโภค บรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนี้ยังได้ประสาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสรรงบประมาณ สนับสนุนซ่อมแซมฟื้นฟู พร้อมทั้งประกาศเตือน ให้มีการเฝ้าระวังต่อเนื่อง เสี่ยงต่อการเกิดพายุพัดถล่มซ้ำอีก เพราะอากาศแปรปรวน
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงถึงการติดตามราคาสินค้าและมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพและลดต้นทุน โดยผลการลงพื้นที่ ร่วมกับพลังงานจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดทั่วประเทศ ใน 16 พื้นที่ ตั้งเเต่วันที่ 5 - 24 มีนาคม 2569 ใน 2,726 สถานที่ แบ่งเป็นสถานีน้ำมัน 1,650 ร้านจำหน่ายปุ๋ย 569 ที่ ตลาดห้างค้าปลีก 507 ที่พบการกระทำผิดตามกฏหมายพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการปี 2542 ใน 9 จังหวัด มีผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 14 ราย พบการกระทำผิดไม่ปิดป้ายแสดงสินค้า โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเปรียบเทียบค่าปรับตามกฎหมายไปแล้ว ส่วนผลการติดตามเรื่องร้องเรียนที่ผ่านสายด่วนของกรมการค้าภายใน 1569 ว่าด้วยเรื่องราคาของสินค้า และปริมาณสินค้าทั้งสิ้น 372 คำร้อง พบว่าไม่ปิดป้ายราคา 14 คำร้อง ราคาไม่ตรงกับป้าย 3 ราย ติดป้ายราคาไม่ชัดเจนอีก 1 ราย ไม่พบการกระทำผิดอีก 119 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 235 คำร้อง และมีอีก 33 คำร้องที่จำหน่ายราคาเกินสมควร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างที่กระทรวงพาณิชย์วิเคราะห์ต้นทุน และหากพบว่าเกิดขึ้นจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบการกักตุนสินค้า ส่วนการติดป้ายที่ไม่ตรงกับราคาที่ขายจริง หากพบการกระทำผิด จำคุกไม่เกิน 10 ปีและปรับไม่เกิน 170,000 บาท ส่วนการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ในส่วนกลาง ผู้บริหารที่ติดตามสถานการณ์ ที่ได้ลงพื้นที่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อปรับมาตรการให้สอดคล้องกับความช่วยเหลือด้านค่าของชีพและลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยลงพื้นที่ ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีปทุมธานีและนครปฐม ตั้งแต่ตลาดมีนบุรี ตลาดยิ่งเจริญ ตลาดนครหลวง ตลาดบางใหญ่ ตลาดดวงแก้ว ตลาดรังสิต ตลาดกิเลน โดยพบว่า ปริมาณสินค้ามีความเพียงพอ และระดับราคาสินค้ายังคงทรงตัว อาทิอาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยวข้าวแกงเป็นต้นแต่ในส่วนที่ปรับราคาเพิ่ม ตามโครงสร้างราคาสินค้า อาทิเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ ที่มีการปรับขึ้นตามต้นทุนการขนส่ง และในส่วนของบรรจุภัณฑ์อย่างเช่นพลาสติก ขณะนี้ได้ปรับขึ้นตามห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งจากการลงพื้นที่กระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการปรับมาตรการ ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและต้นทุนผ่านโครงการธงฟ้า มีการขยายพื้นที่ให้มากขึ้น และโครงการธงเขียวที่จะลดราคาปุ๋ยให้กับเ
อ่านต่อ >18