
#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
เหตุการณ์เครนถล่มสองวันติดกันที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่ในวันนี้ เกิดขึ้นบริเวณถนนพระราม 2 เมื่อเครนก่อสร้างทางด่วน ถล่มลงมาทับรถยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ส่วนเมื่อวานนี้ เป็นเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและคนทำงานที่เดินทางไปทำงานในต่างอำเภอ ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าสาเหตุที่ทำให้เครนถล่มบ่อยครั้งคืออะไร? และใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ? เหตการณ์เครนถล่มลักษณะนี้ เกิดขึ้นในต่างประเทศเช่นกัน เช่น ในสหรัฐฯ ที่สถิติของสำนักงานแรงงานแสดงให้เห็นว่ามีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เครนถล่ม โดยเฉลี่ยปีละ 44 คน เนื่องจากเครนเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ และติดตั้งตามสถานที่ก่อสร้าง ที่มีอยู่ทั้งในตัวเมืองและนอกเมือง เช่น การก่อสร้างทางด่วน การก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ เมื่อเครนพังถล่มลงมา จึงเป็นอันตรายต่อทั้งคนงานก่อสร้าง คนขับรถ และประชาชนทั่วไปที่เดินทางสัญจรในบริเวณนั้นส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเครนถล่ม สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยของเครนก่อสร้างในสหรัฐฯ หรือ CICB พบว่ากว่า 90% ของอุบัติเหตุเครนถล่ม เกิดจากความประมาทของมนุษย์ ซึ่งอุบัติเหตุเครนถล่มสามารถแบ่งแยกสาเหตุได้หลัก ๆ ดังต่อไปนี้ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเกินไป: เครนถูกออกแบบมาให้ยกสิ่งของที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็มีขีดจำกัด หากยกของที่มีน้ำหนักมากเกินกว่าที่เครนจะรับไหว ก็อาจจะทำให้สิ่งของตกลงมา หรือเครนถล่มได้ไม่ใช้คนให้สัญญาณ ทำงานร่วมกับคนควบคุมเครน: มุมมองของผู้ควบคุมเครนมีขีดจำกัดซึ่งอาจจะมองไม่เห็นสภาพแวดล้อมได้ชัดเจน จึงต้องทำงานร่วมกับคนให้สัญญาณมือ ที่จะสื่อสารกับผู้ควบคุมเครนว่ามีอะไรที่ต้องระวังบ้าง แต่บางครั้ง คนควบคุมเครนก็ทำงานโดยไม่มีคนให้สัญญาณจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นเครนไปเกี่ยวถูกสายไฟ: กฎหลักของการติดตั้งเครนอย่างหนึ่งก็คือ ต้องอยู่ห่างจากสายไฟรอบทิศทางอย่างน้อย 20 ฟุต หรือประมาณ 10 เมตร แต่การติดตั้งเครนในย่านชุมชน หลายครั้งก็ติดตั้งอยู่ใกล้สายไฟมากเกินไป จนทำให้เครนไปเกี่ยวถูกสายไฟ และทำให้เครนเกิดความเสียหายและถล่มได้ไม่ตรวจสอบความพร้อมของเครนก่อนทำงาน: เครนเป็นเครื่องมือที่ต้องตรวจสอบความปลอดภัยอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยก่อนทำงาน ซึ่งผู้ควบคุมเครนต้องตรวจส
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ มีหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ข้อมูล และแจ้งเตือนภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็วและถูกต้องที่ผ่านมา ปภ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือแบบ Cell Broadcast และได้ทดสอบระบบก่อนเปิดใช้งานจริงในปี 2568 รวม 3 ครั้ง ได้แก่ การทดสอบระดับเล็กในพื้นที่อาคาร เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ระดับกลางในพื้นที่อำเภอ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 และระดับใหญ่ในพื้นที่จังหวัด เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ก่อนนำระบบมาใช้งานจริงในหลายสถานการณ์ อาทิ เหตุอุทกภัยในภาคเหนือและภาคใต้ สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สำหรับวันที่ 20 มกราคมนี้ ปภ. จะทำการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยในระดับประเทศ โดยจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในทั้ง 76 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร ในเวลา 14.00 น. ซึ่งเป็นการแจ้งเตือนแบบ National Alert หรือการแจ้งเตือนภัยระดับชาติ ใช้สำหรับสถานการณ์สาธารณภัยขนาดใหญ่ที่มีความรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างการทดสอบดังกล่าว ประชาชนจะได้รับเสียงสัญญาณแจ้งเตือนและข้อความอัตโนมัติ ความยาวประมาณ 8 วินาที แม้โทรศัพท์จะปิดเสียง ล็อกหน้าจอ หรืออยู่ในโหมดสั่น โดยข้อความจะแสดงว่า “ทดสอบแจ้งเตือนภัย ไม่ใช่สถานการณ์จริง จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โปรดอย่าตื่นตระหนก” และภาษาอังกฤษ “This is a test message from Department of Disaster Prevention and Mitigation (DDPM), not real situation. No action required.” ทั้งนี้ โทรศัพท์มือถือที่สามารถรับการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชัน 18 ขึ้นไป หรือ Android เวอร์ชัน 11 ขึ้นไปกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้า และย้ำว่าการแจ้งเตือนที่จะได้รับในวันที่ 20 มกราคม เวลา 14.00 น. เป็นเพียงการทดสอบระบบ ไม่ใช่เหตุการณ์จริง ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก โดยข้อความแจ้งเตือนจะไม่มีการแนบลิงก์ใด ๆ ส่งในชื่อ DDPM เท่านั้น และประชาชนไม
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกรมบัญชีกลางออกมาระบุถึง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ปัจจุบันหน่วยงานรัฐสามารถแจ้งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อสั่งทิ้งงานได้ในกรณีผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นความปลอดภัยหากมีการระบุเงื่อนไขไว้ในสัญญาจ้างดังนั้นเหตุการณ์เครนก่อสร้างงานรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ไทย - จีน หล่นทับขบวนรถไฟโดยสารนั้น ก็เป็นอำนาจที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของสัญญาสามารถแจ้งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อดำเนินการได้ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงกรณี พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างที่ดำเนินการสั่งทิ้งงานได้ในกรณีผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยระบุว่า ปัจจุบันก็ได้หารือกันอยู่ ซึ่ง รฟท.ต้องส่งเรื่องนี้ให้กรมบัญชีกลาง แล้วก็เตรียมการดำเนินการสำหรับเหตุการณ์เครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.13 น. วันที่ 14 ม.ค.2569 ขณะที่ขบวนรถกำลังแล่นผ่านช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว โดยเครนก่อสร้างได้ล่วงหล่นทับขบวนรถในตู้โดยสารที่ 2 และ 3 ส่งผลให้ขบวนรถตกรางและเกิดเพลิงไหม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม ณ ขณะนี้ จำนวน 32 ราย และและผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 66 คน
อ่านต่อ >14

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
แนวทางการรณรงค์เพื่อการออกเสียงประชามติสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอเผยแพร่แนวทางการรณรงค์เพื่อการออกเสียงประชามติ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ดังนี้1. บุคคล/คณะบุคคล/นิติบุคคล ที่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการรณรงค์ออกเสียงประชามติ1.1 ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง)1.2 หน่วยงานของรัฐ (มาตรา 17 วรรคสอง)1.3 สถานีวิทยุกระจายเสียงหรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ (มาตรา 16 วรรคสอง) 2. กรณีดังต่อไปนี้ สามารถกระทำได้2.1 ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม สามารถจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อการออกเสียงได้โดยเสรี เสมอภาค และเท่าเทียมกัน (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง)2.2 หน่วยงานของรัฐสามารถจัดกิจกรรมเพื่อให้ข้อมูลในการออกเสียงแก่ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ ในสังคมได้เข้าร่วมอย่างเสรี และเท่าเทียม (มาตรา 17 วรรคสอง)2.3 การจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะจัดให้มีการออกเสียงผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงหรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ โดยผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จะต้องเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน (มาตรา 16 วรรคสอง) 3. กรณีดังต่อไปนี้ ไม่สามารถกระทำได้การรณรงค์ออกเสียงประชามติจะต้องไม่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 รวมทั้งระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง เช่น ให้ เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ เพื่อจะจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะออกเสียงประชามติอันเป็นเท็จ เป็นต้นทั้งนี้ ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่หรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ใช้ตำแหน่งหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้การออกเสียงไม่เป็น
อ่านต่อ >15

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
เหตุการณ์เครนถล่มสองวันติดกันที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่ในวันนี้ เกิดขึ้นบริเวณถนนพระราม 2 เมื่อเครนก่อสร้างทางด่วน ถล่มลงมาทับรถยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ส่วนเมื่อวานนี้ เป็นเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและคนทำงานที่เดินทางไปทำงานในต่างอำเภอ ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าสาเหตุที่ทำให้เครนถล่มบ่อยครั้งคืออะไร? และใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ? เหตการณ์เครนถล่มลักษณะนี้ เกิดขึ้นในต่างประเทศเช่นกัน เช่น ในสหรัฐฯ ที่สถิติของสำนักงานแรงงานแสดงให้เห็นว่ามีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เครนถล่ม โดยเฉลี่ยปีละ 44 คน เนื่องจากเครนเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ และติดตั้งตามสถานที่ก่อสร้าง ที่มีอยู่ทั้งในตัวเมืองและนอกเมือง เช่น การก่อสร้างทางด่วน การก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ เมื่อเครนพังถล่มลงมา จึงเป็นอันตรายต่อทั้งคนงานก่อสร้าง คนขับรถ และประชาชนทั่วไปที่เดินทางสัญจรในบริเวณนั้นส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเครนถล่ม สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยของเครนก่อสร้างในสหรัฐฯ หรือ CICB พบว่ากว่า 90% ของอุบัติเหตุเครนถล่ม เกิดจากความประมาทของมนุษย์ ซึ่งอุบัติเหตุเครนถล่มสามารถแบ่งแยกสาเหตุได้หลัก ๆ ดังต่อไปนี้ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเกินไป: เครนถูกออกแบบมาให้ยกสิ่งของที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็มีขีดจำกัด หากยกของที่มีน้ำหนักมากเกินกว่าที่เครนจะรับไหว ก็อาจจะทำให้สิ่งของตกลงมา หรือเครนถล่มได้ไม่ใช้คนให้สัญญาณ ทำงานร่วมกับคนควบคุมเครน: มุมมองของผู้ควบคุมเครนมีขีดจำกัดซึ่งอาจจะมองไม่เห็นสภาพแวดล้อมได้ชัดเจน จึงต้องทำงานร่วมกับคนให้สัญญาณมือ ที่จะสื่อสารกับผู้ควบคุมเครนว่ามีอะไรที่ต้องระวังบ้าง แต่บางครั้ง คนควบคุมเครนก็ทำงานโดยไม่มีคนให้สัญญาณจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นเครนไปเกี่ยวถูกสายไฟ: กฎหลักของการติดตั้งเครนอย่างหนึ่งก็คือ ต้องอยู่ห่างจากสายไฟรอบทิศทางอย่างน้อย 20 ฟุต หรือประมาณ 10 เมตร แต่การติดตั้งเครนในย่านชุมชน หลายครั้งก็ติดตั้งอยู่ใกล้สายไฟมากเกินไป จนทำให้เครนไปเกี่ยวถูกสายไฟ และทำให้เครนเกิดความเสียหายและถล่มได้ไม่ตรวจสอบความพร้อมของเครนก่อนทำงาน: เครนเป็นเครื่องมือที่ต้องตรวจสอบความปลอดภัยอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยก่อนทำงาน ซึ่งผู้ควบคุมเครนต้องตรวจส
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์เตือนภัยแห่งชาติ มีหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ข้อมูล และแจ้งเตือนภัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็วและถูกต้องที่ผ่านมา ปภ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้พัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือแบบ Cell Broadcast และได้ทดสอบระบบก่อนเปิดใช้งานจริงในปี 2568 รวม 3 ครั้ง ได้แก่ การทดสอบระดับเล็กในพื้นที่อาคาร เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ระดับกลางในพื้นที่อำเภอ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 และระดับใหญ่ในพื้นที่จังหวัด เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2568 ก่อนนำระบบมาใช้งานจริงในหลายสถานการณ์ อาทิ เหตุอุทกภัยในภาคเหนือและภาคใต้ สถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สำหรับวันที่ 20 มกราคมนี้ ปภ. จะทำการทดสอบระบบแจ้งเตือนภัยในระดับประเทศ โดยจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในทั้ง 76 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร ในเวลา 14.00 น. ซึ่งเป็นการแจ้งเตือนแบบ National Alert หรือการแจ้งเตือนภัยระดับชาติ ใช้สำหรับสถานการณ์สาธารณภัยขนาดใหญ่ที่มีความรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างการทดสอบดังกล่าว ประชาชนจะได้รับเสียงสัญญาณแจ้งเตือนและข้อความอัตโนมัติ ความยาวประมาณ 8 วินาที แม้โทรศัพท์จะปิดเสียง ล็อกหน้าจอ หรืออยู่ในโหมดสั่น โดยข้อความจะแสดงว่า “ทดสอบแจ้งเตือนภัย ไม่ใช่สถานการณ์จริง จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โปรดอย่าตื่นตระหนก” และภาษาอังกฤษ “This is a test message from Department of Disaster Prevention and Mitigation (DDPM), not real situation. No action required.” ทั้งนี้ โทรศัพท์มือถือที่สามารถรับการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ต้องใช้ระบบปฏิบัติการ iOS เวอร์ชัน 18 ขึ้นไป หรือ Android เวอร์ชัน 11 ขึ้นไปกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบล่วงหน้า และย้ำว่าการแจ้งเตือนที่จะได้รับในวันที่ 20 มกราคม เวลา 14.00 น. เป็นเพียงการทดสอบระบบ ไม่ใช่เหตุการณ์จริง ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก โดยข้อความแจ้งเตือนจะไม่มีการแนบลิงก์ใด ๆ ส่งในชื่อ DDPM เท่านั้น และประชาชนไม
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกรมบัญชีกลางออกมาระบุถึง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ปัจจุบันหน่วยงานรัฐสามารถแจ้งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อสั่งทิ้งงานได้ในกรณีผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นความปลอดภัยหากมีการระบุเงื่อนไขไว้ในสัญญาจ้างดังนั้นเหตุการณ์เครนก่อสร้างงานรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) ไทย - จีน หล่นทับขบวนรถไฟโดยสารนั้น ก็เป็นอำนาจที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของสัญญาสามารถแจ้งเรื่องไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อดำเนินการได้ นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงกรณี พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างที่ดำเนินการสั่งทิ้งงานได้ในกรณีผู้รับเหมาไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยระบุว่า ปัจจุบันก็ได้หารือกันอยู่ ซึ่ง รฟท.ต้องส่งเรื่องนี้ให้กรมบัญชีกลาง แล้วก็เตรียมการดำเนินการสำหรับเหตุการณ์เครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.13 น. วันที่ 14 ม.ค.2569 ขณะที่ขบวนรถกำลังแล่นผ่านช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว โดยเครนก่อสร้างได้ล่วงหล่นทับขบวนรถในตู้โดยสารที่ 2 และ 3 ส่งผลให้ขบวนรถตกรางและเกิดเพลิงไหม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม ณ ขณะนี้ จำนวน 32 ราย และและผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 66 คน
อ่านต่อ >14

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
แนวทางการรณรงค์เพื่อการออกเสียงประชามติสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอเผยแพร่แนวทางการรณรงค์เพื่อการออกเสียงประชามติ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ดังนี้1. บุคคล/คณะบุคคล/นิติบุคคล ที่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการรณรงค์ออกเสียงประชามติ1.1 ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง)1.2 หน่วยงานของรัฐ (มาตรา 17 วรรคสอง)1.3 สถานีวิทยุกระจายเสียงหรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ (มาตรา 16 วรรคสอง) 2. กรณีดังต่อไปนี้ สามารถกระทำได้2.1 ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม สามารถจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อการออกเสียงได้โดยเสรี เสมอภาค และเท่าเทียมกัน (มาตรา 17 วรรคหนึ่ง)2.2 หน่วยงานของรัฐสามารถจัดกิจกรรมเพื่อให้ข้อมูลในการออกเสียงแก่ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ ในสังคมได้เข้าร่วมอย่างเสรี และเท่าเทียม (มาตรา 17 วรรคสอง)2.3 การจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะจัดให้มีการออกเสียงผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงหรือสถานีวิทยุโทรทัศน์ โดยผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จะต้องเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมกัน (มาตรา 16 วรรคสอง) 3. กรณีดังต่อไปนี้ ไม่สามารถกระทำได้การรณรงค์ออกเสียงประชามติจะต้องไม่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 รวมทั้งระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง เช่น ให้ เสนอให้หรือสัญญาว่าจะให้ เพื่อจะจูงใจให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียง เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะออกเสียงประชามติอันเป็นเท็จ เป็นต้นทั้งนี้ ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่หรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ใช้ตำแหน่งหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุให้การออกเสียงไม่เป็น
อ่านต่อ >15

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
เหตุการณ์เครนถล่มสองวันติดกันที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่ในวันนี้ เกิดขึ้นบริเวณถนนพระราม 2 เมื่อเครนก่อสร้างทางด่วน ถล่มลงมาทับรถยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ส่วนเมื่อวานนี้ เป็นเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักเรียนและคนทำงานที่เดินทางไปทำงานในต่างอำเภอ ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าสาเหตุที่ทำให้เครนถล่มบ่อยครั้งคืออะไร? และใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ? เหตการณ์เครนถล่มลักษณะนี้ เกิดขึ้นในต่างประเทศเช่นกัน เช่น ในสหรัฐฯ ที่สถิติของสำนักงานแรงงานแสดงให้เห็นว่ามีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เครนถล่ม โดยเฉลี่ยปีละ 44 คน เนื่องจากเครนเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ และติดตั้งตามสถานที่ก่อสร้าง ที่มีอยู่ทั้งในตัวเมืองและนอกเมือง เช่น การก่อสร้างทางด่วน การก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ เมื่อเครนพังถล่มลงมา จึงเป็นอันตรายต่อทั้งคนงานก่อสร้าง คนขับรถ และประชาชนทั่วไปที่เดินทางสัญจรในบริเวณนั้นส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเครนถล่ม สำนักงานตรวจสอบความปลอดภัยของเครนก่อสร้างในสหรัฐฯ หรือ CICB พบว่ากว่า 90% ของอุบัติเหตุเครนถล่ม เกิดจากความประมาทของมนุษย์ ซึ่งอุบัติเหตุเครนถล่มสามารถแบ่งแยกสาเหตุได้หลัก ๆ ดังต่อไปนี้ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากเกินไป: เครนถูกออกแบบมาให้ยกสิ่งของที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็มีขีดจำกัด หากยกของที่มีน้ำหนักมากเกินกว่าที่เครนจะรับไหว ก็อาจจะทำให้สิ่งของตกลงมา หรือเครนถล่มได้ไม่ใช้คนให้สัญญาณ ทำงานร่วมกับคนควบคุมเครน: มุมมองของผู้ควบคุมเครนมีขีดจำกัดซึ่งอาจจะมองไม่เห็นสภาพแวดล้อมได้ชัดเจน จึงต้องทำงานร่วมกับคนให้สัญญาณมือ ที่จะสื่อสารกับผู้ควบคุมเครนว่ามีอะไรที่ต้องระวังบ้าง แต่บางครั้ง คนควบคุมเครนก็ทำงานโดยไม่มีคนให้สัญญาณจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้นเครนไปเกี่ยวถูกสายไฟ: กฎหลักของการติดตั้งเครนอย่างหนึ่งก็คือ ต้องอยู่ห่างจากสายไฟรอบทิศทางอย่างน้อย 20 ฟุต หรือประมาณ 10 เมตร แต่การติดตั้งเครนในย่านชุมชน หลายครั้งก็ติดตั้งอยู่ใกล้สายไฟมากเกินไป จนทำให้เครนไปเกี่ยวถูกสายไฟ และทำให้เครนเกิดความเสียหายและถล่มได้ไม่ตรวจสอบความพร้อมของเครนก่อนทำงาน: เครนเป็นเครื่องมือที่ต้องตรวจสอบความปลอดภัยอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยก่อนทำงาน ซึ่งผู้ควบคุมเครนต้องตรวจส
อ่านต่อ >19