
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16 ต่อจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569การประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2569 จัดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญอยู่ในวาระที่ 4 เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา ซึ่งรวมถึงการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่สำหรับผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการพิจารณามีทั้งหมด 4 นาย จากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ เรียงตามลำดับอาวุโส ได้แก่พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2571พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2570พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2576พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เกษียณอายุราชการปี 2572ก่อนการลงมติ ผู้มีคุณสมบัติทั้ง 4 นายต้องออกจากห้องประชุม เนื่องจากถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ทำให้เหลือกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณา 12 คน โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมต่อที่ประชุม หลักเกณฑ์การพิจารณาเป็นไปตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 โดยคำนึงถึงระบบคุณธรรม ลำดับอาวุโส ความรู้ ความสามารถ ผลงาน ประสบการณ์ด้านการบริหาร ตลอดจนประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนและงานป้องกันปราบปราม ไม่ได้พิจารณาจากอาวุโสเพียงปัจจัยเดียว พล.ต.อ.สำราญมีอาวุโสลำดับที่ 3 ในกลุ่มผู้มีคุณสมบัติ และมีอายุราชการถึงปี 2576 ปัจจุบันรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ รวมทั้งมีประสบการณ์ในงานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน งานจราจร และการบริหารตำรวจนครบาล เส้นทางราชการของ พล.ต.อ.สำราญ ใช้เวลาประมาณ 15 ปี นับจากระดับพันตำรวจเอกขึ้นสู่ยศพลตำรวจเอก ผ่านตำแหน่งสำคัญทั้งผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผลงานที่ได้รับมอบหมายในช่วงที่ผ่านมา ครอบคลุมภารกิจด้านความมั่นคง การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และการตร
อ่านต่อ >23

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Galaxy Z Fold8 ได้รับการออกแบบใหม่ให้ใช้งานได้เป็นธรรมชาติมากขึ้นในทุกสถานการณ์ ด้วยสัดส่วนตัวเครื่องและหน้าจอที่เหมาะกับการใช้งานจริง ผู้ใช้สามารถสลับจากการตอบข้อความหรือเช็กข้อมูลบนหน้าจอด้านนอก ไปสู่การรับชมคอนเทนต์ อ่านหนังสือ หรือเล่นเกมบนหน้าจอหลักได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ ยังเป็น Galaxy Z Fold ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเพียง 201 กรัม จึงพกพาสะดวก พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon® 8 Elite Gen 5 Mobile Platform for Galaxy และแบตเตอรี่ความจุ 4,800mAh ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน สัดส่วนหน้าจอใหม่ รองรับทุกรูปแบบการใช้งานหน้าจอด้านนอกอัตราส่วน 10:16 ให้ความรู้สึกใกล้เคียงสมาร์ทโฟนทั่วไป จับถนัดมือ เหมาะสำหรับการส่งข้อความ เช็กโซเชียล หรือดูวิดีโอสั้น ขณะที่หน้าจอหลักเมื่อกางออกมีอัตราส่วน 4:3 มอบพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับรับชมภาพยนตร์ เล่นเกม และทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้เต็มประสิทธิภาพ ส่วนการหมุนหน้าจอช่วยปรับมุมมองให้เหมาะกับการอ่านบทความหรือ e-Book ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดความจำเป็นในการพกอุปกรณ์เพิ่มเติมหน้าจอแข็งแรงขึ้น พร้อมแสดงผลคมชัดแม้อยู่กลางแจ้งGalaxy Z Fold8 ใช้โครงสร้างหน้าจอแบบ Flex Titanium ที่ผสานฟิล์มไทเทเนียมอัลลอยด์และแผ่นไทเทเนียมรุ่นใหม่ ช่วยให้ตัวเครื่องบางลงแต่ยังคงความแข็งแรง รองรับแรงกดและแรงกระแทกได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยลดการมองเห็นรอยพับของหน้าจอเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน พร้อมปรับปรุงกลไกบานพับให้เปิด-ปิดได้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ด้านการแสดงผล หน้าจอหลักให้ความสว่างสูงสุด 3,000 nits ทำงานร่วมกับ Vision Booster และเทคโนโลยีเคลือบลดแสงสะท้อน จึงมองเห็นภาพได้คมชัด สีสันสดใส แม้ใช้งานกลางแจ้ง กล้องครบเครื่องสำหรับการถ่ายภาพและวิดีโอในชีวิตประจำวันGalaxy Z Fold8 มาพร้อมกล้องคู่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทั้งเลนส์ Wide และ Ultra-Wide ให้ภาพคมชัดในทุกสภาพแสง รองรับการถ่ายภาพวิว ภาพหมู่ และภาพระหว่างเดินทางได้อย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Dual Recording ที่สามารถบันทึกวิดีโอจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกัน พร้อมแสดงตัวอย่างภาพบนหน้าจอด้านนอก ช่วยจัดองค์ประกอบภาพได้ง่ายขึ้น รวมถึงฟีเจอร์ My FanCam ที่ติดตามใบหน้าของบุคคลที่เลือกโดยอัตโนมัติ พร้อมปรับเฟรมวิดีโอให้เหมาะกับการโพสต์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที โดยแทบไม่ต้องตัดต่อเพิ่มเติม
อ่านต่อ >13

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Samsung เปิดตัว Galaxy Watch9 และ Galaxy Watch Ultra2 สมาร์ทวอชตอบโจทย์สายลุยหรือคนรักสุขภาพ มาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon เพื่อการประมวลผล AI และแว่นตาอัจฉริยะ Galaxy Glasses โดยเฉพาะ Samsung Galaxy Watch9 มีให้เลือกทั้งหมด 2 ขนาด 40 มม. และ 44 มม. วัสดุตัวเรือนทำจากอลูมิเนียม หน้าจอเป็นแซฟไฟร์เน้นความทนทานเป็นพิเศษ ดีไซน์คงเดิมคล้ายจากรุ่นที่แล้ว น้ำหนักรุ่น 40 มม. อยู่ที่ 31.5 กรัม ส่วนรุ่น 44 มม. อยู่ที่ 34 กรัมGalaxy Watch9 ถูกออกแบบมาเพื่อ "ใช้งานในชีวิตประจำวัน" และ "ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม" ดีไซน์ดูมินิมอล แมทช์ได้ง่าย ๆ กับทุกลุค ด้านข้างมีปุ่ม Quick Botton 2 ปุ่ม หน้าปัดเป็นทรงกลม sAMOLED มีความสว่างอยู่ที่ 3,000 นิต กันน้ำลึก 5ATM ทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 พร้อมคุณสมบัติต้านทานการตกกระแทก MIL-STD-810H ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิป Snapdragon Wear Eliteหน่วยความจำ 2GB สตอเรจขนาด 32GB และมาพร้อมแบตเตอรี่ 390mAh ในรุ่น 40 มม. และ 445mAh ในรุ่น 44 มม. มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี รุ่น 40 มม. สีขาว (Cream) และสีดำ (Graphite) ส่วนรุ่น 44 มม. คือสีเงิน (Silver) และสีดำ (Graphite)ราคา Samsung Galaxy Watch9 - รุ่น 40mm Bluetooth ราคา 12,900 บาท - รุ่น 40mm LTE (Online Exclusive) ราคา 13,900 บาท - รุ่น 44mm Bluetooth ราคา 14,900 บาท - รุ่น44 mm LTE (Online Exclusive) ราคา 15,900 บาท Samsung Galaxy Watch Ultra2 จะโดดเด่นในด้านความ Sport ตอบโจทย์สายลุยชอบทำกิจกรรม Outdoor ตัวเรือนทำจากไทเทเนียม ออกแบบให้ทนทานเพื่อการออกกำลังกายหลายรูปแบบ เช่น การวิ่งเทรล, ว่ายน้ำ, ดำน้ำ และปีนผา ตัวเรือนมาในลักษณะ Squircle กระจกแซฟไฟร์ทนรอยขีดข่วน sAMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว ความสว่าง 5,000 นิต หนัก 61.5 กรัม บาง 10.5 มม. ด้านข้างมีปุ่ม Quick Botton ที่ปรับแต่งเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์หรือฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ตามต้องการอย่างรวดเร็วภายในติดตั้งชิปเซ็ต Snapdragon Wear Elite ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ซึ่งให้มาเยอะกว่าเดิมเป็น 800mAh สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 100 ชั่วโมง เมื่อปิด GPS และ 20 ชั่วโมง เมื่อเปิด GPSกันน้ำลึก 10ATM ทนน้ำทนฝุ่น IP69K ผ่านการทดสอบ MIL-STD-810H มาพร้อม One UI 9 Watch ตั้งแต่เปิดใช้งานครั้งแรก และอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เพื่อสุขภาพ และการออกกำลังกาย และเด่นที่สุดคือใช้ในการด
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนบนโลกออนไลน์ สำหรับกรณีหญิงสาวรายหนึ่งออกมาโพสต์อ้างว่า ถูก วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากอิมแพ็ค เมืองทองธานี ลวนลามระหว่างทาง จนต้องกระโดดลงจากรถที่กำลังวิ่งและได้รับบาดเจ็บ ก่อนเรื่องราวจะกลายเป็นไวรัล แต่ต่อมาเจ้าตัวออกมายอมรับว่า มีการ “แต่งเติมเรื่องบางส่วน” จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมยืนยันว่า วินมอเตอร์ไซค์คู่กรณีเป็นผู้บริสุทธิ์ จุดเริ่มต้นดราม่า สาวโพสต์อ้างถูกวิน จยย.ลวนลามเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เล่าว่า หลังเดินทางไปงานแฟนมีตติ้งที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ได้เรียกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทางกลับโรงแรมที่พักเธออ้างว่า ระหว่างทางวินมอเตอร์ไซค์เลือกใช้เส้นทางเปลี่ยวและมืด โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ก่อนจะขับวนไปมาเป็นเวลานาน พร้อมกล่าวหาว่าคนขับมีพฤติกรรมลวนลาม ทำให้เธอเกิดความกลัวและตัดสินใจกระโดดลงจากรถที่กำลังเคลื่อนที่หญิงสาวระบุว่าได้รับบาดเจ็บและต้องเย็บแผลถึง 9 เข็ม พร้อมเผยแพร่คลิปวิดีโอและภาพจากโรงพยาบาล ทำให้เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว มียอดเข้าชมหลายล้านครั้งหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีทั้งผู้เข้ามาให้กำลังใจและผู้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายละเอียดของเหตุการณ์ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย หลังพบหลายจุดไม่สอดคล้องเมื่อเรื่องราวได้รับความสนใจมากขึ้น ชาวเน็ตบางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของเหตุการณ์ เช่นคลิปวิดีโอที่อ้างว่าถ่ายเพื่อเป็นหลักฐาน กลับไม่เห็นข้อมูลสำคัญ เช่น หมายเลขเสื้อวินหรือรายละเอียดที่สามารถระบุตัวคนขับได้ชัดเจนเรื่องราวระบุว่าขับวนประมาณ 10 นาที แต่คลิปหลักฐานมีความยาวเพียงช่วงสั้น ๆมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาพบาดแผลและรายละเอียดการรักษาที่ถูกนำเสนอตั้งคำถามว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินและมีร้านค้าหรือผู้คนอยู่บริเวณใกล้เคียง เหตุใดจึงไม่มีผู้เข้าช่วยเหลือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเรียกรถ Grab และการระบุตำแหน่งในสถานการณ์ที่เจ้าตัวระบุว่าไม่คุ้นเคยพื้นที่จากข้อสงสัยดังกล่าว ทำให้มีผู้ใช้โซเชียลบางรายพยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามหาวินมอเตอร์ไซค์จากรายละเอียดในคลิป พบวินมอเตอร์ไซค์ในคลิป ก่อนตรวจสอบหลักฐานผู้ที่ติดตามเรื่องดังกล่าวได้พยายามค้นหาวินมอเตอร์ไซค์ที่มีลักษณะตรงกับในคลิป โดยสังเกตจากเสื้อที่คนขับสวมใส่ จนพบวินมอเตอร์ไซค์รายหนึ่งซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับเหตุกา
อ่านต่อ >15

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16 ต่อจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569การประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2569 จัดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญอยู่ในวาระที่ 4 เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา ซึ่งรวมถึงการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่สำหรับผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการพิจารณามีทั้งหมด 4 นาย จากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ เรียงตามลำดับอาวุโส ได้แก่พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2571พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2570พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2576พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เกษียณอายุราชการปี 2572ก่อนการลงมติ ผู้มีคุณสมบัติทั้ง 4 นายต้องออกจากห้องประชุม เนื่องจากถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ทำให้เหลือกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณา 12 คน โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมต่อที่ประชุม หลักเกณฑ์การพิจารณาเป็นไปตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 โดยคำนึงถึงระบบคุณธรรม ลำดับอาวุโส ความรู้ ความสามารถ ผลงาน ประสบการณ์ด้านการบริหาร ตลอดจนประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนและงานป้องกันปราบปราม ไม่ได้พิจารณาจากอาวุโสเพียงปัจจัยเดียว พล.ต.อ.สำราญมีอาวุโสลำดับที่ 3 ในกลุ่มผู้มีคุณสมบัติ และมีอายุราชการถึงปี 2576 ปัจจุบันรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ รวมทั้งมีประสบการณ์ในงานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน งานจราจร และการบริหารตำรวจนครบาล เส้นทางราชการของ พล.ต.อ.สำราญ ใช้เวลาประมาณ 15 ปี นับจากระดับพันตำรวจเอกขึ้นสู่ยศพลตำรวจเอก ผ่านตำแหน่งสำคัญทั้งผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผลงานที่ได้รับมอบหมายในช่วงที่ผ่านมา ครอบคลุมภารกิจด้านความมั่นคง การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และการตร
อ่านต่อ >23

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Galaxy Z Fold8 ได้รับการออกแบบใหม่ให้ใช้งานได้เป็นธรรมชาติมากขึ้นในทุกสถานการณ์ ด้วยสัดส่วนตัวเครื่องและหน้าจอที่เหมาะกับการใช้งานจริง ผู้ใช้สามารถสลับจากการตอบข้อความหรือเช็กข้อมูลบนหน้าจอด้านนอก ไปสู่การรับชมคอนเทนต์ อ่านหนังสือ หรือเล่นเกมบนหน้าจอหลักได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ ยังเป็น Galaxy Z Fold ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเพียง 201 กรัม จึงพกพาสะดวก พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon® 8 Elite Gen 5 Mobile Platform for Galaxy และแบตเตอรี่ความจุ 4,800mAh ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน สัดส่วนหน้าจอใหม่ รองรับทุกรูปแบบการใช้งานหน้าจอด้านนอกอัตราส่วน 10:16 ให้ความรู้สึกใกล้เคียงสมาร์ทโฟนทั่วไป จับถนัดมือ เหมาะสำหรับการส่งข้อความ เช็กโซเชียล หรือดูวิดีโอสั้น ขณะที่หน้าจอหลักเมื่อกางออกมีอัตราส่วน 4:3 มอบพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับรับชมภาพยนตร์ เล่นเกม และทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้เต็มประสิทธิภาพ ส่วนการหมุนหน้าจอช่วยปรับมุมมองให้เหมาะกับการอ่านบทความหรือ e-Book ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดความจำเป็นในการพกอุปกรณ์เพิ่มเติมหน้าจอแข็งแรงขึ้น พร้อมแสดงผลคมชัดแม้อยู่กลางแจ้งGalaxy Z Fold8 ใช้โครงสร้างหน้าจอแบบ Flex Titanium ที่ผสานฟิล์มไทเทเนียมอัลลอยด์และแผ่นไทเทเนียมรุ่นใหม่ ช่วยให้ตัวเครื่องบางลงแต่ยังคงความแข็งแรง รองรับแรงกดและแรงกระแทกได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยลดการมองเห็นรอยพับของหน้าจอเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน พร้อมปรับปรุงกลไกบานพับให้เปิด-ปิดได้ลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น ด้านการแสดงผล หน้าจอหลักให้ความสว่างสูงสุด 3,000 nits ทำงานร่วมกับ Vision Booster และเทคโนโลยีเคลือบลดแสงสะท้อน จึงมองเห็นภาพได้คมชัด สีสันสดใส แม้ใช้งานกลางแจ้ง กล้องครบเครื่องสำหรับการถ่ายภาพและวิดีโอในชีวิตประจำวันGalaxy Z Fold8 มาพร้อมกล้องคู่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทั้งเลนส์ Wide และ Ultra-Wide ให้ภาพคมชัดในทุกสภาพแสง รองรับการถ่ายภาพวิว ภาพหมู่ และภาพระหว่างเดินทางได้อย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Dual Recording ที่สามารถบันทึกวิดีโอจากกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อมกัน พร้อมแสดงตัวอย่างภาพบนหน้าจอด้านนอก ช่วยจัดองค์ประกอบภาพได้ง่ายขึ้น รวมถึงฟีเจอร์ My FanCam ที่ติดตามใบหน้าของบุคคลที่เลือกโดยอัตโนมัติ พร้อมปรับเฟรมวิดีโอให้เหมาะกับการโพสต์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที โดยแทบไม่ต้องตัดต่อเพิ่มเติม
อ่านต่อ >13

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Samsung เปิดตัว Galaxy Watch9 และ Galaxy Watch Ultra2 สมาร์ทวอชตอบโจทย์สายลุยหรือคนรักสุขภาพ มาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon เพื่อการประมวลผล AI และแว่นตาอัจฉริยะ Galaxy Glasses โดยเฉพาะ Samsung Galaxy Watch9 มีให้เลือกทั้งหมด 2 ขนาด 40 มม. และ 44 มม. วัสดุตัวเรือนทำจากอลูมิเนียม หน้าจอเป็นแซฟไฟร์เน้นความทนทานเป็นพิเศษ ดีไซน์คงเดิมคล้ายจากรุ่นที่แล้ว น้ำหนักรุ่น 40 มม. อยู่ที่ 31.5 กรัม ส่วนรุ่น 44 มม. อยู่ที่ 34 กรัมGalaxy Watch9 ถูกออกแบบมาเพื่อ "ใช้งานในชีวิตประจำวัน" และ "ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม" ดีไซน์ดูมินิมอล แมทช์ได้ง่าย ๆ กับทุกลุค ด้านข้างมีปุ่ม Quick Botton 2 ปุ่ม หน้าปัดเป็นทรงกลม sAMOLED มีความสว่างอยู่ที่ 3,000 นิต กันน้ำลึก 5ATM ทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 พร้อมคุณสมบัติต้านทานการตกกระแทก MIL-STD-810H ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิป Snapdragon Wear Eliteหน่วยความจำ 2GB สตอเรจขนาด 32GB และมาพร้อมแบตเตอรี่ 390mAh ในรุ่น 40 มม. และ 445mAh ในรุ่น 44 มม. มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี รุ่น 40 มม. สีขาว (Cream) และสีดำ (Graphite) ส่วนรุ่น 44 มม. คือสีเงิน (Silver) และสีดำ (Graphite)ราคา Samsung Galaxy Watch9 - รุ่น 40mm Bluetooth ราคา 12,900 บาท - รุ่น 40mm LTE (Online Exclusive) ราคา 13,900 บาท - รุ่น 44mm Bluetooth ราคา 14,900 บาท - รุ่น44 mm LTE (Online Exclusive) ราคา 15,900 บาท Samsung Galaxy Watch Ultra2 จะโดดเด่นในด้านความ Sport ตอบโจทย์สายลุยชอบทำกิจกรรม Outdoor ตัวเรือนทำจากไทเทเนียม ออกแบบให้ทนทานเพื่อการออกกำลังกายหลายรูปแบบ เช่น การวิ่งเทรล, ว่ายน้ำ, ดำน้ำ และปีนผา ตัวเรือนมาในลักษณะ Squircle กระจกแซฟไฟร์ทนรอยขีดข่วน sAMOLED ขนาด 1.47 นิ้ว ความสว่าง 5,000 นิต หนัก 61.5 กรัม บาง 10.5 มม. ด้านข้างมีปุ่ม Quick Botton ที่ปรับแต่งเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์หรือฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ตามต้องการอย่างรวดเร็วภายในติดตั้งชิปเซ็ต Snapdragon Wear Elite ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร จับคู่กับแบตเตอรี่ซึ่งให้มาเยอะกว่าเดิมเป็น 800mAh สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 100 ชั่วโมง เมื่อปิด GPS และ 20 ชั่วโมง เมื่อเปิด GPSกันน้ำลึก 10ATM ทนน้ำทนฝุ่น IP69K ผ่านการทดสอบ MIL-STD-810H มาพร้อม One UI 9 Watch ตั้งแต่เปิดใช้งานครั้งแรก และอัดแน่นด้วยฟีเจอร์เพื่อสุขภาพ และการออกกำลังกาย และเด่นที่สุดคือใช้ในการด
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนบนโลกออนไลน์ สำหรับกรณีหญิงสาวรายหนึ่งออกมาโพสต์อ้างว่า ถูก วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากอิมแพ็ค เมืองทองธานี ลวนลามระหว่างทาง จนต้องกระโดดลงจากรถที่กำลังวิ่งและได้รับบาดเจ็บ ก่อนเรื่องราวจะกลายเป็นไวรัล แต่ต่อมาเจ้าตัวออกมายอมรับว่า มีการ “แต่งเติมเรื่องบางส่วน” จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมยืนยันว่า วินมอเตอร์ไซค์คู่กรณีเป็นผู้บริสุทธิ์ จุดเริ่มต้นดราม่า สาวโพสต์อ้างถูกวิน จยย.ลวนลามเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X เล่าว่า หลังเดินทางไปงานแฟนมีตติ้งที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ได้เรียกใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทางกลับโรงแรมที่พักเธออ้างว่า ระหว่างทางวินมอเตอร์ไซค์เลือกใช้เส้นทางเปลี่ยวและมืด โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ก่อนจะขับวนไปมาเป็นเวลานาน พร้อมกล่าวหาว่าคนขับมีพฤติกรรมลวนลาม ทำให้เธอเกิดความกลัวและตัดสินใจกระโดดลงจากรถที่กำลังเคลื่อนที่หญิงสาวระบุว่าได้รับบาดเจ็บและต้องเย็บแผลถึง 9 เข็ม พร้อมเผยแพร่คลิปวิดีโอและภาพจากโรงพยาบาล ทำให้เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว มียอดเข้าชมหลายล้านครั้งหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ มีทั้งผู้เข้ามาให้กำลังใจและผู้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับรายละเอียดของเหตุการณ์ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัย หลังพบหลายจุดไม่สอดคล้องเมื่อเรื่องราวได้รับความสนใจมากขึ้น ชาวเน็ตบางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของเหตุการณ์ เช่นคลิปวิดีโอที่อ้างว่าถ่ายเพื่อเป็นหลักฐาน กลับไม่เห็นข้อมูลสำคัญ เช่น หมายเลขเสื้อวินหรือรายละเอียดที่สามารถระบุตัวคนขับได้ชัดเจนเรื่องราวระบุว่าขับวนประมาณ 10 นาที แต่คลิปหลักฐานมีความยาวเพียงช่วงสั้น ๆมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาพบาดแผลและรายละเอียดการรักษาที่ถูกนำเสนอตั้งคำถามว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินและมีร้านค้าหรือผู้คนอยู่บริเวณใกล้เคียง เหตุใดจึงไม่มีผู้เข้าช่วยเหลือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเรียกรถ Grab และการระบุตำแหน่งในสถานการณ์ที่เจ้าตัวระบุว่าไม่คุ้นเคยพื้นที่จากข้อสงสัยดังกล่าว ทำให้มีผู้ใช้โซเชียลบางรายพยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามหาวินมอเตอร์ไซค์จากรายละเอียดในคลิป พบวินมอเตอร์ไซค์ในคลิป ก่อนตรวจสอบหลักฐานผู้ที่ติดตามเรื่องดังกล่าวได้พยายามค้นหาวินมอเตอร์ไซค์ที่มีลักษณะตรงกับในคลิป โดยสังเกตจากเสื้อที่คนขับสวมใส่ จนพบวินมอเตอร์ไซค์รายหนึ่งซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับเหตุกา
อ่านต่อ >15

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 มีมติเห็นชอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 16 ต่อจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569การประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2569 จัดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นประธานการประชุม วาระสำคัญอยู่ในวาระที่ 4 เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา ซึ่งรวมถึงการคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่สำหรับผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการพิจารณามีทั้งหมด 4 นาย จากตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและจเรตำรวจแห่งชาติ เรียงตามลำดับอาวุโส ได้แก่พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2571พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2570พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เกษียณอายุราชการปี 2576พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เกษียณอายุราชการปี 2572ก่อนการลงมติ ผู้มีคุณสมบัติทั้ง 4 นายต้องออกจากห้องประชุม เนื่องจากถือเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ทำให้เหลือกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณา 12 คน โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นผู้เสนอชื่อบุคคลที่เห็นว่าเหมาะสมต่อที่ประชุม หลักเกณฑ์การพิจารณาเป็นไปตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 โดยคำนึงถึงระบบคุณธรรม ลำดับอาวุโส ความรู้ ความสามารถ ผลงาน ประสบการณ์ด้านการบริหาร ตลอดจนประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนและงานป้องกันปราบปราม ไม่ได้พิจารณาจากอาวุโสเพียงปัจจัยเดียว พล.ต.อ.สำราญมีอาวุโสลำดับที่ 3 ในกลุ่มผู้มีคุณสมบัติ และมีอายุราชการถึงปี 2576 ปัจจุบันรับผิดชอบงานด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ รวมทั้งมีประสบการณ์ในงานป้องกันปราบปราม งานสืบสวน งานจราจร และการบริหารตำรวจนครบาล เส้นทางราชการของ พล.ต.อ.สำราญ ใช้เวลาประมาณ 15 ปี นับจากระดับพันตำรวจเอกขึ้นสู่ยศพลตำรวจเอก ผ่านตำแหน่งสำคัญทั้งผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผลงานที่ได้รับมอบหมายในช่วงที่ผ่านมา ครอบคลุมภารกิจด้านความมั่นคง การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และการตร
อ่านต่อ >23