
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ในช่วง 25.5-42.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยมีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน และ พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 15 พื้นที่ 1.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ : มีค่าเท่ากับ 42.8 มคก./ลบ.ม.2.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 42.6 มคก./ลบ.ม.3.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 42.4 มคก./ลบ.ม.4.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน บางจาก ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 42.3 มคก./ลบ.ม.5.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล : มีค่าเท่ากับ 42.0 มคก./ลบ.ม.6.เขตราชเทวี ภายในสำนักงานเขตราชเทวี : มีค่าเท่ากับ 41.4 มคก./ลบ.ม.7.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 41.4 มคก./ลบ.ม. 8.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : มีค่าเท่ากับ 40.5 มคก./ลบ.ม.9.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 39.7 มคก./ลบ.ม.10.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า : มีค่าเท่ากับ 39.5 มคก./ลบ.ม.11.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 39.1 มคก./ลบ.ม.12.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 38.9 มคก./ลบ.ม.13.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : มีค่าเท่ากับ 38.3 มคก./ลบ.ม.14.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม(ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 37.9 มคก./ลบ.ม.15.เขตบางนา บริเวณหน้าห้าง สรรพสินค้าบิ๊กซี บางนา : มีค่าเท่ากับ 37.8 มคก./ลบ.ม.จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบจุดความร้อน ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 2 จุด ที่เขตหนองแขม และเขตมีนบุรี ขณะเดียวกัน สถานการณ์จุดความร้อนยังต้องเฝ้าระวัง ข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ระบบตรวจวัดไฟป่าวีไอไออาร์เอส เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบจุดความร้อนในประเทศไทยรวม 641 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 197 จุด พื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 138 จุด พื้นที่เกษตรกรรม 115 จุด และพื้นที่ป่าอนุรั
อ่านต่อ >40

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เตือน! ไทยตอนบนเตรียมรับมือ "พายุฤดูร้อน" กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน ให้เฝ้าระวังอันตรายจาก พายุฤดูร้อน ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยจะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกหรือฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ ลำดับพื้นที่ได้รับผลกระทบพายุจะเริ่มแผ่ปกคลุมจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนเป็นลำดับแรก หลังจากนั้นจะขยายวงกว้างเข้าสู่ภาคอื่นๆ ดังนี้:ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: (เริ่มได้รับผลกระทบก่อน)ภาคเหนือภาคกลาง: รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลภาคตะวันออกสาเหตุการเกิดพายุปรากฏการณ์นี้เกิดจากความกดอากาศสูง (มวลอากาศเย็น) จากประเทศจีน แผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนในประเทศไทย ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุม อีกทั้งยังมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและอีสาน กระตุ้นให้สภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงพายุฤดูร้อนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: ขณะเกิดพายุ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง หรืออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพราะมีโอกาสโค่นล้มหรือพังทลายลงมาได้เกษตรกรต้องเตรียมพร้อม: ควรเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างโรงเรือนและไม้ผลที่กำลังให้ผลผลิต เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงลมและลูกเห็บ รวมถึงดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิดดูแลสุขภาพ: สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากร้อนจัดเป็นฝนตกหนักและอุณหภูมิลดลง อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงช่องทางการติดตามข้อมูล ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้อย่างใกล้ชิด (ฉบับต่อไปจะออกในวันที่ 23 ก.พ. 69 เวลา 11.00 น.) ผ่านทาง:เว็บไซต์: www.tmd.go.thสายด่วน: 1182 หรือ 0-2399-4012-13 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เรื่องพายุฤดูร้อนมาแล้ว สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัวประเทศไทยก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 แต่ทันทีที่ฤดูกาลเริ่มต้น สภาพอากาศกลับแปรปรวนอย่างชัดเจน พายุฤดูร้อนในเดือนกุมภาพันธ์จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากแต่เป็น “สัญญาณเตือน” ของช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ประเทศไทยตอนบนที่กำลังเผชิญความร้อนสะสมสูงผิดปกติ “พายุฤดูร้อน” ในเดือนกุมภาพันธ์เกิดจากการปะทะกันระหว่างมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน กับอากาศร้อนที่มีความชื้นสูงซึ่งกำลังปกคลุมประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ การปะทะของมวลอากาศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนนี้ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดความแปรปรวนทางอากาศอย่างรุนแรงประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนจัดในช่วงเวลากลางวัน โดยอุณหภูมิสะสมสูงถึง 35–43 องศาเซลเซียส เมื่อมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะ ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มวลอากาศยกตัวขึ้นอย่างรุนแรง กลายเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ หากในช่วงเวลาเดียวกันมีลมจากทิศใต้หรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดพาความชื้นจากทะเลเข้ามาเพิ่มเติม ความชื้นดังกล่าวจะกลายเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ทำให้พายุก่อตัวได้รวดเร็วและทวีความรุนแรงมากขึ้น ก่อนเกิดพายุ มักมีสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ชัดเจน ได้แก่ อากาศร้อนอบอ้าวผิดปกติ ลมสงบนิ่ง ท้องฟ้าขมุกขมัว และมีเมฆก่อตัวหนาแน่นเป็นสีเทาเข้มอย่างรวดเร็ว ลักษณะเช่นนี้บ่งชี้ว่าบรรยากาศกำลังสะสมพลังงาน และพร้อมจะระบายออกมาในรูปแบบของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หรือบางพื้นที่อาจมีลูกเห็บตกกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังการเกิดพายุฤดูร้อนเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยขอให้ติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่เกิดพายุพายุฤดูร้อนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นผลจากการปะทะกันของมวลอากาศเย็นจากจีนกับอากาศร้อนชื้นที่ปกคลุมประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ก่อนเข้าสู่หน้าร้อนเต็มรูปแบบ ประชาชนควรติดตามการพยากรณ์อากาศอย
อ่านต่อ >22

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
จับตาดีล ครม. 24 ก.พ. เพื่อไทยได้ 8 เก้าอี้จริงหรือไม่ความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังเข้าสู่จุดสำคัญในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นวันชี้ขาดสูตรจัดสรรเก้าอี้คณะรัฐมนตรีระหว่างพรรคร่วม โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ถูกวางโควตาไว้เบื้องต้น 8 ตำแหน่งรายงานจากหลายสำนักข่าวระบุทิศทางตรงกันว่า พรรคเพื่อไทยจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ 4 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วยอีก 4 เก้าอี้ รวม 8 ตำแหน่ง ภายใต้สมการเสียงข้างมากในสภา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังถือเป็น “เพดานชั่วคราว” เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนพรรคร่วมและดีลย่อยที่อาจปรับเปลี่ยนได้จนกว่าจะเคาะสูตรสุดท้าย กระทรวงที่ถูกจับตา เกษตรฯ-แรงงาน-อว.ในแพ็กเกจการเจรจา พรรคเพื่อไทยถูกโยงชื่อกับอย่างน้อย 3 กระทรวงสำคัญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกมองว่าเป็นหัวใจของนโยบายเศรษฐกิจฐานราก หากได้กำกับดูแล จะช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคในกลุ่มเกษตรกรและชนบท ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักกระทรวงแรงงาน สอดรับกับนโยบายค่าแรงและสวัสดิการแรงงานที่พรรคใช้หาเสียง ถือเป็นอีกกระทรวงที่มีมิติทางเศรษฐกิจสังคมชัดเจนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีรายงานว่า ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค แสดงความสนใจเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ อว. โดยให้เหตุผลว่ามีพื้นฐานด้านการศึกษาและนโยบายพัฒนาทุนมนุษย์แม้จะมีชื่อกระทรวงอื่นอย่างคมนาคมหรือทรัพยากรธรรมชาติถูกพาดพิง แต่ยังไม่มีโผใดได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ เศรษฐกิจใหญ่ยังอยู่ในมือใครการประเมินเชิงการเมืองพบว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำ มีแนวโน้มเก็บกระทรวงเศรษฐกิจมหภาคขนาดใหญ่ไว้กับพรรค เช่น การคลัง พาณิชย์ หรือพลังงาน ขณะที่เปิดพื้นที่ให้เพื่อไทยดูแลมิติฐานราก แรงงาน และทุนมนุษย์หากเพื่อไทยได้ เกษตรฯ แรงงาน และ อว. ครบตามกระแสข่าว จะถือว่าคุมกลไกเศรษฐกิจระดับรากฐานได้พอสมควร และต่อยอดแบรนด์พรรคด้านประชาชนฐานล่างได้ชัดเจนแต่หากได้เพียงกระทรวงที่ไม่ใช่แกนเศรษฐกิจหลัก แม้จำนวน 8 เก้าอี้จะดูมีน้ำหนักในเชิงปริมาณ บทบาทเชิงภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของพรรคอาจลดระดับลง กลายเป็นบทบาทรองในรัฐบาลชุดใหม่3 ประเด็นชี้ขาดก่อนเคาะสูตรหนึ่ง การยืนยันตัวรัฐมนตรี โดยเฉพาะตำแหน่ง รมว.อว. ว่าจะมีการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการหรือไม่สอง น้ำหนักกระทรวงเศรษฐก
อ่านต่อ >35

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ในช่วง 25.5-42.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยมีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน และ พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 15 พื้นที่ 1.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ : มีค่าเท่ากับ 42.8 มคก./ลบ.ม.2.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 42.6 มคก./ลบ.ม.3.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 42.4 มคก./ลบ.ม.4.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน บางจาก ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 42.3 มคก./ลบ.ม.5.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล : มีค่าเท่ากับ 42.0 มคก./ลบ.ม.6.เขตราชเทวี ภายในสำนักงานเขตราชเทวี : มีค่าเท่ากับ 41.4 มคก./ลบ.ม.7.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 41.4 มคก./ลบ.ม. 8.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : มีค่าเท่ากับ 40.5 มคก./ลบ.ม.9.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 39.7 มคก./ลบ.ม.10.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า : มีค่าเท่ากับ 39.5 มคก./ลบ.ม.11.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 39.1 มคก./ลบ.ม.12.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 38.9 มคก./ลบ.ม.13.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : มีค่าเท่ากับ 38.3 มคก./ลบ.ม.14.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม(ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 37.9 มคก./ลบ.ม.15.เขตบางนา บริเวณหน้าห้าง สรรพสินค้าบิ๊กซี บางนา : มีค่าเท่ากับ 37.8 มคก./ลบ.ม.จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบจุดความร้อน ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 2 จุด ที่เขตหนองแขม และเขตมีนบุรี ขณะเดียวกัน สถานการณ์จุดความร้อนยังต้องเฝ้าระวัง ข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ระบบตรวจวัดไฟป่าวีไอไออาร์เอส เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบจุดความร้อนในประเทศไทยรวม 641 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 197 จุด พื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 138 จุด พื้นที่เกษตรกรรม 115 จุด และพื้นที่ป่าอนุรั
อ่านต่อ >40

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เตือน! ไทยตอนบนเตรียมรับมือ "พายุฤดูร้อน" กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประเทศไทยตอนบน ให้เฝ้าระวังอันตรายจาก พายุฤดูร้อน ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ โดยจะมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และอาจมีลูกเห็บตกหรือฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ในบางพื้นที่ ลำดับพื้นที่ได้รับผลกระทบพายุจะเริ่มแผ่ปกคลุมจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนเป็นลำดับแรก หลังจากนั้นจะขยายวงกว้างเข้าสู่ภาคอื่นๆ ดังนี้:ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: (เริ่มได้รับผลกระทบก่อน)ภาคเหนือภาคกลาง: รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลภาคตะวันออกสาเหตุการเกิดพายุปรากฏการณ์นี้เกิดจากความกดอากาศสูง (มวลอากาศเย็น) จากประเทศจีน แผ่ลงมาปะทะกับอากาศร้อนในประเทศไทย ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุม อีกทั้งยังมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและอีสาน กระตุ้นให้สภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงพายุฤดูร้อนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ประชาชนควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: ขณะเกิดพายุ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง หรืออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เพราะมีโอกาสโค่นล้มหรือพังทลายลงมาได้เกษตรกรต้องเตรียมพร้อม: ควรเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างโรงเรือนและไม้ผลที่กำลังให้ผลผลิต เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงลมและลูกเห็บ รวมถึงดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิดดูแลสุขภาพ: สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากร้อนจัดเป็นฝนตกหนักและอุณหภูมิลดลง อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ควรดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงช่องทางการติดตามข้อมูล ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้อย่างใกล้ชิด (ฉบับต่อไปจะออกในวันที่ 23 ก.พ. 69 เวลา 11.00 น.) ผ่านทาง:เว็บไซต์: www.tmd.go.thสายด่วน: 1182 หรือ 0-2399-4012-13 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เรื่องพายุฤดูร้อนมาแล้ว สัญญาณเตือนก่อนเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มตัวประเทศไทยก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 แต่ทันทีที่ฤดูกาลเริ่มต้น สภาพอากาศกลับแปรปรวนอย่างชัดเจน พายุฤดูร้อนในเดือนกุมภาพันธ์จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ หากแต่เป็น “สัญญาณเตือน” ของช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาลที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ประเทศไทยตอนบนที่กำลังเผชิญความร้อนสะสมสูงผิดปกติ “พายุฤดูร้อน” ในเดือนกุมภาพันธ์เกิดจากการปะทะกันระหว่างมวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาจากประเทศจีน กับอากาศร้อนที่มีความชื้นสูงซึ่งกำลังปกคลุมประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ การปะทะของมวลอากาศที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนนี้ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดความแปรปรวนทางอากาศอย่างรุนแรงประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนจัดในช่วงเวลากลางวัน โดยอุณหภูมิสะสมสูงถึง 35–43 องศาเซลเซียส เมื่อมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะ ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มวลอากาศยกตัวขึ้นอย่างรุนแรง กลายเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ หากในช่วงเวลาเดียวกันมีลมจากทิศใต้หรือลมตะวันออกเฉียงใต้พัดพาความชื้นจากทะเลเข้ามาเพิ่มเติม ความชื้นดังกล่าวจะกลายเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ทำให้พายุก่อตัวได้รวดเร็วและทวีความรุนแรงมากขึ้น ก่อนเกิดพายุ มักมีสัญญาณเตือนที่สังเกตได้ชัดเจน ได้แก่ อากาศร้อนอบอ้าวผิดปกติ ลมสงบนิ่ง ท้องฟ้าขมุกขมัว และมีเมฆก่อตัวหนาแน่นเป็นสีเทาเข้มอย่างรวดเร็ว ลักษณะเช่นนี้บ่งชี้ว่าบรรยากาศกำลังสะสมพลังงาน และพร้อมจะระบายออกมาในรูปแบบของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หรือบางพื้นที่อาจมีลูกเห็บตกกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังการเกิดพายุฤดูร้อนเป็นพิเศษในช่วงวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยขอให้ติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงในช่วงที่เกิดพายุพายุฤดูร้อนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นผลจากการปะทะกันของมวลอากาศเย็นจากจีนกับอากาศร้อนชื้นที่ปกคลุมประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูกาล ก่อนเข้าสู่หน้าร้อนเต็มรูปแบบ ประชาชนควรติดตามการพยากรณ์อากาศอย
อ่านต่อ >22

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
จับตาดีล ครม. 24 ก.พ. เพื่อไทยได้ 8 เก้าอี้จริงหรือไม่ความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังเข้าสู่จุดสำคัญในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งถูกมองว่าเป็นวันชี้ขาดสูตรจัดสรรเก้าอี้คณะรัฐมนตรีระหว่างพรรคร่วม โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ถูกวางโควตาไว้เบื้องต้น 8 ตำแหน่งรายงานจากหลายสำนักข่าวระบุทิศทางตรงกันว่า พรรคเพื่อไทยจะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ 4 เก้าอี้ และรัฐมนตรีช่วยอีก 4 เก้าอี้ รวม 8 ตำแหน่ง ภายใต้สมการเสียงข้างมากในสภา อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังถือเป็น “เพดานชั่วคราว” เพราะขึ้นอยู่กับจำนวนพรรคร่วมและดีลย่อยที่อาจปรับเปลี่ยนได้จนกว่าจะเคาะสูตรสุดท้าย กระทรวงที่ถูกจับตา เกษตรฯ-แรงงาน-อว.ในแพ็กเกจการเจรจา พรรคเพื่อไทยถูกโยงชื่อกับอย่างน้อย 3 กระทรวงสำคัญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกมองว่าเป็นหัวใจของนโยบายเศรษฐกิจฐานราก หากได้กำกับดูแล จะช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคในกลุ่มเกษตรกรและชนบท ซึ่งเป็นฐานเสียงหลักกระทรวงแรงงาน สอดรับกับนโยบายค่าแรงและสวัสดิการแรงงานที่พรรคใช้หาเสียง ถือเป็นอีกกระทรวงที่มีมิติทางเศรษฐกิจสังคมชัดเจนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีรายงานว่า ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค แสดงความสนใจเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ อว. โดยให้เหตุผลว่ามีพื้นฐานด้านการศึกษาและนโยบายพัฒนาทุนมนุษย์แม้จะมีชื่อกระทรวงอื่นอย่างคมนาคมหรือทรัพยากรธรรมชาติถูกพาดพิง แต่ยังไม่มีโผใดได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ เศรษฐกิจใหญ่ยังอยู่ในมือใครการประเมินเชิงการเมืองพบว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำ มีแนวโน้มเก็บกระทรวงเศรษฐกิจมหภาคขนาดใหญ่ไว้กับพรรค เช่น การคลัง พาณิชย์ หรือพลังงาน ขณะที่เปิดพื้นที่ให้เพื่อไทยดูแลมิติฐานราก แรงงาน และทุนมนุษย์หากเพื่อไทยได้ เกษตรฯ แรงงาน และ อว. ครบตามกระแสข่าว จะถือว่าคุมกลไกเศรษฐกิจระดับรากฐานได้พอสมควร และต่อยอดแบรนด์พรรคด้านประชาชนฐานล่างได้ชัดเจนแต่หากได้เพียงกระทรวงที่ไม่ใช่แกนเศรษฐกิจหลัก แม้จำนวน 8 เก้าอี้จะดูมีน้ำหนักในเชิงปริมาณ บทบาทเชิงภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจของพรรคอาจลดระดับลง กลายเป็นบทบาทรองในรัฐบาลชุดใหม่3 ประเด็นชี้ขาดก่อนเคาะสูตรหนึ่ง การยืนยันตัวรัฐมนตรี โดยเฉพาะตำแหน่ง รมว.อว. ว่าจะมีการเสนอชื่ออย่างเป็นทางการหรือไม่สอง น้ำหนักกระทรวงเศรษฐก
อ่านต่อ >35

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ในช่วง 25.5-42.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยมีแนวโน้มลดลง เมื่อเทียบกับเมื่อวานในช่วงเวลาเดียวกัน และ พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 15 พื้นที่ 1.เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์ : มีค่าเท่ากับ 42.8 มคก./ลบ.ม.2.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 42.6 มคก./ลบ.ม.3.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 42.4 มคก./ลบ.ม.4.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน บางจาก ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 42.3 มคก./ลบ.ม.5.เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล : มีค่าเท่ากับ 42.0 มคก./ลบ.ม.6.เขตราชเทวี ภายในสำนักงานเขตราชเทวี : มีค่าเท่ากับ 41.4 มคก./ลบ.ม.7.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 41.4 มคก./ลบ.ม. 8.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ : มีค่าเท่ากับ 40.5 มคก./ลบ.ม.9.เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 39.7 มคก./ลบ.ม.10.เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า : มีค่าเท่ากับ 39.5 มคก./ลบ.ม.11.เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 39.1 มคก./ลบ.ม.12.เขตหนองจอก บริเวณหน้าสำนักงานเขตหนองจอก : มีค่าเท่ากับ 38.9 มคก./ลบ.ม.13.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : มีค่าเท่ากับ 38.3 มคก./ลบ.ม.14.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม(ประมาณซอยเพชรเกษม 36) ทางเข้ามหาวิทยาลัย : มีค่าเท่ากับ 37.9 มคก./ลบ.ม.15.เขตบางนา บริเวณหน้าห้าง สรรพสินค้าบิ๊กซี บางนา : มีค่าเท่ากับ 37.8 มคก./ลบ.ม.จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบจุดความร้อน ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 2 จุด ที่เขตหนองแขม และเขตมีนบุรี ขณะเดียวกัน สถานการณ์จุดความร้อนยังต้องเฝ้าระวัง ข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี ระบบตรวจวัดไฟป่าวีไอไออาร์เอส เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบจุดความร้อนในประเทศไทยรวม 641 จุด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 197 จุด พื้นที่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 138 จุด พื้นที่เกษตรกรรม 115 จุด และพื้นที่ป่าอนุรั
อ่านต่อ >40