
#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
เจมส์ อูธไมเออร์ (James Uthmeier) อัยการสูงสุดของรัฐฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มการสอบสวนบริษัท OpenAI หลังพบเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงในพื้นที่มหาวิทยาลัยของรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2025 ได้ขอคำแนะนำจาก ChatGPT ที่เป็นบริการหลักของบริษัท เพื่อเป็นแนวทางในการลงมือ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย อีกทั้งผู้ก่อเหตุ เป็นเพียงวัยรุ่นที่อายุ 20 ปีเท่านั้น คนร้ายกราดยิงใช้ ChatGPT อย่างไรโดยสำนักอัยการได้ตรวจบัญชี ChatGPT ของผู้ก่อเหตุ และพบประวัติคำแนะนำสำคัญแก่ผู้ก่อเหตุก่อนที่เขาจะลงมือ เช่น การหาข้อมูลเชิงลึกของปืนที่ควรใช้ และผู้ก่อเหตุได้กระตุ้นให้ ChatGPT ตอบคำถามว่าควรก่อเหตุเวลาใด และบริเวณใดของพื้นที่มหาวิทยาลัยที่จะมีโอกาสเจอคนเป็นจำนวนมากด้วย ตามกฎหมายของรัฐฟลอริดาระบุไว้ว่า บุคคลใดก็ตามที่ให้การช่วยเหลือ สนับสนุน หรือให้คำแนะนำในการก่ออาชญากรรม จะต้องรับโทษเสมือนเป็นผู้ก่อเหตุโดยตรง ซึ่งแม้ว่า ChatGPT ไม่ได้อยู่ในสถานะบุคคล แต่ทางอัยการกำลังพิจารณาให้ OpenAI รับผิดทางอาญาในฐานะผู้รับผิดชอบการบริการในขณะที่โฆษกของบริษัท OpenAI ชี้แจงว่า ในกรณีนี้ ChatGPT ได้ให้คำตอบที่เป็นข้อเท็จจริงต่อคำถามต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลที่สามารถค้นหาได้ทั่วไปจากแหล่งข้อมูลสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังไม่ได้เป็นตัวการในเหตุอาชญากรรมร้ายแรงนี้ แต่ทางบริษัทพร้อมให้ข้อมูลเชิงรุก เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งาน ChatGPT ของผู้ต้องหา และความร่วมมืออื่น ๆ กับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ChatGPT มีส่วนพัวพันกับการก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้นการสอบสวนครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 เมษายน ซึ่งเจมส์ อูธไมเออร์ ได้เผยแพร่คลิปแถลงการณ์เปิดการสอบสวนความเชื่อมโยงของ ChatGPT กับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และ การยุยงให้ฆ่าตัวตายและทำร้ายตัวเอง ด้านองค์กรภาคเอกชน (NGO) ที่ชื่อว่าศูนย์ต่อต้านความเกลียดชังทางดิจิทัล เคยรายงานว่าแชตบอต AI จำนวนมาก รวมถึง ChatGPT ช่วยให้เยาวชนวางแผนก่อความรุนแรงได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การกราดยิง ไปจนถึงการวางแผนวินาศกรรม ซึ่ง OpenAI ชี้แจงว่า รายงานดังกล่าวได้ใช้โมเดล AI รุ่นเก่า ส่วนปัจจุบันบริษัทได้ใช้รุ่นที่ใหม่กว่าที่จัดการปัญหาความรุนแรงแล้ว
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุฤดูร้อนฉบับที่ 3 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดในวันนี้( 28 เม.ย.) ส่งผลกระทบตั้งแต่ 29 เมษายนถึง 1 พฤษภาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น มีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง เริ่มจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป โดยวันพรุ่งนี้(29 เมษายน) มี 34 จังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ภาคเหนือ มี 6 จังหวัดเสี่ยงสูงได้รับผลกระทบ ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ส่วนภาคอีสาน กระทบ 10 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี นอกจากนียังมีพื้นที่เสี่ยงปานกลางได้รับผลกระทบในภาคเหนือ อีสาน และตะวันออกอีกเกือบ 20 จังหวัด ส่วนวันที่ 30 เมษายน มี 42 จังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ภาคเหนือเสี่ยงสูง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร ส่วนภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์และสุรินทร์ ภาคกลาง กระทบ จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธย และภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี รวม 20 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 22 จังหวัดเสี่ยงปานกลางได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 30 เมษายน ได้แก่ ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภูขอนแก่น ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ภาคตะวันออก: จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราดและวันที่ 1 พฤษภาคม มีพื้นที่เสี่ยงปานกลางได้รับผลกระทบพายุฤดูร้อนรวม 31 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานีลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรีรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และฉะเชิงเทรา
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือนทั้งนี้ ในวันที่ 26 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,234 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,103 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,098 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 28 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ผู้ป่วยติดเตียงสามารถยื่นขอรับสิทธิ์ยกเว้นการงดจ่ายไฟ ได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศอันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง งดการดื่มน้ำและอาหาร ก่อนการเจาะเลือดอันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง พบปลามีตุ่มเต็มตัว คล้ายได้รับสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อนในแม่น้ำโขงอันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาทวงคืน 37 จังหวัดของไทย เพราะเคยอยู่ใต้การปกครองของกัมพูชาอันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ต่างชาติซื้อบ้านหรู จ.ภูเก็ต อ้างเสียภาษี 0% อยู่ไทยได้ยาวไม่จำกัดอันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง รฟท. เปิดให้บริการรถไฟปรับอากาศ KIHA 40 และ KIHA 48อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง พบชาวกัมพูชาเดินทางข้ามแดนเข้าไทย ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ได้โดยง่าย สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ผู้ป่วยติดเตียงสามารถยื่นขอรับสิทธิ์ยกเว้นการงดจ่ายไฟ ได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA กระทรวงมหาดไทย ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยที่ต้องพึ่งพาเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งใช้ไฟฟ้าในการรักษาพยาบาลต้องการใช้สิทธิ์ยกเว้นการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ทั
อ่านต่อ >25

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ล้างแอร์ ลดภาระค่าไฟ ทำได้ทันทีในครัวเรือนกระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) แนะนำประชาชนดูแลเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการล้างแอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็น และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือนได้อย่างมีนัยสำคัญข้อมูลจาก พพ. ระบุว่า การล้างแอร์สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 10–15% เนื่องจากเครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เย็นเร็วขึ้น และลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ไทม์ไลน์การดูแลแอร์ในครัวเรือนทุก 6 เดือน: ล้างแอร์อย่างน้อย 1 ครั้งทุก 2–4 สัปดาห์: ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศใช้งานประจำ: ตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียสระหว่างใช้งาน: ปิดห้องให้สนิท ลดการสูญเสียความเย็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าไฟปรับสูงขึ้นหน่วยงานด้านพลังงานระบุว่า เครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ทำความสะอาดเป็นระยะ จะมีการสะสมของฝุ่นและเชื้อโรค ส่งผลให้การระบายอากาศลดลง ทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น และใช้ไฟฟ้ามากขึ้นอาการที่พบได้ เช่นเปิดแอร์แล้วความเย็นลดลงลมแอร์ไม่แรงเท่าเดิมใช้เวลาในการทำความเย็นนานขึ้น แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานนอกจากการล้างแอร์แล้ว ยังมีแนวทางช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มเติม ได้แก่ใช้พัดลมช่วยกระจายลมเย็นปิดประตูหน้าต่างให้สนิทหลีกเลี่ยงการตั้งอุณหภูมิต่ำเกินความจำเป็นแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะยาว
อ่านต่อ >16

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
เจมส์ อูธไมเออร์ (James Uthmeier) อัยการสูงสุดของรัฐฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มการสอบสวนบริษัท OpenAI หลังพบเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงในพื้นที่มหาวิทยาลัยของรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2025 ได้ขอคำแนะนำจาก ChatGPT ที่เป็นบริการหลักของบริษัท เพื่อเป็นแนวทางในการลงมือ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย อีกทั้งผู้ก่อเหตุ เป็นเพียงวัยรุ่นที่อายุ 20 ปีเท่านั้น คนร้ายกราดยิงใช้ ChatGPT อย่างไรโดยสำนักอัยการได้ตรวจบัญชี ChatGPT ของผู้ก่อเหตุ และพบประวัติคำแนะนำสำคัญแก่ผู้ก่อเหตุก่อนที่เขาจะลงมือ เช่น การหาข้อมูลเชิงลึกของปืนที่ควรใช้ และผู้ก่อเหตุได้กระตุ้นให้ ChatGPT ตอบคำถามว่าควรก่อเหตุเวลาใด และบริเวณใดของพื้นที่มหาวิทยาลัยที่จะมีโอกาสเจอคนเป็นจำนวนมากด้วย ตามกฎหมายของรัฐฟลอริดาระบุไว้ว่า บุคคลใดก็ตามที่ให้การช่วยเหลือ สนับสนุน หรือให้คำแนะนำในการก่ออาชญากรรม จะต้องรับโทษเสมือนเป็นผู้ก่อเหตุโดยตรง ซึ่งแม้ว่า ChatGPT ไม่ได้อยู่ในสถานะบุคคล แต่ทางอัยการกำลังพิจารณาให้ OpenAI รับผิดทางอาญาในฐานะผู้รับผิดชอบการบริการในขณะที่โฆษกของบริษัท OpenAI ชี้แจงว่า ในกรณีนี้ ChatGPT ได้ให้คำตอบที่เป็นข้อเท็จจริงต่อคำถามต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลที่สามารถค้นหาได้ทั่วไปจากแหล่งข้อมูลสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังไม่ได้เป็นตัวการในเหตุอาชญากรรมร้ายแรงนี้ แต่ทางบริษัทพร้อมให้ข้อมูลเชิงรุก เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งาน ChatGPT ของผู้ต้องหา และความร่วมมืออื่น ๆ กับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ChatGPT มีส่วนพัวพันกับการก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้นการสอบสวนครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 เมษายน ซึ่งเจมส์ อูธไมเออร์ ได้เผยแพร่คลิปแถลงการณ์เปิดการสอบสวนความเชื่อมโยงของ ChatGPT กับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และ การยุยงให้ฆ่าตัวตายและทำร้ายตัวเอง ด้านองค์กรภาคเอกชน (NGO) ที่ชื่อว่าศูนย์ต่อต้านความเกลียดชังทางดิจิทัล เคยรายงานว่าแชตบอต AI จำนวนมาก รวมถึง ChatGPT ช่วยให้เยาวชนวางแผนก่อความรุนแรงได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การกราดยิง ไปจนถึงการวางแผนวินาศกรรม ซึ่ง OpenAI ชี้แจงว่า รายงานดังกล่าวได้ใช้โมเดล AI รุ่นเก่า ส่วนปัจจุบันบริษัทได้ใช้รุ่นที่ใหม่กว่าที่จัดการปัญหาความรุนแรงแล้ว
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุฤดูร้อนฉบับที่ 3 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดในวันนี้( 28 เม.ย.) ส่งผลกระทบตั้งแต่ 29 เมษายนถึง 1 พฤษภาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น มีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง เริ่มจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป โดยวันพรุ่งนี้(29 เมษายน) มี 34 จังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ภาคเหนือ มี 6 จังหวัดเสี่ยงสูงได้รับผลกระทบ ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ส่วนภาคอีสาน กระทบ 10 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี นอกจากนียังมีพื้นที่เสี่ยงปานกลางได้รับผลกระทบในภาคเหนือ อีสาน และตะวันออกอีกเกือบ 20 จังหวัด ส่วนวันที่ 30 เมษายน มี 42 จังหวัดได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน ภาคเหนือเสี่ยงสูง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร ส่วนภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์และสุรินทร์ ภาคกลาง กระทบ จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธย และภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา และชลบุรี รวม 20 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีอีกกว่า 22 จังหวัดเสี่ยงปานกลางได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 30 เมษายน ได้แก่ ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภูขอนแก่น ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ภาคตะวันออก: จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราดและวันที่ 1 พฤษภาคม มีพื้นที่เสี่ยงปานกลางได้รับผลกระทบพายุฤดูร้อนรวม 31 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานีลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรีรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว และฉะเชิงเทรา
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือนทั้งนี้ ในวันที่ 26 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 161,234 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,103 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,098 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 5 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 28 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ผู้ป่วยติดเตียงสามารถยื่นขอรับสิทธิ์ยกเว้นการงดจ่ายไฟ ได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศอันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง งดการดื่มน้ำและอาหาร ก่อนการเจาะเลือดอันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง พบปลามีตุ่มเต็มตัว คล้ายได้รับสารพิษหรือสารเคมีปนเปื้อนในแม่น้ำโขงอันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง กัมพูชาทวงคืน 37 จังหวัดของไทย เพราะเคยอยู่ใต้การปกครองของกัมพูชาอันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ต่างชาติซื้อบ้านหรู จ.ภูเก็ต อ้างเสียภาษี 0% อยู่ไทยได้ยาวไม่จำกัดอันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง รฟท. เปิดให้บริการรถไฟปรับอากาศ KIHA 40 และ KIHA 48อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง พบชาวกัมพูชาเดินทางข้ามแดนเข้าไทย ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ได้โดยง่าย สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง เรื่อง “ผู้ป่วยติดเตียงสามารถยื่นขอรับสิทธิ์ยกเว้นการงดจ่ายไฟ ได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA กระทรวงมหาดไทย ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” สำหรับบ้านที่มีผู้ป่วยที่ต้องพึ่งพาเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งใช้ไฟฟ้าในการรักษาพยาบาลต้องการใช้สิทธิ์ยกเว้นการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย ทั
อ่านต่อ >25

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ล้างแอร์ ลดภาระค่าไฟ ทำได้ทันทีในครัวเรือนกระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) แนะนำประชาชนดูแลเครื่องปรับอากาศอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการล้างแอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำความเย็น และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือนได้อย่างมีนัยสำคัญข้อมูลจาก พพ. ระบุว่า การล้างแอร์สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณ 10–15% เนื่องจากเครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เย็นเร็วขึ้น และลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ ไทม์ไลน์การดูแลแอร์ในครัวเรือนทุก 6 เดือน: ล้างแอร์อย่างน้อย 1 ครั้งทุก 2–4 สัปดาห์: ทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศใช้งานประจำ: ตั้งอุณหภูมิที่ 26 องศาเซลเซียสระหว่างใช้งาน: ปิดห้องให้สนิท ลดการสูญเสียความเย็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าไฟปรับสูงขึ้นหน่วยงานด้านพลังงานระบุว่า เครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ทำความสะอาดเป็นระยะ จะมีการสะสมของฝุ่นและเชื้อโรค ส่งผลให้การระบายอากาศลดลง ทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น และใช้ไฟฟ้ามากขึ้นอาการที่พบได้ เช่นเปิดแอร์แล้วความเย็นลดลงลมแอร์ไม่แรงเท่าเดิมใช้เวลาในการทำความเย็นนานขึ้น แนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานนอกจากการล้างแอร์แล้ว ยังมีแนวทางช่วยประหยัดพลังงานเพิ่มเติม ได้แก่ใช้พัดลมช่วยกระจายลมเย็นปิดประตูหน้าต่างให้สนิทหลีกเลี่ยงการตั้งอุณหภูมิต่ำเกินความจำเป็นแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะยาว
อ่านต่อ >16

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
เจมส์ อูธไมเออร์ (James Uthmeier) อัยการสูงสุดของรัฐฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มการสอบสวนบริษัท OpenAI หลังพบเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงในพื้นที่มหาวิทยาลัยของรัฐฟลอริดาเมื่อปี 2025 ได้ขอคำแนะนำจาก ChatGPT ที่เป็นบริการหลักของบริษัท เพื่อเป็นแนวทางในการลงมือ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีก 6 ราย อีกทั้งผู้ก่อเหตุ เป็นเพียงวัยรุ่นที่อายุ 20 ปีเท่านั้น คนร้ายกราดยิงใช้ ChatGPT อย่างไรโดยสำนักอัยการได้ตรวจบัญชี ChatGPT ของผู้ก่อเหตุ และพบประวัติคำแนะนำสำคัญแก่ผู้ก่อเหตุก่อนที่เขาจะลงมือ เช่น การหาข้อมูลเชิงลึกของปืนที่ควรใช้ และผู้ก่อเหตุได้กระตุ้นให้ ChatGPT ตอบคำถามว่าควรก่อเหตุเวลาใด และบริเวณใดของพื้นที่มหาวิทยาลัยที่จะมีโอกาสเจอคนเป็นจำนวนมากด้วย ตามกฎหมายของรัฐฟลอริดาระบุไว้ว่า บุคคลใดก็ตามที่ให้การช่วยเหลือ สนับสนุน หรือให้คำแนะนำในการก่ออาชญากรรม จะต้องรับโทษเสมือนเป็นผู้ก่อเหตุโดยตรง ซึ่งแม้ว่า ChatGPT ไม่ได้อยู่ในสถานะบุคคล แต่ทางอัยการกำลังพิจารณาให้ OpenAI รับผิดทางอาญาในฐานะผู้รับผิดชอบการบริการในขณะที่โฆษกของบริษัท OpenAI ชี้แจงว่า ในกรณีนี้ ChatGPT ได้ให้คำตอบที่เป็นข้อเท็จจริงต่อคำถามต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูลที่สามารถค้นหาได้ทั่วไปจากแหล่งข้อมูลสาธารณะบนอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังไม่ได้เป็นตัวการในเหตุอาชญากรรมร้ายแรงนี้ แต่ทางบริษัทพร้อมให้ข้อมูลเชิงรุก เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งาน ChatGPT ของผู้ต้องหา และความร่วมมืออื่น ๆ กับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ChatGPT มีส่วนพัวพันกับการก่ออาชญากรรมเพิ่มขึ้นการสอบสวนครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 เมษายน ซึ่งเจมส์ อูธไมเออร์ ได้เผยแพร่คลิปแถลงการณ์เปิดการสอบสวนความเชื่อมโยงของ ChatGPT กับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และ การยุยงให้ฆ่าตัวตายและทำร้ายตัวเอง ด้านองค์กรภาคเอกชน (NGO) ที่ชื่อว่าศูนย์ต่อต้านความเกลียดชังทางดิจิทัล เคยรายงานว่าแชตบอต AI จำนวนมาก รวมถึง ChatGPT ช่วยให้เยาวชนวางแผนก่อความรุนแรงได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่การกราดยิง ไปจนถึงการวางแผนวินาศกรรม ซึ่ง OpenAI ชี้แจงว่า รายงานดังกล่าวได้ใช้โมเดล AI รุ่นเก่า ส่วนปัจจุบันบริษัทได้ใช้รุ่นที่ใหม่กว่าที่จัดการปัญหาความรุนแรงแล้ว
อ่านต่อ >18