
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก เผยรายงานฉบับใหม่เตือนว่า “คลื่นความร้อนสุดขั้ว” กำลังคุกคามความเป็นอยู่ สุขภาพ และผลิตภาพแรงงานของผู้คนมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะแรงงานภาคเกษตรและระบบอาหารที่ต้องเผชิญผลกระทบโดยตรงรายงานเรื่อง Extreme heat and agriculture ระบุว่า ความถี่ ความรุนแรง และระยะเวลาของคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอีกในอนาคต ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อระบบเกษตรและระบบนิเวศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง“ชวี ตงอวี้” ระบุว่า คลื่นความร้อนถือเป็น “ตัวคูณความเสี่ยง” ที่เพิ่มแรงกดดันต่อพืชผล ปศุสัตว์ ประมง และป่าไม้ รวมถึงชุมชนและเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคส่วนเหล่านี้ ขณะที่ “เซเลสเต ซาอูโล” ชี้ว่า คลื่นความร้อนไม่ใช่เพียงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดด ๆ แต่เป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมจุดอ่อนของระบบเกษตรทั่วโลก รายงานฉบับนี้เผยแพร่เนื่องใน วันคุ้มครองโลก เมื่อวันที่ 22 เมษายน เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร และสุขภาพของระบบนิเวศเนื้อหารายงานระบุว่า คลื่นความร้อนส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกระดับ ตั้งแต่มนุษย์ พืช สัตว์ ไปจนถึงทรัพยากรทางทะเล โดยสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่เริ่มเกิดความเครียดเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ขณะที่ไก่และสุกรได้รับผลกระทบตั้งแต่อุณหภูมิต่ำกว่านั้น เนื่องจากไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีในภาคประมง อุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นทำให้ระดับออกซิเจนลดลง ส่งผลให้ปลาเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะที่ข้อมูลจาก WMO ระบุว่า ในปี 2025 มหาสมุทรทั่วโลกมากกว่า 90% เผชิญคลื่นความร้อนทางทะเลอย่างน้อยหนึ่งครั้งสำหรับพืชเศรษฐกิจสำคัญ ผลผลิตจะเริ่มลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส และต่ำกว่านั้นสำหรับพืชบางชนิด เช่น มันฝรั่งและข้าวบาร์เลย์ นอกจากนี้ยังพบความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่างคลื่นความร้อนกับไฟป่าที่มีแนวโน้มยาวนานและรุนแรงขึ้นในด้านแรงงาน รายงานเตือนว่า จำนวนวันที่ไม่สามารถทำงานกลางแจ้งได้เนื่องจากอากาศร้อนจัด อาจเพิ่มขึ้นถึง 250 วันต่อปีในหลายพื้นที่ของเอเชียใต้ แอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา และบางส่วนของอเมริกากลางและใต้ นอกจากนี้ คลื่นความร้อนยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาอื่น ๆ เช่น ภาวะขาดแคลนน้ำ ภัยแล้งฉับพลัน ไฟป่า รวมถึงการแพร่ระบาดขอ
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ และภาคกลาง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการทำงานหรือการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ไว้ด้วย ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนัก มีดังนี้ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ภาคกลาง: อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรีภาคตะวันออก: สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศวันนี้ (27 เม.ย.) ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ และภาคกลาง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการทำงานหรือการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ไว้ด้วยส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 2-3 พ.ค. ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่สำหรับภาคใต้ ในช่วงวันที่ 27 เม.ย. - 3 พ.ค. 69 ภาคใต้มีฝนลดลง เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ จะมีกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 แมกนิจูดในพื้นที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (27 เม.ย) โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองซาราเบ็ตสึ บนเกาะฮอกไกโด ไปทางตะวันตกประมาณ 18 กิโลเมตร และมีความลึกประมาณ 81 กิโลเมตรแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือของประเทศ แต่จนถึงขณะนี้ทางการญี่ปุ่นยังไม่ได้ประกาศเตือนภัยสึนามิ และยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเพิ่งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูดนอกชายฝั่งทางตอนเหนือ ซึ่งส่งผลให้มีการประกาศเตือนภัยสึนามิชั่วคราว และมีการแจ้งเตือนความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดเมกะเควก หรือแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มากบริเวณชายฝั่งญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก เนื่องจากตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา
อ่านต่อ >56

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก เผยรายงานฉบับใหม่เตือนว่า “คลื่นความร้อนสุดขั้ว” กำลังคุกคามความเป็นอยู่ สุขภาพ และผลิตภาพแรงงานของผู้คนมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะแรงงานภาคเกษตรและระบบอาหารที่ต้องเผชิญผลกระทบโดยตรงรายงานเรื่อง Extreme heat and agriculture ระบุว่า ความถี่ ความรุนแรง และระยะเวลาของคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอีกในอนาคต ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อระบบเกษตรและระบบนิเวศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง“ชวี ตงอวี้” ระบุว่า คลื่นความร้อนถือเป็น “ตัวคูณความเสี่ยง” ที่เพิ่มแรงกดดันต่อพืชผล ปศุสัตว์ ประมง และป่าไม้ รวมถึงชุมชนและเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคส่วนเหล่านี้ ขณะที่ “เซเลสเต ซาอูโล” ชี้ว่า คลื่นความร้อนไม่ใช่เพียงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดด ๆ แต่เป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมจุดอ่อนของระบบเกษตรทั่วโลก รายงานฉบับนี้เผยแพร่เนื่องใน วันคุ้มครองโลก เมื่อวันที่ 22 เมษายน เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร และสุขภาพของระบบนิเวศเนื้อหารายงานระบุว่า คลื่นความร้อนส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกระดับ ตั้งแต่มนุษย์ พืช สัตว์ ไปจนถึงทรัพยากรทางทะเล โดยสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่เริ่มเกิดความเครียดเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ขณะที่ไก่และสุกรได้รับผลกระทบตั้งแต่อุณหภูมิต่ำกว่านั้น เนื่องจากไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีในภาคประมง อุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นทำให้ระดับออกซิเจนลดลง ส่งผลให้ปลาเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะที่ข้อมูลจาก WMO ระบุว่า ในปี 2025 มหาสมุทรทั่วโลกมากกว่า 90% เผชิญคลื่นความร้อนทางทะเลอย่างน้อยหนึ่งครั้งสำหรับพืชเศรษฐกิจสำคัญ ผลผลิตจะเริ่มลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส และต่ำกว่านั้นสำหรับพืชบางชนิด เช่น มันฝรั่งและข้าวบาร์เลย์ นอกจากนี้ยังพบความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่างคลื่นความร้อนกับไฟป่าที่มีแนวโน้มยาวนานและรุนแรงขึ้นในด้านแรงงาน รายงานเตือนว่า จำนวนวันที่ไม่สามารถทำงานกลางแจ้งได้เนื่องจากอากาศร้อนจัด อาจเพิ่มขึ้นถึง 250 วันต่อปีในหลายพื้นที่ของเอเชียใต้ แอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา และบางส่วนของอเมริกากลางและใต้ นอกจากนี้ คลื่นความร้อนยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาอื่น ๆ เช่น ภาวะขาดแคลนน้ำ ภัยแล้งฉับพลัน ไฟป่า รวมถึงการแพร่ระบาดขอ
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ และภาคกลาง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการทำงานหรือการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ไว้ด้วย ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนจังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนัก มีดังนี้ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ภาคกลาง: อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรีภาคตะวันออก: สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศวันนี้ (27 เม.ย.) ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือ และภาคกลาง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับลมกระโชกแรงบางแห่ง เนื่องจากความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมในบริเวณดังกล่าวมีกำลังอ่อนลง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการทำงานหรือการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ไว้ด้วยส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน อนึ่ง ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 2-3 พ.ค. ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่สำหรับภาคใต้ ในช่วงวันที่ 27 เม.ย. - 3 พ.ค. 69 ภาคใต้มีฝนลดลง เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ จะมีกำลังอ่อนลง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 แมกนิจูดในพื้นที่ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (27 เม.ย) โดยเบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ หรือความเสียหายต่อทรัพย์สินสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองซาราเบ็ตสึ บนเกาะฮอกไกโด ไปทางตะวันตกประมาณ 18 กิโลเมตร และมีความลึกประมาณ 81 กิโลเมตรแรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือของประเทศ แต่จนถึงขณะนี้ทางการญี่ปุ่นยังไม่ได้ประกาศเตือนภัยสึนามิ และยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นเพิ่งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 แมกนิจูดนอกชายฝั่งทางตอนเหนือ ซึ่งส่งผลให้มีการประกาศเตือนภัยสึนามิชั่วคราว และมีการแจ้งเตือนความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่อการเกิดเมกะเควก หรือแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มากบริเวณชายฝั่งญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก เนื่องจากตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา
อ่านต่อ >56

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก เผยรายงานฉบับใหม่เตือนว่า “คลื่นความร้อนสุดขั้ว” กำลังคุกคามความเป็นอยู่ สุขภาพ และผลิตภาพแรงงานของผู้คนมากกว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลก โดยเฉพาะแรงงานภาคเกษตรและระบบอาหารที่ต้องเผชิญผลกระทบโดยตรงรายงานเรื่อง Extreme heat and agriculture ระบุว่า ความถี่ ความรุนแรง และระยะเวลาของคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอีกในอนาคต ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อระบบเกษตรและระบบนิเวศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง“ชวี ตงอวี้” ระบุว่า คลื่นความร้อนถือเป็น “ตัวคูณความเสี่ยง” ที่เพิ่มแรงกดดันต่อพืชผล ปศุสัตว์ ประมง และป่าไม้ รวมถึงชุมชนและเศรษฐกิจที่พึ่งพาภาคส่วนเหล่านี้ ขณะที่ “เซเลสเต ซาอูโล” ชี้ว่า คลื่นความร้อนไม่ใช่เพียงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดด ๆ แต่เป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมจุดอ่อนของระบบเกษตรทั่วโลก รายงานฉบับนี้เผยแพร่เนื่องใน วันคุ้มครองโลก เมื่อวันที่ 22 เมษายน เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร และสุขภาพของระบบนิเวศเนื้อหารายงานระบุว่า คลื่นความร้อนส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกระดับ ตั้งแต่มนุษย์ พืช สัตว์ ไปจนถึงทรัพยากรทางทะเล โดยสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่เริ่มเกิดความเครียดเมื่ออุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส ขณะที่ไก่และสุกรได้รับผลกระทบตั้งแต่อุณหภูมิต่ำกว่านั้น เนื่องจากไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีในภาคประมง อุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นทำให้ระดับออกซิเจนลดลง ส่งผลให้ปลาเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว ขณะที่ข้อมูลจาก WMO ระบุว่า ในปี 2025 มหาสมุทรทั่วโลกมากกว่า 90% เผชิญคลื่นความร้อนทางทะเลอย่างน้อยหนึ่งครั้งสำหรับพืชเศรษฐกิจสำคัญ ผลผลิตจะเริ่มลดลงเมื่ออุณหภูมิสูงเกิน 30 องศาเซลเซียส และต่ำกว่านั้นสำหรับพืชบางชนิด เช่น มันฝรั่งและข้าวบาร์เลย์ นอกจากนี้ยังพบความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่างคลื่นความร้อนกับไฟป่าที่มีแนวโน้มยาวนานและรุนแรงขึ้นในด้านแรงงาน รายงานเตือนว่า จำนวนวันที่ไม่สามารถทำงานกลางแจ้งได้เนื่องจากอากาศร้อนจัด อาจเพิ่มขึ้นถึง 250 วันต่อปีในหลายพื้นที่ของเอเชียใต้ แอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา และบางส่วนของอเมริกากลางและใต้ นอกจากนี้ คลื่นความร้อนยังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหาอื่น ๆ เช่น ภาวะขาดแคลนน้ำ ภัยแล้งฉับพลัน ไฟป่า รวมถึงการแพร่ระบาดขอ
อ่านต่อ >12