
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เปิดเผยสถานการณ์ฝนทั่วประเทศ มีปริมาณฝนสูงสุดเมื่อวานนี้ในพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.ตาก 195 มม. ภาคตะวันตก ที่จ.กาญจนบุรี 109 มม. และภาคตะวันออก จ.จันทบุรี 94 มม. โดยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า ช่วงวันที่ 23-25 ส.ค. มากกว่า 200 มม. ที่ อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มขณะที่ภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปริมาณน้ำรวม ร้อยละ 63 ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ ได้ร้อยละ 47 โดยภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำกักเก็บมากที่สุดร้อยละ73 ของความจุกักเก็บ ขณะที่ภาคกลาง มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยที่สุด ร้อยละ 36 ของความจุกักเก็บ ทั้งนี้ทางสทนช.ได้เร่งรัดการดำเนินการร่วมกับหน้วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของป้องกันอุทกภัย ทั้ง การใช้เทคโนโลยีประเมินภัย Real-time ร่วมทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยแบบเรียลไทม์ และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่รวดเร็ว จัดทำเช็กลิสต์การปฏิบัติงานรายจังหวัด ทำคู่มือปฏิบัติงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อตรวจสอบระบบกั้นน้ำและทางระบายน้ำอย่างเป็นระบบวางแผนการเกษตรเชิงรุก ให้สอดคล้องกับน้ำต้นทุน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้น้ำในปีหน้า และเร่งรัดการสำรวจและจ่ายเงินเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA มาช่วยลดขั้นตอนเอกสารและป้องกันการทุจริต
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางเพิ่มขึ้น พร้อมบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่การติดตามสถานการณ์น้ำเหนือ การควบคุมและระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของจังหวัดพื้นที่ปลายน้ำสำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ได้ประชุมบูรณาการการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่การเกษตร ที่ประชุมประเมินว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดคือ เดือนกันยายน คาดว่าปริมาณการระบายน้ำจะไม่เกินประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ที่มีปริมาณการระบายน้ำสูงสุดประมาณ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงอาจเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง แต่เบื้องต้นคาดว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมานอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดทำ แผนที่พื้นที่เสี่ยงภัย (Risk Map) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำและกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อปรับรูปแบบการบริหารจัดการจากการรอแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุ เป็นการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและเตรียมมาตรการรับมือให้เหมาะสม ช่วยให้สามารถจัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยังเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำท่วม เนื่องจากปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่ภาคกลางลดลงประมาณ 20% ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศลดลงประมาณ 8% จึงจำเป็นต้องวางแผนจัดเก็บและสำรองน้ำให้เพียงพอต่อการใช้งานในปีถัดไปทั้งนี้ จากข้อมูลและการประเมินสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ภาคกลางยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่รัฐบาลจะไม่ประมาท โดยเตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล บุคลากร เครื่องมือ และแผนเผชิญเหตุล่วงหน้า เพื่อดูแลความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
อ่านต่อ >14

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ตรวจความพร้อม ทางยกระดับพระราม 2 (มอเตอร์เวย์ M82) ก่อนเปิดทดลอง 28 ส.ค.วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) เวลา 10.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายเสกสม อัครพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายอำนาจ เจริญศรีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ตลอดจนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย – บ้านแพ้ว เพื่อติดตามความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ก่อนเปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการเพิ่มเติม ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.เตรียมปิดตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตรนายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง เร่งรัดโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ เตรียม ปิดตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตร ตามนโยบาย Quick Win โดยการเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ต่อเนื่องจาก M82 ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย ที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้วเปิดให้ใช้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มทางเลือกการเดินทางบนถนนพระราม 2ทั้งนี้จะเปิดให้ใช้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทำให้ประชาชนสามารถใช้ทางยกระดับได้ต่อเนื่องตั้งแต่บางขุนเทียน ผ่านเอกชัย ถึงบ้านแพ้ว รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางบนถนนพระราม 2 และเชื่อมต่อการเดินทางสู่ภาคใต้ได้สะดวกยิ่งขึ้น เตรียมแผนบริหารจัดการจราจรบน M82 และถนนพระราม 2สำหรับการเตรียมความพร้อม ได้กำชับกรมทางหลวงตรวจสอบทุกส่วนที่จะเปิดให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งโครงสร้าง ผิวทาง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ป้ายและเครื่องหมายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย พร้อมเปิดทดลองให้บริการ โดยบูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ รถตรวจการณ์ และรถช่วยเหลือให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ใช้ทางได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุพร้อมกันนี้ ให้เตรียมแผนบริหารจัดการจราจรบน M82 และถนนพระราม 2 โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้น–ลง และจุดเชื่อมต่อบ้านแพ้
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สปสช. เผยปี 2568 ผู้ป่วย STEMI สิทธิบัตรทองอายุ 15 ปีขึ้นไป 14,656 คน ร้อยละ 86.20 ได้รับยาละลายลิ่มเลือดและ/หรือทำ PCI ย้ำสิทธิบัตรทองครอบคลุมบริการตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ พร้อมพัฒนากลไกการจ่ายให้เอื้อต่อการเข้าถึงบริการและการส่งต่อ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI หรือ ST-Elevation Myocardial Infarction เป็นภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันรุนแรง ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและเปิดหลอดเลือดโดยเร็ว เนื่องจากความล่าช้าในการรักษาอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายเพิ่มขึ้น และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตได้สิทธิบัตรทอง 30 บาทครอบคลุมบริการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การให้ยาละลายลิ่มเลือด การฉีดสีและสวนหัวใจ การเปิดหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน หรือ PCI (Percutaneous Coronary Intervention) ซึ่งอาจรวมถึงการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยัน ไปจนถึงการผ่าตัดหัวใจ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการที่จำเป็นโดยไม่ให้ค่าใช้จ่ายเป็นอุปสรรคต่อการรักษานอกจากการรักษาแล้ว สิทธิบัตรทองยังครอบคลุมบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามกลุ่มวัย เพื่อค้นหาความเสี่ยงก่อนเกิดโรค โดยผู้มีอายุ 35 ปีขึ้นไปทุกสิทธิการรักษาสามารถรับบริการตรวจสุขภาพที่จำเป็นตามกลุ่มวัย ซึ่งรวมถึงการคัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การคัดกรองความเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง รวมถึงการตรวจระดับไขมันในเลือด Total Cholesterol และ HDL ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริการ เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงและนำไปสู่การดูแลหรือปรับพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างเหมาะสม เช็กสิทธิได้ง่ายๆ ที่แอปฯ เป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีปัองกันโรคสำหรับผู้ป่วย STEMI วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และระยะเวลาที่สามารถเข้าถึงหน่วยบริการที่มีศักยภาพ หากสามารถเปิดหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวนแบบฉุกเฉิน หรือ Primary PCI ได้ทันเวลา ผู้ป่วยจะได้รับการส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่สามารถทำ PCI ได้ แต่หากไม่สามารถส่งต่อได้ทันและไม่มีข้อห้าม แพทย์อาจพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดก่อน แล้วส่งต่อเพื่อรับการรักษาต่อเนื่องในส่วนของระบบบัตรทอง สปสช. สนับสน
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เปิดเผยสถานการณ์ฝนทั่วประเทศ มีปริมาณฝนสูงสุดเมื่อวานนี้ในพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.ตาก 195 มม. ภาคตะวันตก ที่จ.กาญจนบุรี 109 มม. และภาคตะวันออก จ.จันทบุรี 94 มม. โดยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า ช่วงวันที่ 23-25 ส.ค. มากกว่า 200 มม. ที่ อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มขณะที่ภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปริมาณน้ำรวม ร้อยละ 63 ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ ได้ร้อยละ 47 โดยภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำกักเก็บมากที่สุดร้อยละ73 ของความจุกักเก็บ ขณะที่ภาคกลาง มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยที่สุด ร้อยละ 36 ของความจุกักเก็บ ทั้งนี้ทางสทนช.ได้เร่งรัดการดำเนินการร่วมกับหน้วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของป้องกันอุทกภัย ทั้ง การใช้เทคโนโลยีประเมินภัย Real-time ร่วมทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยแบบเรียลไทม์ และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่รวดเร็ว จัดทำเช็กลิสต์การปฏิบัติงานรายจังหวัด ทำคู่มือปฏิบัติงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อตรวจสอบระบบกั้นน้ำและทางระบายน้ำอย่างเป็นระบบวางแผนการเกษตรเชิงรุก ให้สอดคล้องกับน้ำต้นทุน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้น้ำในปีหน้า และเร่งรัดการสำรวจและจ่ายเงินเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA มาช่วยลดขั้นตอนเอกสารและป้องกันการทุจริต
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์น้ำทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางเพิ่มขึ้น พร้อมบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่การติดตามสถานการณ์น้ำเหนือ การควบคุมและระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของจังหวัดพื้นที่ปลายน้ำสำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลาง คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ได้ประชุมบูรณาการการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่การเกษตร ที่ประชุมประเมินว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยช่วงที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดคือ เดือนกันยายน คาดว่าปริมาณการระบายน้ำจะไม่เกินประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ที่มีปริมาณการระบายน้ำสูงสุดประมาณ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงอาจเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่ง แต่เบื้องต้นคาดว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมานอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดทำ แผนที่พื้นที่เสี่ยงภัย (Risk Map) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำและกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อปรับรูปแบบการบริหารจัดการจากการรอแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุ เป็นการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและเตรียมมาตรการรับมือให้เหมาะสม ช่วยให้สามารถจัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ และความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที น.ส.รัชดา กล่าวว่า รัฐบาลยังเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำท่วม เนื่องจากปริมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่ภาคกลางลดลงประมาณ 20% ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศลดลงประมาณ 8% จึงจำเป็นต้องวางแผนจัดเก็บและสำรองน้ำให้เพียงพอต่อการใช้งานในปีถัดไปทั้งนี้ จากข้อมูลและการประเมินสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ภาคกลางยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ แต่รัฐบาลจะไม่ประมาท โดยเตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูล บุคลากร เครื่องมือ และแผนเผชิญเหตุล่วงหน้า เพื่อดูแลความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
อ่านต่อ >14

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ตรวจความพร้อม ทางยกระดับพระราม 2 (มอเตอร์เวย์ M82) ก่อนเปิดทดลอง 28 ส.ค.วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) เวลา 10.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายเสกสม อัครพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายอำนาจ เจริญศรีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง ตลอดจนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย – บ้านแพ้ว เพื่อติดตามความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ก่อนเปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการเพิ่มเติม ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.เตรียมปิดตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตรนายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมโดยกรมทางหลวง เร่งรัดโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ เตรียม ปิดตำนานถนนเจ็ดชั่วโคตร ตามนโยบาย Quick Win โดยการเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว ต่อเนื่องจาก M82 ช่วงบางขุนเทียน – เอกชัย ที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้วเปิดให้ใช้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มทางเลือกการเดินทางบนถนนพระราม 2ทั้งนี้จะเปิดให้ใช้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทำให้ประชาชนสามารถใช้ทางยกระดับได้ต่อเนื่องตั้งแต่บางขุนเทียน ผ่านเอกชัย ถึงบ้านแพ้ว รวมระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางบนถนนพระราม 2 และเชื่อมต่อการเดินทางสู่ภาคใต้ได้สะดวกยิ่งขึ้น เตรียมแผนบริหารจัดการจราจรบน M82 และถนนพระราม 2สำหรับการเตรียมความพร้อม ได้กำชับกรมทางหลวงตรวจสอบทุกส่วนที่จะเปิดให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งโครงสร้าง ผิวทาง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ป้ายและเครื่องหมายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย พร้อมเปิดทดลองให้บริการ โดยบูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ รถตรวจการณ์ และรถช่วยเหลือให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ใช้ทางได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุพร้อมกันนี้ ให้เตรียมแผนบริหารจัดการจราจรบน M82 และถนนพระราม 2 โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้น–ลง และจุดเชื่อมต่อบ้านแพ้
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สปสช. เผยปี 2568 ผู้ป่วย STEMI สิทธิบัตรทองอายุ 15 ปีขึ้นไป 14,656 คน ร้อยละ 86.20 ได้รับยาละลายลิ่มเลือดและ/หรือทำ PCI ย้ำสิทธิบัตรทองครอบคลุมบริการตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ พร้อมพัฒนากลไกการจ่ายให้เอื้อต่อการเข้าถึงบริการและการส่งต่อ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI หรือ ST-Elevation Myocardial Infarction เป็นภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันรุนแรง ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและเปิดหลอดเลือดโดยเร็ว เนื่องจากความล่าช้าในการรักษาอาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเสียหายเพิ่มขึ้น และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตได้สิทธิบัตรทอง 30 บาทครอบคลุมบริการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การให้ยาละลายลิ่มเลือด การฉีดสีและสวนหัวใจ การเปิดหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวน หรือ PCI (Percutaneous Coronary Intervention) ซึ่งอาจรวมถึงการขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยัน ไปจนถึงการผ่าตัดหัวใจ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการที่จำเป็นโดยไม่ให้ค่าใช้จ่ายเป็นอุปสรรคต่อการรักษานอกจากการรักษาแล้ว สิทธิบัตรทองยังครอบคลุมบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามกลุ่มวัย เพื่อค้นหาความเสี่ยงก่อนเกิดโรค โดยผู้มีอายุ 35 ปีขึ้นไปทุกสิทธิการรักษาสามารถรับบริการตรวจสุขภาพที่จำเป็นตามกลุ่มวัย ซึ่งรวมถึงการคัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การคัดกรองความเสี่ยงเบาหวานและความดันโลหิตสูง รวมถึงการตรวจระดับไขมันในเลือด Total Cholesterol และ HDL ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริการ เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงและนำไปสู่การดูแลหรือปรับพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างเหมาะสม เช็กสิทธิได้ง่ายๆ ที่แอปฯ เป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ เลือกสิทธิสุขภาพดีปัองกันโรคสำหรับผู้ป่วย STEMI วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และระยะเวลาที่สามารถเข้าถึงหน่วยบริการที่มีศักยภาพ หากสามารถเปิดหลอดเลือดหัวใจผ่านสายสวนแบบฉุกเฉิน หรือ Primary PCI ได้ทันเวลา ผู้ป่วยจะได้รับการส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่สามารถทำ PCI ได้ แต่หากไม่สามารถส่งต่อได้ทันและไม่มีข้อห้าม แพทย์อาจพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดก่อน แล้วส่งต่อเพื่อรับการรักษาต่อเนื่องในส่วนของระบบบัตรทอง สปสช. สนับสน
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เปิดเผยสถานการณ์ฝนทั่วประเทศ มีปริมาณฝนสูงสุดเมื่อวานนี้ในพื้นที่ภาคเหนือที่ จ.ตาก 195 มม. ภาคตะวันตก ที่จ.กาญจนบุรี 109 มม. และภาคตะวันออก จ.จันทบุรี 94 มม. โดยคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก คาดการณ์พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักสะสม 3 วันล่วงหน้า ช่วงวันที่ 23-25 ส.ค. มากกว่า 200 มม. ที่ อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มขณะที่ภาพรวมอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ปริมาณน้ำรวม ร้อยละ 63 ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การ ได้ร้อยละ 47 โดยภาคตะวันตก: มีปริมาณน้ำกักเก็บมากที่สุดร้อยละ73 ของความจุกักเก็บ ขณะที่ภาคกลาง มีปริมาณน้ำกักเก็บน้อยที่สุด ร้อยละ 36 ของความจุกักเก็บ ทั้งนี้ทางสทนช.ได้เร่งรัดการดำเนินการร่วมกับหน้วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องของป้องกันอุทกภัย ทั้ง การใช้เทคโนโลยีประเมินภัย Real-time ร่วมทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยแบบเรียลไทม์ และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าที่รวดเร็ว จัดทำเช็กลิสต์การปฏิบัติงานรายจังหวัด ทำคู่มือปฏิบัติงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อตรวจสอบระบบกั้นน้ำและทางระบายน้ำอย่างเป็นระบบวางแผนการเกษตรเชิงรุก ให้สอดคล้องกับน้ำต้นทุน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการใช้น้ำในปีหน้า และเร่งรัดการสำรวจและจ่ายเงินเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA มาช่วยลดขั้นตอนเอกสารและป้องกันการทุจริต
อ่านต่อ >17