
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันหยุดกรณีพิเศษไม่เป็นความจริงนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ และจะส่งผลให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม 2569 โดยยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด”โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุชัดว่า ขณะนี้ ยังไม่มีการพิจารณา เสนอ หรือมีมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว ทั้งสิ้น และขอให้สาธารณชนตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนเชื่อหรือเผยแพร่ต่อ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้างทั้งนี้ ขอให้ประชาชนยึดข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ โดยสามารถตรวจสอบได้จาก สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี วันหยุด 2569เดือนพฤษภาคม 2569วันหยุดราชการ-วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2569 : วันฉัตรมงคล-วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 : วันพืชมงคล-วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 : วันวิสาขบูชาวันหยุดธนาคาร-วันพฤหัสบดีที่ 1 วันแรงงานแห่งชาติ-วันจันทร์ที่ 5 ชดเชยวันฉัตรมงคล (วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2568)-วันจันทร์ที่ 12 ชดเชยวันวิสาขบูชา (วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568)เดือนมิถุนายน 2569วันหยุดราชการ-วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 : ชดเชยวันวิสาขบูชา-วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีวันหยุดธนาคาร-วันจันทร์ที่ 2 วันหยุดพิเศษ-วันอังคารที่ 3 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีเดือนกรกฎาคม 2569วันหยุดราชการ-วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว-วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 : วันอาสาฬหบูชา-วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2569 : วันเข้าพรรษาวันหยุดธนาคาร-วันพฤหัสบดีที่ 10 วันอาสาฬหบูชา-วันจันทร์ที่ 28 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดือนสิงหาคม 2569วันหยุดราชการ-วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติวันหยุดธนาคาร-วันจันทร์ที่ 11 วันหยุดพิเศษ-วันอังคารที่ 12 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติเดือนกันยายน 2569วันหยุดราชการ-ไม่มีวันหยุดราชการเดือนตุลาคม 2569วันหยุดราชการ-วันอังคารที่
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายแก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยเน้นย้ำให้เร่งรัดการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวนายพิพัฒน์กล่าวว่า กทพ. ต้องเร่งผลักดันโครงการตามแผน “Quick Win” ให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา โดยเฉพาะ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก และ โครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ–ถนนลำลูกกา ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ประชาชนเฝ้ารอ พร้อมกำชับให้ทุกขั้นตอนการก่อสร้างต้องยึดมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะบริเวณถนนพระราม 2 ที่ต้องมีแผนบริหารจัดการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ ยังสั่งการให้เร่งผลักดันโครงการใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจ ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์–สุวรรณภูมิ และ โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสำหรับโครงการระยะยาวอย่าง ทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน–พระราม 9 นายพิพัฒน์ระบุว่าต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและตอบโจทย์การเดินทางในอนาคตขณะเดียวกัน ยังเร่งผลักดันโครงการทางพิเศษในภูมิภาค โดยเฉพาะ โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ พร้อมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาหลักการร่วมลงทุนโครงการทางพิเศษภูเก็ตทั้ง 2 ระยะ รองรับการขยายตัวของเมืองท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้านนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า กทพ.พร้อมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งด้านงานก่อสร้าง การบริหารจราจร และการบริการประชาชนในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล กทพ. เดินหน้าส่งเสริมระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ Easy Pass และพัฒนาแอปพลิเคชัน EXAT Portal ให้ทันสมัยและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีผู้ใช้ Easy Pass คิดเป็น 57.61% ของปริมาณจราจรทั้งหมด และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% ภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ลดปัญหาคอขวดบริเวณหน้าด่าน และยกระดับประสบการณ์เดินทางของประชาชน พร้อมกันนี้ กทพ.ยังขับเคลื่อนองค์
อ่านต่อ >24

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 10,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,839 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 17,548 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรมการบินโลกรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 51,029 ล้านบาท ลดลง 596 ล้านบาท หรือ 1.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักจากปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งผู้โดยสารที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาระดับรายได้เฉลี่ยต่อหน่วยจากผู้โดยสารได้ใกล้เคียงปีก่อน แม้ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารด้านราคาและโครงสร้างรายได้ด้านค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 37,282 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ลดลงตามปริมาณการผลิตที่ลดลง ประกอบกับเงินบาทแข็งค่า แม้ราคาน้ำมันเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงค่าใช้จ่ายแปรผันที่ลดลงตามจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (EBIT) อยู่ที่ 13,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT Margin) อยู่ที่ 26.9% ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงมาอยู่ที่ 2,987 ล้านบาท ลดลง 494 ล้านบาทจากปีก่อน ประกอบกับมีรายการพิเศษสุทธิเป็นรายได้ 1,088 ล้านบาท จากกำไรการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน กำไรจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ และผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิที่ลดลง สนับสนุนให้ผลประกอบการโดยรวมเติบโตต่อเนื่องในด้านปฏิบัติการบิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 การบินไทยมีเครื่องบินให้บริการรวม 80 ลำ มีอัตราการใช้ประโยชน์เฉลี่ย 13.8 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน ขนส่งผู้โดยสารรวม 4.18 ล้านคน ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) อยู่ที่ 17,389 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลง 1.9% ขณะที่ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) อยู่ที่ 14,453 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 2.2% ส่งผลให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย (Cabin Factor) อยู่ที่ 83.1% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 83.3% ฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มีสินทรัพย์รวม 324,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 16.7% แตะ 88,622 ล้านบาท ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 235,920 ล้านบาท เ
อ่านต่อ >20

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
วันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท Google ได้เปิดตัว Googlebook ซึ่งเป็นแล็ปท็อปหมวดหมู่ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ Gemini Intelligence โดยเฉพาะ และออกแบบมาให้ทำงานประสานกับสมาร์ตโฟน Android ได้อย่างราบรื่นรอยต่อ การเปลี่ยนผ่านจากระบบปฏิบัติการ (OS) สู่ระบบอัจฉริยะกว่า 15 ปีหลังจากที่ Google ได้แนะนำให้โลกรู้จักกับ Chromebook ซึ่งเป็นแล็ปท็อปสำหรับโลกคลาวด์เฟิร์ส (Cloud-first) ในปัจจุบัน Google ได้มองเห็นโอกาสในการพลิกโฉมแล็ปท็อปอีกครั้งGooglebook เป็นผลลัพธ์ของการผสมผสานจุดเด่นของ Android ที่มาพร้อมแอปพลิเคชันอันทรงพลังบน Google Play เข้ากับ ChromeOS ที่มีเบราว์เซอร์ยอดนิยมระดับโลก ส่งผลให้เกิดแล็ปท็อปที่มีความสามารถในการช่วยเหลือของ Gemini เป็นแกนหลักสำคัญฟีเจอร์เด่นอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini Intelligence Googlebook เป็นแล็ปท็อปตระกูลแรกที่ถูกสร้างขึ้นจากพื้นฐานของ Gemini Intelligence เพื่อให้ความช่วยเหลือส่วนบุคคลแบบเชิงรุก โดยมีฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยดังนี้1. Magic Pointer ฟีเจอร์ที่พัฒนาร่วมกับทีม Google DeepMind ซึ่งจะนำความช่วยเหลือจาก Gemini มาสู่ปลายนิ้วของคุณ เพียงแค่ผู้ใช้ขยับเคอร์เซอร์ไปมา (Wiggle) เคอร์เซอร์ก็จะตื่นตัวและทำงานร่วมกับ Gemini เพื่อให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้ใช้กำลังชี้อยู่บนหน้าจอ เช่น หากชี้ไปที่วันที่ในอีเมล ระบบจะช่วยตั้งค่าการประชุมให้ หรือหากเลือกภาพสองภาพ ระบบก็สามารถจำลองภาพทั้งสองให้มาอยู่รวมกันได้ทันที2. Create your Widget ผู้ใช้สามารถสร้างวิดเจ็ตส่วนตัวได้ง่ายๆ ผ่านการพิมพ์คำสั่ง (Prompt) Gemini สามารถค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตหรือเชื่อมโยงกับแอปของ Google อย่าง Gmail และ Calendar เพื่อสร้างหน้าแดชบอร์ดเฉพาะตัว เช่น หากกำลังวางแผนไปงานรวมญาติที่เบอร์ลิน Gemini สามารถดึงข้อมูลเที่ยวบิน โรงแรม การจองร้านอาหาร และนาฬิกานับถอยหลังมารวมไว้ในที่เดียวบนหน้าเดสก์ท็อปของคุณการเชื่อมต่อไร้รอยต่อกับระบบนิเวศ Android การที่ Googlebook ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานเทคโนโลยีส่วนหนึ่งของ Android ทำให้ประสบการณ์การใช้งานข้ามอุปกรณ์ (Multi-device) เป็นไปอย่างลื่นไหล1. ใช้งานแอปมือถือบนแล็ปท็อป ผู้ใช้สามารถแตะใช้งานแอปพลิเคชันมือถือจากบนหน้าจอแล็ปท็อปได้เลย เช่น สั่งอาหาร หรือเรียนภาษาในแอป Duolingo ให้เสร็จโดยไม่ต้องละส
อ่านต่อ >16

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันหยุดกรณีพิเศษไม่เป็นความจริงนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ และจะส่งผลให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม 2569 โดยยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด”โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุชัดว่า ขณะนี้ ยังไม่มีการพิจารณา เสนอ หรือมีมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว ทั้งสิ้น และขอให้สาธารณชนตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนเชื่อหรือเผยแพร่ต่อ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้างทั้งนี้ ขอให้ประชาชนยึดข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ โดยสามารถตรวจสอบได้จาก สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี วันหยุด 2569เดือนพฤษภาคม 2569วันหยุดราชการ-วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2569 : วันฉัตรมงคล-วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 : วันพืชมงคล-วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 : วันวิสาขบูชาวันหยุดธนาคาร-วันพฤหัสบดีที่ 1 วันแรงงานแห่งชาติ-วันจันทร์ที่ 5 ชดเชยวันฉัตรมงคล (วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2568)-วันจันทร์ที่ 12 ชดเชยวันวิสาขบูชา (วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568)เดือนมิถุนายน 2569วันหยุดราชการ-วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 : ชดเชยวันวิสาขบูชา-วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีวันหยุดธนาคาร-วันจันทร์ที่ 2 วันหยุดพิเศษ-วันอังคารที่ 3 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีเดือนกรกฎาคม 2569วันหยุดราชการ-วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว-วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 : วันอาสาฬหบูชา-วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2569 : วันเข้าพรรษาวันหยุดธนาคาร-วันพฤหัสบดีที่ 10 วันอาสาฬหบูชา-วันจันทร์ที่ 28 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดือนสิงหาคม 2569วันหยุดราชการ-วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติวันหยุดธนาคาร-วันจันทร์ที่ 11 วันหยุดพิเศษ-วันอังคารที่ 12 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติเดือนกันยายน 2569วันหยุดราชการ-ไม่มีวันหยุดราชการเดือนตุลาคม 2569วันหยุดราชการ-วันอังคารที่
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายแก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) โดยเน้นย้ำให้เร่งรัดการพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง และรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวนายพิพัฒน์กล่าวว่า กทพ. ต้องเร่งผลักดันโครงการตามแผน “Quick Win” ให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา โดยเฉพาะ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3–ดาวคะนอง–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก และ โครงการทางพิเศษสายฉลองรัชส่วนต่อขยาย ช่วงจตุโชติ–ถนนลำลูกกา ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ประชาชนเฝ้ารอ พร้อมกำชับให้ทุกขั้นตอนการก่อสร้างต้องยึดมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะบริเวณถนนพระราม 2 ที่ต้องมีแผนบริหารจัดการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้ ยังสั่งการให้เร่งผลักดันโครงการใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและเศรษฐกิจ ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์–สุวรรณภูมิ และ โครงการทางพิเศษสายฉลองรัช–วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออก เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสำหรับโครงการระยะยาวอย่าง ทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน–พระราม 9 นายพิพัฒน์ระบุว่าต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและตอบโจทย์การเดินทางในอนาคตขณะเดียวกัน ยังเร่งผลักดันโครงการทางพิเศษในภูมิภาค โดยเฉพาะ โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ พร้อมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาหลักการร่วมลงทุนโครงการทางพิเศษภูเก็ตทั้ง 2 ระยะ รองรับการขยายตัวของเมืองท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้านนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า กทพ.พร้อมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงคมนาคมสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งด้านงานก่อสร้าง การบริหารจราจร และการบริการประชาชนในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล กทพ. เดินหน้าส่งเสริมระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ Easy Pass และพัฒนาแอปพลิเคชัน EXAT Portal ให้ทันสมัยและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีผู้ใช้ Easy Pass คิดเป็น 57.61% ของปริมาณจราจรทั้งหมด และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 70% ภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ลดปัญหาคอขวดบริเวณหน้าด่าน และยกระดับประสบการณ์เดินทางของประชาชน พร้อมกันนี้ กทพ.ยังขับเคลื่อนองค์
อ่านต่อ >24

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 10,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,839 ล้านบาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 17,548 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรมการบินโลกรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 51,029 ล้านบาท ลดลง 596 ล้านบาท หรือ 1.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักจากปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งผู้โดยสารที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาระดับรายได้เฉลี่ยต่อหน่วยจากผู้โดยสารได้ใกล้เคียงปีก่อน แม้ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารด้านราคาและโครงสร้างรายได้ด้านค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 37,282 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ลดลงตามปริมาณการผลิตที่ลดลง ประกอบกับเงินบาทแข็งค่า แม้ราคาน้ำมันเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงค่าใช้จ่ายแปรผันที่ลดลงตามจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสาร ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (EBIT) อยู่ที่ 13,747 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT Margin) อยู่ที่ 26.9% ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงมาอยู่ที่ 2,987 ล้านบาท ลดลง 494 ล้านบาทจากปีก่อน ประกอบกับมีรายการพิเศษสุทธิเป็นรายได้ 1,088 ล้านบาท จากกำไรการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน กำไรจากการวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์ และผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิที่ลดลง สนับสนุนให้ผลประกอบการโดยรวมเติบโตต่อเนื่องในด้านปฏิบัติการบิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 การบินไทยมีเครื่องบินให้บริการรวม 80 ลำ มีอัตราการใช้ประโยชน์เฉลี่ย 13.8 ชั่วโมงต่อลำต่อวัน ขนส่งผู้โดยสารรวม 4.18 ล้านคน ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) อยู่ที่ 17,389 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร ลดลง 1.9% ขณะที่ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) อยู่ที่ 14,453 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 2.2% ส่งผลให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย (Cabin Factor) อยู่ที่ 83.1% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 83.3% ฐานะการเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มีสินทรัพย์รวม 324,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 16.7% แตะ 88,622 ล้านบาท ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 235,920 ล้านบาท เ
อ่านต่อ >20

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
วันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท Google ได้เปิดตัว Googlebook ซึ่งเป็นแล็ปท็อปหมวดหมู่ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ Gemini Intelligence โดยเฉพาะ และออกแบบมาให้ทำงานประสานกับสมาร์ตโฟน Android ได้อย่างราบรื่นรอยต่อ การเปลี่ยนผ่านจากระบบปฏิบัติการ (OS) สู่ระบบอัจฉริยะกว่า 15 ปีหลังจากที่ Google ได้แนะนำให้โลกรู้จักกับ Chromebook ซึ่งเป็นแล็ปท็อปสำหรับโลกคลาวด์เฟิร์ส (Cloud-first) ในปัจจุบัน Google ได้มองเห็นโอกาสในการพลิกโฉมแล็ปท็อปอีกครั้งGooglebook เป็นผลลัพธ์ของการผสมผสานจุดเด่นของ Android ที่มาพร้อมแอปพลิเคชันอันทรงพลังบน Google Play เข้ากับ ChromeOS ที่มีเบราว์เซอร์ยอดนิยมระดับโลก ส่งผลให้เกิดแล็ปท็อปที่มีความสามารถในการช่วยเหลือของ Gemini เป็นแกนหลักสำคัญฟีเจอร์เด่นอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini Intelligence Googlebook เป็นแล็ปท็อปตระกูลแรกที่ถูกสร้างขึ้นจากพื้นฐานของ Gemini Intelligence เพื่อให้ความช่วยเหลือส่วนบุคคลแบบเชิงรุก โดยมีฟีเจอร์ที่ล้ำสมัยดังนี้1. Magic Pointer ฟีเจอร์ที่พัฒนาร่วมกับทีม Google DeepMind ซึ่งจะนำความช่วยเหลือจาก Gemini มาสู่ปลายนิ้วของคุณ เพียงแค่ผู้ใช้ขยับเคอร์เซอร์ไปมา (Wiggle) เคอร์เซอร์ก็จะตื่นตัวและทำงานร่วมกับ Gemini เพื่อให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้ใช้กำลังชี้อยู่บนหน้าจอ เช่น หากชี้ไปที่วันที่ในอีเมล ระบบจะช่วยตั้งค่าการประชุมให้ หรือหากเลือกภาพสองภาพ ระบบก็สามารถจำลองภาพทั้งสองให้มาอยู่รวมกันได้ทันที2. Create your Widget ผู้ใช้สามารถสร้างวิดเจ็ตส่วนตัวได้ง่ายๆ ผ่านการพิมพ์คำสั่ง (Prompt) Gemini สามารถค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตหรือเชื่อมโยงกับแอปของ Google อย่าง Gmail และ Calendar เพื่อสร้างหน้าแดชบอร์ดเฉพาะตัว เช่น หากกำลังวางแผนไปงานรวมญาติที่เบอร์ลิน Gemini สามารถดึงข้อมูลเที่ยวบิน โรงแรม การจองร้านอาหาร และนาฬิกานับถอยหลังมารวมไว้ในที่เดียวบนหน้าเดสก์ท็อปของคุณการเชื่อมต่อไร้รอยต่อกับระบบนิเวศ Android การที่ Googlebook ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานเทคโนโลยีส่วนหนึ่งของ Android ทำให้ประสบการณ์การใช้งานข้ามอุปกรณ์ (Multi-device) เป็นไปอย่างลื่นไหล1. ใช้งานแอปมือถือบนแล็ปท็อป ผู้ใช้สามารถแตะใช้งานแอปพลิเคชันมือถือจากบนหน้าจอแล็ปท็อปได้เลย เช่น สั่งอาหาร หรือเรียนภาษาในแอป Duolingo ให้เสร็จโดยไม่ต้องละส
อ่านต่อ >16

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันหยุดกรณีพิเศษไม่เป็นความจริงนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ และจะส่งผลให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน และเดือนกรกฎาคม 2569 โดยยืนยันว่า “ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด”โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุชัดว่า ขณะนี้ ยังไม่มีการพิจารณา เสนอ หรือมีมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว ทั้งสิ้น และขอให้สาธารณชนตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนเชื่อหรือเผยแพร่ต่อ เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้างทั้งนี้ ขอให้ประชาชนยึดข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ โดยสามารถตรวจสอบได้จาก สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี วันหยุด 2569เดือนพฤษภาคม 2569วันหยุดราชการ-วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2569 : วันฉัตรมงคล-วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 : วันพืชมงคล-วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 : วันวิสาขบูชาวันหยุดธนาคาร-วันพฤหัสบดีที่ 1 วันแรงงานแห่งชาติ-วันจันทร์ที่ 5 ชดเชยวันฉัตรมงคล (วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2568)-วันจันทร์ที่ 12 ชดเชยวันวิสาขบูชา (วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2568)เดือนมิถุนายน 2569วันหยุดราชการ-วันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 : ชดเชยวันวิสาขบูชา-วันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีวันหยุดธนาคาร-วันจันทร์ที่ 2 วันหยุดพิเศษ-วันอังคารที่ 3 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินีเดือนกรกฎาคม 2569วันหยุดราชการ-วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรเมนทร รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว-วันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 : วันอาสาฬหบูชา-วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2569 : วันเข้าพรรษาวันหยุดธนาคาร-วันพฤหัสบดีที่ 10 วันอาสาฬหบูชา-วันจันทร์ที่ 28 วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เดือนสิงหาคม 2569วันหยุดราชการ-วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2569 : วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติวันหยุดธนาคาร-วันจันทร์ที่ 11 วันหยุดพิเศษ-วันอังคารที่ 12 วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติเดือนกันยายน 2569วันหยุดราชการ-ไม่มีวันหยุดราชการเดือนตุลาคม 2569วันหยุดราชการ-วันอังคารที่
อ่านต่อ >18