
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤต เจ้าของเพจ "หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า" ได้โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้ถึงระบบบัตรทอง โดยระบุว่าสัญญาณเตือน การล่มสลายของระบบบัตรทอง ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดเมื่อโรงพยาบาลเอกชนแห่ “ถอนตัว” จากระบบนี้โพสต์นี้อยากชวนทุกคนมามอง “บัตรทอง” แบบตรงไปตรงมา จะเล่าให้เห็นว่า ข้างในมันกำลังเกิดอะไรขึ้นเพราะหลังจากนี้ เราจะเห็นข่าวแบบนี้ “มากขึ้นเรื่อยๆ” และบอกได้เลยว่า คนที่ใช้สิทธิ์บัตรทองทุกคน จะได้รับผลกระทบนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ขึ้นอยู่กับว่า สิทธิ์บัตรทองของคุณอยู่ที่โรงพยาบาลไหน(คนไทย มากกว่า 70% ใช้สิทธิ์นี้อยู่)บัตรทอง เท่ากับสิทธิ์ที่ดีมากของคนไทยไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน แค่มีสิทธิ์นี้ เดินเข้าโรงพยาบาล คุณก็ “ได้รับการรักษา” โดยที่ “ไม่ต้องจ่ายเงินตรงหน้า”นี่คือสิ่งที่ดี และควรมีอยู่จริง แต่คำว่า “ฟรี” มันไม่มีอยู่จริง ทุกการรักษา มีต้นทุนเสมอ-ค่ายา -ค่าอุปกรณ์ - ค่าเครื่องมือแพทย์- ค่าไฟ ค่าน้ำ - เงินเดือนบุคลากร ทุกอย่างนี้ “มีคนต้องจ่าย” โรงพยาบาลเป็นคน “ออกเงินจ่ายให้คนไข้ไปก่อน”แล้วค่อยไปเบิกคืนจาก สปสช. (คนถือกระเป๋าเงินของบัตรทอง)สปสช. คือใคร?คือ “คนคุมเงิน” ของระบบนี้ และเงินก้อนนี้ มากกว่า 200,000 ล้านบาท/ปี ใช่ครับ ฟังไม่ผิด "2 แสน ล้าน บาท"หน้าที่คือ จ่ายเงินคืนให้โรงพยาบาล เมื่อมีคนไข้มาใช้สิทธิ์บัตรทองปัญหาคือ สปสช. ทำกับโรงพยาบาลแบบนี้- จ่ายไม่ครบ -จ่ายช้า- ไม่จ่ายเลยลองนึกภาพนี้นะครับคุณต้อง ควักเงินตัวเองซื้อของให้เพื่อนก่อนเพื่อนบอกว่า “เดี๋ยวค่อยมาเบิกคืนทีหลังนะ” แต่พอไปเบิกจริง- เพื่อนจ่ายคืนไม่ครบ- บางอย่างไม่จ่ายเลย- หรือเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ทำแบบนี้ทุกวัน คุณจะยังอยากคบต่อไหม?โรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมบัตรทอง เริ่มถอนตัวเพราะ อยู่ต่อ เท่ากับขาดทุน และเขาเป็นเอกชน เขา “เลือกออกได้” แต่โรงพยาบาลรัฐ ไม่มีสิทธิ์นั้น ถอนตัวไม่ได้ ต้องอยู่ต่อ ต้องรับคนไข้ต่อ ไม่ว่าจะขาดทุนแค่ไหน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเงินไม่พอ?นี่คือสิ่งที่หลายคนไม่เคยเห็น โรงพยาบาล “เริ่มไม่มีเงินซื้อของ” ยาบางตัวเริ่มขาด อุปกรณ์บางอย่างต้องประหยัดอุปกรณ์บางอย่างที่ จริงๆ “ควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง”แต่ต้องยอม ล้างแล้วใช้ซ้ำ ใช้ไปก่อน เพื่อให้ระบบยังเดินได้ถามว่า “ควรไหม?” ไม่ควรเลยแต่คำถาม คือ “ก็ไม่มีเงิน แล้วจะให้ทำยังไง?”บางโรงพย
อ่านต่อ >24

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
คลังจ่อเสนอ "คนละครึ่ง พลัส" และ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบใหม่ เข้า ครม. 19 พ.ค. นี้!เตรียมตัวให้พร้อม! กระทรวงการคลังจ่อเสนอที่ประชุม ครม. ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาเห็นชอบ 2 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่ "คนละครึ่ง พลัส" และ "การเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" โดยคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป สรุปรายละเอียดโครงการ "คนละครึ่ง พลัส"โครงการนี้มุ่งเน้นช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้:วงเงินรวม: 4,000 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท)ระยะเวลาใช้จ่าย: นาน 4 เดือน (เริ่ม 1 มิ.ย. 69)สัดส่วนการจ่าย: รัฐบาลช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%จำนวนสิทธิ: คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 30 ล้านคนช่องทางลงทะเบียน: แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และ "ทางรัฐ" (เปิดลงทะเบียนเพียง 1 สัปดาห์)อัปเดต "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบปี 2569สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จะมีการปรับเพิ่มวงเงินและเปิดลงทะเบียนรอบใหม่:เพิ่มวงเงินซื้อสินค้า: ปรับเพิ่มอีก 700 บาท/เดือน จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท/เดือนระยะเวลา: รับสิทธิเพิ่มต่อเนื่องนาน 4 เดือนเงื่อนไขการใช้: ผู้ถือบัตรใช้จ่ายเต็มจำนวน 100% (ไม่มีการสมทบเหมือนคนละครึ่ง)การลงทะเบียนใหม่: คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนนาน 1 เดือน เพื่อคัดกรองคุณสมบัติใหม่ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดผู้ได้สิทธิเดิม: ต้องกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" โดยใช้เพียงชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชน ไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องรู้19 พ.ค. 69: เสนอโครงการเข้าที่ประชุม ครม.25 พ.ค. 69: ดีเดย์เปิดลงทะเบียนวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง และ ทางรัฐ1 มิ.ย. 69: เริ่มใช้จ่ายเงินงวดแรกตามกำหนดการหมายเหตุ: สำหรับผู้ที่อาจหลุดสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบใหม่ กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาออกแบบให้สามารถข้ามไปรับสิทธิโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ในช่วง 2 เดือนหลังได้ เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง
อ่านต่อ >21

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับระบบสาธารณสุขเชิงป้องกัน ล่าสุดคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 กำหนดให้ “วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine: PCV)” เป็นสิทธิบริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับเด็กไทย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ประกาศดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในเด็กเล็กทั้งนี้ การให้บริการวัคซีน PCV ได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 และให้ถือว่าเป็นบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามประกาศฉบับนี้อย่างเป็นทางการ นางสาวลลิดา กล่าวว่า การบรรจุวัคซีน PCV เข้าสู่สิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพ เป็นอีกก้าวสำคัญของรัฐบาลในการลงทุนด้าน “การป้องกันก่อนการรักษา” ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว แต่ยังช่วยให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยจากโรคร้ายแรง“นี่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยตั้งแต่ต้นทาง ให้ทุกคนเข้าถึงวัคซีนจำเป็นอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างระบบสาธารณสุขที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
อากาศแปรปรวน มีผลกระทบตั้งแต่ 7-10 พฤษภาคม 2569ประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 ฉบับที่ 2 ในช่วงวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วยจึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤต เจ้าของเพจ "หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า" ได้โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้ถึงระบบบัตรทอง โดยระบุว่าสัญญาณเตือน การล่มสลายของระบบบัตรทอง ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดเมื่อโรงพยาบาลเอกชนแห่ “ถอนตัว” จากระบบนี้โพสต์นี้อยากชวนทุกคนมามอง “บัตรทอง” แบบตรงไปตรงมา จะเล่าให้เห็นว่า ข้างในมันกำลังเกิดอะไรขึ้นเพราะหลังจากนี้ เราจะเห็นข่าวแบบนี้ “มากขึ้นเรื่อยๆ” และบอกได้เลยว่า คนที่ใช้สิทธิ์บัตรทองทุกคน จะได้รับผลกระทบนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ขึ้นอยู่กับว่า สิทธิ์บัตรทองของคุณอยู่ที่โรงพยาบาลไหน(คนไทย มากกว่า 70% ใช้สิทธิ์นี้อยู่)บัตรทอง เท่ากับสิทธิ์ที่ดีมากของคนไทยไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน แค่มีสิทธิ์นี้ เดินเข้าโรงพยาบาล คุณก็ “ได้รับการรักษา” โดยที่ “ไม่ต้องจ่ายเงินตรงหน้า”นี่คือสิ่งที่ดี และควรมีอยู่จริง แต่คำว่า “ฟรี” มันไม่มีอยู่จริง ทุกการรักษา มีต้นทุนเสมอ-ค่ายา -ค่าอุปกรณ์ - ค่าเครื่องมือแพทย์- ค่าไฟ ค่าน้ำ - เงินเดือนบุคลากร ทุกอย่างนี้ “มีคนต้องจ่าย” โรงพยาบาลเป็นคน “ออกเงินจ่ายให้คนไข้ไปก่อน”แล้วค่อยไปเบิกคืนจาก สปสช. (คนถือกระเป๋าเงินของบัตรทอง)สปสช. คือใคร?คือ “คนคุมเงิน” ของระบบนี้ และเงินก้อนนี้ มากกว่า 200,000 ล้านบาท/ปี ใช่ครับ ฟังไม่ผิด "2 แสน ล้าน บาท"หน้าที่คือ จ่ายเงินคืนให้โรงพยาบาล เมื่อมีคนไข้มาใช้สิทธิ์บัตรทองปัญหาคือ สปสช. ทำกับโรงพยาบาลแบบนี้- จ่ายไม่ครบ -จ่ายช้า- ไม่จ่ายเลยลองนึกภาพนี้นะครับคุณต้อง ควักเงินตัวเองซื้อของให้เพื่อนก่อนเพื่อนบอกว่า “เดี๋ยวค่อยมาเบิกคืนทีหลังนะ” แต่พอไปเบิกจริง- เพื่อนจ่ายคืนไม่ครบ- บางอย่างไม่จ่ายเลย- หรือเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ทำแบบนี้ทุกวัน คุณจะยังอยากคบต่อไหม?โรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมบัตรทอง เริ่มถอนตัวเพราะ อยู่ต่อ เท่ากับขาดทุน และเขาเป็นเอกชน เขา “เลือกออกได้” แต่โรงพยาบาลรัฐ ไม่มีสิทธิ์นั้น ถอนตัวไม่ได้ ต้องอยู่ต่อ ต้องรับคนไข้ต่อ ไม่ว่าจะขาดทุนแค่ไหน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเงินไม่พอ?นี่คือสิ่งที่หลายคนไม่เคยเห็น โรงพยาบาล “เริ่มไม่มีเงินซื้อของ” ยาบางตัวเริ่มขาด อุปกรณ์บางอย่างต้องประหยัดอุปกรณ์บางอย่างที่ จริงๆ “ควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง”แต่ต้องยอม ล้างแล้วใช้ซ้ำ ใช้ไปก่อน เพื่อให้ระบบยังเดินได้ถามว่า “ควรไหม?” ไม่ควรเลยแต่คำถาม คือ “ก็ไม่มีเงิน แล้วจะให้ทำยังไง?”บางโรงพย
อ่านต่อ >24

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
คลังจ่อเสนอ "คนละครึ่ง พลัส" และ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบใหม่ เข้า ครม. 19 พ.ค. นี้!เตรียมตัวให้พร้อม! กระทรวงการคลังจ่อเสนอที่ประชุม ครม. ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เพื่อพิจารณาเห็นชอบ 2 โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจใหญ่ "คนละครึ่ง พลัส" และ "การเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" โดยคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป สรุปรายละเอียดโครงการ "คนละครึ่ง พลัส"โครงการนี้มุ่งเน้นช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้:วงเงินรวม: 4,000 บาท (เฉลี่ยเดือนละ 1,000 บาท)ระยะเวลาใช้จ่าย: นาน 4 เดือน (เริ่ม 1 มิ.ย. 69)สัดส่วนการจ่าย: รัฐบาลช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%จำนวนสิทธิ: คาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิประมาณ 30 ล้านคนช่องทางลงทะเบียน: แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และ "ทางรัฐ" (เปิดลงทะเบียนเพียง 1 สัปดาห์)อัปเดต "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบปี 2569สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) จะมีการปรับเพิ่มวงเงินและเปิดลงทะเบียนรอบใหม่:เพิ่มวงเงินซื้อสินค้า: ปรับเพิ่มอีก 700 บาท/เดือน จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท/เดือนระยะเวลา: รับสิทธิเพิ่มต่อเนื่องนาน 4 เดือนเงื่อนไขการใช้: ผู้ถือบัตรใช้จ่ายเต็มจำนวน 100% (ไม่มีการสมทบเหมือนคนละครึ่ง)การลงทะเบียนใหม่: คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนนาน 1 เดือน เพื่อคัดกรองคุณสมบัติใหม่ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดผู้ได้สิทธิเดิม: ต้องกดยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" โดยใช้เพียงชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชน ไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องรู้19 พ.ค. 69: เสนอโครงการเข้าที่ประชุม ครม.25 พ.ค. 69: ดีเดย์เปิดลงทะเบียนวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง และ ทางรัฐ1 มิ.ย. 69: เริ่มใช้จ่ายเงินงวดแรกตามกำหนดการหมายเหตุ: สำหรับผู้ที่อาจหลุดสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบใหม่ กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาออกแบบให้สามารถข้ามไปรับสิทธิโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" ในช่วง 2 เดือนหลังได้ เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง
อ่านต่อ >21

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับระบบสาธารณสุขเชิงป้องกัน ล่าสุดคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 กำหนดให้ “วัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine: PCV)” เป็นสิทธิบริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับเด็กไทย โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ประกาศดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคติดเชื้อรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตในเด็กเล็กทั้งนี้ การให้บริการวัคซีน PCV ได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 และให้ถือว่าเป็นบริการด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคตามประกาศฉบับนี้อย่างเป็นทางการ นางสาวลลิดา กล่าวว่า การบรรจุวัคซีน PCV เข้าสู่สิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพ เป็นอีกก้าวสำคัญของรัฐบาลในการลงทุนด้าน “การป้องกันก่อนการรักษา” ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว แต่ยังช่วยให้เด็กไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยจากโรคร้ายแรง“นี่คือการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กไทยตั้งแต่ต้นทาง ให้ทุกคนเข้าถึงวัคซีนจำเป็นอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างระบบสาธารณสุขที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
อากาศแปรปรวน มีผลกระทบตั้งแต่ 7-10 พฤษภาคม 2569ประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 ฉบับที่ 2 ในช่วงวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น กับมีลมกระโชกแรง และฝนตกหนักบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศจะคลายความร้อนลง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทย และทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิต ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง อีกทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วยจึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ หมอเด็กเฉพาะทางโรคทางเดินหายใจและผู้ป่วยวิกฤต เจ้าของเพจ "หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า" ได้โพสต์เฟซบุ๊กให้ความรู้ถึงระบบบัตรทอง โดยระบุว่าสัญญาณเตือน การล่มสลายของระบบบัตรทอง ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดเมื่อโรงพยาบาลเอกชนแห่ “ถอนตัว” จากระบบนี้โพสต์นี้อยากชวนทุกคนมามอง “บัตรทอง” แบบตรงไปตรงมา จะเล่าให้เห็นว่า ข้างในมันกำลังเกิดอะไรขึ้นเพราะหลังจากนี้ เราจะเห็นข่าวแบบนี้ “มากขึ้นเรื่อยๆ” และบอกได้เลยว่า คนที่ใช้สิทธิ์บัตรทองทุกคน จะได้รับผลกระทบนี้ ไม่ช้าก็เร็ว ขึ้นอยู่กับว่า สิทธิ์บัตรทองของคุณอยู่ที่โรงพยาบาลไหน(คนไทย มากกว่า 70% ใช้สิทธิ์นี้อยู่)บัตรทอง เท่ากับสิทธิ์ที่ดีมากของคนไทยไม่ว่าคุณจะรวยหรือจน แค่มีสิทธิ์นี้ เดินเข้าโรงพยาบาล คุณก็ “ได้รับการรักษา” โดยที่ “ไม่ต้องจ่ายเงินตรงหน้า”นี่คือสิ่งที่ดี และควรมีอยู่จริง แต่คำว่า “ฟรี” มันไม่มีอยู่จริง ทุกการรักษา มีต้นทุนเสมอ-ค่ายา -ค่าอุปกรณ์ - ค่าเครื่องมือแพทย์- ค่าไฟ ค่าน้ำ - เงินเดือนบุคลากร ทุกอย่างนี้ “มีคนต้องจ่าย” โรงพยาบาลเป็นคน “ออกเงินจ่ายให้คนไข้ไปก่อน”แล้วค่อยไปเบิกคืนจาก สปสช. (คนถือกระเป๋าเงินของบัตรทอง)สปสช. คือใคร?คือ “คนคุมเงิน” ของระบบนี้ และเงินก้อนนี้ มากกว่า 200,000 ล้านบาท/ปี ใช่ครับ ฟังไม่ผิด "2 แสน ล้าน บาท"หน้าที่คือ จ่ายเงินคืนให้โรงพยาบาล เมื่อมีคนไข้มาใช้สิทธิ์บัตรทองปัญหาคือ สปสช. ทำกับโรงพยาบาลแบบนี้- จ่ายไม่ครบ -จ่ายช้า- ไม่จ่ายเลยลองนึกภาพนี้นะครับคุณต้อง ควักเงินตัวเองซื้อของให้เพื่อนก่อนเพื่อนบอกว่า “เดี๋ยวค่อยมาเบิกคืนทีหลังนะ” แต่พอไปเบิกจริง- เพื่อนจ่ายคืนไม่ครบ- บางอย่างไม่จ่ายเลย- หรือเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ทำแบบนี้ทุกวัน คุณจะยังอยากคบต่อไหม?โรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมบัตรทอง เริ่มถอนตัวเพราะ อยู่ต่อ เท่ากับขาดทุน และเขาเป็นเอกชน เขา “เลือกออกได้” แต่โรงพยาบาลรัฐ ไม่มีสิทธิ์นั้น ถอนตัวไม่ได้ ต้องอยู่ต่อ ต้องรับคนไข้ต่อ ไม่ว่าจะขาดทุนแค่ไหน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเงินไม่พอ?นี่คือสิ่งที่หลายคนไม่เคยเห็น โรงพยาบาล “เริ่มไม่มีเงินซื้อของ” ยาบางตัวเริ่มขาด อุปกรณ์บางอย่างต้องประหยัดอุปกรณ์บางอย่างที่ จริงๆ “ควรใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง”แต่ต้องยอม ล้างแล้วใช้ซ้ำ ใช้ไปก่อน เพื่อให้ระบบยังเดินได้ถามว่า “ควรไหม?” ไม่ควรเลยแต่คำถาม คือ “ก็ไม่มีเงิน แล้วจะให้ทำยังไง?”บางโรงพย
อ่านต่อ >24