
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เปิดไทม์ไลน์รับร่างผู้เสียชีวิต เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวภายหลังเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทยอยส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาตามภูมิลำเนาและวัดต่าง ๆ โดยตลอดวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2569 มีญาติเดินทางมารับร่างผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าล่าสุด มีการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติแล้ว 17 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้ ไทม์ไลน์ วันที่ 13 กรกฎาคม 2569เวลา 17.41 น.ญาติรับร่าง สิบโท พิษณุ แตงโสภา สารวัตรทหาร เป็นผู้เสียชีวิตรายแรกที่นำออกจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดหนองบัวทอง ตำบลกระเสียว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีเวลา 18.10 น.ญาติรับร่าง นางสาวมณีรัตน์ บ่มกลาง อายุ 38 ปี เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์เวลา 19.00 น.ญาติรับร่าง สิบตำรวจตรีหญิง เปมิกา อ่อนศรี อายุ 24 ปี สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล นำกลับไปประกอบพิธีที่ บ้านสันทรายงาม ตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงรายเวลา 20.30 น.ญาติรับร่าง นายจรัญ เลิกนอก อายุ 27 ปี พนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู นำไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดไทรทอง ตำบลท่ามะไฟหวาน อำเภอแก่งค้อ จังหวัดชัยภูมิเวลา 20.50 น.ญาติรับร่าง นางสาวนิภาพร แจ่มแจ้ง ไปประกอบพิธีที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษเวลา 20.50 น.ญาติรับร่าง นางสาวอัชราภรณ์ สุทธิสิน ไปประกอบพิธีที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไทม์ไลน์ วันที่ 14 กรกฎาคม 2569เวลา 09.40 น.ญาติรับร่าง นางสาวชิตชนก ชวนรัมย์ ไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดสะพานสูง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานครเวลา 12.44 น.ญาติรับร่าง นายสโรบล (ท๊อป) อายุ 35 ปี ไปประกอบพิธีที่ วัดสุคันธาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเวลา 13.30 น.ญาติรับร่าง นางสาวทัตพิชา สีหาบุญมาก เพื่อนำกลับภูมิลำเนา บ้านหนองไผ่ ตำบลหนองไผ่ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคามเวลา 14.30 น.ญาติรับร่าง นางสาวพลอยไพลิน ทึมหลวง ไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดราชประคองธรรม อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีเวลา 14.40 น.ญาติรับร่าง นายสุวิชชา ศิริสลุง (ลี่) และ นางสาวน้ำทิพย์ ทับสุข (ไอซ์) สองสามีภรรยา เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาร่วมกันที่ วัดกลาง คลอง 30 อำเภอองค์ร
อ่านต่อ >18

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณ บำนาญชราภาพประกันสังคม ด้วย สูตร CARE โดยมีเป้าหมายยกระดับความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้ประกันตน สะท้อนระยะเวลาการส่งเงินสมทบและรายได้ตลอดอายุการทำงาน พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมในระยะยาวนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การปรับสูตรครั้งนี้จะทำให้การคำนวณสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำจากการเปลี่ยนแปลงรายได้ในช่วงท้ายของการทำงาน ประกันสังคมสูตร CARE เปลี่ยนอะไรบ้าง?สำนักงานประกันสังคมระบุว่า การปรับปรุงครั้งนี้มีสาระสำคัญหลายด้าน ดังนี้ผู้ส่งเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือน ได้รับเงินบำเหน็จมากขึ้นเดิมผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของตนเองแต่ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ จะได้รับเงินบำเหน็จจากเงินสมทบของผู้ประกันตนเงินสมทบจากนายจ้างผลประโยชน์ตอบแทนจากกองทุนโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปคำนวณสิทธิผู้ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือนละเอียดขึ้นเดิมผู้ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับอัตราเพิ่ม 1.5% ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือน และไม่นำเศษเดือนมาคิดสูตรใหม่จะเปลี่ยนเป็นคิดเพิ่ม 0.125% ต่อเดือน ตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริง ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาการส่งเงินสมทบมากขึ้นใช้รายได้เฉลี่ยตลอดอายุงานคำนวณเงินบำนาญถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของสูตร CAREจากเดิมใช้ ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณเปลี่ยนเป็นใช้ ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยนำค่าจ้างในอดีตมาปรับเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันก่อนนำมาคำนวณแนวทางดังกล่าวช่วยลดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบของผู้ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงในช่วงท้ายของการทำงาน และสะท้อนรายได้ตลอดอาชีพได้มากขึ้น มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อไม่ให้ผู้ที่กำลังจะเกษียณได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนสูตรคำนวณ ประกันสังคมกำหนดมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีหากคำนวณตามสูตร CARE แล้วได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าสูตรเดิม จะได้รับเงินชดเชย ดังนี้ปีที่ 1 ชดเชย 100%ปีที่ 2 ชดเชย 80%ปีที่ 3 ชดเชย 60%ปีที่ 4 ชดเชย 40%ปีที่ 5 ชดเชย 20%หลังจากนั้นจะใช้สูตรใหม่เต็มรูปแบบผู้รับบำนาญเดิม หากได้เพิ่มจะปรับให้ทันทีสำห
อ่านต่อ >11

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนยิมวิทยา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 13.48 น. ตามเวลาในไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 5.2 มีศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 361 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์นี้ กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานว่า เบื้องต้นเหตุแผ่นดินไหวไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเหตุแผ่นระบบ Cell Broadcast ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
อ่านต่อ >13

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล คืนร่างผู้เสียชีวิตเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 28 รายวันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติ จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่บริเวณโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 30 ราย โดยมี พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ รายงานความคืบหน้าทั้งนี้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวรวม 30 ร่าง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ บุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 28 ร่าง และได้ทำการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติแล้ว 23 ร่าง ผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นร่างผู้เสียชีวิตเพศหญิงที่ยังไม่มีญาติมาติดต่อแสดงตน ทำให้กระบวนการตรวจเปรียบเทียบยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ติดต่อด่วน หากสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหายพล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน หากท่านใดมีสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหาย และสงสัยว่าอาจเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อเพื่อขอรับการตรวจเปรียบเทียบบุคคลได้ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเร่งดำเนินการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และรับมอบร่างนำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป
อ่านต่อ >28

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เปิดไทม์ไลน์รับร่างผู้เสียชีวิต เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวภายหลังเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทยอยส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาตามภูมิลำเนาและวัดต่าง ๆ โดยตลอดวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2569 มีญาติเดินทางมารับร่างผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าล่าสุด มีการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติแล้ว 17 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้ ไทม์ไลน์ วันที่ 13 กรกฎาคม 2569เวลา 17.41 น.ญาติรับร่าง สิบโท พิษณุ แตงโสภา สารวัตรทหาร เป็นผู้เสียชีวิตรายแรกที่นำออกจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดหนองบัวทอง ตำบลกระเสียว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีเวลา 18.10 น.ญาติรับร่าง นางสาวมณีรัตน์ บ่มกลาง อายุ 38 ปี เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์เวลา 19.00 น.ญาติรับร่าง สิบตำรวจตรีหญิง เปมิกา อ่อนศรี อายุ 24 ปี สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล นำกลับไปประกอบพิธีที่ บ้านสันทรายงาม ตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงรายเวลา 20.30 น.ญาติรับร่าง นายจรัญ เลิกนอก อายุ 27 ปี พนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู นำไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดไทรทอง ตำบลท่ามะไฟหวาน อำเภอแก่งค้อ จังหวัดชัยภูมิเวลา 20.50 น.ญาติรับร่าง นางสาวนิภาพร แจ่มแจ้ง ไปประกอบพิธีที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษเวลา 20.50 น.ญาติรับร่าง นางสาวอัชราภรณ์ สุทธิสิน ไปประกอบพิธีที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไทม์ไลน์ วันที่ 14 กรกฎาคม 2569เวลา 09.40 น.ญาติรับร่าง นางสาวชิตชนก ชวนรัมย์ ไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดสะพานสูง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานครเวลา 12.44 น.ญาติรับร่าง นายสโรบล (ท๊อป) อายุ 35 ปี ไปประกอบพิธีที่ วัดสุคันธาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเวลา 13.30 น.ญาติรับร่าง นางสาวทัตพิชา สีหาบุญมาก เพื่อนำกลับภูมิลำเนา บ้านหนองไผ่ ตำบลหนองไผ่ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคามเวลา 14.30 น.ญาติรับร่าง นางสาวพลอยไพลิน ทึมหลวง ไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดราชประคองธรรม อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีเวลา 14.40 น.ญาติรับร่าง นายสุวิชชา ศิริสลุง (ลี่) และ นางสาวน้ำทิพย์ ทับสุข (ไอซ์) สองสามีภรรยา เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาร่วมกันที่ วัดกลาง คลอง 30 อำเภอองค์ร
อ่านต่อ >18

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณ บำนาญชราภาพประกันสังคม ด้วย สูตร CARE โดยมีเป้าหมายยกระดับความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้ประกันตน สะท้อนระยะเวลาการส่งเงินสมทบและรายได้ตลอดอายุการทำงาน พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมในระยะยาวนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การปรับสูตรครั้งนี้จะทำให้การคำนวณสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำจากการเปลี่ยนแปลงรายได้ในช่วงท้ายของการทำงาน ประกันสังคมสูตร CARE เปลี่ยนอะไรบ้าง?สำนักงานประกันสังคมระบุว่า การปรับปรุงครั้งนี้มีสาระสำคัญหลายด้าน ดังนี้ผู้ส่งเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือน ได้รับเงินบำเหน็จมากขึ้นเดิมผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของตนเองแต่ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ จะได้รับเงินบำเหน็จจากเงินสมทบของผู้ประกันตนเงินสมทบจากนายจ้างผลประโยชน์ตอบแทนจากกองทุนโดยใช้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไปคำนวณสิทธิผู้ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือนละเอียดขึ้นเดิมผู้ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน จะได้รับอัตราเพิ่ม 1.5% ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือน และไม่นำเศษเดือนมาคิดสูตรใหม่จะเปลี่ยนเป็นคิดเพิ่ม 0.125% ต่อเดือน ตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริง ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาการส่งเงินสมทบมากขึ้นใช้รายได้เฉลี่ยตลอดอายุงานคำนวณเงินบำนาญถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดของสูตร CAREจากเดิมใช้ ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณเปลี่ยนเป็นใช้ ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยนำค่าจ้างในอดีตมาปรับเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันก่อนนำมาคำนวณแนวทางดังกล่าวช่วยลดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบของผู้ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงในช่วงท้ายของการทำงาน และสะท้อนรายได้ตลอดอาชีพได้มากขึ้น มีมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อไม่ให้ผู้ที่กำลังจะเกษียณได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนสูตรคำนวณ ประกันสังคมกำหนดมาตรการรองรับในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีหากคำนวณตามสูตร CARE แล้วได้รับเงินบำนาญน้อยกว่าสูตรเดิม จะได้รับเงินชดเชย ดังนี้ปีที่ 1 ชดเชย 100%ปีที่ 2 ชดเชย 80%ปีที่ 3 ชดเชย 60%ปีที่ 4 ชดเชย 40%ปีที่ 5 ชดเชย 20%หลังจากนั้นจะใช้สูตรใหม่เต็มรูปแบบผู้รับบำนาญเดิม หากได้เพิ่มจะปรับให้ทันทีสำห
อ่านต่อ >11

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนยิมวิทยา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 13.48 น. ตามเวลาในไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวขึ้นที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 5.2 มีศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 361 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์นี้ กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว รายงานว่า เบื้องต้นเหตุแผ่นดินไหวไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเหตุแผ่นระบบ Cell Broadcast ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
อ่านต่อ >13

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล คืนร่างผู้เสียชีวิตเพลิงไหม้โรงเบียร์แล้ว 28 รายวันนี้ (14 กรกฎาคม 2569) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติ จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่บริเวณโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 30 ราย โดยมี พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ รายงานความคืบหน้าทั้งนี้สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้รับร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวรวม 30 ร่าง ซึ่งขณะนี้ได้ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์ บุคคลเสร็จสิ้นแล้ว 28 ร่าง และได้ทำการส่งร่างผู้เสียชีวิตคืนให้กับญาติแล้ว 23 ร่าง ผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลอย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 ร่าง ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นร่างผู้เสียชีวิตเพศหญิงที่ยังไม่มีญาติมาติดต่อแสดงตน ทำให้กระบวนการตรวจเปรียบเทียบยังไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ติดต่อด่วน หากสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหายพล.ต.ท.ไตรรงค์ฯ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชน หากท่านใดมีสมาชิกครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดสูญหาย และสงสัยว่าอาจเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อเพื่อขอรับการตรวจเปรียบเทียบบุคคลได้ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเร่งดำเนินการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และรับมอบร่างนำไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป
อ่านต่อ >28

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เปิดไทม์ไลน์รับร่างผู้เสียชีวิต เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวภายหลังเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทยอยส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาตามภูมิลำเนาและวัดต่าง ๆ โดยตลอดวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2569 มีญาติเดินทางมารับร่างผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าล่าสุด มีการส่งมอบร่างผู้เสียชีวิตให้ญาติแล้ว 17 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้ ไทม์ไลน์ วันที่ 13 กรกฎาคม 2569เวลา 17.41 น.ญาติรับร่าง สิบโท พิษณุ แตงโสภา สารวัตรทหาร เป็นผู้เสียชีวิตรายแรกที่นำออกจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดหนองบัวทอง ตำบลกระเสียว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรีเวลา 18.10 น.ญาติรับร่าง นางสาวมณีรัตน์ บ่มกลาง อายุ 38 ปี เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์เวลา 19.00 น.ญาติรับร่าง สิบตำรวจตรีหญิง เปมิกา อ่อนศรี อายุ 24 ปี สังกัดกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล นำกลับไปประกอบพิธีที่ บ้านสันทรายงาม ตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงรายเวลา 20.30 น.ญาติรับร่าง นายจรัญ เลิกนอก อายุ 27 ปี พนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู นำไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดไทรทอง ตำบลท่ามะไฟหวาน อำเภอแก่งค้อ จังหวัดชัยภูมิเวลา 20.50 น.ญาติรับร่าง นางสาวนิภาพร แจ่มแจ้ง ไปประกอบพิธีที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษเวลา 20.50 น.ญาติรับร่าง นางสาวอัชราภรณ์ สุทธิสิน ไปประกอบพิธีที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไทม์ไลน์ วันที่ 14 กรกฎาคม 2569เวลา 09.40 น.ญาติรับร่าง นางสาวชิตชนก ชวนรัมย์ ไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดสะพานสูง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานครเวลา 12.44 น.ญาติรับร่าง นายสโรบล (ท๊อป) อายุ 35 ปี ไปประกอบพิธีที่ วัดสุคันธาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานครเวลา 13.30 น.ญาติรับร่าง นางสาวทัตพิชา สีหาบุญมาก เพื่อนำกลับภูมิลำเนา บ้านหนองไผ่ ตำบลหนองไผ่ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคามเวลา 14.30 น.ญาติรับร่าง นางสาวพลอยไพลิน ทึมหลวง ไปบำเพ็ญกุศลที่ วัดราชประคองธรรม อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีเวลา 14.40 น.ญาติรับร่าง นายสุวิชชา ศิริสลุง (ลี่) และ นางสาวน้ำทิพย์ ทับสุข (ไอซ์) สองสามีภรรยา เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาร่วมกันที่ วัดกลาง คลอง 30 อำเภอองค์ร
อ่านต่อ >18