
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
วิกฤตชิปหน่วยความจำยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลก โดย Counterpoint Research ระบุว่า ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลก ในไตรมาส 3 ปี 2026 ลดลงมากกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี หรือตั้งแต่ปี 2012ซึ่ง Shilpi Jain นักวิเคราะห์อาวุโสจาก เคาน์เตอร์พอยต์ฯ ให้ความเห็นว่า การหดตัวดังกล่าว เป็นผลมาจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น และการขาดแคลนอุปทานอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวด้วยการขึ้นราคาสินค้า ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2026 ที่ผ่านมา ราคาขายปลีกสมาร์ตโฟนทั่วโลก ปรับเพิ่มสูงขึ้นไปกว่าร้อยละ 20 แล้ว และผลักดันราคาขายเฉลี่ยของตลาดให้สูงขึ้นตามไปด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวต่อราคา มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง โดยหันมาใช้สมาร์ตโฟนเครื่องเดิมนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงให้ความสนใจกับมือถือที่ผ่านการปรับสภาพ เพื่อนำกลับมาจำหน่ายใหม่ กันมากขึ้นอย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคบางส่วนหันไปเลือกมือถือรุ่นที่มีราคาแพงขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้ากลุ่มพรีเมียมยังคงแข็งแกร่งกว่ากลุ่มตลาดทั่วไป ทั้งนี้ ผู้ผลิตมือถือแบรนด์จีนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยยอดจัดส่งลดลงมากกว่าตลาดโดยรวม ขณะเดียวกันแต่ละแบรนด์เริ่มปรับตัวกันอย่างชัดเจน ทั้งการปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ ราคา และกลยุทธ์ในแต่ละตลาด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรเอาไว้ เช่น Xiaomi เดิมเน้นตลาดมือถือราคาประหยัด แต่จากแรงกดดันด้านต้นทุน ทำให้มีการลดความสำคัญในกลุ่มนี้ และหันไปให้ความสำคัญกับสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงพรีเมียมมากขึ้นแทนซึ่ง Counterpoint Research ระบุว่า Xiaomi มียอดจัดส่งลดลงอย่างมากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือร้อยละ 10โดยบริษัทลดการให้น้ำหนักกับสมาร์ตโฟนราคาประหยัด และตลาดต่างประเทศที่ไม่ใช่ตลาดหลัก พร้อมปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ย ควบคุมแผนการจัดส่งให้เข้มงวดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการขายอุปกรณ์ในระดับที่ไม่สามารถทำกำไรได้ ท่ามกลางวิกฤตหน่วยความจำที่ยังคงดำเนินอยู่ขณะเดียวกัน หันไปให้ความสำคัญกับตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงบน และกลุ่มพรีเมียมในจีนมากขึ้น โดยมี Xiaomi 18 series และสมาร์ตโฟนจอพับเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพัฒนาชิปเซ็ต XRING O3 ขึ้นมาสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ในตลาดพรีเมียมอีกด
อ่านต่อ >13

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
พูดง่าย ๆ คือ ยุคเงินกู้ราคาถูกยังไม่กลับมาเร็ว ๆ นี้ ใครที่มีหนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือรัฐบาล จะต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น และไทยมีหนี้มากทั้งสองฝั่ง ทั้งสองเรื่องยังเชื่อมกัน เพราะเมื่อครอบครัวต้องเอาเงินไปผ่อนหนี้ และรัฐต้องเอางบไปจ่ายดอกเบี้ย เงินที่เหลือไว้ใช้จ่ายและลงทุนเพื่อสร้างรายได้ใหม่ก็น้อยลงฝั่งประชาชน หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 85.2% ของ GDP ถ้าเทียบขนาดเศรษฐกิจไทยทั้งปีเป็นเงิน 100 บาท คนไทยติดหนี้รวมกันราว 85 บาท ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยพบว่าครัวเรือนมีหนี้เฉลี่ยเกือบ 800,00 บาทต่อครัวเรือนฝั่งรัฐบาล หนี้สาธารณะอยู่ที่ 67.94% ของ GDP ใกล้เพดาน 70% ตามกรอบวินัยการคลัง และปีงบประมาณ 2569 รัฐต้องตั้งงบจ่ายดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมหนี้ 270,664 ล้านบาทIMF เห็นอะไร ทำไมดอกเบี้ยจะแพงไปอีกนานIMF ประเมินว่าดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูงไปอีกนาน เพราะพื้นฐานของโลกเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ความผันผวนชั่วคราวคำถามนี้มาจากผู้สื่อข่าวชาวสิงคโปร์ ซึ่งถามว่าหากต้นทุนการกู้ยืมอยู่สูงนาน รัฐบาลจะสร้างภูมิคุ้มกันอย่างไร โดยยกไทยที่มีหนี้ครัวเรือนสูงเป็นตัวอย่าง"คำตอบคือ มีความเป็นไปได้สูงมากว่า (ต้นทุนการกู้ยืม) จะอยู่ในระดับสูงไปอีกนาน" คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าว เธออธิบายว่า ราคาพลังงานแพงทำให้ของแพง ดอกเบี้ยจึงขึ้นตาม บวกกับบริษัททั่วโลกแห่ระดมเงินไปลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความต้องการเงินกู้จึงสูง ราคาของเงินหรือดอกเบี้ยจึงแพงตาม ทำไมไทยต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นไทยต้องจ่ายแพงขึ้นเพราะดอกเบี้ยพื้นฐานของทั้งโลกขยับขึ้น ไม่ใช่เพราะนักลงทุนเชื่อมั่นไทยน้อยลง จอร์เจียวาระบุว่า ความเสี่ยงที่นักลงทุนมองประเทศตลาดเกิดใหม่ยังทรงตัว แต่ทุกประเทศถูกยกพื้นขึ้นพร้อมกัน"แต่พื้นกำลังยกตัวสูงขึ้น และสิ่งนี้กำลังกัดกร่อนสิ่งที่ตลาดเกิดใหม่ทำสำเร็จมา ด้วยการทำให้ต้นทุนชำระหนี้สูงขึ้น" จอร์เจียวา ระบุ ตัวเลขในไทยยืนยันภาพนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยรายงานว่า ดอกเบี้ยที่รัฐต้องจ่ายเมื่อกู้เงินระยะ 10 ปี อยู่ที่ 2.37% ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.71 จุดเปอร์เซ็นต์จากสิ้นปี 2568 ดอกเบี้ยหุ้นกู้ของภาคเอกชนก็ปรับขึ้นในทิศทางเดียวกันอย่างไรก็ตาม จอร์เจียวาย้ำว่ายังไม่ใช่วิกฤต ตลาดยังทำงานตามปกติ และประเทศต่าง ๆ ยังกู้เงินได้หนี้ครัวเรือนไทยสูงแค่ไหน และไม
อ่านต่อ >22

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ถอดบทเรียนดราม่านอกสนามแข่งโกคาร์ทรุ่นจิ๋ว ในการแข่งขันจูเนียร์ คาร์ท แชมเปี้ยนชิพ 2026 รุ่น Cadet B (อายุ 8–9 ปี) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมรถหมายเลข 69 ซึ่งมีน้องพายุ ลูกชายของชมพู่ อารยา และน็อต วิศรุต เป็นผู้ขับ เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกในเรซตัดสินแชมป์ แต่หลังการแข่งขันมีผู้ยื่นประท้วงประเด็นเสื้อสูบของเครื่องยนต์ ซึ่งการประท้วงเป็นสิทธิ์ตามกติกา และไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกประท้วงกระทำผิด ขณะที่ผลแพ้ชนะยังต้องรอการพิจารณา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือความเสียใจของเด็กวัยเพียง 9 ขวบ ท่ามกลางสายตาของสาธารณชน รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี เป็นกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มองว่าการแข่งขันสำหรับเด็กเล็กควรออกแบบเพื่อพัฒนาศักยภาพ มากกว่ามุ่งเอาชนะจนเด็กเครียด เด็กแต่ละคนพื้นฐานอารมณ์ไม่เท่ากัน ผู้ใหญ่จึงไม่ควรเปรียบเทียบ และควรให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้มากกว่าถ้วยรางวัลด้านผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ (หมอวิน) กุมารแพทย์ เจ้าของเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ มองว่าการที่พ่อแม่โอบกอดลูกในวินาทีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะตอนที่เด็กเสียใจหรือตกใจ เขายังไม่พร้อมฟังเหตุผลยาว ๆ แนวคิดนี้เรียกว่า Co-regulation คือเด็กอาศัยความสงบของผู้ใหญ่ เพื่อค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ของตัวเอง"เรื่องผลการแข่งขัน ปล่อยให้คนตัดสินทำหน้าที่ไป ส่วนเรื่องใจ ผู้ใหญ่ใกล้ตัวทำได้ตั้งแต่วันนี้" เมื่อลูกผิดหวัง ผู้ใหญ่ทำอะไรได้บ้างรศ. นพ.สุริยเดว แนะนำว่าสิ่งที่พ่อแม่ทำได้ คือ การอยู่ข้าง ๆ รับฟัง และยอมรับความรู้สึกของลูก อย่าเพิ่งตำหนิหรือรีบอธิบาย จากนั้นเมื่อลูกสงบแล้ว ค่อยอธิบายข้อเท็จจริงและกติกาอย่างตรงไปตรงมา สุดท้ายย้ำให้ลูกรู้ว่าความรักของพ่อแม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลแพ้ชนะกรณีนี้ชวนให้เรามองไกลกว่ากติกาและถ้วยรางวัล เพราะเด็กไม่ได้เรียนรู้จากผลแพ้ชนะเท่านั้น แต่ยังเรียนรู้จากวิธีที่ผู้ใหญ่รับมือกับความขัดแย้งและความผิดหวังด้วยการกอดลูกในวันที่ผิดหวังไม่ใช่การเข้าข้าง แต่คือการดูแลความรู้สึก ก่อนพาเด็กกลับไปทำความเข้าใจข้อเท็จจริงเพราะการแข่งขันควรช่วยให้เด็กเติบโต ไม่ใช่ทำให้เขาต้องแบกรับความคาดหวังของผู้ใหญ่
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย) รวมระยะทางประมาณ 357.12 กิโลเมตร โครงการดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทางรางจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่าน สปป.ลาว มายังประเทศไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางสายใหม่ (One Belt One Road : OBOR) โดยมีกรอบวงเงินลงทุนรวมประมาณ 256,403.48 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สินประมาณ 12,418.61 ล้านบาท ค่างานก่อสร้างโยธา 237,454.86 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้างโยธา 6,530.01 ล้านบาท เช็กพื้นที่แนวเวนคืน (5 จังหวัด 20 อำเภอ)ร่าง พ.ร.ฎ. เวนคืนที่ดินฉบับนี้ มีกำหนดใช้บังคับ 5 ปี โดยมีพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมท้องที่ต่างๆ ดังนี้:1. จังหวัดนครราชสีมาอำเภอเมืองนครราชสีมา: ตำบลหนองไผ่ล้อม, หัวทะเล, จอหอ, หนองไข่น้ำอำเภอโนนสูง: ตำบลด่านคล้า, โนนสูง, มะค่า, พลสงครามอำเภอคง: ตำบลดอนใหญ่, เมืองคงอำเภอบัวใหญ่: ตำบลโนนทองหลาง, บัวใหญ่อำเภอบัวลาย: ตำบลบัวลาย, โนนจาน 2. จังหวัดขอนแก่นอำเภอพล: ตำบลหนองมะเขือ, โนนข่า, เก่างิ้ว, หนองแวงนางเบ้าอำเภอโนนศิลา: ตำบลโนนศิลา, โนนแดงอำเภอบ้านไผ่: ตำบลในเมือง, บ้านไผ่อำเภอบ้านแฮด: ตำบลบ้านแฮด, โนนสมบูรณ์อำเภอเมืองขอนแก่น: ตำบลท่าพระ, เมืองเก่า, ในเมือง, ศิลา, สำราญ, โนนท่อนอำเภอน้ำพอง: ตำบลม่วงหวาน, หนองกุง, วังชัย, น้ำพองอำเภอเขาสวนกวาง: ตำบลคำม่วง, เขาสวนกวาง 3. จังหวัดอุดรธานีอำเภอโนนสะอาด: ตำบลทมนางงาม, โคกกลาง, โนนสะอาดอำเภอกุมภวาปี: ตำบลหนองหว้า, ปะโค, ห้วยเกิ้ง, ตูมใต้, พันดอน, ผาสุกอำเภอประจักษ์ศิลปาคม: ตำบลห้วยสามพาดอำเภอเมืองอุดรธานี: ตำบลหนองไผ่, หนองขอนกว้าง, โนนสูง, หมากแข้ง, หนองบัว, นากว้าง, กุดสระ, บ้านขาว, นาข่าอำเภอเพ็ญ: ตำบลนาพู่4. จังหวัดหนองคายอำเภอสระใคร: ตำบลคอกช้าง, สระใครอำเภอเมืองหนองคาย: ตำบลค่ายบกหวาน, หนองกอมเกาะ, มีชัย ไทม์ไลน์และขั้นตอนต่อไปการสำรวจพื้นที่: หลังจาก พ.4.ร.ฎ. ประกาศใช้บังคับ จะต้องเริ่มดำเนินการเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในแนวเขตเวนคืน ภายใน 180 วันการชดเชย: โครงการนี้ต้องจัดหาที่ดินเพื่อนำไป
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
วิกฤตชิปหน่วยความจำยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลก โดย Counterpoint Research ระบุว่า ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลก ในไตรมาส 3 ปี 2026 ลดลงมากกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี หรือตั้งแต่ปี 2012ซึ่ง Shilpi Jain นักวิเคราะห์อาวุโสจาก เคาน์เตอร์พอยต์ฯ ให้ความเห็นว่า การหดตัวดังกล่าว เป็นผลมาจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น และการขาดแคลนอุปทานอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวด้วยการขึ้นราคาสินค้า ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2026 ที่ผ่านมา ราคาขายปลีกสมาร์ตโฟนทั่วโลก ปรับเพิ่มสูงขึ้นไปกว่าร้อยละ 20 แล้ว และผลักดันราคาขายเฉลี่ยของตลาดให้สูงขึ้นตามไปด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวต่อราคา มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง โดยหันมาใช้สมาร์ตโฟนเครื่องเดิมนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงให้ความสนใจกับมือถือที่ผ่านการปรับสภาพ เพื่อนำกลับมาจำหน่ายใหม่ กันมากขึ้นอย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคบางส่วนหันไปเลือกมือถือรุ่นที่มีราคาแพงขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้ากลุ่มพรีเมียมยังคงแข็งแกร่งกว่ากลุ่มตลาดทั่วไป ทั้งนี้ ผู้ผลิตมือถือแบรนด์จีนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยยอดจัดส่งลดลงมากกว่าตลาดโดยรวม ขณะเดียวกันแต่ละแบรนด์เริ่มปรับตัวกันอย่างชัดเจน ทั้งการปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ ราคา และกลยุทธ์ในแต่ละตลาด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรเอาไว้ เช่น Xiaomi เดิมเน้นตลาดมือถือราคาประหยัด แต่จากแรงกดดันด้านต้นทุน ทำให้มีการลดความสำคัญในกลุ่มนี้ และหันไปให้ความสำคัญกับสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงพรีเมียมมากขึ้นแทนซึ่ง Counterpoint Research ระบุว่า Xiaomi มียอดจัดส่งลดลงอย่างมากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือร้อยละ 10โดยบริษัทลดการให้น้ำหนักกับสมาร์ตโฟนราคาประหยัด และตลาดต่างประเทศที่ไม่ใช่ตลาดหลัก พร้อมปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ย ควบคุมแผนการจัดส่งให้เข้มงวดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการขายอุปกรณ์ในระดับที่ไม่สามารถทำกำไรได้ ท่ามกลางวิกฤตหน่วยความจำที่ยังคงดำเนินอยู่ขณะเดียวกัน หันไปให้ความสำคัญกับตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงบน และกลุ่มพรีเมียมในจีนมากขึ้น โดยมี Xiaomi 18 series และสมาร์ตโฟนจอพับเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพัฒนาชิปเซ็ต XRING O3 ขึ้นมาสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ในตลาดพรีเมียมอีกด
อ่านต่อ >13

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
พูดง่าย ๆ คือ ยุคเงินกู้ราคาถูกยังไม่กลับมาเร็ว ๆ นี้ ใครที่มีหนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือรัฐบาล จะต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น และไทยมีหนี้มากทั้งสองฝั่ง ทั้งสองเรื่องยังเชื่อมกัน เพราะเมื่อครอบครัวต้องเอาเงินไปผ่อนหนี้ และรัฐต้องเอางบไปจ่ายดอกเบี้ย เงินที่เหลือไว้ใช้จ่ายและลงทุนเพื่อสร้างรายได้ใหม่ก็น้อยลงฝั่งประชาชน หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 85.2% ของ GDP ถ้าเทียบขนาดเศรษฐกิจไทยทั้งปีเป็นเงิน 100 บาท คนไทยติดหนี้รวมกันราว 85 บาท ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยพบว่าครัวเรือนมีหนี้เฉลี่ยเกือบ 800,00 บาทต่อครัวเรือนฝั่งรัฐบาล หนี้สาธารณะอยู่ที่ 67.94% ของ GDP ใกล้เพดาน 70% ตามกรอบวินัยการคลัง และปีงบประมาณ 2569 รัฐต้องตั้งงบจ่ายดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมหนี้ 270,664 ล้านบาทIMF เห็นอะไร ทำไมดอกเบี้ยจะแพงไปอีกนานIMF ประเมินว่าดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วโลกจะอยู่ในระดับสูงไปอีกนาน เพราะพื้นฐานของโลกเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ความผันผวนชั่วคราวคำถามนี้มาจากผู้สื่อข่าวชาวสิงคโปร์ ซึ่งถามว่าหากต้นทุนการกู้ยืมอยู่สูงนาน รัฐบาลจะสร้างภูมิคุ้มกันอย่างไร โดยยกไทยที่มีหนี้ครัวเรือนสูงเป็นตัวอย่าง"คำตอบคือ มีความเป็นไปได้สูงมากว่า (ต้นทุนการกู้ยืม) จะอยู่ในระดับสูงไปอีกนาน" คริสตาลินา จอร์เจียวา กรรมการผู้จัดการ IMF กล่าว เธออธิบายว่า ราคาพลังงานแพงทำให้ของแพง ดอกเบี้ยจึงขึ้นตาม บวกกับบริษัททั่วโลกแห่ระดมเงินไปลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความต้องการเงินกู้จึงสูง ราคาของเงินหรือดอกเบี้ยจึงแพงตาม ทำไมไทยต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้นไทยต้องจ่ายแพงขึ้นเพราะดอกเบี้ยพื้นฐานของทั้งโลกขยับขึ้น ไม่ใช่เพราะนักลงทุนเชื่อมั่นไทยน้อยลง จอร์เจียวาระบุว่า ความเสี่ยงที่นักลงทุนมองประเทศตลาดเกิดใหม่ยังทรงตัว แต่ทุกประเทศถูกยกพื้นขึ้นพร้อมกัน"แต่พื้นกำลังยกตัวสูงขึ้น และสิ่งนี้กำลังกัดกร่อนสิ่งที่ตลาดเกิดใหม่ทำสำเร็จมา ด้วยการทำให้ต้นทุนชำระหนี้สูงขึ้น" จอร์เจียวา ระบุ ตัวเลขในไทยยืนยันภาพนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยรายงานว่า ดอกเบี้ยที่รัฐต้องจ่ายเมื่อกู้เงินระยะ 10 ปี อยู่ที่ 2.37% ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.71 จุดเปอร์เซ็นต์จากสิ้นปี 2568 ดอกเบี้ยหุ้นกู้ของภาคเอกชนก็ปรับขึ้นในทิศทางเดียวกันอย่างไรก็ตาม จอร์เจียวาย้ำว่ายังไม่ใช่วิกฤต ตลาดยังทำงานตามปกติ และประเทศต่าง ๆ ยังกู้เงินได้หนี้ครัวเรือนไทยสูงแค่ไหน และไม
อ่านต่อ >22

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ถอดบทเรียนดราม่านอกสนามแข่งโกคาร์ทรุ่นจิ๋ว ในการแข่งขันจูเนียร์ คาร์ท แชมเปี้ยนชิพ 2026 รุ่น Cadet B (อายุ 8–9 ปี) เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมรถหมายเลข 69 ซึ่งมีน้องพายุ ลูกชายของชมพู่ อารยา และน็อต วิศรุต เป็นผู้ขับ เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกในเรซตัดสินแชมป์ แต่หลังการแข่งขันมีผู้ยื่นประท้วงประเด็นเสื้อสูบของเครื่องยนต์ ซึ่งการประท้วงเป็นสิทธิ์ตามกติกา และไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกประท้วงกระทำผิด ขณะที่ผลแพ้ชนะยังต้องรอการพิจารณา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือความเสียใจของเด็กวัยเพียง 9 ขวบ ท่ามกลางสายตาของสาธารณชน รศ. นพ.สุริยเดว ทรีปาตี เป็นกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) มองว่าการแข่งขันสำหรับเด็กเล็กควรออกแบบเพื่อพัฒนาศักยภาพ มากกว่ามุ่งเอาชนะจนเด็กเครียด เด็กแต่ละคนพื้นฐานอารมณ์ไม่เท่ากัน ผู้ใหญ่จึงไม่ควรเปรียบเทียบ และควรให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้มากกว่าถ้วยรางวัลด้านผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ (หมอวิน) กุมารแพทย์ เจ้าของเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ มองว่าการที่พ่อแม่โอบกอดลูกในวินาทีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะตอนที่เด็กเสียใจหรือตกใจ เขายังไม่พร้อมฟังเหตุผลยาว ๆ แนวคิดนี้เรียกว่า Co-regulation คือเด็กอาศัยความสงบของผู้ใหญ่ เพื่อค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะจัดการอารมณ์ของตัวเอง"เรื่องผลการแข่งขัน ปล่อยให้คนตัดสินทำหน้าที่ไป ส่วนเรื่องใจ ผู้ใหญ่ใกล้ตัวทำได้ตั้งแต่วันนี้" เมื่อลูกผิดหวัง ผู้ใหญ่ทำอะไรได้บ้างรศ. นพ.สุริยเดว แนะนำว่าสิ่งที่พ่อแม่ทำได้ คือ การอยู่ข้าง ๆ รับฟัง และยอมรับความรู้สึกของลูก อย่าเพิ่งตำหนิหรือรีบอธิบาย จากนั้นเมื่อลูกสงบแล้ว ค่อยอธิบายข้อเท็จจริงและกติกาอย่างตรงไปตรงมา สุดท้ายย้ำให้ลูกรู้ว่าความรักของพ่อแม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลแพ้ชนะกรณีนี้ชวนให้เรามองไกลกว่ากติกาและถ้วยรางวัล เพราะเด็กไม่ได้เรียนรู้จากผลแพ้ชนะเท่านั้น แต่ยังเรียนรู้จากวิธีที่ผู้ใหญ่รับมือกับความขัดแย้งและความผิดหวังด้วยการกอดลูกในวันที่ผิดหวังไม่ใช่การเข้าข้าง แต่คือการดูแลความรู้สึก ก่อนพาเด็กกลับไปทำความเข้าใจข้อเท็จจริงเพราะการแข่งขันควรช่วยให้เด็กเติบโต ไม่ใช่ทำให้เขาต้องแบกรับความคาดหวังของผู้ใหญ่
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา - หนองคาย) รวมระยะทางประมาณ 357.12 กิโลเมตร โครงการดังกล่าวเป็นการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทางรางจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ผ่าน สปป.ลาว มายังประเทศไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางสายใหม่ (One Belt One Road : OBOR) โดยมีกรอบวงเงินลงทุนรวมประมาณ 256,403.48 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพย์สินประมาณ 12,418.61 ล้านบาท ค่างานก่อสร้างโยธา 237,454.86 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้างโยธา 6,530.01 ล้านบาท เช็กพื้นที่แนวเวนคืน (5 จังหวัด 20 อำเภอ)ร่าง พ.ร.ฎ. เวนคืนที่ดินฉบับนี้ มีกำหนดใช้บังคับ 5 ปี โดยมีพื้นที่เป้าหมายครอบคลุมท้องที่ต่างๆ ดังนี้:1. จังหวัดนครราชสีมาอำเภอเมืองนครราชสีมา: ตำบลหนองไผ่ล้อม, หัวทะเล, จอหอ, หนองไข่น้ำอำเภอโนนสูง: ตำบลด่านคล้า, โนนสูง, มะค่า, พลสงครามอำเภอคง: ตำบลดอนใหญ่, เมืองคงอำเภอบัวใหญ่: ตำบลโนนทองหลาง, บัวใหญ่อำเภอบัวลาย: ตำบลบัวลาย, โนนจาน 2. จังหวัดขอนแก่นอำเภอพล: ตำบลหนองมะเขือ, โนนข่า, เก่างิ้ว, หนองแวงนางเบ้าอำเภอโนนศิลา: ตำบลโนนศิลา, โนนแดงอำเภอบ้านไผ่: ตำบลในเมือง, บ้านไผ่อำเภอบ้านแฮด: ตำบลบ้านแฮด, โนนสมบูรณ์อำเภอเมืองขอนแก่น: ตำบลท่าพระ, เมืองเก่า, ในเมือง, ศิลา, สำราญ, โนนท่อนอำเภอน้ำพอง: ตำบลม่วงหวาน, หนองกุง, วังชัย, น้ำพองอำเภอเขาสวนกวาง: ตำบลคำม่วง, เขาสวนกวาง 3. จังหวัดอุดรธานีอำเภอโนนสะอาด: ตำบลทมนางงาม, โคกกลาง, โนนสะอาดอำเภอกุมภวาปี: ตำบลหนองหว้า, ปะโค, ห้วยเกิ้ง, ตูมใต้, พันดอน, ผาสุกอำเภอประจักษ์ศิลปาคม: ตำบลห้วยสามพาดอำเภอเมืองอุดรธานี: ตำบลหนองไผ่, หนองขอนกว้าง, โนนสูง, หมากแข้ง, หนองบัว, นากว้าง, กุดสระ, บ้านขาว, นาข่าอำเภอเพ็ญ: ตำบลนาพู่4. จังหวัดหนองคายอำเภอสระใคร: ตำบลคอกช้าง, สระใครอำเภอเมืองหนองคาย: ตำบลค่ายบกหวาน, หนองกอมเกาะ, มีชัย ไทม์ไลน์และขั้นตอนต่อไปการสำรวจพื้นที่: หลังจาก พ.4.ร.ฎ. ประกาศใช้บังคับ จะต้องเริ่มดำเนินการเข้าสำรวจที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในแนวเขตเวนคืน ภายใน 180 วันการชดเชย: โครงการนี้ต้องจัดหาที่ดินเพื่อนำไป
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
วิกฤตชิปหน่วยความจำยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลก โดย Counterpoint Research ระบุว่า ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลก ในไตรมาส 3 ปี 2026 ลดลงมากกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี หรือตั้งแต่ปี 2012ซึ่ง Shilpi Jain นักวิเคราะห์อาวุโสจาก เคาน์เตอร์พอยต์ฯ ให้ความเห็นว่า การหดตัวดังกล่าว เป็นผลมาจากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น และการขาดแคลนอุปทานอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวด้วยการขึ้นราคาสินค้า ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2026 ที่ผ่านมา ราคาขายปลีกสมาร์ตโฟนทั่วโลก ปรับเพิ่มสูงขึ้นไปกว่าร้อยละ 20 แล้ว และผลักดันราคาขายเฉลี่ยของตลาดให้สูงขึ้นตามไปด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคที่มีความอ่อนไหวต่อราคา มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง โดยหันมาใช้สมาร์ตโฟนเครื่องเดิมนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ รวมถึงให้ความสนใจกับมือถือที่ผ่านการปรับสภาพ เพื่อนำกลับมาจำหน่ายใหม่ กันมากขึ้นอย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคบางส่วนหันไปเลือกมือถือรุ่นที่มีราคาแพงขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้ากลุ่มพรีเมียมยังคงแข็งแกร่งกว่ากลุ่มตลาดทั่วไป ทั้งนี้ ผู้ผลิตมือถือแบรนด์จีนเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยยอดจัดส่งลดลงมากกว่าตลาดโดยรวม ขณะเดียวกันแต่ละแบรนด์เริ่มปรับตัวกันอย่างชัดเจน ทั้งการปรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ ราคา และกลยุทธ์ในแต่ละตลาด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรเอาไว้ เช่น Xiaomi เดิมเน้นตลาดมือถือราคาประหยัด แต่จากแรงกดดันด้านต้นทุน ทำให้มีการลดความสำคัญในกลุ่มนี้ และหันไปให้ความสำคัญกับสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงพรีเมียมมากขึ้นแทนซึ่ง Counterpoint Research ระบุว่า Xiaomi มียอดจัดส่งลดลงอย่างมากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือร้อยละ 10โดยบริษัทลดการให้น้ำหนักกับสมาร์ตโฟนราคาประหยัด และตลาดต่างประเทศที่ไม่ใช่ตลาดหลัก พร้อมปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ย ควบคุมแผนการจัดส่งให้เข้มงวดขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการขายอุปกรณ์ในระดับที่ไม่สามารถทำกำไรได้ ท่ามกลางวิกฤตหน่วยความจำที่ยังคงดำเนินอยู่ขณะเดียวกัน หันไปให้ความสำคัญกับตลาดสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงบน และกลุ่มพรีเมียมในจีนมากขึ้น โดยมี Xiaomi 18 series และสมาร์ตโฟนจอพับเป็นส่วนหนึ่งของทิศทางดังกล่าว นอกจากนี้ ยังพัฒนาชิปเซ็ต XRING O3 ขึ้นมาสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ในตลาดพรีเมียมอีกด
อ่านต่อ >13