
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กยศ. มีสถานะขาดสภาพคล่อง จึงมีความจำเป็นต้องของบประมาณจากภาครัฐ และมีนักศึกษาที่รอการโอนเงินกู้ยืมจำนวนมาก นอกจากนี้ กยศ. ยังมียอดหนี้ค้างชำระสูง ซึ่ง กยศ. ขอยืนยันว่า กยศ. ยังคงดำเนินภารกิจสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสช่วยเหลือผู้กู้ยืมเงินให้กลับเข้าสู่ระบบการชำระหนี้ นางอัญชลี ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รักษาการแทน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กยศ. ให้การสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง กยศ. มีภารกิจหลักในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี นอกจากนี้ กยศ. ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยปัจจุบัน กยศ. มีผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับโอกาสทางการศึกษามากกว่า 7.4 ล้านราย เป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 8.5 แสนล้านบาท โดยในปีการศึกษา 2568 ที่ผ่านมา มีนักเรียน นักศึกษา ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมและเข้าระบบทั้งหมดแล้วจำนวนกว่า 780,000 ราย เป็นเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 47,800 ล้านบาท สำหรับนักเรียน นักศึกษา ปีการศึกษา 2568 ปัจจุบันคงเหลือเพียงการโอนเงินค่าครองชีพงวดสุดท้าย ซึ่งจะทยอยโอนให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนนี้” นางอัญชลี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ในปีการศึกษา 2569 กยศ. มีกรอบวงเงินให้กู้ยืมประมาณกว่า 48,000 ล้านบาท เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษาประมาณ 780,000 ราย โดยได้เปิดให้ยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมเงินตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีผู้กู้ยืมเงินรายเก่าได้ยื่นแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมผ่านระบบมาแล้ว จำนวน 304,288 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 16,912 ล้านบาท และ กยศ. ได้เริ่มทยอยโอนเงินให้กับผู้กู้ยืมเงินแล้ว สำหรับนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ กยศ. อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติให้กู้ยืม ซึ่งการดำเนินการยังคงเป็นไปตามกรอบระยะเวลาโดยไม่ได้มีความล่าช้าหรือหยุดชะงักแต่อย่างใด สำหรับในประเด็นปัญหายอดหนี้ค้างชำระสูงนั้น ถือเป็นความท้าทายสำหรับ กยศ. โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงิน ดั
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กระทรวงการคลังเตือนรายเดิม 7.3 แสนคนยังไม่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ กระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4 - 18 มิถุนายน 2569 ณ เวลา 23.00 น. และมีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น จำนวน 12,443,310 ราย และมีผู้ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ จำนวน 730,663 ราย ทั้งนี้ ขอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิมาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ภายในเวลา 23.00 น. และขอให้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนยืนยันการลงทะเบียน สำหรับกลุ่มผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นกลุ่มผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐตามระบบตรวจสอบข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1,043,412 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.61 ตามฐานข้อมูลของของกระทรวงมหาดไทย โดยกระทรวงมหาดไทยจะส่งข้อมูลมายังกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทั้งรายเดิมและกลุ่มผู้ตกสำรวจฯ ที่ลงทะเบียนโดยกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการฯ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร และสามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และ https://welfare.mof.go.th หรือช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลัง
อ่านต่อ >15

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
ทิม คุก (Tim Cook) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของแอปเปิล (Apple) เปิดเผยว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากต้นทุนของชิปหน่วยความจำ (Memory chip) และชิปจัดเก็บข้อมูล (Storage chip) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกที่ส่งผลต่อการจัดสรรชิปให้ตลาดสินค้าผู้บริโภครายย่อยขาดแคลน AI ทำห่วงโซ่อุปทานชิปหน่วยความจำอยู่ในวิกฤตทิม คุก ระบุในการให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่า การปรับขึ้นราคาเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้แอปเปิลจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและปกป้องผู้บริโภคแล้วก็ตาม แต่สถานการณ์ในปัจจุบันได้ดำเนินมาถึงจุดที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนต่อไปได้สาเหตุสำคัญมาจากความต้องการระบบฮาร์ดแวร์สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปหันไปจัดสรรกำลังการผลิตให้กับชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High-bandwidth memory) ซึ่งเป็นที่ต้องการในเซิร์ฟเวอร์ AI เป็นหลักปัจจัยนี้ส่งผลให้สัดส่วนการจัดสรรชิปสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคลดลงอย่างมาก สวนทางกับความต้องการของตลาดยังคงอยู่ในระดับสูงโดยไม่มีแนวโน้มลดลงแต่อย่างใดความขัดแย้งอเมริกา - อิหร่าน ก็กระทบห่วงโซ่อุปทานชิปหน่วยความจำนอกจากประเด็นอุปสงค์จากการพัฒนาระบบ AI แล้ว สำนักข่าว BBC ยังรายงานเพิ่มเติมว่า ความขัดแย้งทางการทหารในประเทศอิหร่านได้สร้างผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของก๊าซฮีเลียม (Helium) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Scientific American ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคมระบุว่า การใช้กำลังทางการทหารระหว่าง 2 ชาติ ส่งผลให้กาตาร์ที่เป็นผู้ผลิตและจัดเก็บก๊าซฮีเลียมรายใหญ่ที่สุดในโลกได้รับผลกระทบจากการโจมตี รวมถึงเส้นทางขนส่งก๊าซฮีเลียมหลักอย่างช่องแคบฮอร์มุซก็โดนปิดจากมาตรการทางทหารระหว่าง 2 ฝ่าย เช่นกันปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ประกอบกันส่งผลให้ราคาของหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม (RAM) ในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดือนตุลาคมปี 2025 ที่ผ่านมา แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ใหม่ของแอปเปิล แม้ว่าในตอนนี้แอปเปิลจะยังไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการว่าผลิตภัณฑ์ใดจะถูกปรับขึ้นราคาหรือจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด แต่ตามรา
อ่านต่อ >22

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ประเทศไทยและบรูไนเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ระหว่างกัน หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละฮ์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางยกระดับความร่วมมือทวิภาคีใน 4 ด้านสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันในระยะยาวการหารือครั้งนี้ครอบคลุมความร่วมมือด้านเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน สาธารณสุข และการลงทุน ซึ่งถือเป็นสาขาที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในอนาคต ขณะที่ฝ่ายบรูไนได้แสดงความชื่นชมต่อมิตรภาพอันแน่นแฟ้นที่มีมายาวนาน และยืนยันความพร้อมผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ในมิติด้านเกษตรกรรม นายกรัฐมนตรีได้แสดงความสนใจเพิ่มการนำเข้าปุ๋ยจากบรูไน เพื่อกระจายแหล่งนำเข้าและเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบทางการเกษตร ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือรายละเอียดเพิ่มเติมกับฝ่ายบรูไนด้านความมั่นคงทางอาหาร ไทยยืนยันบทบาทในฐานะผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญของภูมิภาค โดยพร้อมเพิ่มการส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรคุณภาพไปยังบรูไน เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารของทั้งสองประเทศส่วนความร่วมมือด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือเพื่อรองรับความท้าทายด้านพลังงานในอนาคต ขณะที่ภาคสาธารณสุขได้หารือการส่งเสริมความร่วมมือทางการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยยกตัวอย่างความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลของไทยและบรูไนที่ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และการส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษา นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังแสดงความยินดีต่อความคืบหน้าของความตกลงเว้นการเก็บภาษีซ้อน ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามในอนาคตอันใกล้ โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนภาคเอกชนของบรูไนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืนในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณต่อพระราชไมตรีที่บรูไนมีต่อประเทศไทยมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมทำงานร่วมกับบรูไนอย่างใกล้ชิด เพื่อขยายความร่วมมือในทุกมิติ อันจะนำไปสู่ความมั่นคง ความมั่ง
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กยศ. มีสถานะขาดสภาพคล่อง จึงมีความจำเป็นต้องของบประมาณจากภาครัฐ และมีนักศึกษาที่รอการโอนเงินกู้ยืมจำนวนมาก นอกจากนี้ กยศ. ยังมียอดหนี้ค้างชำระสูง ซึ่ง กยศ. ขอยืนยันว่า กยศ. ยังคงดำเนินภารกิจสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสช่วยเหลือผู้กู้ยืมเงินให้กลับเข้าสู่ระบบการชำระหนี้ นางอัญชลี ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รักษาการแทน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กยศ. ให้การสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง กยศ. มีภารกิจหลักในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี นอกจากนี้ กยศ. ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยปัจจุบัน กยศ. มีผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับโอกาสทางการศึกษามากกว่า 7.4 ล้านราย เป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 8.5 แสนล้านบาท โดยในปีการศึกษา 2568 ที่ผ่านมา มีนักเรียน นักศึกษา ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมและเข้าระบบทั้งหมดแล้วจำนวนกว่า 780,000 ราย เป็นเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 47,800 ล้านบาท สำหรับนักเรียน นักศึกษา ปีการศึกษา 2568 ปัจจุบันคงเหลือเพียงการโอนเงินค่าครองชีพงวดสุดท้าย ซึ่งจะทยอยโอนให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนนี้” นางอัญชลี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ในปีการศึกษา 2569 กยศ. มีกรอบวงเงินให้กู้ยืมประมาณกว่า 48,000 ล้านบาท เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษาประมาณ 780,000 ราย โดยได้เปิดให้ยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมเงินตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีผู้กู้ยืมเงินรายเก่าได้ยื่นแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมผ่านระบบมาแล้ว จำนวน 304,288 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 16,912 ล้านบาท และ กยศ. ได้เริ่มทยอยโอนเงินให้กับผู้กู้ยืมเงินแล้ว สำหรับนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ กยศ. อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติให้กู้ยืม ซึ่งการดำเนินการยังคงเป็นไปตามกรอบระยะเวลาโดยไม่ได้มีความล่าช้าหรือหยุดชะงักแต่อย่างใด สำหรับในประเด็นปัญหายอดหนี้ค้างชำระสูงนั้น ถือเป็นความท้าทายสำหรับ กยศ. โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงิน ดั
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กระทรวงการคลังเตือนรายเดิม 7.3 แสนคนยังไม่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ กระทรวงการคลังเปิดเผยความคืบหน้าการเปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4 - 18 มิถุนายน 2569 ณ เวลา 23.00 น. และมีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น จำนวน 12,443,310 ราย และมีผู้ที่ยังไม่ลงทะเบียนยืนยันสิทธิ จำนวน 730,663 ราย ทั้งนี้ ขอให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิมาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ภายในเวลา 23.00 น. และขอให้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนยืนยันการลงทะเบียน สำหรับกลุ่มผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เป็นกลุ่มผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐตามระบบตรวจสอบข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการลงทะเบียนแล้ว จำนวน 1,043,412 ราย คิดเป็นร้อยละ 99.61 ตามฐานข้อมูลของของกระทรวงมหาดไทย โดยกระทรวงมหาดไทยจะส่งข้อมูลมายังกระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทั้งรายเดิมและกลุ่มผู้ตกสำรวจฯ ที่ลงทะเบียนโดยกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการฯ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร และสามารถติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการฯ ผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และ https://welfare.mof.go.th หรือช่องทางประชาสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลัง
อ่านต่อ >15

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
ทิม คุก (Tim Cook) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของแอปเปิล (Apple) เปิดเผยว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากต้นทุนของชิปหน่วยความจำ (Memory chip) และชิปจัดเก็บข้อมูล (Storage chip) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกที่ส่งผลต่อการจัดสรรชิปให้ตลาดสินค้าผู้บริโภครายย่อยขาดแคลน AI ทำห่วงโซ่อุปทานชิปหน่วยความจำอยู่ในวิกฤตทิม คุก ระบุในการให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่า การปรับขึ้นราคาเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้แอปเปิลจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและปกป้องผู้บริโภคแล้วก็ตาม แต่สถานการณ์ในปัจจุบันได้ดำเนินมาถึงจุดที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนต่อไปได้สาเหตุสำคัญมาจากความต้องการระบบฮาร์ดแวร์สำหรับศูนย์ข้อมูล AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ผลิตชิปหันไปจัดสรรกำลังการผลิตให้กับชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High-bandwidth memory) ซึ่งเป็นที่ต้องการในเซิร์ฟเวอร์ AI เป็นหลักปัจจัยนี้ส่งผลให้สัดส่วนการจัดสรรชิปสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคลดลงอย่างมาก สวนทางกับความต้องการของตลาดยังคงอยู่ในระดับสูงโดยไม่มีแนวโน้มลดลงแต่อย่างใดความขัดแย้งอเมริกา - อิหร่าน ก็กระทบห่วงโซ่อุปทานชิปหน่วยความจำนอกจากประเด็นอุปสงค์จากการพัฒนาระบบ AI แล้ว สำนักข่าว BBC ยังรายงานเพิ่มเติมว่า ความขัดแย้งทางการทหารในประเทศอิหร่านได้สร้างผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของก๊าซฮีเลียม (Helium) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Scientific American ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคมระบุว่า การใช้กำลังทางการทหารระหว่าง 2 ชาติ ส่งผลให้กาตาร์ที่เป็นผู้ผลิตและจัดเก็บก๊าซฮีเลียมรายใหญ่ที่สุดในโลกได้รับผลกระทบจากการโจมตี รวมถึงเส้นทางขนส่งก๊าซฮีเลียมหลักอย่างช่องแคบฮอร์มุซก็โดนปิดจากมาตรการทางทหารระหว่าง 2 ฝ่าย เช่นกันปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้ประกอบกันส่งผลให้ราคาของหน่วยความจำเข้าถึงโดยสุ่ม (RAM) ในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดือนตุลาคมปี 2025 ที่ผ่านมา แนวโน้มราคาผลิตภัณฑ์ใหม่ของแอปเปิล แม้ว่าในตอนนี้แอปเปิลจะยังไม่มีการระบุอย่างเป็นทางการว่าผลิตภัณฑ์ใดจะถูกปรับขึ้นราคาหรือจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด แต่ตามรา
อ่านต่อ >22

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ประเทศไทยและบรูไนเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ระหว่างกัน หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดีฮาจี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละฮ์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ณ เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางยกระดับความร่วมมือทวิภาคีใน 4 ด้านสำคัญ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันในระยะยาวการหารือครั้งนี้ครอบคลุมความร่วมมือด้านเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน สาธารณสุข และการลงทุน ซึ่งถือเป็นสาขาที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในอนาคต ขณะที่ฝ่ายบรูไนได้แสดงความชื่นชมต่อมิตรภาพอันแน่นแฟ้นที่มีมายาวนาน และยืนยันความพร้อมผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ในมิติด้านเกษตรกรรม นายกรัฐมนตรีได้แสดงความสนใจเพิ่มการนำเข้าปุ๋ยจากบรูไน เพื่อกระจายแหล่งนำเข้าและเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบทางการเกษตร ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือรายละเอียดเพิ่มเติมกับฝ่ายบรูไนด้านความมั่นคงทางอาหาร ไทยยืนยันบทบาทในฐานะผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรรายสำคัญของภูมิภาค โดยพร้อมเพิ่มการส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรคุณภาพไปยังบรูไน เพื่อสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารของทั้งสองประเทศส่วนความร่วมมือด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือเพื่อรองรับความท้าทายด้านพลังงานในอนาคต ขณะที่ภาคสาธารณสุขได้หารือการส่งเสริมความร่วมมือทางการแพทย์และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยยกตัวอย่างความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลของไทยและบรูไนที่ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และการส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษา นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังแสดงความยินดีต่อความคืบหน้าของความตกลงเว้นการเก็บภาษีซ้อน ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามในอนาคตอันใกล้ โดยนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนภาคเอกชนของบรูไนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างยั่งยืนในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีได้แสดงความขอบคุณต่อพระราชไมตรีที่บรูไนมีต่อประเทศไทยมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมทำงานร่วมกับบรูไนอย่างใกล้ชิด เพื่อขยายความร่วมมือในทุกมิติ อันจะนำไปสู่ความมั่นคง ความมั่ง
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กยศ. มีสถานะขาดสภาพคล่อง จึงมีความจำเป็นต้องของบประมาณจากภาครัฐ และมีนักศึกษาที่รอการโอนเงินกู้ยืมจำนวนมาก นอกจากนี้ กยศ. ยังมียอดหนี้ค้างชำระสูง ซึ่ง กยศ. ขอยืนยันว่า กยศ. ยังคงดำเนินภารกิจสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดโอกาสช่วยเหลือผู้กู้ยืมเงินให้กลับเข้าสู่ระบบการชำระหนี้ นางอัญชลี ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รักษาการแทน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “ขณะนี้ กยศ. ให้การสนับสนุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาแก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง กยศ. มีภารกิจหลักในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศมาตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี นอกจากนี้ กยศ. ยังเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ โดยปัจจุบัน กยศ. มีผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับโอกาสทางการศึกษามากกว่า 7.4 ล้านราย เป็นเงินให้กู้ยืมกว่า 8.5 แสนล้านบาท โดยในปีการศึกษา 2568 ที่ผ่านมา มีนักเรียน นักศึกษา ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมและเข้าระบบทั้งหมดแล้วจำนวนกว่า 780,000 ราย เป็นเงินกู้ยืมทั้งสิ้น 47,800 ล้านบาท สำหรับนักเรียน นักศึกษา ปีการศึกษา 2568 ปัจจุบันคงเหลือเพียงการโอนเงินค่าครองชีพงวดสุดท้าย ซึ่งจะทยอยโอนให้กับนักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงินเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายนนี้” นางอัญชลี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ในปีการศึกษา 2569 กยศ. มีกรอบวงเงินให้กู้ยืมประมาณกว่า 48,000 ล้านบาท เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษาประมาณ 780,000 ราย โดยได้เปิดให้ยื่นความประสงค์ขอกู้ยืมเงินตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีผู้กู้ยืมเงินรายเก่าได้ยื่นแบบยืนยันการเบิกเงินกู้ยืมผ่านระบบมาแล้ว จำนวน 304,288 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 16,912 ล้านบาท และ กยศ. ได้เริ่มทยอยโอนเงินให้กับผู้กู้ยืมเงินแล้ว สำหรับนักเรียน นักศึกษาผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ กยศ. อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติให้กู้ยืม ซึ่งการดำเนินการยังคงเป็นไปตามกรอบระยะเวลาโดยไม่ได้มีความล่าช้าหรือหยุดชะงักแต่อย่างใด สำหรับในประเด็นปัญหายอดหนี้ค้างชำระสูงนั้น ถือเป็นความท้าทายสำหรับ กยศ. โดยเฉพาะในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงิน ดั
อ่านต่อ >16