
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
คนวัยทำงานไทยตายก่อนวัยอันควร เหตุจากโรค NCDs อันดับ 1 ผลตรวจสุขภาพ ปี 68 เผย คนไทย เสี่ยงป่วยโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 45% ความดันโลหิตสูง 29.5% เบาหวาน 10.8% ก.แรงงาน-กสร.-สสส. ผนึกกำลังปั้นกลุ่ม จป. เป็น “ผู้นำสร้างสุขภาวะองค์กร” หนุนใช้แนวคิด “Happy Workplace” ขับเคลื่อนแรงงานปลอดภัย-สุขภาวะดี ล่าสุด พร้อมเดินหน้าขยายผลทั่วไทย เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุม “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จป. ผู้นำการสร้างสุขภาวะองค์กร” ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ผ่านศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต มีผู้บริหารสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) และเครือข่ายความปลอดภัยในการทำงานทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 300 คนร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การมีสุขภาพดี ไม่ต้องเผชิญการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และหัวใจขาดเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารรสจัด ขาดการออกกำลังกาย และเครียดสะสม กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีภารกิจในการคุ้มครอง กำกับ ดูแลให้ลูกจ้างทำงานด้วยความปลอดภัย รวมทั้งการส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงสานพลัง สสส. พัฒนาโครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในสถานประกอบกิจการ สู่การเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะในองค์กร มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการ 424 แห่ง พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลไปสู่สถานประกอบกิจการทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกจ้างมีสุขภาพดี เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ นำพาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไป “ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ ได้มีการพัฒนาให้เกิดหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพ จป. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ” จุดมุ่งหมายสำคัญ คือ การพัฒนาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานให้มีทักษะในการเป็นผู้นำการสร้างเสร
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) ว่า ที่ประชุมได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยข้อง ร่วมมือกันยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมต่าง ๆ โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อให้สามารถช่วยในเรื่องการติดตามธุรกรรมทางการเงินได้อย่างไรก็ดี ในส่วนของทองคำนั้น พบว่ายังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูลการทำธุรกรรม จึงได้สั่งการใน 3 ข้อ ดังนี้1. ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์ และวางมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของผู้ค้าทองคำ และพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินของร้านค้าทองคำที่ต้องมารายงานต่อ ปปง.หรือกรมสรรพากร ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยขอให้พิจารณาว่าจะสามารถปรับลดลงมาได้เป็นจำนวนเท่าไร และทำเป็นแบบขั้นบันได2. กรณีทองคำที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น ขอให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง ที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่กำหนดการซื้อขายทองคำโดยที่ไม่มีการส่งทองคำจริง จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เพื่อให้กรมสรรพากรพิจารณากำหนดจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์ นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้กรมสรรพากร และกรมสรรพากรไปศึกษาแนวทางการกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป 3. กรณีสินทรัพย์ดิจิทัล ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณากำหนดการใช้หลักการ "Travel Rule" เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย รวบรวมธุรกรรมข้อมูลซื้อขายระหว่างกระเป๋าของบุคคลที่สร้างขึ้น กับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลวอลเล็ตต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้รับโอนได้เป้าหมายสุดท้าย ของข้อมูลธุรกรรมการเงินเหล่านี้ เราจะทำให้มีการจัดเก็บได้อย่างครบถ้วนและมีคุณภาพ และเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรม และเส้นทางการดำเนินธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที รวมทั้งเป็นหลักเกณฑ์การจัดส่ง และกำหนดวงเงินการทำธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของไฟล์ลิ่งด้วย "ขอให้ทุกส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กรุงเทพมหานคร (กทม.) ขอความร่วมมือทำงานที่บ้าน Work from Home (WFH) วันที่ 12-13 ม.ค. 2569 ค่าฝุ่น PM 2.5 สีส้ม มากกว่า 35 เขต คุณภาพอากาศระดับสีส้ม : เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไป คำแนะนำการปฏิบัติตนใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลา งแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ โอกาสนี้ ขอเชิญหน่วยงานภาครัฐเอกชนร่วมลงทะเบียนเป็นเครือข่าย WFH โดยสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://u.bangkok.go.th/WFH2569ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และการประกาศ Work From Home ของกรุงเทพมหานคร ได้ที่กลุ่มไลน์ WFH BKK หรือกดติดตามเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร หรือ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. หรือ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2203 2951
อ่านต่อ >13

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 โดยยืนยันทุกกระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า การเลือกตั้งและประชามติปี 2569 มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้ากว่า 2 ล้าน 4 แสนคน แบ่งเป็นการใช้สิทธินอกเขต ในเขต และนอกราชอาณาจักร ขณะที่การออกเสียงประชามติมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ากว่า 1 ล้าน 5 แสนคย โดย กกต. ได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติอย่างรัดกุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในด้านการขนส่งบัตรเลือกตั้ง กกต. มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยรับผิดชอบการจัดส่งบัตรเลือกตั้งและเอกสารสำคัญทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการรวบรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วเข้าสู่กระบวนการนับคะแนน พร้อมประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทางการขนส่งด้านนายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล ระบุว่า กรมการกงสุลได้เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร โดยจะจัดเตรียมให้พร้อมภายในคืนนี้และในวันพรุ่งนี้จะเริ่มจัดส่งบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ไปยังสถานทูตและสถานกงสุลไทยใน 67 ประเทศ 95 เมือง เพื่อรองรับคนไทยในต่างแดน พร้อมกำชับให้เร่งประชาสัมพันธ์วัน เวลา และสถานที่ใช้สิทธิให้ชัดเจน และควบคุมการจัดส่งบัตรที่ลงคะแนนแล้วกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยและตรงเวลา ขณะที่พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยการเลือกตั้งทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การคุ้มกันขบวนขนส่งบัตรเลือกตั้ง การดูแลพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางและยึดหลักกฎหมายด้าน นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ระบุว่า ไปรษณีย์ไทยได้รับมอบหมายภารกิจหลัก 5 ด้าน ตั้งแต่การจัดส่งเอกสารแจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกระจายบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ การขนส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ไปจนถึงการรวบรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว โ
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
คนวัยทำงานไทยตายก่อนวัยอันควร เหตุจากโรค NCDs อันดับ 1 ผลตรวจสุขภาพ ปี 68 เผย คนไทย เสี่ยงป่วยโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 45% ความดันโลหิตสูง 29.5% เบาหวาน 10.8% ก.แรงงาน-กสร.-สสส. ผนึกกำลังปั้นกลุ่ม จป. เป็น “ผู้นำสร้างสุขภาวะองค์กร” หนุนใช้แนวคิด “Happy Workplace” ขับเคลื่อนแรงงานปลอดภัย-สุขภาวะดี ล่าสุด พร้อมเดินหน้าขยายผลทั่วไทย เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุม “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จป. ผู้นำการสร้างสุขภาวะองค์กร” ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ผ่านศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต มีผู้บริหารสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) และเครือข่ายความปลอดภัยในการทำงานทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 300 คนร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การมีสุขภาพดี ไม่ต้องเผชิญการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และหัวใจขาดเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารรสจัด ขาดการออกกำลังกาย และเครียดสะสม กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีภารกิจในการคุ้มครอง กำกับ ดูแลให้ลูกจ้างทำงานด้วยความปลอดภัย รวมทั้งการส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงสานพลัง สสส. พัฒนาโครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในสถานประกอบกิจการ สู่การเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะในองค์กร มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการ 424 แห่ง พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลไปสู่สถานประกอบกิจการทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกจ้างมีสุขภาพดี เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ นำพาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไป “ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ ได้มีการพัฒนาให้เกิดหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพ จป. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ” จุดมุ่งหมายสำคัญ คือ การพัฒนาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานให้มีทักษะในการเป็นผู้นำการสร้างเสร
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Data Bureau) ว่า ที่ประชุมได้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยข้อง ร่วมมือกันยกระดับการจัดเก็บฐานข้อมูลธุรกรรมต่าง ๆ โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ Data Hub เพื่อให้สามารถช่วยในเรื่องการติดตามธุรกรรมทางการเงินได้อย่างไรก็ดี ในส่วนของทองคำนั้น พบว่ายังมีข้อจำกัดในการจัดเก็บข้อมูลการทำธุรกรรม จึงได้สั่งการใน 3 ข้อ ดังนี้1. ขอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล ในฐานะหน่วยงานกำหนดหลักเกณฑ์ และวางมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของผู้ค้าทองคำ และพิจารณายกระดับหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น การปรับลดวงเงินของร้านค้าทองคำที่ต้องมารายงานต่อ ปปง.หรือกรมสรรพากร ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป โดยขอให้พิจารณาว่าจะสามารถปรับลดลงมาได้เป็นจำนวนเท่าไร และทำเป็นแบบขั้นบันได2. กรณีทองคำที่ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้น ขอให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงการคลัง ที่ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินที่กำหนดการซื้อขายทองคำโดยที่ไม่มีการส่งทองคำจริง จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เพื่อให้กรมสรรพากรพิจารณากำหนดจัดทำบัญชีพิเศษ โดยให้ผู้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์ นำส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำดังกล่าวให้กรมสรรพากร และกรมสรรพากรไปศึกษาแนวทางการกำหนดภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองคำ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต่อไป 3. กรณีสินทรัพย์ดิจิทัล ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณากำหนดการใช้หลักการ "Travel Rule" เพื่อให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย รวบรวมธุรกรรมข้อมูลซื้อขายระหว่างกระเป๋าของบุคคลที่สร้างขึ้น กับแพลตฟอร์มผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลวอลเล็ตต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลผู้รับโอนได้เป้าหมายสุดท้าย ของข้อมูลธุรกรรมการเงินเหล่านี้ เราจะทำให้มีการจัดเก็บได้อย่างครบถ้วนและมีคุณภาพ และเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อติดตามตรวจสอบพฤติกรรม และเส้นทางการดำเนินธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที รวมทั้งเป็นหลักเกณฑ์การจัดส่ง และกำหนดวงเงินการทำธุรกรรมตามระดับความเสี่ยงของไฟล์ลิ่งด้วย "ขอให้ทุกส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กรุงเทพมหานคร (กทม.) ขอความร่วมมือทำงานที่บ้าน Work from Home (WFH) วันที่ 12-13 ม.ค. 2569 ค่าฝุ่น PM 2.5 สีส้ม มากกว่า 35 เขต คุณภาพอากาศระดับสีส้ม : เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไป คำแนะนำการปฏิบัติตนใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลา งแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ประชาชนกลุ่มเสี่ยง ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ โอกาสนี้ ขอเชิญหน่วยงานภาครัฐเอกชนร่วมลงทะเบียนเป็นเครือข่าย WFH โดยสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://u.bangkok.go.th/WFH2569ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และการประกาศ Work From Home ของกรุงเทพมหานคร ได้ที่กลุ่มไลน์ WFH BKK หรือกดติดตามเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร หรือ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. หรือ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2203 2951
อ่านต่อ >13

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ , บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เปิดความพร้อมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2569 โดยยืนยันทุกกระบวนการเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความปลอดภัยในทุกขั้นตอนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า การเลือกตั้งและประชามติปี 2569 มีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้ากว่า 2 ล้าน 4 แสนคน แบ่งเป็นการใช้สิทธินอกเขต ในเขต และนอกราชอาณาจักร ขณะที่การออกเสียงประชามติมีผู้ลงทะเบียนล่วงหน้ากว่า 1 ล้าน 5 แสนคย โดย กกต. ได้เตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติอย่างรัดกุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในด้านการขนส่งบัตรเลือกตั้ง กกต. มอบหมายให้ไปรษณีย์ไทยรับผิดชอบการจัดส่งบัตรเลือกตั้งและเอกสารสำคัญทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการรวบรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้วเข้าสู่กระบวนการนับคะแนน พร้อมประสานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทางการขนส่งด้านนายมังกร ประทุมแก้ว อธิบดีกรมการกงสุล ระบุว่า กรมการกงสุลได้เตรียมความพร้อมการเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร โดยจะจัดเตรียมให้พร้อมภายในคืนนี้และในวันพรุ่งนี้จะเริ่มจัดส่งบัตรเลือกตั้งและอุปกรณ์ไปยังสถานทูตและสถานกงสุลไทยใน 67 ประเทศ 95 เมือง เพื่อรองรับคนไทยในต่างแดน พร้อมกำชับให้เร่งประชาสัมพันธ์วัน เวลา และสถานที่ใช้สิทธิให้ชัดเจน และควบคุมการจัดส่งบัตรที่ลงคะแนนแล้วกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยและตรงเวลา ขณะที่พลตำรวจโทอุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยการเลือกตั้งทั่วประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การคุ้มกันขบวนขนส่งบัตรเลือกตั้ง การดูแลพื้นที่หน่วยเลือกตั้ง ไปจนถึงการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางและยึดหลักกฎหมายด้าน นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ระบุว่า ไปรษณีย์ไทยได้รับมอบหมายภารกิจหลัก 5 ด้าน ตั้งแต่การจัดส่งเอกสารแจ้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกระจายบัตรเลือกตั้งไปยัง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ การขนส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ไปจนถึงการรวบรวมบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว โ
อ่านต่อ >21

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
คนวัยทำงานไทยตายก่อนวัยอันควร เหตุจากโรค NCDs อันดับ 1 ผลตรวจสุขภาพ ปี 68 เผย คนไทย เสี่ยงป่วยโรคอ้วนเพิ่มขึ้น 45% ความดันโลหิตสูง 29.5% เบาหวาน 10.8% ก.แรงงาน-กสร.-สสส. ผนึกกำลังปั้นกลุ่ม จป. เป็น “ผู้นำสร้างสุขภาวะองค์กร” หนุนใช้แนวคิด “Happy Workplace” ขับเคลื่อนแรงงานปลอดภัย-สุขภาวะดี ล่าสุด พร้อมเดินหน้าขยายผลทั่วไทย เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2569 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย จัดงานประชุม “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จป. ผู้นำการสร้างสุขภาวะองค์กร” ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร ผ่านศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต มีผู้บริหารสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) และเครือข่ายความปลอดภัยในการทำงานทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 300 คนร.อ.สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานที่จะช่วยส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การมีสุขภาพดี ไม่ต้องเผชิญการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง และหัวใจขาดเลือด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในกลุ่มคนวัยทำงาน สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารรสจัด ขาดการออกกำลังกาย และเครียดสะสม กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีภารกิจในการคุ้มครอง กำกับ ดูแลให้ลูกจ้างทำงานด้วยความปลอดภัย รวมทั้งการส่งเสริมให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงสานพลัง สสส. พัฒนาโครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานในสถานประกอบกิจการ สู่การเป็นผู้นำสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะในองค์กร มีสถานประกอบกิจการเข้าร่วมโครงการ 424 แห่ง พร้อมเป็นต้นแบบขยายผลไปสู่สถานประกอบกิจการทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกจ้างมีสุขภาพดี เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบเศรษฐกิจ นำพาประเทศให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนต่อไป “ภายใต้โครงการพัฒนากลไกการสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรฯ ได้มีการพัฒนาให้เกิดหลักสูตร “พัฒนาศักยภาพ จป. เพื่อเป็นผู้นำการขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ” จุดมุ่งหมายสำคัญ คือ การพัฒนาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานให้มีทักษะในการเป็นผู้นำการสร้างเสร
อ่านต่อ >19