
#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
กระทรวงการต่างประเทศ แนะให้คนไทยที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลางไม่ตื่นตระหนก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3)ตามที่มีสถานการณ์ความตึงเครียดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และพื้นที่เสี่ยงนั้นกระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่านและพื้นที่เสี่ยงที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย ติดตามข่าวสาร ประกาศแจ้งเตือนของทางการท้องถิ่นและสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ในกรณีต้องการขอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ใกล้ท่าน หรือสอบถามสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง และ Hotline กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล สายด่วนกองคุ้มครองฯ096-216-1837096-183-6736064-564-7573
อ่านต่อ >33

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
“ศุภจี” สั่งด่วน ทูตพาณิชย์ทั่วโลก เกาะติดสู้รบ-โจมตี "สหรัฐฯ-อิหร่าน" เร่งประเมินผลกระทบเชิงลึกต้นทุนรายสินค้า ทิศทางนำเข้า-ส่งออกรายอุตสาหกรรม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยกระดับความรุนแรง ว่าอาจส่งแรงสะเทือนไปถึงเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในมิติพลังงาน ระบบโลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน ด้วยเหตุนี้ กระทรวงพาณิชย์จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และวิเคราะห์ข้อมูลแบบรายวัน เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการค้าไทยอย่างรอบด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตะวันออกกลางถือเป็นตลาดสำคัญและมีศักยภาพสูงต่อการส่งออกของไทย ครอบคลุมทั้งกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิสราเอล ตลอดจนประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจดันราคาพลังงานโลกให้ผันผวน กระทบค่าระวางเรือ เส้นทางขนส่งสินค้า และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจไทยในวงกว้างเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นประเทศในตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมติดตามประเด็นเส้นทางเดินเรือ การประกันภัยทางทะเล ต้นทุนขนส่ง และพฤติกรรมการสั่งซื้อของผู้นำเข้าอย่างใกล้ชิดขณะเดียวกัน กระทรวงฯ อยู่ระหว่างจัดทำการประเมินผลกระทบเชิงลึกแยกตามประเภทสินค้า เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละอุตสาหกรรมอย่างละเอียด พร้อมวางแผนกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม เช่น เอเชียใต้ แอฟริกา และลาตินอเมริกา เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และสร้างความยืดหยุ่นให้ภาคการค้าของไทย ในส่วนของการดูแลผู้ประกอบการ กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ เพื่อรับฟังข้อกังวลและกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมประสานสถาบันการเงินของรัฐในการเตรียมเครื่องมือทางการเงินรองรับ หากผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณ
อ่านต่อ >17

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ผู้นำสูงสุดในอิหร่านกว่า 4 ทศวรรษอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี นักวิชาการศาสนาอิสลามวัย 86 ปี ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านมาตั้งแต่ปี 1989 เขาขึ้นสู่อำนาจต่อจากอยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม หลังการปฏิวัติปี 1979 ที่โค่นล้มพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาตำแหน่งผู้นำสูงสุดทำให้เขามีอำนาจเด็ดขาดเหนือทุกแขนงของรัฐ ทั้งรัฐบาล กองทัพ ระบบตุลาการ และทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของประเทศไปพร้อมกัน ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ทศวรรษในอำนาจ คาเมเนอีเผชิญความสัมพันธ์ที่เป็นปฏิปักษ์กับตะวันตกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนัก และการประท้วงภายในประเทศหลายระลอกจากปัญหาเศรษฐกิจและสิทธิเสรีภาพเขาเรียกสหรัฐอเมริกาว่า “ศัตรูหมายเลขหนึ่ง” ของอิหร่าน และมองอิสราเอลเป็นภัยคุกคามสำคัญรองลงมา หัวใจสำคัญของอำนาจเขาอยู่ที่ความภักดีของสองสถาบันความมั่นคงหลัก ได้แก่ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC และกองกำลังอาสาสมัครบาซิจ ซึ่งมีอาสาสมัครหลายแสนคนคาเมเนอียืนกรานมาโดยตลอดว่าอิหร่านจะไม่มีวันสร้างอาวุธนิวเคลียร์ และโครงการนิวเคลียร์มีเป้าหมายเพื่อพลเรือนเท่านั้น หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ และสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศไม่พบหลักฐานว่าอิหร่านกำลังสร้างอาวุธปรมาณู แม้อิสราเอลและบางฝ่ายในรัฐบาลทรัมป์จะผลักดันข้อกล่าวหานี้อย่างต่อเนื่องการเสียชีวิตและแรงสะเทือนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตหลังการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมุ่งเป้าไปยังผู้นำระดับสูงของระบอบ สื่อรัฐหลายแห่งของอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตในช่วงเช้าวันอาทิตย์สถานีโทรทัศน์ IRIB รายงานว่า “ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่านได้ถึงแก่มรณภาพ” สำนักข่าว Fars รายงานว่า เขาถูกสังหารในสำนักงานของตน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเช้าวันเสาร์ (28 ก.พ.)ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นจากพื้นที่ที่พักผู้นำในกรุงเตหะราน และอาคารหลายหลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก การเสียชีวิตครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนประวัติศาสตร์ ที่ทำให้อิหร่านและภูมิภาคเข้าสู่ภาวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อิหร่านในช่วงอ่อนแอที่สุดการจากไปของคาเมเนอีเกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านอาจอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 1989 มาตรการคว่ำบาตรตะวันตกทำให้ประเทศโดดเดี่ยวและเศรษฐกิจทรุดหนักการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลใน
อ่านต่อ >15

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางแนวโน้มทขยายวงกว้างขึ้น มีผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทย1 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul ถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางว่า โดยระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งครั้งนี้ แต่เราก็มีพี่น้องประชาชนของเราหลายหมื่นคนที่ไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่ในประเทศต่างๆในแถบนี้รัฐบาลไทยถือว่าความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่กำลังพำนักอยู่ในประเทศอิหร่านและอิสราเอล รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้พวกเขาปลอดภัยและได้เดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ผมได้ประสานงานและหารืออย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารอากาศเพื่อเตรียมอากาศยานของเราไปรับพี่น้องชาวไทยที่ติดอยู่ในประเทศอิหร่านให้ออกมาก่อนเป็นลำดับแรก กระทรวงต่างประเทศ โดยท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และจัดเตรียมมาตรการให้ความช่วย เหลือแก่พี่น้องชาวไทยอย่างเต็มที่ และตัวผมเองก็ได้รับทราบรายงานและติดตามความเป็นไปของสถานการณ์จากหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย พร้อมทั้งได้สั่งการให้กระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจนี้ตลอด 24 ชั่วโมงสถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่รัฐบาลจะเตรียมการทุกวิถีทางที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในสภาวะฟื้นตัวเช่นนี้ ผมและทีมงานจะติดตามสถานการณ์และเร่งดำเนินการทุกอย่างที่จะพลิกวิกฤติการณ์ในตะวันออกกลางมาเป็นโอกาสแก่ประเทศไทยให้มากที่สุด ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ร่วมกันกราบอาราธนาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพบูชาของพวกเรา ตลอดจนพระสยามเทวาธิราชและพระบารมีแห่งองค์พระ
อ่านต่อ >24

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
กระทรวงการต่างประเทศ แนะให้คนไทยที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลางไม่ตื่นตระหนก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3)ตามที่มีสถานการณ์ความตึงเครียดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และพื้นที่เสี่ยงนั้นกระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่านและพื้นที่เสี่ยงที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย ติดตามข่าวสาร ประกาศแจ้งเตือนของทางการท้องถิ่นและสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ในกรณีต้องการขอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ใกล้ท่าน หรือสอบถามสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง และ Hotline กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล สายด่วนกองคุ้มครองฯ096-216-1837096-183-6736064-564-7573
อ่านต่อ >33

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
“ศุภจี” สั่งด่วน ทูตพาณิชย์ทั่วโลก เกาะติดสู้รบ-โจมตี "สหรัฐฯ-อิหร่าน" เร่งประเมินผลกระทบเชิงลึกต้นทุนรายสินค้า ทิศทางนำเข้า-ส่งออกรายอุตสาหกรรม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยกระดับความรุนแรง ว่าอาจส่งแรงสะเทือนไปถึงเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในมิติพลังงาน ระบบโลจิสติกส์ และความเชื่อมั่นของตลาดการเงิน ด้วยเหตุนี้ กระทรวงพาณิชย์จึงได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และวิเคราะห์ข้อมูลแบบรายวัน เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการค้าไทยอย่างรอบด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตะวันออกกลางถือเป็นตลาดสำคัญและมีศักยภาพสูงต่อการส่งออกของไทย ครอบคลุมทั้งกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิสราเอล ตลอดจนประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจดันราคาพลังงานโลกให้ผันผวน กระทบค่าระวางเรือ เส้นทางขนส่งสินค้า และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจไทยในวงกว้างเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นประเทศในตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมติดตามประเด็นเส้นทางเดินเรือ การประกันภัยทางทะเล ต้นทุนขนส่ง และพฤติกรรมการสั่งซื้อของผู้นำเข้าอย่างใกล้ชิดขณะเดียวกัน กระทรวงฯ อยู่ระหว่างจัดทำการประเมินผลกระทบเชิงลึกแยกตามประเภทสินค้า เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละอุตสาหกรรมอย่างละเอียด พร้อมวางแผนกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม เช่น เอเชียใต้ แอฟริกา และลาตินอเมริกา เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และสร้างความยืดหยุ่นให้ภาคการค้าของไทย ในส่วนของการดูแลผู้ประกอบการ กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ เพื่อรับฟังข้อกังวลและกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมประสานสถาบันการเงินของรัฐในการเตรียมเครื่องมือทางการเงินรองรับ หากผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณ
อ่านต่อ >17

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ผู้นำสูงสุดในอิหร่านกว่า 4 ทศวรรษอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี นักวิชาการศาสนาอิสลามวัย 86 ปี ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านมาตั้งแต่ปี 1989 เขาขึ้นสู่อำนาจต่อจากอยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม หลังการปฏิวัติปี 1979 ที่โค่นล้มพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐอเมริกาตำแหน่งผู้นำสูงสุดทำให้เขามีอำนาจเด็ดขาดเหนือทุกแขนงของรัฐ ทั้งรัฐบาล กองทัพ ระบบตุลาการ และทำหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของประเทศไปพร้อมกัน ตลอดระยะเวลาเกือบสี่ทศวรรษในอำนาจ คาเมเนอีเผชิญความสัมพันธ์ที่เป็นปฏิปักษ์กับตะวันตกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรอย่างหนัก และการประท้วงภายในประเทศหลายระลอกจากปัญหาเศรษฐกิจและสิทธิเสรีภาพเขาเรียกสหรัฐอเมริกาว่า “ศัตรูหมายเลขหนึ่ง” ของอิหร่าน และมองอิสราเอลเป็นภัยคุกคามสำคัญรองลงมา หัวใจสำคัญของอำนาจเขาอยู่ที่ความภักดีของสองสถาบันความมั่นคงหลัก ได้แก่ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC และกองกำลังอาสาสมัครบาซิจ ซึ่งมีอาสาสมัครหลายแสนคนคาเมเนอียืนกรานมาโดยตลอดว่าอิหร่านจะไม่มีวันสร้างอาวุธนิวเคลียร์ และโครงการนิวเคลียร์มีเป้าหมายเพื่อพลเรือนเท่านั้น หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ และสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศไม่พบหลักฐานว่าอิหร่านกำลังสร้างอาวุธปรมาณู แม้อิสราเอลและบางฝ่ายในรัฐบาลทรัมป์จะผลักดันข้อกล่าวหานี้อย่างต่อเนื่องการเสียชีวิตและแรงสะเทือนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิตหลังการโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งมุ่งเป้าไปยังผู้นำระดับสูงของระบอบ สื่อรัฐหลายแห่งของอิหร่านยืนยันการเสียชีวิตในช่วงเช้าวันอาทิตย์สถานีโทรทัศน์ IRIB รายงานว่า “ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่านได้ถึงแก่มรณภาพ” สำนักข่าว Fars รายงานว่า เขาถูกสังหารในสำนักงานของตน ขณะปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเช้าวันเสาร์ (28 ก.พ.)ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นจากพื้นที่ที่พักผู้นำในกรุงเตหะราน และอาคารหลายหลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก การเสียชีวิตครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์สะเทือนประวัติศาสตร์ ที่ทำให้อิหร่านและภูมิภาคเข้าสู่ภาวะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อิหร่านในช่วงอ่อนแอที่สุดการจากไปของคาเมเนอีเกิดขึ้นในช่วงที่อิหร่านอาจอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 1989 มาตรการคว่ำบาตรตะวันตกทำให้ประเทศโดดเดี่ยวและเศรษฐกิจทรุดหนักการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลใน
อ่านต่อ >15

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางแนวโน้มทขยายวงกว้างขึ้น มีผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทย1 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul ถึงสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางว่า โดยระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงแม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งครั้งนี้ แต่เราก็มีพี่น้องประชาชนของเราหลายหมื่นคนที่ไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่ในประเทศต่างๆในแถบนี้รัฐบาลไทยถือว่าความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่กำลังพำนักอยู่ในประเทศอิหร่านและอิสราเอล รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้พวกเขาปลอดภัยและได้เดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ผมได้ประสานงานและหารืออย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารอากาศเพื่อเตรียมอากาศยานของเราไปรับพี่น้องชาวไทยที่ติดอยู่ในประเทศอิหร่านให้ออกมาก่อนเป็นลำดับแรก กระทรวงต่างประเทศ โดยท่านรัฐมนตรีสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ และจัดเตรียมมาตรการให้ความช่วย เหลือแก่พี่น้องชาวไทยอย่างเต็มที่ และตัวผมเองก็ได้รับทราบรายงานและติดตามความเป็นไปของสถานการณ์จากหน่วยงานความมั่นคงทุกหน่วย พร้อมทั้งได้สั่งการให้กระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องเช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจนี้ตลอด 24 ชั่วโมงสถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่รัฐบาลจะเตรียมการทุกวิถีทางที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในสภาวะฟื้นตัวเช่นนี้ ผมและทีมงานจะติดตามสถานการณ์และเร่งดำเนินการทุกอย่างที่จะพลิกวิกฤติการณ์ในตะวันออกกลางมาเป็นโอกาสแก่ประเทศไทยให้มากที่สุด ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยทุกท่าน ร่วมกันกราบอาราธนาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพบูชาของพวกเรา ตลอดจนพระสยามเทวาธิราชและพระบารมีแห่งองค์พระ
อ่านต่อ >24

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
กระทรวงการต่างประเทศ แนะให้คนไทยที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลางไม่ตื่นตระหนก กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศคำแนะนำสำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3)ตามที่มีสถานการณ์ความตึงเครียดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และพื้นที่เสี่ยงนั้นกระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่านและพื้นที่เสี่ยงที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย ติดตามข่าวสาร ประกาศแจ้งเตือนของทางการท้องถิ่นและสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ในกรณีต้องการขอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ใกล้ท่าน หรือสอบถามสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง และ Hotline กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล สายด่วนกองคุ้มครองฯ096-216-1837096-183-6736064-564-7573
อ่านต่อ >33