
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เป็นเพราะว่าเดือนนี้บ้านเราจะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมหรือร่องฝนที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงเป็นระยะๆ นอกจากนี้อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ ประเทศไทยบริเวณตอนบนของภาคอีสานและภาคเหนือ จากหลายปัจจัยนี้จึงทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นสำหรับปริมาณฝนรวมทั่วประเทศ ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ยกเว้น ภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ พื้นที่ที่มีปริมาณฝนมากสุดคือด้านรับลมมรสุม คือ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีปริมาณฝนประมาณ 400-450 มิลลิเมตร รองลงมาคือ ภาคตะวันออกและภาคอีสานประมาณ 230 - 280 มม. ภาคเหนือประมาณ 190 - 230 มม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 170 - 210 มม. ภาคกลาง 140-180 ส่วนพื้นที่ที่ฝนน้อยสุดคือภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีปริมาณฝนรวมเพียง 100-140 มิลลิเมตรเท่านั้น อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 – 1.0 องศาเซลเซียส โดยจะมีอุณหภูมิ สูงสุดเฉลี่ยทั้งประเทศ 32 - 34 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24 - 26 องศาเซลเซียสสำหรับปริมาณฝนในเดือนนี้เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเยอะเลย บางพื้นที่ฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนสะสมเพราะอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากขึ้นได้
อ่านต่อ >33

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กกพ. มีมติปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประจำงวดเดือนกันยายน 2569 ลงเหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย จากเดิม 3.95 บาทต่อหน่วย พร้อมยกเลิกการเก็บค่าไฟถนนที่เป็นต้นทุนแฝงมานานกว่า 30 ปี ออกจากบิลประชาชน และเดินหน้าโครงสร้างใหม่ อุดหนุนค่าไฟบ้านช่วง 200 หน่วยแรก ไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ปลดล็อกต้นทุนแฝงตัด "ค่าไฟฟ้าสาธารณะ" เซฟเงินประชาชนปีละ 1.8 หมื่นล้านนายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็น การปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าว่า กกพ. ได้เตรียมแจ้งมติไปยัง 3 การไฟฟ้าเพื่อปฏิบัติตาม ส่งผลให้ บิลค่าไฟงวดเดือน ก.ย. 2569 ปรับลดลงทันทีประมาณ 6 สตางค์/หน่วยอัตราค่าไฟเฉลี่ยใหม่ เหลือประมาณ 3.89 บาทต่อหน่วย (จากเดิม 3.95 บาทต่อหน่วย ไม่รวม VAT) โดยจะ นำค่าใช้จ่าย "ไฟฟ้าสาธารณะ" (ไฟถนน) ออกจากอัตราค่าไฟฟ้าฐาน ตัดภาระต้นทุนแฝงที่ประชาชนต้องแบกรับมานานกว่า 30 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 18,000 ล้านบาทต่อปีค่าไฟฟ้าฐานใหม่ ปรับลดจาก 3.78 บาท เหลือ 3.72 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าเอฟที (Ft) แล้ว ทำให้ค่าไฟเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 3.89 บาทต่อหน่วยเฮ! สูตรใหม่ "ค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท"นอกจากนี้ กกพ. ยังได้ปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยกำหนดให้ อัตราค่าพลังงานไฟฟ้าช่วง 200 หน่วยแรก ไม่เกินหน่วยละ 3 บาท กลุ่มที่ได้รับสิทธิ์ครอบคลุมผู้ใช้ไฟบ้านทุกกลุ่ม:1.ผู้ใช้ไฟฟ้ามิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมแปร์: ประเภท 1.1 (กฟน.) และ ประเภท 1.1.1 (กฟภ.)2. ผู้ใช้ไฟฟ้ามิเตอร์เกิน 5 แอมแปร์: ประเภท 1.2 (กฟน.) และ ประเภท 1.1.2 (กฟภ.)หมายเหตุ: สำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าส่วนที่เกินตั้งแต่ 201–400 หน่วย และ 401 หน่วยขึ้นไป ยังคงคิดในอัตราเดิมสรุปที่มาของงบประมาณอุดหนุนการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป ช่วยลดภาระให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยการนำเงินส่วนนี้ไปบริหารจัดการค่าไฟสาธารณะแยกต่างหาก ส่วนเงินที่ใช้อุดหนุนโครงการ "ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท" จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทั้ง 3 การไฟฟ้า เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของครัวเรือนไทยอย่างยั่งยืน
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางปรับโครงสร้างบุคลากรและหน่วยงาน โดยกำหนดเป้าหมายลดอัตรากำลังข้าราชการลงร้อยละ 15 ภายในปีงบประมาณ 2575 รวมถึงลดจำนวนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคร้อยละ 10 ภายในปีงบประมาณ 2570 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและบริหารงบประมาณภาครัฐให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการคลังของประเทศดร.นนฤทธิ์ พิสิฐบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ให้สัมภาษณ์รายการ “คนชนข่าว” ทาง TNN ช่อง 16 ว่า การเดินหน้าปฏิรูปกำลังคนภาครัฐมีความจำเป็น เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มฐานะการคลังและหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ซึ่งมีทิศทางเพิ่มขึ้นดร.นนฤทธิ์ระบุว่า ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 65 ต่อ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มเข้าใกล้ระดับร้อยละ 70 ในอนาคต หากเศรษฐกิจเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ หรือวิกฤตด้านอื่น จึงเห็นด้วยกับหลักการที่ภาครัฐต้องบริหารรายจ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรอย่างจริงจังยุบ 11 สายงาน ใช้วิธีทยอยลด ไม่กระทบคนทันทีหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการปรับลด 11 สายงานภาครัฐ ซึ่งมีตัวอย่างสายงานด้านประชาสัมพันธ์ โสตทัศนศึกษา ห้องสมุด ช่างภาพ บรรณารักษ์ และผู้ประกาศข่าว โดยแนวทางไม่ได้หมายถึงการให้ออกจากราชการทันที แต่จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อบุคลากรในตำแหน่งดังกล่าวเกษียณอายุหรือย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น จะไม่เปิดรับบุคลากรใหม่เข้ามาทดแทนในตำแหน่งเดิม เพื่อทยอยลดกรอบอัตรากำลังตามแผนดร.นนฤทธิ์มองว่า แนวทางดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เนื่องจากบางภารกิจสามารถบูรณาการระหว่างหน่วยงาน รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้ภาครัฐสามารถจัดสรรบุคลากรและงบประมาณได้เหมาะสมขึ้นอย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามคือ หลังยุบตำแหน่งแล้วจะมีการจ้างงานในรูปแบบอื่นเข้ามาทดแทนมากน้อยเพียงใด เพราะหากลดกรอบข้าราชการ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายจากพนักงานภาครัฐ ลูกจ้าง หรือการทำสัญญาจ้างในระดับใกล้เคียงเดิม เป้าหมายด้านการลดภาระงบประมาณอาจเกิดผลได้ไม่เต็มที่ Early Retirement อายุ 40 ปี ต้องดูความคุ้มค่าทางการคลังอีกแนวทางคือโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับบุคลากรบางกลุ่มตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป โดยภาครัฐอาจจัดแพ็กเกจ
อ่านต่อ >13

#ข่าวประชาสัมพันธ์
เชื่อมทุกความฝันให้ไปได้ไกลกว่าเดิม... ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมสนับสนุนศักยภาพของคนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก ประกาศเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการและเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาเคียงข้าง “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว–รัตติการ อัมลอย” เยาวชนไทยวัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต ตลอดเส้นทางการเดินทางไปแสดงความสามารถบนเวที AMERICA’S GOT TALENT ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เติมเต็มทุกช่วงเวลาสำคัญด้วยประสบการณ์ที่เร็ว แรง จาก True5G ให้ทุกการสื่อสารได้ใกล้กันยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “True to the World” พร้อมชวนคนไทยร่วมติดตามทุกโมเมนต์สำคัญผ่าน TrueVisions NOW และร่วมส่งพลังใจ เสียงเชียร์ข้ามทวีปจากประเทศไทยไปถึงลอสแอนเจลิส เพื่อให้เนเน่ก้าวตามความฝันบนเวทีระดับโลกได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลาสำคัญ
การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการค้นหาและผลักดันศักยภาพของคนไทย ด้วยความเชื่อว่า “โอกาส” ที่มาถึงในเวลาสำคัญ สามารถเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริง ทรูจึงพร้อมเข้ามาเติมพลังให้เนเน่ตั้งแต่ก้าวแรก ทั้งการสนับสนุนสมาร์ทโฟนและมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท เพื่อให้ทั้งเนเน่ และครอบครัวสามารถติดต่อสื่อสาร แชร์ประสบการณ์ และเชื่อมต่อทุกกำลังใจจากประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทางในนครลอสแอนเจลิส
คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรูมีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นว่า ศักยภาพของคนไทยพร้อมที่จะก้าวไกลบนเวทีระดับโลก หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ตรงจุดในห้วงเวลาอันสำคัญยิ่ง เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นแบรนด์แรกในการยืนหยัดเคียงข้าง ‘เนเน่ รอยัล’ บนเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งนี้ เพราะสำหรับเราแล้ว การเล็งเห็นถึงศักยภาพและพร้อมเป็นแรงผลักดันในเวลาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด แนวคิด ‘True to the World’ จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงพลังใจจากประเทศไทยให้เดินทางเคียงคู่ไปกับเนเน่ โดยมีเครือข่าย True5G คอยเชื่อมต่อทุกการสื่อสารและทุกช่วงเวลาสำคัญจากไทยส่งตรงถึงมหานครลอสแอนเจลิส โดยมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท ในขณะที่ TrueVisions NOW และ TrueVisions
อ่านต่อ >112

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เป็นเพราะว่าเดือนนี้บ้านเราจะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมหรือร่องฝนที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงเป็นระยะๆ นอกจากนี้อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ ประเทศไทยบริเวณตอนบนของภาคอีสานและภาคเหนือ จากหลายปัจจัยนี้จึงทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นสำหรับปริมาณฝนรวมทั่วประเทศ ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ยกเว้น ภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ พื้นที่ที่มีปริมาณฝนมากสุดคือด้านรับลมมรสุม คือ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีปริมาณฝนประมาณ 400-450 มิลลิเมตร รองลงมาคือ ภาคตะวันออกและภาคอีสานประมาณ 230 - 280 มม. ภาคเหนือประมาณ 190 - 230 มม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 170 - 210 มม. ภาคกลาง 140-180 ส่วนพื้นที่ที่ฝนน้อยสุดคือภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีปริมาณฝนรวมเพียง 100-140 มิลลิเมตรเท่านั้น อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 – 1.0 องศาเซลเซียส โดยจะมีอุณหภูมิ สูงสุดเฉลี่ยทั้งประเทศ 32 - 34 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24 - 26 องศาเซลเซียสสำหรับปริมาณฝนในเดือนนี้เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเยอะเลย บางพื้นที่ฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนสะสมเพราะอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากขึ้นได้
อ่านต่อ >33

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กกพ. มีมติปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประจำงวดเดือนกันยายน 2569 ลงเหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย จากเดิม 3.95 บาทต่อหน่วย พร้อมยกเลิกการเก็บค่าไฟถนนที่เป็นต้นทุนแฝงมานานกว่า 30 ปี ออกจากบิลประชาชน และเดินหน้าโครงสร้างใหม่ อุดหนุนค่าไฟบ้านช่วง 200 หน่วยแรก ไม่เกินหน่วยละ 3 บาท ปลดล็อกต้นทุนแฝงตัด "ค่าไฟฟ้าสาธารณะ" เซฟเงินประชาชนปีละ 1.8 หมื่นล้านนายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยผลการรับฟังความคิดเห็น การปรับปรุงโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าว่า กกพ. ได้เตรียมแจ้งมติไปยัง 3 การไฟฟ้าเพื่อปฏิบัติตาม ส่งผลให้ บิลค่าไฟงวดเดือน ก.ย. 2569 ปรับลดลงทันทีประมาณ 6 สตางค์/หน่วยอัตราค่าไฟเฉลี่ยใหม่ เหลือประมาณ 3.89 บาทต่อหน่วย (จากเดิม 3.95 บาทต่อหน่วย ไม่รวม VAT) โดยจะ นำค่าใช้จ่าย "ไฟฟ้าสาธารณะ" (ไฟถนน) ออกจากอัตราค่าไฟฟ้าฐาน ตัดภาระต้นทุนแฝงที่ประชาชนต้องแบกรับมานานกว่า 30 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 18,000 ล้านบาทต่อปีค่าไฟฟ้าฐานใหม่ ปรับลดจาก 3.78 บาท เหลือ 3.72 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมกับค่าเอฟที (Ft) แล้ว ทำให้ค่าไฟเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 3.89 บาทต่อหน่วยเฮ! สูตรใหม่ "ค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาท"นอกจากนี้ กกพ. ยังได้ปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) โดยกำหนดให้ อัตราค่าพลังงานไฟฟ้าช่วง 200 หน่วยแรก ไม่เกินหน่วยละ 3 บาท กลุ่มที่ได้รับสิทธิ์ครอบคลุมผู้ใช้ไฟบ้านทุกกลุ่ม:1.ผู้ใช้ไฟฟ้ามิเตอร์ไม่เกิน 5 แอมแปร์: ประเภท 1.1 (กฟน.) และ ประเภท 1.1.1 (กฟภ.)2. ผู้ใช้ไฟฟ้ามิเตอร์เกิน 5 แอมแปร์: ประเภท 1.2 (กฟน.) และ ประเภท 1.1.2 (กฟภ.)หมายเหตุ: สำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าส่วนที่เกินตั้งแต่ 201–400 หน่วย และ 401 หน่วยขึ้นไป ยังคงคิดในอัตราเดิมสรุปที่มาของงบประมาณอุดหนุนการแยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไป ช่วยลดภาระให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยการนำเงินส่วนนี้ไปบริหารจัดการค่าไฟสาธารณะแยกต่างหาก ส่วนเงินที่ใช้อุดหนุนโครงการ "ค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท" จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทั้ง 3 การไฟฟ้า เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของครัวเรือนไทยอย่างยั่งยืน
อ่านต่อ >19

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
รัฐบาลเดินหน้ามาตรการปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางปรับโครงสร้างบุคลากรและหน่วยงาน โดยกำหนดเป้าหมายลดอัตรากำลังข้าราชการลงร้อยละ 15 ภายในปีงบประมาณ 2575 รวมถึงลดจำนวนหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาคร้อยละ 10 ภายในปีงบประมาณ 2570 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและบริหารงบประมาณภาครัฐให้เหมาะสมกับสถานการณ์ทางการคลังของประเทศดร.นนฤทธิ์ พิสิฐบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI ให้สัมภาษณ์รายการ “คนชนข่าว” ทาง TNN ช่อง 16 ว่า การเดินหน้าปฏิรูปกำลังคนภาครัฐมีความจำเป็น เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มฐานะการคลังและหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ซึ่งมีทิศทางเพิ่มขึ้นดร.นนฤทธิ์ระบุว่า ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 65 ต่อ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มเข้าใกล้ระดับร้อยละ 70 ในอนาคต หากเศรษฐกิจเผชิญความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ หรือวิกฤตด้านอื่น จึงเห็นด้วยกับหลักการที่ภาครัฐต้องบริหารรายจ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรอย่างจริงจังยุบ 11 สายงาน ใช้วิธีทยอยลด ไม่กระทบคนทันทีหนึ่งในมาตรการสำคัญคือการปรับลด 11 สายงานภาครัฐ ซึ่งมีตัวอย่างสายงานด้านประชาสัมพันธ์ โสตทัศนศึกษา ห้องสมุด ช่างภาพ บรรณารักษ์ และผู้ประกาศข่าว โดยแนวทางไม่ได้หมายถึงการให้ออกจากราชการทันที แต่จะดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อบุคลากรในตำแหน่งดังกล่าวเกษียณอายุหรือย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่น จะไม่เปิดรับบุคลากรใหม่เข้ามาทดแทนในตำแหน่งเดิม เพื่อทยอยลดกรอบอัตรากำลังตามแผนดร.นนฤทธิ์มองว่า แนวทางดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เนื่องจากบางภารกิจสามารถบูรณาการระหว่างหน่วยงาน รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้ภาครัฐสามารถจัดสรรบุคลากรและงบประมาณได้เหมาะสมขึ้นอย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามคือ หลังยุบตำแหน่งแล้วจะมีการจ้างงานในรูปแบบอื่นเข้ามาทดแทนมากน้อยเพียงใด เพราะหากลดกรอบข้าราชการ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายจากพนักงานภาครัฐ ลูกจ้าง หรือการทำสัญญาจ้างในระดับใกล้เคียงเดิม เป้าหมายด้านการลดภาระงบประมาณอาจเกิดผลได้ไม่เต็มที่ Early Retirement อายุ 40 ปี ต้องดูความคุ้มค่าทางการคลังอีกแนวทางคือโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ Early Retirement สำหรับบุคลากรบางกลุ่มตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป โดยภาครัฐอาจจัดแพ็กเกจ
อ่านต่อ >13

#ข่าวประชาสัมพันธ์
เชื่อมทุกความฝันให้ไปได้ไกลกว่าเดิม... ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมสนับสนุนศักยภาพของคนไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก ประกาศเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการและเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาเคียงข้าง “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว–รัตติการ อัมลอย” เยาวชนไทยวัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต ตลอดเส้นทางการเดินทางไปแสดงความสามารถบนเวที AMERICA’S GOT TALENT ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เติมเต็มทุกช่วงเวลาสำคัญด้วยประสบการณ์ที่เร็ว แรง จาก True5G ให้ทุกการสื่อสารได้ใกล้กันยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “True to the World” พร้อมชวนคนไทยร่วมติดตามทุกโมเมนต์สำคัญผ่าน TrueVisions NOW และร่วมส่งพลังใจ เสียงเชียร์ข้ามทวีปจากประเทศไทยไปถึงลอสแอนเจลิส เพื่อให้เนเน่ก้าวตามความฝันบนเวทีระดับโลกได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลาสำคัญ
การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการค้นหาและผลักดันศักยภาพของคนไทย ด้วยความเชื่อว่า “โอกาส” ที่มาถึงในเวลาสำคัญ สามารถเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความจริง ทรูจึงพร้อมเข้ามาเติมพลังให้เนเน่ตั้งแต่ก้าวแรก ทั้งการสนับสนุนสมาร์ทโฟนและมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท เพื่อให้ทั้งเนเน่ และครอบครัวสามารถติดต่อสื่อสาร แชร์ประสบการณ์ และเชื่อมต่อทุกกำลังใจจากประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทางในนครลอสแอนเจลิส
คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรูมีความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้นว่า ศักยภาพของคนไทยพร้อมที่จะก้าวไกลบนเวทีระดับโลก หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่ตรงจุดในห้วงเวลาอันสำคัญยิ่ง เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นแบรนด์แรกในการยืนหยัดเคียงข้าง ‘เนเน่ รอยัล’ บนเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งนี้ เพราะสำหรับเราแล้ว การเล็งเห็นถึงศักยภาพและพร้อมเป็นแรงผลักดันในเวลาที่เหมาะสม คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด แนวคิด ‘True to the World’ จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงพลังใจจากประเทศไทยให้เดินทางเคียงคู่ไปกับเนเน่ โดยมีเครือข่าย True5G คอยเชื่อมต่อทุกการสื่อสารและทุกช่วงเวลาสำคัญจากไทยส่งตรงถึงมหานครลอสแอนเจลิส โดยมอบแพ็กเกจเสริมโรมมิ่งเน็ต โทรและข้อความ GO Travel EXCLUSIVE Worldwide ราคา 3,499 บาท ในขณะที่ TrueVisions NOW และ TrueVisions
อ่านต่อ >112

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เป็นเพราะว่าเดือนนี้บ้านเราจะได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมหรือร่องฝนที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคอีสาน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงเป็นระยะๆ นอกจากนี้อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาใกล้หรือเข้าสู่ ประเทศไทยบริเวณตอนบนของภาคอีสานและภาคเหนือ จากหลายปัจจัยนี้จึงทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นสำหรับปริมาณฝนรวมทั่วประเทศ ปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ยกเว้น ภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะมีปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ พื้นที่ที่มีปริมาณฝนมากสุดคือด้านรับลมมรสุม คือ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีปริมาณฝนประมาณ 400-450 มิลลิเมตร รองลงมาคือ ภาคตะวันออกและภาคอีสานประมาณ 230 - 280 มม. ภาคเหนือประมาณ 190 - 230 มม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 170 - 210 มม. ภาคกลาง 140-180 ส่วนพื้นที่ที่ฝนน้อยสุดคือภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีปริมาณฝนรวมเพียง 100-140 มิลลิเมตรเท่านั้น อุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยส่วนใหญ่จะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 0.5 – 1.0 องศาเซลเซียส โดยจะมีอุณหภูมิ สูงสุดเฉลี่ยทั้งประเทศ 32 - 34 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 24 - 26 องศาเซลเซียสสำหรับปริมาณฝนในเดือนนี้เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเยอะเลย บางพื้นที่ฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังปริมาณฝนสะสมเพราะอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากขึ้นได้
อ่านต่อ >33