
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ขยายเวลายื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือและเยียวยาน้ำท่วมนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า กรุงเทพมหานครตระหนักดีว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากหลายพื้นที่ระดับน้ำเพิ่งแห้ง ประชาชนยังเดินทางลำบาก หรืออยู่ระหว่างทำความสะอาดบ้านเรือน รวมถึงยังมีบางชุมชนและหมู่บ้านที่ยังมีระดับน้ำท่วมขังอยู่บ้าง ทำให้ประชาชนอาจไม่สามารถรวบรวมหลักฐานและนำเอกสารยื่นผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือที่สำนักงานเขตได้ทันท่วงทีกรุงเทพมหานครจึงร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทำการขยายเวลาในการยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือและเยียวยา ทั้งที่สำนักงานเขต ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ออกไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 การขยายเวลาดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีเวลาในการรวบรวมและตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถส่งเอกสารเข้ามาได้ทั้งการเดินทางมาด้วยตนเองที่สำนักงานเขต หรือส่งผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ อีเมล หรือ Line OA ของสำนักงานเขต เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางมาที่เขตด้วยตนเอง ขยายจุดบริการทางกายภาพ – แก้ปัญหาคิวหนาแน่นรองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการแก้ปัญหาในพื้นที่ที่มีประชาชนมายื่นคำร้องเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะใน 5 ลำดับแรก ได้แก่ เขตสายไหม คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี และบางกะปิ ด้วยการเพิ่มจุดบริการทางกายภาพเพื่อขยายพื้นที่รับคำร้อง ช่วยให้ประชาชนเดินทางใกล้ขึ้นและช่วยกระจายจำนวนคิวไม่ให้หนาแน่นจนเกินไปสำหรับเขตสายไหมที่มีเสียงสะท้อนเรื่องการจัดการคิว ทางสำนักงานเขตได้เพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการอนุมัติเป็น 60 เครื่อง เพื่อเร่งรัดกระบวนการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เขตสายไหมเป็นเขตอันดับ 1 ในเรื่องความรวดเร็วในการอนุมัติเคสเยียวยา โดยในปัจจุบันสามารถอนุมัติเคสไปได้แล้วประมาณ 60% ของจำนวนเคสทั้งหมดที่ยื่นคำร้องเข้ามาในแอปพลิเคชันของเขต พร้อมกันนี้ทางเขตสายไหมกำลังพิจารณาเปิดจุดบริการทางกายภาพเพิ่มเติม เช่นเดียวกับเขตคลองสามวาที่ได้เปิดเพิ่มที่โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ เพื่อลดปัญหาการต่อคิวในช่วงเช้าทั้งนี้ ขอแนะนำประชาชนว่าหากท่านใดเลิกงานเร็วและสามารถแวะมาในช่วงบ่ายได้ คิวช่วงบ่ายเริ่มมีความรวดเร็วในหลาย ๆ เขต เช่น ลาดกร
อ่านต่อ >13

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
โค้งสุดท้ายแล้ว! 20 – 22 ตุลาคมนี้ เตรียมปักหมุด ชวนทุกคนมาเปิดโลกแห่งอนาคตกับ CP Innovation Exposition 2026 มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9 ที่เครือซีพี พลิกโฉม ทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้กลายเป็น “Future Fest” ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND” รวมไอเดียสุดล้ำ ประสบการณ์ใหม่ และกิจกรรมสนุกๆ ไว้ในที่เดียว เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมฟรีตลอด 3 วัน!ลงทะเบียน แล้วมาตื่นตากับ 90 ผลงานนวัตกรรมจากเครือซีพีใน 10 ประเทศทั่วโลก พร้อมบูธเทคโนโลยีจากพันธมิตรภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ 70+ สปีกเกอร์ทั้งผู้นำจากเครือซีพีและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการระดับโลกที่จะมาแชร์วิสัยทัศน์และเจาะลึกเทรนด์สำคัญผ่านมุมมอง 8 Beyonds ได้แก่ Beyond Connectivity, Beyond Biology, Beyond Convenience, Beyond Ecosystem, Beyond Spaces, Beyond Sustainability, Beyond Global Food และ Beyond Transactions 3 เวิร์กช็อปให้ได้เรียนรู้ ทดลอง จุดประกายไอเดียต่อยอดชีวิตและธุรกิจ ทั้ง Mindfulness การฝึกพลังสติและปัญญาสู่การสร้างนวัตกรรม LEGO SERIOUS PLAY คิดกลยุทธ์: เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาสใหม่ และศิลปะไร้ขีดจำกัดกับศิลปินออทิสติกจาก ARTSTORY: เปิดมุมมองใหม่ผ่านความแตกต่างและความยั่งยืน1 เวที Final Pitching ครั้งแรกกับ “HealthyLicious: Food • Drink • Snack Pitching Program” เฟ้นหาทีมผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่จะคว้าโอกาสโอกาสต่อยอดธุรกิจกับเครือซีพีบูธ CP Coffee Fest และ HealthyLicious นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ตลอดแนว Skyline ชั้น 2 ทรู ดิจิทัล พาร์ค (ฝั่งอีสต์) เติมเต็มประสบการณ์ Future Fest แบบเต็มอิ่ม เดินทางง่ายนั่ง BTS ลงสถานีปุณณวิถี ทางออก 6 เดินตาม Skywalk เพียง 3 – 5 นาที รถโดยสารประจำทางสาย 2, 23, 25, 38, 45 และ 511 สำหรับผู้เดินทางด้วยรถยนต์ สามารถจอดได้ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค รวมถึงพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมที่ Cloud 11 และโลตัส อ่อนนุช (ที่จอดรถมีจำนวนจำกัด)3 วันเท่านั้น! อย่าพลาดโอกาสดีๆ รีบล็อกคิวให้พร้อม แล้วลงทะเบียนร่วมงานฟรีได้เลยที่ https://cpinnoexpo2026.com หรือสแกน QR Code แล้วพบกัน 20 - 22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค สแกนเลย! ลงทะเบียนฟรี แล้วมาเจอกันที่ Future Fest!
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กรมชลประทาน เดินหน้าเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ประสบอุทกภัยบริเวณทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ใช้ประตูระบายน้ำที่ตั้งอยู่ในคลองสายหลัก เร่งผลักดันน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง และคลองชายทะเล ก่อนระบายออกสู่อ่าวไทยตามลำดับ ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระบบระบายน้ำตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ควบคู่กับการควบคุมระดับน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนระหว่างเส้นทางน้ำไหลผ่านจนถึงปัจจุบัน ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และเครื่องผลักดันน้ำ เข้าไปติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด ดังนี้คลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเร่งบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต โดยใช้ทั้งการเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลออกตามธรรมชาติในช่วงที่ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเอื้ออำนวย และเดินเครื่องสูบน้ำเมื่อระดับน้ำเจ้าพระยาสูง เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนและรักษาความต่อเนื่องในการระบายน้ำขณะเดียวกัน บริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้เดินเครื่องสูบน้ำทั้ง 3 สถานี พร้อมเสริมเครื่องสูบน้ำ Hydroflow และเครื่องสูบน้ำแบบทุ่นลอย เพื่อเพิ่มกำลังการระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังให้เร็วที่สุดนอกจากนี้ ยังบริหารจัดการประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิต ช่วงคลอง 8-9 และคลอง 12-13 เพื่อควบคุมการรับน้ำจากพื้นที่ด้านบนให้สอดคล้องกับศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่ปลายทาง ลดผลกระทบต่อชุมชนริมคลอง ก่อนเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง แม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพิ่มกำลังผลักดันน้ำออกสู่อ่าวไทยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกง ช่วยเร่งการไหลของน้ำลงสู่พื้นที่ปลายน้ำและออกสู่อ่าวไทย ช่วยลดปริมาณน้ำสะสมในแม่น้ำและคลองเชื่อมต่อ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยวและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนปัจจุบันพบว่าระดับน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบ้านสร้าง และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว เริ่มลดลง สะท้อนถึงแนวโน้มสถานการณ์น้ำที่เริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่ ทั้งนี้ ยังคงเดินหน้าระบายน้ำและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หวังเพิ่มโอกาสในการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนได้มากยิ่งขึ้นคลองพระองค์ไชยา
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า “ฤดูหนาว” ของประเทศไทยปี 2569 จะเริ่มต้นช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ โดยประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม และสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แต่ภาพรวมอากาศปีนี้จะหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นในช่วงปลายปี ขณะที่ภาคใต้กลับต้องเผชิญความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือผ่านอ่าวไทยและภาคใต้สำหรับอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22–23 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศาเซลเซียส จากค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส และสูงกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 19.6 องศาเซลเซียส สะท้อนว่าฤดูหนาวปีนี้อาจมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีก่อน ในพื้นที่ตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีโอกาสเผชิญอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 10–12 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเทพมหานครคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 19–21 องศาเซลเซียส และพื้นที่ปริมณฑลประมาณ 18–20 องศาเซลเซียสช่วงเวลาที่ประเทศไทยจะมีอากาศหนาวเย็นที่สุด คาดว่าจะอยู่ระหว่างปลายเดือนธันวาคม 2569 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยเฉพาะบริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขาสูงทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และเกิดน้ำค้างแข็งได้บ่อยครั้งในบางพื้นที่แม้ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่สถานการณ์ในภาคใต้กลับแตกต่างออกไป เนื่องจากยังต้องเผชิญกับฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมกราคม ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60–80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงฝนตกหนักมากในบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ ความเสี่ยงจากพายุหมุนเขตร้อนในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เนื่องจากอาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้หรือพื้นที่ใกล้เคียง และมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อน หากพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเคลื่อนผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ อาจทำให้ฝนตกชุกหนาแน่นมากขึ้น รวมถึงม
อ่านต่อ >918

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ขยายเวลายื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือและเยียวยาน้ำท่วมนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า กรุงเทพมหานครตระหนักดีว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากหลายพื้นที่ระดับน้ำเพิ่งแห้ง ประชาชนยังเดินทางลำบาก หรืออยู่ระหว่างทำความสะอาดบ้านเรือน รวมถึงยังมีบางชุมชนและหมู่บ้านที่ยังมีระดับน้ำท่วมขังอยู่บ้าง ทำให้ประชาชนอาจไม่สามารถรวบรวมหลักฐานและนำเอกสารยื่นผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือที่สำนักงานเขตได้ทันท่วงทีกรุงเทพมหานครจึงร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทำการขยายเวลาในการยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือและเยียวยา ทั้งที่สำนักงานเขต ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ออกไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 การขยายเวลาดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีเวลาในการรวบรวมและตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถส่งเอกสารเข้ามาได้ทั้งการเดินทางมาด้วยตนเองที่สำนักงานเขต หรือส่งผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ อีเมล หรือ Line OA ของสำนักงานเขต เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางมาที่เขตด้วยตนเอง ขยายจุดบริการทางกายภาพ – แก้ปัญหาคิวหนาแน่นรองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการแก้ปัญหาในพื้นที่ที่มีประชาชนมายื่นคำร้องเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะใน 5 ลำดับแรก ได้แก่ เขตสายไหม คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี และบางกะปิ ด้วยการเพิ่มจุดบริการทางกายภาพเพื่อขยายพื้นที่รับคำร้อง ช่วยให้ประชาชนเดินทางใกล้ขึ้นและช่วยกระจายจำนวนคิวไม่ให้หนาแน่นจนเกินไปสำหรับเขตสายไหมที่มีเสียงสะท้อนเรื่องการจัดการคิว ทางสำนักงานเขตได้เพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการอนุมัติเป็น 60 เครื่อง เพื่อเร่งรัดกระบวนการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เขตสายไหมเป็นเขตอันดับ 1 ในเรื่องความรวดเร็วในการอนุมัติเคสเยียวยา โดยในปัจจุบันสามารถอนุมัติเคสไปได้แล้วประมาณ 60% ของจำนวนเคสทั้งหมดที่ยื่นคำร้องเข้ามาในแอปพลิเคชันของเขต พร้อมกันนี้ทางเขตสายไหมกำลังพิจารณาเปิดจุดบริการทางกายภาพเพิ่มเติม เช่นเดียวกับเขตคลองสามวาที่ได้เปิดเพิ่มที่โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ เพื่อลดปัญหาการต่อคิวในช่วงเช้าทั้งนี้ ขอแนะนำประชาชนว่าหากท่านใดเลิกงานเร็วและสามารถแวะมาในช่วงบ่ายได้ คิวช่วงบ่ายเริ่มมีความรวดเร็วในหลาย ๆ เขต เช่น ลาดกร
อ่านต่อ >13

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
โค้งสุดท้ายแล้ว! 20 – 22 ตุลาคมนี้ เตรียมปักหมุด ชวนทุกคนมาเปิดโลกแห่งอนาคตกับ CP Innovation Exposition 2026 มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9 ที่เครือซีพี พลิกโฉม ทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้กลายเป็น “Future Fest” ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND” รวมไอเดียสุดล้ำ ประสบการณ์ใหม่ และกิจกรรมสนุกๆ ไว้ในที่เดียว เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมฟรีตลอด 3 วัน!ลงทะเบียน แล้วมาตื่นตากับ 90 ผลงานนวัตกรรมจากเครือซีพีใน 10 ประเทศทั่วโลก พร้อมบูธเทคโนโลยีจากพันธมิตรภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ 70+ สปีกเกอร์ทั้งผู้นำจากเครือซีพีและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการระดับโลกที่จะมาแชร์วิสัยทัศน์และเจาะลึกเทรนด์สำคัญผ่านมุมมอง 8 Beyonds ได้แก่ Beyond Connectivity, Beyond Biology, Beyond Convenience, Beyond Ecosystem, Beyond Spaces, Beyond Sustainability, Beyond Global Food และ Beyond Transactions 3 เวิร์กช็อปให้ได้เรียนรู้ ทดลอง จุดประกายไอเดียต่อยอดชีวิตและธุรกิจ ทั้ง Mindfulness การฝึกพลังสติและปัญญาสู่การสร้างนวัตกรรม LEGO SERIOUS PLAY คิดกลยุทธ์: เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาสใหม่ และศิลปะไร้ขีดจำกัดกับศิลปินออทิสติกจาก ARTSTORY: เปิดมุมมองใหม่ผ่านความแตกต่างและความยั่งยืน1 เวที Final Pitching ครั้งแรกกับ “HealthyLicious: Food • Drink • Snack Pitching Program” เฟ้นหาทีมผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่จะคว้าโอกาสโอกาสต่อยอดธุรกิจกับเครือซีพีบูธ CP Coffee Fest และ HealthyLicious นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ตลอดแนว Skyline ชั้น 2 ทรู ดิจิทัล พาร์ค (ฝั่งอีสต์) เติมเต็มประสบการณ์ Future Fest แบบเต็มอิ่ม เดินทางง่ายนั่ง BTS ลงสถานีปุณณวิถี ทางออก 6 เดินตาม Skywalk เพียง 3 – 5 นาที รถโดยสารประจำทางสาย 2, 23, 25, 38, 45 และ 511 สำหรับผู้เดินทางด้วยรถยนต์ สามารถจอดได้ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค รวมถึงพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมที่ Cloud 11 และโลตัส อ่อนนุช (ที่จอดรถมีจำนวนจำกัด)3 วันเท่านั้น! อย่าพลาดโอกาสดีๆ รีบล็อกคิวให้พร้อม แล้วลงทะเบียนร่วมงานฟรีได้เลยที่ https://cpinnoexpo2026.com หรือสแกน QR Code แล้วพบกัน 20 - 22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค สแกนเลย! ลงทะเบียนฟรี แล้วมาเจอกันที่ Future Fest!
อ่านต่อ >19

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กรมชลประทาน เดินหน้าเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ประสบอุทกภัยบริเวณทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ใช้ประตูระบายน้ำที่ตั้งอยู่ในคลองสายหลัก เร่งผลักดันน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง และคลองชายทะเล ก่อนระบายออกสู่อ่าวไทยตามลำดับ ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระบบระบายน้ำตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ควบคู่กับการควบคุมระดับน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนระหว่างเส้นทางน้ำไหลผ่านจนถึงปัจจุบัน ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และเครื่องผลักดันน้ำ เข้าไปติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด ดังนี้คลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเร่งบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต โดยใช้ทั้งการเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลออกตามธรรมชาติในช่วงที่ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเอื้ออำนวย และเดินเครื่องสูบน้ำเมื่อระดับน้ำเจ้าพระยาสูง เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนและรักษาความต่อเนื่องในการระบายน้ำขณะเดียวกัน บริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้เดินเครื่องสูบน้ำทั้ง 3 สถานี พร้อมเสริมเครื่องสูบน้ำ Hydroflow และเครื่องสูบน้ำแบบทุ่นลอย เพื่อเพิ่มกำลังการระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังให้เร็วที่สุดนอกจากนี้ ยังบริหารจัดการประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิต ช่วงคลอง 8-9 และคลอง 12-13 เพื่อควบคุมการรับน้ำจากพื้นที่ด้านบนให้สอดคล้องกับศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่ปลายทาง ลดผลกระทบต่อชุมชนริมคลอง ก่อนเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง แม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพิ่มกำลังผลักดันน้ำออกสู่อ่าวไทยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกง ช่วยเร่งการไหลของน้ำลงสู่พื้นที่ปลายน้ำและออกสู่อ่าวไทย ช่วยลดปริมาณน้ำสะสมในแม่น้ำและคลองเชื่อมต่อ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยวและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนปัจจุบันพบว่าระดับน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบ้านสร้าง และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว เริ่มลดลง สะท้อนถึงแนวโน้มสถานการณ์น้ำที่เริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่ ทั้งนี้ ยังคงเดินหน้าระบายน้ำและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หวังเพิ่มโอกาสในการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนได้มากยิ่งขึ้นคลองพระองค์ไชยา
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า “ฤดูหนาว” ของประเทศไทยปี 2569 จะเริ่มต้นช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ โดยประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม และสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แต่ภาพรวมอากาศปีนี้จะหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นในช่วงปลายปี ขณะที่ภาคใต้กลับต้องเผชิญความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือผ่านอ่าวไทยและภาคใต้สำหรับอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22–23 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศาเซลเซียส จากค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส และสูงกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 19.6 องศาเซลเซียส สะท้อนว่าฤดูหนาวปีนี้อาจมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีก่อน ในพื้นที่ตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีโอกาสเผชิญอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 10–12 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเทพมหานครคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 19–21 องศาเซลเซียส และพื้นที่ปริมณฑลประมาณ 18–20 องศาเซลเซียสช่วงเวลาที่ประเทศไทยจะมีอากาศหนาวเย็นที่สุด คาดว่าจะอยู่ระหว่างปลายเดือนธันวาคม 2569 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยเฉพาะบริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขาสูงทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และเกิดน้ำค้างแข็งได้บ่อยครั้งในบางพื้นที่แม้ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่สถานการณ์ในภาคใต้กลับแตกต่างออกไป เนื่องจากยังต้องเผชิญกับฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมกราคม ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60–80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงฝนตกหนักมากในบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ ความเสี่ยงจากพายุหมุนเขตร้อนในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เนื่องจากอาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้หรือพื้นที่ใกล้เคียง และมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อน หากพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเคลื่อนผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ อาจทำให้ฝนตกชุกหนาแน่นมากขึ้น รวมถึงม
อ่านต่อ >918

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ขยายเวลายื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือและเยียวยาน้ำท่วมนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า กรุงเทพมหานครตระหนักดีว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากหลายพื้นที่ระดับน้ำเพิ่งแห้ง ประชาชนยังเดินทางลำบาก หรืออยู่ระหว่างทำความสะอาดบ้านเรือน รวมถึงยังมีบางชุมชนและหมู่บ้านที่ยังมีระดับน้ำท่วมขังอยู่บ้าง ทำให้ประชาชนอาจไม่สามารถรวบรวมหลักฐานและนำเอกสารยื่นผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือที่สำนักงานเขตได้ทันท่วงทีกรุงเทพมหานครจึงร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทำการขยายเวลาในการยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือและเยียวยา ทั้งที่สำนักงานเขต ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th ออกไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 การขยายเวลาดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนมีเวลาในการรวบรวมและตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถส่งเอกสารเข้ามาได้ทั้งการเดินทางมาด้วยตนเองที่สำนักงานเขต หรือส่งผ่านช่องทางออนไลน์ อาทิ อีเมล หรือ Line OA ของสำนักงานเขต เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางมาที่เขตด้วยตนเอง ขยายจุดบริการทางกายภาพ – แก้ปัญหาคิวหนาแน่นรองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการแก้ปัญหาในพื้นที่ที่มีประชาชนมายื่นคำร้องเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะใน 5 ลำดับแรก ได้แก่ เขตสายไหม คลองสามวา ลาดกระบัง มีนบุรี และบางกะปิ ด้วยการเพิ่มจุดบริการทางกายภาพเพื่อขยายพื้นที่รับคำร้อง ช่วยให้ประชาชนเดินทางใกล้ขึ้นและช่วยกระจายจำนวนคิวไม่ให้หนาแน่นจนเกินไปสำหรับเขตสายไหมที่มีเสียงสะท้อนเรื่องการจัดการคิว ทางสำนักงานเขตได้เพิ่มเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการอนุมัติเป็น 60 เครื่อง เพื่อเร่งรัดกระบวนการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เขตสายไหมเป็นเขตอันดับ 1 ในเรื่องความรวดเร็วในการอนุมัติเคสเยียวยา โดยในปัจจุบันสามารถอนุมัติเคสไปได้แล้วประมาณ 60% ของจำนวนเคสทั้งหมดที่ยื่นคำร้องเข้ามาในแอปพลิเคชันของเขต พร้อมกันนี้ทางเขตสายไหมกำลังพิจารณาเปิดจุดบริการทางกายภาพเพิ่มเติม เช่นเดียวกับเขตคลองสามวาที่ได้เปิดเพิ่มที่โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ เพื่อลดปัญหาการต่อคิวในช่วงเช้าทั้งนี้ ขอแนะนำประชาชนว่าหากท่านใดเลิกงานเร็วและสามารถแวะมาในช่วงบ่ายได้ คิวช่วงบ่ายเริ่มมีความรวดเร็วในหลาย ๆ เขต เช่น ลาดกร
อ่านต่อ >13