
#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สรุปสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชากองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00 น. ดังนี้1. เข้ายึดที่หมายซำแต, เนิน 677 พื้นที่ช่องอานม้าได้เรียบร้อย แต่ยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติการทางทหาร 2. พื้นที่คนา เข้ายึดได้แล้ว 3 ที่หมาย อยู่ระหว่างปฏิบัติการในส่วนที่เหลือ 3. พื้นที่ตาควาย ยังมีการรบปะทะอย่างหนัก ผลการปฏิบัติจะรายงานให้ทราบต่อไป 4. สำหรับพื้นที่สำคัญอื่นๆ ตลอดแนวชายแดน ยังคงมีการสู้รบประปราย สถานการณ์อยู่ในระดับควบคุมได้และการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีความพยายามในการใช้อาวุธปืนใหญ่ และจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) ยิงเข้ามายังฐานปฏิบัติการของฝ่ายเรา รายการยุทโธปกรณ์และสิ่งอุปกรณ์ที่สำคัญจากการเข้ายึดที่หมายฐานปฏิบัติการของทหารกัมพูชาพื้นที่ซำแต และ เนิน677 ดังนี้ 1. โทรศัพท์ 8 เครื่อง 2. สมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา 1 เล่ม 3. ลูกระเบิด m203 7 ลูก 4. จรวด RPG พร้อมอุปกรณ์ 50 ชุด 5. กระสุนปืน 11,765 นัด 6. วิทยุสื่อสาร 15 เครื่อง จากการตรวจสอบในสมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา พบข้อมูลแผนผังการวางทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องในวันที่ 12 ส.ค. 68 จำนวน 11 จุด 30 ลูก และ กับระเบิดแสวงเครื่องประกอบ TNT จำนวน 2 จุด 6 ลูก นอกจากนั้นยังพบแผนการเตรียมวางทุ่นระเบิดในวันที่ 21 ส.ค.68 จำนวน 6 จุด แต่ยังไม่ระบุจำนวนทุ่นระเบิดเอาไว้ สำหรับโทรศัพท์ทั้ง 8 เครื่องและสมุดบันทึก 1 เล่ม ได้นำส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและขยายผล สำหรับพื้นที่ต้องสงสัยว่าจะมีการวางทุ่นระเบิด/กับระเบิด ปัจจุบันหน่วยได้ทำการควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเตรียมการให้กับหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจพิสูจน์ และจะรายงานให้ทราบต่อไป กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการ ทุกมาตรการอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน และปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของประเทศชาติ อย่างเด็ดขาดและถึงที่สุดเปิดสมุดบันทึกกัมพูชา พบพิกัดวางทุ่นระเบิดจำนวนมากนอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 เปิดสมุดบันทึกกัมพูชา พบพิกัดวางทุ่นระเบิดจำนวนมาก โดยกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันตำแหน่งทหารกัมพูชาบันทึกพิกัด การวางทุ่นระเบิด/กับระเบิด และวาดแผนผังการวางทุ่นระเบิด กว่า 36 ทุ่น
อ่านต่อ >9

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยย้ำว่าประเทศไทยขอบคุณความห่วงใยของผู้นำสหรัฐที่ต้องการเห็นสันติภาพ แต่สันติภาพต้องเกิดจากความพร้อมของทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า มีความกังวลต่อข้อความของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โพสต์ผ่าน Truth Social ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายสหรัฐอาจยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะกรณีที่ระบุว่าทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นอุบัติเหตุ ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่จากฝั่งกัมพูชา รวมถึงการใช้จรวด BM-21 ยิงเข้าพื้นที่พลเรือนในจังหวัดศรีสะเกษ นายสีหศักดิ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตอบโต้ของฝ่ายไทยเป็นไปอย่างได้สัดส่วนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังในฐานะประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับสหรัฐฯ และเคยร่วมมือด้านความมั่นคงมาอย่างต่อเนื่องในส่วนข้อเสนอของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ต้องการให้ตรวจสอบเหตุปะทะผ่านดาวเทียม ไทยยืนยันพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และขอให้ตรวจสอบประเด็นการใช้ทุ่นระเบิดควบคู่กัน โดยไทยเคยเสนอให้มีคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงมาแล้วในการประชุมภาคีอนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังระบุถึงกรณีที่กัมพูชาขอเลื่อนการเปิดด่านปอยเปต ส่งผลให้คนไทยกว่า 6,000–7,000 คนยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบทางทหาร โดยมองว่าเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศสำหรับเวทีอาเซียน ไทยยืนยันพร้อมเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทย พร้อมให้ความร่วมมือกับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
อ่านต่อ >26

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
“เสียงประชาชนต่อการเมืองและการเลือกตั้งครั้งใหม่”สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อการเมืองและการเลือกตั้งครั้งใหม่” KPI Poll โพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อ สะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความเป็นกลาง มาตรฐานวิชาการ และความแม่นยำ เพื่อทำหน้าที่เป็น คลังสมองทางประชาธิปไตยของสังคมไทย อย่างแท้จริงรองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ที่ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับ นักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจ “ภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชน” อย่างรอบด้าน KPI Poll บทสรุปสำคัญ “เสียงประชาชนต่อการเมืองและการเลือกตั้งครั้งใหม่”ในการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 1 ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.–10 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,016 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญ (Hi-light) จากผลสำรวจ ดังนี้1. ความรู้สึกต่อการเมืองไทย: “แย่ลง”45.7% มองว่าการเมืองแย่ลง41.5% เห็นว่าเหมือนเดิมเพียง 9.3% ที่มองว่าดีขึ้นสะท้อนบรรยากาศความไม่พอใจ และความรู้สึกว่า ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่จับต้องได้2. นายกฯ คนใหม่ที่ประชาชนต้องการ: “แก้ปากท้องได้จริง” มากกว่าอุดมการณ์36.2% ต้องการผู้นำที่แก้เศรษฐกิจจริง17.8% ซื่อสัตย์8.5% ยึดมั่นหลักประชาธิปไตยประชาชนให้ความสำคัญกับ ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ มากกว่า “คำอธิบายทางการเมือง”3. โจทย์เร่งด่วนของรัฐบาลใหม่: ปราบโกง–หนี้ครัวเรือน–ค่าครองชีพแม้ประชาชนอยากให้แก้เศรษฐกิจ แต่ “ปราบปรามทุจริต” กลับเป็นนโยบายเร่งด่วนอันดับ 1สะท้อนมุมมองว่า คอร์รัปชันคือรากของปัญหาปากท้อง และเป็นจุดเปราะบางของการเมืองแบบอุปถัมภ์4. การเลือกตั้งครั้งหน้า: “ตัวบุคคล” กลับมามีความหมายสูงหากพรรคที่ชอบเสนอแคนดิเดตที่ไม่ถูกใจ59.2% พร้อม “เปลี่ยนใจ” หรือ “อาจเปลี่ยนใจ”การเมืองไทยไม่ใช่แค่เรื่องพรรคอีกต่อไป แต่เป็นเรื่อง คุณภาพและความน่าเชื่อถือของผู้สมัคร5. การประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ ล่วงหน้า: มีผลจริง68.7% ระบุว่ามีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนชื่อแคนดิเดตไม่ใช่สัญลักษณ์ แต่เป็น ปัจจัยเชิงพฤติกรรมของผู้มีสิทธิ
อ่านต่อ >22

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เสนอให้รัฐบาลกัมพูชาพิจารณามาตรการระงับการเดินทางข้ามพรมแดนไทย-กัมพูชาชั่วคราว โดยให้เหตุผลหลักเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ยังไม่มีข้อยุติและอยู่ระหว่างการจับตาความเป็นไปได้ของการหยุดยิง ข้อเสนอดังกล่าวครอบคลุมการระงับการเดินทางของประชาชนทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าออกเพื่อการท่องเที่ยว การค้าชายแดน หรือการสัญจรทั่วไป จนกว่าจะมีการตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการและสถานการณ์ด้านความมั่นคงมีความชัดเจนมากขึ้นสำหรับพลเมืองกัมพูชาที่พำนักและทำงานอยู่ในประเทศไทย ฮุน เซน ระบุว่าสามารถอาศัยและประกอบอาชีพในประเทศไทยต่อไปได้ตามปกติในช่วงที่มีการระงับการเดินทาง ขณะเดียวกัน พลเมืองไทยที่พำนักและทำงานอยู่ในกัมพูชาก็จะต้องอาศัยอยู่ในกัมพูชาต่อไปเช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนในช่วงสถานการณ์อ่อนไหว ข้อเสนอของฮุน เซน ถือเป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลด้านความปลอดภัยของพลเรือน และเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อประชาชน จนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะเข้าสู่ภาวะสงบ
อ่านต่อ >24

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สรุปสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชากองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00 น. ดังนี้1. เข้ายึดที่หมายซำแต, เนิน 677 พื้นที่ช่องอานม้าได้เรียบร้อย แต่ยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติการทางทหาร 2. พื้นที่คนา เข้ายึดได้แล้ว 3 ที่หมาย อยู่ระหว่างปฏิบัติการในส่วนที่เหลือ 3. พื้นที่ตาควาย ยังมีการรบปะทะอย่างหนัก ผลการปฏิบัติจะรายงานให้ทราบต่อไป 4. สำหรับพื้นที่สำคัญอื่นๆ ตลอดแนวชายแดน ยังคงมีการสู้รบประปราย สถานการณ์อยู่ในระดับควบคุมได้และการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีความพยายามในการใช้อาวุธปืนใหญ่ และจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) ยิงเข้ามายังฐานปฏิบัติการของฝ่ายเรา รายการยุทโธปกรณ์และสิ่งอุปกรณ์ที่สำคัญจากการเข้ายึดที่หมายฐานปฏิบัติการของทหารกัมพูชาพื้นที่ซำแต และ เนิน677 ดังนี้ 1. โทรศัพท์ 8 เครื่อง 2. สมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา 1 เล่ม 3. ลูกระเบิด m203 7 ลูก 4. จรวด RPG พร้อมอุปกรณ์ 50 ชุด 5. กระสุนปืน 11,765 นัด 6. วิทยุสื่อสาร 15 เครื่อง จากการตรวจสอบในสมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา พบข้อมูลแผนผังการวางทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องในวันที่ 12 ส.ค. 68 จำนวน 11 จุด 30 ลูก และ กับระเบิดแสวงเครื่องประกอบ TNT จำนวน 2 จุด 6 ลูก นอกจากนั้นยังพบแผนการเตรียมวางทุ่นระเบิดในวันที่ 21 ส.ค.68 จำนวน 6 จุด แต่ยังไม่ระบุจำนวนทุ่นระเบิดเอาไว้ สำหรับโทรศัพท์ทั้ง 8 เครื่องและสมุดบันทึก 1 เล่ม ได้นำส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและขยายผล สำหรับพื้นที่ต้องสงสัยว่าจะมีการวางทุ่นระเบิด/กับระเบิด ปัจจุบันหน่วยได้ทำการควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเตรียมการให้กับหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจพิสูจน์ และจะรายงานให้ทราบต่อไป กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการ ทุกมาตรการอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน และปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของประเทศชาติ อย่างเด็ดขาดและถึงที่สุดเปิดสมุดบันทึกกัมพูชา พบพิกัดวางทุ่นระเบิดจำนวนมากนอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 เปิดสมุดบันทึกกัมพูชา พบพิกัดวางทุ่นระเบิดจำนวนมาก โดยกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันตำแหน่งทหารกัมพูชาบันทึกพิกัด การวางทุ่นระเบิด/กับระเบิด และวาดแผนผังการวางทุ่นระเบิด กว่า 36 ทุ่น
อ่านต่อ >9

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยย้ำว่าประเทศไทยขอบคุณความห่วงใยของผู้นำสหรัฐที่ต้องการเห็นสันติภาพ แต่สันติภาพต้องเกิดจากความพร้อมของทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า มีความกังวลต่อข้อความของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โพสต์ผ่าน Truth Social ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายสหรัฐอาจยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะกรณีที่ระบุว่าทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นอุบัติเหตุ ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่จากฝั่งกัมพูชา รวมถึงการใช้จรวด BM-21 ยิงเข้าพื้นที่พลเรือนในจังหวัดศรีสะเกษ นายสีหศักดิ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตอบโต้ของฝ่ายไทยเป็นไปอย่างได้สัดส่วนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังในฐานะประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับสหรัฐฯ และเคยร่วมมือด้านความมั่นคงมาอย่างต่อเนื่องในส่วนข้อเสนอของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ต้องการให้ตรวจสอบเหตุปะทะผ่านดาวเทียม ไทยยืนยันพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และขอให้ตรวจสอบประเด็นการใช้ทุ่นระเบิดควบคู่กัน โดยไทยเคยเสนอให้มีคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงมาแล้วในการประชุมภาคีอนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังระบุถึงกรณีที่กัมพูชาขอเลื่อนการเปิดด่านปอยเปต ส่งผลให้คนไทยกว่า 6,000–7,000 คนยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบทางทหาร โดยมองว่าเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศสำหรับเวทีอาเซียน ไทยยืนยันพร้อมเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทย พร้อมให้ความร่วมมือกับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
อ่านต่อ >26

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
“เสียงประชาชนต่อการเมืองและการเลือกตั้งครั้งใหม่”สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อการเมืองและการเลือกตั้งครั้งใหม่” KPI Poll โพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อ สะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความเป็นกลาง มาตรฐานวิชาการ และความแม่นยำ เพื่อทำหน้าที่เป็น คลังสมองทางประชาธิปไตยของสังคมไทย อย่างแท้จริงรองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ที่ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับ นักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจ “ภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชน” อย่างรอบด้าน KPI Poll บทสรุปสำคัญ “เสียงประชาชนต่อการเมืองและการเลือกตั้งครั้งใหม่”ในการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 1 ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.–10 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,016 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญ (Hi-light) จากผลสำรวจ ดังนี้1. ความรู้สึกต่อการเมืองไทย: “แย่ลง”45.7% มองว่าการเมืองแย่ลง41.5% เห็นว่าเหมือนเดิมเพียง 9.3% ที่มองว่าดีขึ้นสะท้อนบรรยากาศความไม่พอใจ และความรู้สึกว่า ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่จับต้องได้2. นายกฯ คนใหม่ที่ประชาชนต้องการ: “แก้ปากท้องได้จริง” มากกว่าอุดมการณ์36.2% ต้องการผู้นำที่แก้เศรษฐกิจจริง17.8% ซื่อสัตย์8.5% ยึดมั่นหลักประชาธิปไตยประชาชนให้ความสำคัญกับ ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ มากกว่า “คำอธิบายทางการเมือง”3. โจทย์เร่งด่วนของรัฐบาลใหม่: ปราบโกง–หนี้ครัวเรือน–ค่าครองชีพแม้ประชาชนอยากให้แก้เศรษฐกิจ แต่ “ปราบปรามทุจริต” กลับเป็นนโยบายเร่งด่วนอันดับ 1สะท้อนมุมมองว่า คอร์รัปชันคือรากของปัญหาปากท้อง และเป็นจุดเปราะบางของการเมืองแบบอุปถัมภ์4. การเลือกตั้งครั้งหน้า: “ตัวบุคคล” กลับมามีความหมายสูงหากพรรคที่ชอบเสนอแคนดิเดตที่ไม่ถูกใจ59.2% พร้อม “เปลี่ยนใจ” หรือ “อาจเปลี่ยนใจ”การเมืองไทยไม่ใช่แค่เรื่องพรรคอีกต่อไป แต่เป็นเรื่อง คุณภาพและความน่าเชื่อถือของผู้สมัคร5. การประกาศชื่อแคนดิเดตนายกฯ ล่วงหน้า: มีผลจริง68.7% ระบุว่ามีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนชื่อแคนดิเดตไม่ใช่สัญลักษณ์ แต่เป็น ปัจจัยเชิงพฤติกรรมของผู้มีสิทธิ
อ่านต่อ >22

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เสนอให้รัฐบาลกัมพูชาพิจารณามาตรการระงับการเดินทางข้ามพรมแดนไทย-กัมพูชาชั่วคราว โดยให้เหตุผลหลักเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ยังไม่มีข้อยุติและอยู่ระหว่างการจับตาความเป็นไปได้ของการหยุดยิง ข้อเสนอดังกล่าวครอบคลุมการระงับการเดินทางของประชาชนทั้งชาวกัมพูชาและชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้าออกเพื่อการท่องเที่ยว การค้าชายแดน หรือการสัญจรทั่วไป จนกว่าจะมีการตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการและสถานการณ์ด้านความมั่นคงมีความชัดเจนมากขึ้นสำหรับพลเมืองกัมพูชาที่พำนักและทำงานอยู่ในประเทศไทย ฮุน เซน ระบุว่าสามารถอาศัยและประกอบอาชีพในประเทศไทยต่อไปได้ตามปกติในช่วงที่มีการระงับการเดินทาง ขณะเดียวกัน พลเมืองไทยที่พำนักและทำงานอยู่ในกัมพูชาก็จะต้องอาศัยอยู่ในกัมพูชาต่อไปเช่นกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนในช่วงสถานการณ์อ่อนไหว ข้อเสนอของฮุน เซน ถือเป็นสัญญาณสะท้อนความกังวลด้านความปลอดภัยของพลเรือน และเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าสามารถช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบต่อประชาชน จนกว่าสถานการณ์ชายแดนจะเข้าสู่ภาวะสงบ
อ่านต่อ >24

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
สรุปสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชากองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลา 11.00 น. ดังนี้1. เข้ายึดที่หมายซำแต, เนิน 677 พื้นที่ช่องอานม้าได้เรียบร้อย แต่ยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติการทางทหาร 2. พื้นที่คนา เข้ายึดได้แล้ว 3 ที่หมาย อยู่ระหว่างปฏิบัติการในส่วนที่เหลือ 3. พื้นที่ตาควาย ยังมีการรบปะทะอย่างหนัก ผลการปฏิบัติจะรายงานให้ทราบต่อไป 4. สำหรับพื้นที่สำคัญอื่นๆ ตลอดแนวชายแดน ยังคงมีการสู้รบประปราย สถานการณ์อยู่ในระดับควบคุมได้และการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีความพยายามในการใช้อาวุธปืนใหญ่ และจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) ยิงเข้ามายังฐานปฏิบัติการของฝ่ายเรา รายการยุทโธปกรณ์และสิ่งอุปกรณ์ที่สำคัญจากการเข้ายึดที่หมายฐานปฏิบัติการของทหารกัมพูชาพื้นที่ซำแต และ เนิน677 ดังนี้ 1. โทรศัพท์ 8 เครื่อง 2. สมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา 1 เล่ม 3. ลูกระเบิด m203 7 ลูก 4. จรวด RPG พร้อมอุปกรณ์ 50 ชุด 5. กระสุนปืน 11,765 นัด 6. วิทยุสื่อสาร 15 เครื่อง จากการตรวจสอบในสมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา พบข้อมูลแผนผังการวางทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่องในวันที่ 12 ส.ค. 68 จำนวน 11 จุด 30 ลูก และ กับระเบิดแสวงเครื่องประกอบ TNT จำนวน 2 จุด 6 ลูก นอกจากนั้นยังพบแผนการเตรียมวางทุ่นระเบิดในวันที่ 21 ส.ค.68 จำนวน 6 จุด แต่ยังไม่ระบุจำนวนทุ่นระเบิดเอาไว้ สำหรับโทรศัพท์ทั้ง 8 เครื่องและสมุดบันทึก 1 เล่ม ได้นำส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและขยายผล สำหรับพื้นที่ต้องสงสัยว่าจะมีการวางทุ่นระเบิด/กับระเบิด ปัจจุบันหน่วยได้ทำการควบคุมพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเตรียมการให้กับหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจพิสูจน์ และจะรายงานให้ทราบต่อไป กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการ ทุกมาตรการอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน และปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของประเทศชาติ อย่างเด็ดขาดและถึงที่สุดเปิดสมุดบันทึกกัมพูชา พบพิกัดวางทุ่นระเบิดจำนวนมากนอกจากนี้ กองทัพภาคที่ 2 เปิดสมุดบันทึกกัมพูชา พบพิกัดวางทุ่นระเบิดจำนวนมาก โดยกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันตำแหน่งทหารกัมพูชาบันทึกพิกัด การวางทุ่นระเบิด/กับระเบิด และวาดแผนผังการวางทุ่นระเบิด กว่า 36 ทุ่น
อ่านต่อ >9