
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
หลังเกิดเหตุ พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผอ.ศรชล.ภาค 3 ประชุมบูรณาการกำลังทุกหน่วยงาน ดำเนินการแก้ไขปัญหาใน เบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยการปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำมันที่รั่วไหลจากเรือสู่ทะเลและย้อนกลับเข้าสู่ชายฝั่ง นำเรือยางเข้าผูกยึดตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อป้องกันการกระจัดกระจายไปยังพื้นที่อื่น เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม และจากการใช้อากาศยานบินสำรวจ พบการรั่วไหลของน้ำมันในทะเลเป็นแนวยาวประมาณ 4.5 ไมล์ กว้างประมาณ 1 ไมล์ โดยทิศทางการไหลมุ่งไปทางทิศตะวันตก และยังไม่พบว่าคราบน้ำมันเข้าสู่ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตอย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นพบว่าจุดที่เรือจมมีความลึกประมาณ 40 เมตร ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการเดินเรือ แต่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องทำสัญลักษณ์เพื่อแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้น ส่วนเจ้าของเรือจะต้องมีการกู้เรือขึ้นมา ซึ่งเท่าที่ทราบในเรือมีน้ำมันเตาประมาณ 98 ตัน และ มารีน ดีเซล ออยล์ ประมาณ 32 ตัน จุดนี้จะต้องมีการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้น้ำมันรั่ว เพราะจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ด้าน นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ มอบหมายให้ทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ติดตามผลกระทบ พบว่า ในจำนวนตู้สินค้าทั้งหมด มีตู้บรรจุวัตถุอันตราย 14 ตู้ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มของเหลวไวไฟ (Class 3) เช่น เอทิลอะซิเตต หากรั่วไหลจะลอยที่ผิวน้ำ เสี่ยงต่อการลุกไหม้และคราบสกปรกชายหาด / กลุ่มสารกัดกร่อน (Class 8) กรดอะซิติก (Acetic Acid) หากรั่วไหลอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์น้ำและปะการัง / กลุ่มสารออกซิไดซ์ (Class 5.1) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งหากผสมกับสารไวไฟอาจทำให้เกิดการระเบิดหรือไฟไหม้ได้ แต่ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสินค้าอันตรายส่วนใหญ่จัดอยู่ใน Packaging Group II และ III (อันตรายปานกลางถึงน้อย) ซึ่งมีการบรรจุที่แน่นหนาตามมาตรฐานสากล ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายวงกว้าง นอกจากนี้กรมเจ้าท่า ได้ออกประกาศให้ระมัดระวังการเดินเรือในบริเวณใกล้เคียงเกาะแก้วน้อย และขอให้ประชาชนในพื้นที่ราไวย์ติดตามการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด หากพบเห็นคราบน้ำมันหรือสิ่งผิดปกติชายหาด สามารถแจ้งสายด่วนกรมควบคุมมลพิษได้ทันที ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ผ่านเพจส่วนตัว Thon Thamrongnawasawat แสดงความเป็นกังวล
อ่านต่อ >47

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
Transparency Internationdl องค์กรต่อต้านการทุจริต ได้เผยแพร่ดัชนีคอร์รัปชันประจำปี 2025 ในวันนี้ (10 กุมภาพันธ์) โดยอันดับที่ 1 ยังตกเป็นของแชมป์เก่าอย่าง "เดนมาร์ก" ที่ 89 คะแนน ลดลงมา 1 คะแนนจากปีที่แล้ว - ขณะที่ 10 อันดับแรกประกอบด้วย1. เดนมาร์ก 89 คะแนน 2. ฟินแลนด์ 88 คะแนน 3. สิงคโปร์ 84 คะแนน4. นิวซีแลนด์ 81 คะแนน4. นอร์เวย์ 81 คะแนน6. สวีเดน 80 คะแนน6. สวิตเซอร์แลนด์ 80 คะแนน8. ลักเซมเบิร์ก 78 คะแนน8. เนเธอร์แลนด์ 78 คะแนน10. เยอรมนี 77 คะแนน10. ไอซ์แแลนด์ 77 คะแนน ส่วน "ประเทศไทย" ได้คะแนนดัชนีคอร์รัปชันลดลงกว่าปีก่อน 1 คะแนน อยู่ที่ 33 คะแนน อันดับที่ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศทั่วโลกTransparency International ระบุว่า ยังเห็นภาพที่น่าเป็นห่วงของการเสื่อมถอยในระยะยาว ของภาวะผู้นำในการต่อต้านการทุจริต ที่แม้แต่ประเทศที่ประชาธิปไตยมั่นคงอย่างสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ ที่ก็พบตัวเลขความโปร่งใสที่ลดน้อยลง อีกทั้งการขาดภาวะผู้นำที่กล้าหาญ ยังนำไปสู่มาตรฐานและการบังคับใช้ที่อ่อนแอลง ส่งผลให้ความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตทั่วโลกลดน้อยลงไปด้วย“ในภาวะที่โลกเผชิญกับวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศ, ความไร้ซึ่งเสถียรภาพ และการแบ่งขั้ว .. โลกจำเป็นจะต้องมีผู้นำ และสถาบันอิสระที่น่าเชื่อถือ เพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะมากกว่าเดิม แต่เรากลับทำมันได้เลวร้ายลง .. พวกเราขอเรียกร้งอให้รัฐบาลและเหล่าผู้นำให้ดำเนินการ และแสดงความรับผิดชอบเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกหลานของเราต่อไป” ไมรา มาร์ตินี CEO Transparency International กล่าว ขณะที่ประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่มีคะแนนดัชนีคอร์รัปชันที่ดีกว่าไทย กล่าวคือส่วนใหญ่มีความโปร่งใสกว่าไทย โดยไทยมีคะแนนมากกว่า 4 ชาติอาเซียนเท่านั้น ได้แก่ ฟิลิปปินส์, ลปป.ลาว, กัมพูชาและเมียนมาดัชนีทุจริตของชาติอาเซียนประจำปี 2025(3) สิงคโปร์ 84 คะแนน(31) บรูไน 63 คะแนน (54) มาเลเซีย 52 คะแนน (73) ติมอร์ เลสเต 44 คะแนน (81) เวียดนาม 41 คะแนน (109) อินโดนีเซีย 34 คะแนน (120) ฟิลิปปินส์ 32 คะแนน (109) สปป.ลาว 34 คะแนน (163) กัมพูชา 20 คะแนน(169) เมียนมา 16 คะแนน
อ่านต่อ >33

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่ายภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีการพูดคุยการจับมือการจัดตั้งรัฐบาลกับ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่ ว่า ทุกอย่างรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง สส.ก่อน ดังนั้นจะขยับในเรื่องใดต้องให้ กกต. ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ทำได้แค่เตรียมการและคิดไปเรื่อยๆ ส่วนจะต้องรวดเร็วหรือไม่ เพราะประชาชนกำลังรอรัฐบาลใหม่ในการอนุมัติงบประมาณ นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า กกต.ต้องรับรอง สส.ก่อน ซึ่งมีกรอบของกฎหมายอยู่ว่าจะรับรองภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน หลังวันเลือกตั้ง วันนี้ผ่านไปได้แค่ 2 วันเท่านั้น จึงต้องให้ กกต.ทำงาน ส่วนจะทำงานควบคู่ระหว่างที่รอ กกต.รับรองผลหรือไม่ เห็นว่า ขณะนี้มีกระบวนการความคิดหลายอย่างอยู่ในหัวอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นขั้นทำงานเดิมหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ขออย่าเพิ่งสอบถามในตอนนี้ และย้ำว่าไม่สามารถบอกสูตรการจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่เห็นว่ารัฐบาลใหม่ในการจัดตั้งจะต้องมีเสถียรภาพมากที่สุด ขณะที่ตัวเลขจะต้อง 290-300 เสียงหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบ ก่อนระบุว่า ในช่วงเย็นวันนี้จะลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อขึ้นรถแห่ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือก สส.พรรคภูมิใจไทยยกทั้งจังหวัด
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและวางตัว ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อสานต่อภารกิจแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ว่า กระทรวงการคลังมีความพร้อมในการสนองนโยบายที่เคยติดขัดในช่วงรอยต่อทางการเมืองให้กลับมาเดินหน้าได้ทันทีสำหรับ โครงการคนละครึ่ง พลัส ระยะ(เฟส) 2 ถือเป็นนโยบายที่มีความชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย และเชื่อว่าจะต้องมีการดำเนินการอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม รูปแบบ รายละเอียด และแนวทางปฏิบัติ ยังต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่เข้ามาให้ความชัดเจนโดยประเมินว่าโครงการคนละครึ่ง จะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยการเดินหน้าโครงการช่วงปลายปี 2568 สามารถกระตุ้นจีดีพีได้กว่าร้อยละ 0.3ส่วนการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ กระทรวงการคลังได้เตรียมการไว้หมดแล้ว หากรัฐบาลใหม่มีความพร้อม หรือรัฐบาลอยากปรับหลักการก็ดำเนินการได้ หากไม่ผิดหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) สำหรับเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะมีผลบังคับใช้ล่าช้าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกระบวนการ หากกกต. รับรองผลการเลือกตั้งได้เร็วสูงสุดที่ 60 วัน ก็จะมีประโยชน์ต่อการเดินหน้าจัดทำงบประมาณปี 70 แต่ที่ผ่านมา กกต. ใช้เวลาถึง 60 วันเต็ม จึงทำให้หลังจากเลือกตั้งเสร็จต้องรอไปกว่า 2 เดือนขณะที่การเดินหน้า โครงการบัญชีออมเพื่อการลงทุนระยะยาว (TISA) นั้น เหลือเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ที่เป็นส่วนเห็นต่าง แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หลักการเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการส่งเสริมการออมระยะยาว และเป็นทางเลือกผู้ที่จะออม โดยร้อยละ 10 ที่เหลืออยู่นั้น จะต้องไปปรับหลักเกณฑ์ให้ได้รับการยอมรับสำหรับทุกฝ่าย
อ่านต่อ >34

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
หลังเกิดเหตุ พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผอ.ศรชล.ภาค 3 ประชุมบูรณาการกำลังทุกหน่วยงาน ดำเนินการแก้ไขปัญหาใน เบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยการปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำมันที่รั่วไหลจากเรือสู่ทะเลและย้อนกลับเข้าสู่ชายฝั่ง นำเรือยางเข้าผูกยึดตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อป้องกันการกระจัดกระจายไปยังพื้นที่อื่น เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม และจากการใช้อากาศยานบินสำรวจ พบการรั่วไหลของน้ำมันในทะเลเป็นแนวยาวประมาณ 4.5 ไมล์ กว้างประมาณ 1 ไมล์ โดยทิศทางการไหลมุ่งไปทางทิศตะวันตก และยังไม่พบว่าคราบน้ำมันเข้าสู่ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตอย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นพบว่าจุดที่เรือจมมีความลึกประมาณ 40 เมตร ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการเดินเรือ แต่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องทำสัญลักษณ์เพื่อแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้น ส่วนเจ้าของเรือจะต้องมีการกู้เรือขึ้นมา ซึ่งเท่าที่ทราบในเรือมีน้ำมันเตาประมาณ 98 ตัน และ มารีน ดีเซล ออยล์ ประมาณ 32 ตัน จุดนี้จะต้องมีการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้น้ำมันรั่ว เพราะจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ด้าน นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ มอบหมายให้ทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ติดตามผลกระทบ พบว่า ในจำนวนตู้สินค้าทั้งหมด มีตู้บรรจุวัตถุอันตราย 14 ตู้ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มของเหลวไวไฟ (Class 3) เช่น เอทิลอะซิเตต หากรั่วไหลจะลอยที่ผิวน้ำ เสี่ยงต่อการลุกไหม้และคราบสกปรกชายหาด / กลุ่มสารกัดกร่อน (Class 8) กรดอะซิติก (Acetic Acid) หากรั่วไหลอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์น้ำและปะการัง / กลุ่มสารออกซิไดซ์ (Class 5.1) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งหากผสมกับสารไวไฟอาจทำให้เกิดการระเบิดหรือไฟไหม้ได้ แต่ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสินค้าอันตรายส่วนใหญ่จัดอยู่ใน Packaging Group II และ III (อันตรายปานกลางถึงน้อย) ซึ่งมีการบรรจุที่แน่นหนาตามมาตรฐานสากล ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายวงกว้าง นอกจากนี้กรมเจ้าท่า ได้ออกประกาศให้ระมัดระวังการเดินเรือในบริเวณใกล้เคียงเกาะแก้วน้อย และขอให้ประชาชนในพื้นที่ราไวย์ติดตามการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด หากพบเห็นคราบน้ำมันหรือสิ่งผิดปกติชายหาด สามารถแจ้งสายด่วนกรมควบคุมมลพิษได้ทันที ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ผ่านเพจส่วนตัว Thon Thamrongnawasawat แสดงความเป็นกังวล
อ่านต่อ >47

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
Transparency Internationdl องค์กรต่อต้านการทุจริต ได้เผยแพร่ดัชนีคอร์รัปชันประจำปี 2025 ในวันนี้ (10 กุมภาพันธ์) โดยอันดับที่ 1 ยังตกเป็นของแชมป์เก่าอย่าง "เดนมาร์ก" ที่ 89 คะแนน ลดลงมา 1 คะแนนจากปีที่แล้ว - ขณะที่ 10 อันดับแรกประกอบด้วย1. เดนมาร์ก 89 คะแนน 2. ฟินแลนด์ 88 คะแนน 3. สิงคโปร์ 84 คะแนน4. นิวซีแลนด์ 81 คะแนน4. นอร์เวย์ 81 คะแนน6. สวีเดน 80 คะแนน6. สวิตเซอร์แลนด์ 80 คะแนน8. ลักเซมเบิร์ก 78 คะแนน8. เนเธอร์แลนด์ 78 คะแนน10. เยอรมนี 77 คะแนน10. ไอซ์แแลนด์ 77 คะแนน ส่วน "ประเทศไทย" ได้คะแนนดัชนีคอร์รัปชันลดลงกว่าปีก่อน 1 คะแนน อยู่ที่ 33 คะแนน อันดับที่ 116 จากทั้งหมด 182 ประเทศทั่วโลกTransparency International ระบุว่า ยังเห็นภาพที่น่าเป็นห่วงของการเสื่อมถอยในระยะยาว ของภาวะผู้นำในการต่อต้านการทุจริต ที่แม้แต่ประเทศที่ประชาธิปไตยมั่นคงอย่างสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ ที่ก็พบตัวเลขความโปร่งใสที่ลดน้อยลง อีกทั้งการขาดภาวะผู้นำที่กล้าหาญ ยังนำไปสู่มาตรฐานและการบังคับใช้ที่อ่อนแอลง ส่งผลให้ความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตทั่วโลกลดน้อยลงไปด้วย“ในภาวะที่โลกเผชิญกับวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศ, ความไร้ซึ่งเสถียรภาพ และการแบ่งขั้ว .. โลกจำเป็นจะต้องมีผู้นำ และสถาบันอิสระที่น่าเชื่อถือ เพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะมากกว่าเดิม แต่เรากลับทำมันได้เลวร้ายลง .. พวกเราขอเรียกร้งอให้รัฐบาลและเหล่าผู้นำให้ดำเนินการ และแสดงความรับผิดชอบเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้กับลูกหลานของเราต่อไป” ไมรา มาร์ตินี CEO Transparency International กล่าว ขณะที่ประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่มีคะแนนดัชนีคอร์รัปชันที่ดีกว่าไทย กล่าวคือส่วนใหญ่มีความโปร่งใสกว่าไทย โดยไทยมีคะแนนมากกว่า 4 ชาติอาเซียนเท่านั้น ได้แก่ ฟิลิปปินส์, ลปป.ลาว, กัมพูชาและเมียนมาดัชนีทุจริตของชาติอาเซียนประจำปี 2025(3) สิงคโปร์ 84 คะแนน(31) บรูไน 63 คะแนน (54) มาเลเซีย 52 คะแนน (73) ติมอร์ เลสเต 44 คะแนน (81) เวียดนาม 41 คะแนน (109) อินโดนีเซีย 34 คะแนน (120) ฟิลิปปินส์ 32 คะแนน (109) สปป.ลาว 34 คะแนน (163) กัมพูชา 20 คะแนน(169) เมียนมา 16 คะแนน
อ่านต่อ >33

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่ายภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีการพูดคุยการจับมือการจัดตั้งรัฐบาลกับ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่ ว่า ทุกอย่างรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรอง สส.ก่อน ดังนั้นจะขยับในเรื่องใดต้องให้ กกต. ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ทำได้แค่เตรียมการและคิดไปเรื่อยๆ ส่วนจะต้องรวดเร็วหรือไม่ เพราะประชาชนกำลังรอรัฐบาลใหม่ในการอนุมัติงบประมาณ นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า กกต.ต้องรับรอง สส.ก่อน ซึ่งมีกรอบของกฎหมายอยู่ว่าจะรับรองภายในเวลาไม่เกิน 60 วัน หลังวันเลือกตั้ง วันนี้ผ่านไปได้แค่ 2 วันเท่านั้น จึงต้องให้ กกต.ทำงาน ส่วนจะทำงานควบคู่ระหว่างที่รอ กกต.รับรองผลหรือไม่ เห็นว่า ขณะนี้มีกระบวนการความคิดหลายอย่างอยู่ในหัวอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นขั้นทำงานเดิมหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ขออย่าเพิ่งสอบถามในตอนนี้ และย้ำว่าไม่สามารถบอกสูตรการจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่เห็นว่ารัฐบาลใหม่ในการจัดตั้งจะต้องมีเสถียรภาพมากที่สุด ขณะที่ตัวเลขจะต้อง 290-300 เสียงหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบ ก่อนระบุว่า ในช่วงเย็นวันนี้จะลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อขึ้นรถแห่ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือก สส.พรรคภูมิใจไทยยกทั้งจังหวัด
อ่านต่อ >19

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและวางตัว ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อสานต่อภารกิจแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ว่า กระทรวงการคลังมีความพร้อมในการสนองนโยบายที่เคยติดขัดในช่วงรอยต่อทางการเมืองให้กลับมาเดินหน้าได้ทันทีสำหรับ โครงการคนละครึ่ง พลัส ระยะ(เฟส) 2 ถือเป็นนโยบายที่มีความชัดเจนของพรรคภูมิใจไทย และเชื่อว่าจะต้องมีการดำเนินการอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม รูปแบบ รายละเอียด และแนวทางปฏิบัติ ยังต้องรอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่เข้ามาให้ความชัดเจนโดยประเมินว่าโครงการคนละครึ่ง จะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยการเดินหน้าโครงการช่วงปลายปี 2568 สามารถกระตุ้นจีดีพีได้กว่าร้อยละ 0.3ส่วนการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ กระทรวงการคลังได้เตรียมการไว้หมดแล้ว หากรัฐบาลใหม่มีความพร้อม หรือรัฐบาลอยากปรับหลักการก็ดำเนินการได้ หากไม่ผิดหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) สำหรับเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะมีผลบังคับใช้ล่าช้าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกระบวนการ หากกกต. รับรองผลการเลือกตั้งได้เร็วสูงสุดที่ 60 วัน ก็จะมีประโยชน์ต่อการเดินหน้าจัดทำงบประมาณปี 70 แต่ที่ผ่านมา กกต. ใช้เวลาถึง 60 วันเต็ม จึงทำให้หลังจากเลือกตั้งเสร็จต้องรอไปกว่า 2 เดือนขณะที่การเดินหน้า โครงการบัญชีออมเพื่อการลงทุนระยะยาว (TISA) นั้น เหลือเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ที่เป็นส่วนเห็นต่าง แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หลักการเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการส่งเสริมการออมระยะยาว และเป็นทางเลือกผู้ที่จะออม โดยร้อยละ 10 ที่เหลืออยู่นั้น จะต้องไปปรับหลักเกณฑ์ให้ได้รับการยอมรับสำหรับทุกฝ่าย
อ่านต่อ >34

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
หลังเกิดเหตุ พลเรือโท วีรุดม ม่วงจีน ผอ.ศรชล.ภาค 3 ประชุมบูรณาการกำลังทุกหน่วยงาน ดำเนินการแก้ไขปัญหาใน เบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยการปฏิบัติการตามมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำมันที่รั่วไหลจากเรือสู่ทะเลและย้อนกลับเข้าสู่ชายฝั่ง นำเรือยางเข้าผูกยึดตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อป้องกันการกระจัดกระจายไปยังพื้นที่อื่น เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม และจากการใช้อากาศยานบินสำรวจ พบการรั่วไหลของน้ำมันในทะเลเป็นแนวยาวประมาณ 4.5 ไมล์ กว้างประมาณ 1 ไมล์ โดยทิศทางการไหลมุ่งไปทางทิศตะวันตก และยังไม่พบว่าคราบน้ำมันเข้าสู่ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ตอย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นพบว่าจุดที่เรือจมมีความลึกประมาณ 40 เมตร ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการเดินเรือ แต่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องทำสัญลักษณ์เพื่อแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้น ส่วนเจ้าของเรือจะต้องมีการกู้เรือขึ้นมา ซึ่งเท่าที่ทราบในเรือมีน้ำมันเตาประมาณ 98 ตัน และ มารีน ดีเซล ออยล์ ประมาณ 32 ตัน จุดนี้จะต้องมีการตรวจสอบและป้องกันไม่ให้น้ำมันรั่ว เพราะจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ด้าน นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ มอบหมายให้ทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ติดตามผลกระทบ พบว่า ในจำนวนตู้สินค้าทั้งหมด มีตู้บรรจุวัตถุอันตราย 14 ตู้ ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ กลุ่มของเหลวไวไฟ (Class 3) เช่น เอทิลอะซิเตต หากรั่วไหลจะลอยที่ผิวน้ำ เสี่ยงต่อการลุกไหม้และคราบสกปรกชายหาด / กลุ่มสารกัดกร่อน (Class 8) กรดอะซิติก (Acetic Acid) หากรั่วไหลอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัตว์น้ำและปะการัง / กลุ่มสารออกซิไดซ์ (Class 5.1) ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งหากผสมกับสารไวไฟอาจทำให้เกิดการระเบิดหรือไฟไหม้ได้ แต่ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสินค้าอันตรายส่วนใหญ่จัดอยู่ใน Packaging Group II และ III (อันตรายปานกลางถึงน้อย) ซึ่งมีการบรรจุที่แน่นหนาตามมาตรฐานสากล ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายวงกว้าง นอกจากนี้กรมเจ้าท่า ได้ออกประกาศให้ระมัดระวังการเดินเรือในบริเวณใกล้เคียงเกาะแก้วน้อย และขอให้ประชาชนในพื้นที่ราไวย์ติดตามการแจ้งเตือนอย่างใกล้ชิด หากพบเห็นคราบน้ำมันหรือสิ่งผิดปกติชายหาด สามารถแจ้งสายด่วนกรมควบคุมมลพิษได้ทันที ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์ผ่านเพจส่วนตัว Thon Thamrongnawasawat แสดงความเป็นกังวล
อ่านต่อ >47