
#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การประกาศผลโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 กลายเป็นประเด็นใหญ่ หลังตัวเลขคนผ่านเกณฑ์มีเพียงแค่ครึ่งเดียว แต่คนไม่ผ่านนั้นสูงถึง 9.3 ล้านคน ทำไมรอบนี้คนถึงหลุดสิทธิ์เยอะขนาดนี้ คนจนจริงๆ ในไทยมีเท่าไหร่กันแน่ ? ผู้สมัครเข้าร่วมลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนรอบนี้ มีมากถึง 18.8 ล้านคน แต่กลับมีผู้ผ่านคุณสมบัติเพียง 9.5 ล้านคน ในขณะที่มีคนไม่ผ่านนั้นมากถึง 9.3 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด เหตุผลหลักที่ทำให้ยอดผู้ถูกตัดสิทธิ์สูงมาจากการที่รัฐบาลยกระดับมาตรการคัดกรองให้มีความเข้มงวดและโปร่งใสมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการตรวจสอบแบบเดิมมาเป็นการใช้ระบบ Big Data ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 40 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากกรมสรรพากร กรมที่ดิน สถาบันการเงิน บัตรเครดิต รวมถึงบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (บูโร) และกลุ่ม Non-bank ที่ช่วยให้รัฐสามารถตรวจจับผู้ที่มีรายได้หรือทรัพย์สินแฝง ซึ่งในอดีตอาจเล็ดลอดการคัดกรองไปได้นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการจำกัดงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้ไปถึงมือ กลุ่มคนที่ลำบากที่สุดอย่างแท้จริง เช่น ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่ไม่มีที่พึ่งทางเศรษฐกิจ การปรับปรุงระบบครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อแก้ข้อครหาที่ว่าคนไม่จนจริง แต่กลับได้รับสิทธิ์ด้วยโดยพบว่าเหตุผลต่างๆ ที่คนไม่ผ่านเกณฑ์นั้น คือมีรายได้ และทรัพย์สินที่เกินกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการมีรายได้เกิน 1 แสนบาทต่อปี ถือครองยานพาหนะ มีสถานะทางสังคมหรือวิชาชีพ การนำชื่อผู้สมัครไปใช้ลดหย่อนภาษี ทำให้ระบบจะมองว่าผู้สมัครรายนั้นมีผู้อุปการะดูแล ไปถึงรายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครัวเรือน เป็นต้น แล้วคนจนในไทยจริงๆ มีเท่าไหร่ เกณฑ์แบบไหนคือยากจน ?ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ระบุว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีคนจนจำนวน 3.43 ล้านคน หรือคิดเป็น 4.89% ของประชากรทั้งประเทศ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ 3.41%แต่ที่ตัวเลขความยากจนของสภาพัฒน์ ที่มีน้อยกว่าผู้ได้รับบัตรคนจน นั้นเป็นเพราะการใช้เกณฑ์วัดที่ต่างกัน เส้นความยากจนของสภาพัฒน์นั้น วัดจากค่าใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคพื้นฐานเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยในปี 2567 กำหนดไว้ที่ประมาณ 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน หรือประมาณ 38,000 บาทต่อปีขณะที
อ่านต่อ >23

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เพจเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรม แจ้งว่า เกิดการระเบิดภายในปั๊มแก๊สแห่งหนึ่งพื้นที่ ตำบลบ่อวิน ติดถนนสาย 331 ยังไม่ทราบผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่เบื้องต้นรับแจ้งจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่ามีช่างที่ทำงานติดอยู่ในซากปรักหักพังรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเข้าพื้นที่ รอตัดกระแสไฟและค้นหาผู้บาดเจ็บ
อ่านต่อ >18

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจแห่งอนาคต ความมั่นคง วันนี้ (จันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569) เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถินกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (เร็วกว่าไทย 1 ชวโมง) ณ ห้อง East Hall ชัน 1 มหาศาลาประชาชน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ AI และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ และส่งเสริมสันติภาพความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคนายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า ไทยและจีนเพิ่งรวมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อร่วมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ภูมิภาคและประชาคมโลกนายกรัฐมนตรีไทยกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนที่ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการอย่างสมพระเกียรติ พร้อมยืนยันไทยสนับสนุนจีนเป็นเจ้าภาพเอเปค และจะเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ณ นครเซินเจิ้น เดือนพฤศจิกายนนี้ 5 ประเด็นความร่วมมือหลักนายกรัฐมนตรีเสนอเร่งผลักดันความร่วมมือใน 3 สาขาหลัก และเห็นพ้องอีก 2 ด้าน ดังนี้1. การค้าและการลงทุน ไทยขอให้จีนเพิ่มนำเข้าผลไม้และอาหารแปรรูปคุณภาพสูงจากไทย ยินดีต้อนรับการลงทุนคณภาพจากจีนที่ช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงานไทย และปฏิบัติตามกฎหมายไทย พร้อมเร่งรัดการจัดทำ FTA เพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต2. การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ยืนยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จตามกำหนดปี 2573 พร้อมเตรียมระยะที่ 2 และผลักดันสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 รวมถึงเส้นทางรถไฟเชียงของ-นาเตย-โม่ฮัน เชื่อมโยงจีนตอนใต้ ไทย ลาว มาเลเซย และสิงคโปร์3. ความมั่นคง เห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือด้านการต่างประเทศและกลาโหมไทย-จ
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ยอดนักท่องเที่ยวเข้าไทยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (12-18 ก.ค. 69) ว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทย ยังคงมีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ทรงตัวในระดับใกล้เคียงสัปดาห์ก่อนขณะเดียวกัน ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) ของประเทศจีน และไต้หวัน ประกอบกับการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในหลายเส้นทาง ได้แก่ เส้นทาง Shenzhen-Phuket ที่เพิ่มจาก 3 เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ การเปิดเส้นทาง Dubai-Bangkok (Don Mueang) ของสายการบิน flydubai ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการเชื่อมต่อเที่ยวบินสำหรับนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลผ่านเครือข่าย Emirates/flydubai รวมถึงการเปิดเส้นทาง Amsterdam-Suvarnabhumi ของการบินไทย นอกจากนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวไต้หวันยังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ภายหลังสถานการณ์พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ (Bavi) คลี่คลาย ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวไต้หวันเดินทางเข้าไทย 25,201 คน เพิ่มขึ้น 50.74% จากสัปดาห์ก่อน ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4 จากอันดับ 7 ของสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ 585,189 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 22,735 คน เพิ่มขึ้น 4.04% คิดเป็นนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 83,598 คนต่อวัน โดยเมื่อจำแนกตามกลุ่มตลาด พบว่า กลุ่มตลาดระยะใกล้มีนักท่องเที่ยว 382,072 คน เพิ่มขึ้น 6.00% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกล มีจำนวน 203,117 คน เพิ่มขึ้น 0.56%นักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 107,875 คน มาเลเซีย 63,181 คน อินเดีย 35,114 คน ไต้หวัน 25,201 คน และสหรัฐอเมริกา 20,461 คน“นักท่องเที่ยวจีน อินเดีย ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 8.27% 3.82% 50.74% และ 3.57% ตามลำดับ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ลดลง 17.82% จากสัปดาห์ก่อน” นายสุรศักดิ์ ระบุ สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (19-25 ก.ค. 69) คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) และจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น เขียนโปรยข่าว
อ่านต่อ >13

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การประกาศผลโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 กลายเป็นประเด็นใหญ่ หลังตัวเลขคนผ่านเกณฑ์มีเพียงแค่ครึ่งเดียว แต่คนไม่ผ่านนั้นสูงถึง 9.3 ล้านคน ทำไมรอบนี้คนถึงหลุดสิทธิ์เยอะขนาดนี้ คนจนจริงๆ ในไทยมีเท่าไหร่กันแน่ ? ผู้สมัครเข้าร่วมลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนรอบนี้ มีมากถึง 18.8 ล้านคน แต่กลับมีผู้ผ่านคุณสมบัติเพียง 9.5 ล้านคน ในขณะที่มีคนไม่ผ่านนั้นมากถึง 9.3 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด เหตุผลหลักที่ทำให้ยอดผู้ถูกตัดสิทธิ์สูงมาจากการที่รัฐบาลยกระดับมาตรการคัดกรองให้มีความเข้มงวดและโปร่งใสมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการตรวจสอบแบบเดิมมาเป็นการใช้ระบบ Big Data ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 40 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากกรมสรรพากร กรมที่ดิน สถาบันการเงิน บัตรเครดิต รวมถึงบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (บูโร) และกลุ่ม Non-bank ที่ช่วยให้รัฐสามารถตรวจจับผู้ที่มีรายได้หรือทรัพย์สินแฝง ซึ่งในอดีตอาจเล็ดลอดการคัดกรองไปได้นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการจำกัดงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้ไปถึงมือ กลุ่มคนที่ลำบากที่สุดอย่างแท้จริง เช่น ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่ไม่มีที่พึ่งทางเศรษฐกิจ การปรับปรุงระบบครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อแก้ข้อครหาที่ว่าคนไม่จนจริง แต่กลับได้รับสิทธิ์ด้วยโดยพบว่าเหตุผลต่างๆ ที่คนไม่ผ่านเกณฑ์นั้น คือมีรายได้ และทรัพย์สินที่เกินกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการมีรายได้เกิน 1 แสนบาทต่อปี ถือครองยานพาหนะ มีสถานะทางสังคมหรือวิชาชีพ การนำชื่อผู้สมัครไปใช้ลดหย่อนภาษี ทำให้ระบบจะมองว่าผู้สมัครรายนั้นมีผู้อุปการะดูแล ไปถึงรายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครัวเรือน เป็นต้น แล้วคนจนในไทยจริงๆ มีเท่าไหร่ เกณฑ์แบบไหนคือยากจน ?ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ระบุว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีคนจนจำนวน 3.43 ล้านคน หรือคิดเป็น 4.89% ของประชากรทั้งประเทศ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ 3.41%แต่ที่ตัวเลขความยากจนของสภาพัฒน์ ที่มีน้อยกว่าผู้ได้รับบัตรคนจน นั้นเป็นเพราะการใช้เกณฑ์วัดที่ต่างกัน เส้นความยากจนของสภาพัฒน์นั้น วัดจากค่าใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคพื้นฐานเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยในปี 2567 กำหนดไว้ที่ประมาณ 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน หรือประมาณ 38,000 บาทต่อปีขณะที
อ่านต่อ >23

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
เพจเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่กู้ภัยศีลธรรม แจ้งว่า เกิดการระเบิดภายในปั๊มแก๊สแห่งหนึ่งพื้นที่ ตำบลบ่อวิน ติดถนนสาย 331 ยังไม่ทราบผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตแต่เบื้องต้นรับแจ้งจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่ามีช่างที่ทำงานติดอยู่ในซากปรักหักพังรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเข้าพื้นที่ รอตัดกระแสไฟและค้นหาผู้บาดเจ็บ
อ่านต่อ >18

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
เดินหน้าความร่วมมือเศรษฐกิจแห่งอนาคต ความมั่นคง วันนี้ (จันทร์ที่ 20 กรกฎาคม 2569) เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถินกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (เร็วกว่าไทย 1 ชวโมง) ณ ห้อง East Hall ชัน 1 มหาศาลาประชาชน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือแบบเต็มคณะกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นยกระดับความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านไทย-จีน ครอบคลุมการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีแห่งอนาคต ความมั่นคง การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การท่องเที่ยว และการค้าการลงทุนสมัยใหม่ อาทิ AI และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่ประชาชนทั้งสองประเทศ และส่งเสริมสันติภาพความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคนายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า ไทยและจีนเพิ่งรวมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปีที่ผ่านมา จึงจำเป็นต้องกระชับความร่วมมือให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อร่วมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองแก่ภูมิภาคและประชาคมโลกนายกรัฐมนตรีไทยกล่าวขอบคุณรัฐบาลจีนที่ถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการอย่างสมพระเกียรติ พร้อมยืนยันไทยสนับสนุนจีนเป็นเจ้าภาพเอเปค และจะเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ณ นครเซินเจิ้น เดือนพฤศจิกายนนี้ 5 ประเด็นความร่วมมือหลักนายกรัฐมนตรีเสนอเร่งผลักดันความร่วมมือใน 3 สาขาหลัก และเห็นพ้องอีก 2 ด้าน ดังนี้1. การค้าและการลงทุน ไทยขอให้จีนเพิ่มนำเข้าผลไม้และอาหารแปรรูปคุณภาพสูงจากไทย ยินดีต้อนรับการลงทุนคณภาพจากจีนที่ช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ ถ่ายทอดเทคโนโลยี ยกระดับทักษะแรงงานไทย และปฏิบัติตามกฎหมายไทย พร้อมเร่งรัดการจัดทำ FTA เพื่อประโยชน์ต่อนักลงทุนที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต2. การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ยืนยันเดินหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ให้แล้วเสร็จตามกำหนดปี 2573 พร้อมเตรียมระยะที่ 2 และผลักดันสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 รวมถึงเส้นทางรถไฟเชียงของ-นาเตย-โม่ฮัน เชื่อมโยงจีนตอนใต้ ไทย ลาว มาเลเซย และสิงคโปร์3. ความมั่นคง เห็นพ้องจัดตั้งกลไกหารือด้านการต่างประเทศและกลาโหมไทย-จ
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ยอดนักท่องเที่ยวเข้าไทยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (12-18 ก.ค. 69) ว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทย ยังคงมีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ทรงตัวในระดับใกล้เคียงสัปดาห์ก่อนขณะเดียวกัน ยังได้รับแรงสนับสนุนจากการปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) ของประเทศจีน และไต้หวัน ประกอบกับการเพิ่มความถี่เที่ยวบินในหลายเส้นทาง ได้แก่ เส้นทาง Shenzhen-Phuket ที่เพิ่มจาก 3 เป็น 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ การเปิดเส้นทาง Dubai-Bangkok (Don Mueang) ของสายการบิน flydubai ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในการเชื่อมต่อเที่ยวบินสำหรับนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกลผ่านเครือข่าย Emirates/flydubai รวมถึงการเปิดเส้นทาง Amsterdam-Suvarnabhumi ของการบินไทย นอกจากนี้ ตลาดนักท่องเที่ยวไต้หวันยังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ภายหลังสถานการณ์พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ (Bavi) คลี่คลาย ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวไต้หวันเดินทางเข้าไทย 25,201 คน เพิ่มขึ้น 50.74% จากสัปดาห์ก่อน ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4 จากอันดับ 7 ของสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ 585,189 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 22,735 คน เพิ่มขึ้น 4.04% คิดเป็นนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 83,598 คนต่อวัน โดยเมื่อจำแนกตามกลุ่มตลาด พบว่า กลุ่มตลาดระยะใกล้มีนักท่องเที่ยว 382,072 คน เพิ่มขึ้น 6.00% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่กลุ่มตลาดระยะไกล มีจำนวน 203,117 คน เพิ่มขึ้น 0.56%นักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 107,875 คน มาเลเซีย 63,181 คน อินเดีย 35,114 คน ไต้หวัน 25,201 คน และสหรัฐอเมริกา 20,461 คน“นักท่องเที่ยวจีน อินเดีย ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 8.27% 3.82% 50.74% และ 3.57% ตามลำดับ ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ลดลง 17.82% จากสัปดาห์ก่อน” นายสุรศักดิ์ ระบุ สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (19-25 ก.ค. 69) คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน (Summer Holiday) และจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น เขียนโปรยข่าว
อ่านต่อ >13

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
การประกาศผลโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 กลายเป็นประเด็นใหญ่ หลังตัวเลขคนผ่านเกณฑ์มีเพียงแค่ครึ่งเดียว แต่คนไม่ผ่านนั้นสูงถึง 9.3 ล้านคน ทำไมรอบนี้คนถึงหลุดสิทธิ์เยอะขนาดนี้ คนจนจริงๆ ในไทยมีเท่าไหร่กันแน่ ? ผู้สมัครเข้าร่วมลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนรอบนี้ มีมากถึง 18.8 ล้านคน แต่กลับมีผู้ผ่านคุณสมบัติเพียง 9.5 ล้านคน ในขณะที่มีคนไม่ผ่านนั้นมากถึง 9.3 ล้านคน หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด เหตุผลหลักที่ทำให้ยอดผู้ถูกตัดสิทธิ์สูงมาจากการที่รัฐบาลยกระดับมาตรการคัดกรองให้มีความเข้มงวดและโปร่งใสมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการตรวจสอบแบบเดิมมาเป็นการใช้ระบบ Big Data ที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 40 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากกรมสรรพากร กรมที่ดิน สถาบันการเงิน บัตรเครดิต รวมถึงบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (บูโร) และกลุ่ม Non-bank ที่ช่วยให้รัฐสามารถตรวจจับผู้ที่มีรายได้หรือทรัพย์สินแฝง ซึ่งในอดีตอาจเล็ดลอดการคัดกรองไปได้นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการจำกัดงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้ไปถึงมือ กลุ่มคนที่ลำบากที่สุดอย่างแท้จริง เช่น ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงหรือผู้ที่ไม่มีที่พึ่งทางเศรษฐกิจ การปรับปรุงระบบครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อแก้ข้อครหาที่ว่าคนไม่จนจริง แต่กลับได้รับสิทธิ์ด้วยโดยพบว่าเหตุผลต่างๆ ที่คนไม่ผ่านเกณฑ์นั้น คือมีรายได้ และทรัพย์สินที่เกินกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการมีรายได้เกิน 1 แสนบาทต่อปี ถือครองยานพาหนะ มีสถานะทางสังคมหรือวิชาชีพ การนำชื่อผู้สมัครไปใช้ลดหย่อนภาษี ทำให้ระบบจะมองว่าผู้สมัครรายนั้นมีผู้อุปการะดูแล ไปถึงรายได้เฉลี่ยของสมาชิกในครัวเรือน เป็นต้น แล้วคนจนในไทยจริงๆ มีเท่าไหร่ เกณฑ์แบบไหนคือยากจน ?ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ระบุว่าในปี 2567 ประเทศไทยมีคนจนจำนวน 3.43 ล้านคน หรือคิดเป็น 4.89% ของประชากรทั้งประเทศ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ 3.41%แต่ที่ตัวเลขความยากจนของสภาพัฒน์ ที่มีน้อยกว่าผู้ได้รับบัตรคนจน นั้นเป็นเพราะการใช้เกณฑ์วัดที่ต่างกัน เส้นความยากจนของสภาพัฒน์นั้น วัดจากค่าใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคพื้นฐานเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยในปี 2567 กำหนดไว้ที่ประมาณ 3,078 บาทต่อคนต่อเดือน หรือประมาณ 38,000 บาทต่อปีขณะที
อ่านต่อ >23