
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ความคืบหน้าถนนประชาธิปกทรุดจากเหตุน้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการ เคลื่อนย้ายคานสะพานลอย เพื่อเปิดพื้นที่ให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนาดใหญ่เข้าปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาพื้นถนนทรุดตัวและน้ำรั่วซึมภายในอุโมงค์โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคาดว่าการเคลื่อนย้ายจะแล้วเสร็จภายในช่วงเช้ามืดของวันนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุ นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ใช้รถเครนขนาด 150 ตัน และ 500 ตัน ยกคานสะพานลอยด้านบนจำนวน 2 ชิ้นออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้เครื่องจักรหนักเข้าไปสนับสนุนการอุดรอยรั่วและซ่อมแซมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน อย่างไรก็ตาม การนำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากวิศวกรประเมินว่าพื้นผิวถนนบริเวณดังกล่าวเกิดการทรุดตัวแล้วด้านนายสิริพงศ์ กล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่จะพบ รอยร้าวใหม่ห่างจากแนวกั้นเดิมประมาณ 3 เมตร แต่ผลการติดตามล่าสุดพบว่า ระดับการทรุดตัวของพื้นผิวถนนยังคงอยู่ที่ประมาณ 8 เซนติเมตร และยังไม่มีแนวโน้มทรุดตัวเพิ่ม โดยรอยร้าวที่พบเป็นไปตามพฤติกรรมของดินหลังเกิดการทรุดตัว ประกอบกับบริเวณดังกล่าวยังมีการสัญจรของยานพาหนะ ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนตามปกติขณะที่ นายธเนศ วีระศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ขยายแนวปิดกั้นพื้นที่เพิ่มเติม หลังพบรอยแตกร้าวมีความชัดเจนมากขึ้น โดยจะติดตามตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในวันนี้ หากพบว่ารอยร้าวขยายตัวเพิ่มเติม จะหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินผลกระทบและกำหนดมาตรการที่เหมาะสม นายธเนศยืนยันว่า จุดที่พบรอยร้าวยังอยู่ภายใน รัศมีเฝ้าระวัง 30 เมตร และอยู่ห่างจากแนวปิดกั้นเดิมประมาณ 2-3 เมตร พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ ผลการสำรวจอาคารโดยรอบล่าสุด ยังไม่พบการเอียงตัวเพิ่มขึ้น โดยการเคลื่อนตัวของอาคารหยุดลงตั้งแต่คืนก่อนหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของชั้นดินและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมในอุโมงค์อย่างต่อเนื
อ่านต่อ >27

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการดำเนินงานของจุดตรวจตำรวจทั่วประเทศในช่วง 9 เดือน ระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 โดยระบุว่า จุดตรวจยังคงเป็นมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผลการปฏิบัติงานตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้กว่า 25,000 กระบอก ช่วยสกัดกั้นการนำอาวุธไปใช้ก่อเหตุผิดกฎหมาย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานเมาแล้วขับได้กว่า 75,000 ราย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน สะท้อนการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า การตั้งจุดตรวจมีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะที่มีเหตุอันควรสงสัย รวมถึงบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมและอุบัติเหตุ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เมื่อผ่านจุดตรวจ โดยย้ำแนวคิด "เรียกหยุดเพราะห่วงใย ตรวจเพื่อป้องกันภัย" เพื่อร่วมกันลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
อ่านต่อ >17

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ไม่เข้าไทย แต่ส่งผลมรสุมแรง ฝนหนักหลายพื้นที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 6 เรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11-15 กรกฎาคม 2569แม้ว่าศูนย์กลางของพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ (Bavi) จะอยู่บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน และมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน โดยไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่พายุลูกนี้ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ของไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ สำหรับวันที่ 11-14 กรกฎาคม มีพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักใน 30 จังหวัด โดยจังหวัดที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้แก่ ระนอง พังงา กาญจนบุรี จันทบุรี และตราดด้านสภาพทะเล กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 4 เมตร ขณะที่อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร จึงขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดย นางสาวพลอยทะเล ลักษีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่เสี่ยง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ตลอดช่วงวันที่ 11-15 กรกฎาคมพร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตก ถ้ำ และถ้ำลอด หากประเมินแล้วมีความเสี่ยง ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดพื้นที่ทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือและชาวเรือให้เพิ่มความระมัดระวังนอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนอพยพและจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้เพียงพอ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อรองรับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมในช่วงเวลาดังกล่าว
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ทางการสเปนยังคงระดมกำลังควบคุมไฟป่ารุนแรงในจังหวัดอัลเมเรีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยเมื่อวันศุกร์ เครื่องบินบรรทุกน้ำดับเพลิงของกองทัพอากาศและอวกาศสเปนยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดการลุกลามของเปลวไฟที่กำลังเผาผลาญพื้นที่ป่าอย่างหนัก นอกจากนี้ ทางการยังระดมอากาศยานมากกว่า 20 ลำ ทั้งเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินดับเพลิงขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการภาคพื้นดิน ซึ่งกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดและลมแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมเพลิง เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 23 คน นับเป็นหนึ่งในเหตุไฟป่าที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสเปนทางการแคว้นอันดาลูเซียระบุว่า ผู้เสียชีวิตหลายรายเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ให้หลบภัยอยู่ในสถานที่ปลอดภัย แต่เลือกขับรถหลบหนี ขณะที่ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วใกล้เมือง ลอส กายาร์ดอส (Los Gallardos)ผู้เสียชีวิต 4 รายในรถยนต์คันหนึ่งคาดว่าเป็นชาวอังกฤษ เนื่องจากรถใช้พวงมาลัยขวา นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตอีก 8 ราย หลังจากทิ้งรถและพยายามหลบหนีด้วยการเดินเท้าตามเส้นทางที่ไม่ได้อยู่ในแผนอพยพ ศพที่ถูกไฟไหม้จำนวนมากยังไม่สามารถยืนยันอัตลักษณ์ได้ และจำเป็นต้องใช้การตรวจพิสูจน์ด้วย ดีเอ็นเอ (DNA) ฮวน มานูเอล โมเรโน ผู้นำรัฐบาลแคว้นอันดาลูเซีย กล่าวว่า ไฟป่าครั้งนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ลุกลามรวดเร็วและมีความซับซ้อนมากที่สุดในรอบหลายปี โดยเปรียบเทียบว่าเปลวไฟแพร่กระจาย "รวดเร็วราวกับดินปืน" และได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 18,750 ไร่ขณะเดียวกัน การพยากรณ์อากาศคาดว่า กระแสลมที่จะแรงขึ้นจะยิ่งทำให้การควบคุมไฟป่าเป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้นผู้เชี่ยวชาญระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับสภาพอากาศแห้งแล้งและลมแรง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟป่าในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ความคืบหน้าถนนประชาธิปกทรุดจากเหตุน้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการ เคลื่อนย้ายคานสะพานลอย เพื่อเปิดพื้นที่ให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนาดใหญ่เข้าปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาพื้นถนนทรุดตัวและน้ำรั่วซึมภายในอุโมงค์โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคาดว่าการเคลื่อนย้ายจะแล้วเสร็จภายในช่วงเช้ามืดของวันนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุ นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ใช้รถเครนขนาด 150 ตัน และ 500 ตัน ยกคานสะพานลอยด้านบนจำนวน 2 ชิ้นออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้เครื่องจักรหนักเข้าไปสนับสนุนการอุดรอยรั่วและซ่อมแซมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน อย่างไรก็ตาม การนำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากวิศวกรประเมินว่าพื้นผิวถนนบริเวณดังกล่าวเกิดการทรุดตัวแล้วด้านนายสิริพงศ์ กล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่จะพบ รอยร้าวใหม่ห่างจากแนวกั้นเดิมประมาณ 3 เมตร แต่ผลการติดตามล่าสุดพบว่า ระดับการทรุดตัวของพื้นผิวถนนยังคงอยู่ที่ประมาณ 8 เซนติเมตร และยังไม่มีแนวโน้มทรุดตัวเพิ่ม โดยรอยร้าวที่พบเป็นไปตามพฤติกรรมของดินหลังเกิดการทรุดตัว ประกอบกับบริเวณดังกล่าวยังมีการสัญจรของยานพาหนะ ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนตามปกติขณะที่ นายธเนศ วีระศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ขยายแนวปิดกั้นพื้นที่เพิ่มเติม หลังพบรอยแตกร้าวมีความชัดเจนมากขึ้น โดยจะติดตามตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในวันนี้ หากพบว่ารอยร้าวขยายตัวเพิ่มเติม จะหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินผลกระทบและกำหนดมาตรการที่เหมาะสม นายธเนศยืนยันว่า จุดที่พบรอยร้าวยังอยู่ภายใน รัศมีเฝ้าระวัง 30 เมตร และอยู่ห่างจากแนวปิดกั้นเดิมประมาณ 2-3 เมตร พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ ผลการสำรวจอาคารโดยรอบล่าสุด ยังไม่พบการเอียงตัวเพิ่มขึ้น โดยการเคลื่อนตัวของอาคารหยุดลงตั้งแต่คืนก่อนหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของชั้นดินและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมในอุโมงค์อย่างต่อเนื
อ่านต่อ >27

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยผลการดำเนินงานของจุดตรวจตำรวจทั่วประเทศในช่วง 9 เดือน ระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 โดยระบุว่า จุดตรวจยังคงเป็นมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผลการปฏิบัติงานตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอาวุธปืนได้กว่า 25,000 กระบอก ช่วยสกัดกั้นการนำอาวุธไปใช้ก่อเหตุผิดกฎหมาย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานเมาแล้วขับได้กว่า 75,000 ราย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน สะท้อนการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า การตั้งจุดตรวจมีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะที่มีเหตุอันควรสงสัย รวมถึงบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมและอุบัติเหตุ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เมื่อผ่านจุดตรวจ โดยย้ำแนวคิด "เรียกหยุดเพราะห่วงใย ตรวจเพื่อป้องกันภัย" เพื่อร่วมกันลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
อ่านต่อ >17

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ไม่เข้าไทย แต่ส่งผลมรสุมแรง ฝนหนักหลายพื้นที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 6 เรื่องคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน รวมถึงฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11-15 กรกฎาคม 2569แม้ว่าศูนย์กลางของพายุไต้ฝุ่น บาหวี่ (Bavi) จะอยู่บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของไต้หวัน และมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน โดยไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่พายุลูกนี้ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่ของไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ สำหรับวันที่ 11-14 กรกฎาคม มีพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักใน 30 จังหวัด โดยจังหวัดที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้แก่ ระนอง พังงา กาญจนบุรี จันทบุรี และตราดด้านสภาพทะเล กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ระหว่างวันที่ 11-15 กรกฎาคม ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นอาจสูงมากกว่า 4 เมตร ขณะที่อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง มีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร จึงขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดย นางสาวพลอยทะเล ลักษีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่เสี่ยง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ตลอดช่วงวันที่ 11-15 กรกฎาคมพร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตก ถ้ำ และถ้ำลอด หากประเมินแล้วมีความเสี่ยง ให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดพื้นที่ทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงแจ้งเตือนผู้ประกอบการเดินเรือและชาวเรือให้เพิ่มความระมัดระวังนอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนอพยพและจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้เพียงพอ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อรองรับประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมในช่วงเวลาดังกล่าว
อ่านต่อ >12

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ทางการสเปนยังคงระดมกำลังควบคุมไฟป่ารุนแรงในจังหวัดอัลเมเรีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ โดยเมื่อวันศุกร์ เครื่องบินบรรทุกน้ำดับเพลิงของกองทัพอากาศและอวกาศสเปนยังคงปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดการลุกลามของเปลวไฟที่กำลังเผาผลาญพื้นที่ป่าอย่างหนัก นอกจากนี้ ทางการยังระดมอากาศยานมากกว่า 20 ลำ ทั้งเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินดับเพลิงขนาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการภาคพื้นดิน ซึ่งกำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดและลมแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการควบคุมเพลิง เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 12 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 23 คน นับเป็นหนึ่งในเหตุไฟป่าที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสเปนทางการแคว้นอันดาลูเซียระบุว่า ผู้เสียชีวิตหลายรายเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ให้หลบภัยอยู่ในสถานที่ปลอดภัย แต่เลือกขับรถหลบหนี ขณะที่ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วใกล้เมือง ลอส กายาร์ดอส (Los Gallardos)ผู้เสียชีวิต 4 รายในรถยนต์คันหนึ่งคาดว่าเป็นชาวอังกฤษ เนื่องจากรถใช้พวงมาลัยขวา นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตอีก 8 ราย หลังจากทิ้งรถและพยายามหลบหนีด้วยการเดินเท้าตามเส้นทางที่ไม่ได้อยู่ในแผนอพยพ ศพที่ถูกไฟไหม้จำนวนมากยังไม่สามารถยืนยันอัตลักษณ์ได้ และจำเป็นต้องใช้การตรวจพิสูจน์ด้วย ดีเอ็นเอ (DNA) ฮวน มานูเอล โมเรโน ผู้นำรัฐบาลแคว้นอันดาลูเซีย กล่าวว่า ไฟป่าครั้งนี้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ลุกลามรวดเร็วและมีความซับซ้อนมากที่สุดในรอบหลายปี โดยเปรียบเทียบว่าเปลวไฟแพร่กระจาย "รวดเร็วราวกับดินปืน" และได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 18,750 ไร่ขณะเดียวกัน การพยากรณ์อากาศคาดว่า กระแสลมที่จะแรงขึ้นจะยิ่งทำให้การควบคุมไฟป่าเป็นไปด้วยความยากลำบากมากขึ้นผู้เชี่ยวชาญระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับสภาพอากาศแห้งแล้งและลมแรง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟป่าในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนมีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
อ่านต่อ >18

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ความคืบหน้าถนนประชาธิปกทรุดจากเหตุน้ำรั่วซึมอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการ เคลื่อนย้ายคานสะพานลอย เพื่อเปิดพื้นที่ให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนาดใหญ่เข้าปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาพื้นถนนทรุดตัวและน้ำรั่วซึมภายในอุโมงค์โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคาดว่าการเคลื่อนย้ายจะแล้วเสร็จภายในช่วงเช้ามืดของวันนี้เมื่อคืนที่ผ่านมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุ นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ใช้รถเครนขนาด 150 ตัน และ 500 ตัน ยกคานสะพานลอยด้านบนจำนวน 2 ชิ้นออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้เครื่องจักรหนักเข้าไปสนับสนุนการอุดรอยรั่วและซ่อมแซมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน อย่างไรก็ตาม การนำเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากวิศวกรประเมินว่าพื้นผิวถนนบริเวณดังกล่าวเกิดการทรุดตัวแล้วด้านนายสิริพงศ์ กล่าวว่า แม้เจ้าหน้าที่จะพบ รอยร้าวใหม่ห่างจากแนวกั้นเดิมประมาณ 3 เมตร แต่ผลการติดตามล่าสุดพบว่า ระดับการทรุดตัวของพื้นผิวถนนยังคงอยู่ที่ประมาณ 8 เซนติเมตร และยังไม่มีแนวโน้มทรุดตัวเพิ่ม โดยรอยร้าวที่พบเป็นไปตามพฤติกรรมของดินหลังเกิดการทรุดตัว ประกอบกับบริเวณดังกล่าวยังมีการสัญจรของยานพาหนะ ซึ่งอาจทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนตามปกติขณะที่ นายธเนศ วีระศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ขยายแนวปิดกั้นพื้นที่เพิ่มเติม หลังพบรอยแตกร้าวมีความชัดเจนมากขึ้น โดยจะติดตามตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในวันนี้ หากพบว่ารอยร้าวขยายตัวเพิ่มเติม จะหารือร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินผลกระทบและกำหนดมาตรการที่เหมาะสม นายธเนศยืนยันว่า จุดที่พบรอยร้าวยังอยู่ภายใน รัศมีเฝ้าระวัง 30 เมตร และอยู่ห่างจากแนวปิดกั้นเดิมประมาณ 2-3 เมตร พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากสถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ ผลการสำรวจอาคารโดยรอบล่าสุด ยังไม่พบการเอียงตัวเพิ่มขึ้น โดยการเคลื่อนตัวของอาคารหยุดลงตั้งแต่คืนก่อนหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามการเคลื่อนตัวของชั้นดินและเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมในอุโมงค์อย่างต่อเนื
อ่านต่อ >27