
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ 14 กันยายน 2569 เป็นวันประกาศผลการพิจารณาอุทธรณ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบแรกและได้ยื่นขอทบทวนสิทธิไว้ ผู้ที่อยู่ระหว่างรอผลสามารถตรวจสอบสถานะผ่านช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนดผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ควรตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางทางการของโครงการโดยตรง เพื่อป้องกันการหลงเชื่อข้อมูลหรือเว็บไซต์ปลอมที่อาจนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ตรวจสอบคุณสมบัติอะไรบ้างการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 พิจารณาข้อมูลตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ทั้งรายได้ ทรัพย์สิน รวมถึงข้อมูลของผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัวผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบแรก สามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาคุณสมบัติอีกครั้งตามขั้นตอนที่กำหนดผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ประกาศ 14 กันยายนผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ไว้สามารถตรวจสอบ ผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ตามกำหนดการของโครงการ หากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดก่อนเริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน และผ่านการพิจารณาในรอบอุทธรณ์ จะต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร โดยสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หลังยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วส่วนผู้ที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ เนื่องจากโครงการมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว เช็กผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ช่องทางไหนผู้ที่ยื่นอุทธรณ์สามารถตรวจสอบผลผ่าน 4 ช่องทาง ที่โครงการกำหนด ได้แก่เว็บไซต์โครงการ เว็บไซต์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยดังนั้น ผู้ที่กำลังรอ ผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 สามารถเลือกตรวจสอบผ่านช่องทางที่สะดวก โดยควรใช้ช่องทางของโครงการโดยตรงระวังเว็บไซต์ปลอม เช็กบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านช่องทางทางการผู้ที่ต้องการตรวจสอบสิทธิไม่ควรคลิกลิงก์ที่ส่งต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์ หากไม่แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์ของโครงการหรือไม่ เพราะอาจเป็นเว็บไซต์ปลอมที่หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเว็บไซต์หลักของโครงการคือ w
อ่านต่อ >32

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประกาศปรับขึ้นค่าทางด่วน ประจิมรัถยา ตั้งแต่ 15 ธ.ค. นี้ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดให้ทางพิเศษประจิมรัถยาเป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ ประเภทของรถที่ต้องเสียหรือยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ และอัตราค่าผ่านทางพิเศษ พ.ศ. 2569ด้วยคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในคราวประชุมครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ได้พิจารณาตามเงื่อนไขของสัญญาสัมปทานการลงทุน ออกแบบก่อสร้าง บริหารจัดการ ให้บริการและบำรุงรักษาโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ระหว่าง บริษัทคู่สัญญาและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (ทางพิเศษประจิมรัถยา) แล้ว จึงกำหนดอัตราค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษประจิมรัถยา ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ.2550อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ.2550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดให้ทางพิเศษประจิมรัถยา เป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ ประเภทของรถที่ต้องเสียหรือยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ และอัตราค่าผ่านทางพิเศษ พ.ศ. 2569"ข้อ 2 ประกาศกระทรวงคมนาคมนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2569 เป็นต้นไปข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดให้ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร เป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ ประเภทของรถที่ต้องเสียหรือยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ และอัตราค่าผ่านทางพิเศษ พ.ศ.2564 ประกาศ ณ วันที่ 18 พ.ย.2564ข้อ 4 ให้ทางพิเศษประจิมรัถยา เป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษข้อ 5 ให้รถตามบัญชีประเภทของรถที่ต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษท้ายประกาศนี้ เป็นรถที่ต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษข้อ 6 ให้รถตามบัญชีประเภทของรถที่ได้รับการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษท้ายประกาศนี้ เป็นรถที่ได้รับการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษข้อ 7 ค่าผ่านทางพิเศษไม่เกินอัตราตามบัญชีอัตราค่าผ่านทางพิเศษท้ายประกาศนี้ข้อ 8 ผู้ใช้รถบนทางพิเศษต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษตามอัตราที่ประกาศโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ณ สถานที่จัดเก็บตามที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกำหนดข้อ 9 ผู้ใช้ทางพิเศษประจิมรัถยา ที่จะเข้าใช้ทางพิเศษศรีรัช (ทางพิเศษสายแจ้งวัฒนะ-บางโคล่ และสายพญาไท-ศรีนครินทร์) และทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางพิเศษสายดินแดง-ท่าเรือ สา
อ่านต่อ >8

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เสียงผู้ค้า-ประชาชน ลุ้น “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อเวลา หลังยอดขายขยับ 20-50%โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดการใช้จ่ายในวันที่ 30 กันยายนนี้ ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากผู้ค้าและประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งมองว่าโครงการมีส่วนช่วยกระตุ้นการจับจ่าย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ขอนแก่น ผู้ค้าชี้ยอดขายเพิ่ม 20% ลูกค้าซื้อของมากขึ้นที่ศูนย์อาหารและบริการ 3 มหาวิทยาลัยขอนแก่น กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการสะท้อนว่า ช่วงที่มีโครงการยอดขายของร้านค้าเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 เนื่องจากลูกค้ามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นและตัดสินใจซื้อสินค้าในปริมาณมากขึ้นผู้ค้าระบุว่า โครงการยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดสิ้นสุดโครงการ ก็เริ่มกังวลว่ายอดขายอาจกลับมาชะลอตัว จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปอีก 2-3 เดือน โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่มีการจับจ่ายมากขึ้นชัยนาท ยอดขายพุ่ง 50% สินค้าจำเป็นขายดีขณะที่บรรดาแม่ค้าในตลาดภาษีซุง จังหวัดชัยนาท สะท้อนว่า ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา วงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติประมาณร้อยละ 50สินค้าที่ได้รับความสนใจส่วนใหญ่เป็นของใช้จำเป็นในครัวเรือน ทั้งน้ำมันพืช ข้าวสาร และเครื่องปรุงรส สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่นำวงเงินมาใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องซื้ออยู่แล้วผู้ค้าจึงอยากให้พิจารณาขยายโครงการไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม โดยมองว่าการมีมาตรการต่อเนื่องจะช่วยรักษาสภาพคล่องของร้านค้ารายย่อย และทำให้เงินยังหมุนเวียนในพื้นที่ในช่วงปลายปี เชียงใหม่ ประชาชนเร่งใช้สิทธิ ก่อนโครงการหมดเขตส่วนบรรยากาศร้านค้าปลีกและตลาดในตัวเมืองเชียงใหม่ กลับมาคึกคักจากประชาชนที่ทยอยออกมาใช้สิทธิโครงการ เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ก่อนที่โครงการจะสิ้นสุดลงประชาชนบางส่วนระบุว่า ตั้งใจใช้วงเงินที่เหลือให้หมดก่อนพ้นกำหนด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ ขณะที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างต้องการให้มีการพิจารณาต่ออายุโครงการ เนื่องจากมองว่าในช่วงที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ มาตรการดังกล่าวช่วยให้ประชาชนตัดสินใจใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นเสียงจากหลายพื้นที่ ลุ้นมาตรการไปต่อถึงสิ้นปีเสียงสะท้อนจากขอนแก่น ชัยนาท และเชียงใหม่ มีจุดร่วมสำคัญคือ ผู้ค้าต่างเห็นว่าโครงการช่วยเพิ่มการใช้
อ่านต่อ >146

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า ช่วง 14-28 ก.ย.69 สภาพอากาศและทิศทางลมยังมีความแปรปรวน ตัวการหลักมาจากร่องมรสุมที่ยังสวิงขึ้น-ลง วันนี้เลื่อนมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ส่วนช่วงหลัง สวิงกลับขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ประกอบหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคอีสาน ฝนยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง ตกสลับหนัก-เบา อาจตกซ้ำพื้นที่เดิมอย่างในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ยังอยู่ในช่วงเตรียมการเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ช่วง 20 -24 ก.ย.69 ระบบลมยังแปรปรวน มรสุมกลับมาพัดตามปกติ และยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม. ปริมณฑล และภาคใต้ฝั่งอันดามัน ต้องระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ฝนยังไม่หมด การ์ดอย่าตก ส่วนพื้นที่ที่มีฝนน้อย ยังพอมีความหวัง แต่ใกล้ๆ เป็นช่วงท้ายๆ ของฤดูฝนแล้ว ซึ่งเป็นพฤติกรรมตามปกติของสภาพอากาศในช่วงปลายฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือและบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ทั้งพื้นที่ที่มีฝนน้อย ควรเร่งเตรียมการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า แต่พื้นที่ที่มีฝนมากต้องเร่งพร่องน้ำหรือระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง หรือน้ำรอการระบาย โดยเฉพาะใน กทม.และปริมณฑล ภาคใต้ฝั่งอันดามัน คลื่นลมแรง ชาวเรือ ชาวประมง เดินเรือด้วยความระวัง สำหรับสถานการณ์ของพายุหมุนเขตร้อน ยังเกิดขึ้นได้ทางมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ยังไม่มีแนวโน้มเข้าสู่ประเทศไทยในขณะนี้ มีเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมไทยตอนบน
อ่านต่อ >35

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ 14 กันยายน 2569 เป็นวันประกาศผลการพิจารณาอุทธรณ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบแรกและได้ยื่นขอทบทวนสิทธิไว้ ผู้ที่อยู่ระหว่างรอผลสามารถตรวจสอบสถานะผ่านช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนดผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ควรตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางทางการของโครงการโดยตรง เพื่อป้องกันการหลงเชื่อข้อมูลหรือเว็บไซต์ปลอมที่อาจนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ตรวจสอบคุณสมบัติอะไรบ้างการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 พิจารณาข้อมูลตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ทั้งรายได้ ทรัพย์สิน รวมถึงข้อมูลของผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัวผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบแรก สามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาคุณสมบัติอีกครั้งตามขั้นตอนที่กำหนดผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ประกาศ 14 กันยายนผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ไว้สามารถตรวจสอบ ผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ตามกำหนดการของโครงการ หากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดก่อนเริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน และผ่านการพิจารณาในรอบอุทธรณ์ จะต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร โดยสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หลังยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วส่วนผู้ที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ เนื่องจากโครงการมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว เช็กผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ช่องทางไหนผู้ที่ยื่นอุทธรณ์สามารถตรวจสอบผลผ่าน 4 ช่องทาง ที่โครงการกำหนด ได้แก่เว็บไซต์โครงการ เว็บไซต์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยดังนั้น ผู้ที่กำลังรอ ผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 สามารถเลือกตรวจสอบผ่านช่องทางที่สะดวก โดยควรใช้ช่องทางของโครงการโดยตรงระวังเว็บไซต์ปลอม เช็กบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านช่องทางทางการผู้ที่ต้องการตรวจสอบสิทธิไม่ควรคลิกลิงก์ที่ส่งต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์ หากไม่แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์ของโครงการหรือไม่ เพราะอาจเป็นเว็บไซต์ปลอมที่หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเว็บไซต์หลักของโครงการคือ w
อ่านต่อ >32

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ประกาศปรับขึ้นค่าทางด่วน ประจิมรัถยา ตั้งแต่ 15 ธ.ค. นี้ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดให้ทางพิเศษประจิมรัถยาเป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ ประเภทของรถที่ต้องเสียหรือยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ และอัตราค่าผ่านทางพิเศษ พ.ศ. 2569ด้วยคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในคราวประชุมครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ได้พิจารณาตามเงื่อนไขของสัญญาสัมปทานการลงทุน ออกแบบก่อสร้าง บริหารจัดการ ให้บริการและบำรุงรักษาโครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ระหว่าง บริษัทคู่สัญญาและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (ทางพิเศษประจิมรัถยา) แล้ว จึงกำหนดอัตราค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษประจิมรัถยา ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ.2550อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติการทางพิเศษแห่งประเทศไทย พ.ศ.2550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า "ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดให้ทางพิเศษประจิมรัถยา เป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ ประเภทของรถที่ต้องเสียหรือยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ และอัตราค่าผ่านทางพิเศษ พ.ศ. 2569"ข้อ 2 ประกาศกระทรวงคมนาคมนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2569 เป็นต้นไปข้อ 3 ให้ยกเลิกประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดให้ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร เป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ ประเภทของรถที่ต้องเสียหรือยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ และอัตราค่าผ่านทางพิเศษ พ.ศ.2564 ประกาศ ณ วันที่ 18 พ.ย.2564ข้อ 4 ให้ทางพิเศษประจิมรัถยา เป็นทางต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษข้อ 5 ให้รถตามบัญชีประเภทของรถที่ต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษท้ายประกาศนี้ เป็นรถที่ต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษข้อ 6 ให้รถตามบัญชีประเภทของรถที่ได้รับการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษท้ายประกาศนี้ เป็นรถที่ได้รับการยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษข้อ 7 ค่าผ่านทางพิเศษไม่เกินอัตราตามบัญชีอัตราค่าผ่านทางพิเศษท้ายประกาศนี้ข้อ 8 ผู้ใช้รถบนทางพิเศษต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษตามอัตราที่ประกาศโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ณ สถานที่จัดเก็บตามที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกำหนดข้อ 9 ผู้ใช้ทางพิเศษประจิมรัถยา ที่จะเข้าใช้ทางพิเศษศรีรัช (ทางพิเศษสายแจ้งวัฒนะ-บางโคล่ และสายพญาไท-ศรีนครินทร์) และทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางพิเศษสายดินแดง-ท่าเรือ สา
อ่านต่อ >8

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เสียงผู้ค้า-ประชาชน ลุ้น “ไทยช่วยไทยพลัส” ต่อเวลา หลังยอดขายขยับ 20-50%โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนสิ้นสุดการใช้จ่ายในวันที่ 30 กันยายนนี้ ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากผู้ค้าและประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งมองว่าโครงการมีส่วนช่วยกระตุ้นการจับจ่าย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ขอนแก่น ผู้ค้าชี้ยอดขายเพิ่ม 20% ลูกค้าซื้อของมากขึ้นที่ศูนย์อาหารและบริการ 3 มหาวิทยาลัยขอนแก่น กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่เข้าร่วมโครงการสะท้อนว่า ช่วงที่มีโครงการยอดขายของร้านค้าเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20 เนื่องจากลูกค้ามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นและตัดสินใจซื้อสินค้าในปริมาณมากขึ้นผู้ค้าระบุว่า โครงการยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อใกล้ถึงกำหนดสิ้นสุดโครงการ ก็เริ่มกังวลว่ายอดขายอาจกลับมาชะลอตัว จึงอยากให้ภาครัฐพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปอีก 2-3 เดือน โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่มีการจับจ่ายมากขึ้นชัยนาท ยอดขายพุ่ง 50% สินค้าจำเป็นขายดีขณะที่บรรดาแม่ค้าในตลาดภาษีซุง จังหวัดชัยนาท สะท้อนว่า ตลอดช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา วงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นจากช่วงปกติประมาณร้อยละ 50สินค้าที่ได้รับความสนใจส่วนใหญ่เป็นของใช้จำเป็นในครัวเรือน ทั้งน้ำมันพืช ข้าวสาร และเครื่องปรุงรส สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่นำวงเงินมาใช้กับสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องซื้ออยู่แล้วผู้ค้าจึงอยากให้พิจารณาขยายโครงการไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม โดยมองว่าการมีมาตรการต่อเนื่องจะช่วยรักษาสภาพคล่องของร้านค้ารายย่อย และทำให้เงินยังหมุนเวียนในพื้นที่ในช่วงปลายปี เชียงใหม่ ประชาชนเร่งใช้สิทธิ ก่อนโครงการหมดเขตส่วนบรรยากาศร้านค้าปลีกและตลาดในตัวเมืองเชียงใหม่ กลับมาคึกคักจากประชาชนที่ทยอยออกมาใช้สิทธิโครงการ เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ก่อนที่โครงการจะสิ้นสุดลงประชาชนบางส่วนระบุว่า ตั้งใจใช้วงเงินที่เหลือให้หมดก่อนพ้นกำหนด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ ขณะที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างต้องการให้มีการพิจารณาต่ออายุโครงการ เนื่องจากมองว่าในช่วงที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ มาตรการดังกล่าวช่วยให้ประชาชนตัดสินใจใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นเสียงจากหลายพื้นที่ ลุ้นมาตรการไปต่อถึงสิ้นปีเสียงสะท้อนจากขอนแก่น ชัยนาท และเชียงใหม่ มีจุดร่วมสำคัญคือ ผู้ค้าต่างเห็นว่าโครงการช่วยเพิ่มการใช้
อ่านต่อ >146

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่า ช่วง 14-28 ก.ย.69 สภาพอากาศและทิศทางลมยังมีความแปรปรวน ตัวการหลักมาจากร่องมรสุมที่ยังสวิงขึ้น-ลง วันนี้เลื่อนมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก ส่วนช่วงหลัง สวิงกลับขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ประกอบหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคอีสาน ฝนยังมีโอกาสเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง ตกสลับหนัก-เบา อาจตกซ้ำพื้นที่เดิมอย่างในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ยังอยู่ในช่วงเตรียมการเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ช่วง 20 -24 ก.ย.69 ระบบลมยังแปรปรวน มรสุมกลับมาพัดตามปกติ และยังมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม. ปริมณฑล และภาคใต้ฝั่งอันดามัน ต้องระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ฝนยังไม่หมด การ์ดอย่าตก ส่วนพื้นที่ที่มีฝนน้อย ยังพอมีความหวัง แต่ใกล้ๆ เป็นช่วงท้ายๆ ของฤดูฝนแล้ว ซึ่งเป็นพฤติกรรมตามปกติของสภาพอากาศในช่วงปลายฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือและบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ทั้งพื้นที่ที่มีฝนน้อย ควรเร่งเตรียมการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า แต่พื้นที่ที่มีฝนมากต้องเร่งพร่องน้ำหรือระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง หรือน้ำรอการระบาย โดยเฉพาะใน กทม.และปริมณฑล ภาคใต้ฝั่งอันดามัน คลื่นลมแรง ชาวเรือ ชาวประมง เดินเรือด้วยความระวัง สำหรับสถานการณ์ของพายุหมุนเขตร้อน ยังเกิดขึ้นได้ทางมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ยังไม่มีแนวโน้มเข้าสู่ประเทศไทยในขณะนี้ มีเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมไทยตอนบน
อ่านต่อ >35

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันนี้ 14 กันยายน 2569 เป็นวันประกาศผลการพิจารณาอุทธรณ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบแรกและได้ยื่นขอทบทวนสิทธิไว้ ผู้ที่อยู่ระหว่างรอผลสามารถตรวจสอบสถานะผ่านช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนดผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ควรตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางทางการของโครงการโดยตรง เพื่อป้องกันการหลงเชื่อข้อมูลหรือเว็บไซต์ปลอมที่อาจนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ตรวจสอบคุณสมบัติอะไรบ้างการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 พิจารณาข้อมูลตามหลักเกณฑ์ของโครงการ ทั้งรายได้ ทรัพย์สิน รวมถึงข้อมูลของผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัวผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบแรก สามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลและพิจารณาคุณสมบัติอีกครั้งตามขั้นตอนที่กำหนดผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ประกาศ 14 กันยายนผู้ที่ยื่นอุทธรณ์ไว้สามารถตรวจสอบ ผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ตามกำหนดการของโครงการ หากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดก่อนเริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ที่ไม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน และผ่านการพิจารณาในรอบอุทธรณ์ จะต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังหรือหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร โดยสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป หลังยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วส่วนผู้ที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ เนื่องจากโครงการมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว เช็กผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ช่องทางไหนผู้ที่ยื่นอุทธรณ์สามารถตรวจสอบผลผ่าน 4 ช่องทาง ที่โครงการกำหนด ได้แก่เว็บไซต์โครงการ เว็บไซต์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยดังนั้น ผู้ที่กำลังรอ ผลอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 สามารถเลือกตรวจสอบผ่านช่องทางที่สะดวก โดยควรใช้ช่องทางของโครงการโดยตรงระวังเว็บไซต์ปลอม เช็กบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านช่องทางทางการผู้ที่ต้องการตรวจสอบสิทธิไม่ควรคลิกลิงก์ที่ส่งต่อกันในสื่อสังคมออนไลน์ หากไม่แน่ใจว่าเป็นเว็บไซต์ของโครงการหรือไม่ เพราะอาจเป็นเว็บไซต์ปลอมที่หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเว็บไซต์หลักของโครงการคือ w
อ่านต่อ >32