
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ฝนตกสะสมเสี่ยงน้ำท่วม-น้ำหลาก เฝ้าระวังใกล้ชิดถึง 8 ก.ย. 69สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวัง! น้ำหลาก น้ำท่วมขัง ช่วงวันนี้ - 8 กันยายน 2569ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ในช่วงวันที่4 - 8 กันยายน 2569 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ทั้งนี้ จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จากปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด
อ่านต่อ >25

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่าประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกต่อเนื่อง หนัก-เบาสลับกันไป และฝนจะเริ่มตกชุกหนาแน่นมากขึ้น ระหว่าง 9-12 ก.ย.69 โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ที่มีฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสานตอนกลาง-ล่าง ภาคตะวันออก กทม. ปริมณฑล ภาคใต้ตอนบนและฝั่งอันดามัน มีฝนเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่อง ต้องเตรียมรับมือและเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนตกสะสม เป็นพิเศษ ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมีตัวแปรเสริมที่ทำให้อากาศแปรปรวนคือมีมวลอากาศเย็น(ความกดอากาศสูง)จากจีนแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ดันให้ร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก มรสุมมีกำลังแรงขึ้นพัดปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับ มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมภาคอีสาน ช่วงท้ายๆ ยังต้องติดตามพายุด้วยที่มีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ภาคอีสาน หากไม่อ่อนกำลังลงก่อน เป็นพฤติกรรมตามปกติของสภาพอากาศในช่วงปลายฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือและบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ทั้งพื้นที่ที่มีฝนน้อย ควรเร่งเตรียมการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า แต่พื้นที่ที่มีฝนมากต้องเร่งพร่องน้ำหรือระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง หรือน้ำรอการระบาย รายละเอียดดังนี้ 13-20 ก.ย.69 สถานการณ์ฝนเริ่มเบาลงทางตอนบนของภาคเหนือ แต่ยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก กทม. ปริมณฑล และภาคใต้ ยังตกกระจาย ปริมาณเล็กน้อย-ปานกลาง และตกหนักบางพื้นที่ ตามแนวร่องมรสุมและด้านรับมรสุม อาจเกิดขึ้นซ้ำๆ ในพื้นที่เดิม แต่ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้มีโอกาสกักเก็บและสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า ซึ่งคาดว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะรุนแรงขึ้น ใกล้เป็นโค้งสุดท้ายแล้ว สถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ ช่วงวันที่ 14-16 ก.ย.69 พอมีสัญญาณการก่อตัวของพายุบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และมีแนวโน้มที่จะแรงขึ้น และมีทิศทางที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนาม สปป.ลาวและทางภาคอีสานของไทย หากไม่สลายหรืออ่อนกำลังลงก่อน อาจกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคอีสาน จึงอาจทำให้สถานการณ์ฝนในภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ยังตกต่อเนื่อง อัพเดทและติดตาม เป็นระยะๆ อย่าพึ่งตื่นตระหนกกับข่าวลือ ใช้ข้อมูลและติดตาม
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รัฐบาลชวนประชาชนใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” โค้งสุดท้ายวันนี้ (5 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชิญชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ใช้สิทธิในช่วงเดือนสุดท้ายของโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสมแล้ว 138,379.3 ล้านบาท มีประชาชนได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,565 รายนางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ย้ำให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ใช้ประโยชน์จากมาตรการในช่วงเดือนสุดท้ายของโครงการ โดยโครงการในรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 มีเป้าหมายช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้ไปยังร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และผู้ประกอบการในชุมชนทั่วประเทศ ยอดใช้จ่ายสะสม “ไทยช่วยไทย พลัส”สำหรับยอดใช้จ่ายสะสม 138,379.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลสนับสนุน 79,505.2 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 76,604.2 ล้านบาท และ Food Delivery 2,901.0 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่ประชาชนร่วมจ่ายมีจำนวน 58,874.1 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติ 56,618.5 ล้านบาท และ Food Delivery 2,255.6 ล้านบาทเมื่อรวมการใช้จ่ายผ่าน Food Delivery ทั้งส่วนของรัฐบาลและประชาชน มีเงินหมุนเวียนผ่านช่องทางดังกล่าวแล้ว 5,156.6 ล้านบาท ขณะที่จำนวนร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลเข้าร่วมโครงการมีมากกว่า 1.19 ล้านราย ช่วยเพิ่มช่องทางการขายและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ เม็ดเงินหมุนเวียนต่อในระบบเศรษฐกิจ-กระจายลงสู่พื้นที่ทั่วประเทศขณะนี้โครงการเข้าสู่เดือนสุดท้ายแล้ว รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิและยังมีวงเงินคงเหลือ ตรวจสอบสิทธิและวางแผนใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด เพราะทุกการใช้จ่ายไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังช่วยส่งต่อรายได้ไปยังร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และผู้ประกอบการในชุมชน ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนต่อในระบบเศรษฐกิจและกระจายลงสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนตรวจสอบว
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ช่วงวันที่ 5-19 ก.ย.69 ประเทศไทยมีฝนตกชุกต่อเนื่อง หนัก-เบาสลับกันไป โดยจะเริ่มมีฝนตกชุก หนาแน่นมากขึ้น ตั้งแต่ 9 ก.ย.69 โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ที่มีฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสานตอนกลาง-ล่าง ภาคตะวันออก กทม. ปริมณฑล ภาคใต้ตอนบนและฝั่งอันดามัน มีฝนเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่อง ต้องเตรียมรับมือและเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนตกสะสม เป็นพิเศษ ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก อิทธิพล ยังมาจากร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก มรสุมมีกำลังแรงขึ้นพัดปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับ มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมภาคอีสาน ช่วงท้าย ๆ ยังต้องติดตามพายุด้วยที่มีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ภาคอีสาน หากไม่อ่อนกำลังลงก่อน เป็นพฤติกรรมตามปกติของสภาพอากาศในช่วงปลายฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือและบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ทั้งพื้นที่ที่มีฝนน้อย ควรเร่งเตรียมการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า แต่พื้นที่ที่มีฝนมากต้องเร่งพร่องน้ำหรือระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วม รายละเอียดดังนี้ 5-8 ก.ย. เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ระวังฝนหนักช่วงวันที่ 5-8 ก.ย.69 ด้านตะวันตกของภาคเหนือ บริเวณจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน และด้านรับลมตามแนวเขาเพชรบูรณ์ บริเวณจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ ภาคอีสาน บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ โคราช และด้านตะวันออก บริเวณจังหวัดนครพนม สกลนคร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ระยอง จันทบุรี ตราด ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและสะสม 9-13 ก.ย. อีสานตอนกลาง-ล่าง กลาง ตะวันออกและกทม.ฝนเพิ่มช่วงวันที่ 9-13 ก.ย.69 ช่วง Peak มีจุดเปลี่ยนตอนบนลมเปลี่ยนทิศ และแปรปรวน บริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน เนื่องจากมีมวลอากาศเย็น หรือความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมา ดันให้แนวร่องมรสุมมีกำลังแรงเลื่อนต่ำลงพาดผ่านภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง ทิศทางลมเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ ยังไม่แน่ทิศ ประกอบกับมรสุมแรงขึ้น และมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคอีสานตอนล่าง จึงเป็นช่วงที่ภาคอีสานตอนกลาง ตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม. และปริมณฑล มีโอกาสได้รับฝนเพิ่มขึ้น ชาวโคราช ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ฝนจะเริ่มมาแล้ว บางพื้นที่อาจจะต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขา ใกล้ลุ่มน้ำต่าง ๆ ต้องระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
อ่านต่อ >13

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ฝนตกสะสมเสี่ยงน้ำท่วม-น้ำหลาก เฝ้าระวังใกล้ชิดถึง 8 ก.ย. 69สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวัง! น้ำหลาก น้ำท่วมขัง ช่วงวันนี้ - 8 กันยายน 2569ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ในช่วงวันที่4 - 8 กันยายน 2569 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ทั้งนี้ จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จากปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด
อ่านต่อ >25

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา เผยว่าประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกต่อเนื่อง หนัก-เบาสลับกันไป และฝนจะเริ่มตกชุกหนาแน่นมากขึ้น ระหว่าง 9-12 ก.ย.69 โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ที่มีฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสานตอนกลาง-ล่าง ภาคตะวันออก กทม. ปริมณฑล ภาคใต้ตอนบนและฝั่งอันดามัน มีฝนเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่อง ต้องเตรียมรับมือและเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนตกสะสม เป็นพิเศษ ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมีตัวแปรเสริมที่ทำให้อากาศแปรปรวนคือมีมวลอากาศเย็น(ความกดอากาศสูง)จากจีนแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ดันให้ร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก มรสุมมีกำลังแรงขึ้นพัดปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับ มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมภาคอีสาน ช่วงท้ายๆ ยังต้องติดตามพายุด้วยที่มีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ภาคอีสาน หากไม่อ่อนกำลังลงก่อน เป็นพฤติกรรมตามปกติของสภาพอากาศในช่วงปลายฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือและบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ทั้งพื้นที่ที่มีฝนน้อย ควรเร่งเตรียมการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า แต่พื้นที่ที่มีฝนมากต้องเร่งพร่องน้ำหรือระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง หรือน้ำรอการระบาย รายละเอียดดังนี้ 13-20 ก.ย.69 สถานการณ์ฝนเริ่มเบาลงทางตอนบนของภาคเหนือ แต่ยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง บริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก กทม. ปริมณฑล และภาคใต้ ยังตกกระจาย ปริมาณเล็กน้อย-ปานกลาง และตกหนักบางพื้นที่ ตามแนวร่องมรสุมและด้านรับมรสุม อาจเกิดขึ้นซ้ำๆ ในพื้นที่เดิม แต่ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้มีโอกาสกักเก็บและสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า ซึ่งคาดว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะรุนแรงขึ้น ใกล้เป็นโค้งสุดท้ายแล้ว สถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ ช่วงวันที่ 14-16 ก.ย.69 พอมีสัญญาณการก่อตัวของพายุบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และมีแนวโน้มที่จะแรงขึ้น และมีทิศทางที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งประเทศเวียดนาม สปป.ลาวและทางภาคอีสานของไทย หากไม่สลายหรืออ่อนกำลังลงก่อน อาจกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคอีสาน จึงอาจทำให้สถานการณ์ฝนในภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ยังตกต่อเนื่อง อัพเดทและติดตาม เป็นระยะๆ อย่าพึ่งตื่นตระหนกกับข่าวลือ ใช้ข้อมูลและติดตาม
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
รัฐบาลชวนประชาชนใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส” โค้งสุดท้ายวันนี้ (5 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชิญชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ใช้สิทธิในช่วงเดือนสุดท้ายของโครงการ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พร้อมกระจายรายได้สู่ร้านค้ารายย่อยและผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสมแล้ว 138,379.3 ล้านบาท มีประชาชนได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,565 รายนางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ย้ำให้ประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ใช้ประโยชน์จากมาตรการในช่วงเดือนสุดท้ายของโครงการ โดยโครงการในรูปแบบร่วมจ่าย 60/40 มีเป้าหมายช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้ไปยังร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และผู้ประกอบการในชุมชนทั่วประเทศ ยอดใช้จ่ายสะสม “ไทยช่วยไทย พลัส”สำหรับยอดใช้จ่ายสะสม 138,379.3 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลสนับสนุน 79,505.2 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าทั่วไป 76,604.2 ล้านบาท และ Food Delivery 2,901.0 ล้านบาท ขณะที่ส่วนที่ประชาชนร่วมจ่ายมีจำนวน 58,874.1 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติ 56,618.5 ล้านบาท และ Food Delivery 2,255.6 ล้านบาทเมื่อรวมการใช้จ่ายผ่าน Food Delivery ทั้งส่วนของรัฐบาลและประชาชน มีเงินหมุนเวียนผ่านช่องทางดังกล่าวแล้ว 5,156.6 ล้านบาท ขณะที่จำนวนร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลเข้าร่วมโครงการมีมากกว่า 1.19 ล้านราย ช่วยเพิ่มช่องทางการขายและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการทั้งหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ เม็ดเงินหมุนเวียนต่อในระบบเศรษฐกิจ-กระจายลงสู่พื้นที่ทั่วประเทศขณะนี้โครงการเข้าสู่เดือนสุดท้ายแล้ว รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิและยังมีวงเงินคงเหลือ ตรวจสอบสิทธิและวางแผนใช้จ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด เพราะทุกการใช้จ่ายไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ยังช่วยส่งต่อรายได้ไปยังร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร และผู้ประกอบการในชุมชน ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนต่อในระบบเศรษฐกิจและกระจายลงสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลขอให้ประชาชนตรวจสอบว
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ช่วงวันที่ 5-19 ก.ย.69 ประเทศไทยมีฝนตกชุกต่อเนื่อง หนัก-เบาสลับกันไป โดยจะเริ่มมีฝนตกชุก หนาแน่นมากขึ้น ตั้งแต่ 9 ก.ย.69 โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ที่มีฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคอีสานตอนกลาง-ล่าง ภาคตะวันออก กทม. ปริมณฑล ภาคใต้ตอนบนและฝั่งอันดามัน มีฝนเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่อง ต้องเตรียมรับมือและเฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนตกสะสม เป็นพิเศษ ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก อิทธิพล ยังมาจากร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง ภาคตะวันออก มรสุมมีกำลังแรงขึ้นพัดปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับ มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ปกคลุมภาคอีสาน ช่วงท้าย ๆ ยังต้องติดตามพายุด้วยที่มีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ภาคอีสาน หากไม่อ่อนกำลังลงก่อน เป็นพฤติกรรมตามปกติของสภาพอากาศในช่วงปลายฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือและบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ ทั้งพื้นที่ที่มีฝนน้อย ควรเร่งเตรียมการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้า แต่พื้นที่ที่มีฝนมากต้องเร่งพร่องน้ำหรือระบายน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วม รายละเอียดดังนี้ 5-8 ก.ย. เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ระวังฝนหนักช่วงวันที่ 5-8 ก.ย.69 ด้านตะวันตกของภาคเหนือ บริเวณจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน และด้านรับลมตามแนวเขาเพชรบูรณ์ บริเวณจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ ภาคอีสาน บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ โคราช และด้านตะวันออก บริเวณจังหวัดนครพนม สกลนคร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ระยอง จันทบุรี ตราด ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักและสะสม 9-13 ก.ย. อีสานตอนกลาง-ล่าง กลาง ตะวันออกและกทม.ฝนเพิ่มช่วงวันที่ 9-13 ก.ย.69 ช่วง Peak มีจุดเปลี่ยนตอนบนลมเปลี่ยนทิศ และแปรปรวน บริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน เนื่องจากมีมวลอากาศเย็น หรือความกดอากาศสูงจากจีนแผ่ลงมา ดันให้แนวร่องมรสุมมีกำลังแรงเลื่อนต่ำลงพาดผ่านภาคกลาง ภาคอีสานตอนล่าง ทิศทางลมเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ ยังไม่แน่ทิศ ประกอบกับมรสุมแรงขึ้น และมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคอีสานตอนล่าง จึงเป็นช่วงที่ภาคอีสานตอนกลาง ตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กทม. และปริมณฑล มีโอกาสได้รับฝนเพิ่มขึ้น ชาวโคราช ชัยภูมิ บุรีรัมย์ ฝนจะเริ่มมาแล้ว บางพื้นที่อาจจะต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม โดยเฉพาะบริเวณที่ลาดเชิงเขา ใกล้ลุ่มน้ำต่าง ๆ ต้องระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
อ่านต่อ >13

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ฝนตกสะสมเสี่ยงน้ำท่วม-น้ำหลาก เฝ้าระวังใกล้ชิดถึง 8 ก.ย. 69สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ประกาศเฝ้าระวัง! น้ำหลาก น้ำท่วมขัง ช่วงวันนี้ - 8 กันยายน 2569ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลให้ในช่วงวันที่4 - 8 กันยายน 2569 จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ทั้งนี้ จึงขอให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม จากปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ อุบลราชธานี จันทบุรี และตราด
อ่านต่อ >25