
#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
งบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นเพื่อดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองหลังวิกฤติน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ และบริเวณโดยรอบ ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการใช้งบกลางในการฟื้นฟูน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ซึ่งก็มีหลายประเด็นที่ทางหน่วยงานอย่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. ได้ให้ข้อสังเกตไว้ โดยเฉพาะเรื่องของการแสดงจำนวนขยะที่มีการนำออกไป เช่น ในการขนขยะไม่ได้มีการระบุจำนวนที่ขนย้ายออกไป จึงอาจจะต้องกลับไปดูสัญญาอีกครั้งหนึ่งว่ารายละเอียดระบุไว้อย่างไรและตรงตามสัญญาที่มีการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ โดยเราจะรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งรายงานให้กับนายกรัฐมนตรีตามกรอบเวลา 45 วัน ที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้ ทั้งนี้ กระบวนการทำงานภายใต้ข้อจำกัด ทาง ปปท. เองก็เข้าใจดีว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินควรต้องมีหรือไม่มีอะไร เพราะบางครั้งในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถ้ามีระเบียบแน่นจนเกินไป การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้าช่วยเหลือประชาชนก็อาจจะทำได้ยาก ขณะเดียวกันก็ต้องแบ่งโซนพื้นที่ทั้งในเรื่องสถานการณ์และเวลาว่าช่วงฉุกเฉินหรือไม่ฉุกเฉินเป็นอย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ส่วนหากเกิดสถานการณ์ขึ้นอีกจะไม่เกิดปัญหาซ้ำใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้นอกจากตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อส่งรายงานให้กับนายกรัฐมนตรี ยังได้มีการเสนอแนวทางว่าในสถานการณ์แบบนี้ การเข้าช่วยเหลือประชาชนหน่วยงานรัฐแต่ละหน่วยงานควรทำอย่างไร โดยจะต้องไม่เป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือและประชาชนจะต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้ต้องไม่เป็นช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเกิดการทุจริต ซึ่งเป็นจุดยืนที่เราได้วางไว้ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมของแต่ละหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น ปปท. กรมบัญชีกลาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานอื่นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารเรื่องนี้ อีกทั้งยังมีการสั่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสรุปข้อเท็จจริงและกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจไปคุยกับท้องถิ่นทั่วป
อ่านต่อ >14

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพี หรือ CP Innovation Center of Excellence (CP COE) ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 30 องค์กร เชื่อมองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีเข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง เพื่อพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคตและร่วมสร้างนวัตกรรม โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ย้ำบทบาทพันธมิตรด้านเทคโนโลยีคืออีกหนึ่งกำลังสำคัญของการเปลี่ยนผ่านองค์กร พร้อมมุ่งให้ CP COE เป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อต่อยอดนวัตกรรมที่ใช้ได้จริงและสร้างประโยชน์แก่ธุรกิจ ประเทศชาติ และสังคมโลกการประกาศความร่วมมือจัดขึ้นภายในงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน 2026 หรือ CP Innovation Exposition 2026 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ True Digital Park ฝั่ง West โดยมีผู้บริหารและผู้แทนองค์กรพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 30 องค์กรร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและบุคลากรแห่งอนาคต หรือ Tech & Future Workforce Ecosystemนายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวว่า “พันธมิตรด้านเทคโนโลยีเป็นกำลังสำคัญที่ร่วมคิด ร่วมสร้าง และสนับสนุนการปรับตัวของเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้มีความเข้มแข็ง พร้อมสร้างนวัตกรและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมความรู้และความสามารถของบุคลากรจากแต่ละองค์กรจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้จริง”“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพีจะเป็นแล็บ เป็นแพลตฟอร์มให้พวกเราได้ลองผิดลองถูกร่วมกัน ล้มเล็ก ๆ ล้มเยอะ ๆ อยู่ในห้องแล็บ อยู่ใน Sandbox ของเรา แล้วสร้างสรรค์สิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกร่วมกัน ให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้นต่อไป” นายศุภชัยกล่าว CP COE เปิดดำเนินการเมื่อปี 2568 ณ True Digital Park จากการริเริ่มและผลักดันของคุณศุภชัย เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงคน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และโจทย์จากภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน โดยเปิดพื้นที่ให้บริษัทเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนาความรู้ บุคลากร และนวัตกรรมภายใต้แนวทางดังกล่าว CP-CoEX ทำหน้าที่เป็นกลไกการเรียนรู้และการร่วมสร้างภายใต้ CP COE เชื่อมองค์ความรู้และเทคโนโลยีกับโจทย์จริงขององค์กร ผ่านการลงมือทำ การแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ และการทำงานข้ามองค์กร เพื่อให้การเรียนรู้พัฒนาเป็นข
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เวียตเจ็ท เอวิเอชัน สายการบินต้นทุนต่ำของเวียดนาม เผชิญแรงกดดันจากข้อพิพาทเช่าเครื่องบิน หลังศาลอังกฤษออกคำสั่งอายัดทรัพย์ทั่วโลก เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินระหว่างการติดตามหนี้ตามคำพิพากษาประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐบลูมเบิร์กรายงานว่า คำสั่งลงวันที่ 15 ตุลาคม 2026 กำหนดวงเงินทรัพย์สินที่ถูกอายัดสูงสุด 251.6 ล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเอฟดับเบิลยู เอวิเอชัน ในเครือฟิตซ์วอลเตอร์ แคปิทัล บริษัทลงทุนจากลอนดอน ยื่นคำร้องต่อศาลศาลเห็นว่ามีความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะถูกเคลื่อนย้ายออกจากขอบเขตการบังคับชำระหนี้ ขณะที่เวียตเจ็ทยังไม่ได้ชำระเงินส่วนใหญ่ตามคำพิพากษาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ไม่ได้หมายถึงการยึดเครื่องบินทั้งหมด หรือสั่งให้สายการบินหยุดบิน โดยยังอนุญาตให้จัดการทรัพย์สินเพื่อดำเนินธุรกิจตามปกติและอย่างเหมาะสมได้ แต่ธุรกรรมบางประเภทต้องขออนุญาตศาล ขอบเขตคำสั่งครอบคลุมทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับฝูงบิน รวมถึงเครื่องบินที่สั่งซื้อแต่ยังไม่ได้รับมอบ เช่น แอร์บัส A330-900 และ A321neo ตลอดจนเครื่องยนต์ อุปกรณ์ห้องโดยสาร เงินชำระล่วงหน้าก่อนส่งมอบ เงินสำรองซ่อมบำรุง เงินประกันการเช่า และรายรับจากการขายตั๋วผ่านตัวแทน โดยเฉพาะการจัดการสิทธิในคำสั่งซื้อเครื่องบิน เงินสำรองซ่อมบำรุง และเงินประกันการเช่าที่อยู่นอกเวียดนาม ต้องได้รับอนุญาตจากศาลตามเงื่อนไขของคำสั่งข้อพิพาทมีจุดเริ่มต้นจากเครื่องบินแอร์บัส 4 ลำ ซึ่งฟิตซ์วอลเตอร์เข้าควบคุมสิทธิในช่วงโควิด-19 หลังเวียตเจ็ทหยุดชำระค่าเช่า แต่ยังใช้เครื่องบินต่อไปประมาณ 1 ปีภาระหนี้เพิ่มจากคำพิพากษาประมาณ 180 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 มาเป็นประมาณ 250 ล้านดอลลาร์ เมื่อรวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางคดี ขณะที่การบังคับชำระหนี้ยังมีอุปสรรค เนื่องจากศาลเวียดนามไม่รับรองคำพิพากษาของศาลอังกฤษในคดีนี้อีกประเด็นที่ศาลพิจารณาคือ การโอนมูลค่าทางเศรษฐกิจของคำสั่งซื้อเครื่องบินในอนาคตไปยังแองเจลิกา โฮลดิง บริษัทในหมู่เกาะเคย์แมน โดยศาลตั้งข้อสังเกตต่อโครงสร้างธุรกรรมและการเปิดเผยข้อมูลของเวียตเจ็ท ส่วนแนวทางแต่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สินบางส่วนที่อยู่นอกเวียดนาม เพื่อนำมาชำระหนี้นั้น ศาลมีคำวินิจฉัยในหลักการเมื่อเดือนกันยายน แต่ตามรายงานยังไม่มีคำสั่งขั้นสุดท้ายเวียตเจ็ทปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อคำสั่งล่าสุด ขณะที่ฟิตซ์วอลเตอร์แสด
อ่านต่อ >17

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
21 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางเยือนกระทรวงกลาโหม โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ ณ ศาลาว่าการกลาโหม กรุงเทพมหานครในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปกราบสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อสักการะเจ้าพ่อหอกลอง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม จากนั้นได้เยี่ยมชมอาคารศาลาว่าการกลาโหม ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม พร้อมเยี่ยมชมห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ นำเยี่ยมชมและบอกเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่ ตลอดจนสิ่งของสำคัญที่จัดแสดงภายในอาคาร ช่วงหนึ่งของการเยี่ยมชมบริเวณโถงทางเดินหน้าห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลโท อดุลย์ ได้เล่าถึงการใช้พื้นที่ดังกล่าวฝึกซ้อมเดินริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเป็นประจำทุกเช้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในพระราชพิธี โดยนายกรัฐมนตรีได้ร่วมทดลองเดินซักซ้อมริ้วขบวนด้วย ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองภายหลังการเยี่ยมชม นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอัษฎางค์ ศาลาว่าการกลาโหม โดยจัดเตรียมอาหารเมนูเดียวกับที่กำลังพลและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมรับประทานในวันดังกล่าว สะท้อนบรรยากาศที่เรียบง่ายและใกล้ชิดกับวิถีชีวิตประจำวันของกำลังพล การเยือนกระทรวงกลาโหมครั้งนี้ นอกจากเป็นโอกาสในการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นโอกาสในการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะผู้บริหารกระทรวงกลาโหม ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
อ่านต่อ >18

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
งบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นเพื่อดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองหลังวิกฤติน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ และบริเวณโดยรอบ ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการใช้งบกลางในการฟื้นฟูน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ซึ่งก็มีหลายประเด็นที่ทางหน่วยงานอย่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. ได้ให้ข้อสังเกตไว้ โดยเฉพาะเรื่องของการแสดงจำนวนขยะที่มีการนำออกไป เช่น ในการขนขยะไม่ได้มีการระบุจำนวนที่ขนย้ายออกไป จึงอาจจะต้องกลับไปดูสัญญาอีกครั้งหนึ่งว่ารายละเอียดระบุไว้อย่างไรและตรงตามสัญญาที่มีการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ โดยเราจะรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งรายงานให้กับนายกรัฐมนตรีตามกรอบเวลา 45 วัน ที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้ ทั้งนี้ กระบวนการทำงานภายใต้ข้อจำกัด ทาง ปปท. เองก็เข้าใจดีว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินควรต้องมีหรือไม่มีอะไร เพราะบางครั้งในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถ้ามีระเบียบแน่นจนเกินไป การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้าช่วยเหลือประชาชนก็อาจจะทำได้ยาก ขณะเดียวกันก็ต้องแบ่งโซนพื้นที่ทั้งในเรื่องสถานการณ์และเวลาว่าช่วงฉุกเฉินหรือไม่ฉุกเฉินเป็นอย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ส่วนหากเกิดสถานการณ์ขึ้นอีกจะไม่เกิดปัญหาซ้ำใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้นอกจากตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อส่งรายงานให้กับนายกรัฐมนตรี ยังได้มีการเสนอแนวทางว่าในสถานการณ์แบบนี้ การเข้าช่วยเหลือประชาชนหน่วยงานรัฐแต่ละหน่วยงานควรทำอย่างไร โดยจะต้องไม่เป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือและประชาชนจะต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้ต้องไม่เป็นช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเกิดการทุจริต ซึ่งเป็นจุดยืนที่เราได้วางไว้ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมของแต่ละหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น ปปท. กรมบัญชีกลาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานอื่นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารเรื่องนี้ อีกทั้งยังมีการสั่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสรุปข้อเท็จจริงและกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจไปคุยกับท้องถิ่นทั่วป
อ่านต่อ >14

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพี หรือ CP Innovation Center of Excellence (CP COE) ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 30 องค์กร เชื่อมองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีเข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง เพื่อพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคตและร่วมสร้างนวัตกรรม โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ย้ำบทบาทพันธมิตรด้านเทคโนโลยีคืออีกหนึ่งกำลังสำคัญของการเปลี่ยนผ่านองค์กร พร้อมมุ่งให้ CP COE เป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อต่อยอดนวัตกรรมที่ใช้ได้จริงและสร้างประโยชน์แก่ธุรกิจ ประเทศชาติ และสังคมโลกการประกาศความร่วมมือจัดขึ้นภายในงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน 2026 หรือ CP Innovation Exposition 2026 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ True Digital Park ฝั่ง West โดยมีผู้บริหารและผู้แทนองค์กรพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 30 องค์กรร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและบุคลากรแห่งอนาคต หรือ Tech & Future Workforce Ecosystemนายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวว่า “พันธมิตรด้านเทคโนโลยีเป็นกำลังสำคัญที่ร่วมคิด ร่วมสร้าง และสนับสนุนการปรับตัวของเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้มีความเข้มแข็ง พร้อมสร้างนวัตกรและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมความรู้และความสามารถของบุคลากรจากแต่ละองค์กรจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้จริง”“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพีจะเป็นแล็บ เป็นแพลตฟอร์มให้พวกเราได้ลองผิดลองถูกร่วมกัน ล้มเล็ก ๆ ล้มเยอะ ๆ อยู่ในห้องแล็บ อยู่ใน Sandbox ของเรา แล้วสร้างสรรค์สิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกร่วมกัน ให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้นต่อไป” นายศุภชัยกล่าว CP COE เปิดดำเนินการเมื่อปี 2568 ณ True Digital Park จากการริเริ่มและผลักดันของคุณศุภชัย เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงคน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และโจทย์จากภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน โดยเปิดพื้นที่ให้บริษัทเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนาความรู้ บุคลากร และนวัตกรรมภายใต้แนวทางดังกล่าว CP-CoEX ทำหน้าที่เป็นกลไกการเรียนรู้และการร่วมสร้างภายใต้ CP COE เชื่อมองค์ความรู้และเทคโนโลยีกับโจทย์จริงขององค์กร ผ่านการลงมือทำ การแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ และการทำงานข้ามองค์กร เพื่อให้การเรียนรู้พัฒนาเป็นข
อ่านต่อ >17

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เวียตเจ็ท เอวิเอชัน สายการบินต้นทุนต่ำของเวียดนาม เผชิญแรงกดดันจากข้อพิพาทเช่าเครื่องบิน หลังศาลอังกฤษออกคำสั่งอายัดทรัพย์ทั่วโลก เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินระหว่างการติดตามหนี้ตามคำพิพากษาประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐบลูมเบิร์กรายงานว่า คำสั่งลงวันที่ 15 ตุลาคม 2026 กำหนดวงเงินทรัพย์สินที่ถูกอายัดสูงสุด 251.6 ล้านดอลลาร์ หลังบริษัทเอฟดับเบิลยู เอวิเอชัน ในเครือฟิตซ์วอลเตอร์ แคปิทัล บริษัทลงทุนจากลอนดอน ยื่นคำร้องต่อศาลศาลเห็นว่ามีความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะถูกเคลื่อนย้ายออกจากขอบเขตการบังคับชำระหนี้ ขณะที่เวียตเจ็ทยังไม่ได้ชำระเงินส่วนใหญ่ตามคำพิพากษาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม คำสั่งนี้ไม่ได้หมายถึงการยึดเครื่องบินทั้งหมด หรือสั่งให้สายการบินหยุดบิน โดยยังอนุญาตให้จัดการทรัพย์สินเพื่อดำเนินธุรกิจตามปกติและอย่างเหมาะสมได้ แต่ธุรกรรมบางประเภทต้องขออนุญาตศาล ขอบเขตคำสั่งครอบคลุมทรัพย์สินและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับฝูงบิน รวมถึงเครื่องบินที่สั่งซื้อแต่ยังไม่ได้รับมอบ เช่น แอร์บัส A330-900 และ A321neo ตลอดจนเครื่องยนต์ อุปกรณ์ห้องโดยสาร เงินชำระล่วงหน้าก่อนส่งมอบ เงินสำรองซ่อมบำรุง เงินประกันการเช่า และรายรับจากการขายตั๋วผ่านตัวแทน โดยเฉพาะการจัดการสิทธิในคำสั่งซื้อเครื่องบิน เงินสำรองซ่อมบำรุง และเงินประกันการเช่าที่อยู่นอกเวียดนาม ต้องได้รับอนุญาตจากศาลตามเงื่อนไขของคำสั่งข้อพิพาทมีจุดเริ่มต้นจากเครื่องบินแอร์บัส 4 ลำ ซึ่งฟิตซ์วอลเตอร์เข้าควบคุมสิทธิในช่วงโควิด-19 หลังเวียตเจ็ทหยุดชำระค่าเช่า แต่ยังใช้เครื่องบินต่อไปประมาณ 1 ปีภาระหนี้เพิ่มจากคำพิพากษาประมาณ 180 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 มาเป็นประมาณ 250 ล้านดอลลาร์ เมื่อรวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางคดี ขณะที่การบังคับชำระหนี้ยังมีอุปสรรค เนื่องจากศาลเวียดนามไม่รับรองคำพิพากษาของศาลอังกฤษในคดีนี้อีกประเด็นที่ศาลพิจารณาคือ การโอนมูลค่าทางเศรษฐกิจของคำสั่งซื้อเครื่องบินในอนาคตไปยังแองเจลิกา โฮลดิง บริษัทในหมู่เกาะเคย์แมน โดยศาลตั้งข้อสังเกตต่อโครงสร้างธุรกรรมและการเปิดเผยข้อมูลของเวียตเจ็ท ส่วนแนวทางแต่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สินบางส่วนที่อยู่นอกเวียดนาม เพื่อนำมาชำระหนี้นั้น ศาลมีคำวินิจฉัยในหลักการเมื่อเดือนกันยายน แต่ตามรายงานยังไม่มีคำสั่งขั้นสุดท้ายเวียตเจ็ทปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อคำสั่งล่าสุด ขณะที่ฟิตซ์วอลเตอร์แสด
อ่านต่อ >17

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
21 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเดินทางเยือนกระทรวงกลาโหม โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ ณ ศาลาว่าการกลาโหม กรุงเทพมหานครในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปกราบสักการะศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเข้าสู่ศาลาว่าการกลาโหม เพื่อสักการะเจ้าพ่อหอกลอง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับประวัติศาสตร์ของกระทรวงกลาโหม จากนั้นได้เยี่ยมชมอาคารศาลาว่าการกลาโหม ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม พร้อมเยี่ยมชมห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ นำเยี่ยมชมและบอกเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่ ตลอดจนสิ่งของสำคัญที่จัดแสดงภายในอาคาร ช่วงหนึ่งของการเยี่ยมชมบริเวณโถงทางเดินหน้าห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลโท อดุลย์ ได้เล่าถึงการใช้พื้นที่ดังกล่าวฝึกซ้อมเดินริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเป็นประจำทุกเช้า เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ในพระราชพิธี โดยนายกรัฐมนตรีได้ร่วมทดลองเดินซักซ้อมริ้วขบวนด้วย ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองภายหลังการเยี่ยมชม นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอัษฎางค์ ศาลาว่าการกลาโหม โดยจัดเตรียมอาหารเมนูเดียวกับที่กำลังพลและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมรับประทานในวันดังกล่าว สะท้อนบรรยากาศที่เรียบง่ายและใกล้ชิดกับวิถีชีวิตประจำวันของกำลังพล การเยือนกระทรวงกลาโหมครั้งนี้ นอกจากเป็นโอกาสในการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว ยังเป็นโอกาสในการพบปะระหว่างนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะผู้บริหารกระทรวงกลาโหม ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
อ่านต่อ >18

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
งบฟื้นฟูน้ำท่วมหาดใหญ่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นเพื่อดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองหลังวิกฤติน้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ และบริเวณโดยรอบ ครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการใช้งบกลางในการฟื้นฟูน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ซึ่งก็มีหลายประเด็นที่ทางหน่วยงานอย่าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. ได้ให้ข้อสังเกตไว้ โดยเฉพาะเรื่องของการแสดงจำนวนขยะที่มีการนำออกไป เช่น ในการขนขยะไม่ได้มีการระบุจำนวนที่ขนย้ายออกไป จึงอาจจะต้องกลับไปดูสัญญาอีกครั้งหนึ่งว่ารายละเอียดระบุไว้อย่างไรและตรงตามสัญญาที่มีการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ โดยเราจะรวบรวมข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งรายงานให้กับนายกรัฐมนตรีตามกรอบเวลา 45 วัน ที่นายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้ ทั้งนี้ กระบวนการทำงานภายใต้ข้อจำกัด ทาง ปปท. เองก็เข้าใจดีว่าในสถานการณ์ฉุกเฉินควรต้องมีหรือไม่มีอะไร เพราะบางครั้งในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถ้ามีระเบียบแน่นจนเกินไป การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้าช่วยเหลือประชาชนก็อาจจะทำได้ยาก ขณะเดียวกันก็ต้องแบ่งโซนพื้นที่ทั้งในเรื่องสถานการณ์และเวลาว่าช่วงฉุกเฉินหรือไม่ฉุกเฉินเป็นอย่างไร เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ส่วนหากเกิดสถานการณ์ขึ้นอีกจะไม่เกิดปัญหาซ้ำใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดนี้นอกจากตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อส่งรายงานให้กับนายกรัฐมนตรี ยังได้มีการเสนอแนวทางว่าในสถานการณ์แบบนี้ การเข้าช่วยเหลือประชาชนหน่วยงานรัฐแต่ละหน่วยงานควรทำอย่างไร โดยจะต้องไม่เป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือและประชาชนจะต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด พร้อมย้ำว่า เรื่องนี้ต้องไม่เป็นช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเกิดการทุจริต ซึ่งเป็นจุดยืนที่เราได้วางไว้ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมของแต่ละหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น ปปท. กรมบัญชีกลาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานอื่นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารเรื่องนี้ อีกทั้งยังมีการสั่งให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นสรุปข้อเท็จจริงและกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจไปคุยกับท้องถิ่นทั่วป
อ่านต่อ >14