
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
งานวิจัยล่าสุดที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร One Earth มุ่งศึกษามหานคร “เซี่ยงไฮ้” ของประเทศจีน ซึ่งกำลังเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้านที่อาจนำไปสู่วิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้ งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศจีน สหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์ การประเมินด้วยข้อมูลและคาดการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง รวมถึงอัตราการทรุดตัวของพื้นดิน พบว่าภายในปี 2100 ขนาดพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมในมหานครเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 และที่น่ากังวงคือระดับน้ำลึกมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก ข้อมูลงานวิจัยนี้มีนัยสำคัญต่อเมืองชายฝั่งทั่วโลก โดยเฉพาะเมืองที่ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำเช่นเดียวกับมหานครเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากพื้นที่ปากแม่น้ำส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของเมืองที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น แต่ขณะเดียวกันกลับเปราะบางต่อพายุมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาการประเมินความเป็นไปได้ของน้ำท่วมในพื้นที่ปากแม่น้ำมักถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากการเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่มักมีสาเหตุจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น ระดับน้ำ คลื่นพายุ ฝนตกหนัก ปริมาณน้ำในแม่น้ำ และคลื่นทะเล การหลีกเลี่ยงจากภัยพิบัติจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อม และปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับแนวป้องกันน้ำท่วม และการสร้างกำแพงป้องกันน้ำเคลื่อนที่ แต่อย่างก็ตามระบบป้องกันน้ำท่วมยังคงเสี่ยงต่อความล้มเหลว เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการทรุดตัวของแผ่นดิน ความเสี่ยงนี้จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการวางแผนปรับตัวของมหานครเซี่ยงไฮ้ รวมถึงเมืองปากแม่น้ำอื่นๆ สร้างความยืนหยุ่นให้กับเมือง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เช็คที่นี่!! "มนุษย์เงินเดือน" จ่ายเพิ่มเท่าไร ? "ประกันสังคม" ปรับเพดานสมทบเงิน เริ่ม 1 มกราคม 2569
เช็คที่นี่!! "มนุษย์เงินเดือน" จ่ายเพิ่มเท่าไหร่ ? "ประกันสังคม" ปรับเพดานสมทบเงิน เริ่ม 1 มกราคม 2569 ครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี สำนักงานประกันสังคม(สปส.)เตรียมปรับเพดานค่าจ้างขั้นสูงของผู้ประกันตน มาตรา 33 หลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม. โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มผลประโยชน์ระยะยาวแก่ผู้ประกันตนน.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ระบุว่า การปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดในครั้งนี้ เป็นการปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดจาก 15,000 บาท ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบมาตั้งแต่ปี 2538 ใช้มาเป็นระยะเวลานาน เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมมีการปรับเปลี่ยน รวมถึงประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น การปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดจะช่วยให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม และการดำเนินการผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน ทั้งนายจ้าง ผู้ประกันตน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ปรับเพดานเงินสมทบ 3 ระยะ การดำเนินการปรับเพดานค่าจ้างจะทำแบบทยอยปรับ กำหนดเป็น 3 ช่วงระยะเวลาระยะที่ 1 ปี 2569 - 2571 จะปรับขึ้นเป็น 17,500 บาท จ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือนระยะที่ 2 ปี 2572-2574 จะปรับเป็น 20,000 บาท จ่ายเงินสมทบสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือนระยะที่ 3 ตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป จะใช้เพดานที่ 23,000 บาทจ่ายเงินสมทบสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือนซึ่งการปรับในระยะที่ 1 นี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) อยู่ระหว่างส่งให้รมว.กระทรวงแรงงานลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 การปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดนี้ ไม่ได้ปรับอัตราเงินสมทบ ยังคงจ่ายที่ 5 % ของเงินเดือนเหมือนเดิม ดังนั้น กรณีผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาทอยู่เดิม จะยังจ่ายเงินสมทบเหมือนเดิม ส่วนผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จะต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นตามเพดานค่าจ้างใหม่เป็น 875 บาทต่อเดือน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเริ่มใช้เพดานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท ผู้ที่มีเงินเดือน 30,000 บาท จะจ่ายเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 5% ของ 17,500 บาท คือ 875 บาทต่อเดือน (จากเดิมจ่าย 750 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตรา 5 % ของเพดานค่าจ้างสูงสุดเดิมที่ 15,000 บาท) โดยจะต้องจ่ายทั้งฝ่ายผู้ประกันต
อ่านต่อ >28

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
วันนี้ (6 ธันวาคม 2568) เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานฟื้นฟูหลังน้ำท่วมบริเวณตลาดกิมหยง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (อส.) กว่า 300 นายจากกำลังกว่า 4,000 นายทั่วประเทศ ระดมลงพื้นที่เพื่อเร่งทำความสะอาดและฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ พร้อมกล่าวทักทาย ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณกำลังทหารที่สนับสนุนภารกิจฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งต้องอาศัยแรงคนจำนวนมากภายหลังการตรวจพื้นที่ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า จากที่ได้รับรายงานประชาชนส่วนใหญ่กลับเข้าที่พักกันได้หมดแล้ว โดยศูนย์พักพิงภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันมีผู้พักเหลือเพียงราว 30 รายจากจำนวนผู้ที่ได้ผลกระทบ 10,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยหรือกลุ่มเปราะบาง ส่วนประชาชนทั่วไปส่วนมากได้ทยอยกลับบ้านแล้ว โดยตอนนี้ภารกิจใหญ่คือ การเก็บขยะมูลฝอยที่สะสมในช่วงน้ำท่วม และขยะใหม่ที่เกิดขึ้นจากการทำความสะอาดบ้านของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือให้นำขยะมากองหน้าบ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าจัดเก็บได้รวดเร็วตามแผนที่กำหนด 14 วัน ซึ่งขณะนี้เหลืออีก 7 วัน คืน ความเป็นเมืองหาดใหญ่ให้คืนกลับมาปกติ นายกรัฐมนตรีได้กำชับผู้บังคับบัญชาไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการทำงานให้ใช้ความเข้าใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะเจตนารมณ์ของผู้ปฏิบัติงานคือการเข้ามาช่วยพี่น้องประชาชน ซึ่งแม้ในบางพื้นที่อาจจะมีอารมณ์ไม่พอใจบ้าง แต่ไม่มีเหตุปะทะรุนแรง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยว่า แม้รัฐบาลได้โอนเงินช่วยเหลือไปแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ยังพบว่ามีประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับเงินตามสิทธิ เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติอีก 2–3 ขั้นตอน โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน โดยจุดที่ต้องเร่งเป็นพิเศษคือ ระบบออนไลน์ที่ดำเนินการล่าช้ากว่าระบบแอนะล็อก ทั้งที่ควรเป็นช่องทางที่รวดเร็วที่สุด จึงได้กำชับให้ปรับปรุงทันที พร้อมตั้งเป้าว่าภายในสัปดาห์หน้า การจ่ายเงินเยียวยาจะต้องแล้วเสร็จและครอบคลุมทุกครัวเรือนนอกจากนี้ ในวันอังคารที่จะถึงนี้ นายกรัฐมนตรีเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอเพิ่มงบเยียวยาสำหรับประชาชนที่ตกสำรวจ ซึ่งไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลเ
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
งานวิจัยจากหลายประเทศพบความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนสัมพันธ์กับสุขภาพจิตในหลายรูปแบบ เมื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติจากสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งน้ำท่วม คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเท่านั้น แต่ยังสร้างบาดแผลทางใจให้กับผู้คนทั้งผู้ประสบภัยและผู้เสพข้อมูลข่าวสาร ซึ่งงานวิจัยระบุว่า ผู้ที่ประสบเหตุมีความเสี่ยงต่อภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ยังกระทบต่อความมั่นคงด้านจิตใจ ขณะที่ผู้ที่มีปัญหาจิตใจอยู่แล้วมีแนวโน้มถูกกระตุ้นให้เกิดความเครียดขึ้นได้โดยตรง วิกฤตสภาพภูมิอากาศยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน แม้กระทั่งหลังการเผชิญกับวิกฤตภัยธรรมชาติ ผู้คนจำนวนมากต้องสูญเสียบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย และอาชีพ ภัยแล้งที่รุนแรงทำให้เกษตรกรต้องสูญเสียผลผลิตและรายได้ และยังต้องแบกรับความไม่แน่นอนในอนาคต นำไปสู่ความเครียดและภาวะซึมเศร้าได้เช่นกัน แม้ว่าความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศจะสร้างความกังวลให้กับผู้คนไม่น้อย แต่ในทางกลับกันยังช่วยกระตุ้นให้ผู้คนได้ฉุกคิดถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือ และเริ่มลงมือทำเพื่อไม่ให้ความกังวลนั้นกลายเป็นความรู้สึกสิ้นหวัง งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าผู้คนที่ตระหนักถึงปัญหาสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มปรับพฤติกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า การดูแลสุขภาพจิตท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยปัจจัยหลายด้าน ทั้งระบบสาธารณสุข การฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติ การลดความเหลื่อมล้ำ และให้การสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดความกังวลต่อผลกระทบและความสูญเสียจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
งานวิจัยล่าสุดที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร One Earth มุ่งศึกษามหานคร “เซี่ยงไฮ้” ของประเทศจีน ซึ่งกำลังเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้านที่อาจนำไปสู่วิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้ งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศจีน สหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์ การประเมินด้วยข้อมูลและคาดการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง รวมถึงอัตราการทรุดตัวของพื้นดิน พบว่าภายในปี 2100 ขนาดพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมในมหานครเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 และที่น่ากังวงคือระดับน้ำลึกมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก ข้อมูลงานวิจัยนี้มีนัยสำคัญต่อเมืองชายฝั่งทั่วโลก โดยเฉพาะเมืองที่ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำเช่นเดียวกับมหานครเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากพื้นที่ปากแม่น้ำส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของเมืองที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น แต่ขณะเดียวกันกลับเปราะบางต่อพายุมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาการประเมินความเป็นไปได้ของน้ำท่วมในพื้นที่ปากแม่น้ำมักถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากการเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่มักมีสาเหตุจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น ระดับน้ำ คลื่นพายุ ฝนตกหนัก ปริมาณน้ำในแม่น้ำ และคลื่นทะเล การหลีกเลี่ยงจากภัยพิบัติจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อม และปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับแนวป้องกันน้ำท่วม และการสร้างกำแพงป้องกันน้ำเคลื่อนที่ แต่อย่างก็ตามระบบป้องกันน้ำท่วมยังคงเสี่ยงต่อความล้มเหลว เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการทรุดตัวของแผ่นดิน ความเสี่ยงนี้จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการวางแผนปรับตัวของมหานครเซี่ยงไฮ้ รวมถึงเมืองปากแม่น้ำอื่นๆ สร้างความยืนหยุ่นให้กับเมือง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
อ่านต่อ >18

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
เช็คที่นี่!! "มนุษย์เงินเดือน" จ่ายเพิ่มเท่าไร ? "ประกันสังคม" ปรับเพดานสมทบเงิน เริ่ม 1 มกราคม 2569
เช็คที่นี่!! "มนุษย์เงินเดือน" จ่ายเพิ่มเท่าไหร่ ? "ประกันสังคม" ปรับเพดานสมทบเงิน เริ่ม 1 มกราคม 2569 ครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี สำนักงานประกันสังคม(สปส.)เตรียมปรับเพดานค่าจ้างขั้นสูงของผู้ประกันตน มาตรา 33 หลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม. โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2569 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มผลประโยชน์ระยะยาวแก่ผู้ประกันตนน.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) ระบุว่า การปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดในครั้งนี้ เป็นการปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดจาก 15,000 บาท ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบมาตั้งแต่ปี 2538 ใช้มาเป็นระยะเวลานาน เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมมีการปรับเปลี่ยน รวมถึงประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น การปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดจะช่วยให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม และการดำเนินการผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน ทั้งนายจ้าง ผู้ประกันตน และผู้ที่เกี่ยวข้อง ปรับเพดานเงินสมทบ 3 ระยะ การดำเนินการปรับเพดานค่าจ้างจะทำแบบทยอยปรับ กำหนดเป็น 3 ช่วงระยะเวลาระยะที่ 1 ปี 2569 - 2571 จะปรับขึ้นเป็น 17,500 บาท จ่ายเงินสมทบสูงสุด 875 บาทต่อเดือนระยะที่ 2 ปี 2572-2574 จะปรับเป็น 20,000 บาท จ่ายเงินสมทบสูงสุด 1,000 บาทต่อเดือนระยะที่ 3 ตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป จะใช้เพดานที่ 23,000 บาทจ่ายเงินสมทบสูงสุด 1,150 บาทต่อเดือนซึ่งการปรับในระยะที่ 1 นี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) อยู่ระหว่างส่งให้รมว.กระทรวงแรงงานลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก่อนมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 การปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดนี้ ไม่ได้ปรับอัตราเงินสมทบ ยังคงจ่ายที่ 5 % ของเงินเดือนเหมือนเดิม ดังนั้น กรณีผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาทอยู่เดิม จะยังจ่ายเงินสมทบเหมือนเดิม ส่วนผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป จะต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นตามเพดานค่าจ้างใหม่เป็น 875 บาทต่อเดือน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเริ่มใช้เพดานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาท ผู้ที่มีเงินเดือน 30,000 บาท จะจ่ายเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 5% ของ 17,500 บาท คือ 875 บาทต่อเดือน (จากเดิมจ่าย 750 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นอัตรา 5 % ของเพดานค่าจ้างสูงสุดเดิมที่ 15,000 บาท) โดยจะต้องจ่ายทั้งฝ่ายผู้ประกันต
อ่านต่อ >28

#ข่าวการเมือง #TNN ช่อง16
วันนี้ (6 ธันวาคม 2568) เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานฟื้นฟูหลังน้ำท่วมบริเวณตลาดกิมหยง เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (อส.) กว่า 300 นายจากกำลังกว่า 4,000 นายทั่วประเทศ ระดมลงพื้นที่เพื่อเร่งทำความสะอาดและฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ พร้อมกล่าวทักทาย ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ร่วมกันให้บริการประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณกำลังทหารที่สนับสนุนภารกิจฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งต้องอาศัยแรงคนจำนวนมากภายหลังการตรวจพื้นที่ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า จากที่ได้รับรายงานประชาชนส่วนใหญ่กลับเข้าที่พักกันได้หมดแล้ว โดยศูนย์พักพิงภายในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันมีผู้พักเหลือเพียงราว 30 รายจากจำนวนผู้ที่ได้ผลกระทบ 10,000 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยหรือกลุ่มเปราะบาง ส่วนประชาชนทั่วไปส่วนมากได้ทยอยกลับบ้านแล้ว โดยตอนนี้ภารกิจใหญ่คือ การเก็บขยะมูลฝอยที่สะสมในช่วงน้ำท่วม และขยะใหม่ที่เกิดขึ้นจากการทำความสะอาดบ้านของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือให้นำขยะมากองหน้าบ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าจัดเก็บได้รวดเร็วตามแผนที่กำหนด 14 วัน ซึ่งขณะนี้เหลืออีก 7 วัน คืน ความเป็นเมืองหาดใหญ่ให้คืนกลับมาปกติ นายกรัฐมนตรีได้กำชับผู้บังคับบัญชาไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการทำงานให้ใช้ความเข้าใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะเจตนารมณ์ของผู้ปฏิบัติงานคือการเข้ามาช่วยพี่น้องประชาชน ซึ่งแม้ในบางพื้นที่อาจจะมีอารมณ์ไม่พอใจบ้าง แต่ไม่มีเหตุปะทะรุนแรง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยว่า แม้รัฐบาลได้โอนเงินช่วยเหลือไปแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ยังพบว่ามีประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับเงินตามสิทธิ เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติอีก 2–3 ขั้นตอน โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน โดยจุดที่ต้องเร่งเป็นพิเศษคือ ระบบออนไลน์ที่ดำเนินการล่าช้ากว่าระบบแอนะล็อก ทั้งที่ควรเป็นช่องทางที่รวดเร็วที่สุด จึงได้กำชับให้ปรับปรุงทันที พร้อมตั้งเป้าว่าภายในสัปดาห์หน้า การจ่ายเงินเยียวยาจะต้องแล้วเสร็จและครอบคลุมทุกครัวเรือนนอกจากนี้ ในวันอังคารที่จะถึงนี้ นายกรัฐมนตรีเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอเพิ่มงบเยียวยาสำหรับประชาชนที่ตกสำรวจ ซึ่งไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลเ
อ่านต่อ >13

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
งานวิจัยจากหลายประเทศพบความเชื่อมโยงระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนสัมพันธ์กับสุขภาพจิตในหลายรูปแบบ เมื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติจากสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งน้ำท่วม คลื่นความร้อน ภัยแล้ง และไฟป่า ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานของเมืองเท่านั้น แต่ยังสร้างบาดแผลทางใจให้กับผู้คนทั้งผู้ประสบภัยและผู้เสพข้อมูลข่าวสาร ซึ่งงานวิจัยระบุว่า ผู้ที่ประสบเหตุมีความเสี่ยงต่อภาวะวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าสูงกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ยังกระทบต่อความมั่นคงด้านจิตใจ ขณะที่ผู้ที่มีปัญหาจิตใจอยู่แล้วมีแนวโน้มถูกกระตุ้นให้เกิดความเครียดขึ้นได้โดยตรง วิกฤตสภาพภูมิอากาศยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน แม้กระทั่งหลังการเผชิญกับวิกฤตภัยธรรมชาติ ผู้คนจำนวนมากต้องสูญเสียบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย และอาชีพ ภัยแล้งที่รุนแรงทำให้เกษตรกรต้องสูญเสียผลผลิตและรายได้ และยังต้องแบกรับความไม่แน่นอนในอนาคต นำไปสู่ความเครียดและภาวะซึมเศร้าได้เช่นกัน แม้ว่าความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงภาพภูมิอากาศจะสร้างความกังวลให้กับผู้คนไม่น้อย แต่ในทางกลับกันยังช่วยกระตุ้นให้ผู้คนได้ฉุกคิดถึงการเตรียมความพร้อมในการรับมือ และเริ่มลงมือทำเพื่อไม่ให้ความกังวลนั้นกลายเป็นความรู้สึกสิ้นหวัง งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าผู้คนที่ตระหนักถึงปัญหาสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มปรับพฤติกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้มากกว่า การดูแลสุขภาพจิตท่ามกลางวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องอาศัยปัจจัยหลายด้าน ทั้งระบบสาธารณสุข การฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติ การลดความเหลื่อมล้ำ และให้การสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดความกังวลต่อผลกระทบและความสูญเสียจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้
อ่านต่อ >22

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
งานวิจัยล่าสุดที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร One Earth มุ่งศึกษามหานคร “เซี่ยงไฮ้” ของประเทศจีน ซึ่งกำลังเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้านที่อาจนำไปสู่วิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้ งานวิจัยนี้ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำจากประเทศจีน สหรัฐฯ และเนเธอร์แลนด์ การประเมินด้วยข้อมูลและคาดการณ์ด้านสภาพภูมิอากาศ ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูง รวมถึงอัตราการทรุดตัวของพื้นดิน พบว่าภายในปี 2100 ขนาดพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมในมหานครเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 และที่น่ากังวงคือระดับน้ำลึกมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก ข้อมูลงานวิจัยนี้มีนัยสำคัญต่อเมืองชายฝั่งทั่วโลก โดยเฉพาะเมืองที่ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำเช่นเดียวกับมหานครเซี่ยงไฮ้ เนื่องจากพื้นที่ปากแม่น้ำส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของเมืองที่มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่น แต่ขณะเดียวกันกลับเปราะบางต่อพายุมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ผ่านมาการประเมินความเป็นไปได้ของน้ำท่วมในพื้นที่ปากแม่น้ำมักถูกประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากการเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่มักมีสาเหตุจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น ระดับน้ำ คลื่นพายุ ฝนตกหนัก ปริมาณน้ำในแม่น้ำ และคลื่นทะเล การหลีกเลี่ยงจากภัยพิบัติจำเป็นต้องมีการเตรียมพร้อม และปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อยกระดับแนวป้องกันน้ำท่วม และการสร้างกำแพงป้องกันน้ำเคลื่อนที่ แต่อย่างก็ตามระบบป้องกันน้ำท่วมยังคงเสี่ยงต่อความล้มเหลว เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับการทรุดตัวของแผ่นดิน ความเสี่ยงนี้จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการวางแผนปรับตัวของมหานครเซี่ยงไฮ้ รวมถึงเมืองปากแม่น้ำอื่นๆ สร้างความยืนหยุ่นให้กับเมือง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต
อ่านต่อ >18