
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้แล้วกว่า 5.5 แสนครัวเรือนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้นายสิริพงศ์ ฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวว่า กรณีสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ สำหรับการเสียชีวิต โดยคำจำกัดความของ “การเสียชีวิต” ในครั้งนี้ คือ 1. การจมน้ำเสียชีวิต 2. การเสียชีวิตในที่พักอาศัยหรือโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วมขังหรือล้อมรอบ 3. การเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายหรืออพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วมไปยังโรงพยาบาล ศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือสถานที่ปลอดภัย โดยกรอบระยะเวลาคือวันที่ 22 - 27 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขประกอบการพิจารณา เอกสารที่ญาติต้องใช้กรณีการเสียชีวิตคือ 1. ใบมรณบัตร 2. ใบรายงานคดี 3. คำวินิจฉัยแพทย์ ในกรณีที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แล้วจำเป็นจะต้องสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติม จะต้องมีใบสอบปากคำ (ปค.14) เพิ่มเติม สำหรับกรณีที่มีปัญหาเรื่องการวินิจฉัยตีความ ต้องมีการยืนยันตัวตนสถานะของทายาทโดยธรรม ที่จะเป็นผู้รับเงินเยียวยา“ขอบคุณจุฬาราชมนตรีที่กรุณาให้การช่วยเหลือ โดยบางกรณีจำเป็นต้องดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมงตามหลักศาสนา ทางจุฬาราชมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการมุสลิมประจำแต่ละอำเภอ เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาในแต่ละกรณี พร้อมทั้งให้จัดแพทย์มุสลิมเข้าร่วมสังเกตการณ์ในประเด็นต่าง ๆ ด้วย”การโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยนางสาวรัชดาฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวถึงการโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตั้งแต่วันที่ 1 - 3 ธันวาคม 2568 ว่าได้โอนเงินไปแล้ว 186,330 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 1,676,000,970,000 บาท โดย จ. สงขลา มียอดสูงสุดอยู่ที่ 119,619 ครัวเรือน โดยวันนี้ (4 ธ.ค. 2568) กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะดำเนินการโอนเงิน 368,099 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงิน 3,312,891,000 บาท ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งที่จะโอนเงินไปยังที่สงขลาและหาดใหญ่ เฉพาะจังหวัดสงขลายกเว้น อ.หาดใหญ่อยู่ที่ 84,992 ครัวเรือน และอำเภอหาดใหญ่อยู่ที่ 22,631 ครัวเรือน ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตล่ม กสทช. จะเร่งดำเนินการแก้ไขผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด (ปัต
อ่านต่อ >23

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Google ประเทศไทย เผย 10 อันดับคำค้นหายอดนิยมประจำปี 2568 ที่สะท้อนภาพรวมความสนใจของคนไทยตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นกระแส เทรนด์ AI ที่มาแรงต่อเนื่อง บุคคลและข่าวเด่นที่ถูกพูดถึงทั่วประเทศ ตลอดจนเทรนด์ท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงกิจกรรมยอดนิยมอย่างสูตรอาหาร วิธีทำ และหมวดความบันเทิงที่ครองใจผู้ค้นหาตลอดทั้งปี ผลลัพธ์ทั้งหมดสะท้อนจังหวะการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้ใช้อย่างรอบด้าน พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Google Search ในฐานะเครื่องมือหลักที่อยู่ในทุกช่วงความสนใจ ความสุข และความทรงจำของคนไทยตลอดปีที่ผ่านมาเผยผลคำค้นหายอดนิยมประจำปี 2568 ผลการค้นหายอดนิยมปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผสานกันของเทรนด์เทคโนโลยี เหตุการณ์สังคม และความบันเทิงที่ต่างมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความสนใจของคนไทยตลอดทั้งปี โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีซึ่งยังคงโดดเด่นที่สุดในปีนี้ โดย “Gemini” ครองอันดับ 1 คำค้นหายอดนิยมประจำปี 2568 นอกจากนี้ “ChatGPT” และ “DeepSeek” ก็ติดโผ 10 อันดับแรกเช่นเดียวกัน ในด้านนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่าง “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” และ “คนละครึ่ง พลัส” ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เหตุการณ์สำคัญอย่าง “แผ่นดินไหว” ทำให้ผู้คนหันมาค้นหาข้อมูลด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น สำหรับหมวดความบันเทิง ซีรีส์ไทยยังคงครองกระแสแรงแซงโค้ง โดย “สงคราม ส่งด่วน” และ “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม รวมถึงแบบทดสอบเชิงจิตวิทยาออนไลน์ “กุญแจกลางใจ” ที่สร้างกระแสในโลกดิจิทัลตลอดปี ขณะที่ฝั่งเทคโนโลยีผู้บริโภค “iPhone 17” ยังคงเป็นหัวข้อที่ผู้ใช้งานชาวไทยติดตามอย่างใกล้ชิดภาพจาก Google Thailand เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันคนไทยยิ่งต้องการเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้ รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้นปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ส่งผลให้การค้นหาในหมวดข่าวประจำปี 2568 สะท้อนความต้องการข้อมูลที่ทันสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศอย่างชัดเจน โดย “แผ่นดินไหว” ครองอันดับ 1 ของคำค้นหายอดนิยมหมวดข่าว ขณะที่นโยบายภาครัฐอย่าง “คนละครึ่ง พลัส” และ “บ้านเพื่อคนไทย” ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่คนไทยให้ความสนใจเพื่อยกระดับด้านคุณภาพชีวิต ส่วนสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ทำให้ “ปราสาทตา
อ่านต่อ >39

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานคุณภาพอากาศประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ 07:00 น ภาพรวมปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศ พบเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ (สีส้ม) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในขณะที่พื้นที่ภาคอีสานสถานการณ์กลับเข้ามาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ โดยภาคเหนือ ตรวจวัดได้ 4.4 – 48.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9.3 – 32.8 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและภาคตะวันตก 24.5 - 49.6 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก 16.9 - 55.9 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ 11.8 - 32.5 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 27.3 - 62.1 มคก./ลบ.ม. เตือน 6-9 ธันวาคม 256 ฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ศกพ. ขอแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ระหว่างวันที่ 6-9 ธันวาคม 2568 มีแนวโน้มเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่อื่นที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้แก่ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างศกพ. ขอเน้นย้ำช่องทางการแจ้งเตือนประชาชน โดยในปัจจุบันมีระบบแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองที่สำคัญ คือระบบ LINE ALERT โดยจะแจ้งเตือนเมื่อสถานการณ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) และระบบ Cell Broadcast หากสถานการณ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ช่องทางสื่อสารของกรมควบคุมมลพิษ ได้แก่ Facebook ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) และสื่อโซเชียลมีเดียอื่น เช่น YouTube, X และ TikTok เพื่อให้ประชาชนให้สามารถวางแผนการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง การจัดเตรียมอุปกรณ์ในการป้องกันตนเองสามารถลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองได้ทันท่วงทีทั้งนี้ ขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูกาลเปิดหีบอ้อย ศกพ. เน้นย้ำถึงนโยบายให้โรงงานควบคุมอ้อยไฟไหม้เข้าหีบไม่เกิน 15 % ของปริมาณอ้อยทั้งหมดของปริมาณอ้อยทั้งหมด และยังคงขอความร่วมมือประชาชนทุกท่าน งดการเผาในที่โล่งทุกชนิด รวมถึงใช้รถโดยสารสาธารณะ เพื่อลดปริมาณการจราจรบนท้องถนน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน แนะลดกิจกรรมกลางแจ้ง ใส่หน้ากากอนามัยขอให้พี่น้องประชาชนดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ลดกิจกรรมกลางแจ้ง หากม
อ่านต่อ >23

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่าเขากำลังชั่งใจส่งคำ “ขอโทษ” ไปถึงฝั่งเกาหลีเหนือ กรณีที่อดีตประธานาธิบดียุน ซ็อก-ยอล ที่ถูกถอดจากตำแห่งอาจจงใจเพิ่มความตึงเครียดทางทหารกับเกาหลีเหนือ เพื่อปูทางไปสู่การประกาศกฎอัยการศึกอย่างกะทันหันเมื่อเดือนธันวาคมปี 2024 แต่สุดท้ายล้มเหลวและจบลงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นการส่งโดรนและโปรยใบปลิวจำนวนมากข้ามพรมแดนจากฝั่งเกาหลีใต้ไปฝั่งเกาหลีเหนือในสมัยของยุน ซ็อก-ยอล ที่สร้างความตึงเครียดให้กับคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งอี แจ-มยอง มองว่าเขาเองก็ต้องการขอโทษเกาหลีเหนือเป็นการส่วนตัวด้วยอี แจ-มยองกล่าวว่าเกาหลีใต้จำเป็นต้องขอโทษ แต่ยังไม่สามารถพูดเช่นนั้นออกมาได้ เพราะเขาความกังวลว่ามันอาจถูกนำไปใช้โจมตีว่าตัวเขา (อี แจ-มยอง) เป็นฝ่ายสนับสนุนเกาหลีเหนือและอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองในเกาหลีใต้ได้ โดยเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2024 เกาหลีเหนือเคยประณามรัฐบาลสมัยยุน ซ็อก-ยอล ที่จงใจบินโดรนข้ามเขตเพื่อทิ้งใบปลิวต่อต้านโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือกว่า 3 ครั้ง ถึงในกรุงเปียงยางเมืองหลวงของประเทศ แต่ในขณะนั้นกองทัพเกาหลีใต้ได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวหาของฝั่งเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันในวันนี้ (4 ธันวาคม) ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยืนยันว่ามีชาวเกาหลีใต้ 6 คนถูกควบคุมตัวอยู่ในเกาหลีเหนือ พร้อมประกาศว่ารัฐบาลจะนำตัวชาวเกาหลีใต้กลุ่มนี้กลับมาสำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ในจำนวนผู้ที่ถูกจับยังประกอบด้วยชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์มาฝั่งเกาหลีใต้ 3 คน โดยพวกเขาถูกจับในข้อหาจารกรรมในช่วงตั้งแต่ปี 2013 - 2016 นอกจากนี้ยังมีมิชชันนารีเกาหลีใต้ที่ถูกเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือจับรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย โดยทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังแถลงว่าเนื่องจากการเจรจาและการแลกเปลี่ยนระหว่างสองเกาหลีถูกระงับมาเป็นเวลานาน ความทุกข์ทรมานของประชาชนที่ถูกจับจึงดำเนินต่อไปและประเด็นนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน ขณะที่กระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้เรียกร้องออกมาให้ทางการเกาหลีเหนือปล่อยตัวผู้ถูกจับพร้อมเผยว่าครั้งล่าสุดที่มีการหารือประเด็นการปล่อยตัวชาวเกาหลีใต้ที่ถูกจับในฝั่งเกาหลีเหนือคือในปี 2018 ทั้งนี้ เกาหลีเหนือยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อประเด็นนี้ แต่ตอบกลับเพียงว่าหน่วยงานภายในเกาหลีเหนือที่เ
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้แล้วกว่า 5.5 แสนครัวเรือนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้นายสิริพงศ์ ฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวว่า กรณีสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ สำหรับการเสียชีวิต โดยคำจำกัดความของ “การเสียชีวิต” ในครั้งนี้ คือ 1. การจมน้ำเสียชีวิต 2. การเสียชีวิตในที่พักอาศัยหรือโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วมขังหรือล้อมรอบ 3. การเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายหรืออพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วมไปยังโรงพยาบาล ศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือสถานที่ปลอดภัย โดยกรอบระยะเวลาคือวันที่ 22 - 27 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขประกอบการพิจารณา เอกสารที่ญาติต้องใช้กรณีการเสียชีวิตคือ 1. ใบมรณบัตร 2. ใบรายงานคดี 3. คำวินิจฉัยแพทย์ ในกรณีที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แล้วจำเป็นจะต้องสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติม จะต้องมีใบสอบปากคำ (ปค.14) เพิ่มเติม สำหรับกรณีที่มีปัญหาเรื่องการวินิจฉัยตีความ ต้องมีการยืนยันตัวตนสถานะของทายาทโดยธรรม ที่จะเป็นผู้รับเงินเยียวยา“ขอบคุณจุฬาราชมนตรีที่กรุณาให้การช่วยเหลือ โดยบางกรณีจำเป็นต้องดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมงตามหลักศาสนา ทางจุฬาราชมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการมุสลิมประจำแต่ละอำเภอ เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาในแต่ละกรณี พร้อมทั้งให้จัดแพทย์มุสลิมเข้าร่วมสังเกตการณ์ในประเด็นต่าง ๆ ด้วย”การโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยนางสาวรัชดาฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวถึงการโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตั้งแต่วันที่ 1 - 3 ธันวาคม 2568 ว่าได้โอนเงินไปแล้ว 186,330 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 1,676,000,970,000 บาท โดย จ. สงขลา มียอดสูงสุดอยู่ที่ 119,619 ครัวเรือน โดยวันนี้ (4 ธ.ค. 2568) กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะดำเนินการโอนเงิน 368,099 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงิน 3,312,891,000 บาท ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งที่จะโอนเงินไปยังที่สงขลาและหาดใหญ่ เฉพาะจังหวัดสงขลายกเว้น อ.หาดใหญ่อยู่ที่ 84,992 ครัวเรือน และอำเภอหาดใหญ่อยู่ที่ 22,631 ครัวเรือน ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตล่ม กสทช. จะเร่งดำเนินการแก้ไขผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด (ปัต
อ่านต่อ >23

#ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี #TNN ช่อง16
Google ประเทศไทย เผย 10 อันดับคำค้นหายอดนิยมประจำปี 2568 ที่สะท้อนภาพรวมความสนใจของคนไทยตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เป็นกระแส เทรนด์ AI ที่มาแรงต่อเนื่อง บุคคลและข่าวเด่นที่ถูกพูดถึงทั่วประเทศ ตลอดจนเทรนด์ท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงกิจกรรมยอดนิยมอย่างสูตรอาหาร วิธีทำ และหมวดความบันเทิงที่ครองใจผู้ค้นหาตลอดทั้งปี ผลลัพธ์ทั้งหมดสะท้อนจังหวะการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้ใช้อย่างรอบด้าน พร้อมตอกย้ำบทบาทของ Google Search ในฐานะเครื่องมือหลักที่อยู่ในทุกช่วงความสนใจ ความสุข และความทรงจำของคนไทยตลอดปีที่ผ่านมาเผยผลคำค้นหายอดนิยมประจำปี 2568 ผลการค้นหายอดนิยมปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผสานกันของเทรนด์เทคโนโลยี เหตุการณ์สังคม และความบันเทิงที่ต่างมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความสนใจของคนไทยตลอดทั้งปี โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีซึ่งยังคงโดดเด่นที่สุดในปีนี้ โดย “Gemini” ครองอันดับ 1 คำค้นหายอดนิยมประจำปี 2568 นอกจากนี้ “ChatGPT” และ “DeepSeek” ก็ติดโผ 10 อันดับแรกเช่นเดียวกัน ในด้านนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่าง “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” และ “คนละครึ่ง พลัส” ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เหตุการณ์สำคัญอย่าง “แผ่นดินไหว” ทำให้ผู้คนหันมาค้นหาข้อมูลด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น สำหรับหมวดความบันเทิง ซีรีส์ไทยยังคงครองกระแสแรงแซงโค้ง โดย “สงคราม ส่งด่วน” และ “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม รวมถึงแบบทดสอบเชิงจิตวิทยาออนไลน์ “กุญแจกลางใจ” ที่สร้างกระแสในโลกดิจิทัลตลอดปี ขณะที่ฝั่งเทคโนโลยีผู้บริโภค “iPhone 17” ยังคงเป็นหัวข้อที่ผู้ใช้งานชาวไทยติดตามอย่างใกล้ชิดภาพจาก Google Thailand เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันคนไทยยิ่งต้องการเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้ รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้นปีที่ผ่านมาเต็มไปด้วยเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ส่งผลให้การค้นหาในหมวดข่าวประจำปี 2568 สะท้อนความต้องการข้อมูลที่ทันสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศอย่างชัดเจน โดย “แผ่นดินไหว” ครองอันดับ 1 ของคำค้นหายอดนิยมหมวดข่าว ขณะที่นโยบายภาครัฐอย่าง “คนละครึ่ง พลัส” และ “บ้านเพื่อคนไทย” ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่คนไทยให้ความสนใจเพื่อยกระดับด้านคุณภาพชีวิต ส่วนสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ทำให้ “ปราสาทตา
อ่านต่อ >39

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานคุณภาพอากาศประจำวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ณ 07:00 น ภาพรวมปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศ พบเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ (สีส้ม) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในขณะที่พื้นที่ภาคอีสานสถานการณ์กลับเข้ามาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ โดยภาคเหนือ ตรวจวัดได้ 4.4 – 48.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 9.3 – 32.8 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและภาคตะวันตก 24.5 - 49.6 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก 16.9 - 55.9 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ 11.8 - 32.5 มคก./ลบ.ม. กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 27.3 - 62.1 มคก./ลบ.ม. เตือน 6-9 ธันวาคม 256 ฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ศกพ. ขอแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ระหว่างวันที่ 6-9 ธันวาคม 2568 มีแนวโน้มเกินเกณฑ์มาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่อื่นที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ได้แก่ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างศกพ. ขอเน้นย้ำช่องทางการแจ้งเตือนประชาชน โดยในปัจจุบันมีระบบแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองที่สำคัญ คือระบบ LINE ALERT โดยจะแจ้งเตือนเมื่อสถานการณ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) และระบบ Cell Broadcast หากสถานการณ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ช่องทางสื่อสารของกรมควบคุมมลพิษ ได้แก่ Facebook ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) และสื่อโซเชียลมีเดียอื่น เช่น YouTube, X และ TikTok เพื่อให้ประชาชนให้สามารถวางแผนการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง การจัดเตรียมอุปกรณ์ในการป้องกันตนเองสามารถลดผลกระทบจากสถานการณ์ฝุ่นละอองได้ทันท่วงทีทั้งนี้ ขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูกาลเปิดหีบอ้อย ศกพ. เน้นย้ำถึงนโยบายให้โรงงานควบคุมอ้อยไฟไหม้เข้าหีบไม่เกิน 15 % ของปริมาณอ้อยทั้งหมดของปริมาณอ้อยทั้งหมด และยังคงขอความร่วมมือประชาชนทุกท่าน งดการเผาในที่โล่งทุกชนิด รวมถึงใช้รถโดยสารสาธารณะ เพื่อลดปริมาณการจราจรบนท้องถนน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน แนะลดกิจกรรมกลางแจ้ง ใส่หน้ากากอนามัยขอให้พี่น้องประชาชนดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วย เด็ก ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ ลดกิจกรรมกลางแจ้ง หากม
อ่านต่อ >23

#ข่าวต่างประเทศ #TNN ช่อง16
ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่าเขากำลังชั่งใจส่งคำ “ขอโทษ” ไปถึงฝั่งเกาหลีเหนือ กรณีที่อดีตประธานาธิบดียุน ซ็อก-ยอล ที่ถูกถอดจากตำแห่งอาจจงใจเพิ่มความตึงเครียดทางทหารกับเกาหลีเหนือ เพื่อปูทางไปสู่การประกาศกฎอัยการศึกอย่างกะทันหันเมื่อเดือนธันวาคมปี 2024 แต่สุดท้ายล้มเหลวและจบลงในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นการส่งโดรนและโปรยใบปลิวจำนวนมากข้ามพรมแดนจากฝั่งเกาหลีใต้ไปฝั่งเกาหลีเหนือในสมัยของยุน ซ็อก-ยอล ที่สร้างความตึงเครียดให้กับคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งอี แจ-มยอง มองว่าเขาเองก็ต้องการขอโทษเกาหลีเหนือเป็นการส่วนตัวด้วยอี แจ-มยองกล่าวว่าเกาหลีใต้จำเป็นต้องขอโทษ แต่ยังไม่สามารถพูดเช่นนั้นออกมาได้ เพราะเขาความกังวลว่ามันอาจถูกนำไปใช้โจมตีว่าตัวเขา (อี แจ-มยอง) เป็นฝ่ายสนับสนุนเกาหลีเหนือและอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองในเกาหลีใต้ได้ โดยเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2024 เกาหลีเหนือเคยประณามรัฐบาลสมัยยุน ซ็อก-ยอล ที่จงใจบินโดรนข้ามเขตเพื่อทิ้งใบปลิวต่อต้านโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือกว่า 3 ครั้ง ถึงในกรุงเปียงยางเมืองหลวงของประเทศ แต่ในขณะนั้นกองทัพเกาหลีใต้ได้ออกมาปฏิเสธคำกล่าวหาของฝั่งเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกันในวันนี้ (4 ธันวาคม) ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยืนยันว่ามีชาวเกาหลีใต้ 6 คนถูกควบคุมตัวอยู่ในเกาหลีเหนือ พร้อมประกาศว่ารัฐบาลจะนำตัวชาวเกาหลีใต้กลุ่มนี้กลับมาสำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ในจำนวนผู้ที่ถูกจับยังประกอบด้วยชาวเกาหลีเหนือที่แปรพักตร์มาฝั่งเกาหลีใต้ 3 คน โดยพวกเขาถูกจับในข้อหาจารกรรมในช่วงตั้งแต่ปี 2013 - 2016 นอกจากนี้ยังมีมิชชันนารีเกาหลีใต้ที่ถูกเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือจับรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย โดยทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังแถลงว่าเนื่องจากการเจรจาและการแลกเปลี่ยนระหว่างสองเกาหลีถูกระงับมาเป็นเวลานาน ความทุกข์ทรมานของประชาชนที่ถูกจับจึงดำเนินต่อไปและประเด็นนี้จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วน ขณะที่กระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้เรียกร้องออกมาให้ทางการเกาหลีเหนือปล่อยตัวผู้ถูกจับพร้อมเผยว่าครั้งล่าสุดที่มีการหารือประเด็นการปล่อยตัวชาวเกาหลีใต้ที่ถูกจับในฝั่งเกาหลีเหนือคือในปี 2018 ทั้งนี้ เกาหลีเหนือยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อประเด็นนี้ แต่ตอบกลับเพียงว่าหน่วยงานภายในเกาหลีเหนือที่เ
อ่านต่อ >17

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
โอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้แล้วกว่า 5.5 แสนครัวเรือนศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้นายสิริพงศ์ ฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวว่า กรณีสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ สำหรับการเสียชีวิต โดยคำจำกัดความของ “การเสียชีวิต” ในครั้งนี้ คือ 1. การจมน้ำเสียชีวิต 2. การเสียชีวิตในที่พักอาศัยหรือโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วมขังหรือล้อมรอบ 3. การเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายหรืออพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วมไปยังโรงพยาบาล ศูนย์พักพิงชั่วคราว หรือสถานที่ปลอดภัย โดยกรอบระยะเวลาคือวันที่ 22 - 27 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขประกอบการพิจารณา เอกสารที่ญาติต้องใช้กรณีการเสียชีวิตคือ 1. ใบมรณบัตร 2. ใบรายงานคดี 3. คำวินิจฉัยแพทย์ ในกรณีที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แล้วจำเป็นจะต้องสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติม จะต้องมีใบสอบปากคำ (ปค.14) เพิ่มเติม สำหรับกรณีที่มีปัญหาเรื่องการวินิจฉัยตีความ ต้องมีการยืนยันตัวตนสถานะของทายาทโดยธรรม ที่จะเป็นผู้รับเงินเยียวยา“ขอบคุณจุฬาราชมนตรีที่กรุณาให้การช่วยเหลือ โดยบางกรณีจำเป็นต้องดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมงตามหลักศาสนา ทางจุฬาราชมนตรีได้มอบหมายให้คณะกรรมการมุสลิมประจำแต่ละอำเภอ เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาในแต่ละกรณี พร้อมทั้งให้จัดแพทย์มุสลิมเข้าร่วมสังเกตการณ์ในประเด็นต่าง ๆ ด้วย”การโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยนางสาวรัชดาฯ กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวถึงการโอนเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตั้งแต่วันที่ 1 - 3 ธันวาคม 2568 ว่าได้โอนเงินไปแล้ว 186,330 ครัวเรือน คิดเป็นเงิน 1,676,000,970,000 บาท โดย จ. สงขลา มียอดสูงสุดอยู่ที่ 119,619 ครัวเรือน โดยวันนี้ (4 ธ.ค. 2568) กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะดำเนินการโอนเงิน 368,099 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงิน 3,312,891,000 บาท ทั้งนี้ รัฐบาลเร่งที่จะโอนเงินไปยังที่สงขลาและหาดใหญ่ เฉพาะจังหวัดสงขลายกเว้น อ.หาดใหญ่อยู่ที่ 84,992 ครัวเรือน และอำเภอหาดใหญ่อยู่ที่ 22,631 ครัวเรือน ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาระบบสัญญาณอินเทอร์เน็ตล่ม กสทช. จะเร่งดำเนินการแก้ไขผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 3 จังหวัด (ปัต
อ่านต่อ >23