
#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยย้ำว่าประเทศไทยขอบคุณความห่วงใยของผู้นำสหรัฐที่ต้องการเห็นสันติภาพ แต่สันติภาพต้องเกิดจากความพร้อมของทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า มีความกังวลต่อข้อความของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โพสต์ผ่าน Truth Social ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายสหรัฐอาจยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะกรณีที่ระบุว่าทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นอุบัติเหตุ ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่จากฝั่งกัมพูชา รวมถึงการใช้จรวด BM-21 ยิงเข้าพื้นที่พลเรือนในจังหวัดศรีสะเกษ นายสีหศักดิ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตอบโต้ของฝ่ายไทยเป็นไปอย่างได้สัดส่วนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังในฐานะประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับสหรัฐฯ และเคยร่วมมือด้านความมั่นคงมาอย่างต่อเนื่องในส่วนข้อเสนอของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ต้องการให้ตรวจสอบเหตุปะทะผ่านดาวเทียม ไทยยืนยันพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และขอให้ตรวจสอบประเด็นการใช้ทุ่นระเบิดควบคู่กัน โดยไทยเคยเสนอให้มีคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงมาแล้วในการประชุมภาคีอนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังระบุถึงกรณีที่กัมพูชาขอเลื่อนการเปิดด่านปอยเปต ส่งผลให้คนไทยกว่า 6,000–7,000 คนยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบทางทหาร โดยมองว่าเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศสำหรับเวทีอาเซียน ไทยยืนยันพร้อมเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทย พร้อมให้ความร่วมมือกับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
อ่านต่อ >36

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ออกประกาศใช้มาตรการห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ในพื้นที่จังหวัดตราด 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอคลองใหญ่ อำเภอบ่อไร่ อำเภอแหลมงอบ อำเภอเขาสมิง และอำเภอเมืองตราด กำหนดช่วงเวลา 19.00 น. ถึง 05.00 น. โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ประกาศดังกล่าวอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 11 (6) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงป้องกันภัยคุกคามต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน โดยกำหนดให้ประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ก่อนออกนอกเคหสถาน นอกจากนี้ กปช.จต. ระบุว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายตามกฎอัยการศึกอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมการควบคุมพื้นที่ การควบคุมบุคคล และการตรวจค้น เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบหรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประกาศเคอร์ฟิวครั้งนี้มีสาเหตุจากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. เมื่อมีการใช้อาวุธยิงลูกระเบิด M79 จำนวน 3 นัด ใส่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด โดยการคำนวณวิถีกระสุนพบว่ายิงมาจากภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม กระสุนตกในพื้นที่โล่ง ทำให้กำลังพลปลอดภัยทั้งหมด
อ่านต่อ >11

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาล่าสุด ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ถือเป็นระดับร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังการปะทะกระจายครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดนตั้งแต่อุบลราชธานีถึงตราด และยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลง แม้หลายประเทศเริ่มส่งสัญญาณกดดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่การเจรจา ความขัดแย้งในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นชัดเจนจากเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดในเดือนกรกฎาคม ก่อนพัฒนาเป็นการเปิดฉากยิงด้วยอาวุธหนักในช่วงต้นเดือนธันวาคมสรุปความสูญเสีย ณ 11 ธ.ค. 2568รายงานจากกองทัพไทยยืนยันว่า ขณะนี้มี ทหารเสียชีวิต 1 นาย จากเหตุปะทะที่ช่องบก จ.อุบลราชธานีเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม และมีผู้ บาดเจ็บรวมอย่างน้อย 23 นาย จากทั้งเหตุระเบิดเดือนกรกฎาคมและการสู้รบระลอกใหม่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และ 2 ไทม์ไลน์สถานการณ์ชายแดน ไทย–กัมพูชา (ก.ค. – 11 ธ.ค. 2568)ก.ค. 2568 — จุดเริ่มความตึงเครียดความขัดแย้งเริ่มชัดเจนในวันที่ 23 กรกฎาคม เมื่อชุดลาดตระเวนไทยเหยียบกับระเบิดบริเวณช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ทำให้บาดเจ็บ 5 นาย รวมถึงผู้บาดเจ็บสาหัส 1 นาย เหตุการณ์นี้นำไปสู่คำสั่งปิดด่านชายแดน 4 แห่งในทันที และเปิดช่องให้ความสัมพันธ์สองประเทศเริ่มสั่นคลอนวันถัดมา กัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ฐานทหารไทยที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ และปราสาทโดนตวล จ.ศรีสะเกษ รัฐบาลไทยจึงลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมเตรียมมาตรการตอบโต้ ฝ่ายไทยยังเดินหน้าแผนยุทธการ “ยุทธบดินทร์” ระหว่างวันที่ 25–28 กรกฎาคม เพื่อควบคุมแนวชายแดนที่เริ่มปะทุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ7–10 ธ.ค. 2568 — สงครามระลอกใหม่ปะทุรุนแรงหลังช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายนที่สถานการณ์เงียบลง ความตึงเครียดกลับปะทุหนักในวันที่ 7 ธันวาคม โดยเวลา 14.15 น. มีการปะทะครั้งใหญ่ที่ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน จ.ศรีสะเกษ ก่อนที่เวลา 22.00 น. จะมีความเคลื่อนไหวของรถถัง T-55 และจรวด RM-70 ของกัมพูชาประชิดแนวชายแดนถึงช่องบก–ช่องอานม้า ทำให้กองทัพไทยต้องอพยพประชาชนในพื้นที่อีสานใต้หลายอำเภอทันทีวันที่ 8 ธันวาคม กลายเป็นวันสูญเสีย หลังตั้งแต่ตีห้ากัมพูชาระดมยิงปืนใหญ่และ BM-21 ใส่ฐานทหารไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ช่องบกซึ่งทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย ขณะเดียวกัน จรวด BM-21 ตกใส่บ้านเรือนประชาชนที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ทำให้ระดับความรุนแรงพุ่งสูงขึ้นอย่างมากวันที่ 9–10 ธันวาคม แนวสู้รบขยายออกไปครอบคลุม
อ่านต่อ >20

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ไทยเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มรูปแบบ หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ประกาศ ยุบสภาฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางสู่การจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่แบบเร่งด่วน ซึ่งการเลือกตั้งใหม่คาดว่าจัดขึ้นภายใน 45-60 วัน นับจากวันที่ยุบสภาฯ ทันใดนั้นตลาดหุ้นไทยเปิดการซื้อขายในวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา เด้งรับข่าวทันที โดยดัชนีแตะที่ระดับ 1,257.83 จุด ปรับขึ้น 4.29 จุด หรือ 0.34% มูลค่าการซื้อขาย 6,339.24 ล้านบาท จากนั้นปิดตลาดที่ 1,254.10 จุด เพิ่มขึ้น 0.56 จุด หรือ 0.04% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 36,693.42 ล้านบาท ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์จะเป็นอย่างไร และจากสถิติในอดีตหลังจากที่รัฐบาลประกาศยุบสภาฯ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่นั้น ดัชนีหุ้นไทยมีความผันผวนมากน้อยแค่ไหน ในวันนี้ TNN Online พาไปไขคำตอบจากกูรูตลาดทุนกันค่ะ เริ่มจาก “ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์” CFTe,CISA ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนักกลยุทธ์การลงทุน บล. กรุงศรี ฉายภาพว่า การยุบสภามาก่อนคาดเล็กน้อย แต่ ไม่เหนือความคาดหมายของตลาด เพราะรัฐบาลชุดนี้ถูกมองเป็น “รัฐบาลรอยต่อ” อยู่แล้ว เปิดทางให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักบวกกับภาพการ Refresh ทางการเมือง จากสถิติในอดีต หลังรัฐบาลประกาศยุบสภาฯ 5 ครั้งที่ผ่านมา ใปี 2543 ปี 2549 ปี 2554 ปี 2556 และปี 2566 ผลตอบแทนเฉลี่ย +0.45%KSS ประเมิน SET มีโอกาส Election Rally +3% ถึง +5% ในระยะ 5–8 เดือนข้างหน้า จาก • 📌 รัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพ > รัฐบาลรอยต่อ• 📌 กติกาเลือกตั้งเอื้อให้พรรคชนะตั้งรัฐบาลได้ง่ายขึ้น• 📌 ความเชื่อมั่น Fund Flows (ไทย + ต่างชาติ) เพิ่มขึ้น• 📌 หุ้นใหญ่กลับมาเป็นแกนขับเคลื่อน SET• 📌 กิจกรรมก่อนเลือกตั้งกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริงโดยตั้งเป้าหมายในปี 2569 คาดว่า SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,551 จุด อิง EPS 2026F = 94 บาท (โต 8%)ส่วน Target PER = 16.5 เท่า (-1 SD จากค่าเฉลี่ยยาวที่ 17.3x)ด้านกลยุทธ์ลงทุน : หุ้นได้ประโยชน์จากยุบสภาฯ สู่การเลือกตั้ง 1.Domestic Play — หุ้นมักเด่นช่วง Election Rally• ค้าปลีก: CPALL (Deep Value)• ธนาคาร: KBANK, KTB2.Fund Flow เข้าหุ้นใหญ่ (SET50) • สื่อสาร : ADVANC• พลังงาน : PTT, GULF, PTTGC (Deep Value), TOP• โรงพยาบาล: BDMS• โรงแรม: CENTEL 3. ธีมดอกเบี้ยขาลง • กลุ่มเช่าซื้อ:
อ่านต่อ >23

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยย้ำว่าประเทศไทยขอบคุณความห่วงใยของผู้นำสหรัฐที่ต้องการเห็นสันติภาพ แต่สันติภาพต้องเกิดจากความพร้อมของทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า มีความกังวลต่อข้อความของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โพสต์ผ่าน Truth Social ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายสหรัฐอาจยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะกรณีที่ระบุว่าทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นอุบัติเหตุ ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่จากฝั่งกัมพูชา รวมถึงการใช้จรวด BM-21 ยิงเข้าพื้นที่พลเรือนในจังหวัดศรีสะเกษ นายสีหศักดิ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตอบโต้ของฝ่ายไทยเป็นไปอย่างได้สัดส่วนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังในฐานะประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับสหรัฐฯ และเคยร่วมมือด้านความมั่นคงมาอย่างต่อเนื่องในส่วนข้อเสนอของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ต้องการให้ตรวจสอบเหตุปะทะผ่านดาวเทียม ไทยยืนยันพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และขอให้ตรวจสอบประเด็นการใช้ทุ่นระเบิดควบคู่กัน โดยไทยเคยเสนอให้มีคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงมาแล้วในการประชุมภาคีอนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังระบุถึงกรณีที่กัมพูชาขอเลื่อนการเปิดด่านปอยเปต ส่งผลให้คนไทยกว่า 6,000–7,000 คนยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบทางทหาร โดยมองว่าเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศสำหรับเวทีอาเซียน ไทยยืนยันพร้อมเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทย พร้อมให้ความร่วมมือกับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
อ่านต่อ >36

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ออกประกาศใช้มาตรการห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว ในพื้นที่จังหวัดตราด 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอคลองใหญ่ อำเภอบ่อไร่ อำเภอแหลมงอบ อำเภอเขาสมิง และอำเภอเมืองตราด กำหนดช่วงเวลา 19.00 น. ถึง 05.00 น. โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ประกาศดังกล่าวอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 มาตรา 11 (6) เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงป้องกันภัยคุกคามต่ออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน โดยกำหนดให้ประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ก่อนออกนอกเคหสถาน นอกจากนี้ กปช.จต. ระบุว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายตามกฎอัยการศึกอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมการควบคุมพื้นที่ การควบคุมบุคคล และการตรวจค้น เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบหรือกระทบต่อความมั่นคงของประเทศผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประกาศเคอร์ฟิวครั้งนี้มีสาเหตุจากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 13 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 21.00 น. เมื่อมีการใช้อาวุธยิงลูกระเบิด M79 จำนวน 3 นัด ใส่กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด โดยการคำนวณวิถีกระสุนพบว่ายิงมาจากภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม กระสุนตกในพื้นที่โล่ง ทำให้กำลังพลปลอดภัยทั้งหมด
อ่านต่อ >11

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาล่าสุด ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ถือเป็นระดับร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี หลังการปะทะกระจายครอบคลุม 7 จังหวัดชายแดนตั้งแต่อุบลราชธานีถึงตราด และยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลง แม้หลายประเทศเริ่มส่งสัญญาณกดดันให้ทั้งสองฝ่ายกลับเข้าสู่การเจรจา ความขัดแย้งในครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นชัดเจนจากเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดในเดือนกรกฎาคม ก่อนพัฒนาเป็นการเปิดฉากยิงด้วยอาวุธหนักในช่วงต้นเดือนธันวาคมสรุปความสูญเสีย ณ 11 ธ.ค. 2568รายงานจากกองทัพไทยยืนยันว่า ขณะนี้มี ทหารเสียชีวิต 1 นาย จากเหตุปะทะที่ช่องบก จ.อุบลราชธานีเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม และมีผู้ บาดเจ็บรวมอย่างน้อย 23 นาย จากทั้งเหตุระเบิดเดือนกรกฎาคมและการสู้รบระลอกใหม่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และ 2 ไทม์ไลน์สถานการณ์ชายแดน ไทย–กัมพูชา (ก.ค. – 11 ธ.ค. 2568)ก.ค. 2568 — จุดเริ่มความตึงเครียดความขัดแย้งเริ่มชัดเจนในวันที่ 23 กรกฎาคม เมื่อชุดลาดตระเวนไทยเหยียบกับระเบิดบริเวณช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ทำให้บาดเจ็บ 5 นาย รวมถึงผู้บาดเจ็บสาหัส 1 นาย เหตุการณ์นี้นำไปสู่คำสั่งปิดด่านชายแดน 4 แห่งในทันที และเปิดช่องให้ความสัมพันธ์สองประเทศเริ่มสั่นคลอนวันถัดมา กัมพูชาเปิดฉากยิงใส่ฐานทหารไทยที่ปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ และปราสาทโดนตวล จ.ศรีสะเกษ รัฐบาลไทยจึงลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมเตรียมมาตรการตอบโต้ ฝ่ายไทยยังเดินหน้าแผนยุทธการ “ยุทธบดินทร์” ระหว่างวันที่ 25–28 กรกฎาคม เพื่อควบคุมแนวชายแดนที่เริ่มปะทุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ7–10 ธ.ค. 2568 — สงครามระลอกใหม่ปะทุรุนแรงหลังช่วงเดือนตุลาคม–พฤศจิกายนที่สถานการณ์เงียบลง ความตึงเครียดกลับปะทุหนักในวันที่ 7 ธันวาคม โดยเวลา 14.15 น. มีการปะทะครั้งใหญ่ที่ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน จ.ศรีสะเกษ ก่อนที่เวลา 22.00 น. จะมีความเคลื่อนไหวของรถถัง T-55 และจรวด RM-70 ของกัมพูชาประชิดแนวชายแดนถึงช่องบก–ช่องอานม้า ทำให้กองทัพไทยต้องอพยพประชาชนในพื้นที่อีสานใต้หลายอำเภอทันทีวันที่ 8 ธันวาคม กลายเป็นวันสูญเสีย หลังตั้งแต่ตีห้ากัมพูชาระดมยิงปืนใหญ่และ BM-21 ใส่ฐานทหารไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่ช่องบกซึ่งทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย ขณะเดียวกัน จรวด BM-21 ตกใส่บ้านเรือนประชาชนที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ทำให้ระดับความรุนแรงพุ่งสูงขึ้นอย่างมากวันที่ 9–10 ธันวาคม แนวสู้รบขยายออกไปครอบคลุม
อ่านต่อ >20

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
ไทยเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มรูปแบบ หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ประกาศ ยุบสภาฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางสู่การจัดการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่แบบเร่งด่วน ซึ่งการเลือกตั้งใหม่คาดว่าจัดขึ้นภายใน 45-60 วัน นับจากวันที่ยุบสภาฯ ทันใดนั้นตลาดหุ้นไทยเปิดการซื้อขายในวันที่ 12 ธ.ค. ที่ผ่านมา เด้งรับข่าวทันที โดยดัชนีแตะที่ระดับ 1,257.83 จุด ปรับขึ้น 4.29 จุด หรือ 0.34% มูลค่าการซื้อขาย 6,339.24 ล้านบาท จากนั้นปิดตลาดที่ 1,254.10 จุด เพิ่มขึ้น 0.56 จุด หรือ 0.04% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 36,693.42 ล้านบาท ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์จะเป็นอย่างไร และจากสถิติในอดีตหลังจากที่รัฐบาลประกาศยุบสภาฯ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่นั้น ดัชนีหุ้นไทยมีความผันผวนมากน้อยแค่ไหน ในวันนี้ TNN Online พาไปไขคำตอบจากกูรูตลาดทุนกันค่ะ เริ่มจาก “ฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์” CFTe,CISA ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย และนักกลยุทธ์การลงทุน บล. กรุงศรี ฉายภาพว่า การยุบสภามาก่อนคาดเล็กน้อย แต่ ไม่เหนือความคาดหมายของตลาด เพราะรัฐบาลชุดนี้ถูกมองเป็น “รัฐบาลรอยต่อ” อยู่แล้ว เปิดทางให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักบวกกับภาพการ Refresh ทางการเมือง จากสถิติในอดีต หลังรัฐบาลประกาศยุบสภาฯ 5 ครั้งที่ผ่านมา ใปี 2543 ปี 2549 ปี 2554 ปี 2556 และปี 2566 ผลตอบแทนเฉลี่ย +0.45%KSS ประเมิน SET มีโอกาส Election Rally +3% ถึง +5% ในระยะ 5–8 เดือนข้างหน้า จาก • 📌 รัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพ > รัฐบาลรอยต่อ• 📌 กติกาเลือกตั้งเอื้อให้พรรคชนะตั้งรัฐบาลได้ง่ายขึ้น• 📌 ความเชื่อมั่น Fund Flows (ไทย + ต่างชาติ) เพิ่มขึ้น• 📌 หุ้นใหญ่กลับมาเป็นแกนขับเคลื่อน SET• 📌 กิจกรรมก่อนเลือกตั้งกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริงโดยตั้งเป้าหมายในปี 2569 คาดว่า SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,450-1,551 จุด อิง EPS 2026F = 94 บาท (โต 8%)ส่วน Target PER = 16.5 เท่า (-1 SD จากค่าเฉลี่ยยาวที่ 17.3x)ด้านกลยุทธ์ลงทุน : หุ้นได้ประโยชน์จากยุบสภาฯ สู่การเลือกตั้ง 1.Domestic Play — หุ้นมักเด่นช่วง Election Rally• ค้าปลีก: CPALL (Deep Value)• ธนาคาร: KBANK, KTB2.Fund Flow เข้าหุ้นใหญ่ (SET50) • สื่อสาร : ADVANC• พลังงาน : PTT, GULF, PTTGC (Deep Value), TOP• โรงพยาบาล: BDMS• โรงแรม: CENTEL 3. ธีมดอกเบี้ยขาลง • กลุ่มเช่าซื้อ:
อ่านต่อ >23

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยย้ำว่าประเทศไทยขอบคุณความห่วงใยของผู้นำสหรัฐที่ต้องการเห็นสันติภาพ แต่สันติภาพต้องเกิดจากความพร้อมของทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า มีความกังวลต่อข้อความของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โพสต์ผ่าน Truth Social ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายสหรัฐอาจยังไม่เข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะกรณีที่ระบุว่าทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดเป็นอุบัติเหตุ ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่จากฝั่งกัมพูชา รวมถึงการใช้จรวด BM-21 ยิงเข้าพื้นที่พลเรือนในจังหวัดศรีสะเกษ นายสีหศักดิ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตอบโต้ของฝ่ายไทยเป็นไปอย่างได้สัดส่วนตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ได้ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ พร้อมยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังในฐานะประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับสหรัฐฯ และเคยร่วมมือด้านความมั่นคงมาอย่างต่อเนื่องในส่วนข้อเสนอของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ต้องการให้ตรวจสอบเหตุปะทะผ่านดาวเทียม ไทยยืนยันพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และขอให้ตรวจสอบประเด็นการใช้ทุ่นระเบิดควบคู่กัน โดยไทยเคยเสนอให้มีคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงมาแล้วในการประชุมภาคีอนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังระบุถึงกรณีที่กัมพูชาขอเลื่อนการเปิดด่านปอยเปต ส่งผลให้คนไทยกว่า 6,000–7,000 คนยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสู้รบทางทหาร โดยมองว่าเป็นการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมระหว่างประเทศสำหรับเวทีอาเซียน ไทยยืนยันพร้อมเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทย พร้อมให้ความร่วมมือกับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนในการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
อ่านต่อ >36