
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากกรณีสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสถานดูแลดังกล่าวดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต ทั้งด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการ รวมถึงมีการดำเนินการเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด โดยผู้รับอนุญาตขาดการควบคุมดูแลและปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำหรือให้บริการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และสถานดูแลดังกล่าวมีการให้บริการในพื้นที่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต โดยได้รับอนุญาตไว้จำนวน 1,600 ตารางเมตร แต่มีการใช้พื้นที่จริงถึง 4,641 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา ซึ่งถือเป็นการประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรมฯ จึงได้ออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ โดยผู้ป่วยที่มีอาการจิตเวช กรมสุขภาพจิต จะรับตัวไปดูแลในสถานพยาบาลภายใต้สังกัด ส่วนผู้สูงอายุที่รับบริการรายอื่น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมให้การดูแลเบื้องต้น ทั้งนี้ กรมฯ ได้สั่งการให้ ศบส. 1-12 ทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน โดยให้ตรวจทั้งสถานประกอบการทุกแห่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงจะได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส.กล่าวต่อว่า การลงตรวจครั้งนี้เป็นมาตรการกำกับ มาตรการป้องกันและปราบปราม เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญในการรักษามาตรฐานตลอดระยะเวลาที่ประกอบกิจการ หากพบการฝ่าฝืนกฎหมายหรือพบพฤติการณ์การให้บริการที่กระทบต่อความปลอดภัยและเสี่ยงต่อความปลอดภัยต่อภาวะสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตของผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง กรม สบส . จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กรม สบส. จะดำเนินการส่งเสริมควบคุมกำกับ
อ่านต่อ >16

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วางแผนการระบายน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฝนตกหลายพื้นที่ วันนี้ 8 ต.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใช้ Nowcast ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง เตือนล่วงหน้านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์สถานการณ์ฝนทั่วประเทศเริ่มลดลง แต่ในช่วงวันที่ 9 -13 ตุลาคม จะมีฝนตกในหลายพื้นที่ จึงขอให้ทุกหน่วยงานร่วมวางแผนการระบายน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยบูรณาการข้อมูลคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และข้อมูล Nowcast มาประกอบการประเมินความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ ปรับการแจ้งเตือนให้กระชับ และคาดการณ์ล่วงหน้าแบบระยะสั้น 6–12 ชั่วโมง เพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำและใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากที่สุด พื้นที่ที่ประเมินแล้วว่าจะมีน้ำท่วมสูง ขอให้เตรียมการอพยพเป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสี่ยงและแนวทางการรับมือที่ถูกต้องเร่งระบายน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง“สำหรับลุ่มน้ำบางปะกงในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเร่งระบายน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงโดยเร็ว ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ขอให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย โดยซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรและบุคลากรอย่างเต็มที่ หากหน่วยงานใดต้องการรับการสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติม ขอให้แจ้งมาที่ส่วนกลางด่วน เพื่อให้รัฐบาล กองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที พร้อมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง” นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีกล่าว นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มว่า ในวันนี้ได้มีข้อสั่งการสำหรับการบริหารจัดการสาธารณภัย เพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขอให้พื้นที่ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ขอให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลสุขภาพประชาชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่คาดการณ์ว่าฝนตกหนักจะตกหนัก เตรียมหน่วยปฏิบัติการให้พร้อ
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเผยข้อมูลระบุว่า วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ดาวเทียม Sentinel-2C บันทึกภาพพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรีสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางที่ได้รับผลกระทบจากการเอ่อล้นตลิ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา และลำน้ำสาขา สถานการณ์ปัจจุบันจากภาพดาวเทียม Sentinel-2C แสดงพื้นที่น้ำท่วมขังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอผักไห่ เสนา บางบาล และบางซ้าย รวมถึงบางส่วนของอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง และอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวมแล้วมากกว่า 150,000 ไร่ GISTDA นำข้อมูลจากดาวเทียมมาวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงสนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนช่วยเหลือประชาชน การบริหารจัดการพื้นที่ และการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย
อ่านต่อ >21

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ประชาชนในพื้นที่เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ทยอยนำสิ่งของเครื่องใช้ เศษวัสดุ และขยะที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม ออกมาทิ้งตามจุดรวบรวมที่กรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตบางกะปิจัดเตรียมไว้ เพื่อเร่งทำความสะอาดบ้านเรือนและฟื้นฟูพื้นที่หลังระดับน้ำลดลงหนึ่งในจุดที่มีขยะสะสมจำนวนมากคือบริเวณวัดบึงทองหลาง ซอยลาดพร้าว 101 ซึ่งเปิดพื้นที่ลานจอดรถข้างวัดและบริเวณหน้าโรงเรียนประถมวัดบึงทองหลางเป็นจุดพักขยะชั่วคราว โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากทางวัด เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตบางกะปิอย่างไรก็ตาม ปริมาณขยะที่ประชาชนนำมาทิ้งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่รองรับ ทำให้จุดพักขยะดังกล่าวไม่สามารถรับขยะเพิ่มเติมได้ ประกอบกับต้องเร่งจัดเตรียมพื้นที่ให้โรงเรียนวัดบึงทองหลางกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตบางกะปิจึงขอความร่วมมือประชาชนเปลี่ยนไปใช้จุดรวบรวมขยะบริเวณตลาดหัวมุม ติดถนนประดิษฐ์มนูธรรม แทนจุดพักขยะภายในวัดบึงทองหลาง สำหรับการบริหารจัดการขยะในช่วงที่ผ่านมา จุดพักขยะวัดบึงทองหลางมีศักยภาพรองรับขยะประมาณ 30 ตันต่อวัน โดยจัดรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 2 คัน เข้าขนย้ายขยะออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณขยะจากบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมีมากกว่าความสามารถในการขนส่ง ส่งผลให้เกิดขยะตกค้างสะสมเจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน โดยขนส่งขยะไปกำจัดที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เฉลี่ยวันละประมาณ 2-3 รอบ ทั้งนี้ จำนวนเที่ยวขนส่งขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรในแต่ละช่วงเวลา ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครยังเปิดให้ประชาชนนำขยะและสิ่งของที่เสียหายจากน้ำท่วมมาทิ้งในจุดที่กำหนดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับผลกระทบในระหว่างการฟื้นฟูบ้านเรือนทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้นำมาทิ้งเฉพาะขยะที่เกิดจากสถานการณ์น้ำท่วม และงดนำขยะสดหรือเศษอาหารจากร้านอาหารมาทิ้งรวมกัน เพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์และลดผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัยอยู่โดยรอบจุดรวบรวมขยะการปรับจุดรับขยะครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การจัดเก็บและขนย้ายขยะหลังน้ำท่วมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมคืนพื้นที่วัดและโรงเรียนให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากกรณีสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสถานดูแลดังกล่าวดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต ทั้งด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการ รวมถึงมีการดำเนินการเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด โดยผู้รับอนุญาตขาดการควบคุมดูแลและปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำหรือให้บริการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และสถานดูแลดังกล่าวมีการให้บริการในพื้นที่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต โดยได้รับอนุญาตไว้จำนวน 1,600 ตารางเมตร แต่มีการใช้พื้นที่จริงถึง 4,641 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา ซึ่งถือเป็นการประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรมฯ จึงได้ออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ โดยผู้ป่วยที่มีอาการจิตเวช กรมสุขภาพจิต จะรับตัวไปดูแลในสถานพยาบาลภายใต้สังกัด ส่วนผู้สูงอายุที่รับบริการรายอื่น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมให้การดูแลเบื้องต้น ทั้งนี้ กรมฯ ได้สั่งการให้ ศบส. 1-12 ทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน โดยให้ตรวจทั้งสถานประกอบการทุกแห่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงจะได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส.กล่าวต่อว่า การลงตรวจครั้งนี้เป็นมาตรการกำกับ มาตรการป้องกันและปราบปราม เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญในการรักษามาตรฐานตลอดระยะเวลาที่ประกอบกิจการ หากพบการฝ่าฝืนกฎหมายหรือพบพฤติการณ์การให้บริการที่กระทบต่อความปลอดภัยและเสี่ยงต่อความปลอดภัยต่อภาวะสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตของผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง กรม สบส . จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กรม สบส. จะดำเนินการส่งเสริมควบคุมกำกับ
อ่านต่อ >16

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วางแผนการระบายน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฝนตกหลายพื้นที่ วันนี้ 8 ต.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใช้ Nowcast ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง เตือนล่วงหน้านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์สถานการณ์ฝนทั่วประเทศเริ่มลดลง แต่ในช่วงวันที่ 9 -13 ตุลาคม จะมีฝนตกในหลายพื้นที่ จึงขอให้ทุกหน่วยงานร่วมวางแผนการระบายน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยบูรณาการข้อมูลคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และข้อมูล Nowcast มาประกอบการประเมินความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ ปรับการแจ้งเตือนให้กระชับ และคาดการณ์ล่วงหน้าแบบระยะสั้น 6–12 ชั่วโมง เพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำและใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากที่สุด พื้นที่ที่ประเมินแล้วว่าจะมีน้ำท่วมสูง ขอให้เตรียมการอพยพเป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสี่ยงและแนวทางการรับมือที่ถูกต้องเร่งระบายน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง“สำหรับลุ่มน้ำบางปะกงในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเร่งระบายน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงโดยเร็ว ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ขอให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย โดยซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรและบุคลากรอย่างเต็มที่ หากหน่วยงานใดต้องการรับการสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติม ขอให้แจ้งมาที่ส่วนกลางด่วน เพื่อให้รัฐบาล กองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที พร้อมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง” นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีกล่าว นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มว่า ในวันนี้ได้มีข้อสั่งการสำหรับการบริหารจัดการสาธารณภัย เพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขอให้พื้นที่ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ขอให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลสุขภาพประชาชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่คาดการณ์ว่าฝนตกหนักจะตกหนัก เตรียมหน่วยปฏิบัติการให้พร้อ
อ่านต่อ >14

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเผยข้อมูลระบุว่า วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ดาวเทียม Sentinel-2C บันทึกภาพพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสุพรรณบุรีสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางที่ได้รับผลกระทบจากการเอ่อล้นตลิ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา และลำน้ำสาขา สถานการณ์ปัจจุบันจากภาพดาวเทียม Sentinel-2C แสดงพื้นที่น้ำท่วมขังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอผักไห่ เสนา บางบาล และบางซ้าย รวมถึงบางส่วนของอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง และอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวมแล้วมากกว่า 150,000 ไร่ GISTDA นำข้อมูลจากดาวเทียมมาวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามและประเมินสถานการณ์ รวมถึงสนับสนุนการบริหารจัดการภัยพิบัติ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนช่วยเหลือประชาชน การบริหารจัดการพื้นที่ และการฟื้นฟูหลังสถานการณ์คลี่คลาย
อ่านต่อ >21

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ประชาชนในพื้นที่เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ทยอยนำสิ่งของเครื่องใช้ เศษวัสดุ และขยะที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วม ออกมาทิ้งตามจุดรวบรวมที่กรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตบางกะปิจัดเตรียมไว้ เพื่อเร่งทำความสะอาดบ้านเรือนและฟื้นฟูพื้นที่หลังระดับน้ำลดลงหนึ่งในจุดที่มีขยะสะสมจำนวนมากคือบริเวณวัดบึงทองหลาง ซอยลาดพร้าว 101 ซึ่งเปิดพื้นที่ลานจอดรถข้างวัดและบริเวณหน้าโรงเรียนประถมวัดบึงทองหลางเป็นจุดพักขยะชั่วคราว โดยได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จากทางวัด เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตบางกะปิอย่างไรก็ตาม ปริมาณขยะที่ประชาชนนำมาทิ้งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเต็มพื้นที่รองรับ ทำให้จุดพักขยะดังกล่าวไม่สามารถรับขยะเพิ่มเติมได้ ประกอบกับต้องเร่งจัดเตรียมพื้นที่ให้โรงเรียนวัดบึงทองหลางกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตบางกะปิจึงขอความร่วมมือประชาชนเปลี่ยนไปใช้จุดรวบรวมขยะบริเวณตลาดหัวมุม ติดถนนประดิษฐ์มนูธรรม แทนจุดพักขยะภายในวัดบึงทองหลาง สำหรับการบริหารจัดการขยะในช่วงที่ผ่านมา จุดพักขยะวัดบึงทองหลางมีศักยภาพรองรับขยะประมาณ 30 ตันต่อวัน โดยจัดรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวน 2 คัน เข้าขนย้ายขยะออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณขยะจากบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมีมากกว่าความสามารถในการขนส่ง ส่งผลให้เกิดขยะตกค้างสะสมเจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน โดยขนส่งขยะไปกำจัดที่อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เฉลี่ยวันละประมาณ 2-3 รอบ ทั้งนี้ จำนวนเที่ยวขนส่งขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรในแต่ละช่วงเวลา ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครยังเปิดให้ประชาชนนำขยะและสิ่งของที่เสียหายจากน้ำท่วมมาทิ้งในจุดที่กำหนดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ได้รับผลกระทบในระหว่างการฟื้นฟูบ้านเรือนทั้งนี้ ขอความร่วมมือให้นำมาทิ้งเฉพาะขยะที่เกิดจากสถานการณ์น้ำท่วม และงดนำขยะสดหรือเศษอาหารจากร้านอาหารมาทิ้งรวมกัน เพื่อป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์และลดผลกระทบต่อประชาชนที่พักอาศัยอยู่โดยรอบจุดรวบรวมขยะการปรับจุดรับขยะครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การจัดเก็บและขนย้ายขยะหลังน้ำท่วมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมคืนพื้นที่วัดและโรงเรียนให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
อ่านต่อ >14

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า จากกรณีสถานดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการกักขังและทำร้ายผู้รับบริการ กรมฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าสถานดูแลดังกล่าวดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต ทั้งด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการ รวมถึงมีการดำเนินการเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด โดยผู้รับอนุญาตขาดการควบคุมดูแลและปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำหรือให้บริการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย และสถานดูแลดังกล่าวมีการให้บริการในพื้นที่เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต โดยได้รับอนุญาตไว้จำนวน 1,600 ตารางเมตร แต่มีการใช้พื้นที่จริงถึง 4,641 ตารางเมตร ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการรับผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษา ซึ่งถือเป็นการประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรมฯ จึงได้ออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ โดยผู้ป่วยที่มีอาการจิตเวช กรมสุขภาพจิต จะรับตัวไปดูแลในสถานพยาบาลภายใต้สังกัด ส่วนผู้สูงอายุที่รับบริการรายอื่น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมให้การดูแลเบื้องต้น ทั้งนี้ กรมฯ ได้สั่งการให้ ศบส. 1-12 ทั่วประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน โดยให้ตรวจทั้งสถานประกอบการทุกแห่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงจะได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส.กล่าวต่อว่า การลงตรวจครั้งนี้เป็นมาตรการกำกับ มาตรการป้องกันและปราบปราม เพื่อต้องการให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญในการรักษามาตรฐานตลอดระยะเวลาที่ประกอบกิจการ หากพบการฝ่าฝืนกฎหมายหรือพบพฤติการณ์การให้บริการที่กระทบต่อความปลอดภัยและเสี่ยงต่อความปลอดภัยต่อภาวะสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตของผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง กรม สบส . จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ กรม สบส. จะดำเนินการส่งเสริมควบคุมกำกับ
อ่านต่อ >16