
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า “ฤดูหนาว” ของประเทศไทยปี 2569 จะเริ่มต้นช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ โดยประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม และสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แต่ภาพรวมอากาศปีนี้จะหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นในช่วงปลายปี ขณะที่ภาคใต้กลับต้องเผชิญความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือผ่านอ่าวไทยและภาคใต้สำหรับอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22–23 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศาเซลเซียส จากค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส และสูงกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 19.6 องศาเซลเซียส สะท้อนว่าฤดูหนาวปีนี้อาจมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีก่อน ในพื้นที่ตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีโอกาสเผชิญอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 10–12 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเทพมหานครคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 19–21 องศาเซลเซียส และพื้นที่ปริมณฑลประมาณ 18–20 องศาเซลเซียสช่วงเวลาที่ประเทศไทยจะมีอากาศหนาวเย็นที่สุด คาดว่าจะอยู่ระหว่างปลายเดือนธันวาคม 2569 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยเฉพาะบริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขาสูงทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และเกิดน้ำค้างแข็งได้บ่อยครั้งในบางพื้นที่แม้ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่สถานการณ์ในภาคใต้กลับแตกต่างออกไป เนื่องจากยังต้องเผชิญกับฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมกราคม ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60–80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงฝนตกหนักมากในบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ ความเสี่ยงจากพายุหมุนเขตร้อนในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เนื่องจากอาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้หรือพื้นที่ใกล้เคียง และมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อน หากพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเคลื่อนผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ อาจทำให้ฝนตกชุกหนาแน่นมากขึ้น รวมถึงม
อ่านต่อ >3.1K

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดงาน CP Innovation Exposition 2026 หรือมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ True Digital Park กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมจากทุกกลุ่มธุรกิจ เชื่อมโยงความร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างธุรกิจใหม่หนึ่งในกิจกรรมสำคัญวันที่ 20 ตุลาคม 2569 คือเวที “BEYOND CONNECTIVITY: Building the Intelligent Future” ณ Grand Hall ชั้น 3 อาคาร True Digital Park West เวลา 13.00–17.30 น. โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก True, Amazon Web Services (AWS), Huawei, Microsoft และ Alibaba Cloud ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud Computing และ AI Agent ตลอดจนแนวทางนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจดร.อาชว์ ย้อนเส้นทาง 105 ปีซีพี จากร้านเมล็ดพันธุ์สู่อุตสาหกรรมระดับโลกดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงเส้นทางการเติบโตของเครือซีพีตลอดระยะเวลา 105 ปี ว่า นวัตกรรมทางธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตจากธุรกิจจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผัก ไปสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ การเลี้ยงไก่และสุกร พืชไร่ เกษตรอุตสาหกรรม ค้าปลีก และโทรคมนาคมจดเริ่มต้นสำคัญเกิดจากการพิมพ์วันหมดอายุบนซองเมล็ดพันธุ์ผัก ซึ่งริเริ่มโดยบิดาของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี ด้วยความตระหนักถึงความเสี่ยงของเกษตรกร หากซื้อเมล็ดพันธุ์ที่หมดอายุและไม่สามารถเพาะปลูกได้ดร.อาชว์ อธิบายถึงแนวคิดดังกล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมของซีพีมีพื้นฐานมาจากคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและการสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 60–70 ปีก่อน ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีอุตสาหกรรมฟาร์มไก่เชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย เกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงไก่พื้นบ้านครัวเรือนละประมาณ 10–20 ตัว และต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ตั้งแต่การฟักไข่ ผสมอาหาร ดูแลรักษาโรค ไปจนถึงการจำหน่ายผลผลิตต่อมา นายธนินท์ได้เดินทางไปศึกษารูปแบบการเลี้ยงไก่ในสหรัฐอเมริกา ก่อนนำระบบเกษตรพันธสัญญา หรือ Contract Farming มาปรับใช้ในประเทศไทย โดยซีพีสนับสนุนเกษตรกรทั้งด้านการกู้เงินสร้างโรงเรือน อาหาร
อ่านต่อ >26

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
โค้งสุดท้ายแล้ว! 20 – 22 ตุลาคมนี้ เตรียมปักหมุด ชวนทุกคนมาเปิดโลกแห่งอนาคตกับ CP Innovation Exposition 2026 มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9 ที่เครือซีพี พลิกโฉม ทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้กลายเป็น “Future Fest” ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND” รวมไอเดียสุดล้ำ ประสบการณ์ใหม่ และกิจกรรมสนุกๆ ไว้ในที่เดียว เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมฟรีตลอด 3 วัน!ลงทะเบียน แล้วมาตื่นตากับ 90 ผลงานนวัตกรรมจากเครือซีพีใน 10 ประเทศทั่วโลก พร้อมบูธเทคโนโลยีจากพันธมิตรภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ 70+ สปีกเกอร์ทั้งผู้นำจากเครือซีพีและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการระดับโลกที่จะมาแชร์วิสัยทัศน์และเจาะลึกเทรนด์สำคัญผ่านมุมมอง 8 Beyonds ได้แก่ Beyond Connectivity, Beyond Biology, Beyond Convenience, Beyond Ecosystem, Beyond Spaces, Beyond Sustainability, Beyond Global Food และ Beyond Transactions 3 เวิร์กช็อปให้ได้เรียนรู้ ทดลอง จุดประกายไอเดียต่อยอดชีวิตและธุรกิจ ทั้ง Mindfulness การฝึกพลังสติและปัญญาสู่การสร้างนวัตกรรม LEGO SERIOUS PLAY คิดกลยุทธ์: เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาสใหม่ และศิลปะไร้ขีดจำกัดกับศิลปินออทิสติกจาก ARTSTORY: เปิดมุมมองใหม่ผ่านความแตกต่างและความยั่งยืน1 เวที Final Pitching ครั้งแรกกับ “HealthyLicious: Food • Drink • Snack Pitching Program” เฟ้นหาทีมผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่จะคว้าโอกาสโอกาสต่อยอดธุรกิจกับเครือซีพีบูธ CP Coffee Fest และ HealthyLicious นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ตลอดแนว Skyline ชั้น 2 ทรู ดิจิทัล พาร์ค (ฝั่งอีสต์) เติมเต็มประสบการณ์ Future Fest แบบเต็มอิ่ม เดินทางง่ายนั่ง BTS ลงสถานีปุณณวิถี ทางออก 6 เดินตาม Skywalk เพียง 3 – 5 นาที รถโดยสารประจำทางสาย 2, 23, 25, 38, 45 และ 511 สำหรับผู้เดินทางด้วยรถยนต์ สามารถจอดได้ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค รวมถึงพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมที่ Cloud 11 และโลตัส อ่อนนุช (ที่จอดรถมีจำนวนจำกัด)3 วันเท่านั้น! อย่าพลาดโอกาสดีๆ รีบล็อกคิวให้พร้อม แล้วลงทะเบียนร่วมงานฟรีได้เลยที่ https://cpinnoexpo2026.com หรือสแกน QR Code แล้วพบกัน 20 - 22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค สแกนเลย! ลงทะเบียนฟรี แล้วมาเจอกันที่ Future Fest!
อ่านต่อ >37

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กรมชลประทาน เดินหน้าเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ประสบอุทกภัยบริเวณทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ใช้ประตูระบายน้ำที่ตั้งอยู่ในคลองสายหลัก เร่งผลักดันน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง และคลองชายทะเล ก่อนระบายออกสู่อ่าวไทยตามลำดับ ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระบบระบายน้ำตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ควบคู่กับการควบคุมระดับน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนระหว่างเส้นทางน้ำไหลผ่านจนถึงปัจจุบัน ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และเครื่องผลักดันน้ำ เข้าไปติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด ดังนี้คลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเร่งบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต โดยใช้ทั้งการเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลออกตามธรรมชาติในช่วงที่ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเอื้ออำนวย และเดินเครื่องสูบน้ำเมื่อระดับน้ำเจ้าพระยาสูง เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนและรักษาความต่อเนื่องในการระบายน้ำขณะเดียวกัน บริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้เดินเครื่องสูบน้ำทั้ง 3 สถานี พร้อมเสริมเครื่องสูบน้ำ Hydroflow และเครื่องสูบน้ำแบบทุ่นลอย เพื่อเพิ่มกำลังการระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังให้เร็วที่สุดนอกจากนี้ ยังบริหารจัดการประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิต ช่วงคลอง 8-9 และคลอง 12-13 เพื่อควบคุมการรับน้ำจากพื้นที่ด้านบนให้สอดคล้องกับศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่ปลายทาง ลดผลกระทบต่อชุมชนริมคลอง ก่อนเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง แม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพิ่มกำลังผลักดันน้ำออกสู่อ่าวไทยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกง ช่วยเร่งการไหลของน้ำลงสู่พื้นที่ปลายน้ำและออกสู่อ่าวไทย ช่วยลดปริมาณน้ำสะสมในแม่น้ำและคลองเชื่อมต่อ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยวและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนปัจจุบันพบว่าระดับน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบ้านสร้าง และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว เริ่มลดลง สะท้อนถึงแนวโน้มสถานการณ์น้ำที่เริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่ ทั้งนี้ ยังคงเดินหน้าระบายน้ำและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หวังเพิ่มโอกาสในการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนได้มากยิ่งขึ้นคลองพระองค์ไชยา
อ่านต่อ >20

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า “ฤดูหนาว” ของประเทศไทยปี 2569 จะเริ่มต้นช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ โดยประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม และสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แต่ภาพรวมอากาศปีนี้จะหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นในช่วงปลายปี ขณะที่ภาคใต้กลับต้องเผชิญความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือผ่านอ่าวไทยและภาคใต้สำหรับอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22–23 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศาเซลเซียส จากค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส และสูงกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 19.6 องศาเซลเซียส สะท้อนว่าฤดูหนาวปีนี้อาจมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีก่อน ในพื้นที่ตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีโอกาสเผชิญอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 10–12 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเทพมหานครคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 19–21 องศาเซลเซียส และพื้นที่ปริมณฑลประมาณ 18–20 องศาเซลเซียสช่วงเวลาที่ประเทศไทยจะมีอากาศหนาวเย็นที่สุด คาดว่าจะอยู่ระหว่างปลายเดือนธันวาคม 2569 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยเฉพาะบริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขาสูงทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และเกิดน้ำค้างแข็งได้บ่อยครั้งในบางพื้นที่แม้ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่สถานการณ์ในภาคใต้กลับแตกต่างออกไป เนื่องจากยังต้องเผชิญกับฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมกราคม ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60–80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงฝนตกหนักมากในบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ ความเสี่ยงจากพายุหมุนเขตร้อนในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เนื่องจากอาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้หรือพื้นที่ใกล้เคียง และมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อน หากพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเคลื่อนผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ อาจทำให้ฝนตกชุกหนาแน่นมากขึ้น รวมถึงม
อ่านต่อ >3.1K

#TNN เจาะข่าว #TNN ช่อง16
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จัดงาน CP Innovation Exposition 2026 หรือมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 20–22 ตุลาคม 2569 ณ True Digital Park กรุงเทพมหานคร ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND” เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมจากทุกกลุ่มธุรกิจ เชื่อมโยงความร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างธุรกิจใหม่หนึ่งในกิจกรรมสำคัญวันที่ 20 ตุลาคม 2569 คือเวที “BEYOND CONNECTIVITY: Building the Intelligent Future” ณ Grand Hall ชั้น 3 อาคาร True Digital Park West เวลา 13.00–17.30 น. โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก True, Amazon Web Services (AWS), Huawei, Microsoft และ Alibaba Cloud ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI), Cloud Computing และ AI Agent ตลอดจนแนวทางนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจดร.อาชว์ ย้อนเส้นทาง 105 ปีซีพี จากร้านเมล็ดพันธุ์สู่อุตสาหกรรมระดับโลกดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวถึงเส้นทางการเติบโตของเครือซีพีตลอดระยะเวลา 105 ปี ว่า นวัตกรรมทางธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเติบโตจากธุรกิจจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผัก ไปสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ การเลี้ยงไก่และสุกร พืชไร่ เกษตรอุตสาหกรรม ค้าปลีก และโทรคมนาคมจดเริ่มต้นสำคัญเกิดจากการพิมพ์วันหมดอายุบนซองเมล็ดพันธุ์ผัก ซึ่งริเริ่มโดยบิดาของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือซีพี ด้วยความตระหนักถึงความเสี่ยงของเกษตรกร หากซื้อเมล็ดพันธุ์ที่หมดอายุและไม่สามารถเพาะปลูกได้ดร.อาชว์ อธิบายถึงแนวคิดดังกล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมของซีพีมีพื้นฐานมาจากคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าและการสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 60–70 ปีก่อน ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีอุตสาหกรรมฟาร์มไก่เชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย เกษตรกรส่วนใหญ่เลี้ยงไก่พื้นบ้านครัวเรือนละประมาณ 10–20 ตัว และต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตนเอง ตั้งแต่การฟักไข่ ผสมอาหาร ดูแลรักษาโรค ไปจนถึงการจำหน่ายผลผลิตต่อมา นายธนินท์ได้เดินทางไปศึกษารูปแบบการเลี้ยงไก่ในสหรัฐอเมริกา ก่อนนำระบบเกษตรพันธสัญญา หรือ Contract Farming มาปรับใช้ในประเทศไทย โดยซีพีสนับสนุนเกษตรกรทั้งด้านการกู้เงินสร้างโรงเรือน อาหาร
อ่านต่อ >26

#ข่าวประชาสัมพันธ์ #TNN ช่อง16
โค้งสุดท้ายแล้ว! 20 – 22 ตุลาคมนี้ เตรียมปักหมุด ชวนทุกคนมาเปิดโลกแห่งอนาคตกับ CP Innovation Exposition 2026 มหกรรมนวัตกรรมบัวบาน ครั้งที่ 9 ที่เครือซีพี พลิกโฉม ทรู ดิจิทัล พาร์ค ให้กลายเป็น “Future Fest” ภายใต้แนวคิด “RISE TOGETHER, INNOVATE BEYOND” รวมไอเดียสุดล้ำ ประสบการณ์ใหม่ และกิจกรรมสนุกๆ ไว้ในที่เดียว เปิดให้ทุกคนเข้าร่วมฟรีตลอด 3 วัน!ลงทะเบียน แล้วมาตื่นตากับ 90 ผลงานนวัตกรรมจากเครือซีพีใน 10 ประเทศทั่วโลก พร้อมบูธเทคโนโลยีจากพันธมิตรภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ 70+ สปีกเกอร์ทั้งผู้นำจากเครือซีพีและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการระดับโลกที่จะมาแชร์วิสัยทัศน์และเจาะลึกเทรนด์สำคัญผ่านมุมมอง 8 Beyonds ได้แก่ Beyond Connectivity, Beyond Biology, Beyond Convenience, Beyond Ecosystem, Beyond Spaces, Beyond Sustainability, Beyond Global Food และ Beyond Transactions 3 เวิร์กช็อปให้ได้เรียนรู้ ทดลอง จุดประกายไอเดียต่อยอดชีวิตและธุรกิจ ทั้ง Mindfulness การฝึกพลังสติและปัญญาสู่การสร้างนวัตกรรม LEGO SERIOUS PLAY คิดกลยุทธ์: เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาสใหม่ และศิลปะไร้ขีดจำกัดกับศิลปินออทิสติกจาก ARTSTORY: เปิดมุมมองใหม่ผ่านความแตกต่างและความยั่งยืน1 เวที Final Pitching ครั้งแรกกับ “HealthyLicious: Food • Drink • Snack Pitching Program” เฟ้นหาทีมผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่จะคว้าโอกาสโอกาสต่อยอดธุรกิจกับเครือซีพีบูธ CP Coffee Fest และ HealthyLicious นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต ตลอดแนว Skyline ชั้น 2 ทรู ดิจิทัล พาร์ค (ฝั่งอีสต์) เติมเต็มประสบการณ์ Future Fest แบบเต็มอิ่ม เดินทางง่ายนั่ง BTS ลงสถานีปุณณวิถี ทางออก 6 เดินตาม Skywalk เพียง 3 – 5 นาที รถโดยสารประจำทางสาย 2, 23, 25, 38, 45 และ 511 สำหรับผู้เดินทางด้วยรถยนต์ สามารถจอดได้ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค รวมถึงพื้นที่จอดรถเพิ่มเติมที่ Cloud 11 และโลตัส อ่อนนุช (ที่จอดรถมีจำนวนจำกัด)3 วันเท่านั้น! อย่าพลาดโอกาสดีๆ รีบล็อกคิวให้พร้อม แล้วลงทะเบียนร่วมงานฟรีได้เลยที่ https://cpinnoexpo2026.com หรือสแกน QR Code แล้วพบกัน 20 - 22 ตุลาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค สแกนเลย! ลงทะเบียนฟรี แล้วมาเจอกันที่ Future Fest!
อ่านต่อ >37

#ข่าวทั่วไทย #TNN ช่อง16
กรมชลประทาน เดินหน้าเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ประสบอุทกภัยบริเวณทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ ใช้ประตูระบายน้ำที่ตั้งอยู่ในคลองสายหลัก เร่งผลักดันน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่ ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง และคลองชายทะเล ก่อนระบายออกสู่อ่าวไทยตามลำดับ ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงระบบระบายน้ำตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ควบคู่กับการควบคุมระดับน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชุมชนระหว่างเส้นทางน้ำไหลผ่านจนถึงปัจจุบัน ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่และเครื่องผลักดันน้ำ เข้าไปติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ หวังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก ให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด ดังนี้คลองรังสิตประยูรศักดิ์ จังหวัดปทุมธานี เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยาเร่งบริหารจัดการน้ำบริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต โดยใช้ทั้งการเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลออกตามธรรมชาติในช่วงที่ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเอื้ออำนวย และเดินเครื่องสูบน้ำเมื่อระดับน้ำเจ้าพระยาสูง เพื่อป้องกันน้ำไหลย้อนและรักษาความต่อเนื่องในการระบายน้ำขณะเดียวกัน บริเวณประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้เดินเครื่องสูบน้ำทั้ง 3 สถานี พร้อมเสริมเครื่องสูบน้ำ Hydroflow และเครื่องสูบน้ำแบบทุ่นลอย เพื่อเพิ่มกำลังการระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังให้เร็วที่สุดนอกจากนี้ ยังบริหารจัดการประตูระบายน้ำกลางคลองรังสิต ช่วงคลอง 8-9 และคลอง 12-13 เพื่อควบคุมการรับน้ำจากพื้นที่ด้านบนให้สอดคล้องกับศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่ปลายทาง ลดผลกระทบต่อชุมชนริมคลอง ก่อนเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง แม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เพิ่มกำลังผลักดันน้ำออกสู่อ่าวไทยติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำบางปะกง ช่วยเร่งการไหลของน้ำลงสู่พื้นที่ปลายน้ำและออกสู่อ่าวไทย ช่วยลดปริมาณน้ำสะสมในแม่น้ำและคลองเชื่อมต่อ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยวและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการรับน้ำจากพื้นที่ตอนบนปัจจุบันพบว่าระดับน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบ้านสร้าง และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว เริ่มลดลง สะท้อนถึงแนวโน้มสถานการณ์น้ำที่เริ่มคลี่คลายในบางพื้นที่ ทั้งนี้ ยังคงเดินหน้าระบายน้ำและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หวังเพิ่มโอกาสในการระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนได้มากยิ่งขึ้นคลองพระองค์ไชยา
อ่านต่อ >20

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า “ฤดูหนาว” ของประเทศไทยปี 2569 จะเริ่มต้นช้ากว่าปกติประมาณ 1 สัปดาห์ โดยประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มเข้าสู่ฤดูหนาวในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม และสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แต่ภาพรวมอากาศปีนี้จะหนาวเย็นน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้นในช่วงปลายปี ขณะที่ภาคใต้กลับต้องเผชิญความเสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และคลื่นลมแรง โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมที่อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือผ่านอ่าวไทยและภาคใต้สำหรับอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 22–23 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศาเซลเซียส จากค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส และสูงกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 19.6 องศาเซลเซียส สะท้อนว่าฤดูหนาวปีนี้อาจมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าปีก่อน ในพื้นที่ตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีโอกาสเผชิญอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 10–12 องศาเซลเซียส ขณะที่กรุงเทพมหานครคาดว่าจะมีอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 19–21 องศาเซลเซียส และพื้นที่ปริมณฑลประมาณ 18–20 องศาเซลเซียสช่วงเวลาที่ประเทศไทยจะมีอากาศหนาวเย็นที่สุด คาดว่าจะอยู่ระหว่างปลายเดือนธันวาคม 2569 ถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยเฉพาะบริเวณยอดดอย ยอดภู และเทือกเขาสูงทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และเกิดน้ำค้างแข็งได้บ่อยครั้งในบางพื้นที่แม้ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว แต่สถานการณ์ในภาคใต้กลับแตกต่างออกไป เนื่องจากยังต้องเผชิญกับฝนตกชุกหนาแน่น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทย ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมกราคม ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60–80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ รวมถึงฝนตกหนักมากในบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังคือ ความเสี่ยงจากพายุหมุนเขตร้อนในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เนื่องจากอาจมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้หรือพื้นที่ใกล้เคียง และมีโอกาสพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อน หากพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้หรือเคลื่อนผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ อาจทำให้ฝนตกชุกหนาแน่นมากขึ้น รวมถึงม
อ่านต่อ >3.1K