
#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังคงรู้สึกถึงสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในช่วงก่อนฝนตก ซึ่งหลายคนมักสงสัยว่าเหตุใดอากาศในฤดูฝนจึงยังคงร้อนและอึดอัดไม่ต่างจากฤดูร้อนมากนักผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศอธิบายว่า สาเหตุสำคัญมาจาก “ความชื้นในอากาศ” ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยปกติร่างกายมนุษย์มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อนผ่านกระบวนการระเหยของน้ำบนผิวหนัง ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝน อากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูงจากปริมาณไอน้ำที่สะสมอยู่ในบรรยากาศ ซึ่งไอน้ำเหล่านี้เกิดจากการระเหยของแหล่งน้ำ การคายน้ำของพืช และกิจกรรมของสิ่งมีชีวิต เมื่ออากาศมีความชื้นสูงจนใกล้อิ่มตัว เหงื่อที่ออกจากร่างกายจะระเหยได้ยากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเหตุนี้ แม้อุณหภูมิอากาศจะไม่ได้สูงมาก แต่ความชื้นที่สะสมอยู่ในบรรยากาศจะทำให้ผู้คนรู้สึกเหนียวตัว อึดอัด และร้อนอบอ้าวกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเกิดฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเป็นช่วงที่ความชื้นในอากาศอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้มีลักษณะอากาศร้อนชื้นเกือบตลอดทั้งปี และในช่วงฤดูฝนถือเป็นฤดูกาลที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงที่สุด จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนยังคงรู้สึกร้อนอบอ้าว แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝนก็ตาม
อ่านต่อ >20

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายลวรณ แสงสนิท กล่าวว่า หลังจากปิดระบบลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุดไปเมื่อเวลา 23:00 น. ของวันที่ 21 มิถุนายน 2569 มียอดผู้ลงทะเบียนถูกจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มเดิมที่ถือบัตรอยู่แล้ว จำนวน 13 ล้านกว่าราย ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมายืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว คงเหลือเพียงราว 470,000 รายที่ยังไม่ปรากฏตัว2.กลุ่มที่มีชื่อในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวน 1,040,000 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ "เคาะประตูบ้าน" ตรวจสอบจนพบตัวตนครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์3.กลุ่ม"ผู้ตกหล่น" จำนวนสูงถึง 5.4 ล้านราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนไทยที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่ไปพบตัวตนจริง แต่พวกเขากลับไร้ชื่อ ไร้ร่องรอย และไม่เคยอยู่ในระบบฐานข้อมูลใดๆ ของภาครัฐมาก่อน ทั้งนี้กระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะเริ่มกระบวนการคัดกรองอย่างละเอียดผ่านเกณฑ์ 3 ด้านของบัญชีเงินฝากและทรัพย์สิน กางไทม์ไลน์ 17 ก.ค. วันชี้ชะตา พร้อมเปิดหน้าต่าง "อุทธรณ์"สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากนี้ เนื่องด้วยฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่และต้องอาศัยความแม่นยำสูง ทางกระทรวงการคลังวางกำหนดการประกาศผลการคัดกรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคมนอกจากนี้ รัฐยังเปิดช่องโหว่เพื่ออุดความผิดพลาด โดยหลังจากวันประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ รวมถึงกลุ่มที่ยังไม่ได้มายืนยันตัวตนอีกกว่า 4.7 แสนราย สามารถยื่นเรื่อง "อุทธรณ์" เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองได้ซึ่งในระหว่างนี้ภาครัฐจะนำข้อเท็จจริงมาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประเทศจะถูกจัดสรรไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนที่สุดอย่างทั่วถึงและไม่ตกหล่นอีกต่อไป หลังจากสรุปตัวเลขได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ รวมถึงเรื่องการยกเลิกใช้การยืนภาษีลดหย่อนบิดามารดามาเป็นเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ได้ปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิผู้เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 69 แล้ว โดยเบื้องต้นมียอดผู้ลงทะเบียนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 19 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้มีบัตรเดิมมากกว่า 12.6 ล้านคน กลุ่มคนตกหล่นที่มีรายชื่ออยู่ในกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกกว่า 1.04 ล้านคน และกลุ่มตกหล่นที่เพิ่งแจ้งชื่อรับสิทธิกับฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น อีกมากกว่า 5 ล้านคน ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากปิดรับลงทะเบียนแล้ว กระทรวงการคลังจะนำรายชื่อทั้งหมด มาเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามเกณฑ์คุณสมบัติที่ได้กำหนดไว้ และเมื่อทราบยอดการตรวจสอบเบื้องต้นจะเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา พร้อมกับพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขเกณฑ์คัดกรองที่เหมาะสมอีกครั้ง ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ได้สิทธิบัตรสวัสดิการรอบใหม่ได้วันที่ 17 ก.ค.นี้ ยืนยันว่าการเปิดลงทะเบียนทบทวนสิทธิ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯรอบใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อต้องการอัปเดทฐานข้อมูล ผู้ถือบัตรให้ทันสมัย หลังจากไม่ได้ทำมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งจะช่วยทำให้การส่งผ่านการช่วยเหลือภาครัฐไปถึงมือผู้มีรายได้น้อยตัวจริงอย่างตรงเป้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้แอบอ้างสวมรอยรับสิทธิอีก ดังนั้นหากใครมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับสิทธิแน่นอน และยืนยันว่าเกณฑ์การหักลดหย่อนภาษี เช่น พ่อ แม่นั้น จะยังไม่นำมาใช้รอบนี้
อ่านต่อ >13

#Fake News #TNN ช่อง16
เป็นข้อมูลจาก สสส. ที่ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ นอกจากนี้ ยังพบว่า เด็กไทยเผชิญความเสี่ยงต่อภัยออนไลน์ ทั้งการถูกกลั่นแกล้งออนไลน์ (Cyberbullying) ภัยคุกคามทางเพศ รวมถึงการติดพนันออนไลน์ จนเกิดผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ จิตใจ และภาวะหนี้สิน อิทธิพลของการโฆษณาและการซื้อขายผ่านสื่อออนไลน์ ยังสร้างค่านิยมผิดทางสุขภาพ โดยเฉพาะพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลให้เยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น การป้องกันเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์จึงเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ได้มอบหมายให้ สสส. สรุปประเด็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการ “ลดเวลาหน้าจอ” ของเด็กและเยาวชน เพื่อบูรณาการงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องพิจารณาว่าต้องมีประเด็นใดที่จำเป็นต้องออกข้อกำหนด หรือระเบียบเพิ่มเติมหรือไม่ สสส. จะศึกษาผลกระทบของการออกมาตรการ เรื่องการกำหนดเวลาการใช้หน้าจอสื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีหลายประเทศบังคับใช้ อาทิ ออสเตรเลีย บังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์โดยมีบทลงโทษบริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ ปรับสูงสุดถึง 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1,130 ล้านบาท หากพบว่า ละเมิดกฎและไม่คัดกรองการใช้งานของเด็ก นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมา สสส. มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมรับมือภัยออนไลน์ เปลี่ยนความตระหนักรู้เป็นเกราะป้องกันภัยสังคม โดยลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมผลักดันกฎหมาย และกลไกเชิงนโยบายคุ้มครองเด็กจากสื่อออนไลน์ให้สอดคล้องปัจจุบัน เฝ้าระวังภัยออนไลน์ที่ส่งผลต่อสุขภาวะ พัฒนาระบบแจ้งเบาะแสและติดตามเว็บผิดกฎหมาย กำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ในการปิดบล็อกเว็บไซต์อันตรายเชิงรุก พัฒนา "อาสาสมัครดิจิทัล" และขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเชิงบวกเพื่อสุขภาวะที่สมดุล โดยทำงานผ่านยุทธศาสตร์ 4 ด้าน1. เสริมภูมิคุ้มกัน มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะเท่าทันสื่อและดิจิทัล และความรอบรู้ทางสุขภาพ 2. พัฒนาเครื่องมือและกระบวนการเรียนรู้ทั้งในโรงเรียนและชุมชน 3. สื่อสารเชิงรุกผ่านการรณรงค์ เพื่อสร้างค่านิย
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังคงรู้สึกถึงสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในช่วงก่อนฝนตก ซึ่งหลายคนมักสงสัยว่าเหตุใดอากาศในฤดูฝนจึงยังคงร้อนและอึดอัดไม่ต่างจากฤดูร้อนมากนักผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศอธิบายว่า สาเหตุสำคัญมาจาก “ความชื้นในอากาศ” ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยปกติร่างกายมนุษย์มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อนผ่านกระบวนการระเหยของน้ำบนผิวหนัง ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝน อากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูงจากปริมาณไอน้ำที่สะสมอยู่ในบรรยากาศ ซึ่งไอน้ำเหล่านี้เกิดจากการระเหยของแหล่งน้ำ การคายน้ำของพืช และกิจกรรมของสิ่งมีชีวิต เมื่ออากาศมีความชื้นสูงจนใกล้อิ่มตัว เหงื่อที่ออกจากร่างกายจะระเหยได้ยากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเหตุนี้ แม้อุณหภูมิอากาศจะไม่ได้สูงมาก แต่ความชื้นที่สะสมอยู่ในบรรยากาศจะทำให้ผู้คนรู้สึกเหนียวตัว อึดอัด และร้อนอบอ้าวกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเกิดฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเป็นช่วงที่ความชื้นในอากาศอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้มีลักษณะอากาศร้อนชื้นเกือบตลอดทั้งปี และในช่วงฤดูฝนถือเป็นฤดูกาลที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงที่สุด จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนยังคงรู้สึกร้อนอบอ้าว แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝนก็ตาม
อ่านต่อ >20

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
นายลวรณ แสงสนิท กล่าวว่า หลังจากปิดระบบลงทะเบียนรับสิทธิ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุดไปเมื่อเวลา 23:00 น. ของวันที่ 21 มิถุนายน 2569 มียอดผู้ลงทะเบียนถูกจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มเดิมที่ถือบัตรอยู่แล้ว จำนวน 13 ล้านกว่าราย ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมายืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว คงเหลือเพียงราว 470,000 รายที่ยังไม่ปรากฏตัว2.กลุ่มที่มีชื่อในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวน 1,040,000 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ "เคาะประตูบ้าน" ตรวจสอบจนพบตัวตนครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์3.กลุ่ม"ผู้ตกหล่น" จำนวนสูงถึง 5.4 ล้านราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนไทยที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองลงพื้นที่ไปพบตัวตนจริง แต่พวกเขากลับไร้ชื่อ ไร้ร่องรอย และไม่เคยอยู่ในระบบฐานข้อมูลใดๆ ของภาครัฐมาก่อน ทั้งนี้กระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะเริ่มกระบวนการคัดกรองอย่างละเอียดผ่านเกณฑ์ 3 ด้านของบัญชีเงินฝากและทรัพย์สิน กางไทม์ไลน์ 17 ก.ค. วันชี้ชะตา พร้อมเปิดหน้าต่าง "อุทธรณ์"สำหรับแผนการดำเนินงานหลังจากนี้ เนื่องด้วยฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่และต้องอาศัยความแม่นยำสูง ทางกระทรวงการคลังวางกำหนดการประกาศผลการคัดกรองอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 กรกฎาคมนอกจากนี้ รัฐยังเปิดช่องโหว่เพื่ออุดความผิดพลาด โดยหลังจากวันประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม ไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม จะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ รวมถึงกลุ่มที่ยังไม่ได้มายืนยันตัวตนอีกกว่า 4.7 แสนราย สามารถยื่นเรื่อง "อุทธรณ์" เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเองได้ซึ่งในระหว่างนี้ภาครัฐจะนำข้อเท็จจริงมาตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเงินภาษีของประเทศจะถูกจัดสรรไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนที่สุดอย่างทั่วถึงและไม่ตกหล่นอีกต่อไป หลังจากสรุปตัวเลขได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ รวมถึงเรื่องการยกเลิกใช้การยืนภาษีลดหย่อนบิดามารดามาเป็นเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย
อ่านต่อ >15

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ได้ปิดรับลงทะเบียนยืนยันสิทธิผู้เข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบปี 69 แล้ว โดยเบื้องต้นมียอดผู้ลงทะเบียนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 19 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้มีบัตรเดิมมากกว่า 12.6 ล้านคน กลุ่มคนตกหล่นที่มีรายชื่ออยู่ในกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีกกว่า 1.04 ล้านคน และกลุ่มตกหล่นที่เพิ่งแจ้งชื่อรับสิทธิกับฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น อีกมากกว่า 5 ล้านคน ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากปิดรับลงทะเบียนแล้ว กระทรวงการคลังจะนำรายชื่อทั้งหมด มาเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามเกณฑ์คุณสมบัติที่ได้กำหนดไว้ และเมื่อทราบยอดการตรวจสอบเบื้องต้นจะเสนอให้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา พร้อมกับพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขเกณฑ์คัดกรองที่เหมาะสมอีกครั้ง ก่อนจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ได้สิทธิบัตรสวัสดิการรอบใหม่ได้วันที่ 17 ก.ค.นี้ ยืนยันว่าการเปิดลงทะเบียนทบทวนสิทธิ ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯรอบใหม่นี้ มีเป้าหมายเพื่อต้องการอัปเดทฐานข้อมูล ผู้ถือบัตรให้ทันสมัย หลังจากไม่ได้ทำมาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งจะช่วยทำให้การส่งผ่านการช่วยเหลือภาครัฐไปถึงมือผู้มีรายได้น้อยตัวจริงอย่างตรงเป้า เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้แอบอ้างสวมรอยรับสิทธิอีก ดังนั้นหากใครมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็จะได้รับสิทธิแน่นอน และยืนยันว่าเกณฑ์การหักลดหย่อนภาษี เช่น พ่อ แม่นั้น จะยังไม่นำมาใช้รอบนี้
อ่านต่อ >13

#Fake News #TNN ช่อง16
เป็นข้อมูลจาก สสส. ที่ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ นอกจากนี้ ยังพบว่า เด็กไทยเผชิญความเสี่ยงต่อภัยออนไลน์ ทั้งการถูกกลั่นแกล้งออนไลน์ (Cyberbullying) ภัยคุกคามทางเพศ รวมถึงการติดพนันออนไลน์ จนเกิดผลกระทบทั้งด้านสุขภาพ จิตใจ และภาวะหนี้สิน อิทธิพลของการโฆษณาและการซื้อขายผ่านสื่อออนไลน์ ยังสร้างค่านิยมผิดทางสุขภาพ โดยเฉพาะพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลให้เยาวชนสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น การป้องกันเด็กและเยาวชนจากภัยออนไลน์จึงเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ได้มอบหมายให้ สสส. สรุปประเด็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการ “ลดเวลาหน้าจอ” ของเด็กและเยาวชน เพื่อบูรณาการงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องพิจารณาว่าต้องมีประเด็นใดที่จำเป็นต้องออกข้อกำหนด หรือระเบียบเพิ่มเติมหรือไม่ สสส. จะศึกษาผลกระทบของการออกมาตรการ เรื่องการกำหนดเวลาการใช้หน้าจอสื่อออนไลน์ของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีหลายประเทศบังคับใช้ อาทิ ออสเตรเลีย บังคับใช้กฎหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์โดยมีบทลงโทษบริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ ปรับสูงสุดถึง 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินประมาณ 1,130 ล้านบาท หากพบว่า ละเมิดกฎและไม่คัดกรองการใช้งานของเด็ก นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมา สสส. มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมรับมือภัยออนไลน์ เปลี่ยนความตระหนักรู้เป็นเกราะป้องกันภัยสังคม โดยลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมผลักดันกฎหมาย และกลไกเชิงนโยบายคุ้มครองเด็กจากสื่อออนไลน์ให้สอดคล้องปัจจุบัน เฝ้าระวังภัยออนไลน์ที่ส่งผลต่อสุขภาวะ พัฒนาระบบแจ้งเบาะแสและติดตามเว็บผิดกฎหมาย กำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ในการปิดบล็อกเว็บไซต์อันตรายเชิงรุก พัฒนา "อาสาสมัครดิจิทัล" และขับเคลื่อนสังคมแห่งการเรียนรู้ รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเชิงบวกเพื่อสุขภาวะที่สมดุล โดยทำงานผ่านยุทธศาสตร์ 4 ด้าน1. เสริมภูมิคุ้มกัน มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะเท่าทันสื่อและดิจิทัล และความรอบรู้ทางสุขภาพ 2. พัฒนาเครื่องมือและกระบวนการเรียนรู้ทั้งในโรงเรียนและชุมชน 3. สื่อสารเชิงรุกผ่านการรณรงค์ เพื่อสร้างค่านิย
อ่านต่อ >16

#ข่าวเศรษฐกิจ #TNN ช่อง16
แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังคงรู้สึกถึงสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในช่วงก่อนฝนตก ซึ่งหลายคนมักสงสัยว่าเหตุใดอากาศในฤดูฝนจึงยังคงร้อนและอึดอัดไม่ต่างจากฤดูร้อนมากนักผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศอธิบายว่า สาเหตุสำคัญมาจาก “ความชื้นในอากาศ” ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยปกติร่างกายมนุษย์มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 37 องศาเซลเซียส เมื่ออากาศร้อน ร่างกายจะขับเหงื่อออกมาเพื่อระบายความร้อนผ่านกระบวนการระเหยของน้ำบนผิวหนัง ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูฝน อากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูงจากปริมาณไอน้ำที่สะสมอยู่ในบรรยากาศ ซึ่งไอน้ำเหล่านี้เกิดจากการระเหยของแหล่งน้ำ การคายน้ำของพืช และกิจกรรมของสิ่งมีชีวิต เมื่ออากาศมีความชื้นสูงจนใกล้อิ่มตัว เหงื่อที่ออกจากร่างกายจะระเหยได้ยากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเหตุนี้ แม้อุณหภูมิอากาศจะไม่ได้สูงมาก แต่ความชื้นที่สะสมอยู่ในบรรยากาศจะทำให้ผู้คนรู้สึกเหนียวตัว อึดอัด และร้อนอบอ้าวกว่าปกติ โดยเฉพาะในช่วงก่อนเกิดฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเป็นช่วงที่ความชื้นในอากาศอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ทำให้มีลักษณะอากาศร้อนชื้นเกือบตลอดทั้งปี และในช่วงฤดูฝนถือเป็นฤดูกาลที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูงที่สุด จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลายคนยังคงรู้สึกร้อนอบอ้าว แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝนก็ตาม
อ่านต่อ >20