รีเซต

ผ่าทางตันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แก้วันนี้ก่อนสาย!

ผ่าทางตันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แก้วันนี้ก่อนสาย!
TNN ช่อง16
27 มกราคม 2569 ( 08:47 )
8

ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN ลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมอันดับต้นๆ ของไทย ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าช่วงนี้ไทยของเรากำลังจะเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างนำเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง ความมั่นคง ในส่วนของนโยบายสิ่งแวดล้อมมีบ้าง แต่อาจให้น้ำหนักเบาบางกว่า แม้ว่าไทยของเราเจอกับภัยธรรมชาติต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง หรือน้ำท่วม ซึ่งอาจารย์สุชนา มองว่านี้เป็นเรื่องใหญ่ ไทยควรต้องมีนโยบายที่ "ใช่" เพื่อแก้ไขปัญหา

ปัญหาที่สะท้อนจากผู้เชี่ยวชาญ: นโยบายสิ่งแวดล้อมไทยที่ไม่ตอบโจทย์

อาจารย์สุชนา สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า นโยบาย "สิ่งแวดล้อมไทย" ยังมีจุดอ่อน แม้ในช่วงหลังเราเริ่มตื่นตัวมากยิ่งขึ้น แต่อาจารย์ชี้ว่าสังคมไทยอาจต้องยอมรับว่านโยบายที่เคยออกมา หรือแม้แต่ที่กำลังนำเสนออยู่ในเวทีหาเสียงตอนนี้ ยังอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมไทยได้อย่างสมบูรณ์ แท้จริง เราจะขอไล่ไปแต่ละข้อดังนี้

ข้อที่ 1 กรอบระยะเวลานโยบายที่สั้นเกินไป

“จุดอ่อนเชิงโครงสร้าง” ของนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของไทย ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องงบประมาณหรือเทคโนโลยี แต่คือ ความคิดตั้งต้นของผู้ออกนโยบาย ที่อาจกำลังมองผิดทิศผิดทาง เช่น กรอบเวลาของนโยบายที่สั้นเกินไป นโยบายจำนวนมากถูกออกแบบภายใต้เงื่อนเวลาหนึ่งถึงสองปี ซึ่งอาจสอดคล้องกับวาระทางการเมือง แต่ไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของปัญหาสิ่งแวดล้อมเลยแม้แต่น้อย เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่สิ่งที่ “ทำวันนี้ เห็นผลพรุ่งนี้” หากเปรียบเทียบก็คล้ายกับการปลูกต้นไม้ ที่ต้องอาศัยเวลา การดูแล และความต่อเนื่อง นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมจึงควรถูกออกแบบให้มองไกลอย่างน้อย 5–10 ปี หรือยาวกว่านั้น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงตัวชี้วัดบนกระดาษ

ข้อที่ 2 นโยบายไม่สอดรับกับสภาพธรรมชาติ Non Nature-Based Solutions

อีกจุดอ่อนสำคัญคือ การขาดแนวคิด Nature-based Solutions หรือการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน นโยบายของเราจำนวนมากยังคงมุ่งสร้างโครงสร้างแข็ง เพื่อรับมือกับปัญหา เช่น เขื่อน กำแพง หรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ โดยมองข้ามศักยภาพของระบบนิเวศที่สามารถฟื้นฟูและป้องกันปัญหาได้ในระยะยาว เช่น ป่าชายเลน แนวปะการัง หรือพื้นที่ชุ่มน้ำ

ข้อที่ 3 นโยบายที่ขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชน

ควบคู่ไปกับนั้นคือ การขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน แม้ประชาชนจะเป็นผู้เผชิญปัญหาโดยตรง และเข้าใจบริบทพื้นที่ดีที่สุด แต่นโยบายส่วนใหญ่ยังคงเป็นลักษณะ “บนลงล่าง” (top-down) ทำให้เสียงของคนในพื้นที่ไม่ถูกนำมารวมอยู่ในกระบวนการตัดสินใจ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นปัญหาเดิมที่เราคุ้นหูคือ นโยบายที่ออกมาคนละทิศ คนละทาง ไม่ได้สอดคล้องกับความเป็นจริง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างสมบูรณ์ และยั่งยืน

อาจารย์สุชนายังย้ำว่า "นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมควรต้อง เดินไปในทิศทางเดียวกับธรรมชาติ ไม่ใช่ฝืนหรือควบคุมธรรมชาติ เพราะในระยะยาว ธรรมชาติมักเป็นฝ่ายชนะเสมอ นโยบายที่ดีจึงควรมีความ ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์" 

สุดท้าย แม้ประเทศไทยจะมีข้อมูลจำนวนมากในหลายมิติ แต่ปัญหาที่สำคัญคือ การขาดการบูรณาการ หน่วยงานต่าง ๆ ยังทำงานแยกส่วน ขาดการเชื่อมโยงและประสานกันอย่างจริงจัง ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาเชิงระบบยังไม่เกิดขึ้น

ในบริบทปัจจุบัน อาจารย์มองว่าไทยต้องเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วน อาทิ การกัดเซาะชายฝั่ง น้ำทะเลหนุนสูง ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และที่สำคัญคือ ต้องไม่หยุดอยู่แค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ต้องกล้าหาญพอที่จะหันกลับไปจัดการที่ “ต้นเหตุ” อย่างจริงจัง แต่แน่นอนว่าราคนเดียวอาจทำไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากชาติอื่นๆด้วย

เท่าที่ฟังอาจารย์ ผู้เขียนตกผลึกว่านโยบายด้านสิ่งแวดล้อมต้องมองแบบนักวิ่งระยะไกล อาจไม่ได้สามารถหวังผลได้ในไม่กี่ปี นโยบายเหล่านี้ผู้ที่เห็นประโยชน์อย่างแท้จริงอาจไม่ใช่ผู้ออกนโยบาย แต่คือคนรุ่นๆต่อไป อาจถึงเวลาแล้วที่เราควรจริงจังกับเรื่องสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะสายเกินไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง