รีเซต

เจาะอนาคตไทย "เตาอบอาเซียน": สัญญาณอันตรายจากภาวะโลกร้อน

เจาะอนาคตไทย "เตาอบอาเซียน": สัญญาณอันตรายจากภาวะโลกร้อน
TNN ช่อง16
18 มีนาคม 2569 ( 08:10 )
15

Gemini said

รศ.ดร.เสรี ศุภาราทิตย์ ผอ.ศูนย์อำนวยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ม.รังสิต และผู้เชี่ยวชาญ IPCC ให้สัมภาษณ์ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 ในรายการ "ไปตามเกม" เรื่องเจาะลึกอนาคตไทย "เตาอบอาเซียน" :สัญญาณอันตรายจากภาวะโลกร้อน 

อาจารย์เปิดเผยฉากทัศน์ที่น่ากังวลใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จู่โจมประเทศไทยรอบด้าน โดยมีประเด็นที่เราควรต้องจับตาดังนี้

ไทยเตรียมครองแชมป์ "ร้อนที่สุดในอาเซียน"

งานวิจัยจากวารสาร Scientific Reports ระบุว่าตั้งแต่ปี 2573 เป็นต้นไป ประเทศไทย เมียนมา และกัมพูชา จะเผชิญกับ "คลื่นความร้อน" รุนแรงระดับต้นๆ ของโลก สิ่งที่เราต้องจับตาดูกันอย่างใกล้ชิดคือ "อุณหภูมิกระเปาะเปียก" (Wet-bulb Temperature) ที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง จนร่างกายของเราระบายความร้อนไม่ได้ เพราะเมื่ออากาศร้อนจัดมาเจอความชื้นสูง เหงื่อจะไม่สามารถระเหยได้ เป็นอันตรายถึงชีวิต และกระทบทุกภาคส่วน ที่น่าเป็นห่วงมากคือภาคเกษตรและประสิทธิภาพในการทำงานของแรงงานจะลดลงไปอย่างมาก 

อาจารย์เสรีย้ำว่าแม้ 3 ชาติดังกล่าวนี้จะมีสภาพอากาศที่ร้อนเพิ่มมากขึ้นที่สุดในอาเซียน แต่ความเสียหายที่ได้รับนั้นจะเป็นวงกว้าง คำนวนดูแล้วอาจเสียหายเป็นอันดับต้นๆของโลก ร้ายแรงกว่าภูมิภาคอื่นๆ เพราะเป็นเป็นผลรวมของปัจจัยทางภูมิศาสตร์ และโครงสร้างเศรษฐกิจที่เปราะบาง ประเทศไทยมีความเปราะบางเชิงพื้นที่ เรามีโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาพื้นที่กลางแจ้ง แรงงานส่วนมากยึดโยงกับภาคเกษตร แรงงานก่อสร้าง โรงงาน ซึ่งผลิตผล หรือความสามารถของแรงงานอาจลดลงหากว่าอากาศร้อนจัด คนไม่สามารถทำงานได้ตามที่ควรจะเป็น

Gemini said

เอลนีโญ (El Niño): ข่าวดีในข่าวร้าย

แม้การคาดการณ์ "ซูเปอร์ เอลนีโญ" (Super El Niño) ในปีนี้จะเริ่มคลี่คลาย อาจารย์เสรีวิเคราะห์จากการจัดเก็บข้อมูล และแบบจำลอง คาดว่าปีนี้ไทยอาจไม่เจอกับภาวะ "ซูเปอร์ เอลนีโญ" หรือภาวะร้อน-แล้งจัด แต่ยังต้องรับมือกับ "เอลนีโญปกติ" อยู่ดี เรื่องนี้จึงเป็นเหมือน "ข่าวร้ายในข่าวดี" หากมองจากภาพกว้างๆ ไทยของเรายังเคราะห์ดี เพราะเรามี "แต้มบุญ" หลงเหลืออยู่จากปีที่ผ่านมา ที่ปรากฏว่ามีฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เรามีปริมาณน้ำกักเก็บ ที่ยังพอมีช่วยพยุงในปีนี้ต่อไปได้ แต่ปีหน้าเรามีความเสี่ยงมาก หากว่าบริหารจัดการน้ำล้มเหลว หรือไม่สามารถบริหารได้ดี ปีหน้าประเทศไทยอาจเจอภาวะแล้งจัดได้ เพราะปีนี้ฝนจะตกลงมาน้อย หรือไม่ได้มาตามนัดนั้่นเอง 

ความซับซ้อนของอากาศ: ร้อนจัดแต่ระวัง "น้ำท่วม"

อาจารย์เสรีเปิดเผยว่าโลกที่ร้อนขึ้นทำให้อากาศแปรปรวนแบบสุดขั้ว (Extreme Weather) ในช่วงมีนาคม-เมษายนนี้ เราจะเจอภาวะ "เช้าร้อนจัด บ่ายพายุซัด" มีโอกาสเกิดพายุฤดูร้อนและลูกเห็บตกในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง ซึ่งจะซ้ำเติมเกษตรกรที่แบกรับต้นทุนปุ๋ยแพงจากสภาวะขัดแย้งตะวันออกกลางอยู่แล้ว ในขณะที่เรื่องค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ยังคงน่าเป็นห่วง แม้ว่าจากตัวเลขเราจะเห็นว่าในปีนี้จุดความร้อน หรือ Hotspot ดีขึ้นตามลำดับจากมาตรการภาครัฐที่เอาจริง "จับ-ปรับ" ผู้ที่ฝ่าฝืนกฏหมาย อาจารย์ย้ำว่า "โลกร้อน" ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ก่อให้เกิด PM 2.5 หนาแน่น ประกอบกับอากาศที่นิ่งและแห้งแล้ง ส่งผลให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กอยู่นานขึ้น เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น

เท่าที่ได้พูดคุยกับอาจารย์เสรี ผมมองว่าตอนนี้ประเทศไทยของเรา ไม่ได้แค่เจอปัญหาชั่วคราวเท่านั้น แต่ต้องรับมือกับ "การขยับฐานรากทางภูมิอากาศ" เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ได้อย่างง่ายๆ ภาครัฐจำเป็นทบทวน และเดินหน้านโยบายสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ บูรณาการร่วมกันกับนโยบายเศรษฐกิจที่ครอบคลุม รอบด้าน นำไปสู่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่อสภาพอากาศ (Climate Resilience) เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างจริงจัง และการวางผังเมืองเพื่อลดเกาะความร้อน (Urban Heat Island)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง