รีเซต

เตือน! “เอลนีโญ” ถล่มแรง “เรนบอมบ์” มาแน่ เช็กพิกัดเสี่ยง

เตือน! “เอลนีโญ” ถล่มแรง “เรนบอมบ์” มาแน่ เช็กพิกัดเสี่ยง
TNN ช่อง16
25 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:33 )
15

เตือน! “เอลนีโญ” ถล่มแรง “เรนบอมบ์” มาแน่ เช็กพิกัดเสี่ยง

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์อำนวยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ม.รังสิต และผู้เชี่ยวชาญ IPCC ให้สัมภาษณ์ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 ในรายการไปตามเกม ไว้อย่างน่าสนใจในเรื่อง "วิกฤตสภาพอากาศไทย ร้อนระอุ ฝนน้อย จ่อคิวแล้งรุนแรงปีหน้า" โดยที่ในช่วงนี้ หลายพื้นที่รับมือกับ "พายุฤดูร้อน" มีฝนตกลงมา บางจุดมีลมกระโชกแรง แต่โจทย์ใหญ่ที่ไทยกำลังเผชิญหน้าอาจไม่ใช่แค่เรื่องฝนฟ้าคะนองชั่วคราว แต่คือความผันผวนของสภาพอากาศแบบสุดขั้ว (Climate Extremes) ที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตอย่างรุนแรง

ผมถามาจารย์เสรีอย่างตรงไปตรงมาว่าทำไมช่วงนี้อากาศร้อนจัง ออกมานอกบ้านครู่เดียวรู้สึกร้อน อากาศแห้งมากๆ อาจารย์ตอบว่า "เชื่อไหมว่าหากเปรียบเทียบอุณหภูมิดูแล้ว ปีนี้ไม่ได้ร้อนไปกว่าปีที่แล้วนะ ประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส แต่ที่เรารู้สึก "ร้อนทรมาน" มากกว่าเดิม เป็นเพราะ ความชื้นในอากาศน้อยลง ทำให้อากาศแห้ง และร่างกายสัมผัสความร้อนได้ตรงๆ มากขึ้น นอกจากนี้ที่น่าตกใจมากคือในอนาคต พื้นที่ภาคกลางรวมไปถึงกรุงเทพมหานคร อาจต้องเจอวันที่ร้อนเกิน 35 องศาเซลเซียส ยาวนานถึง 90 วันต่อปี จากเดิมเพียง 17 วัน เท่านั้น เรื่องนี้สำคัญมากเพราะกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

ปีนี้ "แต้มบุญ" เหลือ ไทยมีปริมาณน้ำกักเก็บพอสมควร แต่ปีหน้าเตรียมพบกับ "ของจริง"

อาจารย์เสรีย้ำว่าในปีนี้ไทยมี "แต้มบุญ" เหลือ เพราะปีที่ผ่านมาหลายพื้นที่ของไทยมีฝนตกลงมาหนัก ต่อเนื่อง ภาพรวมยังถือว่ายังพอประคองตัวได้ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลาง แต่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือพื้นที่นอกเขตชลประทาน และเขื่อนบางแห่ง ที่ต้องยอมรับว่าปริมาณน้ำในเขื่อน หรือน้ำกักเก็บมีน้อย เช่น โคราช เริ่มส่งสัญญาณน่าเป็นห่วง

ส่วนในปีหน้า เตรียมรับมือกับ "ของจริง" อาจารย์เสรีกังวลว่าสถานการณ์น้ำ และภัยแล้งปีหน้าอาจถึงขั้น "วิกฤต" เพราะ "เอลนีโญ" จะเริ่มแผลงฤทธิ์หนักในช่วงฤดูฝนปีนี้ ส่งผลให้ฝนตกน้อยและอากาศไม่หนาว ซึ่งผลกระทบที่แท้จริงจะ "แล้งทั่วประเทศ" ในปีหน้า โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง



หากว่าติดตามข่าวสาร เราเห็นภาพชัดเจนอย่างหนึ่งว่าสภาพอากาศของไทยปั่นป่วนพอสมควร ฝนตกหนัก น้ำท่วม ภัยแล้ง อากาศที่ร้อนสุดขั้ว หรือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ล้วนสร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง อาจารย์เสรี อธิบายว่าไทยเจอความท้าทายด้านสภาพอากาศ ความซับซ้อน แล้งจัด สลับ Rain Bomb ความยากในการแก้ปัญหาของไทยคือการเจอ "ภัยแล้งสลับน้ำท่วมฉับพลัน" แม้จะเป็นปีที่ฝนน้อยแต่ก็มีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ Rain Bomb หรือฝนตกหนักเฉพาะจุดในเวลาสั้นๆ จนระบายไม่ทัน ทำให้การบริหารจัดการน้ำทำได้ยากและซับซ้อนขึ้น เรื่องนี้ก่อให้เกิดภาวะ ผลกระทบแบบลูกโซ่ หรือ Domino Effect สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของไทย อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อาจารย์เสรี หยิบยกตัวอย่างปี 67 เฉพาะภาคเกษตรเสียหายนับ 8 หมื่นล้านบาท ผลผลิตออกมาไม่มีคุณภาพ ภาคแรงงานมีความเสี่ยง การทำงานลดลงเพราะอากาศร้อน สังคมเมืองต้องใช้พลังงานมากขึ้น เพราะอากาศร้อน การใช้ไฟมีเพิ่มขึ้น ทำให้เราต้องใช้ Fossil Fuels มากขึ้นยิ่งซ้ำเติมให้โลกร้อนกว่าเดิมเป็น "งูกินหาง" จึงไม่ไกลเกินจริงหากจะบอกว่าความเสียต่อไปอาจพุ่งสูงไปได้ราว 1 แสนล้านบาทต่อปี นี่คือความท้าทายด้านเศรษฐกิจที่ต้องเร่งแก้ไข

ทางออก ต้องเร่งสร้าง "แรงจูงใจ" ไม่ใช่เพียงออกนโยบายลอยๆ หรือแค่ขอความร่วมมือ

อาจารย์เสรี เปิดเผยว่าการแก้ปัญหาต้องทำในระดับนโยบายที่จับต้องได้ เช่น โมเดลสิงคโปร์ ที่ใช้มาตรการทางภาษีมาจูงใจให้คนปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพราะการบอกให้ช่วยกันปลูกเพื่อโลกอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากมีต้นทุนทั้งแรงงานและเงินทุน

จากการสัมภาษณ์ครั้งนี้ผมรู้สึกว่า "เข็มวินาทีของธรรมชาติเดินเร็วขึ้น หากเราไม่เร่งมือทำอะไรบางอย่างแบบจริงจัง เราอาจไม่มีโลกที่ "เย็นพอ" หรือว่าที่ "น่าอยู่" ให้กับคนรุ่นหลัง คำตอบจากอาจารย์เสรี อาจไม่ใช่คำพยากรณ์ แต่เป็นสัญญาณชีพทางด้านสภาพอากาศที่เป็นของจริง ต้องเร่งแก้ไข"


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง