รีเซต

"เอลนีโญ" กำลังกลับมา! เตรียมร้อนตับแลบ 2569 ปีมหาโหด

"เอลนีโญ" กำลังกลับมา! เตรียมร้อนตับแลบ 2569 ปีมหาโหด
TNN ช่อง16
18 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:30 )
18

คุณชวลิต จันทรรัตน์ ประธานบริหาร ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 ในรายการ "ไปตามเกม" เรื่องสภาพอากาศที่ร้อนจัด โอกาสที่ไทยจะเจอกับภัยแล้ง ในหัวข้อ "เอลนีโญ" กำลังกลับมา! เตรียมร้อนตับแลบ 2569 ปีมหาโหด 

2569 จาก "ฝนหนัก" สู่ "ร้อนจัด" จับตา "เอลนีโญ" เดือนพฤษภาคม หลายพื้นที่ของไทยจ่อร้อนหนักทุบสถิติ

คุณชวลิต อธิบายน่าสนใจว่าปีที่ผ่านมาเราเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมหนักจากปรากฏการณ์ "ลานีญา" มาหมาดๆ แต่ในปี 2569 นี้ สภาพอากาศกำลังพลิกโฉมแบบหน้ามือเป็นหลังมือ โดยที่ฤดูร้อนปีนี้อาจมาไวกว่าปกติ คาดว่าจะเริ่มอย่างเป็นทางการในช่วงกุมภาพันธ์นี้ การเปลี่ยนมือจากปรากฏการณ์ "ลานีญา" เข้าสู่ภาวะปกติ หรือ Neutral ส่งผลให้ลมร้อนจาก "เมียนมา" เคลื่อนที่เข้ามาในบ้านเรา มีอิทธิพลทำให้อากาศในบ้านเราร้อนขึ้น และสิ่งที่ตามมา น่ากังวลใจคือฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ ชีวิตของประชาชน คาดว่าอากาศจะ "ร้อนหนัก" ที่สุดในช่วงกลางมีนาคมลากยาวไปถึงเมษายน 

ความร้อนปีนี้ขอย้ำว่าไม่ธรรมดา และมีความซับซ้อน แม้ว่าอากาศในช่วงนี้ร้อนหนัก แต่หลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณตอนบนของไทย ตั้งแต่ กำแพงเพชร แพร่ น่าน เชียงใหม่ และเชียงราย มีโอกาสเจอ "พายุฤดูร้อน" พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงเจอฝนตกหนักเฉพาะจุด และลมกระโชกแรง ที่อาจสร้างความเสียหายต่อทั้งชีวิต และทรัพย์สินได้

หมายความว่าไม่ร้อนแล้วหรือไม่?

คุณชวลิตบอกว่าพออธิบายมาถึงตรงนี้หลายคนอาจคิดแบบนั้น ว่าคงไม่ได้ร้อนหนักแล้วเพราะมีฝน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เพราะว่าตามทฤษฎีแล้วพื้นที่เหล่านี้เจอ "พายุฤดูร้อน" ก็เพราะว่าอาจเปลี่ยนแปลง และร้อนจัดนั่นเอง ฝนที่ตกลงมาจะเป็นลักษณะเฉพาะจุด เป็นช่วงสั้นๆ อาจมีลูกเห็บตกลงมาได้ สร้างความเสียหาย แต่หลังจากนี้จะกลับไป "ร้อนจัด"  คุณชวลิตย้ำเราต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดช่วงเมษายน พื้นที่ตอนบน อย่าง แม่ฮ่องสอน ตาก ลำปาง อาจ "ร้อนจัด" จนอาจทำลายสถิติเดิมที่เคยทำเอาไว่ หมายความว่าประชาชนต้องระวังสุขภาพ อากาศที่ร้อนจัดอาจส่งผลต่อการใช้น้ำ และพื้นที่เพาะปลูก   



"เอลนีโญ" จ่อคิวซ้ำเติมเกษตรกร

คุณชวลิตเตือนว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการกลับมาของ "เอลนีโญ" ในช่วงต้นฤดูฝน ซึ่งอาจทำให้ฝนทิ้งช่วงหรือมีปริมาณน้อยกว่าปกติ กระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรและประมง ช่วงเวลาสำคัญคือพฤษภาคม ซึ่งปกติควรเป็นเวลาที่ไทยเจอความ "เปียกชื้น" แต่ปีนี้หากนำข้อมูลจาก NOAA หรือ National Oceanic and Atmospheric Administration หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐอเมริกา ที่มีบทบาทสำคัญระดับโลกในการพยากรณ์อากาศ ติดตามสภาวะมหาสมุทร และเตือนภัยทางธรรมชาติ จะเห็นว่าปีนี้ตั้งแต่พฤษภาคม "เอลนีโญ" อาจกลับมา ทำให้ไทยเจอกับปัญหาแล้ง และฝนที่ตกลงมาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น โดยที่พื้นที่เฝ้าระวัง คือพื้นที่นอกเขตชลประทานในจังหวัด บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ เสี่ยงขาดแคลนน้ำอย่างหนัก วัวควายอาจป่วยง่ายจากสภาพอากาศแปรปรวน 

เราต้องตกใจแค่ไหน?

คุณชวลิตเปิดเผยว่าเราต้องไม่ดูเบา หากมองลึกลงไปแล้วไทยยังมีแต้มบุญที่เหลืออยู่ โชคดีที่ปีก่อนน้ำมาก ทำให้อ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่ยังมีน้ำกักเก็บช่วยบรรเทาได้บ้าง ยกเว้นบางพื้นที่ เช่น เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำแซะ ที่ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย

ทางรอดและการรับมือ "ประหยัด-ปรับตัว"

คุณชวลิตเน้นย้ำว่าเกษตรกรต้องเร่งปรับตัวก่อนสายเกินไป เปลี่ยนชนิดพืช หันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนการทำนาปรัง อาจใช้ เทคนิคเปียกสลับแห้ง หากต้องปลูกข้าว ควรใช้การจัดการน้ำแบบ "เปียกสลับแห้ง" เพื่อลดการใช้น้ำลง 20-30% แต่ยังคงผลผลิตได้ดี รวมไปถึงการวางแผนเข้มงวด คนในและนอกเขตชลประทานต้องร่วมใจประหยัดน้ำ เพื่อสำรองไว้ใช้ในช่วงฝนมาล่าช้า

สรุปได้ว่า ปี 2569 คือปีแห่งความท้าทายจาก "สุดขั้วความร้อน" แม้จะมีต้นทุนน้ำเก่ามาช่วย แต่หากประมาท "เอลนีโญ" ที่กำลังคืบคลานเข้ามา อาจทำให้เราเสียหายเป็นวงกว้างจากวิกฤตภัยแล้งที่รุนแรงกว่าปีที่ผ่านๆ มา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง