"ระฆังพกยก" สหรัฐฯ-อิหร่าน กับดัก "โมเสก" ที่สหรัฐฯต้องระวัง

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและภูมิรัฐศาสตร์ เปิดบ้านต้อนรับ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 ให้สัมภาาณ์เชิงวิเคราะห์พัฒนาการความขัดแย้งตะวันออกลาง ซึ่งตอนนี้อาจกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ รอ "ระฆังพักยก" ระหว่างคู่ขัดแย้งสำคัญ อย่าง สหรัฐฯและอิหร่าน
อาจารย์สมชาย มองว่าความขัดแย้งตะวันออกกลางตอนนี้น่าอึดอัด ก้าวสู่จุดที่ "ถอยยาก-จบไม่ลง" โดยที่สหรัฐฯ อาจประเมินพลาดไปหน่อย โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ คาดว่าการเผชิญหน้าจะจบลงเร็ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว การจัดการอิหร่านมีความท้าทาย และไม่ง่ายแบบนั้น ต้องยอมรับว่า อิหร่าน ยังพยายามดึงเกม และใช้กลยุทธ์สู้แบบกระเบื้องปูพื้น หรือ Mosaic Model อาจารย์อธิบายว่าที่เรียกว่า "กระเบื้องปูพื้น" เพราะมีลักษณะกระจายตัวแต่มีความเชื่อมโยงกัน อำนาจการตัดสินใจถูกเกลี่ย หรือ Decentralize ไม่ได้รวมศูนย์ไว้ที่จุดเดียว เพราะมองว่าแม้ สหรัฐฯ จะทำลายหัวแถวได้ แต่อิหร่านยังสามารถรับมือได้ต่อไป จากการแบ่งโครงสร้างทหารออกเป็นหลายส่วน คล้ายกับกระเบื้อง "โมเสก" นั่นเอง กลยุทธ์นี้มีจุดแข็งไม่ใช่เรื่องของการ "แพ้-ชนะ" แต่คือการลากให้สถานการณ์ยืดเยื้อ เพื่อเพิ่มต้นทุนให้มหาอำนาจอย่างหสรัฐฯ เพราะอิหร่านมองว่ายิ่งความขัดแย้งลากยาว สหรัฐฯ จะยิ่งเสียเปรียบ
พูดง่ายๆ เป้าหมายสหรัฐฯ คือการเร่งจบสงคราม ในขณะที่อิหร่านพยายามลากให้ยาวเพื่อเพิ่มต้นทุนให้แก่สหรัฐฯ เว้นเสียแต่ว่าอิหร่านจะได้รับหลักค้ำประกันว่าจะไม่ถูกโจมตีอีก ต้องยอมรับว่าการเผชิญหน้าที่ยืดเยื้ออาจทำให้ทั้งสองฝ่ายอ่อนแรงลงไปบ้าง หมายความว่า "ระฆังพักยก" อาจเป็นทางออกชั่วคราวที่ทั้ง สหรัฐฯ และอิหร่าน รอคอย
อาจารย์สมชายมองว่า "ระฆังพักยก อาจทำให้อุณหภูมิลดความร้อนแรงลง โดยที่ทั้งสองฝ่ายอาจเจรจาหยุดยิง เพื่อกลับไปตั้งหลัก หลังจากนั้นเราคงไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป อาจกลับมาสู้กันอีก หรืออาจเจรจาก็ได้ แต่มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าอาจเป็นเพียงเรื่องชั่วตราว ไม่ใช่สันติภาพถาวร"
เท่าที่ฟังอาจารย์ผมมองว่า "ระฆังพักยก" อาจส่งสัญญาณให้นักมวยหยุดการชกชั่วคราว คล้ายกับเป็นการพักหายใจ หลังจากนั้นอาจประเมินกับพี่เลี้ยงว่าจะเอายังไงต่อ ควรสู้ หรือเจรจา แต่แน่นอนว่าการเจรจาเพื่อสันติภาพไม่ง่าย โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายติดหล่ม และไม่ยอมถอยในข้อเสนอที่ต้องการ
อาจารย์สมชายเชื่อว่า ช่องแคบ "ฮอร์มุซ" เป็นเงื่อนไขสำคัญในการเจรจา การพักยกครั้งนี้ จะไม่สามารถพัฒนาเป็นสันติภาพถาวรได้หากทั้งสองฝ่ายมีเรื่องแคลงใจในประเด็น "ฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก อิหร่านเปิดเผยความต้องการเรียกค่าผ่านทางต่อเรือที่ต้องการใช้เส้นทางนี้ แน่นอนว่าสร้างผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันและสินค้า ทำให้ช่องแคบ "ฮอร์มุซ" กลายเป็นเรื่องอ่อนไหว เป็น "สงครามเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง"
อาจารย์สมชายอธิบายต่อไปว่า "อิหร่านทราบดีว่าตามหลักการกฏหมายระหว่างประเทศ เขาไม่สามารถทำได้นะ ไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าผ่านทาง แต่ที่อาจเรียกร้องแบบนี้อาจเป็นความพยายามทำท่าทีที่เข้มไว้ก่อน เพื่อเปิดช่องในการเจรจา และเพื่อเพิ่มต้นทุนให้กับสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร
หากว่า "ระฆังพักยก" ดังขึ้นอาจารย์คาดว่า หลายชาติ อาจนำโดยชาติพี่ใหญ่ทางเศรษฐกิจ อย่าง เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อาจพยายามหารือ โดยใช้ช่องทางการทูต ไม่ใช่ "กำลัง" เพื่อให้อิหร่านยอมลดความร้อนแรง และไม่เก็บค่าผ่านทาง
คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิดว่าที่สุด "ระฆังพักยก" จะดั่งสนั่นเมื่อไหร่ และหลังจากนั้นนักมวยทั้งสองฝ่ายจะหลบเข้ามุม ปรึกษาพี่เลี้ยงว่าจะเอายังไงต่อ เราเองได้แต่หวังว่าให้ทั้งสองฝ่ายหยุดใช้กำลัง หันมาตกลงเพื่อ "สันติภาพถาวร"
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
