รีเซต

เตือนกฎหมายคอนเทนต์ “แป้ง-ยาแนว” เสี่ยงผิดหลายข้อหา

เตือนกฎหมายคอนเทนต์ “แป้ง-ยาแนว” เสี่ยงผิดหลายข้อหา
TNN ช่อง16
28 เมษายน 2569 ( 17:06 )
14

กรณีคอนเทนต์ออนไลน์ที่นำวัสดุอย่าง “ปูนยาแนว” มาอ้างว่าเป็น “แป้ง” หรือสื่อสารในลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง ได้กลายเป็นประเด็นที่หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ออกมาให้ข้อมูลเชิงกฎหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและผู้ผลิตคอนเทนต์

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ระบุว่า คอนเทนต์ลักษณะ “แป้ง-ยาแนว” อาจเข้าข่ายความผิดได้หลายด้าน โดยเฉพาะหากมีการนำสารไปใช้จนเกิดอันตรายต่อผู้อื่น จะพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ฐานทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท

หากกรณีมีผลกระทบรุนแรง เช่น บาดเจ็บสาหัส สูญเสียการมองเห็น หรืออวัยวะสำคัญ จะเข้าข่ายมาตรา 297 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับสูงสุด 200,000 บาท

ในส่วนของการเผยแพร่ข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ หากมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น การสื่อสารว่า “ยาแนวเป็นแป้ง” เพื่อสร้างความเข้าใจผิดหรือเรียกยอดผู้ติดตาม จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เจ้าหน้าที่ระบุเพิ่มเติมว่า หากมีผู้เสียหายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการร้องเรียน อาจมีการพิจารณาความผิดเพิ่มเติม เช่น การละเมิดสิทธิสินค้า หรือกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค โดยคดีในพื้นที่จะอยู่ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจท้องที่ ขณะที่ตำรวจไซเบอร์จะสนับสนุนด้านการสืบสวนทางเทคนิค

จากการติดตามพบว่า คอนเทนต์ประเภท “แป้ง-ยาแนว” มีการเผยแพร่ผ่านหลายแพลตฟอร์ม และบางช่องทางมีผู้ติดตามจำนวนมากเกือบ 1 ล้านราย ทำให้ข้อมูลสามารถกระจายได้รวดเร็ว ส่งผลต่อความเข้าใจของประชาชนในวงกว้าง

ในภาพรวมอาชญากรรมออนไลน์ ปัจจุบันมีมากถึง 14 ประเภท และสร้างความเสียหายเฉลี่ยเกือบ 70 ล้านบาทต่อวัน สะท้อนถึงความสำคัญของการใช้สื่อดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ

ด้าน พ.ต.อ.ทำนุรัฐ คงมั่น รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ระบุว่า การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยเจตนา ไม่ว่าจะเพื่อสร้างกระแสหรือเพิ่มยอดผู้ติดตาม ถือเป็นความผิดตามกฎหมายทันที โดยเฉพาะหากก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตรวจสอบและปิดกั้นเนื้อหาที่ผิดกฎหมายได้ แม้ไม่มีผู้ร้องเรียน หากมีหลักฐานเพียงพอ โดยกระบวนการปิดกั้นส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ และมีการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยตรวจจับและจัดการเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง