เจาะปมข้อมูลทะเบียนรถรั่ว ต้นตอ 3 หน่วยงานรัฐ ยกเครื่องปิดช่องครั้งใหญ่

กรณีข้อมูลทะเบียนรถยนต์ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน แม้กรมการขนส่งทางบกจะยืนยันว่า ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐาน ไม่สามารถนำไปทำธุรกรรมหรือเปลี่ยนแปลงสิทธิ์ใด ๆ ได้หากไม่มีการยืนยันตัวตน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สะท้อนปัญหาสำคัญของการเชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐ และมาตรการรักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้งานที่อาจยังไม่รัดกุมเพียงพอ
ล่าสุด กรมการขนส่งทางบกประกาศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลครั้งใหญ่ ทั้งการทบทวนสิทธิ์การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ รีเซ็ตรหัสผ่านผู้ใช้งานทั้งหมด และเดินหน้าดำเนินคดีอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำข้อมูลไปเปิดเผยอย่างเด็ดขาด
จุดเริ่มต้นของปัญหา พบการใช้บัญชีหน่วยงานรัฐค้นข้อมูลผิดปกติ
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า หลังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมแถลงผลการตรวจสอบ พบความผิดปกติจากการใช้งานระบบสืบค้นข้อมูลทะเบียนรถผ่าน บัญชีผู้ใช้งาน (User Account) ของหน่วยงานภาครัฐ 3 แห่ง ได้แก่
- เทศกิจเขตบางกอกน้อย
- การทางพิเศษแห่งประเทศไทย
- กองกำลังสุรสีห์
จากการตรวจสอบพบการใช้งานผ่าน IP ที่มีพฤติกรรมผิดปกติ และมีการสืบค้นข้อมูลของบุคคลสำคัญ จึงมีคำสั่ง ระงับสิทธิ์การใช้งานของทั้ง 3 หน่วยงานเป็นการชั่วคราว พร้อมประสานกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) ขยายผลตรวจสอบผู้กระทำผิด
ระดมหน่วยงานไซเบอร์ ปิดช่องโหว่ระบบภายใน 1 วัน
กรมการขนส่งทางบกระบุว่า ได้รับข้อสั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาโดยทันที พร้อมประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และตำรวจไซเบอร์ เข้าตรวจสอบระบบทั้งหมด
เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ ปิดกั้นช่องทางการเข้าถึงที่ผิดปกติ และแก้ไขปัญหาได้ภายในวันเดียวกับที่มีการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะ พร้อมสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เชื่อมต่อระบบ e-Service ของกรมการขนส่งทางบก รีเซ็ตรหัสผ่านใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันการนำบัญชีผู้ใช้งานไปใช้โดยมิชอบ
ทบทวนสิทธิ์เชื่อมโยงข้อมูลรัฐ ยกระดับมาตรฐานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้กรมการขนส่งทางบกเตรียม ทบทวนสิทธิ์การเชื่อมโยงฐานข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด โดยประเมินมาตรฐานการควบคุมบัญชีผู้ใช้งานของแต่ละหน่วยงานใหม่
กรมฯ มองว่า แม้ระบบต้นทางจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่หากหน่วยงานปลายทางที่ได้รับสิทธิ์ไม่มีระบบกำกับดูแลบัญชีผู้ใช้งานที่เข้มงวด ก็อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้ผู้ไม่หวังดีนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดได้
การทบทวนครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐให้สอดคล้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระยะยาว
ข้อมูลที่รั่วไหลทำอะไรได้บ้าง?
กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่า ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับทะเบียนรถ ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรม เปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์ หรือดำเนินการทางกฎหมายแทนเจ้าของรถได้ เนื่องจากทุกขั้นตอนสำคัญยังต้องผ่านการยืนยันตัวตนตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในการ หลอกลวง (Social Engineering) โดยมิจฉาชีพอาจนำข้อมูลทะเบียนรถไปแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนโทรศัพท์ ส่งข้อความ หรือส่งลิงก์ปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเงิน
กรมการขนส่งทางบกจึงเตือนประชาชนว่า หากได้รับการติดต่อจากบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ควรกดลิงก์ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก หรือดำเนินธุรกรรมทางการเงินตามคำแนะนำโดยเด็ดขาด และควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานโดยตรงทุกครั้ง
เดินหน้าดำเนินคดีอาญาถึงที่สุด
นอกจากการระงับสิทธิ์การใช้งานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว กรมการขนส่งทางบกได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ที่ลักลอบนำข้อมูลไปเปิดเผย รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
อธิบดีกรมการขนส่งทางบกยืนยันว่า การดำเนินคดีจะเป็นไปอย่างเข้มงวดและถึงที่สุด เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการคุ้มครองข้อมูลของประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
