ป้ายทะเบียนรถหายช่วงน้ำท่วม ทำอย่างไร? เช็กขั้นตอนขอป้ายใหม่-ค่าธรรมเนียม

เมื่อแผ่นป้ายทะเบียนตัวปลิวไปกับสายน้ำ หลังมหาอุทกภัย
สถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงบ้านเรือนและทรัพย์สินเท่านั้น แต่สำหรับเจ้าของรถยนต์ที่ต้องนำรถลุยน้ำหรือจอดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม อีกหนึ่งปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาคือ ป้ายทะเบียนรถหลุดหรือสูญหาย ซึ่งหลายคนอาจไม่แน่ใจว่าต้องดำเนินการอย่างไร และสามารถขอป้ายทะเบียนใหม่ได้หรือไม่
หากพบว่าป้ายทะเบียนรถสูญหาย สิ่งสำคัญคือควรดำเนินการขอแผ่นป้ายทะเบียนใหม่โดยเร็ว เพื่อให้รถมีป้ายทะเบียนถูกต้องและสามารถใช้งานบนท้องถนนได้อย่างเหมาะสม
ป้ายทะเบียนหลุดหายจากน้ำท่วม ทำอย่างไร?
กรมการขนส่งทางบก ขอแนะนำพี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของรถควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้า และท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหล่นระหว่างการขับรถ โดยหากขับรถในพื้นที่น้ำท่วมแล้วประสบปัญหาแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหาย สามารถติดต่อขอรับใหม่ได้ ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ
หลักฐานที่ต้องใช้
ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ กรณีเป็นนิติบุคคล ต้องมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการที่มีอำนาจลงนาม
สำหรับเจ้าของรถทั่วไป ต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่
-ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง
-บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของเจ้าของรถ
-หากเป็นนิติบุคคล ต้องมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
-หากเจ้าของรถไม่สามารถไปดำเนินการด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนได้ โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถและผู้รับมอบอำนาจ
รถติดไฟแนนซ์ ต้องเตรียมเอกสารอะไร?
กรณีรถที่ยังติดไฟแนนซ์ เจ้าของรถสามารถติดต่อบริษัทไฟแนนซ์ให้ดำเนินการแทนได้ หรือหากต้องการดำเนินการด้วยตนเอง ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่
-ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริง
-บัตรประจำตัวประชาชนของผู้เช่าซื้อ
-หนังสือรับรองจากบริษัทไฟแนนซ์
-หนังสือมอบอำนาจจากบริษัทไฟแนนซ์
-สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
ค่าธรรมเนียม
สำหรับการขอแผ่นป้ายทะเบียนรถทดแทนมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายละ 100 บาท ค่าคำขอ 5 บาท
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
วิธีขับรถลุยน้ำอย่างปลอดภัย
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร และพื้นที่ต่างจังหวัด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
พร้อมทั้งนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการโดยด่วนให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมที่อยู่พื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานสถานการณ์เป็นระยะเพื่อประเมินสถานการณ์ในภาพรวมในการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและเกิดความเดือดร้อน โดยในนามของกรมการขนส่งทางบกขอแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ขอแนะนำประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงนี้ ให้ติดตามประกาศเตือนภัยและตรวจสอบเส้นทางอย่างสม่ำเสมอ หากมีคำเตือนน้ำท่วมฉับพลัน ให้รีบเคลื่อนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง และยานพาหนะขึ้นที่สูง ควรหลีกเลี่ยงการขับรถไปในเส้นทางที่มีน้ำท่วมขังสูงจนมองไม่เห็นขอบทาง หากมีความจำเป็นต้องขับขี่ ให้เปิดไฟหน้ารถ ใช้ความเร็วต่ำ ไม่เปิดแอร์ และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ
กรณีที่ต้องขับรถลุยน้ำท่วม ให้ประเมินระดับน้ำก่อนทุกครั้ง หากระดับน้ำสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตร ยังพอขับผ่านได้ แต่ต้องปิดเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ใช้เกียร์ต่ำ และค่อย ๆ ชะลอความเร็ว แต่หากประเมินแล้วพบว่าระดับน้ำสูงถึง 60–80 เซนติเมตร ถือเป็นระดับอันตรายที่ไม่แนะนำให้ขับลุยโดยเด็ดขาด เพราะน้ำอาจไหลเข้าห้องเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ดับ หยุดชะงัก ระบบต่าง ๆ เสียหายได้ น
อกจากนี้หากพบกรณีน้ำท่วมจนเคลื่อนย้ายรถไม่ได้ ให้รีบดับเครื่องยนต์ทันที และห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด เพราะน้ำอาจเข้าสู่ระบบไฟฟ้าทำให้ลัดวงจรได้ส่งผลให้เครื่องยนต์เสียหายหนักขึ้น เมื่อน้ำลดให้ยกรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถ เพื่อตรวจเช็กโดยละเอียดต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
