รีเซต

พฤติกรรมเสี่ยงทำข้อมูลรั่วไหลไม่รู้ตัว คุณกำลังใช้ “รหัสผ่านอันตราย” อยู่หรือไม่?

พฤติกรรมเสี่ยงทำข้อมูลรั่วไหลไม่รู้ตัว คุณกำลังใช้ “รหัสผ่านอันตราย” อยู่หรือไม่?
TNN ช่อง16
6 สิงหาคม 2569 ( 13:02 )
11

ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ภัยคุกคามทางไซเบอร์

จากกระแสข่าวข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลบนสื่อสังคมออนไลน์ถือเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ยิ่งในยุคที่ตัวบุคคลเชื่อมต่อทุกสิ่งไว้บนโลกดิจิทัล ข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ใช่แค่ชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์อีกต่อไป

ทว่าเมื่อข่าวสารการรั่วไหลของข้อมูลหลุดร่วงสู่โลกสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยเนื่องจากข้อมูลของประชาชนทุกคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง มิจฉาชีพอาจนำไปเผยแพร่และอ้างว่าสามารถเข้าถึงหรือซื้อขายได้ผ่านช่องทางผิดกฎหมาย 

อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าว นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เชิญสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) หน่วยงานด้านการสืบสวนสอบสวน หน่วยงานเจ้าของฐานข้อมูล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาหารือและรับฟังรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการเผยแพร่ข้อมูลทะเบียนรถและข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อประมวลข้อเท็จจริงและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

ต้นตอเกิดจากรหัสผ่านหลุด ไม่ใช่การเจาะระบบ

จากผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการเจาะระบบหรือการดึงฐานข้อมูลของหน่วยงานรัฐออกไปทั้งระบบ แต่เกิดจากการนำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลอยู่ก่อนแล้วมาเข้าสู่ระบบตามสิทธิการใช้งานปกติ ก่อนสืบค้นข้อมูลเป็นรายกรณี โดยขณะนี้พบผู้ถูกสืบค้นข้อมูลประมาณ 800 ราย และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จากข้อมูลการใช้งานในระบบ

นายภราดร จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับมาตรการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยกำหนดให้ระบบที่จัดเก็บข้อมูลประชาชนใช้การยืนยันตัวตนแบบหลายชั้น (Multi-Factor Authentication) ครอบคลุมทั้งระบบใหม่และระบบเดิม พร้อมเร่งดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 30 วัน รวมทั้งให้จัดทำระบบติดตามการใช้งาน (Audit Log) และติดตามหน่วยงานที่ได้รับการแจ้งเตือนเรื่องบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านรั่วไหลให้เร่งดำเนินการแก้ไข

เช่นเดียวกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ที่ออกเอกสารชี้แจง ตามที่ปรากฏข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์กรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ว่า ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว มิได้รั่วไหลจากฐานข้อมูลหลักของระบบทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง แต่อย่างใด

Username และ Password หนึ่งในต้นตอสำคัญของการโจมตีทางไซเบอร์

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ขึ้นเวทีงาน Fortinet Accelerate 26 APAC – Thailand Edition Fast Forward Edition ถ่ายทอดมุมมองสถานการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ของประเทศไทย พร้อมเปิดเผยสถิติ “Top 20 Most Used Passwords in Thailand” หรือรหัสผ่านยอดนิยมที่ถูกใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของผู้ใช้งานจำนวนมาก เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569

พลอากาศตรี อมร กล่าวว่า ปัจจุบัน “Credential Leak” หรือการรั่วไหลของ Username และ Password ยังคงเป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญของการโจมตีทางไซเบอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะการโจมตีที่เริ่มต้นจาก “บัญชีผู้ใช้” มากกว่าการเจาะระบบที่ซับซ้อนเหมือนในอดีต

หลายครั้งแฮกเกอร์ไม่จำเป็นต้องแฮกระบบด้วยเทคนิคขั้นสูง หากสามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้งานได้จากรหัสผ่านที่รั่วไหล หรือรหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่าย เพราะเมื่อบัญชีหนึ่งถูกยึดได้ ก็อาจเชื่อมโยงไปถึงอีเมลหลัก ระบบงาน Mobile Banking Cloud Storage หรือแม้แต่ข้อมูลระดับองค์กรได้ทันที

รหัสผ่านยอดนิยม-คาดเดาได้ง่าย เพิ่มความเสี่ยง

จากข้อมูลที่นำเสนอในเวทีดังกล่าว พบว่ารหัสผ่านยอดนิยมของคนไทยจำนวนมากยังคงเป็นรูปแบบที่คาดเดาได้ง่าย เช่น 

  • “123456”
  •  “12345678”
  • “1234”

“password” และ “admin” รวมถึงการใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายบริการ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากต่อการถูกโจมตีแบบ Credential Stuffing หรือการนำ Username และ Password ที่รั่วไหลไปทดลองล็อกอินในระบบอื่นโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ ยังพบว่าข้อมูลบัญชีผู้ใช้ที่รั่วไหลจำนวนมากถูกนำไปซื้อขายบน Dark Web โดยบางบัญชีมีมูลค่าเพียงไม่กี่สิบบาท แต่สามารถนำไปสู่ความเสียหายขนาดใหญ่ ทั้งการสวมรอยตัวตน การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล การยึดบัญชีโซเชียลมีเดีย การหลอกลวงคนใกล้ชิด ไปจนถึงการใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการเจาะเข้าสู่เครือข่ายองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

“พฤติกรรมออนไลน์ที่ไม่ปลอดภัย” ของผู้ใช้งาน

พลอากาศตรี อมร ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลจำนวนมากในปัจจุบัน ไม่ได้เกิดจากการโจมตีระดับภาพยนตร์ไซไฟเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “พฤติกรรมออนไลน์ที่ไม่ปลอดภัย” ของผู้ใช้งานเอง เช่น การใช้รหัสผ่านง่าย การใช้รหัสผ่านเดิมซ้ำหลายบัญชี การใช้งานเว็บไซต์ที่ไม่มีมาตรฐานความปลอดภัย หรือการตกเป็นเหยื่อของการโจมตีแบบฟิชชิง (Phishing) ที่หลอกให้ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลสำคัญผ่านเว็บไซต์ปลอม

“ภัยไซเบอร์ในยุคนี้ เริ่มต้นจากพฤติกรรมมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ การสร้าง Cyber Hygiene และ Cyber Awareness จึงสำคัญไม่แพ้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย เพราะเพียงคลิกลิงก์ผิดครั้งเดียว หรือใช้รหัสผ่านเดิมซ้ำ ก็อาจกลายเป็นประตูให้ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงทั้งชีวิตดิจิทัลของเราได้” พลอากาศตรี อมร กล่าว

วิธีตรวจสอบอีเมลเคยอยู่ในข้อมูลรั่วไหลหรือไม่ 

ทั้งนี้ สกมช. ยังแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบเบื้องต้นว่าอีเมลหรือบัญชีของตนเองเคยอยู่ในข้อมูลรั่วไหลหรือไม่ ผ่านเว็บไซต์ตรวจสอบข้อมูลรั่วไหลที่ได้รับการยอมรับระดับสากล เช่น Have I Been Pwned (https://haveibeenpwned.com

สามารถใช้ตรวจสอบได้ว่าอีเมลของตนเคยปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลที่รั่วไหลจากเหตุการณ์ Data Breach ต่าง ๆ หรือไม่ เพื่อให้สามารถเปลี่ยนรหัสผ่านและป้องกันความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที

ตั้งให้ยาว-ไม่ใช้ซ้ำ-เปิด MFA ช่วยลดความเสี่ยงรหัสผ่านรั่วไหล

สกมช. ขอแนะนำประชาชนและองค์กรให้เร่งยกระดับความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้งาน โดยควรใช้รหัสผ่านที่มีความซับซ้อนและมีความยาวเพียงพอ ไม่ใช้รหัสผ่านซ้ำ เปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA) ระมัดระวังการคลิกลิงก์หรือกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ และเปลี่ยนรหัสผ่าน โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าข้อมูลอาจรั่วไหล

  1. ยาวไว้ก่อน เดายากกว่า ใช้รหัสผ่านหรือวลีรหัสผ่านอย่างน้อย 15 ตัวอักษร ยาว จําง่ายสําหรับเรา แต่เดายากสําหรับคนอื่น
  2. ไม่ใช้ข้อมูลส่วนตัว เลี่ยงชื่อ วันเกิด เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน หรือชื่อสัตว์เลี้ยง
  3. เลิกใช้รหัสยอดฮิต เช่น 123456, password, qwerty เพราะถูกเดาได้ง่ายมาก
  4. แต่ละบัญชีใช้คนละรหัส ถ้าเว็บหนึ่งรั่ว จะได้ไม่ลามไปบัญชีอื่น
  5. ให้ตัวช่วยจําแทนเรา ใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่าน (Password Manager) ช่วยเก็บรหัสให้ปลอดภัย
  6. เปิด MFA และหมั่นเช็กบัญชี MFA = ยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน เช็กประวัติการเข้าสู่ระบบ พบสิ่งผิดปกติ ให้เปลี่ยนรหัสทันที

TNN ONLINE รวบรวม อ้างอิงจาก 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง