ตำรวจเตือน SMS ใบสั่งปลอม ห้ามกดลิงก์-กรอกข้อมูลบัตร

ตำรวจเตือนภัย SMS ปลอม อ้างใบสั่งจราจรค้างชำระ
วันที่ 10 กันยายน 2569 พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) แจ้งเตือนประชาชน หลังพบมิจฉาชีพส่ง SMS แอบอ้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่าผู้รับข้อความมีใบสั่ง e-Ticket ค้างชำระ พร้อมแนบลิงก์ให้ตรวจสอบหรือชำระค่าปรับ
รูปแบบที่พบอาจใช้ข้อความสร้างความเร่งด่วน เช่น อ้างว่าหากชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดจะได้รับส่วนลดค่าปรับ เพื่อให้ผู้รับรีบดำเนินการโดยไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อความ
เปิดรูปแบบ SMS ใบสั่งปลอม
ศจร.ตร. ระบุว่า SMS ต้องสงสัยมักถูกส่งจากหมายเลขที่ไม่คุ้นเคย โดยใช้ข้อความในลักษณะ “RTP: ท่านมียอดค้างชำระ e-Ticket” ก่อนแนบลิงก์ย่อให้กดเข้าไป
เมื่อเข้าสู่ลิงก์ ผู้ใช้อาจถูกนำไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบให้คล้ายระบบใบสั่งจราจร พร้อมแสดงข้อมูลต่าง ๆ เช่น เลขที่ใบสั่ง ทะเบียนรถ ข้อหา และยอดค่าปรับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นจะให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และเข้าสู่ขั้นตอนชำระเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า ไม่มีนโยบายทวงถามหรือให้ประชาชนชำระค่าปรับผ่าน SMS ที่แนบลิงก์หรือ QR Code หากได้รับข้อความในลักษณะดังกล่าว ไม่ควรกดลิงก์ สแกน QR Code หรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลบัตร
เช็กใบสั่งผ่าน 3 ช่องทางทางการ
ประชาชนที่ต้องการตรวจสอบว่ามีใบสั่งจราจรค้างชำระหรือไม่ สามารถดำเนินการผ่านช่องทางทางการ ได้แก่ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยเลือก “บริการทั้งหมด” จากนั้นเข้าสู่ “ยานพาหนะ” และ “ตรวจสอบใบสั่งจราจร” รวมถึงแอปพลิเคชัน Police Care และระบบใบสั่งจราจร PTM ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
พล.ต.ท.นิธิธร ย้ำหลักสำคัญว่า หากได้รับ SMS แจ้งใบสั่ง อย่ากดลิงก์ที่แนบมากับข้อความ แต่ให้เปิดแอปพลิเคชันหรือเข้าสู่ระบบทางการด้วยตนเอง พร้อมแนะนำให้ประชาชนแจ้งเตือนบุคคลในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ให้ระมัดระวังข้อความลักษณะดังกล่าว
ประสานตำรวจไซเบอร์ติดตามกลุ่มมิจฉาชีพ
ศจร.ตร. ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) ให้สืบสวนและติดตามกลุ่มที่มีพฤติการณ์หลอกลวง เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
หากประชาชนได้รับ SMS หรือพบเว็บไซต์ต้องสงสัย ควรเก็บข้อความ ภาพหน้าจอ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐานเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีพบเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
