พนักงานฝ่ายปกครอง vs ข้อห้ามพกปืน เปิดสิทธิ “กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน”

กรณีมีการเผยแพร่ภาพงานครบรอบ 134 ปี “วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน” ที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีรายงานว่าภายในงานมีการจับรางวัลปืนลูกซองยาวจำนวน 5 กระบอก ทำให้ประเด็นเรื่องอาวุธปืนของกำนันและผู้ใหญ่บ้านได้รับความสนใจอีกครั้ง
โดยเฉพาะข้อสงสัยว่า ในฐานะ “พนักงานฝ่ายปกครอง” กำนันและผู้ใหญ่บ้านสามารถมี ใช้ หรือพกพาอาวุธปืนได้แตกต่างจากประชาชนทั่วไปอย่างไร
การทำความเข้าใจเรื่องนี้ต้องแยกอย่างน้อย 3 ประเด็น คือ การใช้อาวุธปืนของทางราชการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ การมีและใช้อาวุธปืนส่วนบุคคล และการพกพาอาวุธปืนในพื้นที่สาธารณะ เนื่องจากแต่ละกรณีอยู่ภายใต้เงื่อนไขทางกฎหมายที่แตกต่างกัน
จุดเริ่มต้นจากงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน
วันที่ 10 สิงหาคม 2569 มีการจัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบ 134 ปี วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน บริเวณลานภายในศูนย์ราชการ หน้าที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน โดยกำนันและผู้ใหญ่บ้านจากเกาะพะงันและเกาะเต่าร่วมกันเป็นเจ้าภาพ
ต่อมาวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “สื่อเถื่อน” เผยแพร่ภาพพร้อมระบุว่า ภายในงานมีการจับรางวัลปืนลูกซองยาวจำนวน 5 กระบอก แบ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลจากเกาะเต่า 4 กระบอก และเกาะพะงัน 1 กระบอก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเรื่องจำนวนและการแบ่งรางวัลดังกล่าวมีต้นทางจากโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ แหล่งที่มาของปืนทั้ง 5 กระบอก สถานะทางทะเบียน ตลอดจนกระบวนการส่งมอบหรือโอนกรรมสิทธิ์
จุดนี้มีความสำคัญ เพราะการได้รับอาวุธปืนเป็นรางวัลกับการมีสิทธิครอบครองและพกพาอาวุธปืนตามกฎหมาย เป็นคนละขั้นตอนกัน
กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ใช้ปืนราชการได้หรือไม่?
ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มีบทบัญญัติเกี่ยวกับบทบาทของฝ่ายปกครองในการรักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงการใช้อาวุธปืนของทางราชการสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่คำว่า “ปฏิบัติหน้าที่” และ “อาวุธปืนของทางราชการ”
สิทธิในการใช้อาวุธของทางราชการเพื่อปฏิบัติภารกิจ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่า ผู้ดำรงตำแหน่งกำนันหรือผู้ใหญ่บ้านจะสามารถนำอาวุธปืนส่วนบุคคลติดตัวไปได้ทุกสถานที่และทุกเวลา
ปืนราชการกับปืนส่วนตัว ต้องแยกออกจากกัน
หากเป็นอาวุธปืนของทางราชการ การเก็บรักษา การเบิกจ่าย และการนำไปใช้ต้องเป็นไปตามอำนาจหน้าที่และระเบียบของกระทรวงมหาดไทย
แต่หากเป็น ปืนส่วนตัว จะเข้าสู่ระบบใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เช่นเดียวกับการครอบครองอาวุธปืนของบุคคลทั่วไป เพียงแต่บุคคลที่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองอาจอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เฉพาะบางประการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น การกล่าวว่า “กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านมีสิทธิใช้ปืน” จำเป็นต้องระบุให้ชัดว่ากำลังกล่าวถึงปืนประเภทใด และใช้ในสถานะใด
ป.3 ป.4 ป.12 ต่างกันอย่างไร?
ใบอนุญาตเกี่ยวกับอาวุธปืนที่มักถูกกล่าวถึงมี 3 ประเภทสำคัญ
- ป.3 เป็นใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน
- ป.4 เป็นใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน
- ป.12 เป็นใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว
จุดที่ต้องทำความเข้าใจคือ การมี ป.4 ไม่ได้เท่ากับการมี ป.12
ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนอย่างถูกต้อง จึงไม่ได้มีสิทธินำอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยอัตโนมัติ การพกพาต้องพิจารณาข้อกำหนดของกฎหมายและข้อยกเว้นในแต่ละกรณีเพิ่มเติม
พกปืนในที่สาธารณะ กฎหมายกำหนดไว้อย่างไร?
พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ กำหนดหลักเกี่ยวกับการพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย เว้นแต่เป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นหรือมีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์
นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำอาวุธปืนไปโดยเปิดเผยในสถานที่ชุมนุมชนบางประเภท
เมื่อใช้หลักดังกล่าวกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน จึงต้องพิจารณาว่า บุคคลนั้นกำลัง ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือเป็นการนำ ปืนส่วนบุคคล ออกไปนอกบริบทของการปฏิบัติงาน
สถานะการเป็นพนักงานฝ่ายปกครองจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นใบอนุญาตให้พกอาวุธปืนส่วนบุคคลได้โดยไม่มีข้อจำกัด
ทำไมรัฐบาลยังคุมเข้ม แม้ฝ่ายปกครองมีหน้าที่รักษาความสงบ?
วันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืน โดยมีแนวทางกำชับเจ้าหน้าที่รัฐไม่ให้พกพาอาวุธปืนไปในพื้นที่สาธารณะหรือออกนอกเคหสถาน หากไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่
กรมการปกครองยังเพิ่มความเข้มงวดตั้งแต่การอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง และการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย รวมถึงระงับการอนุมัติโครงการปืนสวัสดิการใหม่ และการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน หรือ ป.3 เป็นการชั่วคราวตามมาตรการที่กำหนด
อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลมีแนวทางปรับปรุงพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ควบคุมการอนุญาตและซื้อขายแบบ Real-time โดยกำหนดกรอบเสนอร่างกฎหมายแก้ไขภายใน 60 วัน
สาระของมาตรการจึงอยู่ที่การเพิ่มการกำกับดูแลอาวุธปืนตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกันยังคงแยกกรณีการใช้อาวุธตามความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ออกจากการพกพานอกหน้าที่
“ปืนรางวัล” มีที่มาอย่างไร?
การมอบอาวุธปืนแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมมีการดำเนินการมาแล้วในอดีต เนื่องในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตรงกับวันที่ 10 สิงหาคมของทุกปี
ตัวอย่างในปีงบประมาณ 2565 กรมการปกครองจัดซื้ออาวุธปืน 3 ประเภท รวม 266 กระบอก ประกอบด้วยปืนสั้นลูกโม่สเตนเลสขนาด .38 นิ้ว 126 กระบอก ปืนลูกโม่เหล็กรมดำขนาด .38 นิ้ว 132 กระบอก และปืนลูกซองยาว 5 นัด จำนวน 8 กระบอก ใช้งบประมาณรวมกว่า 7 ล้านบาท
ข้อมูลย้อนหลังยังพบว่า ในช่วง 4 ปีของรัฐบาลชุดก่อน มีการจัดซื้ออาวุธปืนเพื่อเป็นรางวัลรวมกว่า 1,000 กระบอก ใช้งบประมาณรวมเกือบ 28 ล้านบาท
เดือนตุลาคม 2566 นายอนุทิน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยกล่าวถึงแนวคิดยกเลิกการแจกปืนในวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้การจำกัดอาวุธปืนดำเนินการอย่างจริงจัง
ต่อมามีข้อมูลการประกวดราคาจัดซื้ออาวุธปืนสำหรับรางวัลกำนันและผู้ใหญ่บ้านยอดเยี่ยมประจำปี 2567 ได้แก่ ปืนสั้นลูกโม่ .38 จำนวน 255 กระบอก และปืนลูกซองยาว 5 นัด ขนาด 12 เกจ จำนวน 9 กระบอก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการจัดซื้อในอดีต ยังไม่สามารถใช้ยืนยันได้ว่า ปืนลูกซอง 5 กระบอกที่ปรากฏในงานเกาะพะงันปี 2569 มาจากโครงการดังกล่าว จนกว่าจะมีข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หากจับรางวัลได้ปืน หมายความว่าเป็นเจ้าของทันทีหรือไม่?
ในทางข้อมูลต้องแยกคำว่า “ได้รับรางวัล” ออกจาก “ได้รับอนุญาตให้ครอบครอง”
แม้บุคคลจะได้รับเลือกหรือจับสลากได้อาวุธปืน แต่การได้มาและครอบครองยังต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และระบบใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
กรณีเกาะพะงันจึงมีข้อมูลอย่างน้อย 3 ส่วนที่ควรรอการยืนยันจากหน่วยงานรัฐ ได้แก่
- ปืนลูกซองทั้ง 5 กระบอกมีที่มาจากโครงการหรือบุคคลใด
- การส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ได้รับรางวัลจะดำเนินการตามขั้นตอนใด
- ผู้ได้รับรางวัลมีหรือจะต้องดำเนินการเรื่องใบอนุญาตประเภทใดภายใต้มาตรการที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ตราบใดที่ข้อมูลส่วนนี้ยังไม่ครบ การสรุปว่าการจับรางวัลปืนดังกล่าว “ถูกกฎหมาย” หรือ “ผิดกฎหมาย” จึงยังไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอรองรับ
สรุปข้อกฎหมาย “ใช้ตามหน้าที่” ไม่เท่ากับ “พกได้ตลอดเวลา”
เมื่อแยกข้อมูลทั้งหมดออกจากกัน จะเห็นว่า สถานะของกำนันและผู้ใหญ่บ้านมีความเกี่ยวข้องกับอาวุธปืนจริง เนื่องจากมีภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย และกฎหมายกำหนดช่องทางสำหรับการใช้อาวุธปืนของทางราชการในการปฏิบัติหน้าที่
แต่ ปืนราชการ ปืนส่วนตัว การซื้อ การมีและใช้ และการพกพา เป็นคนละส่วนในทางกฎหมาย
การมีใบอนุญาต ป.4 ไม่ได้หมายความว่ามีสิทธิพกปืนไปในพื้นที่สาธารณะได้ทั่วไป ขณะที่สิทธิของพนักงานฝ่ายปกครองในการใช้อาวุธปืนก็มีเงื่อนไขเชื่อมโยงกับหน้าที่และระเบียบของทางราชการ
ส่วนกรณีปืนลูกซอง 5 กระบอกในงานวันกำนันผู้ใหญ่บ้านเกาะพะงัน ประเด็นสำคัญในขณะนี้จึงไม่ควรเริ่มจากการตัดสินว่า “แจกปืนได้หรือไม่ได้” แต่ควรรอข้อเท็จจริงว่า ปืนมาจากไหน มีทะเบียนอย่างไร ใครเป็นผู้จัดหา และกระบวนการส่งมอบให้ผู้ได้รับรางวัลเป็นไปตามกฎหมายในขั้นตอนใด
เมื่อข้อมูลเหล่านี้ครบถ้วน จึงจะสามารถพิจารณาสถานะทางกฎหมายของกรณีดังกล่าวได้อย่างเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
