รีเซต

เจาะปมกยศ. เงินไม่พอ-หนี้ค้าง กระทบนักศึกษา “ภราดร” เร่งสะสางปัญหา

เจาะปมกยศ. เงินไม่พอ-หนี้ค้าง กระทบนักศึกษา “ภราดร” เร่งสะสางปัญหา
TNN ช่อง16
22 กันยายน 2569 ( 12:24 )
19

ประเด็นข้อกังวลเรื่องสภาพคล่องของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และผลกระทบต่อนักศึกษาที่มีรายงานว่าถูกมหาวิทยาลัยขู่ตัดสิทธิ์การเข้าสอบ เนื่องจากเงินกู้ยืมยังไม่ได้รับการเบิกจ่าย กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 หลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยแนวทางเร่งแก้ไขปัญหา

ปมเร่งด่วน “เงิน กยศ.” ไม่ถึง นักศึกษาเสี่ยงกระทบสิทธิสอบ

ปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ กยศ. ยังไม่สามารถโอนเงินค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องให้กับนักศึกษาบางส่วนได้ทันในภาคการศึกษาแรก ขณะที่มีกรณีมหาวิทยาลัยแจ้งนักศึกษาว่า หาก กยศ. ยังไม่โอนเงิน อาจส่งผลต่อสิทธิในการเข้าสอบ

นายภราดรระบุว่า ได้รับทราบปัญหาดังกล่าวและนำไปหารือกับ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อประสานแนวทางแก้ไข โดยคาดว่าจะมีการหารือกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้ปัญหาการเบิกจ่ายระหว่าง กยศ. กับสถาบันการศึกษากลายเป็นภาระของนักศึกษา

งบ กยศ. ปี 2570 เพิ่มเป็น 9,000 ล้านบาท เริ่มใช้ 1 ต.ค.

ขณะที่ข้อถกเถียงเรื่องสภาพคล่องของ กยศ. ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลชี้แจงถึงการจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2570 โดยระบุว่า ได้เพิ่มงบประมาณให้ กยศ. จากประมาณ 5,000 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 9,000 ล้านบาท และงบประมาณส่วนนี้จะสามารถนำมาใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ตัวเลขดังกล่าวถูกนำมาใช้ประกอบการชี้แจงต่อข้อวิจารณ์ว่า รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับ กยศ. โดยนายภราดรมองว่า การเพิ่มงบประมาณเกือบ 2 เท่า สะท้อนว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญกับกองทุนเพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาของนักศึกษา

อย่างไรก็ตาม การเติมงบประมาณเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของปัญหาในระยะยาว เพราะอีกด้านหนึ่ง กยศ. ยังต้องบริหารจัดการเงินที่ปล่อยกู้ไปแล้ว และติดตามเงินกลับเข้าสู่ระบบ

โจทย์ กยศ. ไม่ใช่แค่ “หาเงินเพิ่ม” แต่ต้องหาเงินกลับเข้ากองทุน

นายภราดรมองว่า ลูกหนี้บางส่วน เช่น ข้าราชการหรือพนักงานเอกชนที่อยู่ในระบบและมีเงื่อนไขให้หักเงินเดือน สามารถเข้าสู่กระบวนการชำระหนี้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

ดังนั้น กลุ่มที่ถือเป็นความท้าทายของ กยศ. คือผู้ที่มีรายได้ แต่ไม่สามารถหักเงินผ่านระบบอัตโนมัติได้ กองทุนจึงต้องพัฒนาวิธีติดตามและเรียกเก็บหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

หากสามารถติดตามลูกหนี้ที่มีรายได้กลับมาชำระหนี้ได้ แม้จะเป็นเพียงบางส่วนของกลุ่มผู้ผิดนัด ก็จะช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่กองทุน และลดภาระการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐในอนาคต

ปมสวมสิทธิ์ อีกช่องโหว่ที่ต้องไล่ตรวจสอบถึงขั้นตอนอนุมัติ

นอกจากปัญหาสภาพคล่องและหนี้ค้างชำระแล้ว ยังมีประเด็นการสวมสิทธิ์ผู้กู้ กยศ. ซึ่งนายภราดรมองว่าเป็นรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบร่วมกันระหว่าง กยศ. และมหาวิทยาลัย

โดยต้องตรวจสอบย้อนกลับถึงกระบวนการอนุมัติว่าเกิดขึ้นในขั้นตอนใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และมีช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการสวมสิทธิ์ได้อย่างไร

จากปัญหาเฉพาะหน้า สู่โจทย์ความยั่งยืนของ กยศ.

ปัญหา กยศ. ในครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องเงินไม่เพียงพอสำหรับนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ แต่เชื่อมโยงไปถึงโครงสร้างการบริหารกองทุนในระยะยาว ตั้งแต่การจัดสรรเงินกู้ การเบิกจ่ายให้ตรงเวลา การป้องกันการสวมสิทธิ์ ไปจนถึงการติดตามหนี้จากผู้ที่มีความสามารถในการชำระ

การเพิ่มงบประมาณ กยศ. ในปี 2570 เป็น 9,000 ล้านบาท อาจช่วยรองรับภารกิจของกองทุนในระยะต่อไป แต่โจทย์สำคัญยังอยู่ที่การทำให้เงินที่ปล่อยกู้สามารถหมุนกลับเข้าสู่ระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ กยศ. สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ผลักภาระทั้งหมดกลับไปที่งบประมาณของรัฐ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง