แฟลตดินแดง จากชุมชนเก่าแก่ สู่ปฏิบัติการกวาดบ้านกลางกรุง

แฟลตดินแดงเป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนรายได้น้อยที่มีประวัติยาวนานของกรุงเทพมหานคร จากพื้นที่รองรับขยะและทุ่งนาในอดีต พัฒนามาเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ก่อนเข้าสู่แผนฟื้นฟูอาคารที่อยู่อาศัยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เดือนสิงหาคม 2569 ชื่อของแฟลตดินแดงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังหน่วยงานภาครัฐตรวจพบความผิดปกติของการนำบุคคลต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านหลายแห่ง และขยายผลสู่ปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ตรวจสอบกระบวนการออกบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือที่เรียกว่า “บัตรสีชมพู” โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าบ้าน คนกลาง และนายหน้าถูกดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมาย
จากพื้นที่ทิ้งขยะ สู่แฟลตขนาดใหญ่ของกรุงเทพฯ
พื้นที่ดินแดงในอดีตส่วนหนึ่งเคยเป็นพื้นที่รองรับขยะมูลฝอยของเทศบาลนครกรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่ทุ่งนาของเอกชน ก่อนภาครัฐเวนคืนที่ดินในปี 2485
ปี 2494 กรมประชาสงเคราะห์เริ่ม “โครงการจัดสร้างอาคารสงเคราะห์บริเวณถนนดินแดง” เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนรายได้น้อย โดยระยะแรกเป็นบ้านไม้ ก่อนที่สภาพอาคารจะทรุดโทรมตามอายุการใช้งาน ประกอบกับการพัฒนาโครงข่ายถนนในพื้นที่ ทำให้ภาครัฐวางแผนเปลี่ยนรูปแบบเป็นอาคารพักอาศัยแบบแฟลต
การก่อสร้างแฟลตดินแดงเริ่มขึ้นในปี 2506 ในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และดำเนินการต่อเนื่องในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร ภายใต้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนรายได้น้อย
โครงการชุดแรกมีห้องพักประมาณ 5,000 หน่วย และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมต่อเนื่องจนถึงปี 2517 ก่อนที่การเคหะแห่งชาติจะเข้ามารับผิดชอบดูแลภายหลังการจัดตั้งหน่วยงานในช่วงปี 2515-2516
ชุมชนเมืองอายุกว่า 60 ปี เข้าสู่แผนฟื้นฟู
ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ พื้นที่แฟลตดินแดงพัฒนาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ มีทั้งที่พักอาศัย ร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุมชน
ข้อมูล ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2566 ระบุว่า พื้นที่มีประชากรประมาณ 109,970 คน ขณะที่ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากประกอบอาชีพค้าขาย รับจ้างทั่วไป และขับรถรับจ้าง โดยมีรายได้ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน
เมื่ออาคารเดิมมีอายุใช้งานกว่า 56-60 ปี การเคหะแห่งชาติจึงดำเนิน “โครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง” ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2559
แผนพัฒนาครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 192 ไร่ แบ่งดำเนินการ 4 ระยะ ตั้งแต่แปลง A-G วางเป้าหมายก่อสร้างห้องชุดใหม่รวม 20,292 ยูนิต ทดแทนอาคารเดิม 64 อาคาร จำนวน 5,726 ห้อง
ปัจจุบันมีอาคารที่สร้างแล้วเสร็จและส่งมอบแล้ว 2 อาคาร ได้แก่ อาคารแปลง G สูง 28 ชั้น จำนวน 334 ยูนิต ซึ่งแล้วเสร็จในปี 2561 และอาคาร D1 สูง 35 ชั้น จำนวน 612 ยูนิต ส่งมอบในเดือนมิถุนายน 2567 รวม 946 ยูนิต
จากคดีวังน้อย สู่การตรวจทะเบียนแฟลตดินแดง
จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบครั้งนี้เชื่อมโยงกับปฏิบัติการ “ตัดบัตรที่กรุงเก่า” ในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569
การตรวจสอบครั้งดังกล่าวพบกรณีนำเด็กต่างด้าว 217 คนเข้าสู่กระบวนการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทยโดยมิชอบ และนำไปสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2569 คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. ของกรมการปกครองเข้าตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานเขตดินแดง หลังพบรูปแบบความผิดปกติใกล้เคียงกัน
จากการตรวจสอบแฟลตดินแดงจำนวน 5,726 ห้อง พบข้อมูลเด็กต่างด้าวอายุ 5-15 ปี มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1,366 คน และพบห้องที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม 44 ห้อง เนื่องจากแต่ละห้องมีรายชื่อเด็กต่างด้าวย้ายเข้าตั้งแต่ 16 คนขึ้นไป
เฉพาะการตรวจสอบเบื้องต้น 3 ห้อง พบรายชื่อเด็กต่างด้าวรวมประมาณ 140 ราย ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายการตรวจสอบทั้งด้านเอกสาร บุคคล และเส้นทางการเงิน
18 สิงหาคม เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง”
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานสนธิกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจค้น 7 เป้าหมาย ตามปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง”
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกรมการปกครอง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการที่ สน.ดินแดง โดยระบุว่า การดำเนินการเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตด้านทะเบียนราษฎร ซึ่งอาจกระทบต่อระบบสิทธิ สวัสดิการ เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามหมายจับรวม 7 หมาย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย กลุ่มเจ้าบ้าน คนกลางและนายหน้า 3 ราย และพยานรับรองลายมือชื่ออีก 1 ราย โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายได้ครบทั้ง 7 ราย
ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ตรวจเส้นทางนายหน้า-เจ้าหน้าที่รัฐ
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยถึงแนวทางการตรวจสอบว่า พบรูปแบบนายหน้าต่างด้าวรวบรวมรายชื่อส่งต่อให้นายหน้าคนไทย ก่อนประสานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางทะเบียน โดยมีการเรียกค่าใช้จ่ายตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท
ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ คือการนำข้อมูลบุคคลเข้าสู่ระบบทะเบียนเพื่อให้ได้รับบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย รวมถึงการนำสถานะดังกล่าวไปใช้ในการขออนุญาตทำงาน การทำธุรกรรม และการดำเนินการด้านสถานะบุคคลในขั้นต่อไป
ด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า หลังศูนย์ DOPA N.I.C.E. เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ฝ่ายสืบสวนตรวจพบเส้นทางการเงินและบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม จึงอยู่ระหว่างขยายผลร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง
กทม.สั่งพักราชการ 3 ราย ตรวจทะเบียนทั้ง 50 เขต
หลังการเปิดปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตดินแดงและเขตหลักสี่ดำเนินการให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง 3 รายออกจากราชการไว้ก่อน มีผลตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง
ข้อมูลการตรวจสอบของกรุงเทพมหานครพบห้องในพื้นที่แฟลตดินแดง 47 ห้อง ที่มีรายชื่อคนต่างด้าวตั้งแต่ 16 คนขึ้นไป กระจายในซอยประชาสงเคราะห์ 1, 5, 6, 7, 11 และถนนมิตรไมตรี รวมรายชื่อคนต่างด้าวที่ตรวจพบ 1,468 คน
กรุงเทพมหานครยังสั่งให้ผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขตเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบงานทะเบียนราษฎร เพื่อค้นหาความผิดปกติและป้องกันการดำเนินการโดยมิชอบในพื้นที่อื่น
จากเบาะแสบ้านเดียวกว่า 100 ราย สู่การขยายผล
อีกจุดสำคัญของคดีมาจากเบาะแสเกี่ยวกับบ้านเลขที่ 6004/7 ในพื้นที่แฟลตดินแดง ซึ่งพบข้อมูลการย้ายบุคคลเข้าทะเบียนบ้านมากกว่า 100 ราย
สำนักงาน ป.ป.ท. ตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรแล้วพบรายชื่อบุคคลต่างด้าว 64 คน ก่อนขยายการตรวจสอบไปยังข้อมูลทางการเงินและการติดต่อสื่อสาร และประสานข้อมูลกับกรมการปกครองและศูนย์ DOPA N.I.C.E.
ขณะเดียวกัน ผู้ร้องเรียนรายหนึ่งให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการรับจ้างนำบุคคลต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน รวมถึงตั้งข้อสังเกตเรื่องลายมือชื่อในเอกสารที่อาจไม่ตรงกับลายมือชื่อจริง ซึ่งประเด็นดังกล่าวอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงต้องรอผลการสอบสวนก่อนสรุปข้อเท็จจริงและความรับผิดของแต่ละบุคคล
รัฐเดินหน้าตรวจสอบทะเบียนราษฎร
ปฏิบัติการที่ดินแดงเกิดขึ้นประมาณ 4 เดือนครึ่งหลังปฏิบัติการที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้หน่วยงานรัฐเพิ่มการตรวจสอบกระบวนการเพิ่มชื่อบุคคลต่างด้าวเข้าสู่ทะเบียนบ้าน และการออกบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย
ขั้นตอนต่อจากนี้ ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานด้านการป้องกันการทุจริต จะตรวจสอบบุคคล เอกสาร และเส้นทางการเงินเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎรในพื้นที่อื่น เพื่อแยกกรณีที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายออกจากรายการที่มีความผิดปกติ
สำหรับผู้ถูกกล่าวหาและเจ้าหน้าที่ที่ถูกดำเนินการทางวินัย กระบวนการสอบสวนยังดำเนินอยู่ การพิจารณาความผิดทางอาญาและทางวินัยต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและขั้นตอนของกฎหมาย
ไทม์ไลน์สำคัญ
- 31 มีนาคม 2569 ปฏิบัติการ “ตัดบัตรที่กรุงเก่า” ที่อำเภอวังน้อย ตรวจพบเด็กต่างด้าว 217 คน
- เมษายน-มิถุนายน 2569 DOPA N.I.C.E. ขยายการตรวจสอบมายังสำนักงานเขตดินแดง
- 7 สิงหาคม 2569 DOPA N.I.C.E. เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
- 18 สิงหาคม 2569 เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” กำลังกว่า 100 นาย ตรวจค้น 7 เป้าหมาย จับผู้ต้องหาตามหมาย 7 ราย
- 18 สิงหาคม 2569 กทม.สั่งข้าราชการที่เกี่ยวข้อง 3 รายออกจากราชการไว้ก่อน และให้ทั้ง 50 เขตตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
