รีเซต

กทม.เร่งระบายน้ำหลังฝนสะสมกว่า 300 มม. คาดคลี่คลาย 2-3 วัน

กทม.เร่งระบายน้ำหลังฝนสะสมกว่า 300 มม. คาดคลี่คลาย 2-3 วัน
TNN ช่อง16
26 กันยายน 2569 ( 14:11 )
7

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 13.10 น. หลังหลายพื้นที่เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังบนถนนหลายสาย และกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่เวลา 16.00 น. วันที่ 24 กันยายน มีค่าเฉลี่ยมากกว่า 300 มิลลิเมตร ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ โดยปริมาณฝนอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเหตุการณ์พายุในปี 2526

ล่าสุดหย่อมความกดอากาศต่ำเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นไปทางเหนือ ทำให้ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดลง ขณะที่กรุงเทพมหานครประกาศพื้นที่เป็นเขตสถานภัย เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ฝั่งพระนครมีน้ำสะสม 223 ล้าน ลบ.ม. เร่งสูบต่อเนื่อง

สถานการณ์ฝั่งพระนครมีปริมาณน้ำสะสมประมาณ 223 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ระบบสูบน้ำสามารถระบายน้ำได้ประมาณ 1,100-1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากไม่มีฝนตกหนักเข้ามาเติมอีก คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการระบายน้ำที่ยังค้างอยู่ในระบบ

นายชัชชาติชี้แจงว่า ปัญหาครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากระดับน้ำในคลองอยู่ในระดับสูงหรืออยู่ในสถานะสีแดง ทำให้น้ำจากพื้นผิวถนนไหลลงคลองได้ช้าลง ไม่ได้เกิดจากมวลน้ำเหนือ โดยข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการรองรับน้ำของคลอง

ขณะเดียวกัน คลองในพื้นที่จังหวัดโดยรอบ ทั้งนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ มีระดับน้ำสูงเช่นเดียวกัน ทำให้การผลักดันน้ำออกจากกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่ข้างเคียงทำได้จำกัด

13 ถนนหลักยังมีน้ำท่วมขัง

กทม. รายงานถนนสายหลักที่ยังมีน้ำท่วมขังและรถขนาดเล็กสัญจรลำบากรวม 13 จุด ได้แก่ เอกมัย ซึ่งเครื่องสูบน้ำได้รับผลกระทบจากน้ำและต้องหยุดทำงานชั่วคราว, แยกพงษ์เพชร-ถนนงามวงศ์วาน, ถนนวิภาวดีรังสิตช่วงจตุจักร-การบินไทย, ถนนรามคำแหงบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง, ถนนลาดกระบังช่วงซอยกิ่งแก้ว, ถนนเสนานิคมที่มีระดับน้ำประมาณ 50 เซนติเมตร, ถนนแจ้งวัฒนะช่วงแยกหลักสี่-ทางด่วน, ถนนศรีนครินทร์, ถนนดินแดงช่วงดินแดง-แยกอโศก, ถนนพหลโยธินช่วงสะพานควาย-ซอยอารีย์, ถนนสุวินทวงศ์ช่วงมีนบุรี-วัดแสนสุข, ถนนรัชดาภิเษก และถนนลาดพร้าวบริเวณแยกรัชดา-ลาดพร้าว

สำหรับประชาชนที่ต้องการนำรถออกจากพื้นที่เสี่ยง สามารถใช้พื้นที่จอดรถชั่วคราวโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายที่อาคารจอดแล้วจรของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ทุกแห่ง ศูนย์ราชการหลักสี่ รวมถึงเซ็นทรัล เดอะมอลล์ และโลตัสทุกสาขา ตลอดจนแฟชั่นไอส์แลนด์ ตามมาตรการที่ประกาศ

เปิดศูนย์พักพิง 233 แห่ง รองรับ 15,000 คน

ด้านการช่วยเหลือประชาชน กทม. เปิดศูนย์พักพิงโดยใช้โรงเรียนในพื้นที่รวม 233 แห่ง สามารถรองรับประชาชนได้ประมาณ 15,000 คน ขณะนี้มีประชาชนเข้าพักแล้ว 981 คน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงและประชาชนกลุ่มเปราะบาง 36 ราย ไปดูแลในโรงพยาบาล พร้อมสั่งการให้สำนักงานเขตทุกแห่งจัดตั้งครัวกลางเพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายประชาชน ส่วนผู้ที่ต้องการกระสอบทรายสามารถติดต่อสำนักงานเขตในพื้นที่ได้

กรณีฉุกเฉินด้านสุขภาพหรือผู้ป่วยติดเตียง ติดต่อสายด่วน 1669 ส่วนการขอความช่วยเหลือทั่วไป กระสอบทราย หรือแจ้งเหตุ สามารถติดต่อสายด่วน กทม. 1555 หรือหมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต

โรงเรียน กทม.หยุดเรียนวันจันทร์ ข้าราชการ WFH

สำหรับมาตรการในวันจันทร์ กรุงเทพมหานครกำหนดให้โรงเรียนในสังกัด กทม. หยุดการเรียนการสอน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและช่วยลดปริมาณการเดินทางบนท้องถนน

ส่วนข้าราชการและบุคลากร กทม. ให้ปฏิบัติงานในรูปแบบ Work From Home ยกเว้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานบริการประชาชนและงานภาคสนาม ซึ่งยังต้องปฏิบัติหน้าที่ดูแลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

เตรียมปรับระบบเตือนภัย-เพิ่มอุโมงค์ระบายน้ำ

นายชัชชาติระบุถึงแนวทางหลังสถานการณ์คลี่คลายว่า ระบบพยากรณ์และการแจ้งเตือนยังจำเป็นต้องปรับปรุง โดยจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำ เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวรับมือมากขึ้น

สำหรับฝนสะสมในระดับกว่า 300 มิลลิเมตร ถือเป็นปริมาณน้ำจำนวนมากที่ระบบระบายน้ำต้องใช้เวลาในการจัดการ โดยเฉพาะเมื่อคลองมีน้ำอยู่ในระดับสูง แนวทางระยะยาวจึงต้องเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างระบายน้ำ รวมถึงการพัฒนาระบบอุโมงค์ระบายน้ำ เช่น แนวอุโมงค์จากคลองประเวศไปยังบึงหนองบอน เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับฝนหนักในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง