รีเซต

เปิดเกณฑ์"ฝนตกหนัก"-กรมอุตุฯชี้ไม่มี "มหาอุทกภัย"

เปิดเกณฑ์"ฝนตกหนัก"-กรมอุตุฯชี้ไม่มี "มหาอุทกภัย"
TNN ช่อง16
24 กันยายน 2569 ( 22:21 )
19

สำหรับเกณฑ์ฝนตกหนัก หรือตรงหนักมาก ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา  ฝนตกหนัก (Heavy rain)  หมายถึง ปริมาณฝนที่ตกตั้งแต่ 35.1 มิลลิเมตร  ถึง 90.0 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง หรือ ปริมาณฝนที่ตกตั้งแต่ 25.1 มิลลิเมต ถึง 50.0 มิลลิเมตร ภายใน 1 ชั่วโมง ส่วนฝนตกหนักมาก (Very heavy rain) หมายถึง ปริมาณฝนที่ตกตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตรขึ้นไปภายใน 24 ชั่วโมง หรือ ปริมาณฝนที่ตกตั้งแต่ 50.1 มิลลิเมตรขึ้นไปภายใน 1 ชั่วโมง  ส่วนฝนตกหนักมากที่สุด  Torrential rain  หมายถึง ฝนตกมีปริมาณตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตรขึ้นไป

ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รายงานข้อมูลเมื่อ 23 กันยายน   โดยพบว่าจังหวัดสุโขทัย  มีฝนตกสะสมมากถึง 117 มิลลิเมตร ใน 24  ชั่วโมงซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์  ฝนตกหนักมากที่สุด  เช่นเดียวกันจังหวัดกระบี่ ฝนตกสะสม 98 มิลลิเมตร  ส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝนตกสะสม87 มิลลิเมตร   กรุงเทพมหานคร มีฝนตกสะสม 69 มิลลิเมตร  และ จังหวัดจันทบุรี ฝนตกสะสม 52 มิลลิเมตร ทั้ง 3 พื้นที่อยู่ในเกณฑ์ฝนตกหนักมาก

 

                                                                               อุปกรณ์ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนแบบธรรมดาหรือแบบไม่บันทึก


สำหรับการตรวจวัดปริมาณน้ำฝนเป็นการตรวจวัดความสูงของน้ำฝนที่ตกลงบนพื้นที่ มีหน่วยเป็นหน่วยความสูง เช่น มิลลิเมตร หรือ นิ้ว  โดยมีสถานฝนทั่วประเทศกว่า 1,100 สถานี   การตรวจวัด ใช้เครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝน (Rain Gauge) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ได้แก่ เครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝนแบบธรรมดาหรือแบบไม่บันทึก  และเครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝนแบบบันทึกโดยหลักการทำงานของเครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝนแบบธรรมดาหรือแบบไม่บันทึก (Non-recording Rain Gauge)  ประกอบด้วยขาตั้ง (Support) เพื่อรองรับถังรูปทรงกระบอกใหญ่ (Overflow Can) ที่มีกรวยรองรับน้ำฝน (Collector หรือ Receiver) เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดมาตรฐาน 8 นิ้ว วางซ้อนทับอยู่ โดยปลายกรวย ใส่ลงในถังรูปทรงกระบอกเล็ก ที่บรรจุภายในถังรูปทรงกระบอกใหญ่ (Overflow Can) (ดังรูป) น้ำฝนเมื่อตกลงในกรวยรองรับแล้ว จะไหลลงเก็บไว้ไปในถังทรงกระบอกเล็ก เพื่อรอการตรวจวัดในเวลาประมาณ 07.00 น. ของแต่ละวัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทำการเทปริมาณน้ำฝน จากถังทรงกระบอกเล็กใส่แก้วตวง ซึ่งจะมีขีดแสดงขนาดการวัด (Scale) ขีดละ 0.1 มิลลิเมตร โดยหนึ่งแก้วตวงสามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้ 10 มิลลิเมตร



ส่วนเครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝนแบบบันทึก (Recording Rain Gauge) เป็นเครื่องมือที่ทำการบันทึกลักษณะการตกของฝนลงบนกระดาษกราฟ ซึ่งมีทั้งชนิดบันทึกแบบรายวัน (Daily) รายสัปดาห์ (Weekly) และรายเดือน (Monthly) โดยทุกแบบจะเริ่มบันทึกตั้งแต่เวลา 07.00 น. เวลาประเทศไทย ซึ่งเทียบเท่ากับเวลามาตรฐานโลกที่ 00Z ปัจจุบันกรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทยใช้การบันทึกกราฟฝนแบบรายวัน (Daily Rainfall) ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 07.00 น. ของวันถัดไป ที่นิยมใช้มี 3 ชนิด ได้แก่แบบถังกระดก (Tipping Bucket Gauge) แบบชั่งน้ำหนัก (Weighing Gauge และแบบทุ่นลอย (Float Gauge)


กรมอุตุนิยมวิทยา ยังชี้แจงว่า  สถานการณ์ฝนในประเทศไทยไม่ได้เข้าหลักเกณฑ์มหาอุทกภัย เนื่องจาก  ไม่มีพายุเข้าไทย ฝนที่ตกหนักเป็นเพียงฝนตามฤดูกาลและปกติในเดือนกันยายจะมีฝนตกชุกหนาแน่น  ส่วนปัจจัยการเกิดมหาอุทกภัย จะต้องมีพายุดีเปรสชั่น หรือ พายุโซนร้อน //ร่องมรสุมจะมีกำลังแรงจัดและแช่ตัวเป็นเวลานาน //และปัจจัยที่ 3 ฝนต้องตกหนักรุนแรงเป็นบริเวณกว้างอย่างต่อเนื่องและยาวนาน 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง