รีเซต

เกาหลีใต้เริ่มใช้ “กฎหมายข่าวปลอม” เรียกค่าเสียหายได้สูงสุด 5 เท่า

เกาหลีใต้เริ่มใช้ “กฎหมายข่าวปลอม” เรียกค่าเสียหายได้สูงสุด 5 เท่า
TNN ช่อง16
7 กรกฎาคม 2569 ( 19:04 )
12

ภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ "ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน" (False or Manipulated Information) หมายถึง เนื้อหาที่ทั้งหมดหรือบางส่วนไม่เป็นความจริง หรือถูกดัดแปลงในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและเชื่อว่าเป็นข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ กฎหมายยังเพิ่มประเภทความผิดใหม่เกี่ยวกับ "ถ้อยคำแสดงความเกลียดชังหรือการเลือกปฏิบัติ" (Hate Speech) ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาที่ปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง การเลือกปฏิบัติ หรือความเกลียดชังต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยอาศัยลักษณะเฉพาะ เช่น เชื้อชาติ สัญชาติ หรือเพศ

แต่กฎหมายนี้ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับนิยามทางกฎหมายที่อาจยังไม่ชัดเจน โดยชาวเกาหลีใต้กังวลว่าอาจกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ 

คณะกรรมการสื่อและการสื่อสารแห่งเกาหลี (KMCC) จึงชี้แจงประเด็นสำคัญของกฎหมายดังกล่าวว่า หากได้รับความเสียหายจากข้อมูลเท็จหรือข้อมูลบิดเบือน ผู้ที่พบเห็นข้อมูลที่เชื่อว่าเป็นข้อมูลเท็จหรือถูกบิดเบือน สามารถแจ้งเรื่องต่อผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ได้ โดยต้องระบุ

  • ตำแหน่งหรือที่อยู่ของเนื้อหา
  • เหตุผลที่เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวผิดกฎหมาย
  • หลักฐานประกอบ
  • ข้อมูลติดต่อสำหรับการติดตามผล

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ และหากผู้เผยแพร่เป็นผู้ผลิตหรือเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะในลักษณะวิชาชีพและมีขนาดใหญ่ ศาลอาจกำหนดให้ชดใช้ค่าเสียหายในอัตราที่สูงสุด 5 เท่าของความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

หากอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตาม 150,000 คนเผยแพร่ข้อมูลเท็จ จะเข้าข่ายถูกลงโทษหนักหรือไม่?

คำตอบคือ “ใช่” หากยูทูบเบอร์รายนั้น

  • เผยแพร่วิดีโออย่างน้อย 3 คลิปภายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
  • มีรายได้จากการเผยแพร่เนื้อหา
  • มีผู้ติดตามตั้งแต่ 100,000 คนขึ้นไป หรือมียอดรับชมเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 100,000 ครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว

หากพิสูจน์ได้ว่าจงใจเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข้อมูลบิดเบือนที่ผิดกฎหมายจนก่อให้เกิดความเสียหาย ก็อาจถูกเรียกค่าเสียหายทางแพ่งในอัตราที่สูงเป็นพิเศษ

คำถามสำคัญคือ การวิจารณ์การเมืองหรือการเสียดสีจะถูกตีความเป็น Hate Speech หรือไม่?

คำตอบคือ “ไม่” โดยกฎหมายฉบับแก้ไขไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัด

  • การวิจารณ์ทางการเมือง
  • การเสียดสี 
  • การแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย

กฎหมายมุ่งจัดการเฉพาะเนื้อหาที่

  • ยุยงให้ใช้ความรุนแรง
  • ส่งเสริมการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล
  • ปลุกปั่นความเกลียดชังในระดับที่กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง

การพิจารณาจะไม่อาศัยเพียงถ้อยคำที่ใช้เท่านั้น แต่ยังดูบริบท วิธีการนำเสนอ และผลกระทบต่อสังคมด้วย ดังนั้น การทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่พอใจเพียงอย่างเดียว จะไม่ถือว่าเป็น Hate Speech

ส่วนนักแสดง ศิลปิน หรือคนดังในวงการบันเทิง จะไม่ถือเป็น "บุคคลสาธารณะ" ที่ประชาชนมีสิทธิในการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์ตามนิยามของกฎหมายฉบับนี้ นั่นหมายความว่าบุคคลในวงการบันเทิงก็สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากกฎหมายนี้ได้เช่นเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง