วันงดสูบบุหรี่โลก 2564 : สูดควันเข้า 'ปอด' เฮือกสุดท้าย เสี่ยงตาย ทำลายโลก

วันงดสูบบุหรี่โลก 2564 :  สูดควันเข้า 'ปอด' เฮือกสุดท้าย เสี่ยงตาย ทำลายโลก
TeaC
31 พฤษภาคม 2564 ( 10:52 )
372
วันงดสูบบุหรี่โลก 2564 :  สูดควันเข้า 'ปอด' เฮือกสุดท้าย เสี่ยงตาย ทำลายโลก

 

บุหรี่ขึ้นราคาอีกแล้ว!!!

ทำไมยิ่งสูบบุหรี่ ราคายิ่งแพงขึ้น!!!

 

 

เชื่อว่าเป็นคำถามที่นักสูบหลายคนมักจะสงสัย แต่หากลองวิเคราะห์ดี ๆ การขึ้น "ราคา" ของบุหรี่นั้น อาจเป็นไปได้ที่ช่วยลดพฤติกรรมของนักสูบได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ

 

 

  • คนรวยกับรวยมาก ยังสามารถซื้อบุหรี่ที่มีราคาแพง ยี่ห้อเดิมและยังสามารถซื้อได้ในปริมาณเท่าเดิม
  • คนฐานะปานกลาง อาจเป็นไปได้ที่จะปรับพฤติกรรมด้วยการลดปริมาณการสูบลง เช่น จากที่เคยสูบสัปดาห์ละ 2 ซอง ลดลงเหลือ 1 ซอง
  • คนจน กำลังซื้อไม่พอ ก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมไปสูบบุหรี่ที่ราคาถูกกว่า หรือเปลี่ยนไปสูบยาเส้นแทน

 

 

เนื่องจาก ข้อมูล สำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2557 ได้สำรวจพบว่า คนจนสุด ๆ ที่มีรายได้เฉลี่ยเพียงเดือนละ 1,982 บาท ต้องเสียเงินซื้อบุหรี่ถึงเดือนละ 426.8 บาท นับเป็น 21.5 % ของรายได้ หากบุหรี่มีราคาแพงขึ้น บางคนอาจปรับพฤติกรรมเลิกสูบ เพราะซื้อไม่ไหวได้ในที่สุด และหากวิเคราะห์เงินที่เคยเสียค่าบุหรี่ ราคาซองละ 95 บาท 

 

 

  • ซื้อสัปดาห์ละ 2 ซอง เป็นเงิน 190 บาท
  • ซื้อเดือนละ 8 ซอง เป็นเงิน 760 บาท

 

 

และเงินจำนวน 760 บาท ไม่เพียงสามารถเปลี่ยนไปซื้อสิ่งจำเป็นอย่างอื่นได้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปลดล็อกจากวงเวียนทำร้ายชีวิต กลับซื้อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อีกด้วย  

 

 

 

 

ทำไมการเลิก บุหรี่ ซื้อคุณภาพชีวิตได้

 

 

เป็นคำถามที่ทุกคนรู้คำตอบเป็นอย่างดีว่าโทษของการสูบบุหรี่มีมากมาย แต่บางคนอาจยังไม่รู้ว่า "มะเร็งปอด" เป็นมะเร็งที่ทำให้คนตายมากที่สุด และที่น่าตกใจอย่างมาก ร้อยละ 85-90 ของมะเร็งปอดมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ พ่วงด้วยโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น ถุงลมปอดพอง ปอดอักเสบจากการติดเชื้อ และโรควัณโรค เป็นต้น

 

 

อีกทั้ง ข้อมูลปี พ.ศ.2560 วิเคราะห์โดยภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ตอกย้ำเข้าไปอีกว่า บุหรี่คือวายร้าย เมื่อพบคนไทยเสียชีวิตจากบุหรี่ รวม 72,656 คน โดยร้อยละ 49 เสียชีวิตจากโรคปอดที่เกิดจากการสูบบุหรี่คือ เป็นมะเร็งปอด 13,727 คน ถุงลมปอดพอง 10,852 คน โรคปอดอักเสบและวัณโรคปอด 10,833 คน รวมเท่ากับ 35,412 คนเลยทีเดียว

 

 

เนื่องจาก "ปอด" เป็นอวัยวะด่านแรกในการรับสารพิษจากบุหรี่มากที่สุด ขณะที่ อาการของมะเร็งปอด จะมี 3 ลักษณะคือ

 

 

  • ไอเรื้อรัง  เสมหะมีเลือด เหนื่อยหอบ
  • มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดกระดูก ปวดศีรษะ หากมีการแพร่กระจายไปที่อวัยวะที่อื่น
  • กลุ่มเสี่ยง หากไอต่อเนื่องเกิน 3 สัปดาห์ หรือไอผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เสมอ

 

 

แค่ระดับต้น ๆ ความน่ากลัวของ มะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่มากขนาดนี้ และยิ่งในสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จะมากขนาดไหน

 

 

สูบบุหรี่ เสี่ยงติดโควิด เสี่ยงตายเร็วกว่า

 

 

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า ปอดเป็นอวัยวะภายในชนิดเดียวที่ติดต่อกับสิ่งแวดล้อมภายนอกตลอดเวลา จากการหายใจเอาอากาศเพื่อนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย พร้อมขับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเสียออกจากร่างกาย หากมีสิ่งแปลกปลอม หรือมีเชื้อโรคล่องลอยอยู่ในอากาศ ก็จะถูกลมหายใจพาเข้าสู่ปอดด้วยเช่นกัน

 

 

ซึ่ง WHO หรือองค์การอนามัยโลก ได้ประกาศว่า เชื้อโควิด-19 สามารถล่องลอยในอากาศเป็นเวลาหลายชั่วโมง หากอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่ดีหรือในห้องปรับอากาศ คนที่เป็นโควิด-19 หากไอ จาม พูดหรือตะโกนเสียงดัง เชื้อโควิด-19 ก็จะล่องลอยอยู่ในอากาศในบริเวณนั้นด้วย ทำให้ง่ายต่อการแพร่เชื้อไวรัสในที่สุด จึงไม่แปลกที่การสูบบุรี่จะเป็นช่องทางที่ทำให้โควิดเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว

 

 

เปลี่ยนมา สูบบุรี่ไฟฟ้า อาจเป็นทางออกที่ดีกว่าจริงหรือไม่?

 

 

ซึ่งเป็นคำตอบที่ผิด เพราะการสูบบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายไม่แพ้บุหรี่มวนเร่งให้ปอดเสื่อมเร็วเป็นหลายเท่าตัว โดย 2 กลุ่มเหล่านี้ หากติดโควิด-19 จะมีอาการป่วยมากกว่าคนไม่สูบถึง 5 เท่า

 

 

  • กลุ่มแรก คนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า มีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าคนไม่สูบถึง  5 เท่า
  • กลุ่มสอง สูบทั้งบุหรี่มวนร่วมกับบุหรี่ไฟฟ้า ยิ่งมีแนวโน้มติดเชื้อไวรัสโควิดมากกว่าคนไม่สูบ 6.8 เท่า 

 

 

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า อันตรายส่งผลกระทบต่อปอดให้เสื่อมเร็ว เกิดโรคมะเร็ง ไปจนถึงเสี่ยงติดโควิด-19 และเร่งชีวิตให้สั้นลง

 

 

 

 

 

 

สูบบุรี่ ปอดเสื่อม เสี่ยงติดโควิดง่ายยังไม่พอ ยังเป็นตัวร้ายทำลาย ปอดของโลกด้วย

 

 

นอกจากการสูบบุหรี่จะพ่วงโรคสารพัดมาให้ร่างกายตัวเอง และควันมือสองยังส่งต่อทำร้ายคนรอบข้าง ทำร้ายคนในครอบครัวให้ต้องรับความเสี่ยงปอดเสื่อม แถมยิ่งในยุคที่เชื้อโควิดแพร่กระจายไว บุหรี่ยังเป็นตัวทำร้ายปอดของโลกที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้อีกด้วย

 

 

หลายคนอาจรู้ว่าการสูบบุหรี่ยังสร้างฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นขณะสูบ 80 เท่าเลยทีเดียว และที่ทำร้ายปอดของโลกที่หลายคนมองข้าม เพิกเฉย ไม่สนใจ นั่นคือการสร้างขยะที่อันตราย โดยเฉพาะการทิ้ง "ก้นบุหรี่" ชิ้นเล็ก ๆ ขยะเรี่ยราดที่เกิดจากมนุษย์ไร้จิตสำนึกที่ขาดความรับผิดชอบที่คิดว่าไม่มีพิษสง แต่ทำลาย "ปอดของโลก" พังยับเยินไม่แพ้ปอดเสื่อมของมนุษย์ เนื่องจากก้นบุหรี่ประกอบไปด้วย

 

  • กระดาษใยสังเคราะห์ที่ใช้เป็นไส้กรอง
  • เศษยาสูบ มีส่วนประกอบจาก
  • สารท็อกซิน (Toxin)
  • นิโคติน (Nicotine )
  • สารหนู
  • ยาฆ่าแมลง
  • นิโคตินเหล็ก
  • สารก่อมะเร็งอีกกว่า 60 ชนิด
  • เอทิลฟีนอล (Ethyl phenol) ที่สามารถทำให้น้ำเกลือและน้ำสะอาดมีพิษได้

 


รวมทั้ง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแซนดีเอโกในสหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลได้อย่างน่าสนใจว่า ขยะจากก้นบุหรี่มากกว่า 4.5 ล้านล้านชิ้นต่อปี อยู่ตามท้องถนน ท่อระบายน้ำ บริเวณชายทะเลและชายหาด

 

 

สิ่งที่น่ากลัวนั่นคือ เมื่อสารพิษในก้นบุหรี่ละลายลงสู่แหล่งน้ำ ส่งผลให้น้ำบริเวณดังกล่าวปนเปื้อนและสะสมพิษ จะมีผลโดยตรงต่อจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่อย่างสัตว์น้ำ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา

 

 

ส่วนสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือ การปนเปื้อนลงในแหล่งน้ำอุปโภคบริโภควกกลับมาทำให้ร่างกายของเราสะสมสารเหล่านี้เป็นระยะเวลานาน และเพียงพอที่จะทำให้ทุกคนมีเชื้อมะเร็งอยู่ในร่างกาย

 

 

อย่าสูดควันเข้า 'ปอด' เฮือกสุดท้าย อาจเสี่ยงตาย ทำลายโลก

 

 

 

วันงดสูบบุหรี่โลก

 

เริ่มจัดครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 โดยองค์การอนามัยโลก เพื่อให้เห็นอันตรายของบุหรี่ต่อสุขภาพและโทษของบุหรี่ การจัดงานวันงดสูบบุหรี่โลกก็เพื่อกระตุ้นให้ผู้สูบบุหรี่เลิกสูบ และให้รัฐบาลชุมชนและประชากรโลกตระหนักถึงความสำคัญและเข้าร่วมกิจกรรมและกระตุ้นให้รัฐบาลกำหนดนโยบาย กฏหมายเพื่อควบคุมยาสูบ

 

 

 

 

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกระบุว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของการป่วยและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่สามารถป้องกันได้ และกำหนดให้ วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ( World No Tobacco Day)

 

 

สำหรับประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เชิญชวนรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2564 เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้ โดยได้จัดโครงการระบบบริการเลิกบุหรี่แบบครบวงจร ช่วยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ทุกสิทธิประโยชน์ได้เข้าถึงบริการและรับคำปรึกษา โทรฟรีสายด่วนเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ เพียงกด โทร.1600 

 

 

 

ร่วม "ลด ละ เลิก" สูบบุหรี่ กันเถอะ!!!

 

 

 

ข่าวเกี่ยวข้อง :

 

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง