10 วิธีสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องโควิด-19 ด้วยตัวเอง

10 วิธีสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องโควิด-19 ด้วยตัวเอง
Ingonn
19 พฤษภาคม 2564 ( 13:11 )
194
10 วิธีสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องโควิด-19 ด้วยตัวเอง

โควิด-19 ก็ทำอะไรเราไม่ได้ หากเรามีภูมิคุ้มกันป้องกันโรคอย่างดี  ภูมิคุ้มกันในร่างกายเปรียบเสมือนด่านแรกสำหรับป้องกันโรคต่างๆ ที่เข้ามาสู่ร่างกาย หากเราไม่ดูแลสุขภาพให้ดี  รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย มีความเครียด พักผ่อนน้อย โรคภัยก็ถามหาได้ง่ายๆ 

 

 

การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อให้เรามีร่างกายที่แข็งแรง สามารถต่อสู้กับโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคโควิด-19 ศัตรูตัวร้ายอันดับ 1 ในตอนนี้ วันนี้ TrueID จึงได้รวบรวมข้อมูลการสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโควิดมาไว้ที่นี่แล้ว

 

 


สาเหตุที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ


ร่างกายของคนเรามีภูมิคุ้มกันไม่เท่ากัน บางคนป่วยง่าย บางคนนานๆ ถึงจะป่วยสักที การที่ภูมิคุ้มกันร่างกายของคนเราอ่อนแอมีด้วยกันหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ หากพ่อแม่มีร่างกายแข็งแรงไม่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ลูกที่เกิดมาก็จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีตามไปด้วย เป็นต้น

 


นอกจากนี้ พฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เป็นอีกปัจจัยสำคัญทำให้คนที่ร่างกายแข็งแรงกลายเป็นอ่อนแอได้ เช่น การรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ไม่ทานผักผลไม้ พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือร่างกายสะสมความเครียด

 

 

10 วิธีสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องโควิด-19 ด้วยตัวเอง

 


1.รับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์


ร่างกายต้องการสารอาหารหลักทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และสารอาหารรองไม่ว่าจะเป็นวิตามินต่างๆ เช่น วิตามิน A, C, E, D, B6, B9, B12 รวมถึงแร่ธาตุสังกะสี, เหล็ก, ทองแดง, แมกนีเซียม, ซีลีเนียม และแมงกานีส ซึ่งสามารถรับได้จากอาหารธรรมชาติ อย่างผักและผลไม้ที่มีวิตามิน C สูง ไม่ว่าจะเป็นบล็อคโคลี่, ผักโขม, ผักเคล, มะขามป้อม, ฝรั่ง, ส้ม หรือแหล่งอาหารของวิตามิน A จะอยู่ในเครื่องในสัตว์, ไข่แดง, นม และผลิตภัณฑ์จากนม โดยควรรับประทานอาหารสด หลีกเลี่ยงอาหารกึ่งสำเร็จรูปหรืออาหารแช่แข็ง เพราะจะทำให้ขาดสารอาหารหรือวิตามินได้

 

 

2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 


ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนัก อาจเป็นการออกกำลังกายแบบง่ายๆ ที่สามารถ ทำภายในบ้านก็ได้ ซึ่งควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที จำนวน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และกระตุ้นให้ระบบการหมุนเวียนของเลือดโดยรวมเป็นไปด้วยดี ทำให้เซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง สามารถจัดการกับเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น จึงลดโอกาสการเกิดโรค ขณะเดียวกันร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินหลังการออกกำลังกาย ซึ่งช่วยให้เกิดภาวะผ่อนคลายและลดความวิตกกังวลต่างๆ ได้ 

 


3.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 


เพื่อให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพ ควรมีการเตรียมตัวก่อนเข้านอน 1 ชั่วโมง โดยงดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือ เพราะเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายตื่นและนอนไม่หลับ รวมถึงต้องฝึกนิสัยให้เคยชินว่าเมื่ออยู่บนเตียงนอนแล้วไม่ควรทำกิจกรรมอย่างอื่นนอกจากการนอนหลับ และควรจัดสรรเวลานอนให้เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงเวลาของการ Work from home ควรแบ่งเวลาการใช้ชีวิตให้ไม่ทับซ้อนกัน หรือแบ่งเป็น 8/8/8 คือ ทำงาน นอนหลับพักผ่อน และทำกิจกรรมต่างๆ อย่างละ 8 ชั่วโมง

 


4.จัดการกับความเครียด 


เพราะความเครียดเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องหาวิธีจัดการหรือตั้งรับให้ดี ซึ่งหากรู้ว่าตัวเองกำลังเครียดก็ต้องมีสติ สำรวจความคิดและอารมณ์ และรู้เท่าทันความเครียดที่เกิดขึ้น แล้วนำตัวเองออกมาจากสภาวะนั้นด้วยการหากิจกรรมคลายเครียดที่ชอบ เช่น ร้องเพลง เล่นดนตรี ดูหนัง อ่านหนังสือ หรือทำกิจกรรมแปลกใหม่ที่ตัวเองไม่เคยลองทำมาก่อน ซึ่งสามารถเลือกดูกิจกรรมได้จากสื่อออนไลน์ที่มีคลิป การสอนต่างๆ อย่างการสร้างสรรค์งานศิลปะแบบ DIY หรือทำอาหาร เป็นต้น

 


5.เสริมด้วยวิตามิน 


วิตามินเป็นเหมือนทางลัดในการฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน ซึ่งนิยมรับประทานกันในรูปแบบเม็ด เช่น วิตามิน C ที่ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงมากขึ้น ส่งผลให้ไม่ป่วยหรือเป็นหวัดได้ง่าย อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับคลอเลสเตอรอลในร่างกาย และเพิ่มความต้านทานต่อโรคหัวใจ หรือวิตามิน D ซึ่งช่วยดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้กระดูกแข็งแรง ขณะเดียวกันยังช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน และการนอนหลับที่ดี ช่วยต่อต้านการอักเสบต่างๆ รวมถึงวิตามิน E ที่เป็นตัวช่วยในการทำงานของตับ มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และหากได้รับวิตามินตัวนี้อย่างเหมาะสมก็จะช่วยป้องกันและซ่อมแซมเส้นผม ผิวและเล็บได้

 

 

6.ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ 


ควรล้างมือก่อนการปรุงอาหาร และก่อนรับประทานอาหาร รวมไปถึงล้างมือหลังจากหยิบจับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ธนบัตร และสิ่งของสาธารณะที่มีคนใช้บริการจำนวนมาก เพื่อป้องกันการได้รับเชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย

 

 

7.ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว 


เพราะน้ำจะช่วยเพิ่มสารคัดหลั่งและความชุ่มชื้นของเยื่อบุผิวในท่อทางเดินหายใจส่วนบน ที่จะช่วยป้องกัน และดักจับฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย

 

 

8.หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ 

 

 

9. รักษาระดับน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ 


มีการศึกษาว่า ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน (BMI >22.9 kg/m2) มีโอกาสที่จะป่วยเป็นหวัดได้นานกว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติ 1.5 เท่า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อหวัดได้ และผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานมีความเสี่ยงที่จะมีอาการข้างเคียงจากการเป็นไข้หวัดมากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติ

 

 

10.หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำและฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์


เราสามารถเริ่มดูแลตัวเองเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้ โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การดูแลร่างกาย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะระบบภูมิคุ้มกันที่ดี มาจากร่างกายที่แข็งแรง

 

 


ข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข , โรงพยาบาลศิริราช , โรงพยาบาลพญาไท

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง