ทำความเข้าใจ “วัคซีนรัฐบาล” “วัคซีนทางเลือก” และ “วัคซีนตัวเลือก” แตกต่างกันอย่างไร

ทำความเข้าใจ “วัคซีนรัฐบาล” “วัคซีนทางเลือก” และ “วัคซีนตัวเลือก” แตกต่างกันอย่างไร
Ingonn
30 มิถุนายน 2564 ( 13:23 )
133
ทำความเข้าใจ “วัคซีนรัฐบาล” “วัคซีนทางเลือก” และ “วัคซีนตัวเลือก” แตกต่างกันอย่างไร

 

หลายคนคงเคยเห็นข่าวพูดถึง “วัคซีนรัฐบาล” “วัคซีนทางเลือก” และ “วัคซีนตัวเลือก” โดยวัคซีนแต่ละชนิดที่นำเข้ามีความแตกต่างกันตามจุดประสงค์การใช้งานของแต่ละพื้นที่ ดังนั้นการที่เรารับบริการฉีดวัคซีนต่างๆ จึงมีทั้งวัคซีนที่ฟรี และวัคซีนที่เสียเงิน ซึ่งอาจทำให้หลายคนสงสัยได้ว่าทำไมวัคซีนชนิดนี้ต้องจ่าย หรือทำไมวัคซีนชนิดนี้รัฐบาลจัดหาให้ มีตัวไหนที่สามารถจองและใช้บริการได้แล้วบ้าง 

 

 

 

เพื่อความเข้าใจว่าใคร หรือกลุ่มใด สามารถฉีดวัคซีนกลุ่มไหนได้บ้าง หรือมีช่องทางใดที่สามารถประสานหรือลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดได้ วันนี้ TrueID มีคำตอบมาฝาก พร้อมสรุปเบื้องต้นเกี่ยวกับประชาชนกลุ่มไหนที่สามารถใช้วัคซีนแต่ละชนิด

 

 


นโยบายรัฐบาลที่เดินหน้าฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่ประชาชนในประเทศไทย และตั้งเป้าฉีดให้ได้อย่างน้อย 70% หรือประมาณ 50 ล้านคนในปี 2564 โดยต้องนำเข้าวัคซีนโควิด 100 ล้านโดสในปีนี้ และล่าสุดเปลี่ยนเป็นต้องได้ถึง 150 ล้านโดสในปี 2565

 

 

 

ซึ่งปัจจุบัน(ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย.2564) มีการนำเข้ามาใช้ และมีการเจรจาเพื่อทำสัญญาซื้อขายรวม 6 ยี่ห้อ ได้แก่ ซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า ไฟเซอร์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซิโนฟาร์ม และโมเดอร์นา ส่วนยี่ห้ออื่นๆ ยังอยู่ระหว่างยื่นเอกสาประเมินคำขอขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โดยมี วัคซีนสปุตนิค วี นำเข้าโดย บริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด และวัคซีนโควาซิน นำเข้าโดยบริษัทไบโอจีนีเทค จำกัด

 

 


ทำความเข้าใจ “วัคซีนรัฐบาล” จัดหา


รัฐบาลได้นำเข้าและให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด19 จำนวน 2 ชนิด คือ วัคซีนซิโนแวค และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

 

1.เริ่มจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 2564 โดยกลุ่มเป้าหมายแรก คือ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

 

 

2.ตามแผนฉีดวัคซีน มิ.ย.-ก.ค. ฉีดให้แก่ 2 กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ประกอบด้วย โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง เบาหวาน และโรคอ้วน ซึ่ง 2 กลุ่มนี้เมื่อรับเชื้อแล้วมีความเสี่ยงอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้

 

 

3.ระหว่างนั้นในช่วงเดือนเม.ย. มีการระบาดระลอกใหม่ขึ้น ทำให้หลังจากนั้นมีความจำเป็นต้องนำวัคซีนมาฉีดให้แก่ประชาชนทั่วไปในพื้นที่ระบาดหนัก โดยเฉพาะพื้นที่กทม. โดยมีกรุงเทพมหานคร  สำนักงานประกันสังคม ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) 11 สถาบันมาช่วยฉีดวัคซีน อีกทั้ง ยังมีศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ ฯลฯ

 

 

ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ขณะนี้มีการเจรจาเตรียมนำเข้าประเทศไทย แบ่งเป็นวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส โมเดอร์นาจํานวน 5 ล้านโดส และวัคซีนจอห์นสันฯ อีก 5 ล้านโดส แต่ปัจจุบันยังไม่มีการนำเข้ามา

 

 

สอบถามข้อมูลการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดของรัฐบาล ติดต่อ ดังนี้ 

 

-  หากเป็นส่วนภูมิภาคหรือต่างจังหวัด ติดต่อข้อมูลได้ผ่านทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดของพื้นที่ตนเอง หรือสอบถามทาง อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) หรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค  1422

 

 

-  หากเป็นพื้นที่กทม. ติดต่อทางกรุงเทพมหานคร หรือเว็บไซต์ไทยร่วมใจ https://www.xn--82c3a4adfy1rc3b.com/ 

 

 

-  ทั้งนี้ กรณีผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และบุคคลที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรค ที่จองคิวผ่าน “หมอพร้อม” และถูกเลื่อนนัดหมายเฉพาะเดือน มิ.ย. 2564 หากท่านต้องการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ กรุณานัดหมายล่วงหน้าผ่านช่องทางต่อไปนี้

 

 

1. ติดต่อ Call Center โทร. 02-792-2333

 

 

2. ผู้ที่จองคิวฉีดวัคซีนในพื้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนสิงหาคม 2564 หากยังไม่ได้รับการประสาน กรุณาแจ้งข้อมูลผ่าน Google Forms > QR-Code ตามภาพ หรือ คลิกที่ https://forms.gle/649P1ddWKA9p9VaN9 จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับตามเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้เพื่อนัดหมายฉีดวัคซีน

 


เมื่อท่านนัดหมายเรียบร้อยแล้วจะได้รับ SMS ยืนยันเวลาไปรับวัคซีนพร้อมแจ้งสถานที่ฉีดวัคซีน ให้ท่านนำบัตรประจำตัวประชาชนและ SMS ที่ได้ไปแสดง ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ 

 

 

หมายเหตุ: ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อไม่สามารถรับผู้ที่ Walk-in ได้ เนื่องจากจัดเตรียมวัคซีนตามจำนวนผู้ที่นัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น

 

 

 

 

 

 


ทำความเข้าใจ “วัคซีนทางเลือก” หรือ “วัคซีนโมเดอร์นา” ที่ รพ.เอกชนจัดหา


ปัจจุบันนี้ไม่มีการนำเข้ามา และยังไม่เปิดให้ฉีดในรพ.เอกชน เบื้องต้นมีการพิจารณาว่า วัคซีนโมเดอร์น่า จะเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีกำลังจ่าย และจัดบริการโดยรพ.เอกชน ทั้งนี้ จะนำเข้า จํานวน 5 ล้านโดส โดยทางบริษัทชิลลิกฯ จะทยอยจัดส่งให้องค์การฯ ในไตรมาสที่ 4/2564 ถึงเดือน มกราคม 2565

 

 

สำหรับการจองวัคซีนตัวเลือกของภาคเอกชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) ประกาศให้รพ.เอกชนรายใดต้องการโฆษณาหรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการวัคซีนโควิด-19 ยื่นคำขออนุมัติโฆษณาหรือประกาศให้ถูกต้องทุกครั้ง โดยโฆษณาหรือประกาศฯ ที่ผ่านการอนุมัติแล้ว ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้รับบริการ

 

 

ซึ่งในการโฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 นั้น สบส.ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำหนดแนวทางในการโฆษณาเบื้องต้นไว้ 5 ข้อ ดังนี้

 

 

1.วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ที่จะโฆษณาต้องได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยา และได้รับการอนุมัติให้โฆษณายาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

 

 

2.โฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล กรณีการจองวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ต้องยื่นขออนุมัติจากผู้อนุญาต ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 คือ สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หากได้รับการอนุมัติแล้วจึงสามารถเผยแพร่โฆษณาได้

 

 

3.หากสถานพยาบาลมีการเรียกเก็บเงินมัดจำ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ จากประชาชน หากไม่สามารถดำเนินการตามถ้อยคำที่ปรากฏในโฆษณา จะต้องคืนเงินมัดจำหรือค่าใช้จ่ายใดๆเต็มจำนวน

 

 

4.การกำหนดระยะเวลาในการฉีดวัคซีน ต้องกำหนดระยะเวลาให้ใกล้เคียงที่จะได้รับวัคซีนมาให้บริการจริงมากที่สุด เพื่อป้องกันมิให้ประชาชนเกิดความคาดหวังเกินจริงกับระยะเวลา และป้องกันมิให้ประชาชนต้องรอคอยเนิ่นนานจนเกินสมควร

 

 

5.ในการโฆษณาทุกครั้งต้องระบุข้อความ “รัฐบาลได้มีการจัดสรรวัคซีนโควิด 19 ให้กับประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย” และ “ส่วนการจองวัคซีนโควิด 19 ของสถานพยาบาลเอกชนเป็นทางเลือกหนึ่งที่ประชาชนสามารถเลือกรับบริการได้ แต่ต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง” เพื่อให้ประชาชนได้พิจารณาตัดสินใจก่อนรับบริการ

 

 

 

 

ทำความเข้าใจ “วัคซีนตัวเลือก” หรือ “วัคซีนซิโนฟาร์ม”


วัคซีนซิโนฟาร์ม เป็นวัคซีนตัวเลือกที่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นผู้แทนในการจัดซื้อในนามรัฐ กับทางผู้ผลิต และนำเข้ามา โดยมีข้อกำหนดตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ซึ่งมีกฎหมายรองรับให้ดำเนินการได้ โดยกำหนดผู้ที่สามารถขอรับการจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

 

-  องค์กรนิติบุคคล หรือหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ (องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น) องค์กรการกุศล และหน่วยงานเอกชน โดยการพิจารณาการจัดสรรในระยะที่ 1 ตามประเภทการดำเนินงานของหน่วยงาน (ความสำคัญด้านความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และความเหลื่อมล้ำ) ระดับความเสี่ยงของโอกาสในการแพร่เชื้อให้กับสังคม และระดับความเสี่ยงโควิดบนพื้นที่ของทำเลที่ตั้งสถานประกอบการ

 

 

-  โดยวัคซีนที่ทางองค์กร หรือหน่วยงานตามข้อกำหนด ศบค. เมื่อได้รับการจัดสรรจากทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต้องนำไปฉีดให้แก่บุคลากรหรือกลุ่มคนภายใต้หน่วยงาน หรือองค์กร โดยห้ามนำไปจำหน่ายหรือคิดมูลค่าใดๆ

 

 

-   องค์กรนั้นๆ ต้องประสานจัดหาโรงพยาบาลเพื่อรองรับการฉีดวัคซีนตัวเลือก โดยโรงพยาบาลดังกล่าวจะต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลให้บริการฉีดวัคซีนตัวเลือกกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เพื่อควบคุมมาตรฐานความปลอดภัย โดยค่าบริการฉีดวัคซีนนั้น สถานพยาบาลสามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้กับองค์กร/หน่วยงานนั้นได้ แต่ห้ามเรียกเก็บจากผู้รับการฉีดเป็นอันขาด

 

 

-   องค์กรและบริษัทที่ตรวจสอบสถานะการจัดสรรวัคซีนที่ https://vaccine.cra.ac.th และได้รับการจัดสรรวัคซีนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอีเมลเพื่อรับรหัส log in เข้าระบบลงทะเบียน โปรดตรวจสอบที่ Junk mail ของท่าน หรือหากไม่พบอีเมลจากราชวิทยาลัยฯ แจ้ง ศูนย์ประสานงานวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โทร. 02576-6000 ต่อ 7016  

 

 

-  ณ ขณะนี้ไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปทำการจองฉีดวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” หรือติดต่อสอบถามข้อมูลโครงการวัคซีนตัวเลือก "ซิโนฟาร์ม"  โทร.  02576-6833 - 35   

 

 

 


ข้อมูลจาก Hfocus , หมอพร้อม , ไทยร่วมใจ

 

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง