ช่วงเวลาวัดใจ สหรัฐฯ-อิหร่าน ปะทะหรือไม่?

ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มศว ให้สัมภาษณ์ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN ในรายการ "ไปตามเกม" ในประเด็นสำคัญที่ประชาคมโลกให้ความสนใจอย่างกว้างขวางเรื่องความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังจากที่ทั้งสองชาติมีความเคลื่อนไหว แสดงออกทางคำพูด และทางทหารที่น่าสนใจ จนนำมาสู่คำถามที่ว่า "สงครามครั้งใหญ่ ระหว่างสองมหาอำนาจจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่"
สหรัฐฯ–อิหร่าน : ยืนบนปากเหวสงคราม หรือเกมข่มขู่ที่ยังไม่อยากลั่นไก
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในเวลานี้ ถูกฉายภาพอย่างชัดเจนว่า “เสี่ยงสูงสุด” ราวกับทั้งสองฝ่ายกำลังยืนอยู่บนปากเหวของความขัดแย้ง อาจารย์มาโนชญ์ วิเคราะห์ว่า นี่คือช่วงเวลาวัดใจ หากฝ่ายใดเริ่มก่อน อีกฝ่ายก็พร้อมจะตอบโต้ทันทีโดยไม่ถอย ความเสี่ยงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สองประเทศ แต่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศขนาดกลางและขนาดเล็ก เนื่องจากสหรัฐฯ กำลัง “สร้างบรรทัดฐานใหม่” ในการใช้อำนาจแทรกแซง ซึ่งอาจกลายเป็นตัวอย่างให้มหาอำนาจอื่นนำไปใช้เป็นเหตุผลในการควบคุมหรือกดดันประเทศที่อ่อนแอกว่าในอนาคต ทั้งคาดว่าชาติอื่นๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคตะวันออกกลางก็ไม่ได้ต้องการเข้าร่วมในสมการสงครามที่อาจเกิดขึ้น
ในมุมของสหรัฐฯ การเคลื่อนไหวทั้งหมดมีเหตุผลรองรับ ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ผู้นำสหรัฐฯ อย่างทรัมป์ มีเป้าหมายหลักคือการจัดการและควบคุมขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนระบอบการปกครอง เปลี่ยนผู้นำ และการจัดระเบียบโครงการพลังงานนิวเคลียร์ใหม่ทั้งหมด ประเด็นนี้ถือเป็น “เส้นแดง” ที่สหรัฐฯ และพันธมิตรอย่างอิสราเอลมองว่าไม่อาจยอมรับได้
คำถามสำคัญคือ สหรัฐฯ ทำได้หรือไม่ และมีความชอบธรรมทางกฎหมายหรือไม่ อาจารย์มาโนชญ์ ชี้ว่า แม้สหรัฐฯ จะมีศักยภาพทางทหาร และมีอำนาจในฐานะมหาอำนาจ แต่กลับขาดความชอบธรรมทางกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การที่สหรัฐฯ ส่งกองทัพเข้าไปอัฟกานิสถานและอิรัก ก็สะท้อนชัดเจนว่าเป็นการใช้กำลังโดยปราศจากความชอบธรรมด้านกฏหมายระหว่างประเทศ อาจารย์กังวลว่าเรื่องนี้อาจสร้างปัญหาระยะยาวมากกว่าคำตอบ ซึ่งหากมองมุมนี้ระเบียบโลกของเราถูกกระทบไปแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมากระทบในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ ประกาศว่าต้องการผนวกรวมกรีนแลนด์ แต่ที่เรื่องกรีนแลนด์ไปถูกยึดโยงกับเรื่องระเบียบโลกเป็นเพราะว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับชาติตะวันตก หรือสมาชิกนาโต ซึ่งเป็นมิตรของสหรัฐฯ ทำให้การส่งเสียงจึง "ดัง" และดูน่ากลัวขึ้นมาทันที
การเผชิญหน้าเป็นเพียงเกมการขู่ หรือตั้งใจทำสงครามจริง
อาจารย์มาโนชญ์ มองว่าสถานการณ์ที่เห็นว่าแข็งกร้าว อาจเป็นเพียงเกมข่มขู่มากกว่าความตั้งใจทำสงครามจริง ทั้งสองฝ่ายต่างส่งสัญญาณกดดันกันไปมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันการส่งกองเรือรบขนาดใหญ่เข้าสู่ภูมิภาค แต่ก็กล่าวในทำนองว่า “หวังว่าจะไม่ต้องใช้มัน” ซึ่งสะท้อนว่ายังมีพื้นที่สำหรับการเจรจาอยู่
อีกปัจจัยสำคัญคือ ฉากทัศน์ตะวันออกกลางที่เปลี่ยนไป ประเทศในภูมิภาคไม่ได้เผชิญหน้ากันรุนแรงเหมือนในอดีต และหลายประเทศไม่ต้องการให้ดินแดนของตนถูกใช้เป็นฐานทัพ เนื่องจากไม่อยากเข้าไปอยู่ในสมการของสงคราม รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศยังสอดคล้องกันว่า สหรัฐฯ พยายามเปิดช่องทางเจรจากับอิหร่านผ่านตัวกลาง ในขณะที่อิหร่านเองก็ส่งสารแข็งกร้าว พร้อมตอบโต้ทันที และถึงขั้นระบุว่าสงครามครั้งนี้อาจเป็น “จุดสิ้นสุด” ของความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า โลกกำลังอยู่ท่ามกลางความไม่แน่นอน ที่เส้นแบ่งระหว่างการข่มขู่กับสงครามจริงบางลงเรื่อย ๆ อาจารย์มาโนชญ์มองว่าจุดเสี่ยงอีกประการคือ "อุบัติเหตุ" ที่อาจนำไปสู่การยกระดับความขัดแย้ง และสุดท้าย เกมวัดใจครั้งนี้จะจบลงที่โต๊ะเจรจา หรืออาจจะมีใครก้าวพลาดจนทั้งโลกต้องรับผลกระทบร่วมกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
