รีเซต

เจาะลึก 3 ปัจจัย ชุบชีวิต "SMEs ไทย"

เจาะลึก 3 ปัจจัย ชุบชีวิต "SMEs ไทย"
TNN ช่อง16
22 มกราคม 2569 ( 09:00 )
18

ผศ.ดร.อดุลย์ ศุภนัท คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มศว ให้สัมภาษณ์ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 ใน มอร์นิ่ง โฟกัส เรื่อง "เจาะลึก 3 ปัจจัย ชุบชีวิต SMEs ไทย" ฉายภาพว่าท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน การแข่งขันรุนแรงทุกมิติ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งแรงกระแทกต่อภาคธุรกิจ โดยเฉพาะต่อ SMEs อย่างแรง เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่สำคัญมาก รัฐบาลใหม่ของไทยต้องเร่งแก้ไข เพราะ SMEs แม้จะไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่ แต่เป็นจุดเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงาน เป็นรากฐานของเศรษฐกิจท้องถิ่น เป็นห่วงโซ่เชื่อมธุรกิจ โดยอาจทำหน้าที่เป็นซัพพลายเออร์ เช่น เป็นผู้รับเหมาช่วง เป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนให้ อาจสามารถพูดได้ว่าหาก "เศรษฐกิจ" คือร่างกาย "SMEs" ก็คือเส้นเลือดหรือเส้นประสาทนั่นเอง

การฟื้นชีวิต SMEs ไทยไม่ใช่เรื่องของมาตรการระยะสั้น แต่ต้องอาศัยการปรับโครงสร้างเชิงระบบ โดยที่ อาจารย์อดุลย์ เสนอ 3 ปัจจัยหลักที่ต้องเดินควบคู่กัน หากต้องการให้ SMEs ไทยยืนได้อย่างยั่งยืนในโลกที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หนึ่ง: เสริมสภาพคล่อง ป้องกันหนี้เสีย เปิดทางเข้าถึงทุน
ปัญหาใหญ่ของ SMEs ไทยไม่ใช่การขาดความคิดที่สร้างสรรค์ หรือไอเดีย แต่คือการขาด “ลมหายใจทางการเงิน” ค่าเงินบาทแข็งทำให้รายได้จากการส่งออกหดตัว ขณะที่ต้นทุนยังคงเดิมหรือเพิ่มขึ้น หากขาดสภาพคล่องเพียงช่วงสั้น ก็อาจลุกลามเป็นหนี้เสียในระยะยาว อาจารย์อดุลย์ชี้ว่า ระบบการเงินไทยต้องเพิ่มความยืดหยุ่น เปิดช่องทางให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ทั้งในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยเหมาะสม การค้ำประกัน และเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการพักหนี้ชั่วคราว เปรียบการทำธุรกิจเหมือนการดำน้ำ ผู้ประกอบการที่มีถังออกซิเจนมากกว่าย่อมสามารถดำน้ำได้ดีกว่านั่นเอง

สอง: เพิ่มนวัตกรรม ยกระดับด้วย AI ไม่ใช่แค่ลดต้นทุน แต่เพิ่มมูลค่า
ในโลกที่แข่งขันด้วยความเร็วและประสิทธิภาพ การพึ่งแรงงานราคาถูกหรือความได้เปรียบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป อาจารย์อดุลย์มองว่า AI และเทคโนโลยีไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องไกลตัวของ SMEs แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับสินค้า บริการ และกระบวนการผลิต ตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาด การจัดการสต๊อก ไปจนถึงการออกแบบสินค้าหรือบริการ หากรัฐและสถาบันการศึกษาสามารถเชื่อมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และผู้ประกอบการเข้าด้วยกันได้ SMEs ไทยจะไม่ใช่เพียง “ผู้ตาม” แต่สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดโลกได้ SMEs ไทยต้องมีความรู้ในการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างมูลค่าเพิ่ม และนวัตกรรมได้

สาม: จัดการทุนสีเทา ฟื้นความเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจ
อีกปัจจัยที่บ่อนทำลาย SMEs อย่างเงียบๆ คือทุนสีเทาและธุรกิจนอกระบบ ที่สร้างการแข่งขันไม่เป็นธรรม กดราคา บิดเบือนกลไกตลาด และดูดทรัพยากรออกจากระบบเศรษฐกิจที่ถูกกฎหมาย อาจารย์อดุลย์ชี้ว่า หากปล่อยให้ปัญหานี้ดำรงอยู่ การอัดฉีดเงินหรือส่งเสริมนวัตกรรมก็อาจไม่เกิดผลเต็มที่ เพราะ SMEs ที่ทำถูกต้องจะยังเสียเปรียบเชิงโครงสร้าง การจัดการทุนสีเทาจึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่คือการสร้างสนามแข่งขันที่ยุติธรรมให้ธุรกิจไทย


บทสรุปที่ได้รับจากการสนทนาครั้งนี้ ผู้เขียนมีความเห็นว่าการชุบชีวิต SMEs ไทยในยุคเงินบาทแข็งและโลกปั่นป่วน ไม่ใช่สูตรสำเร็จแบบ “ยาเม็ดเดียวหาย” แต่ต้องอาศัยการประคองทางการเงิน การเร่งยกระดับด้วยนวัตกรรม และการจัดระเบียบเศรษฐกิจให้โปร่งใส หากทำได้ครบทั้งสามตามที่อาจารย์อดุลย์แนะนำคาดว่า SMEs จะไม่เพียงรอดพ้นวิกฤต แต่ยังอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว โจทย์ใหญ่คือหากปล่อยให้ทุนสีเทาแข่งขันในสนามเดียวกับธุรกิจถูกกฎหมาย การส่งเสริม SMEs จะยังมีความหมายอยู่หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว ประเทศไทยต้องการ SMEs ที่ “แข็งแรงและสร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง”

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง