คุมทองสยบ "บาทแข็ง" ทางรอดเศรษฐกิจไทย

ผศ.ดร.อดุลย์ ศุภนัท คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มศว ให้สัมภาษณ์ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าวTNN16 ในรายการมอร์นิ่ง โฟกัส เรื่องโจทย์ใหญ่ของไทยในการควบคุมค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง และผลกระทบที่ต้องจับตามองจากปัญหาดังกล่าวนี้
ค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงนี้ ตามทฤษฎีในด้านหนึ่งจะเป็นสัญญาณสะท้อนความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของนักลงทุน แต่ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาเร่งด่วน ที่รอไม่ได้และควรต้องแก้ไข เพราะบาทที่แข็งค่ากลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อเครื่องยนต์หลัก หรือพระเอกสำคัญของประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าคือ "ภาคการส่งออก" และ "ภาคการท่องเที่ยว"
อาจารย์อดุลย์ อธิบายสั้นๆว่าค่าเงินบาทแข็งค่าสืบเนื่องมาจากปัจจัยสำคัญหลายอย่าง ยกตัวอย่างที่สำคัญคือนโยบายเรื่องดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง ในทางกลับกันค่าเงินบาทกลับสูงขึ้น ในขณะที่มีอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เราต้องติดตามคือความสัมพันธ์ระหว่างทองกับค่าเงินบาท
ในยามที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ทั่วโลก รวมไปถึงความกังวลด้านเศรษฐกิจ อาจเป็นจากนโยบาย "ภาษีทรัมป์" ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวล จึงมีความต้องการลงทุน หรือครอบครองทองในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อความต้องการมีมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามทฤษฎีคือราคาทองที่พุ่งสูงขึ้น ยิ่งในช่วงที่ราคาพุ่งสูงสุดทุบตัวเลขเดิมๆ สร้าง All Time High นักลงทุนอาจเทขายเพื่อทำกำไร ขายออกมาเป็นดอลลาร์ เอาไปแลกเป็นเงินบาท ส่งผลให้ค่าเงินบาทของเราแข็งค่าตามไปด้วย
เรื่องนี้สำคัญอย่างไร กระทบต่อไทยหรือไม่
สำหรับภาคส่งออก ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นหมายความว่าสินค้าไทยมีราคาสูงขึ้นทันทีในสายตาตลาดโลก แม้ต้นทุนการผลิตในประเทศจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่รายได้เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทกลับลดลง เรื่องนี้อันตรายตรงที่ว่าความสามารถในการแข่งขันของไทยจะลดลงทันที โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคที่ค่าเงินอ่อนกว่า ผู้ส่งออกจำนวนไม่น้อยต้องเจอแรงบีบ ทำให้หายใจได้ลำบากมากขึ้น จำเป็นต้องเลือกระหว่างการขึ้นราคาเสี่ยงเสียลูกค้า หรือยอมรับกำไรที่ลดลงเพื่อรักษาตลาดเอาไว้
ด้านภาคท่องเที่ยว ค่าเงินบาทแข็งค่าทำให้ไทย “แพงขึ้นโดยไม่ตั้งใจ” นักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจชะลอการตัดสินใจเดินทาง หรือเลือกประเทศอื่นเป็นจุดหมายแทน ขณะที่นักท่องเที่ยวที่ยังเดินทางมา ก็มีแนวโน้มควบคุมการใช้จ่ายมากขึ้น พักสั้นลง หรือเลือกบริการที่ประหยัดกว่า ส่งผลต่อรายได้ของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยตรง
วิธีการรับมือตามมุมมองของ ผศ.ดร.อดุลย์ ศุภนัท
"ผมมองว่าไทยเรามีเครื่องมือในการรับมือกับเงินบาท ธนาคารแห่งประเทศไทยมีกลไลในการรับมือ ควบคุม แม้ไม่ได้แทรกแซงตลอดเวลา แต่แบงค์ชาติจะดูความเหมาะสมว่าเมื่อไหร่ควรใช้มาตราการอะไร เพื่อแก้ไขปัญหา อาจเป็นการการดูแลจังหวะ มากกว่าการฝืนทิศทาง เพราะค่าเงินไม่ใช่สิ่งที่สามารถสั่งให้แข็งหรืออ่อนได้ตามใจ แต่ต้องปล่อยให้สะท้อนปัจจัยเศรษฐกิจพื้นฐาน ส่วนอีกเรื่องที่ต้องติดตามคือการควบคุมธุรกรรมทอง ป้องกันปัญหาฟองสบู่ การเก็งกำไร ลดความเสี่ยงเงินบาทผันผวนแรง""
ในมุมมองของผมคิดว่า เงินบาทที่แข็งค่าเป็นตัวเร่งที่ทำให้เห็นข้อจำกัดหรือปัญหาเชิงโครงสร้างของไทย เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าเรายังพึ่งพาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก เมื่อค่าเงินไม่อ่อนช่วย จุดอ่อนดังกล่าวจึงปรากฏเด่นชัด ทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ โจทย์สำคัญของไทยคือการปรับตัวเพื่อให้สามารถยืนอยู่ได้แม้ในวันที่ค่าเงินไม่เป็นใจ การเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ การสร้างเอกลักษณ์และคุณภาพที่ไม่สามารถถูกทดแทนได้ง่าย รวมไปถึงการสร้างนวัตกรรมคือหนทางที่จะช่วยให้ภาคส่งออกและการท่องเที่ยวยังคงเดินหน้าต่อไปได้
ค่าเงินบาทที่แข็งอาจทำให้พระเอกเศรษฐกิจไทยเหนื่อยขึ้นในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็เป็นบททดสอบสำคัญว่าเศรษฐกิจไทยจะก้าวข้ามการพึ่งพาความได้เปรียบด้านราคา ไปสู่การเติบโตบนฐานของคุณค่าได้หรือไม่
ส่วน "การคุมทอง" สยบบาทแข็ง ไม่ใช่การ “ห้ามซื้อขายทอง” แต่เป็นการ กำกับกระแสเงิน เช่น ให้ซื้อขายทองคำผ่านบัญชีเงินตราต่างประเทศมากขึ้น หรือชะลอการแปลงเงินตรา เพื่อลดแรงกดดันต่อเงินบาทในระยะสั้น ลดแรงเหวี่ยงของเงินบาทได้ชั่วคราว แต่คำถามคือว่าการกระทำดังกล่าวนี้จะสามารถเป็นคำตอบที่ถาวรหรือไม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
