หุ้นกลุ่มสายการบิน โรงแรม ท่องเที่ยว บวกสดใส ขานรับประกาศเปิดประเทศใน 120 วัน

หุ้นกลุ่มสายการบิน โรงแรม ท่องเที่ยว บวกสดใส ขานรับประกาศเปิดประเทศใน 120 วัน
TNN Wealth
17 มิถุนายน 2564 ( 18:38 )
31
หุ้นกลุ่มสายการบิน โรงแรม ท่องเที่ยว บวกสดใส ขานรับประกาศเปิดประเทศใน 120 วัน

ข่าววันนี้ หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงวานนี้ตั้งเป้าเปิดประเทศ ภายใน 120 วัน ทำให้สร้างบรรยากาศเชิงบวกกับหุ้นกลุ่มสายการบิน และ ท่องเที่ยว รวมถึงโรงแรม ที่เช้านี้ส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น และมีมูลค่าการซื้อขายค่อนข้างมาก โดยราคาปิดครึ่งวันเช้า เมื่อเวลา 12.30 น.  

 

  • ราคาหุ้น AOT ราคาอยู่ที่ 68.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท (+1.12%)
  • ราคาหุ้น AAV อยู่ที่ 3.22 บาท เพิ่มขึ้น 0.42 บาท (+15.00%)
  • ราคาหุ้น BA ราคาอยู่ที่ 10.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท (+7.07%)
  • ราคาหุ้น SHR ราคาอยู่ที่ 3.54 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท (+0.57%)
  • ราคาหุ้น ERW ราคาอยู่ที่ 3.32 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท (+1.22%)
  • ราคาหุ้น CENTEL ราคาอยู่ที่ 36.25 บาท ลดลง 0.25 บาท (-0.68%)
  • ราคาหุ้น MINT ราคาอยู่ที่ 33.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง 

 


นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า แถลงการณ์จากของนายกรัฐมนตรี เย็นวานนี้มีสัญญาณบวกจาก 3 ประเด็นหลัก 1)ปัจจุบันมีสัญญาจัดซื้อวัคซีนแล้ว 105.5 ล้านโดส มากกว่าเป้าที่ 100 ล้านโดส โดยทั้งหมดจะทยอยส่งมอบเข้ามาภายในปีนี้ 2)คาดสามารถฉีดวัคซีนเฉลี่ยเดือนละ 10 ล้านโดส หากวัคซีนส่งมอบตามแผน และราวเดือน ต.ค. 2564 คาดการฉีดเข็มแรกจะได้อย่างน้อย 50 ล้านคน 3)นายกฯ ตั้งเป้าจะเปิดประเทศ ภายใน 120 วัน โดยรวมเรามีมุมมองบวกต่อการตั้งเป้าหมายของรัฐบาลที่ท้าทาย และกรณีทำได้จริงจะหนุนหุ้น Theme Re-Opening โดดเด่นตลอดไตรมาส 3 แนะนำ CRC, BJC, BDMS, BEM, BA, ERW, CENTEL, SPA เด่นสุดใน Theme นี้



ฝ่ายวิจัย บล. เอเซีย เวลท์ ยังให้น้ำหนักหุ้นในกลุ่ม Laggard และกลุ่ม Re-opening (Domestic Play) หลังนายกฯ มีแผนเปิดประเทศภายใน 120 วัน โดยระหว่างนี้จะดำเนินการฉีดวัคซีนเชิงรุก เพื่อให้คนไทยไม่น้อยกว่า 50 ล้านคน ได้รับวัคซีนเข็มแรกภายในต้นเดือน ต.ค. 64 ทำให้ต้องมีอัตราการฉีดต่อวันไม่น้อยกว่า 3.75 แสนโดส ขณะที่ปัจจุบันจำนวนผู้ได้รับวัคซีนแล้วอยู่ที่ 4.9 ล้านคน คิดเป็น 10% ของเป้าหมาย 50 ล้านคน ภายในต้นเดือน ต.ค. การดำเนินการของภาครัฐฯ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนจำนวน 6 ราย และมีการลงนามเซ็นสัญญาซื้อวัคซีนไปแล้วกว่า 105.5 ล้านโดส (มากกว่าเป้าหมาย 100 ล้านโดส) ขณะที่ภาครัฐฯ ยังคงแผน Phuket Sandbox ภายในวันที่ 1 ก.ค. เช่นเดิม 


นายโชติช่วง ธีรขจรโชติ รองกรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน Thanachart Fund Eastspring เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังของปี 64 ที่คาดว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จากปัจจัยขับเคลื่อน 2 ประการ


ปัจจัยแรก เรื่อง การปูพรมกระจายวัคซีน ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นต้นมา ที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการกลับไปใช้ชีวิตปกติของผู้คนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงและประคองเศรษฐกิจในปีนี้

 


ส่วนปัจจัยที่สอง คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลบวกต่อภาคการส่งออก เห็นได้จากการที่ยอดส่งออกของไทยกลับมาขยายตัวได้ดีในอัตรา 16-19% ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มที่ดีไปถึงปีหน้า เมื่อเริ่มมีการกระจายวัคซีนได้ดีขึ้น คาดว่าประเทศไทยจะสามารถกลับมาต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ในปลายปีนี้ ทั้งนี้ ตัวเลขของภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวเคยสูงสุดถึง 71% ของ GDP ช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 จากนั้นหดตัวเหลือ 60% ในช่วงระบาด ดังนั้น การฟื้นตัวของภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของไทยในระยะต่อไป


นายโชติช่วง ยังกล่าวถึง ทิศทางการลงทุนของประเทศไทยว่า แม้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET Index จะปรับตัวขึ้นมาเหนือระดับ 1,600 จุด แต่เป็นการปรับตัวขึ้นตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการปรับคาดการณ์กำไรของบริษัทในตลาดที่เพิ่มขึ้นจากเมื่อต้นปี 6.1% ในปีนี้ และ 6.9% ในปีหน้า จึงส่งผลให้หุ้นไทยยังอยู่ในระดับไม่แพง นอกจากนี้ เมื่อบริษัทต่าง ๆ มีกำไรที่ดีขึ้น รวมถึงการจ่ายปันผลในระยะต่อไปก็น่าจะดีขึ้นตามไปด้วย

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง