รีเซต

SAPPE คาด Q3/69 เติบโต ยอดขายตปท.ฟื้นตัว โบรกแนะ”เก็งกำไร”

SAPPE คาด Q3/69 เติบโต ยอดขายตปท.ฟื้นตัว โบรกแนะ”เก็งกำไร”
ทันหุ้น
11 สิงหาคม 2569 ( 15:00 )

#SAPPE #ทันหุ้น-SAPPE คาดผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 เติบโตต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากยอดขายที่ฟื้นตัวในหลายประเทศที่เป็นตลาดหลัก พร้อมผลักดันรายได้ทั้งปี 2569 เติบโต 15% ตามเป้าหมาย ขณะที่ผลดำเนินงานไตรมาส 2/69 มีรายได้จากการขาย 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% QoQ และมีกำไรสุทธิ 189 ล้านบาท รับอานิสงส์ตลาดต่างประเทศและในประเทศฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศักยภาพการบริหารจัดการต้นทุน แม้ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากตลาดตะวันออกกลาง ด้านโบรกเกอร์มองกำไรไตรมาส 2/69 ใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ มองแนวโน้มไตรมาส 3/69 ในทิศทางเดียวกับผู้บริหารจะเติบโต แนะนำ"เก็งกำไร" ให้ราคาเป้าหมายที่ 35.00 บาท

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/69 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากยอดขายที่ฟื้นตัวในหลายประเทศที่เป็นตลาดหลัก ตลอดจนความคาดหวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะค่อยๆ คลี่คลาย โดยแม้ภาพรวมการเติบโตของรายได้ทั้งปี จะมีปัจจัยกดดันและความท้าทายจากความไม่แน่นอนในต่างประเทศ แต่ SAPPE ยังคงมุ่งมั่นผลักดันผลการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายเดิมที่จะเติบโต 15% ด้วยการบริหารจัดการต้นทุนที่เข้มแข็ง และศักยภาพของการเป็นแบรนด์ในระดับโลก

สำหรับผลดำเนินงานไตรมาส 2/69 บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ที่มีรายได้จากการขาย 1,292 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,538 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มเอเชียและสหรัฐอเมริกา ขณะที่ยุโรปเริ่มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตามยอดขายจากตะวันออกกลางชะลอตัวลงจากผลกระทบชั่วคราวของการขนส่งจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

สำหรับกำไรสุทธิ 189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% QoQ ที่มีกำไรสุทธิ 183 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายทางการขายและการตลาด (Selling Expenses) ที่เพิ่มขึ้นในการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ รองรับการเติบโตในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม SAPPE ยังคงความสามารถทำกำไรอย่างแข็งแกร่ง โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) 44.2% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ถึงแม้ว่าต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน และราคาเม็ดพลาสติก (Resin) ปัจจัยหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาท และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ผ่านโครงการลดต้นทุนภายใน (Cost Saving) การเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) และการล็อกราคาวัตถุดิบ เช่น น้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว

รายได้จากการขายต่างประเทศในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1,071 ล้านบาท ลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจาก สถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ยอดขายในตลาดตะวันออกกลางลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยอดขายในตลาดอเมริกายังคงเติบโตต่อเนื่องจากการขยายช่องทางจัดจำหน่าย ขณะที่ตลาดเอเชียยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมายเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

รายได้จากการขายในประเทศในไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 429 ล้านบาท ลดลง 3.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมะพร้าวที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องมาจากไตรมาส 1 ส่งผลให้รายรับจากธุรกิจ All Coco ลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (Functional Drinks & Healthier Drinks) มีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะแบรนด์ B'lue (บลู) ที่สร้างยอดขายเติบโตได้อย่างโดดเด่น ตอบโจทย์เทรนด์รักสุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่

**โบรกแนะ"เก็งกำไร"

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า SAPPE มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 189 ล้านบาท (+3% QoQ, -24% YoY) ใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิจัยคาด แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดราว 8% โดยกำไรที่เติบโต QoQ เป็นผลหลักจากยอดขายที่คาดเพิ่มขึ้น 16% QoQ จากผลของฤดูกาล ซึ่งช่วยหนุนให้ยอดส่งออกเติบโต14% QoQ และยอดขายในประเทศสูงขึ้น 21% QoQ อย่างไรก็ดี กำไรที่เติบโตได้น้อย เนื่องจากมีแรงฉุดจาก 1) อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ลดลงเหลือ 44.2% ในไตรมาส 2/69 จาก 45.7% ในไตรมาส 1/69 เพราะต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูงขึ้น และ 2) ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้นตามการทำกิจกรรมทางการตลาดเพิ่มขึ้น

ส่วนกำไรที่หดตัวแรง YoY มีสาเหตุหลักจาก 1) ยอดขายลดลง 3% YoY จากการหดตัวของยอดขายในภูมิภาคตะวันออกกลางและยุโรป และ 2) ค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น 3.7% มาอยู่ที่ 31.0% จากการลงทุนด้านการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการขยายตลาด และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในอนาคต

ประเมินแนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/69 น่าจะเติบโตได้ทั้ง QoQ และ YoY จากยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นหลัก โดยได้แรงหนุนจาก 1) ปัจจัยฤดูกาล ที่ตามปกติไตรมาสที่ 3จะเป็น high season ของการส่งออก 2) การเริ่มกระจายสินค้าของคู่ค้ารายใหม่ในอินโดนีเซีย 3) คลื่นความร้อนในยุโรป และ 4) ฐานต่ำของตลาดสหรัฐจากความกังวลนโยบายด้านภาษีในไตรมาส 3/68 อย่างไรก็ดีคาดผลบวกของยอดขายที่เพิ่มขึ้นจะถูกลดทอนลงบางส่วน จากทั้งต้นทุนบรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดน่าจะยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง

ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY โดยได้ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 35 บาท แนะนำ"เก็งกำไร" จากแนวโน้มผลประกอบการที่คาดสูงขึ้นในไตรมาส 3/69 ประกอบกับรอรับเงินปันผลสำหรับปี 2569 ที่คาดไว้ที่ 6.7%

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง