รีเซต

ลดคาร์บอนแต่ยอดไม่เดิน! พลิกเกมงัด “อาวุธลับ” อัปราคาสินค้าปราบคู่แข่ง

ลดคาร์บอนแต่ยอดไม่เดิน! พลิกเกมงัด “อาวุธลับ” อัปราคาสินค้าปราบคู่แข่ง
ทันหุ้น
20 กันยายน 2569 ( 17:00 )
11

รีดคาร์บอนจนเลือดตาแทบกระเด็นแต่ยอดขายไม่ขยับ ถึงเวลาพลิกเกมรุกด้วย อาวุธลับอัปราคาสินค้าปราบคู่แข่ง

#ทันหุ้น - ท่านผู้อ่านคะ ท่านเคยเหนื่อยฟรี ไหมคะ ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ท่านอุตส่าห์ทุ่มงบมหาศาลรีด ลดคาร์บอนในโรงงานจนแทบจะไม่มีอะไรให้ลดแล้ว แต่ยอดขายกลับยังคงที่ แถมลูกค้ายุโรปก็ยังขอกดราคาสินค้าท่านลงอีก ในขณะที่คู่แข่งบางราย ไม่ได้มีโรงงานที่รักษ์โลกไปกว่าท่านเลย แต่เขากลับคว้าออเดอร์ลอตใหญ่ในราคาพรีเมียมได้แบบชิลๆ เพียงเพราะเขารู้จักวิธีขายของด้วย Scope 4

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน ตลอดบทความที่ผ่านมา ดิฉันพาท่านไปอุดรูรั่วหลังบ้าน จัดการพลังงาน และรับมือกับกฎหมายยุคใหม่มาอย่างโชกโชน แต่วันนี้ดิฉันจะขอพาท่านก้าวออกจาก เกมรับ สู่ เกมรุกเพื่อสร้างยอดขายและเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจของท่าน ด้วยเทรนด์การตลาดยุคปัจจุบันที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกกำลังตามหา นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า Scope 4 หรือ Carbon Handprint ค่ะ

มารู้จัก Handprint (Scope 4)

เวลาเราพูดถึง Scope 1, 2, 3 มันคือ Carbon Footprint หรือรอยเท้าคาร์บอนที่เราไปย่ำทำร้ายโลก ซึ่งเป้าหมายคือต้องลดให้เหลือน้อยที่สุด

แต่ Scope 4 หรือ Carbon Handprint คือฝ่ามือแห่งการช่วยเหลือค่ะ มันคือ ปริมาณคาร์บอนที่ สินค้าของท่านไปช่วยให้ลูกค้าประหยัดได้ตลอดอายุการใช้งาน ตัวอย่างเช่น หากท่านผลิต อะลูมิเนียมน้ำหนักเบาพิเศษ การถลุงอะลูมิเนียมในโรงงานท่านย่อมปล่อยคาร์บอนมหาศาล (Scope 1) แต่เมื่อบริษัทรถยนต์ซื้ออะลูมิเนียมของท่านไปประกอบเป็นรถ EV มันช่วยให้รถคันนั้นเบาลง วิ่งได้ไกลขึ้น และประหยัดพลังงานไฟฟ้าไปได้นับหมื่นกิโลวัตต์ตลอด 10 ปี... พลังงานที่ประหยัดได้นี่แหละค่ะ คือ Scope 4 ที่ท่านสามารถนำมาเคลมเป็นผลงานขององค์กรท่านได้

หนีสงครามราคา ด้วยการขาย การประหยัด ดิฉันเพิ่งได้เข้าไปปรับกลยุทธ์ให้กับผู้ผลิตมอเตอร์อุตสาหกรรมสัญชาติไทยรายหนึ่งค่ะ พวกเขากำลังถูกคู่แข่งจากประเทศจีนตีตลาดด้วยราคาที่ถูกกว่าถึง 30% เซลล์ของบริษัทท้อแท้มากเพราะลูกค้าระดับ B2B ดูแต่ราคาหน้าบิล

สิ่งที่เราทำคือ หันมาขาย Scope 4 แทนค่ะ

เรานำเซนเซอร์ IoT และ Data เข้ามาวิเคราะห์มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ของบริษัท พบว่าแม้ราคาขายจะแพงกว่าคู่แข่ง แต่ตลอดอายุการใช้งาน 5 ปี มอเตอร์ของเรากินไฟน้อยกว่า และช่วยโรงงานลูกค้า ลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 50 ตันต่อเครื่อง เวลาไปนำเสนอขาย เซลล์ของเราไม่ได้กางสเปกมอเตอร์แข่งค่ะ แต่กาง Dashboard ให้จัดซื้อของลูกค้าดูเลยว่า ถ้าคุณพี่ซื้อมอเตอร์จีน คุณประหยัดเงินได้ 20,000 บาทในวันนี้ แต่ถ้าคุณพี่ซื้อมอเตอร์ของเรา คุณพี่จะได้เครดิตการลดคาร์บอน Scope 2 ในโรงงานของคุณพี่ทันที 50 ตัน ซึ่งถ้าตีเป็นภาษีคาร์บอนที่ประหยัดได้ ไม่ต่ำกว่า 5 เท่าเลยนะคะ

ผลลัพธ์คือ ลูกค้าจัดซื้อสนใจทันที เพราะเรากำลังช่วยเขาทำ KPI ด้านสิ่งแวดล้อมของแผนกเขาให้บรรลุเป้าหมาย ลูกค้ายอมจ่ายซื้อในราคาพรีเมียม โดยไม่ต่อรองราคาสักคำ

ขั้นตอน เสกสินค้าท่านให้มี Scope 4

ท่านผู้อ่านคะ สินค้าเกือบทุกชนิดบนโลกสามารถหา Scope 4 เจอได้ ถ้าท่านรู้จักมุมมองการใช้ Data ค่ะ

Life Cycle Assessment (LCA) ประเมินให้ได้ว่าตั้งแต่สินค้าท่านออกจากโรงงาน ไปจนถึงวันหมดอายุขัย มันช่วยให้ลูกค้าทำงานเร็วขึ้น ใช้ไฟน้อยลง หรือใช้น้ำน้อยลงกว่า ค่าเฉลี่ยตลาด เท่าไหร่

Translate to Financials (แปลงคาร์บอนเป็นเงิน)  อย่าบอกลูกค้าแค่ว่า ประหยัดไฟกี่% แต่จงบอกว่า ประหยัดเงินค่าภาษีคาร์บอนได้เท่าไหร่

Third-Party Verification เพื่อป้องกันข้อหาฟอกเขียว ท่านต้องให้หน่วยงานภายนอกมารับรองตัวเลข Scope 4 ของท่าน เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้ในรายงาน Sustainability Report ของพวกเขาได้อย่างสบายใจ

ในยุค Green Tech บริษัทที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่บริษัทที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ เพราะนั่นเป็นไปไม่ได้ถ้าท่านยังผลิตสินค้าอยู่ แต่คือบริษัทที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า โลกใบนี้ จะปล่อยคาร์บอนเยอะกว่านี้มาก ถ้าไม่มีสินค้าของเรา

ท่านนี้ ลองหยิบสินค้าชิ้นเอก ของท่านขึ้นมา แล้วถามทีมขายดูสิคะว่า สินค้าชิ้นนี้ ไปช่วยลูกค้าประหยัดคาร์บอนได้กี่ตัน  ถ้าท่านตอบได้ ท่านเพิ่งจะค้นพบเหมืองทองคำแห่งใหม่ที่คู่แข่งตามท่านไม่ทันแล้วค่ะ

พบกันบทความหน้านะคะสวัสดีค่ะ

ชมพู่ อิสรีย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง