BCPG กำไรโดด 57% YoY Q3/68

BCPG กำไรโดด 57% YoY Q3/68 พลังน้ำลาว-ลมไทย-คลังน้ำมัน ดัน EBITDA โต 25% สวนทางรายได้รวมลด
#ทันหุ้น #SET #BCPG บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ปี 2568 ด้วยความแข็งแกร่งอย่างชัดเจนในด้านการดำเนินงาน โดยบริษัทบันทึก กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Core Profit) จำนวน 711.6 ล้านบาท ซึ่งแสดงการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 57.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และพุ่งสูงขึ้นถึง 442.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) โดยมีแรงหนุนหลักจากปัจจัยฤดูกาลในธุรกิจพลังงานสะอาดและสินทรัพย์เสริมที่สร้างรายได้ดี
ในไตรมาส 3 ปี 2568 บริษัทมี รายได้จากการขายและบริการ 1,100.0 ล้านบาท ซึ่ง ลดลง 2.2% YoY แต่ เพิ่มขึ้น 41.0% QoQ ขณะที่ กำไรสำหรับงวด มีการพลิกฟื้นครั้งใหญ่จากขาดทุนสุทธิในปีก่อนและไตรมาสก่อน กลายเป็นกำไร 626.0 ล้านบาท ซึ่งแสดงการเติบโตทางตัวเลขถึง 2,072.4% YoY (เนื่องจากฐานกำไรต่ำ/ขาดทุนในปีก่อน) ความสำเร็จหลักมาจาก EBITDA ที่แข็งแกร่ง 1,565.6 ล้านบาท เติบโต 24.9% YoY
สำหรับผลการดำเนินงานสะสม 9 เดือนแรกของปี 2568 BCPG มี กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติรวม 1,040.7 ล้านบาท เติบโต 16.2% YoY ท่ามกลาง รายได้จากการขายและบริการรวม 2,611.2 ล้านบาท ซึ่งลดลง 23.3% YoY การลดลงของรายได้รวมในรอบ 9 เดือนมีสาเหตุหลักมาจากการสิ้นสุดสัญญา Adder ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย และการขายโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นไปเมื่อปี 2567
ปัจจัยขับเคลื่อนกำไร Q3/68 (YoY และ QoQ): การกระจายสินทรัพย์และความได้เปรียบทางฤดูกาล
การเติบโตของ Core Profit 57.4% YoY และ 442.7% QoQ มีที่มาจากปัจจัยสำคัญหลายส่วน:
- พลังงานน้ำใน สปป. ลาว (Hydro Power): โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำใน สปป. ลาว รับรู้ผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เหตุผลที่ชัดเจน คือปัจจัยฤดูกาลที่ ปริมาณน้ำที่มาก และ ฤดูฝนที่ยาวนานขึ้น ตลอดทั้งไตรมาส ส่งผลให้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 79.5% YoY แตะ 757.5 ล้านบาท
- พลังงานลมในไทย: โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทยรับรู้ผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการมี กำลังลมที่แรงขึ้น ตามฤดูกาล
- โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา: รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจาก รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Revenue) ที่เพิ่มขึ้นและรับรู้เต็มไตรมาส
- ธุรกิจนอกโรงไฟฟ้า: โครงการ คลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ รับรู้ผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก ปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมัน และการใช้บริการขนถ่ายน้ำมันของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
- การบริหารต้นทุนทางการเงิน: บริษัทมี ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตของกำไรทั้งในไตรมาสและรอบ 9 เดือน เหตุผลที่ชัดเจน คือการบริหารจัดการหนี้สินและดอกเบี้ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจัยฉุดรั้งและโครงสร้างรายได้ที่เปลี่ยนแปลง
แม้ผลการดำเนินงานหลักจะเติบโต แต่บริษัทก็เผชิญกับปัจจัยกดดันบางส่วน:
- ผลกระทบจาก Ft และ Adder (Ft Effect): ผลการดำเนินงานลดลงของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย เนื่องจาก ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าและอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ลดลง ประกอบกับการ สิ้นสุด Adder ที่ให้ราคาอุดหนุนพิเศษ เหตุผลที่ชัดเจน คือการเปลี่ยนแปลงตามกฎระเบียบด้านพลังงาน
- การปรับโครงสร้างสินทรัพย์ (Asset Restructuring): การ หยุดรับรู้รายได้ จากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 และการ เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งผลการดำเนินงานขาดทุน จากโครงการพลังงานลมใน สปป. ลาว ซึ่งอยู่ในช่วงนอกฤดูกาล เป็นปัจจัยฉุดรั้งบางส่วน
- รายได้ 9 เดือนลด 23.3% YoY: การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายและบริการในรอบ 9 เดือน มีสาเหตุหลักมาจาก การจำหน่ายโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด เมื่อเดือนมิถุนายน 2567
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
