รีเซต

วิกฤตค่าครองชีพ ปัจจัยซ้ำเติมที่ทำให้คนรุ่นใหม่ “ไม่อยากมีลูก ?”

วิกฤตค่าครองชีพ ปัจจัยซ้ำเติมที่ทำให้คนรุ่นใหม่ “ไม่อยากมีลูก ?”
TNN ช่อง16
6 เมษายน 2569 ( 15:07 )
23

วิกฤตค่าครองชีพ ตอกย้ำเทรนด์ “ครอบครัวไร้ลูก”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตในอนาคตของตนเอง โดยเฉพาะเรื่อง “การมีลูก” ที่เคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของชีวิตครอบครัว แต่วันนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่หลายคนลังเล หรือถึงขั้นปฏิเสธอย่างชัดเจน หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องคือ “ค่าครองชีพที่พุ่งสูง” โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนตั้งต้นของระบบเศรษฐกิจแทบทุกมิติ

น้ำมันแพง: จุดเริ่มของเศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นไม่ได้กระทบแค่ผู้ใช้รถยนต์เท่านั้น แต่ยังลามไปถึงค่าขนส่งสินค้า ค่าอาหาร และบริการต่าง ๆ เมื่อค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็ปรับตัวสูงตาม ส่งผลให้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในมุมของครอบครัว ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่ “วันนี้” แต่ยังหมายถึง “ภาระในอนาคต” โดยเฉพาะหากมีลูก ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการเลี้ยงดู

ค่าครองชีพพุ่ง รายได้ตามไม่ทัน

แม้ว่าค่าแรงในบางภาคส่วนจะมีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ในหลายกรณียังไม่สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ ทำให้กำลังซื้อของคนลดลงอย่างต่อเนื่อง ค่าเช่าที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร ค่าเดินทาง รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการศึกษา กลายเป็นภาระก้อนใหญ่ที่กินสัดส่วนรายได้มากขึ้นทุกเดือน

สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานตอนต้นถึงกลาง หลายคนต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงทางอาชีพ หนี้สิน และการขาดเงินออม ทำให้การวางแผนมีลูกกลายเป็นเรื่องที่ “เสี่ยงเกินไป”

ลูกหนึ่งคน = ความรับผิดชอบยาวนาน

การเลี้ยงเด็กหนึ่งคนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยเรียนหรือมหาวิทยาลัย มีค่าใช้จ่ายรวมหลายล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร นม ผ้าอ้อม ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกัน ค่าเล่าเรียน และกิจกรรมเสริมทักษะ ยิ่งในยุคที่การแข่งขันสูง พ่อแม่จำนวนมากรู้สึกว่าต้อง “ให้ดีที่สุด” กับลูก ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อเทียบกับรายได้ที่ไม่แน่นอน หลายคนจึงเลือก “ไม่มีลูก” เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตของตนเองให้มั่นคงมากกว่า

ภาพจาก Getty Images

เสียงจากคนรุ่นใหม่ “ไม่อยากมีลูก” ในวันที่ค่าครองชีพสูง

ท่ามกลางค่าครองชีพที่พุ่งสูง “การมีลูก” จึงกลายเป็นเรื่องที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกจะถอยห่าง ทีมข่าว TNN Online ได้พูดคุยกับสาววัยทำงานอายุ 34 ปี เพื่อสะท้อนมุมมองที่กำลังเปลี่ยนไป

“แค่ดูแลตัวเองยังยาก”

“ออย” (นามสมมติ) สาววัย 34 ปี เล่าว่า ตอนแรกตนเองตั้งใจจะมีลูกแต่พอยิ่งนานวันเจอพิษเศรษฐกิจทำใหตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว ตนเองเป็นมนุษย์เงินเดือน รายรับต่อเดือน หลังหัก ค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร และค่าเดินทางก็แทบไม่เหลือ ยิ่งช่วงนี้น้ำมันแพง ทุกอย่างขึ้นตามหมด 

ถามว่าคิดเรื่องมีลูกไหม บอกตรง ๆ ว่าไม่กล้า เพราะกลัวให้เขาได้ไม่ดีพอ ไหนจะเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องเจอ ตั้งแต่เริ่มการฝากครรภ์ การคลอดลูก ตลอดจน ค่านม ค่าอาหาร ค่าโรงเรียน ค่ารักษาพยาบาลอีก และมองว่าความไม่แน่นอนของรายได้ทำให้การมีลูกเป็นเรื่องเสี่ยง เศรษฐกิจแบบนี้ถ้าลูกเลิกจ้างจะทำอย่างไร ถ้ามีลูกต้องรับผิดชอบเขาไปอีกหลายสิบปี มันไม่ใช่แค่วันนี้แต่คืออนาคตทั้งหมด

“เศรษฐกิจแบบนี้ ใครจะกล้ามีลูก”

“ออย” (นามสมมติ) กล่าวอีกว่า ค่านิยมของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ภาวะของแพงทำให้การวางแผนครอบครัวยากขึ้น ไม่ใช่แค่น้ำมัน ค่าอาหาร ค่าการศึกษา ค่ารักษาพยาบาล ทุกอย่างแพงขึ้นหมด ถ้าจะมีลูก อยากให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ตอนนี้ยังมองไม่เห็นว่าจะทำได้

ภาพจาก TNN

ค่านิยมเปลี่ยน ความสุขไม่ได้ผูกกับการมีลูก

นอกจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจแล้ว ค่านิยมของคนรุ่นใหม่ก็เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ การมีลูกไม่ใช่ “หน้าที่” อีกต่อไป แต่เป็น “ทางเลือก” หลายคนให้ความสำคัญกับอิสรภาพ การพัฒนาตนเอง และคุณภาพชีวิตในปัจจุบันมากขึ้น

วิกฤตค่าครองชีพไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยทางเศรษฐกิจ แต่ยังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงค่านิยม ส่งผลให้ “ครอบครัวไร้ลูก” กลายเป็นทางเลือกหลักของคนรุ่นใหม่ในหลายประเทศ

สถิติ ปี 2568 เด็กเกิดใหม่ต่ำสุดรอบ 75 ปี

ตัวเลขจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (มท.) เผยว่า ปี 2568 มีเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยเพียง 416,514 คน เป็นเพศชาย 215,035 คน เพศหญิง 201,539 คน ซึ่งน้อยลงกว่าปี 2567 ถึง 43,666 คน ตัวเลขนี้ต่ำที่สุดในรอบ 75 ปี นับตั้งแต่มีการบันทึกมาและยังต่ำที่สุดในทวีปเอเชีย ตัวเลขเด็กเกิดใหม่ที่ยังไม่แตะเลข 4.2 แสนคน หากเทียบกับผู้เสียชีวิต ก็ยิ่งทำให้น่าตกใจ เพราะในปี 2568 มีคนไทยเสียชีวิตไปจำนวน 559,684 คน

10 จังหวัดที่มีการเกิดน้อยที่สุด ได้แก่

1.สมุทรสงคราม 598 คน
2.ชัยนาท 986 คน
3.สิงห์บุรี 1,010 คน
4.อ่างทอง 1,148 คน
5.ตราด 1,257 คน
6.ระนอง 1,302 คน
7.พังงา 1,354 คน
8.แพร่ 1,373 คน
9.อุทัยธานี 1,635 คน
10.อำนาจเจริญ 1,759 คน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง