วิทยาลัยในจีนบอกให้นักศึกษาออกไปมีความรักในช่วงปิดเทอม หวังสร้างครอบครัว มีบุตร

มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในมณฑลเสฉวนของจีน ออกมาเชิญชวนให้นักศึกษา “ออกไปชมดอกไม้ และตกหลุมรัก” แทนที่จะเก็บตัวอ่านหนังสืออย่างเดียวในช่วงปิภาคกลางเทอม
แนวคิดี้อาจฟังดูแปลกใหม่ในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการแข่งขันด้านการศึกษาอย่างเข้มข้น แต่เบื้องหลังกลัถูกคิดมาอย่างละเอียดและมองถึงผลในระยะยาว นั่นคือ ความพยายามของภาครัฐในการกระตุ้นทั้งการแต่งงาน การมีบุตร และการใช้จ่ายภายในประเทศ
เรื่องนี้ เกิดขึ้นที่ วิทยาลัยการบินเสฉวนเซาท์เวสต์ ทางผู้บริหารวิทยาลัยได้ประกาศธีมวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้ ว่า “ชมดอกไม้ เพลิดเพลินกับความโรแมนติก” ผ่านบัญชี WeChat อย่างเป็นทางการ โดยเชิญชวนทั้งนักเรียนและเล่าคุณครูครูให้วางหนังสือลงชั่วคราว แล้วออกไปใช้ชีวิตนอกห้องเรียน
ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากจีนเปิดเผยแผนหยุดฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงให้กับโรงเรียนต่างๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจาก ปิดเทอมใหญ่และฤดูหนาว
นอกจากนี้ ทางการยังมีแนวคิดสนับสนุนให้มีการลาพักร้อนแบบเหลื่อมเวลา เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาล ลดความแออัด และกระจายการใช้จ่ายในแต่ละพื้นที่อีกด้วย
เป้าหมายสำคัญของจีนคือการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ผ่านการส่งเสริมให้ประชาชนกว่า 1.4 พันล้านคนออกมาเดินทางและใช้เวลาพักผ่อนมากขึ้น
ขณะเดียวกันก็หวังว่า “เวลาว่าง” ที่เพิ่มขึ้น จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้คนเริ่มต้นสร้างครอบครัว และมีบุตรมากขึ้น โดยรายงานอัตราจำนวนประชากรจีนในปี 2025 เปิดเผยว่า จำนวนประชากรจีนลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน และปีที่แล้ว อัตราการเกิดก็ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ มีอัตราการเจริญพันธุ์ หรือจำนวนลูกเฉลี่ยต่อผู้หญิง 1 คน อยู่ราว ๆ ประมาณ 1.0 หรือต่ำกว่า จากตัวเลขที่ควรจะเป็นคือ 2.1 ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่าแนวโน้มนี้อาจยิ่งแย่ลง ถ้าทางการและภาคส่วนต่างๆ ยังไม่รวมมือกันแก้ไข
หลายเมืองทยอยเปิดนโยบายสุดครีเอทีฟ เพื่อกระตุ้นให้คนอย่างมีลูก นอกจากเสฉวนแล้ว ที่กรุงปักกิ่งยังได้ออกแนวทางส่งเสริมการพัฒนา “เมืองที่เป็นมิตรต่อเด็ก” โดยคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ ระบุว่า ต้องมีการยกระดับบริการสาธารณะในหลายด้าน ตั้งแต่การศึกษา สุขภาพ การเดินทาง ไปจนถึงกีฬาและกิจกรรมสันทนาการ โดยหวังว่าการสร้างเมืองที่ส่งเสริมการเติบโตของเด็ก จะเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจให้คนอยากมีบุตรเพิ่มขึ้น
ด้าน เจมส์ เหลียง ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยว Trip มองว่า สังคมจำเป็นต้องมีทั้ง “เวลา” และ “เงิน” เพียงพอในการเลี้ยงดูบุตร และยังเสริมว่า ควรมีความพยายามมากขึ้นในการให้ความรู้กับคนรุ่นใหม่ ถึงประโยชน์ทั้งในระดับสังคมและชีวิตส่วนตัวของการมีครอบครัวขนาดใหญ่ โดยเสนอว่า รัฐบาลสามารถสร้างระบบสนับสนุนที่แข็งแรงขึ้นได้ ผ่านการจัดสรรทรัพยากรใหม่ และเพิ่มความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อให้การมีลูกไม่ใช่ภาระที่หนักเกินไปสำหรับคนรุ่นใหม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
