สงคราม-น้ำมัน-ของแพง! ศึกนี้ใครเจ็บกว่ากัน "คนเมือง vs คนต่างจังหวัด"

ยุคของแพง: คนเมือง vs คนต่างจังหวัด ใครเจ็บกว่ากัน?
สถานการณ์ราคาสินค้าและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและแรงงานนอกระบบ การปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากไม่ปรับราคาอาจกระทบต่อความอยู่รอดของธุรกิจ
เรื่อง “ของแพง” กลายเป็นบทสนทนาสามัญในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นคนในเมืองใหญ่หรือคนต่างจังหวัด ต่างรู้สึกได้เหมือนกันว่า เงินในกระเป๋า “เบาลง” ทั้งที่รายได้ยังเท่าเดิม แต่วิกฤตราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่พุ่งขึ้น กลับไม่ได้กระทบทุกคน “เท่ากัน”
ภาพจาก TNN Online
คนเมือง: รายจ่ายพุ่ง แต่ยังพอมีทางเลือก?
ในเมืองใหญ่ ภาพของค่าครองชีพที่สูงขึ้นเห็นได้ชัดจากราคาอาหาร ค่าเดินทางและค่าที่อยู่อาศัยที่ขยับขึ้นพร้อมกัน แต่ก็ต้องยอมรับว่า ค่าใช้จ่ายรายวันเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทั้งค่าอาหารที่แพงขึ้นและค่าเดินทางที่สูงตามราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม คนเมืองยังมี “ทางเลือก” ให้ปรับตัว
-ใช้ขนส่งสาธารณะ
-ทำงานที่บ้าน
-เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย
คนต่างจังหวัด: ไม่มีทางเลือก คือ ความเสี่ยง
ภาพต่างออกไปในต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ระบบขนส่งสาธารณะไม่ครอบคลุม ประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพารถจักรยานยนต์ หรือ รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลักแทบ 100% ทำให้ “ค่าน้ำมัน” กลายเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกัน รายได้เฉลี่ยของคนต่างจังหวัดจำนวนไม่น้อยยังคงอยู่ในระดับจำกัด ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ต้องเสียค่าเช่าหรือค่าครองชีพเมือง
ผลกระทบจึงไม่ใช่แค่ “จ่ายเพิ่ม” แต่คือ
-กำลังซื้อที่หดตัว
-รายได้ที่ไม่พอกับรายจ่าย
-ทางเลือกในการลดต้นทุนที่แทบไม่มี โดยเฉพาะภาคเกษตร ต้นทุนอย่างปุ๋ย อาหารสัตว์ และการขนส่งเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาผลผลิตไม่ได้เพิ่มตามเสมอไป ทำให้หลายครัวเรือนต้อง “รับภาระสองด้าน” ทั้งรายจ่ายที่เพิ่ม และรายได้ที่ไม่แน่นอน
ภาพจาก AFP
ค่าอาหารและของกิน
-คนเมือง: เจอเรื่อง ค่าเซอร์วิสและค่าเช่าที่ ข้าวแกงหนึ่งจานในเมืองไม่ได้แพงเพราะวัตถุดิบอย่างเดียว แต่แพงเพราะค่าเช่าที่และค่าแรงลูกจ้าง เมื่อต้นทุนทุกอย่างขึ้น ร้านอาหารในเมืองจึงปรับราคาขึ้นตามสถานการณ์
-คนต่างจังหวัด: ของกินยังหาง่าย มีผักหรือมีแหล่งวัตถุดิบในชุมชนที่ราคาเป็นมิตรกว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าก๊าซหุงต้มและวัตถุดิบปรุงรสที่ราคาเท่าคนเมือง
ค่าครองชีพที่มองไม่เห็น?
ในเมือง ราคาที่สูงขึ้น “มองเห็นได้ชัด” ผ่านป้ายราคา ต่างจังหวัด ความแพงแฝงตัวมาในรูปแบบอื่น
-ค่าปุ๋ย ค่าขนส่งสินค้าเกษตร
-ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ทยอยขึ้น
-รายได้จากผลผลิตที่ไม่ได้เพิ่มตามต้นทุน
แล้วใคร “เจ็บกว่า ?” (เป็นแค่การวิเคราะห์เท่านั้น)
ระยะสั้น: คนเมืองเจ็บเร็วและเห็นชัด (ของแพงทันที)
ระยะกลาง-ยาว: คนต่างจังหวัดเสี่ยงเจ็บลึกกว่า เพราะรายได้ไม่โต แต่ต้นทุนเพิ่ม กระทบความมั่นคงชีวิต
คนกรุงโอด เรือด่วนเจ้าพระยาระกาศปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภท 2 บาท
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นาวาตรีเจริญพร เจริญธรรม กรรมการผู้จัดการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา ในเส้นทางระหว่างท่าเรือปากเกร็ดถึงท่าเรือวัดราชสิงขรได้กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการให้บริการ
โดยราคาอยู่ที่ 38.99 บาทต่อลิตร ณ วันที่ 26 มีนาคม 2569 บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับอัตราค่าโดยสารเรือทุกประเภท ขึ้น 2 บาทจากอัตราเดิม ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป
- เรือธงส้ม: เส้นทางนนทบุรี – วัดราชสิงขร จากราคา 16 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 18 บาท (ตลอดสาย)
- เรือธงเหลือง: เส้นทางนนทบุรี – สาทร จากราคา 21 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 23 บาท (ตลอดสาย)
- เรือธงเขียวเหลือง:
- เส้นทาง ปากเกร็ด – นนทบุรี จากราคา 14 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 16 บาท
- เส้นทาง นนทบุรี – สาทร จากราคา 21 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 23 บาท
- เส้นทาง ปากเกร็ด – สาทร จากราคา 33 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 35 บาท
- เรือธงแดง (ปรับอากาศ): นนทบุรี – สาทร จากราคา 30 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 32 บาท
คำแนะนำวิธีบริหารค่าใช้จ่ายในครัวเรือนช่วงวิกฤต
1. การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายแบบละเอียด เพื่อตัด "รายจ่ายแฝง"
2. กลยุทธ์ "ลดต้นทุนชีวิต" ก่อนจะซื้อของที่ "อยากได้" (ที่ไม่ใช่ของกินของใช้จำเป็น) ให้หยุดคิดและไตร่ครองดีๆ ความอยากจะลดลงและทำให้เราตัดสินใจด้วยเหตุผลมากขึ้น สำหรับของใช้ที่ต้องใช้แน่ๆ เช่น ข้าวสาร, น้ำยาซักผ้า, กระดาษทิชชู่ การซื้อยกแพ็คในช่วงโปรโมชั่นจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยได้มาก
3. บริหารหนี้ให้ "ฉลาด" หยุดสร้างหนี้ใหม่ การรูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อของฟุ่มเฟือยคือกับดัก
4. สร้าง "เกราะป้องกัน" เงินสำรองฉุกเฉิน ควรมีเงินสดสภาพคล่องสูงอย่างน้อย 3-6 เท่าของรายจ่ายรายเดือน เพื่อรองรับเหตุไม่คาดฝัน เช่น ตกงาน หรือเจ็บป่วย และที่อย่าฝากชีวิตไว้กับรายได้ทางเดียว เพื่อสร้างรายได้เสริม แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ช่วยลดแรงกดดันได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
