ทรัมป์เจ้าแห่งการเจรจา แต่ทำไมปิดดีลอิหร่านไม่ได้สักที?

ความคืบหน้าในการเจรจาล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน มีรายงานว่าอิหร่านกับสหรัฐฯ กำลังใกล้จะบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไป 60 วัน แต่ว่าเรื่องนี้ยังต้องรอการอนุมัติและการลงนามจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่ง เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกทรัมป์ยังไม่มีความพร้อมที่จะลงนามในตอนนี้
ในรายละเอียดของข้อตกลงเท่าที่มีการเผยแพร่ออกมาก็คือ อิหร่านตกลงที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือแต่ละลำสามารถแล่นผ่านได้อย่างเสรี โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง ขณะที่สหรัฐฯ จะค่อย ๆ ปลดล็อกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน รวมทั้งสินทรัพย์ของรัฐบาลอิหร่านหลายพันล้านดอลลาร์ ที่ถูกอายัดในต่างประเทศ นอกจากนี้ อิหร่านสัญญาว่าจะลดขนาดโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของตัวเอง แต่ในส่วนที่อิหร่านจะยอมล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์อย่างถาวร หรือเป็นเวลานานแค่ไหน เป็นเรื่องที่ยังต้องเจรจากันต่อกับสหรัฐฯ
ทรัมป์ซึ่งมีความภาคภูมิใจในฝีมือการเจรจาต่อรองของตัวเอง จากการที่เคยเป็นนักธุรกิจที่เจรจาทำข้อตกลงมูลค่ามหาศาลมานับครั้งไม่ถ้วน รวมทั้งประสบการณ์การเป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ที่ผ่านการเจรจากับผู้นำหลาย ๆ ประเทศมาแล้วทุกรูปแบบ แต่ดูเหมือนว่าทรัมป์จะไม่สามารถเจรจาทำข้อตกลงกับทางอิหร่านได้สักทีหนึ่ง เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
เราจะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา ท่าทีของทรัมป์เกี่ยวกับการทำข้อตกลงกับอิหร่านเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด บางครั้ง ทรัมป์ก็แสดงความพอใจที่ข้อตกลงมีความคืบหน้าไปมาก และมั่นใจว่าจะเจรจาได้สำเร็จในเร็ว ๆ นี้ แต่อีกไม่นาน ก็บอกว่ายังไม่พอใจกับข้อเสนอของอิหร่าน และบอกว่าทางสหรัฐฯ ไม่มีความรีบร้อนที่จะต้องเจรจากับอิหร่าน จนกว่าจะได้รับข้อตกลงที่น่าพอใจ ซึ่งทรัมป์ยืนยันมาตลอดว่าสหรัฐฯ เป็นฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าในการเจรจากับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของสื่อและนักวิเคราะห์หลายสำนัก มองว่าการเจรจาเพื่อหาทางยุติสงครามอิหร่าน ฝ่ายอิหร่านเป็นฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าตั้งแต่ต้น โดยสำนักข่าว CNA มองว่าการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้อิหร่านสามารถใช้เศรษฐกิจโลกเป็นตัวประกัน รวมทั้งเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วย และยิ่งสงครามยืดเยื้อไปนานเท่าไร ยิ่งช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดนานเท่าไร ทรัมป์มีแต่จะยิ่งถูกกดดันจากชาติพันธมิตรให้หาทางยุติสงคราม และตราบใจที่สงครามยังไม่ยุติ คะแนนนิยมในตัวทรัมป์ก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น
แดน ชาปิโร อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล แสดงความคิดเห็นเช่นเดียวกันว่า อิหร่านเป็นฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าจากการสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหากเกิดความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ขึ้นอีกในอนาคต อิหร่านอาจจะสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกเมื่อไรก็ได้ เพราะเป็นวิธีกดดันสหรัฐฯ ที่ได้ผล และอิหร่านก็แสดงให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลอิหร่านมีความอดทนและสามารถเอาตัวรอดจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลได้นานหลายเดือน โดยที่รัฐบาลยังไม่ล่มสลาย
ชาปริโอยังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า ทรัมป์กำลังถูกต้อนจนมุม ทำให้เขาอาจต้องยอมรับข้อตกลงจากอิหร่าน แม้จะไม่ใช่ข้อตกลงที่น่าพอใจสำหรับทรัมป์ แต่การไม่ยอมรับข้อตกลงเลย อาจจะเป็นเรื่องเสียหายสำหรับทรัมป์มากกว่า เพราะคนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ตกหลุมพรางไปทำสงครามที่ยาวนาน เหมือนสงครามเวียดนาม หรือสงครามอัฟกานิสถาน และไม่ต้องการสูญเสียงบประมาณไปกับการทำสงคราม ในขณะที่เศรษฐกิจในประเทศกำลังย่ำแย่
ทรัมป์อาจจะคิดว่าตัวเองมีไพ่เหนือกว่าเพราะมีกองกำลังที่เข้มแข็งและอาวุธที่ทันสมัยที่ทางอิหร่านไม่สามารถต่อกรได้ แต่การที่ทรัมป์จะทำให้อิหร่านพ่ายแพ้อย่างราบคาบ นั่นหมายความว่าทรัมป์จะต้องสั่งให้ทหารอเมริกันบุกเข้าไปในดินแดนของอิหร่านโดยตรง บุกเข้ายึดพื้นที่ และจับกุมตัวผู้นำของอิหร่าน แต่การส่งทหารบุกเข้าไปในอิหร่านโดยตรง หมายความว่าทางทรัมป์ ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจยอมรับจำนวนทหารอเมริกันที่จะเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งทรัมป์ไม่น่าพร้อมที่จะยอมรับความสูญเสียตรงนี้
การเจรจากับอิหร่านที่ซับซ้อนและไม่ง่ายอย่างที่คิด ถึงกับทำให้ทรัมป์หงุดหงิดจนแทบทนไม่ไหว เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ทรัมป์ถึงกับโพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียด้วยคำหยาบคาย สั่งให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทรัมป์เป็นฝ่ายถูกต้อนจนมุมและหาทางออกไม่ได้
ทรัมป์เคยเขียนในหนังสือ The Art of the Deal เกี่ยวกับเทคนิคการเจรจาต่อรองว่า “สิ่งที่แย่ที่สุดในการเจรจาคือการแสดงออกให้อีกฝ่ายเห็นว่าเรากำลังจนมุม เพราะอีกฝ่ายจะได้กลิ่นเลือดและเข้ามารุมกินเราจนตาย” แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าทรัมป์กำลังอยู่ในจุดที่จนมุมและไม่มีอะไรไปต่อรองกับอิหร่าน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
