"ชาวอเมริกัน" เผชิญวิกฤตอาหาร ค่าครองชีพพุ่ง

สำนักข่าว CNN รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ก (New York Fed) เปิดเผยผลวิจัยใหม่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ระบุว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหาร เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังคงแข็งแกร่งกว่าที่หลายฝ่ายคาด
นักวิจัยพบว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากขึ้นกำลังเผชิญปัญหาการเข้าถึงอาหาร เมื่อเทียบกับช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2563 โดยหลายครัวเรือนต้องนำเงินออมออกมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บางครอบครัวประสบปัญหาอาหารไม่เพียงพอ เด็กในบ้านต้องอดมื้ออาหาร หรือจำเป็นต้องพึ่งพาอาหารบริจาคและโครงการช่วยเหลือด้านโภชนาการของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม แม้งานวิจัยจะไม่ได้ยืนยันโดยตรงว่า ปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารเป็นสาเหตุของความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ตกต่ำ แต่ New York Fed ระบุว่า ความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาดังกล่าวกับความวิตกด้านการเงิน อาจช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดชาวอเมริกันจำนวนมากยังรู้สึกกังวล แม้ตัวเลขเศรษฐกิจหลายด้านของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง
นักวิจัยของ New York Fed ระบุว่า "ภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือยุคโควิด เช่น สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในโครงการ SNAP ได้ทำให้ความกังวลเรื่องความไม่มั่นคงทางอาหารกลับมาอีกครั้งในกลุ่มประชากรรายได้น้อย"
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ครัวเรือน 10% ที่ตอบแบบสำรวจ ระบุว่า มีอาหารไม่เพียงพอ เพิ่มขึ้นจาก 4% ในเดือนมิถุนายน 2563
ขณะเดียวกันสัดส่วนผู้ที่ต้องพึ่งพาอาหารบริจาคเพิ่มขึ้นเป็น 15.8% จากเดิม 10.6% ส่วนผู้ได้รับความช่วยเหลือผ่านโครงการ SNAP เพิ่มขึ้นเป็น 17.9% จาก 10.6%
ทั้งนี้ข้อมูลสำรวจของ New York Fed ถูกจัดเก็บก่อนที่สหรัฐและอิสราเอลจะเปิดปฏิบัติการโจมตีในตะวันออกกลาง ซึ่งต่อมานำไปสู่วิกฤตอุปทานน้ำมัน และราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น จนยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านค่าครองชีพและความสามารถในการจับจ่ายของประชาชนมากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
