รีเซต

Nene Effect แบรนด์รุมหลังคว้าแชมป์ AGT ต่อยอดไวรัลสู่มูลค่าธุรกิจ

Nene Effect แบรนด์รุมหลังคว้าแชมป์ AGT ต่อยอดไวรัลสู่มูลค่าธุรกิจ
TNN ช่อง16
1 ตุลาคม 2569 ( 13:07 )
23

หลัง “เนเน่ รอยัล” หรือ แพรว รัตติกานต์ อำลอย สาวไทยวัย 16 ปีจากภูเก็ต คว้าแชมป์ America’s Got Talent 2026 หรือ AGT Season 21 เพียงไม่กี่วัน สิ่งที่เริ่มเห็นชัดคือชื่อ Nene Royal กำลังถูกต่อยอดจากกระแสไวรัลไปสู่มูลค่าทางธุรกิจ ทั้งตลาดโฆษณาและตลาดเพลง

Pantene นำทัพแบรนด์ คว้า Nene Royal เป็นพรีเซนเตอร์

หนึ่งในแบรนด์ที่ขยับอย่างรวดเร็วคือ Pantene ซึ่งประกาศเปิดตัว Nene Royal เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ ภายใต้แนวคิด “HAIR SO STRONG, YOU CAN ROCK THE WORLD” นำภาพของร็อกเกอร์สาวที่มีความมั่นใจและกล้าเดินตามความฝันมาเชื่อมกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ 

ตามมาด้วยแบรนด์ในกลุ่ม Beauty & Personal Care อย่าง MizuMi ที่เปิดตัวเนเน่ในฐานะ “MizuMi Muse” และ Smooth E ที่ประกาศร่วมงานกับ Nene Royal ทำให้ในเวลาไม่นานชื่อของเนเน่เริ่มปรากฏในตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและดูแลส่วนบุคคลหลายแบรนด์

สิ่งที่น่าสนใจคือ มูลค่าของ Nene Royal ในเวลานี้ไม่ได้มาจากสถานะ “แชมป์ AGT” เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากภาพจำของศิลปิน Gen Z ที่มีเอกลักษณ์ชัด ทั้งดนตรีร็อก ความสามารถด้านกีตาร์ ความมั่นใจ และเรื่องราวของเด็กสาวจากภูเก็ตที่ก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์บนเวทีระดับโลก


จากผู้ชม AGT สู่ตลาดแฟนเพลงร็อก

ขณะเดียวกัน เส้นทางด้านดนตรีของเนเน่ก็เริ่มต่อยอดทันทีหลังจบการแข่งขัน

วันที่ 13 ตุลาคม 2569 Nene Royal มีกำหนดขึ้นเป็น Opening Act ให้กับ Avenged Sevenfold ในคอนเสิร์ตที่ Singapore Indoor Stadium ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่จะพาเนเน่ออกจากฐานผู้ชมรายการโทรทัศน์ ไปพบกับกลุ่มผู้ฟังเพลงร็อกและเมทัลโดยตรง

ความสำคัญของงานนี้จึงไม่ใช่เพียงการได้ขึ้นเวทีกับวงร็อกระดับโลก แต่คือโอกาสในการทดสอบว่า ชื่อ Nene Royal สามารถเปลี่ยนจากความนิยมในรายการแข่งขัน ไปสู่ตลาด Live Music ได้มากเพียงใด

กลับไทยขึ้นเวทีใหญ่ 30 ปี LOSO

ในประเทศไทย เนเน่ยังได้รับการยืนยันให้เป็น Special Guest ในคอนเสิร์ตฉลอง 30 ปี LOSO “นานเท่าไรก็รอ” วันที่ 21 พฤศจิกายน 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน หลัง “เสก โลโซ” ชักชวนให้ร่วมเวทีด้วยตัวเอง

ก่อนหน้านี้ เพลง “ซมซาน” ยังเป็นหนึ่งในเพลงที่เนเน่นำไปเล่นกับวง OZONE ในกิจกรรมฉลองความสำเร็จหลังคว้าแชมป์ สะท้อนการเชื่อมโยงระหว่างฐานแฟนร็อกรุ่นใหม่กับเพลงร็อกไทยที่มีฐานผู้ฟังเดิมอยู่แล้ว

Nene Effect เดินสองขา “แบรนด์-ดนตรี”

ปรากฏการณ์ Nene Effect หลังคว้าแชมป์ AGT จึงกำลังเดินพร้อมกันอย่างน้อยสองด้าน

ด้านแรกคือ Commercial Value จากงานพรีเซนเตอร์และการร่วมงานกับแบรนด์ ซึ่งสามารถเปลี่ยนชื่อเสียงและการรับรู้ของผู้บริโภคให้กลายเป็นรายได้ในระยะสั้น

อีกด้านคือ Music Career ซึ่งมีความสำคัญต่อมูลค่าในระยะยาว ตั้งแต่การขึ้นเวทีคอนเสิร์ต การสร้างฐานแฟน การออกเพลงของตัวเอง ไปจนถึงโอกาสในการทัวร์และขยายตลาดต่างประเทศ

Nene Royal ระบุหลังคว้าแชมป์ว่า ต้องการเขียนเพลงของตัวเองและเดินหน้าทัวร์คอนเสิร์ตต่อ ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญหลังออกจากเวที AGT 


โจทย์ต่อไป เปลี่ยน “คนดูไวรัล” เป็น “แฟนเพลง”

จากนี้โจทย์สำคัญคือ จะสามารถเปลี่ยนคนจำนวนมากที่รู้จักเนเน่จากเพลง “Zombie”, “Black Hole Sun” และ “Seven Nation Army” ให้กลายเป็นผู้ฟังที่ติดตามผลงาน Original Music ของ Nene Royal ได้มากเพียงใด

เพราะกระแสจากรายการแข่งขันและงานพรีเซนเตอร์สามารถสร้างการรับรู้ได้รวดเร็ว แต่ธุรกิจศิลปินในระยะยาวต้องอาศัยเพลงของตัวเอง ฐานแฟนที่ติดตามต่อเนื่อง การแสดงสด และทรัพย์สินทางดนตรีที่สามารถสร้างรายได้ซ้ำได้

หาก Nene Royal สามารถเปลี่ยนผู้ชมจาก AGT ให้กลายเป็นฐานแฟนเพลงระยะยาวได้สำเร็จ สิ่งที่มีมูลค่าที่สุดอาจไม่ใช่เพียง ตำแหน่งแชมป์ AGT หรือดีลพรีเซนเตอร์ในช่วงที่กำลังเป็นกระแส แต่คือแบรนด์ Nene Royal และผลงานเพลงที่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง