รีเซต

คลังเร่งเคาะรถเก่าแลกใหม่ หวังลดPM2.5-หนุนลงทุน

คลังเร่งเคาะรถเก่าแลกใหม่ หวังลดPM2.5-หนุนลงทุน
ทันหุ้น
17 เมษายน 2569 ( 08:45 )
15

#คลัง #ทันหุ้น – “เอกนิติ” สั่งสรุปมาตรการ “รถเก่าแลกใหม่” ดันใช้ไฮบริด-ไฟฟ้า ลดฝุ่น PM2.5 ด้านสรรพสามิตยันต้องรอบคอบในเงื่อนไขการแลกรถ พร้อมหนุนเกิดการลงทุนใหม่-ซัพพลายเชนในประเทศ   ด้านรัฐบาลเร่งส่วนราชการก่อหนี้ผูกพันภายใน 30 เม.ย. 69 ก่อนถูกโอนงบ ส่วนรายการงบผูกพันข้ามปีจะต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้

ดร.เอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงการคลัง เร่งหาข้อสรุปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรายละเอียดของมาตรการรถยนต์เก่าแลกรถใหม่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการเปลี่ยนผ่านรถยนต์ที่ใช้น้ำมันมาใช้รถยนต์ไฮบริดหรือไฟฟ้า เพื่อการประหยัดพลังงานและลดปริมาณฝุ่น PM2.5

ทั้งนี้รัฐบาลจะสนับสนุนงบส่วนหนึ่งให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปเป็นส่วนลดให้กับผู้ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนรถยนต์ โดยรถยนต์ในที่นี้จะหมายถึงรถยนต์และมอเตอร์ไซค์

@ขั้นตอนออกแบบ

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ปี 2569 ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบมาตรการโดยกระทรวงการคลัง โดยมุ่งเน้นสนับสนุนการเปลี่ยนรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือไฮบริด เพื่อแก้ปัญหาราคาพลังงานและสิ่งแวดล้อม เบื้องต้นอาจเน้นการให้สิทธิประโยชน์สำหรับรถที่ผลิตในไทย ในระหว่างนี้รัฐสั่งการให้ทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำซื้อรถ EV 

“กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิต จะเร่งสรุปรายละเอียดของมาตรการ ซึ่งต้องหารืออย่างรอบคอบ เพราะจะต้องมีรายละเอียดในเรื่องของเงื่อนไขการแลก ซึ่งจะมีเรื่องของการตีราคารถด้วย จากนั้นจะได้แจ้งต่อผู้ประกอบการรถยนต์ว่าต้องการเข้าร่วมโครงการหรือไม่ โครงการนี้นอกจากจะสนับสนุนให้ใช้พลังงานทดแทนน้ำมันแล้ว ยังจะสนับสนุนให้เกิดการลงทุนและทำให้เกิดซัพพลายเชนต่อผู้ประกอบการในประเทศด้วย”

ทั้งนี้เบื้องต้น กระทรวงการคลังสั่งการให้ธนาคารออมสินทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับซื้อรถไฟฟ้า EV และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า วงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท

@เร่งเบิกจ่าย

นางแพตริเซีย  มงคลวนิช  อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึง ผลการเบิกจ่ายงบประมาณและการใช้จ่ายภาครัฐ สิ้นสุดไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2568 - 31 มี.ค. 2569) และเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้  เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงินงบประมาณ 320,991.51 ล้านบาท มีการก่อหนี้แล้ว จำนวน 282,799.14 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 88.10 และมีการเบิกจ่ายแล้ว จำนวน 187,252.26 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 58.34

 การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงินงบประมาณ 3,780,600.00 ล้านบาท หน่วยงานของรัฐได้มีการก่อหนี้แล้ว จำนวน 2,331,919.52 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 61.68 สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 0.68 และมีการเบิกจ่ายแล้วจำนวน 2,095,295.19 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 55.42 สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 0.42 และสูงกว่าการเบิกจ่ายของปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ร้อยละ 3.59

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยกำหนดให้ส่วนราชการเร่งรัดเบิกจ่ายรายจ่ายประจำให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ในส่วนของรายจ่ายลงทุน รายการปีเดียวให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 และรายการที่ก่อหนี้ผูกพันแล้ว ให้เร่งรัดบริหารสัญญาและตรวจรับงานเพื่อเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณโดยเร็ว สำหรับรายการผูกพันข้ามปีให้เร่งรัดการก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง