AOT ยันอัพค่า PSC มิ.ย.นี้ ต่างชาติเที่ยวไทยนานขึ้น

#AOT #ทันหุ้น - AOT เผยนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงสงกรานต์พักไทยยาวขึ้น เดินหน้าปรับขึ้นค่า PSC ต่างประเทศเป็น 1,120 บาท ครอบคลุม 6 สนามบิน 20 มิถุนายนนี้ตามกรอบ ยันไม่ใช่ปัจจัยกดดันดีมานด์ ส่วนผู้โดยสารทั้งปีเสี่ยงทรงตัว – ต่ำเป้าจากราคาน้ำมันเจ็ท โบรกวางธง 72 บาท กำไรฟื้นจาก PSC แต่มีความเสี่ยงจำนวนผู้โดยสาร
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT รับพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์เริ่มพำนักในไทยนานขึ้น สะท้อนจากสถิติการเดินทางเข้ามาในประเทศช่วง 3 วันแรกของเทศกาล (วันที่ 10 – 12 เม.ย. 2569) พบว่า ในวันที่ 10 เมษายน 2569 นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามามากกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 6% (YoY) , และยังคงเพิ่มขึ้น 5% YoY ในวันที่ 11 เมษายน 2569 แต่เริ่มทรงตัวในวันที่ 12 เมษายน 2569 ต่อเนื่องวันที่ 13 เมษายน 2569 ทั้งนี้ AOT ยังคงบันทึกสถิติการเดินทางผ่านทั้ง 6 ท่าอากาศยานในการบริหารจัดการตลอด 10 วันของเทศกาล
“ปกตินักท่องเที่ยวจะพำนักช่วงเทศกาลสงกรานต์ราว 3-4 วัน แต่สัญญาณการเดินทางกลับในช่วงวันที่ 15-16 เมษายน 2569 ยังคงน้อยกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากผู้คนยังไม่เดินทางกลับ ซึ่งอาจเป็นผลจากการจัดงานสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่ในหลายพื้นที่ผู้โดยสารมีแนวโน้มพำนักอยู่ในไทยนานกว่าปกติ ซึ่งทาง AOT จะเก็บสถิติการเดินทางผ่านทั้ง 6 ท่า ตลอดช่วงเทศกาลเพื่อสะท้อนพฤติกรรมการเดินทางที่ชัดเจน”
@ยืนยันขึ้น PSC มิ.ย.นี้
พร้อมกันนี้ AOT ยังคงเดินหน้าปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ จาก 730 บาท เป็น 1,120 บาทต่อคน ครอบคลุม 6 ท่าอากาศยานของ AOT ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป โดยยังคงเก็บครอบคลุม 6 สนามบินหลัก (สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, เชียงราย, ภูเก็ต, หาดใหญ่) ส่วนขาออกภายในประเทศยังคงเก็บในอัตรา 130 บาทต่อคน เพื่อจะนำไปใช้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารในอนาคต
“ผลการศึกษาทั่วโลกชี้ว่าการขึ้นค่า PSC ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสารอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศยังคงเป็นไปตามที่ประกาศไว้”
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 ท่า ทั้งปี 2568/2569 (ต.ค. 68 - ก.ย. 69) คาดผู้โดยสารทะลุ 130 ล้านคน พร้อมเที่ยวบินที่คาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 859,000 เที่ยวบินมีแนวโน้มทรงตัว หรือปรับตัวลดลงเล็กน้อย กดดันจากราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet A1) ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สายการบินปรับราคาตั๋วโดยสารขึ้นให้สะท้อนต้นทุน, สถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา - อิหร่าน แม้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา
ดังนั้นทาง AOT จึงพิจารณาปรับแผนพัฒนาองค์กร รวมถึงแผนการลงทุนระยะสั้นให้เหมาะสมกับสถานการณ์รอบด้าน และแนวโน้มรายได้ในปีงบประมาณ 2568/2569 นี้เพื่อให้องค์กรก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน
“การยอมรับความจริงและไม่โลกสวย ดังนั้นการปรับแผนแผนพัฒนาฉบับใหม่นี้จะเน้นการพัฒนาที่ล้อไปกับจำนวนผู้โดยสารที่เกิดขึ้นจริง เน้นแก้ไขปัญหาภายในและปรับ Mindset ของบุคลากร เลือกพัฒนาเฉพาะจุดที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อให้การลงทุนมีความเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจและรายได้ โดย AOT เริ่มใช้นโยบายรัดเข็มขัดมาตั้งแต่ก่อนเกิดสภาวะสงคราม และได้ประกาศย้ำอีกครั้งเมื่อเกิดสงครามขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น”
@แนะ “ซื้อ” เป้า 72 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คาดการณ์แนวโน้มรายได้ในงวดไตรมาส 2/2568-2569 (ม.ค.-มี.ค.2569) มีโอกาสเห็นการเติบโต YoY ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี มาอยู่ที่ 5,126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1%YoY, และเพิ่มขึ้น 10%QoQ สำหรับตัวเลขผู้โดยสารระหว่างวันที่ 1-4 เมษายน 2569 ยังเติบโตทั้งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 6%YoY และเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 3% YoY สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในงวดไตรมาส 3/2568-2569 จะเริ่มได้รับผลดีจากการเก็บค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ในอัตราใหม่ที่ 1,120 บาทต่อคน เบื้องต้นประมาณการณ์กำไรสุทธิงวดปี 2568/2569 ไว้ที่ 2.06 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569/2570 ขึ้นเป็น 3.06 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 48% YoY สะท้อนความชัดเจนของการใช้ PSC เต็มปี พร้อมปรับไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2570 ที่ 72 บาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
