TISCOตั้งสำรองเพิ่มเท่าตัว รับมือพิษสงคราม-น้ำมันพุ่ง

#TISCO #ทันหุ้น - TISCO โชว์ กำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 1.73 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% YoY ตามคาด แรงหนุนกระแสรถยนต์ EV -ตลาดทุนที่ฟื้นตัว พร้อมตั้งสำรอง 775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รับความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง มองจีดีพีปีนี้โต 1.2-1.5% ด้านโบรก มอง Q2 กำไรโต YoY-QoQ เหตุสูงขึ้น ต้นทุนการเงินลง -สำรองลดหลังตั้งพิเศษล่วงหน้า
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากธุรกิจหลักที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะแรงสนับสนุนจากสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ที่ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากกระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในช่วงก่อนสิ้นสุดมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ (EV 3.0) ทำให้ปริมาณการปล่อยสินเชื่อรถใหม่โตกว่า 30% เมื่อเทียบกับ YoY และธุรกิจตลาดทุนกลับมาฟื้นตัวจากกระแสเงินทุนไหลเข้าที่กลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย ส่งผลให้ปริมาณธุรกรรมและรายได้ค่าธรรมเนียมปรับเพิ่มขึ้น
@ตั้งสำรองเพิ่ม
ในขณะที่ในภาพรวมธุรกิจสินเชื่อยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ส่งผลให้กลุ่มทิสโก้ยังคงดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง และให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพของการเติบโตเป็นหลัก ทั้งการปล่อยสินเชื่ออย่างรอบคอบ การลดสัดส่วนสินเชื่อในกลุ่มเสี่ยง และการพัฒนาระบบติดตามดูแลลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควบคู่กับการดำเนินมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ Quick Big Win มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย การปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงการลงพื้นที่ติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ลูกหนี้ และสามารถให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ส่วนสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.9%จากไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 385.73% และเพิ่มขึ้น 37% จากไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 565.11 ล้านบาท และคิดเป็นค่าใช้จ่ายสำรองเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.3% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เร่งตัวขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
@ศก.เสี่ยงด้านต่ำ
ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 อาจขยายตัวได้เพียง 1.2-1.5% และยังมีความเสี่ยงด้านต่ำ โดยเฉพาะหากสงครามในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง และวิกฤติพลังงานยังคงยืดเยื้อ ซึ่งเป็นการปรับลดจากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1.8% ขณะเดียวกัน คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นสู่ระดับประมาณ 3.0% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย
สำหรับเงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีจำนวน 235,094 ล้านบาท ชะลอตัวลง 0.3% จากสิ้นปี 2568 สาเหตุหลักมาจากการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้ธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อเช่าซื้อกลับมาเติบโตได้ 0.9% โดยเฉพาะสินเชื่อรถใหม่ ตามตลาดรถยนต์ในประเทศที่ขยายตัว เนื่องจากยอดขายรถ EV ที่เร่งตัวขึ้น ประกอบกับส่วนแบ่งตลาดของธนาคารทิสโก้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6.5%
สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ลดลงมาอยู่ที่ 2.11% ของสินเชื่อรวม จากนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง การเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและทวงถามหนี้ ควบคู่ไปกับการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้บริษัทมีค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 191%
@คาด Q2 สำรองลด
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า TISCO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส1/2569 ออกมาใกล้เคียงฝ่ายวิจัย และตลาดคาด โดยกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 คิดเป็น 25% ของกำไรสุทธิทั้งปีนี้ โดยฝ่ายวิจัยคาดกำไรสุทธิไตรมาส2/2569 เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ เพราะการเพิ่มขึ้นของ NIM จากต้นทุนทางการเงินปรับลง จากดอกเบี้ยปรับลดลง และการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (Credit Cost) จากการตั้งสำรองพิเศษล่วงหน้าในไตรมาส 1/2569 ดังนั้นจึงคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ที่ 6.83 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY จึงยังคงแนะนำ NEUTRAL และคงราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 105 บาทต่อหุ้น เราคงมอง TISCO เป็นหุ้นปันผล โดยมีปันผลเด่น ดิวิเดนยิลด์ต่อปีที่ 7% โดยเงินปันผลครึ่งปีหลัง 2569 ที่ 5.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5% ขึ้น XD วันที่ 29 เมษายน 2569
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
