รีเซต

Bitcoin จะพัง? Adam Back เตือน ภัยควอนตัมจ่อเจาะระบบใน 9 นาที!

Bitcoin จะพัง? Adam Back เตือน ภัยควอนตัมจ่อเจาะระบบใน 9 นาที!
ทันหุ้น
16 เมษายน 2569 ( 14:33 )
13

#Bitcoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก Cointelegraph ได้ระบุว่า Adam Back ซีอีโอของ Blockstream (บริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Bitcoin ชั้นนำ) ออกมาย้ำในงาน Paris Blockchain Week สัปดาห์นี้ว่า Bitcoin ควรเริ่มสร้างระบบป้องกันภัยจาก Quantum Computing (คอมพิวเตอร์ควอนตัม) ตั้งแต่ตอนนี้ แม้ตัวภัยคุกคามที่แท้จริงอาจยังห่างออกไปอีก 20–40 ปี พร้อมกันนั้น นักพัฒนา Bitcoin อย่าง Jameson Lopp ก็เสนอแผนการ "แช่แข็ง" BTC ที่เสี่ยงต่อควอนตัม รวมถึง BTC ของ Satoshi Nakamoto มูลค่ากว่า 2.7 ล้านล้านบาท แต่ข้อเสนอนี้กลับเผชิญเสียงคัดค้านรุนแรงจากชุมชน

"ควอนตัมยังพิสูจน์ตัวเองไม่ได้มาก แต่ Bitcoin ต้องเตรียมพร้อม"

Adam Back หนึ่งในผู้บุกเบิกยุคแรกของวงการคริปโต และซีอีโอของ Blockstream ขึ้นพูดในงาน Paris Blockchain Week เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยย้ำว่าถึงแม้ Quantum Computing ในปัจจุบันจะยังอยู่ในระดับ "การทดลองในแล็บ" แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าควรรอจนถึงวันที่มันกลายเป็นภัยจริงๆ

"Quantum Computing ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องพิสูจน์ ระบบในปัจจุบันก็ยังเป็นแค่การทดลองในห้องแล็บ ผมติดตามสาขานี้มากว่า 25 ปี และความก้าวหน้าก็ค่อยเป็นค่อยไปมาตลอด" Back กล่าว

Back ย้ำว่าแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือการสร้าง "อัปเดตแบบสมัครใจ" (Optional Upgrades) ที่เปิดทางให้ผู้ใช้ย้ายไปสู่ระบบเข้ารหัสที่ทนต่อควอนตัม (Quantum-Resistant Cryptography) ได้เมื่อถึงเวลา โดยไม่กระทบต่อผู้ใช้ Bitcoin ที่มีอยู่แล้ว

Blockstream ลงมือจริง ทดสอบ Hash-Based Signatures บน Liquid Network แล้ว

Back เปิดเผยด้วยว่า Blockstream มีทีมวิจัยด้านควอนตัมโดยเฉพาะ และได้เริ่มนำ Hash-Based Signatures (ระบบลายเซ็นดิจิทัลที่ใช้ฟังก์ชัน Hash ซึ่งมีความทนทานต่อการโจมตีจากควอนตัมสูงกว่าระบบปัจจุบัน) มาใช้จริงบน Liquid Network ซึ่งเป็น Layer-2 ของ Bitcoin ที่ Blockstream ดูแลอยู่

นอกจากนี้ Back ยังชี้ว่า Taproot (โปรโตคอลอัปเกรด Bitcoin ล่าสุดที่เปิดใช้งานในปี 2021) มีศักยภาพรองรับ Signature Scheme ทางเลือกอื่นๆ ได้โดยไม่กระทบโครงสร้างเดิม ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีสำหรับการรับมือระยะยาว

"การเตรียมพร้อมคือกุญแจสำคัญ การเปลี่ยนแปลงอย่างมีระบบในเวลาที่เรากำหนดเองปลอดภัยกว่าการตั้งรับในสภาวะวิกฤต"

Google ชี้ภัยควอนตัมอาจใกล้กว่าที่คิด

ความกังวลต่อ Quantum Computing กลับมาร้อนแรงอีกครั้งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจาก Google และนักวิจัยจาก California Institute of Technology เปิดเผยงานวิจัยว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ใช้งานได้จริงอาจมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้ และต้องการพลังการประมวลผลน้อยกว่าที่เคยประเมินในการเจาะระบบเข้ารหัส ยิ่งไปกว่านั้น Google ยังระบุว่าทฤษฎีบ่งชี้ว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจสามารถทำลายการเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาที ซึ่งเปิดช่องให้แฮกเกอร์ทำ "On-Spend Attack" (การโจมตีด้วยการแอบใช้ธุรกรรมโอน BTC จากกระเป๋าที่ยังไม่ได้ใช้งาน)

Back มองว่าหากภัยคุกคามมาถึงเร็วกว่าที่คาด ชุมชนนักพัฒนา Bitcoin จะ "ลงมือแก้ไขอย่างรวดเร็ว" อ้างอิงจากบทเรียนในอดีตที่บั๊กร้ายแรงถูกค้นพบและแก้ไขได้ภายในชั่วโมง

เสนอ "แช่แข็ง BTC เก่า" ชุมชนแตกแยกรุนแรง

ในวันเดียวกัน นักพัฒนา Bitcoin ชื่อดัง Jameson Lopp พร้อมนักวิจัยด้านความปลอดภัยอีก 5 คน เสนอแนวทางแก้ปัญหาที่ถกเถียงกันอย่างมาก นั่นคือการ "แช่แข็ง" (Freeze) Bitcoin ในกระเป๋าที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากควอนตัม รวมถึง Bitcoin ที่อยู่ในกระเป๋าของ Satoshi Nakamoto (ผู้สร้าง Bitcoin ที่ไม่เปิดเผยตัวตน) ซึ่งมีมูลค่าราว 81,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.73 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวถูกต่อต้านอย่างหนักในชุมชน Bitcoin โดย Mark Erhardt นักพัฒนาและนักวิจัย Bitcoin อธิบายว่าแนวคิดนี้ "เผด็จการและเป็นการริบทรัพย์" ขณะที่ Phil Geiger หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Metaplanet (บริษัทถือครอง Bitcoin รายใหญ่จากญี่ปุ่น) แสดงความเห็นแบบประชดว่า "เราจะต้องขโมยเงินคนอื่นเพื่อไม่ให้เงินของเขาถูกขโมย"

ที่มา https://cointelegraph.com/news/bitcoiners-should-prepare-quantum-now-adam-back

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง