"ลุงโฉลก" เตือนอย่าถือเงินสด! ชี้เป้า "ทองคำ-บิทคอยน์-หุ้นไทย" สินทรัพย์หลบภัยยุคเงินเฟ้อพุ่ง

ในยุคที่โลกต้องเผชิญกับความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และปัญหาเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การถือครองเงินสดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยอีกต่อไป รายการ WEALTH LIVE ได้สัมภาษณ์ คุณลุงโฉลก สัมพันธารักษ์ จาก chaloke.com ซึ่งได้มาให้มุมมองและคำแนะนำในการจัดพอร์ตลงทุน เพื่อเอาชนะเงินเฟ้อและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
เงินสดกำลังจะเสื่อมค่า แนะเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์
คุณลุงโฉลกเตือนว่า ปัญหาเงินเฟ้อเป็นปัญหาของโลกที่จะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักมาจากการที่รัฐบาลพิมพ์เงินเพิ่มเข้าสู่ระบบอย่างไม่จำกัด ทำให้ค่าเงินเสื่อมมูลค่าลงทุกวัน ดังนั้น การเก็บสะสมความมั่งคั่งในรูปของเงินสด ไม่ว่าจะเป็นเงินบาทหรือเงินดอลลาร์ จึงมีความเสี่ยงที่มูลค่าจะลดลง คุณลุงโฉลกจึงแนะนำให้เปลี่ยนเงินออมในธนาคารไปถือครองสินทรัพย์อื่นที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้
"ทองคำ" และ "โลหะเงิน" สินทรัพย์หลบภัยอันดับหนึ่ง
- ทองคำ (Gold) ถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดในการเก็บรักษาความมั่งคั่ง โดยประเมินว่าราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นไปได้อีกมากและอาจไม่มีเพดานราคา เนื่องจากค่าเงินเฟียต (Fiat Currency) เสื่อมค่าลง เป้าหมายระยะสั้นในกราฟฟิวเจอร์สอาจเห็นการปรับขึ้นไปแตะระดับ 5,100 ได้
- โลหะเงิน (Silver) ปัจจุบันราคาโลหะเงินถือว่ายังมีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับทองคำ หากดูจากอัตราส่วน (Ratio) ระหว่างโลหะเงินกับทองคำ จะพบว่าโลหะเงินมีกำลังในการปรับตัวขึ้นมากกว่าทองคำในช่วงนี้ จึงเป็นโอกาสดีในการทยอยเก็บสะสม
"Bitcoin" เกิดสัญญาณซื้อ คาดเป้าหมาย 120,000 ดอลลาร์
สำหรับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องคริปโทเคอร์เรนซี Bitcoin ถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจมาก ปัจจุบันกราฟได้แสดงสัญญาณซื้อ (Buy Signal) อย่างชัดเจน และกำลังทำรูปแบบ Higher Low เพื่อยืนยันแนวโน้มขาขึ้น คุณลุงโฉลกประเมินเป้าหมายระยะสั้นของ Bitcoin ไว้ที่บริเวณ 120,000 - 130,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
"หุ้นไทย" เตรียมผงาด แข็งแกร่งระดับโลก
ข่าวดีสำหรับนักลงทุนชาวไทยคือ ตลาดหุ้นไทย (SET Index) มีภาพรวมระยะยาวที่สดใสเป็นอย่างมาก คุณลุงโฉลกวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยได้จบการปรับฐานใหญ่ (Wave 1 ลง 2) ที่เคยเกิดขึ้นในสมัยวิกฤตต้มยำกุ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงต้นของรอบขาขึ้นครั้งใหญ่
คาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า
เป้าหมายระยะยาวของ SET Index มีโอกาสทะลุระดับ 2,000 จุด
ส่วนเป้าหมายระยะสั้นของการลงทุนใน SET50 Futures (ซีรีส์ M) มองแนวต้านไว้ที่ประมาณ 1,140 จุด
ทิศทางราคาน้ำมันยังเป็นขาขึ้นระยะยาว
สำหรับราคาน้ำมันดิบ (WTI และ Brent) ในระยะสั้นมีแนวต้านอยู่ที่บริเวณ 125-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งอาจมีการย่อตัวลงมาพักฐานที่แนวรับบริเวณ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว ราคาน้ำมันจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามทิศทางของอัตราเงินเฟ้อ
คุณลุงโฉลกทิ้งท้ายด้วยหัวใจสำคัญของการลงทุน นั่นคือ "การกระจายความเสี่ยง" (Asset Allocation) นักลงทุนไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปที่สินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเพียงอย่างเดียว โดยสัดส่วนไม่ควรเกิน 20% ต่อหนึ่งสินทรัพย์ ควรแบ่งเงินลงทุนกระจายออกไปในหลากหลายทางเลือก เช่น อสังหาริมทรัพย์, ทองคำ, โลหะเงิน, บิทคอยน์ และตลาดหุ้น เพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนและปกป้องเงินทุนจากสภาวะเงินเฟ้อ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
