รีเซต

แต้มต่อประกันโตแม้กำลังซื้อหด สังคมสูงวัย-ค่ารักษาแพงหนุน

แต้มต่อประกันโตแม้กำลังซื้อหด สังคมสูงวัย-ค่ารักษาแพงหนุน
ทันหุ้น
4 สิงหาคม 2569 ( 15:00 )

#สมาคมประกันชีวิตไทย #ทันหุ้น สมาคมประกันชีวิตชี้สังคมสูงวัย และค่ารักษาพยาบาลที่แพงยังเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตให้ภาคธุกิจ เพราะผู้บริโภคเห็นความสำคัญกับการวางแผนเพื่อรับมืออนาคตที่ไม่แน่นอน แต่ยอมรับว่าด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้นและ กำลังซื้อที่ลดลงกระทบการตัดสินใจซื้อประกันเช่นกัน ขณะที่ “นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์” รับการโหวตนั่งเกาอี้นายกสมาคมต่ออีกสมัย

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า ธุนกิจประกันชีวิตยังคงมีโอกาสเติบโตได้ต่อเนื่องจากแรงขับเคลื่อนท่าไทยเป็นสังคมสูงวัย และเตรียมจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด หรือ Super-Aged Society ที่มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ทำให้ประชาชนไทยในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินมากขึ้นซึ่งประกันชีวิตก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีบทบาทสำคัญในการวางแผนทางการเงินเพื่อสุขภาพ เกษียณ และมรดกเพิ่มขึ้น

               นอกจากนี้ ค่ารักษาพยาบาลที่แพง และเพิ่มขึ้นทุกปีก็เป็นปัจจัยหนุนให้ผู้คนวางแผนทำประกันสุขภาพ เพื่อให้มีความคุ้มครองเพียงพอต่อการรักษาพยาบาลในแต่ละครั้ง สะท้อนถึงการตระหนักถึงความจำเป็นของการทำประกันสุขภาพ ที่แม้บริษัทประกันจะนำระบบโคเพย์เมนท์ (Co-payment) หรือ ระบบร่วมจ่ายเข้ามาใช้แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดีมานด์ความต้องการประกันสุขภาพลดลง

*เพิ่มช่องทางการเข้าถึง

ขณะที่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในช่องทางการขายและบริการ ทำให้บริษัทประกัน ตัวแทนสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญสร้างโอกาสการเติบโตให้กับภาคธุรกิจ ซึ่งนางนุสรา มองว่า การมาของปัญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล Data Analytics ช่วยให้บริษัทประกันภัยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงเป้าหมาย และรวดเร็ว ซึ่งการสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อลูกค้านำมาสู่โอกาสในการขยายตลาดของภาคธุรกิจประกัน

 “ในภาพรวมเรายังเห็นโอกาสวการเติบโตของภาคธุรกิจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจัยท้าทายก็มีเช่นกัน โดยเฉพาะกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ซึ่งต้องยอมรับว่าผู้บริโภคจะมองถึงสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันก่อน และประกันก็ยังไม่ถูกจัดว่าเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้นๆ ในยุคที่เศรษฐกิจยังเติบโตไม่เต็มที่ และกำลังซื้อถดถอย”

 นางนุสรา กล่าวว่าปัจจุบัน อัตราการเข้าถึงประกันภัย (Penetration Rate) ของประเทศไทยยังอยู่ในระดับต่ำ ที่ประมาณ 3-5% เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 10% ก็สะท้อนว่า ประกันภัยยังไม่ใช่ปัจจัยต้นๆที่ผู้บริโภคไทยจะเลือกซื้อในยามที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคอาจมองความเสี่ยงเป็นเรื่องของอนาคต ทั้งๆที่เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ ผลกระทบค่อนข้างมาก การมีประกันก็จะเข้ามาช่วยบรรเทาภาระได้ 

*ดูแลกลุ่มฐานราก

“ภาคธุรกิจมีความเข้าใจในเรื่องนี้ และเป็นหน้าที่ของเราในการพยายามทำให้คนระดับฐานรากสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้ในราคาที่เหมาะสมไม่เป็นภาระหนักมากจนเกินไป เพื่อให้สามารถเข้าไปดูแลคนกลุ่มนี้ได้ในวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน”

นอกจากนี้ กฎเกณฑ์ใหม่ๆ ก็เป็นความท้าทายของภาคธุรกิจประกัน ทั้งเรื่องของการดำเนินงานภายใต้กรอบมาตรฐานบัญชี และการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด อย่าง TFRS 17 และการกำกับด้านเงินกองทุน ทำให้ช่วงที่ผ่านมาบริษัทประกันชีวิตมีการปรับพอร์ตงานรับประกันภัย เพื่อให้สะท้อนสุขภาพการเงินของบริษัทมีความมั่นคง นางนุสรา ย้ำว่า เพราะบริษัทประกันชีวิต ดำเนินธุรกิจด้วยการสร้างความเชื่อมั่น ดังนั้น งบการเงินของบริษัทจะต้องแสดงออกมาให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ที่สามารถดูแลผลประโยชน์ของลูกค้าได้

นางนุสรา กล่าวต่อไปว่า จะเห็นว่าที่ผ่านมาบริษัทประกันมีการลดพอร์ตประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้น ๆ ส่วนหนึ่งเพราะความผันผวนของผลตอบแทนพันธบัตรที่อาจส่งผลกระทบไปถึงงบการเงินได้ เพราะการขายประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้นมากๆ บริษัทจะต้องหาสินทรัพย์ที่สามารถทำผลตอบแทนได้ตามที่การันตีไว้ ซึ่งภายใต้ความผันผวนของตลาดเงิน และอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ได้อยู่ในระดับสูงเหมือนอดีต ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก

  เรื่องของความยั่งยืน ESG ที่โลกมุ่งไปก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทประกันต้องปรับตัว เพราะกลายเป็น เกณฑ์ที่พันธมิตร หรือคู่ค้าให้ความสำคัญ ESG จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความยั่งยืน แต่คือโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจบนเวทีโลก

"ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาคธุรกิจประกันชีวิตยังคงยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) พร้อมนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมายกระดับผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อยืนหยัดเคียงข้างและสร้างหลักประกันทางการเงินที่มั่นคงให้แก่คนไทยในทุกช่วงชีวิต"      

*นายกสมาคมอีกสมัย

ทั้งนี้ ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของสมาคมประกันชีวิตไทย ยังมีมติเป็นเอกฉันท์เลือก นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมประกันชีวิตไทย ประจำปีบริหาร 2569–2571 (1 กรกฎาคม 2569 – 30 มิถุนายน 2571)

นางนุสรา เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมประกันชีวิตไทยมาแล้ว 3 วาระ ได้แก่ ปีบริหาร 2559–2561, 2561–2563 และ 2567–2569 ก่อนที่จะได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมให้ดำรงตำแหน่งต่ออีกหนึ่งวาระ ประจำปีบริหาร 2569–2571 นับเป็นการดำรงตำแหน่ง วาระที่ 4 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทสมาชิกที่มีต่อการบริหารงานของสมาคมฯ อย่างต่อเนื่อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง