เปิดโผชุดหุ้นปลอดภัย กำไรโตแกร่ง - ต่างชาติจ้องซื้อ

มาดูมุมมองนักวิเคราะห์ที่ประเมินตลาดหุ้นไทยเดือนสิงหาคม ยังมีหลายปัจจัยที่พร้อมจะสร้างความผันผวนในกับตลาด ไม่ว่าจะเป็นสงคราม เงินเฟ้อและดอกเบี้ย ซึ่งล้วนมีความไม่แน่นอนสูง แต่อย่างไรก็ดี หากมองกลับมาที่ปัจจัยในประเทศ ยังพอมีข่าวดีช่วยประคองอยู่บ้าง ด้วยเหตุนี้ นักวิเคราะห์จึงแนะนำกลยุทธ์สำหรับเดือนนี้ ให้เน้นไปที่หุ้นที่ได้ประโยชน์จากปัจจัยในประเทศ จะมีโอกาสและปลอดภัยมากกว่า
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินแนวโน้ม SET Index เดือนสิงหาคม ว่ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 1,560 – 1,660 จุด โดยบรรยากาศการลงทุน ยังได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติ ที่กลับเข้ามามีบทบาทต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี ประกอบกับประมาณการ EPS ของ SET Index ยังไม่เข้าสู่วงจรปรับลดลงอย่างชัดเจน แม้คาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในงวดไตรมาส 2 จะชะลอตัวลง
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยฯ คาดว่าบริษัทจดทะเบียน 119 แห่ง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 85 ของ Market Cap จะมีกำไรสุทธิรวมราว 271,000 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.1 จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลงร้อยละ 11.9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ผลประกอบการที่อ่อนตัวในภาพรวม ยังไม่ได้กดดันให้ประมาณการ EPS ของ SET Index ถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งความคาดหวังต่อกำไรที่ชะลอตัว ได้สะท้อนอยู่ในราคาหุ้นบางส่วนแล้ว
อย่างไรก็ดี ในเดือนสิงหาคมยังมีหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม อย่างปัจจัยภายในประเทศ ที่ต้องติดตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ซึ่งยังมีลักษณะกระจุกตัวและไม่ได้กระจายไปยังทุกภาคส่วน โดยคาดว่า GDP ในไตรมาส 2 จะขยายตัวร้อยละ 1.7 ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรก แม้ภาคส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและการลงทุนยังสามารถขยายตัวได้ดี แต่การบริโภคภายในประเทศ ภาคธุรกิจ SMEs และรายได้ของภาคเกษตรยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง
ส่วนการประชุม กนง. ในวันที่ 26 สิงหาคม "แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์" คาดว่า กนง. จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.0 เนื่องจากระดับดอกเบี้ยในปัจจุบัน ยังอยู่ในภาวะผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มีต้นตอจากปัจจัยด้านอุปทาน มากกว่าการเร่งตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่แข็งแรงและทั่วถึงเพียงพอ ดังนั้น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงอาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินแก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดยไม่สามารถแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากปัจจัยด้านอุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ กนง. มีแนวโน้มเลือกคงอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาพื้นที่ในการดำเนินนโยบาย และรอประเมินพัฒนาการทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ข้ามไปดูปัจจัยต่างประเทศ ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อทั้งทิศทางราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งหากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ เอลมันเดบหยุดชะงักพร้อมกัน อาจทำให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนแก่ภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในลักษณะ Hawkish Hold สะท้อนว่าเฟดยังคงให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อ และมีแนวโน้มตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งภาวะดังกล่าว อาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ทรงตัวในระดับสูง และอาจจำกัดทิศทาง Fund Flow รวมถึงเพิ่มความผันผวนต่อทิศทาง SET Index
และจากการประเมินภาพกว้าง "แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์" จึงมองว่า ทิศทางตลาดมีแนวโน้มขับเคลื่อนด้วยปัจจัยเฉพาะรายบริษัทมากขึ้น ดังนั้น ในแง่กลยุทธ์การลงทุน จึงแนะนำเน้น Selective Buy หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2 จะโดดเด่น โดยมีกำไรเติบโตทั้งรายไตรมาสและรายปี หรือมีโอกาสรายงานผลประกอบการดีกว่าที่ตลาดคาด พร้อมทั้งมีแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง เติบโตต่อเนื่อง โดยมองว่าหุ้นที่มีคุณสมบัติดังกล่าว มีโอกาสได้รับการปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย รวมถึงเป็นเป้าหมายของกระแสเงินทุน ซึ่งนอกจากจะมีศักยภาพสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดแล้ว ยังมีแนวโน้มรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกได้ดีกว่าเช่นกัน
โดยหุ้นเข้าเงื่อนไข แนะนำ ADVICE, PR9, MINT, SAWAD และ TRUE
เพิ่มเติมด้วยมุมมองจากหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ที่คาดว่าดัชนี SET เดือนสิงหาคม จะยังคงผันผวนอย่างหนักต่อเนื่อง จากความเสี่ยงหลายปัจจัย อย่างแรก คือความไม่แน่นอนสูงเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และทิศทางราคาน้ำมันดิบ แม้ว่าสหรัฐจะส่งสัญญาณการทำข้อตกลงหยุดยิงรอบใหม่ออกมา ถัดมาคือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังคงผันผวน เนื่องจากนโยบายการเงินสหรัฐยังคงตึงตัว บวกกับนักลงทุนเริ่มตั้งคำถามกับผลตอบแทนจากการลงทุน (return on investment) ของงบลงทุนก้อนใหญ่ของผู้เล่นในอุตสาหกรรม
และปัจจัยสุดท้าย คือตลาดหุ้นไทยกำลังเข้าสู่ช่วง peak season ของการประกาศผลประกอบการ โดยต้องจับตากลุ่มที่ไม่ใช่ธุรกิจการเงินในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งตามปกติแล้วจะเป็นช่วงที่ราคาหุ้นจะผันผวน ถ้าผลประกอบการรายสัปดาห์แตกต่างไปจาก consensus
อย่างไรก็ตาม ในแง่กลยุทธ์ ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมองว่าหุ้นไทยที่โยงกับการลงทุนในประเทศและการท่องเที่ยวจะ outperform ดัชนีหุ้นหลักได้ ดังนั้น จึงเลือก KBANK, GULF, AWC, ERW และ SIRI เป็นหุ้นแนะนำเดือนสิงหาคม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
