ทรัมป์จ่อแบนส่งออก “ดีเซล” ราคาน้ำมันโลกพุ่ง? ไทยกระทบแค่ไหน?

วิกฤตดีเซลโลกสั่นสะเทือน! เมื่อ "ทรัมป์" จ่อแบนส่งออก-รัสเซียล็อกโควตา แล้วคนไทยเกี่ยวอะไรด้วย?
สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดโลกกำลังกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังจากสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณามาตรการระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลอย่างจริงจัง เพื่อเก็บไว้รองรับความต้องการภายในประเทศ โดยเฉพาะช่วงฤดูเก็บเกี่ยวภาคการเกษตรที่ต้องใช้เชื้อเพลิงปริมาณมาก ประกอบกับราคาน้ำมันในสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงทำสถิติกว่า 6.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
เมื่อรวมเข้ากับมาตรการจำกัดการส่งออกดีเซลของรัสเซียที่ขยายเวลาออกไปถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2569 ยิ่งทำให้ซัพพลายน้ำมันในตลาดโลกตึงตัวอย่างหนัก เพราะสหรัฐฯ และรัสเซียคือผู้ส่งออกดีเซลรายใหญ่ของโลก เมื่อของในตลาดมีน้อยลงแต่ความต้องการยังเท่าเดิม แรงกดดันจึงตกอยู่ที่ "ราคาน้ำมันโลก" ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
แล้วประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างไร? กระทรวงพลังงานได้ออกมายืนยันว่า สต๊อกน้ำมันดีเซลในประเทศยังมีเพียงพอและยังไม่เกิดภาวะขาดแคลนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากประเทศไทยต้องพึ่งพาพลังงานจากตลาดโลก หากราคาดีเซลโลกขยับสูงขึ้น ย่อมสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนในประเทศ โดยผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ราคาหน้าปั๊ม แต่จะลามไปถึงค่าขนส่ง ต้นทุนภาคธุรกิจ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และค่าครองชีพที่จ่อขยับตัวแพงขึ้นตามไปด้วย
แนวทางการรับมือของประเทศไทย ภาครัฐกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยนำ "กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง" เข้ามาช่วยพยุงราคารวมถึงการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่น พร้อมทั้งเร่งส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกอย่าง B20 เพื่อเพิ่มสัดส่วนไบโอดีเซลและลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากต่างประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของพลังงานโลกเช่นนี้ ผู้บริโภคและภาคธุรกิจจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้นในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
