ทองคำระยะยาวขาขึ้น ลุ้นไตรมาส 3 พุ่งแตะ 6,000 ดอลลาร์ฯ แนะซื้อเมื่อย่อตัว

คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยถึงทิศทางราคาทองคำในปัจจุบันว่า แนวโน้มในระยะยาวยังคงเป็นช่วงขาขึ้น แม้ในระยะสั้นอาจมีความผันผวนบ้างจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายของสหรัฐอเมริกา พร้อมแนะกลยุทธ์นักลงทุนให้เน้นการเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว
แนวโน้มราคาทองคำ ทรงตัวเพื่อรอทะยานต่อ
คุณจิตติ ระบุว่า สถานการณ์ราคาทองคำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาไม่ได้มีความหวือหวามากนัก โดยในปัจจุบันราคาทองคำมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและทรงตัวอยู่ในระดับ 4,700 - 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ราคาทองคำกำลังแกว่งตัวออกด้านข้าง (Sideway) เพื่อรอเลือกทิศทาง
แนวโน้มระยะสั้นคาดว่าจะค่อยๆ ขยับขึ้นไปแตะระดับ 4,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้
หากต้องการให้ราคาปรับตัวขึ้นไปถึงระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำจะต้องทะลุแนวต้านสำคัญที่ 4,825 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ไปให้ได้เสียก่อน
โอกาสที่ราคาทองคำจะปรับฐานลงแรงๆ ในช่วงนี้มีค่อนข้างน้อย
สงครามตะวันออกกลาง และความผันผวนจาก "ทรัมป์"ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำนั้น นายกสมาคมค้าทองคำ ประเมินว่า
สถานการณ์สงคราม ช่วงที่รุนแรงที่สุดอาจผ่านพ้นไปแล้ว หลายฝ่ายเริ่มมีความต้องการที่จะเจรจากันมากขึ้น หากสถานการณ์บานปลาย สหรัฐฯ จะได้รับแรงกดดันและต้องพยายามหาทางเจรจาเพื่อยุติความรุนแรง
โดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นปัจจัยที่คาดเดาได้ยากที่สุดในขณะนี้ การให้สัมภาษณ์หรือการแสดงท่าทีของทรัมป์ในแต่ละครั้ง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งตลาดหุ้น ตลาดทองคำ และตลาดน้ำมันพร้อมๆ กัน ทำให้นักลงทุนต้องติดตามข่าวสารและปรับตัวอยู่ตลอดเวลา
เป้าหมายระยะยาว ลุ้นแตะ 6,000 ดอลลาร์ฯ ในไตรมาส 3
แม้จะมีความผันผวนในระยะสั้น แต่คุณจิตติยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว
คาดการณ์ว่าตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวพุ่งขึ้นไปแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้
หากราคาทองคำโลกแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำในประเทศอาจพุ่งสูงถึงประมาณ 90,000 บาทต่อบาททองคำ
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงเวลานี้ คุณจิตติ ประเมินแนวรับและให้คำแนะนำ
แนวรับสำคัญ อยู่ที่บริเวณ 4,725 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากราคาไม่หลุดแนวรับนี้ ทิศทางยังคงเป็นขาขึ้นชัดเจน (มีโอกาสปรับตัวลดลงจากราคาปัจจุบันประมาณ 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์)
สำหรับนักลงทุนที่ติดดอย แนะนำให้อดทนรอ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ราคาก็มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นไปรับได้
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อ: ควรใช้กลยุทธ์รอจังหวะราคาย่อตัวลงมาบริเวณแนวรับแล้วจึงเข้าซื้อ (Buy on Dip) ทยอยเก็บสะสมอย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์โลกยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
