รู้จัก “กฎหมายชารีอะห์ (Sharia law)” กฎหมายอิสลามสุดโต่ง ของ “ตาลีบัน”

รู้จัก “กฎหมายชารีอะห์ (Sharia law)” กฎหมายอิสลามสุดโต่ง ของ “ตาลีบัน”
Ingonn
19 สิงหาคม 2564 ( 12:16 )
5K
1
รู้จัก “กฎหมายชารีอะห์ (Sharia law)” กฎหมายอิสลามสุดโต่ง ของ “ตาลีบัน”

 

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง นั่นก็คือวันที่ “ตาลีบัน” บุกเข้ายึดกรุงคาบูล อัฟกานิสถานได้สำเร็จ โดยไม่มีการต่อต้านใด ๆ เพราะทางการเป็นฝ่ายยอมจำนน เพียง 1 เดือน หลังสหรัฐฯ ถอนกำลังทหาร และมีการเจรจาเปลี่ยนถ่ายอำนาจ เพื่อให้ “ตาลีบัน” ขึ้นครองประเทศอีกครั้ง 

 

 

ที่ผ่านมาการต่อสู้ระหว่างกลุ่มตาลีบันและทหารกองทัพรัฐบาล ส่งผลให้ประชาชนกว่า 250,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย และมีรายงานผู้เสียชีวิตนับพันคนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 

ขณะเดียวกันประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนได้หนีออกนอกประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลายฝ่ายเชื่อว่าในเบื้องต้น เขาจะประกาศลาออกจากตำแหน่งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

 

 


วันนี้ TrueID จึงจะพามารู้จัก กลุ่มตาลีบันให้มากขึ้น หากเริ่มเข้าปกครองประเทศอัฟกานิสถานอีกครั้งเหมือนเมื่อปี 1996-2001 จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และมีลักษณะการปกครองอย่างไร ภายใต้กฎหมายที่เรากลัวกันมากที่สุด นั่นก็คือ “กฎหมายชารีอะห์”

 

 


กลุ่มตาลีบันคือใคร?


ตาลีบัน มีความหมายว่า “นักศึกษา” เกิดขึ้นช่วงปี 1994 ในเมืองกันดาฮาร์ทางตอนใต้ของประเทศ ถือเป็นกลุ่มติดอาวุธหลักกลุ่มหนึ่ง ที่ต่อสู้ในสงครามกลางเมือง เพื่อแย่งชิงอำนาจในอัฟกานิสถาน หลังการถอยทัพของสหภาพโซเวียต ที่ตามด้วยการล่มสลายของรัฐบาล

 

 

สมาชิกกลุ่มตาลีบัน เดิมทีมาจากนักรบ “มูจาฮีดีน” ที่เคยต่อสู้ต้านทานทหารโซเวียตด้วยการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในช่วงปี 1980 ในเวลาเพียง 2 ปี กลุ่มตาลีบัน ยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศได้อย่างรวดเร็ว และก่อตั้งรัฐอิสลามในปี 1996 ด้วยระบอบกฎหมายอิสลามที่เข้มงวด หรือที่เรียกว่า “กฎหมายชารีอะห์ (Sharia law)”

 

 

แต่หลังเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ปี 2001 หรือ 9/11 กับการก่อการร้ายโจมตีสหรัฐฯ โดยกลุ่มอัลกออิดะห์, กองทัพที่สหรัฐฯ สนับสนุน ได้บุกโจมตีกรุงคาบูลในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ด้วยการโจมตีทางอากาศสนับสนุนจากสหรัฐฯ กลุ่มตาลีบันแตกพ่าย กระจายไปตามพื้นที่ห่างไกลของประเทศ แต่ยังไม่ยอมพ่าย ทำสงครามต่อสู้กับรัฐบาลอัฟกานิสถาน และกองกำลังพันธมิตรชาติตะวันตกมาโดยตลอด

 

 

รู้จัก “กฎหมายชารีอะห์” กฎหมายอิสลามสุดโต่งและน่ากลัว

 

กฎหมายชารีอะห์ (Sharia law) เป็นกฎหมายของศาสนาอิสลาม ที่ควบคุมความประพฤติคน ทั้งที่เป็นการกระทำต่อสาธารณะ และความประพฤติส่วนตัว กฎหมายชารีอะห์ ยังควบคุมรูปแบบการปกครอง สังคมและการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย 

 

 

เนื้อหาของกฎหมายชารีอะห์ มาจากคัมภีร์อัลกุรอาน และตัวอย่างการดำเนินชีวิตขององค์ศาสดามูฮัมหมัดเป็นหลัก โดยการตีความกฎหมายจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการลงโทษการกระทำที่เป็นความผิดร้ายแรง เช่น การลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ มีเพศสัมพันธ์นอกสมรส และการดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้กฎหมายชารีอะห์ ยังควบคุมด้านการกินอาหาร การอดอาหาร การสวดมนต์ และเข้าพิธีกรรม สุขอนามัย การค้าขาย และการเงินด้วย

 


ปัจจุบันประเทศที่ใช้กฎหมายชารีอะห์อย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่ อัฟกานิสถาน อิหร่าน อิรัก มัลดีฟส์ ปากีสถาน กาตาร์ ซาอุดิอาระเบีย เยเมน มอริเตเนีย และซูดาน  ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ประชากรส่วนใหญ่นับถืออิสลาม ใช้ระบบกฎหมายแบบไม่อิงหลักศาสนา หรือใช้กฎหมายชารีอะห์ แบบจำกัด เช่น ใช้เฉพาะกับความผิดเกี่ยวกับการสมรสและมรดก

 

 


ข้อปฏิบัติภายใต้ “กฎหมายชารีอะห์”


ตาลีบันในยุคนั้นขึ้นชื่อเรื่องการบังคับใช้กฎหมายชารีอะห์อย่างสุดโต่ง แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน โดยข้อกฎหมายที่กล่าวถึงนี้ เป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น ได้แก่

 


1.การประหารผู้มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและผู้ที่นอกใจคู่สมรส


2.ตัดแขนขาผู้มีความผิดฐานลักขโมย 


3.บังคับให้ผู้ชายไว้หนวด และผู้หญิงต้องใส่ชุดแบบปกปิดทั้งตัวแบบอิสลาม หรือ บูร์กา (Burka)


4.ห้ามไม่ให้มีการดูทีวี ฟังเพลง หรือดูหนัง


5.ต่อต้านการให้เด็กผู้หญิงที่อายุ 10 ขวบ และมากกว่านั้น ไปโรงเรียน


6.จำกัดการจ้างงานผู้หญิง

 

 

 

การยึดครองอัฟกานิสถานครั้งนี้ จะได้ใช้กฎหมายไหม

 

“ตาลีบัน” จะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า การยึดครองครั้งนี้ จะมีการเคารพสิทธิและการแสดงออกของสตรี "แต่ต้องเป็นไปตามกรอบ" ส่วนนโยบายต่างประเทศนั้น กลุ่มตาลีบันมีจุดยืนชัดเจนในการไม่แทรกแซงฝ่ายใด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับเกียรติในระดับเดียวกัน

 

 

ขณะที่โฆษกตาลีบัน ประกาศว่าสงครามในอัฟกานิสถานสิ้นสุดแล้ว พร้อมสัญญาว่าประชาชนจะปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จะคุ้มครองผู้สื่อข่าวและนักการทูต จะเคารพสิทธิสตรี ชนกลุ่มน้อย และเสรีภาพในการแสดงออกภายใต้กฎหมายชารีอะห์

 

 

แม้ทางไฮโก มาส รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเยอรมนี เคยกล่าวไว้ว่า เยอรมนีจะยุติการให้ความช่วยเหลืออัฟกานิสถาน หากกลุ่มติดอาวุธตาลีบันเข้ายึดอัฟกานิสถานและบังคับใช้กฎหมายชารีอะห์ (Sharia law) สำเร็จ

 

 


ข้อมูลจาก TNN WORLD , BBC , VOICETV , Poetry of Bitch

 

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง