"สหรัฐ–อิหร่าน" เปิดฉากโจมตีรอบใหม่ ฮอร์มุซป่วน น้ำมันพุ่ง

สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียทวีความตึงเครียดอีกระลอก หลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดฉากโจมตีทางทหารครั้งใหม่ เพื่อแย่งชิงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการขนส่งพลังงานโลก ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางก่อนหน้านี้สั่นคลอนอย่างหนัก
การปะทะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าแผน "Project Freedom" เพื่อเปิดทางให้เรือบรรทุกน้ำมันและเรือสินค้าเดินทางผ่านช่องแคบได้อีกครั้ง หลังเส้นทางดังกล่าวแทบถูกปิดตายตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดังกล่าวกลับกระตุ้นการตอบโต้จากฝั่งอิหร่านทันที
ภายในวันเดียว มีรายงานเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บนเรือพาณิชย์หลายลำในอ่าว ขณะที่สหรัฐอ้างว่าสามารถทำลายเรือทหารขนาดเล็กของอิหร่านได้ 6 ลำ ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ท่าเรือน้ำมันในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จนเกิดไฟลุกไหม้ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน
แม้สหรัฐจะระบุว่าสามารถพาเรือพาณิชย์บางลำผ่านช่องแคบได้สำเร็จภายใต้การคุ้มกันของกองทัพเรือ แต่ข้อมูลดังกล่าวถูกอิหร่านปฏิเสธ
ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ย้ำว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่มีทางออกทางทหาร พร้อมระบุว่าการเจรจาสันติภาพยังดำเนินต่อไปผ่านการไกล่เกลี่ยของปากีสถาน แต่เตือนว่าการยกระดับความรุนแรงอาจทำให้สถานการณ์ลุกลามไปทั้งภูมิภาค
ในขณะเดียวกัน อิหร่านได้เผยแผนที่พื้นที่ทางทะเลที่อ้างว่าอยู่ภายใต้การควบคุม ซึ่งขยายออกไปไกลกว่าช่องแคบฮอร์มุซ ครอบคลุมแนวชายฝั่งของยูเออีบางส่วน สะท้อนการขยายอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์
เหตุการณ์ความไม่สงบยังส่งผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจและตลาดโลก โดยราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่าร้อยละ 5 ขณะที่ค่าประกันภัยการขนส่งทางทะเลเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการเดินเรือส่วนใหญ่ยังชะลอการผ่านช่องแคบ จนกว่าจะมีข้อตกลงหยุดยิงที่ชัดเจน
แม้ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายจะเคยเปิดการเจรจาแบบเผชิญหน้า แต่ความพยายามจัดการประชุมรอบใหม่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ข้อเสนอของอิหร่านที่ให้เลื่อนการหารือด้านนิวเคลียร์ออกไปหลังยุติสงคราม ก็ยังไม่ได้รับการตอบรับจากสหรัฐ