"ทรัมป์" ขึ้นภาษีรถยุโรป 25% กดดันย้ายฐานผลิต

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศเตรียมปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และรถบรรทุกจากสหภาพยุโรปเป็นร้อยละ 25 จากเดิมร้อยละ 15 พร้อมระบุว่าสหภาพยุโรปไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าที่เคยตกลงไว้กับสหรัฐ
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายกดดันผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปให้เร่งย้ายฐานการผลิตเข้าสหรัฐ โดยระบุชัดว่าหากผลิตรถภายในสหรัฐจะไม่ถูกเก็บภาษี พร้อมชี้ว่าการขึ้นภาษีจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับเศรษฐกิจอเมริกัน
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการยุโรป ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวทันที พร้อมยืนยันว่าบรัสเซลส์ยังคงปฏิบัติตามข้อตกลง และเตรียมใช้ทุกทางเลือกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหภาพยุโรป หากสหรัฐละเมิดเงื่อนไข
ความเคลื่อนไหวนี้ยิ่งเพิ่มแรงตึงเครียดระหว่างสหรัฐและยุโรป ซึ่งก่อนหน้านี้มีความขัดแย้งจากประเด็นสงครามอิหร่าน และบทบาทของยุโรปในความมั่นคงของช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการขู่ลดกำลังทหารสหรัฐในยุโรปของทรัมป์
ด้านนักการเมืองและนักเศรษฐศาสตร์ยุโรปเรียกร้องให้สหภาพยุโรปใช้มาตรการตอบโต้ ทั้งการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐ และการเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน เพื่อหยุดยั้งการยกระดับความขัดแย้ง
ทั้งนี้ ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและอียู เมื่อปีที่ผ่านมา เคยกำหนดให้ลดภาษียานยนต์เหลือ ร้อยละ 15 และแลกกับการที่ยุโรปลดภาษีสินค้าสหรัฐ รวมถึงยอมรับมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของสหรัฐ แต่กระบวนการดำเนินการฝั่งยุโรปยังล่าช้า
ผลกระทบเริ่มสะท้อนในตลาดทันที โดยหุ้นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น Ford Motor General Motors และ Stellantis ปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนกังวลต้นทุนที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า
ในเชิงอุตสาหกรรม ผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปจำนวนมากมีฐานการผลิตในสหรัฐอยู่แล้ว และกำลังเร่งลงทุนเพิ่มเติม เช่น Mercedes-Benz ที่เตรียมลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในโรงงานรัฐแอละแบมา เพื่อลดความเสี่ยงจากภาษี
นักวิเคราะห์มองว่าการขึ้นภาษีครั้งนี้อาจเป็นเพียงเครื่องมือกดดัน เพื่อเร่งให้ อียูปฏิบัติตามข้อตกลง แต่ก็เสี่ยงทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจตึงเครียดมากขึ้น และอาจลุกลามเป็นสงครามการค้ารอบใหม่ที่กระทบห่วงโซ่อุปทานยานยนต์โลกอย่างมีนัยสำคัญ