รีเซต

เงินนอกไหล หุ้นใหญ่ยังวิ่ง เปิด 3 ธีมเด่น “แรงสวน Fund Flow”

เงินนอกไหล หุ้นใหญ่ยังวิ่ง  เปิด 3 ธีมเด่น “แรงสวน Fund Flow”
TNN ช่อง16
15 สิงหาคม 2569 ( 23:30 )
12

ฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า การประกาศงบของบริษัทจดทะเบียน 283 บริษัท (จากทั้งหมด 682 บริษัท) พบว่า ภาพรวมกำไรออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ (EARNINGS SURPRISE) ถึง 11.9% เมื่อรวมตัวเลขที่ประกาศออกมาแล้วเข้ากับตัวเลขคาดการณ์ของบริษัทที่เหลือ (ครอบคลุม 93% ของ MARKET CAP) ประเมินว่ากำไรรวมในงวดไตรมาส 2 จะสูงถึง 3.55 แสนล้านบาท +6.7% QOQ / +8.2% YOY ทำให้เกิดความคาดหวังกำไรงวดไตรมาส 2/69 มีโอกาสขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ต่อเนื่องจากงวดไตรมาส 1/69


โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ช่วยหนุนการเติบโตในไตรมาส 2/69 หลักๆ มาจากกลุ่มปิโตรเคมี, บรรจุภัณฑ์, พลังงาน ซึ่งหากรวมกำไรกลุ่มที่อิงจาก COMODITY อาทิ ENERG PETRO FOOD AGRI ได้สัดส่วนรวมถึง 44%(ปกติประมาณ 30% ของกำไรทั้งตลาด) ดังนั้นหากดูภาพรวมรายไตรมาส ทั้งในช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ถือว่าทำสถิติอยู่ในระดับสูง(ราว 3.55 – 3.57 แสนล้านบาทต่อไตรมาส) คิดเป็นสัดส่วน 60% ของเป้าหมายกำไรทั้งปี ทำให้ความกดดันในการทำกำไรช่วงไตรมาส 3 และ 4 ลดลง (ต้องการเพียงไตรมาสละราว 2.45 แสนล้านบาท) และทำให้เปิดโอกาสให้เกิด UPSIDE ต่อประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของทั้งตลาดที่เดิมฝ่ายวิจัยให้ไว้ 95 บาท/หุ้น ซึ่งจะกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้TARGET SET มีพื้นที่ให้ปรับตัวขึ้นเช่นกัน


ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นกลับมาโดดเด่น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม TECH สหรัฐฯ (อ้างอิงจากผลตอบแทนของ NASDAQ และกลุ่ม MAG-7 ที่เป็นบวก) ผลกระทบสิ่งนี้ ทำให้กระแสเงินทุน (FUND FLOW)ในเดือนส.ค.69 ชะลอการไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างเห็นได้ชัด ต่างชาติมีสถานะขายสุทธิ (NET SELL) สะสมในเดือนนี้สูงถึงเกือบ 1 หมื่นล้านบาท(ขายสุทธิเกือบทุกวันทำการ) ขณะที่นักลงทุนรายย่อยเป็นฝั่งซื้อสุทธิประคอง SET ไว้ 


 


แบ่งเป็น 3 ธีมหลัก


ภาพรวมกระแสเงินทุนจะไหลออก แต่หากเจาะลึกลงไปในหุ้นขนาดใหญ่ (SET100) พบว่ามีหุ้นถึง 11 ตัวที่สามารถทำผลตอบแทนได้อย่างดีตั้งแต่ต้นเดือน (TOP GAINER) โดยปัจจัยหลักที่ผลักดันให้หุ้นเหล่านี้ปรับตัวขึ้นแรง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่


1.กลุ่มงบดีเกินคาด (EARNINGS SURPRISE / TURNAROUND) : หุ้นที่กำไรไตรมาส 2/2569 ออกมาดีกว่า ที่ตลาดคาดไว้ หรือมีการฟื้นตัวของอัตรากำไร (MARGIN) อย่างชัดเจน เช่น IRPC, TCAP, KCE,CENTEL


2.กลุ่มได้ประโยชน์จากสินค้าโภคภัณฑ์และภูมิรัฐศาสตร์ (COMMODITY / GEOPOLITICAL BENEFIT) : หุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาพลังงานและค่าระวางปรับตัวสูงขึ้น เช่น TASCO, RCL, BCP, PTTGC



3.กลุ่มคาดหวังการฟื้นตัวครึ่งปีหลัง (2H RECOVERY / LAGGING PLAY) : หุ้นที่ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ในไตรมาส 2/2569 และตลาดกำลังมองข้ามช็อตไปสู่การฟื้นตัวจากการท่องเที่ยวในช่วง HIGH SEASON เช่น THAI, ERW, BCH 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง