"ราคาทอง" ไม่ฟื้น ระยะสั้น ยังเป็นขาลง MTS GOLD มองตะวันออกกลางเดือด รับถัดไป 4,450 ดอลลาร์

ราคาทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยร่วงลงกว่า 100 เหรียญ ไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,500 เหรียญ หลังจากก่อนหน้าทรงตัวอยู่แถว 4,630 เหรียญ แรงกดดันหลักยังคงมาจากความตึงเครียดใน ช่องแคบฮอร์มุซ หลังมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีเรือหลายลำ และใช้โดรนโจมตีเขตอุตสาหกรรมน้ำมันในเมืองฟูไจราห์ของ UAE ขณะเดียวกัน ความพยายามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้กองทัพเรือสหรัฐฯ เปิดเส้นทางเดินเรือ ภายใต้ปฏิบัติการ Project Freedom ยิ่งกระตุ้นให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรง
ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นราว 4–5% โดยเช้าวันนี้ WTI แตะระดับ 100 เหรียญ และ Brent อยู่ที่ประมาณ 110 เหรียญซึ่งกดดันเงินเฟ้อและสร้างแรงขายต่อเนื่องในตลาดทองคำ ด้านกองทุนทองคำ SPDR ยังไม่เปลี่ยนแปลงการถือครอง อยู่ที่ 1,035.77 ตัน สะท้อนการรอจังหวะของนักลงทุน
ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เคลื่อนไหวในกรอบ 98.3–98.8 จุด โดยเช้านี้อยู่ที่ประมาณ 98.5 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับ 32.75 บ. ส่งผลให้เช้านี้ราคาทองคำในประเทศเคลื่อนไหวบริเวณ 70,300 บาท ภาพรวมตลาดยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยการเจรจาเป็นหลัก โดยเฉพาะประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยืดเยื้อ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down หรือแนวโน้มขาลงระยะสั้น โดยภาพรวมยังถูกกดดันจากแรงขายต่อเนื่องแม้จะมีสัญญาณฟื้นตัวในระยะสั้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแนวโน้มหลักโดยแนะนำนักลงทุนหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage สูง ในช่วงที่ตลาดยังมีความผันผวนสูง
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,500 – 4,450 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,600 – 4,650 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 70,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 71,000 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEM26) แนวรับอยู่ที่ 4,510 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,610 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,540 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,640 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 70,800 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 71,800 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้ แนะนำซื้อขายในกรอบ "Sideway Down" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง
นักลงทุนที่ถือ Long Position ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้
นักลงทุนที่ถือ Short Position แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง