เดือด! จีนปั้น "มือหุ่นยนต์" ท้าชนสมรภูมิโลก

Linkerbot สตาร์ทอัปด้านหุ่นยนต์จากจีน เตรียมเดินหน้าระดมทุนรอบใหม่ โดยตั้งเป้าดันมูลค่าบริษัทแตะระดับ 6,000 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากรอบล่าสุด สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเทคโนโลยี "มือหุ่นยนต์" ที่กำลังเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมฮิวแมนนอยด์
ก่อนหน้านี้ บริษัทเพิ่งปิดดีลระดมทุนรอบ Series B+ ด้วยมูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีนักลงทุนรายใหญ่เข้าร่วม ทั้ง Ant Group และ HongShan Group รวมถึงกองทุนรัฐและสถาบันการเงินชั้นนำของจีน
ปัจจุบัน Linkerbot ครองส่วนแบ่งตลาดมือหุ่นยนต์แบบความคล่องตัวสูง มากกว่าร้อยละ 80 ของโลก และมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 10,000 ชิ้นต่อเดือน จากปัจจุบันราว 5,000 ชิ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
กระแสการลงทุนในหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนพุ่งแรงในปีนี้ หลังผู้เล่นรายใหญ่ เช่น Unitree Robotics โชว์ศักยภาพเทคโนโลยีผ่านเวทีระดับประเทศ และเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ด้วยมูลค่าสูงถึง 7,000 ล้านดอลลาร์
จุดแตกต่างของ Linkerbot อยู่ที่การมุ่งพัฒนาทักษะเชิงช่างของมนุษย์ มากกว่างานทั่วไป โดยบริษัทสร้างแพลตฟอร์ม LinkerSkillNet ซึ่งเป็นฐานข้อมูลทักษะการใช้มือที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวบรวมทักษะกว่า 500 รูปแบบ เพื่อถ่ายทอดสู่หุ่นยนต์ให้สามารถทำงานละเอียดซับซ้อนได้
เทคโนโลยีดังกล่าวทำให้มือหุ่นยนต์ของบริษัทสามารถทำงานได้หลากหลาย ตั้งแต่ขันสกรู จับวัตถุอ่อนนุ่ม ร้อยเข็ม ไปจนถึงงานผลิตที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง และถูกนำไปใช้งานทั้งในภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย และมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า มือเป็นองค์ประกอบที่ซับซ้อนที่สุดของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดย Elon Musk เคยระบุว่าการพัฒนาส่วนนี้ใช้ทรัพยากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของโครงการหุ่นยนต์ Optimus
ในเชิงธุรกิจ Linkerbot วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์โรงงานโดยตรง ด้วยต้นทุนที่เข้าถึงง่ายกว่า โดยลูกค้าจำนวนมากเลือกติดตั้งมือหุ่นยนต์ เข้ากับแขนกลที่มีอยู่แล้ว แทนการลงทุนซื้อหุ่นยนต์ทั้งตัว ซึ่งมีราคาสูงถึง 100,000–150,000 ดอลลาร์ต่อหน่วย
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการผลิต ที่เริ่มมองหาโซลูชันอัตโนมัติที่คุ้มค่าและใช้งานได้จริง มากขึ้น และอาจทำให้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูงเข้าถึงภาคธุรกิจได้เร็วขึ้นในระยะต่อไป