"AI จีน" ถล่มซ้ำ ไล่บี้สหรัฐฯ ชิงความเป็นผู้นำโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โมเดลใหม่จากจีน ทยอยเปิดตัวต่อเนื่อง พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมให้การแข่งขันด้าน เอไอ ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทวีความเข้มข้นขึ้น ล่าสุด Alibaba Group Holding เปิดตัว Qwen3.8-Max โมเดล เอไอ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัทเท่าที่เคยพัฒนามา
โมเดลใหม่ดังกล่าว ถูกพัฒนาบนพื้นฐานของ 2 ล้าน 4 แสนล้านพารามิเตอร์ 2.4 ล้านล้านพารามิเตอร์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความซับซ้อนและศักยภาพของโมเดล AI อาลีบาบา ระบุว่า ผลการทดสอบหลายรายการ แสดงให้เห็นว่า Qwen3.8-Max ทำคำแนนได้สูงกว่า Kimi K3 โมเดล เอไอ ของ Moonshot AI ที่เพิ่งเปิดตัวไปและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ผลการทดสอบยังแสดงว่า โมเดลดังกล่าวมีคะแนนใกล้เคียง หรือในบางกรณีทำได้ดีกว่า Fable 5 ซึ่งเป็นโมเดล เอไอ รุ่นล่าสุดของ Anthropic ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโมเดล เอไอ ชั้นนำของโลก และก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐฯ เคยกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีขีดความสามารถสูง
อย่างไรก็ดี การเปิดตัว Qwen3.8-Max ครั้งนี้ ตอกย้ำการพัฒนา เอไอ ของจีนที่ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก Kimi K3 สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับทั้งตลาดหุ้น และแวดวงเทคโนโลยีของสหรัฐฯ หลังสามารถแสดงให้เห็นว่า แม้จีนจะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรประมวลผลเมื่อเทียบกับบริษัท เอไอ ของสหรัฐฯ แต่นักพัฒนา เอไอ ของจีนก็กำลังไล่ลดช่องว่างกับชั้นนำของ Anthropic และ โอเพ่น เอไอ ได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน DeepSeek ก็เพิ่งขยายการเปิดให้ใช้งาน V4 Flash ในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งได้รับการประเมินว่าเป็นหนึ่งในโมเดล เอไอ ที่มีต้นทุนการใช้งานต่ำที่สุดในบรรดาโมเดล เอไอ ชั้นนำของโลก
ส่วน ByteDance และ MiniMax Group ก็ได้เปิดตัวระบบสร้างวิดีโอด้วย เอไอ รุ่นใหม่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังสะท้อนว่า บริษัท เอไอ ชั้นนำของจีนกำลังเร่งเปิดตัวโมเดลระดับแนวหน้าต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้พัฒนาจากสหรัฐฯ
โดย Vey-Sern Ling กรรมการผู้จัดการของ Union Bancaire Privée แสดงความคิดเห็นกับ บลูมเบิร์ก โดยบอกว่า นักลงทุนจำนวนมากยังประเมินศักยภาพของโมเดล เอไอ จากจีนต่ำเกินไป เพราะมองว่ามาตรการจำกัดการส่งออกชิปของสหรัฐฯ รวมถึงความกังขาต่อเทคโนโลยีจีน จะทำให้จีนยังคงตามหลังต่อไป
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ช่องว่างที่มีอยู่อาจแคบกว่าที่หลายคนคิด และกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว โดย Qwen3.8-Max ของ อาลีบาบา ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยันในเรื่องนี้ ต่อจาก Kimi K3
ด้าน Wei Sun นักวิเคราะห์ เอไอ จาก Counterpoint Research ประเมินว่า โดยภาพรวมแล้ว ช่องว่างระหว่างโมเดล เอไอ ของจีนกับสหรัฐฯ ลดลงเหลือเพียง 3-6 เดือน แม้ระยะห่างจะแตกต่างกันไปตามประเภทของงานที่ใช้ทดสอบ
ขณะที่ นักวิเคราะห์ของ Citi ระบุว่า การที่บริษัทต่าง ๆ เปิดตัวโมเดล เอไอ ใหม่อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง กำลังผลักดันให้องค์กรธุรกิจหันมาใช้แนวทางการเลือกใช้โมเดลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละงาน โดยพิจารณาจากทั้งประสิทธิภาพและราคา แทนที่จะผูกติดกับผู้ให้บริการรายเดียว
แนวโน้มดังกล่าวเอื้อประโยชน์ต่อผู้เล่นหน้าใหม่ ขณะที่บริษัท เอไอ ของจีนกำลังใช้ ราคา และ โมเดลแบบเปิด เป็นจุดแข็งในการแข่งขัน ซึ่งในช่วงที่บริษัท เอไอ ชั้นนำของสหรัฐฯ เลือกพัฒนาโมเดลแบบปิดมากขึ้น บริษัทจีนกลับกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในการเผยแพร่โมเดลแบบ Open-weight ซึ่งนักพัฒนาทั่วโลกสามารถดาวน์โหลดไปปรับแต่งและนำไปใช้งานต่อได้
รายงานข่าวยังระบุว่า การเปิดตัวโมเดล เอไอ สมรรถนะสูงจากจีนต่อเนื่อง กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อทั้ง ซิลิคอนวัลเลย์ และ กรุงวอชิงตัน ซึ่งกำลังเผชิญโจทย์สำคัญสองด้านพร้อมกัน คือ การกำกับดูแล เอไอ ให้ปลอดภัย และการรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีของสหรัฐฯ เหนือจีน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวที่ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาเพิ่มมาตรการควบคุม โมเดล เอไอ แบบ Open-weight หลังบริษัทจีนทยอยเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้กลับสร้างความเห็นต่างภายในอุตสาหกรรม เอไอ ของสหรัฐฯ โดยบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่ง อาทิ Nvidia, Meta และ Microsoft ได้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก คัดค้านแนวทางดังกล่าว พร้อมสนับสนุนให้ยังคงเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงและนำโมเดลไปต่อยอดได้ โดยให้เหตุผลว่า เอไอ แบบ Open-weight ไม่เพียงช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและรักษาความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้นักวิจัยสามารถตรวจสอบและพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยของ เอไอ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดย Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ อินวิเดีย ระบุว่า การเปิดให้นักพัฒนาเข้าถึงโมเดล เอไอ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำด้าน เอไอ ของสหรัฐฯ พร้อมทั้งช่วยเร่งนวัตกรรม และยกระดับการพัฒนาระบบความปลอดภัย
ขณะที่ Satya Nadella ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ไมโครซอฟต์ ซึ่งร่วมสนับสนุนจดหมายเปิดผนึกฉบับดังกล่าว ระบุว่า โมเดลแบบ Open-weight จะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐฯ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงของประเทศได้
ด้าน Dario Amodei ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic ซึ่งไม่ได้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก แต่ได้เผยแพร่บทความแสดงจุดยืนของบริษัท ยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่สนับสนุนการแบนโมเดลแบบ Open-weight พร้อมระบุว่า โมเดลดังกล่าวที่มีความเสี่ยงต่ำ ถือเป็น ประโยชน์ต่อสาธารณะ และควรใช้มาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละโมเดล มากกว่าการห้ามใช้งานแบบครอบคลุม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
